Ranmaru *

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Power of love ตอนที่ 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 21.4k

ความคิดเห็น : 53

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ย. 2558 16:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Power of love ตอนที่ 2
แบบอักษร

 

 

ตอนที่ 2

 

 

 

 

            วันนี้ผมพกความพร้อมมาเต็มกระเป๋า มีเรียนช่วงบ่าย กะว่าเรียนเสร็จก็จะพุ่งตรงไปหาไอกัน แม่งอยู่ไหนก็ยังไม่รู้หรอก เดี๋ยวค่อยงม ๆ เอา หน้าแบบมันหาไม่ยาก       นี่ผมก็ยังไม่บอกไอ้นานาเลยนะว่าจะหาสามีให้มัน แต่ถ้ามันรู้มันก็ต้องขอบคุณในความหวังดีของผม พร้อมกับมองผมด้วยสายตาปลื้มปริ่ม อันนี้คิดภาพไว้ก่อนแล้ว ซาบซึ้ง ๆ

 

            พออาจารย์ปล่อยปุ๊บผมก็รีบพุ่งตัวออกจากห้อง ก่อนจะเบรกเอี๊ยดแล้วหันกลับไปมองข้างหลัง ไอ้นานาเดินออกมาอย่างไม่รีบร้อน เห็นท่าทางมันเอื่อย ๆ แบบนั้นก็เดินเข้าไปหา ไอ้กันหน้าโหดเอาไว้ก่อน แม่งไม่หนีไปไหนหรอกผมคิดงั้น นัดแล้วนี่หว่า

 

            แต่เหมือนกูจะนัดของกูคนเดียวนะ

 

            มึง กูมีเรื่องจะบอก รับรองมึงต้องดีใจ

 

            “กูไม่อยากฟัง เอาหน้ามึงออกไป มือเรียวของมันผลักหัวผมให้หลบพ้นทาง อะไรกับหัวกูนักหนาวะ ไอ้กันก็คนหนึ่งละผลักหัว ไอ้นานาก็อีกคน แหมะเนื้อคู่สินะพวกมึงน่ะ

 

            กูมีคนหล่อมาแนะนำ แม่งหล่อมากเลยมึง สูงด้วย ตัวใหญ่ด้วย ปกป้องมึงได้…” ผมโม้ให้ไอ้นาฟังทันที แม่คุณนี่ก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ เดินลงบันไดด้วยใบหน้าเซ็ง ๆ

 

            มันจะปกป้องกูหรือมันจะตบกูเอาดีๆ ห่า! ผู้ชายสมัยนี้มั่นหน้ามั่นนมมากกว่ากูอีก แม่คุณว้ากออกมา เหมือนกับว่ามันเล็งผู้ชายเอาไว้คน แล้วไอ้คนนั้นแม่งเสือกใจเป็นสาวงั้นแหละ ผมกะพริบตาปริบ ๆ ตอนนี้อย่าเพิ่งเถียงมัน เดี๋ยวมันองค์ลงมากกว่านี้

 

            แต่คนนี้เด็ด ผมยกนิ้วโป้ง

 

            ทำไม มึงลองดูแล้วหรือไง

 

            “จะบ้าเหรอหื้ออออออ ผมลากเสียงยาวใส่มัน ไอ้นานาส่ายหน้าก่อนจะเดินแยกไปอีกทางเมื่อลงมาถึงข้างล่าง ผมเกาหัวมองตามแผ่นหลังสวย ๆ ของมันไป เอาวะ เดี๋ยวค่อยลากไอ้นาไปวันหลัง เอาแบบทำให้ไอ้กันหลงมันก่อน

 

            ทีนี้ก็ได้เวลาทำภารกิจ ผมมุ่งตรงไปยังที่ ๆ เดิมที่เจอกับมันเมื่อวานนี้ คิดภาพในหัวเอาไว้ว่าไอ้กันหน้าโหดกำลังนั่งรอผมอยู่ มันอาจจะทำหน้าเซ็ง ๆ มั้ง แบบผมมาช้าไรงี้

 

            และพอไปถึงบ่อปลาแสนสุขของมัน ภาพที่เห็นคือ

 

 

            ว่างเปล่า!

