รัตติธาดา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Prince of devil (จบตอน)

คำค้น : พระเอกหล่อ นางเอกแซ่บ รักสามศร้า สืบคดี ดราม่า ตลก คอมเมดี้ โรแมนติก

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 12

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ส.ค. 2562 10:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Prince of devil (จบตอน)
แบบอักษร

         หลังที่เราสองคนเดินกันอยู่นาน เราก็เดินกันมาจนถึงคอนโดฯกลางเมืองที่ทั้งสูงและสวยมากๆเลยทีเดียว บริเวณโดยรอบก็ถูกจัดแจงประดับประดาด้วยต้นไม้ดอกไม้นานาชนิดทำให้อากาศบริเวณนี้ค่อนข้างที่จะสดชื่นและน่าอยู่เอามากๆถึงแม้ว่าจะตั้งอยู่ใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันมากมายก็ตาม โอ้วววว อะเมซิ่ง!! สุดยอดไปเลยอะค่ะ ถ้าฉันได้อยู่ในที่แบบนี้น่ะฉันคงจะมีความสุขไม่น้อยเลยล่ะค่ะแต่น่าเสียดายที่เงินเดือนอย่างฉันแค่คิดก็ไกลไปเป็นทศวรรษแล้วล่ะค่ะ

              และตอนนี้เองฉันกับนายออกัสก็เดินมาจนถึงหน้าลิฟต์แล้วและยิ่งไปกว่านั้นคือตอนนี้มีแต่ผู้คนมากมายพากันหยุดยืนดูเราสองคนแล้วพูดกันไปต่างๆนานา ฉันล่ะอยากจะบ้าตายจริงเชียวแต่ทำไมคนดังระดับหมอนี่ถึงไม่แคร์สื่อหรือแคร์สายตาใครเลยแบบนี้ล่ะ โอ้ววว ช่างน่านับถือดีแท้

“นี่นายไม่คิดจะปล่อยมือฉันเลยรึไง” ฉันตัดสินใจถามออกไปหลังจากที่เงียบอยู่นานจนน้ำลายเริ่มจะบูดแล้วในขณะที่เรากำลังก้าวเท้าเข้ามาในลิฟต์และประตูลิฟต์ก็ถูกปิดลงโดยมีแค่เราสองคนอยู่ข้างใน

“ทำไม??” เอ๊ะ! อีตานี่หนินายไม่เห็นสายตาของคนพวกนั้นรึไงกันย่ะ นายไม่แคร์แต่ฉันแคร์ย่ะ

“ก็ดูสิคนอื่นน่ะเค้าพากันมองเราเต็มเลยอีกอย่างนายก็เป็นดาราไม่ใช่รึไงนายไม่กลัวเสียชื่อเสียงหรือกลัวว่าจะมีข่าวกับฉันเลยเหรอ” ก็ขนาดฉันไม่ใช่ดาราฉันยังกลัวเลยอ่าแล้วนายนี่เป็นดาราจะไม่กลัวบ้างเลยรึไงจริงมั้ย??

“ฮึ! แล้วทำไมฉันต้องแคร์สายตาพวกนั้นด้วยล่ะ เธอแคร์รึไงกัน” นายออกัสหันมาถามฉันได้อย่างหน้าตายเป็นที่สุด

“แหงสิ ฉันเองก็มีพ่อมีแม่นะยะจะให้คนเค้าพากันมองแล้วก็เอาไปนินทาเล่นแบบนี้ได้ไงกันเล่า” ฉันพูดความจริงใช่มั้ยค่ะก็คนเราทุกคนก็มีพ่อมีแม่กันหมดแล้วถ้าเกิดว่าโดนนินทาแบบนี้ถ้าพ่อแม่ได้ยินจะรู้สึกยังไงจริงมั้ยค่ะ