 

            พ่อมึง! นัดกันดิบดี ทำแบบนี้มันถูกมั้ยหื้ออออ

 

            ผมมองซ้ายมองขวาอยู่นานสองนาน ก็ไม่เห็นวี่แววของไอ้กันเลย เดี๋ยว ๆ กูนัดมึงแล้วนะ ไอ้คนนิสัยเสีย! พ่อมึงสั่งให้ทำกับคนที่นัดไว้แบบนี้เหรอ

 

            ผมยืนเซ็ง รอมันอยู่สักพักมันก็ไม่มา สงสัยมันคงไปดีแล้ว กูอุตส่าห์เตรียมรูปไอ้นานามาพร้อมเลย อดโชว์เลยกู ผมตัดสินใจเลิกรอแล้วขึ้นรถเมล์กลับบ้าน แล้วก็คิดขึ้นมาได้ว่าไอ้กันมันก็อยู่ซอยเดียวกันกับผม

 

            ผมฉีกยิ้มปิ๊งไอเดียจนคุณป้าที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หันมามองอย่างหวาด ๆ เหมือนกลัวว่าผมจะสิงป้าแก ไม่ต้องห่วงครับ ช่วงนี้ยังไม่ตกมัน ยังไม่สิง หายห่วง ๆ

 

            และพอลงรถเมล์มาก็แทบจะก้มกราบขอบคุณสวรรค์สักสามครั้งงาม ๆ ตามแบบไทย เพราะทันทีที่ลงมา สายตาผมก็เหลือบไปเห็นไอ้กันสายโหดกำลังจะเดินเข้าซอยพอดีเลย มันอยู่ในชุดธรรมดา แสดงว่าวันนี้มันไม่ไปเรียนแน่ ๆ มิน่า กูไปรอตั้งนานก็ไม่เจอมึง

 

            เฮ้ยมึง!! หยุดก่อนผมแหกปากร้องเรียกไอ้กันเสียงดัง พี่แกไม่ได้หันมามองหรอก เดินเข้าซอยหน้าตาเฉย มึงเป็นญาติกับจ่าเฉยปะวะเอาดี ๆ เฉยได้เฉยดี จับมึงไปยืนกลางสี่แยกนี่คนเขาแยกมึงกับจ่าไม่ออกนะ

 

            ไอ้กัน ๆ คราวนี้เรียกชื่อบ่งบอกเฉพาะเจาะจงว่ากูเรียกมึงนะ ร่างสูงใหญ่หยุดชะงัก หันกลับมามองด้านหลังก็เจอผมที่วิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปหามันพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง และพี่แกก็ทักทายผมกลับด้วยการ

 

            ถอนหายใจ

 

 

            แอ๊ะแอ๋ ทำหน้าดีใจแบบนี้ แสดงว่าอยากเจอกูล่ะสิ

 

            “มึงเอาอะไรคิด มันเลิกคิ้วถามกลับมา พ่อคุณแม่คุณ อะไรจะหล่อขนาดนี้ แค่เลิกคิ้วก็โคตรจะน่ามอง แบบนี้แหละเหมาะกับไอ้นานาอย่างแรง! ต้องคนนี้เท่านั้น นี่แทบจะยืมเก้าอี้โค้ชเดอะวอยซ์มากดแล้วนะเนี่ย

 

            โอ้ยพ่อ เรื่องแบบนี้เรามองตาก็รู้ใจ

 

            “มองตีนกูมั้ย มันขยับเข้ามา ผมเผลอก้าวถอยหลังวูบ อย่ารุนแรงกับไอ้วิปนักสิ ส่วนสูงกูสู้มึงไม่ได้นะเว้ยก็เห็น ๆ กันอยู่ โด่ว!

 

            “อย่าหงุดหงิดน่า ยังไงเราก็เพื่อนกัน

 

            “กูไม่นับมึงเป็นเพื่อน ฮ้อยยย~ ช้ำใจเลยตัวมึงงง~ แม่งเดินต่อแบบไม่สนใจผมเลย ผมกำลังจะอ้าปากแพล่มต่อแล้ว แต่คิดขึ้นมาได้ไง ผมยังไม่รู้จักบ้านมันเลยนี่หว่า ถามมันไปมันก็คงไม่บอกอยู่ดี มนุษย์หยิ่งไอ้สัด

 

            ผมเลยเดินตามมันแบบโจ่งแจ้ง เอาให้แม่งรู้ไปเลยว่ากูเดินตาม อารมณ์เหมือนเดินกลับบ้านตอนกลางคืนแล้วมีผีเดินตามข้างหลัง นั่นแหละแบบนั้นเลย ผมรู้นะว่ามันเองก็รู้ว่าผมเดินตาม แต่พี่ท่านไม่สนใจใยดี แม้แต่หางตาก็ไม่แล

 

            แต่กูไม่แคร์ อะหื้อออ~

 

            ไอ้กันมันเดินเลยบ้านของผมไป ผมก็ตาม ลงน้ำหนักที่เท้าเยอะ ๆ ด้วย ผมเป็นคนมาให้สุ้มให้เสียงนะเห็นเปล่า มันเดินมาบ้านหลังหนึ่งที่ใหญ่กว่าบ้านบริเวณนั้นมาก พอเห็นแล้วก็ถึงกับอ้าปากค้างนิดๆ บ้านแม่งใหญ่กว่ากูเยอะเลย

 

            ขโมยของได้มั้ยช่วงนี้วิปช็อตตต

 

            และมันก็กำลังจะเดินเลี้ยวไปเปิดประตูเข้าบ้าน ผมเห็นแบบนั้นก็ตาโตรีบเดินไปรั้งแขนมันเอาไว้ แล้วลากมันให้ออกห่างจากหน้าประตู กันพี่แกชิ่งเข้าบ้านไป

 

            นี่ ๆ กูเอารูปเพื่อนกูมาแล้ว สวยหยดรับรอง มาดู ๆ ผมปล่อยแขนมันแล้วกำลังจะล้วงหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง แต่ในจังหวะนี้แหละที่พอไอ้กันมันเป็นอิสระ มันก็จะเดินเข้าบ้าน (น่าจะบ้านมันนะ) อีกรอบ ผมอ้าปากเหวอ มือนี่ปล่อยโทรศัพท์นอนตายอยู่ในกระเป๋าต่อไป พุ่งตัวเข้าใส่ร่างสูง กระโดดเกาะหลังมันเป็นลูกลิง มือกอดรอบลำคอมันไว้

 

            เฮ้ย!”

 

            “มึงหนีกูไม่ได้หรอกบอกเลย

 

            ลงไป!” มันกดเสียงเข้มดุใส่ผม หน้าตามันเป็นยังไงผมก็ไม่รู้หรอก ไม่อยากรู้ด้วยนะหื้อออ ไอ้กันพยายามจะสะบัดผมให้ตกลงมาจากหลังของมัน แต่ขอโทษนะเออ สกิลตีนตุ๊กแกกูเวลแม็กแล้ว มึงสะบัดยังไงกูก็ไม่มีหลุด

 

            มึงจะลงดี ๆ มั้ย

 

            “มึงจะคุยกับกูดี ๆ มั้ย ผมตีมึนถามกลับแบบไม่สนใจจะตอบมัน นี่ถ้าเป็นปกติเวลามีใครมันเกาะหลังเราเป็นลูกลิงแบบนี้เราก็ต้องช้อนตัวเขาเอาไว้กันเขาหล่นใช่ปะ แต่ไอ้กันแม่งไม่เลย นอกจากจะไม่ระวังผมหล่นแล้ว มันยังพยายามจะสะบัดทิ้งเหมือนหมาสะบัดเห็บ

 

            เดี๋ยว ๆ แล้วกูเป็นเห็บ?

 

            ไม่ลงใช่มั้ย เสียงโหดเสียงเข้มกูก็ไม่กลัว

 

            แน่นอนที่สุด~”

 

 

            พรึ่บ

 

 

            ตุบ!

 

 

            “โอ้ย! ก้นจ้ะก้น ผมซี้ดปากด้วยความเจ็บ อยู่ ๆ ไอ้หน้าโหดแม่งก็สะบัดผมอย่างแรงจนหล่นจากหลังของมันแบบสวยงาม ก้นกระแทกพื้นอย่างแรงสิครับงานนี้ มึงแม่งนิสัยเสีย

 

            และมันก็เพียงแค่ปลายตามองผมที่กองอยู่กับพื้น (ถัดไปอีกนิดเป็นกองขี้หมา เหี้ยเหอะ! ใกล้ไปมั้ยหื้อออ) ก่อนจะเดินไปไขกุญแจเปิดประตูเล็กเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ แล้วล็อกประตู ผมมองการกระทำของมันตาปริบ ๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้แม่งหนีกูไปซะแล้ว

 

 

            เหี้ยกัน!”

 

            มึงสิเหี้ย!!” มันสวนกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ดังกว่า ผมเผลอสะดุ้งตกใจ

 

            อย่าด่าเหี้ยสิ ไม่อาวววว~” ผมยกนิ้วชี้ส่ายไปมา ลุกขึ้นยืน ไอ้กันหยุดยืนมองตรงมาที่ผมด้วยสายตาที่โคตรจะเอือม แล้วมันก็กำลังหมุนตัวเดินเข้าไปที่ตัวบ้าน ผมกัดปาก เอาไงดีวะ หรือจะปีน? ประตูรั้วบ้านแม่งก็สูงฉิบหาย บ้านรวยก็งี้สาด ประตูเล็กแม่งก็ล็อกเรียบร้อยแล้วด้วย

 

            ไอ้กัน! มึงหยุดผมเดินเข้าไปชิดประตูรั้ว ตะโกนเรียกไอ้หยิ่งให้หันกลับมา

 

            “…”

 

            “กลับมาก่อน เฮ้ย! ไม่กลับมากูปีนนะสัด!”

 

            เรื่องของมึง มันหันกลับมาบอกอย่างไม่ใส่ใจ ประมาณว่ามึงอยากทำอะไรก็ทำ สายตาดุ ๆ มันมองประตูรั้วบ้านของตัวเอง คงจะกำลังคิดว่าสูงแบบนี้ผมไม่กล้าปีนหรอก

 

          เออ! มึงคิดถูก

 

            แต่เพราะแม่งนั่นแหละ คนอย่างผมตั้งใจทำอะไรแล้วทำจริงนะ ผมไม่ได้มาเล่น ๆ! สูดหายใจเข้าลึกเรียกกำลังใจที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยมี มือจับประตูรั้วไว้แน่นก่อนจะค่อย ๆ ปีนขึ้นไป โอ้ยขากูสั่นได้อีก

 

            เกือบจะลื่นหล่นลงไปหลายรอบละ ใจตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ เชียวมึง และพอขึ้นมาเอาขาพาดไปอีกฟากได้ผมก็หยุดนิ่ง เหงื่อนี่แตกพลัก ๆ อย่างน่าตกใจ

 

            อะไอ้กันเสียงสั่นไปไหนวะกู

 

            พี่ท่านไม่เหลียวแล เดินห่างออกไปอีก อยู่ข้างบนนี่วิวดีสาด สายลมและแสงแดดถุ้ยเหอะ! มันใช่เวลามั้ยไอ้วิป

 

            ไอ้กัน! เดี๋ยวก่อนมึง ผมตะโกนเสียงดังขึ้น ร่างสูงหมุนตัวกลับมาพร้อมกับสีหน้าหงุดหงิดสุดอารมณ์ ผมแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างหวาด ๆ ขานี่สั่นไม่หยุดเลย

 

            อะไรมึงอีก

 

            “มาช่วยกูก่อน กูลงไม่ได้!”

 

            ฉิบหายมั้ยล่ะกู ขึ้นมาได้ขนาดนี้แต่ลงไม่ได้ ก็แบบตอนขึ้นมันเห็นแต่วิวด้านบนช้ะ มันเลยไม่เท่าไหร่ แต่ตอนลงนี่ดิ สูงสัด ขานี่สั่นแล้วสั่นอีก ไอ้วิปทำใจกระโดดลงไปไม่ได้จริง ๆ นะเออ

 

            ลงไม่ได้มึงก็อยู่บนนั้นแหละสัด

 

            มะมึงอย่าใจร้ายดิ เร็ว ๆ รั้วบ้านมึงเชียวนะ ผมเร่งมัน คือกูก็ไม่อยากจะอยู่บนจุดสูงสุดนาน ๆ หรอกนะ ไอ้กันขยี้ศีรษะตัวเองแบบหงุดหงิดสุดพลัง ใบหน้าหล่อโหดมันอัพเวลโหดเพิ่มขึ้นอีกประมาณสามเวลได้

 

            โดดลงมา

 

            พ่อมึงดิ!

 

            “ถ้ากูกล้าโดดกูจะให้มึงมาช่วยทำส้นตีนอะไร สมองงงงงง~”

 

            งั้นก็เรื่องของมึง พูดแล้วจะหันเดินไปอีกรอบ

 

            เฮ้ย ๆๆ โอ๋เอ๋ ๆ อย่างอนน้า เดี๋ยวกูยอมให้มึงพาไปเลี้ยงติมเลย ช่วยกูก่อน กูเกร็ง ตะคริวจะแดกกูอยู่แล้วเนี่ย ร่างหนาถอนหายใจ เงยหน้าขึ้นมามอง ดวงตาฉายแววเอือมแบบโจ่งแจ้ง บางทีก็เก็บ ๆ ไว้บ้างนะพ่อคุณ

 

            โดดลงมา

 

            “มันสูงนะหื้อออ~”

 

            “เดี๋ยวกูรับ มันว่าอย่างเสียมิได้ ขยับเข้ามายืนใกล้ ๆ กับรั้วเพื่อที่จะรอรับผมที่กระโดดลงไป ผมอ้าปากค้างนิด ๆ ไม่คิดว่าคนอย่างมันจะมีน้ำใจ เอ้ย! ไม่ใช่ ๆ ไม่คิดว่ามันจะยอมช่วยขนาดนี้

 

            มึงต้องรับกูแบบสวยงามนะเว้ยผมกำชับ เกิดลงไปท่าไม่สวยกูเจ็บหนักขึ้นมานี่แย่เลยนา แต่ดูเหมือนว่าไอ้กันจะไม่ค่อยอินกับผมว่ะ มันเท้าเอว ทำหน้าบอกว่ามึงรีบ ๆ ลงมาสักทีเหอะอะไรประมาณนั้น

 

            ผมรวบรวมความกล้า ระงับขาตัวเองไม่ให้สั่น กะเอาแบบว่าโดดลงไปไอ้กันรับได้พอดี เหี้ย! โดดลงจากรั้วทำไมกูต้องใช้ความกล้ามากขนาดนี้วะ นี่โดดรั้วหรือล่าท้าผีเอาดี ๆ เลิกฮากลับมาจริงจังก่อน ผมสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วก็

 

            ตุบ!

 

 

            โอ้ย!” ไม่ ๆ ไม่ใช่เสียงผม

 

 

            มันเป็นเสียงของไอ้กัน ผมโดดลงมาโดยมีไอ้กันรอรับอยู่ด้านล่าง เป็นเรื่องราวดี ๆ กูไม่เจ็บเลยสักนิด ไอ้คนที่เจ็บคือคนที่ผมทับอยู่นี่ต่างหากล่ะ ผมยิ้มแหย เงยหน้ามองใบหน้าหล่อดุในระยะประชิด เผลอชะงักค้างไปกับความหล่อของพ่อคุณ

 

            ลุกออกไป หนัก!”

 

            โอเค~” เสียงอ่อนเสียงอ่อยแล้วลุกออกจากตัวของมัน เพิ่งสังเกตชัด ๆ ไอ้กันตัวใหญ่กว่าผมมากเลย มันรับผมไปเมื่อกี้นี่แบบแทบจะหายเข้าไปในตัวของมัน

 

            วุ่นวาย!” ร่างสูงลุกขึ้นยืนได้ก็อ้าปากด่าผมทันที ตวัดสายตาดุโหดใส่แบบจัง ๆ ผมตีเนียนเมินไปมองนกมองไม้ด้านข้าง อย่างน้อย ๆ ก็ดีกว่ามองตาดุ ๆ ของมัน

 

            เอาน่ามึง มันต้องแบบนี้แหละ ชีวิตถึงจะมีรสชาติ

 

            “ลองรสเลือดมั้ย

 

            “ฮ้อยยย~ เรารู้นายหวังดีกับเราอยากให้เราได้สิ่งที่ดีที่สุด แต่บางทีเราก็กลัวนายจะลำบากไรงี้ ขอรับไว้แค่น้ำใจก็พอ~” ผมยิ้มกว้างเดินเข้าไปตบแขนหนาของมันสองสามที พี่แกทำหน้าเอือมอีกรอบ เห็นบ่อยจังวะสีหน้าแบบนี้

 

            เอาล่ะ ด้วยความพยายามของกูทั้งหมด มึงมาคุยกับกูซะดี ๆ ผมเท้าเอวจ้องหน้าท่าทางจริงจัง ไอ้กันเลิกคิ้วก่อนจะถอนหายใจ แอ๊ะแอ๋~ แบบนี้แสดงว่ายอมคุยกับกูแล้วล่ะซี่~

 

            หมับ

 

            ฮะเฮ้ย! เดี๋ยว ๆๆผมร้องเสียงดังเมื่ออยู่ ๆ ร่างสูงตรงหน้าก็คว้าหมับเข้าที่คอเสื้อด้านหลังของผม จัดการลากผมมาที่ประตูเล็ก ไขกุญแจแล้วผลักผมออกมา หน้าเกือบทิ่มแน่ะพ่อคุณ

 

            ไปไกล ๆ หน้า

 

            เพี้ยะ!

 

            สลิด!

 

            โยนออกมาอย่างเดียวไม่ว่า ยังมีการมาตบหน้าผากผมอย่างแรงไปอีกหนึ่งทีด้วย แล้วมันล็อกประตูเดินไปแบบไม่หันกลับมามองเลยสักแอะ คราวนี้จริงจัง มันเดินหายเข้าไปในตัวบ้านแล้ว

 

            ผมแยกเขี้ยวตามหลังมันไป มันก็ไม่มีทางเห็นหรอก แต่ผมอยากระบายอารมณ์ วันนี้กูมานี่กูได้อะไรวะ

 

          ออได้มาหนึ่งเพี้ยะ ไอ้ห่านจิก!

 

 

 

………………………………

 

 

 

            หลังจากวันนั้นที่มันโยนผมออกมาจากบ้านทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะเข้าไปเหยียบได้ไม่ถึงสามนาที ผมก็ตั้งมั่นเอาไว้ว่าจะบุก คนเราต้องพยายามเข้าไว้ จะทำการใหญ่ใจต้องนิ่ง

 

            ผมกลับมาที่บ้านของมันอีกครั้ง ชะเง้อมองเข้าไปข้างใน และวันนี้!! วันนี้แหละวันของกู วะฮะฮ่า ไม่ต้องเสียเวลาปีนรั้วให้เมื่อย แหมะกูก็อุตส่าห์ไปนั่งคิดนอนคิดท่าปีนมาใหม่ กะว่าต้องใช้ชัวร์ ๆ เลยนะเนี่ย แต่ก็นะวันนี้วันของกู ประตูรั้วเปิดอ้ากว้างเหมือนกับว่าพร้อมต้อนรับผมแบบสุด ๆ

 

            ผมชะเง้อมองเข้าไป ก็เจอเข้ากับคุณลุงคนหนึ่งที่กำลังเอาต้นไม้ลงอยู่ ขะมักเขม้นมากเห็นแล้วอยากเข้าไปช่วยจริง ๆ ผมยืนคิด จะทำอะไรคนเราก็ต้องใช้ความคิดเว้ย เรื่องแบบนี้เราต้องประเมินสถานการณ์

 

            บ้านมันก็หลังใหญ่โต แต่ไอ้กันมันไม่เห็นจะขับรถเลย เผลอ ๆ มันอาจจะนั่งรถเมล์ไปเรียนแบบผมก็ได้นะ ชีวิตติดดินสุด ๆ ส่วนผมติดแบบลงไปคลุกเลยล่ะอะหื้อออ

 

            จากการที่ไอ้กันมันเป็นคนง่าย ๆ แบบนั้น คุณลุงคนนี้ต้องเป็นพ่อของมันชัวร์ไอ้วิปมั่นใจ!!

 

            ผมเห็นมาเยอะละ เป็นเจ้าของบ้านแต่ชอบทำตัวเหมือนคนสวน แล้วคนก็จะเข้าใจผิดกันบ่อย ๆ ว่าเนี่ยแหละคนสวน ใครจะคิดว่าคนที่เห็นนั่งปลูกต้นไม้อยู่จะเป็นเจ้าของบ้าน

 

            กูนี่ไง! กูคิด!

 

            มั่นหน้ามั่นนมเข้าไว้ (ยืมไอ้นานามาสักแวบ) เดินเข้าไปทักคุณลุง (พ่อไอ้กันชัวร์ ๆ) แบบคนมารยาทดี

 

            สวัสดีครับลุง

 

            “อ่า สวัสดีครับ เอ่อมาไงเนี่ย ลุงแกหันมามองแบบงง ๆ อย่างงงดิเฮ้ยลุงคนกันเอง เนี่ย ๆ ลูกลุงก็เพื่อนผม สนิทกันมากอย่าบอกใคร

 

            ก็เดินเข้าประตูมาไงครับ หูยยย อย่ามองกันด้วยสายตาแบบนั้นสิครับคนกันเอง~” งานตีซี้ต้องมานะเออ ลุงแกก็ยังหน้าเหวอ ๆ อยู่เลยเอาจริง ไม่รู้ว่าแอบคิดไปว่าผมเป็นโจรไรงี้เปล่า แต่คงไม่หรอก โจรบ้านไหนเดินเข้าประตูดี ๆ แบบกูวะ

 

            ผมเพื่อนไอ้กันครับ

 

            “อ๋อออ…”

 

            “หูยยย สนิทกันมากนะครับลุง ซี้อย่างงี้ผมยกนิ้วโป้งประกอบท่าทาง เข้าทางพ่อไว้ก่อนจะได้เข้าบ้านมันง่ายขึ้นหน่อย แต่ลุงแกดูไม่อินกับผมว่ะ ทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่องั้นแหละ ผมจริงใจ มองตาผมสิ

 

            ใครสนิทกับมึง

 

 

            หืมมม

 

            โอ้ววว พ่อคุณทูนหัว (ของไอ้นานา) มันโผล่มาแล้ว มาแบบแซ่บเชียวนะมึง กลัวเช้าบ้านเขาไม่รู้หรือไงว่ามึงหุ่นดีน่ะ แหมๆ เล่นโชว์กล้ามหน้าท้องโชว์ซิกซ์แพ็กแบบนั้นน่ะ โด่ว! กูก็อยากจะโชว์เหมือนกัน แต่กูกลัวมึงอาย

 

            ของกูแพ็กเดียว วินกว่าเยอะ ฟายยย!

 

 

            “ว่าไงเพื่อนรัก ลงมาต้อนรับกูเองเลยเหรอ แหมะซึ้งใจ ๆ นี่กูกำลังคุยกับพ่อมึงอยู่เลยผมเนียน ๆ เข้าไปตบไหล่กว้างของมัน อิจฉาตาร้อนผ่าว ๆ ไอ้ห่า แขนแน่นมาก กล้ามเน้น ๆ พ่อมึงเลี้ยงมึงด้วยอะไรวะ

 

            พ่อกู? ไอ้กันเลิกคิ้วไม่เข้าใจ มันเหมือนจะถามว่าไหนล่ะพ่อกู

 

            ลูกเหี้ย พ่อยืนหัวโด่อยู่นั่นมึงยังทำหน้าเหมือนไม่รู้ว่าใครพ่อ

 

            ก็นี่ไงผมชี้นิ้วไปที่ลุงด้านหลัง ไอ้กันทำหน้าเอือมทันที ถอนหายใจใส่ผม ดีคราวนี้หน้าม้ากูไม่ปลิว แล้วก็พูดออกมา เป็นคำพูดที่ทำให้ผมอ้าปากค้างเหวอหนักจัดเต็ม

 

            นั่นลุงชม คนสวน

 

            “หะ!!”

 

            แสสสส ที่พื้นนั่นอะไร เศษหน้ากูหรือเปล่า เหี้ยยยยย~

 

 

100 %

 

 

_____________________________________

 

นุ้งวิปนี่นอกจากจะบ้าๆ เอ๋อๆ แล้วมันจะมโนเก่งอีกด้วยจ้า ถถถถถ

แต่งเรื่องนี้แล้วชอบ เกรียนได้เต็มที่ อะหื้ออออ

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น