“ฉันก็ไม่ได้ว่าเธอไม่มีพ่อไม่มีแม่หนิ แล้วการถูกนินทาก็เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์อยู่แล้วด้วย” เออ มันก็จริงนะแต่ให้โดนมองขนาดนี้มันก็ไม่ไหวอะ

“0oO!!” นี่คือน่าตาที่ไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยินของฉันเอง

              เอ้! จะว่าไปว่ามาหมอนี่ก็ดูดีเหมือนกันแฮะยิ่งดูใกล้แบบนี้ก็ยิ่งหล่อแล้วยิ่งพูดอะไรดีๆมีสาระแบบนี้ก็ยิ่งทำให้ดูเป็นผู้ใหญ่มากๆเลยอะแต่น่าเสียดายที่เวลาซาตานเข้าสิงทีไรอย่าว่าแต่ความคิดเป็นผู้ใหญ่เลยแค่ความคิดที่จะเป็นคนดีฉันว่านะยังแทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำไป

“ฮึ ฮึ ฮึ เห็นมั้ยล่ะตอนนี้เธอเองก็คงจะกำลังนินทาฉันอยู่เหมือนกันแหละ” เฮ้ย! หมอนี่มันเป็นหมอดูรึเปล่าเนี่ยถึงได้รู้ว่าเรากำลังนินทาเขาอยู่อะ

“เปล่าซะหน่อย นายไปเอาอะไรมาพูดฉันยังไม่ได้ว่าอะไรนายเลยซักคำ” ฉันเฉไฉ

“โอเคๆ เธอไม่ได้พูดแต่แค่คิดในใจใช่มั้ยล่ะ” ยัง ยังไม่รีบคำนับนายออกัสเป็นอาจารย์อีกนะนังพริกแกงดูดิรู้แม้กระทั่งว่าคิดในใจ

“นี่นายอ่านใจฉันได้รึไงกันถึงรู้ว่าฉันคิดอะไรอะ” ฉันถามกลับแบบอึ้งๆที่หมอนี่รู้ทัน

“เปล่าหรอก ฉันแค่ดูจากสีหน้าของเธอตอนนี้เอาน่ะ ดูสิว่ามันกำลังฟ้องฉันว่าเธอกำลังคิดว่าฉันเป็นหมอดูรึเปล่าใช่มั้ยล่ะ” โอ้ววว สุดยอดเลยค่ะท่านอะไรมันจะฟ้องได้ตรงเพ่งขนาดนี้เนี่ย

“เอ่อ...แล้วนี่เรากำลังจะขึ้นลิฟต์ไปที่ไหนกันเหรอ มันนานแล้วนะลิฟต์ค้างปะเนี่ย” ในเมื่อปล่อยให้หมออ่านสีหน้าท่าทางต่อไปไม่ได้ฉันเลยต้องหาเรื่องอื่นมาคุยแทน

“ปากเสียจังนะเธอน่ะ ฉันกำลังจะพาเธอไปคอนโดฯของฉันเองแหละ ถามทำไม??” ฉันเปล่าปากเสียย่ะแค่พยายามหาเรื่องพูดแค่นั้นเอง ส่วนที่ถามก็เพราะว่าอยากรู้ย่ะ

              และแล้วบทสนทนาก็จบลงแค่นี้เพราะฉันไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ส่วนนายออกัสเองก็ยังคงเงียบอยู่เช่นเดิมเลยทำให้ทุกอย่างเงียบสงบอย่างไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะปกติแล้วถ้าฉันไปปรากฏตัวอยู่ที่ไหนความเงียบก็จะหายไปจากที่นั่นทันที

 

              ในที่สุดประตูลิฟต์ก็เปิดออกโดยมีตัวเลขที่ถูกพ้นเป็นสีดำเงางามติดอยู่ฝั่งตรงข้ามเพื่อบอกตำแหน่งชั้นว่าตอนนี้เรากำลังยืนอยู่บนชั้น 44 ถึงว่าล่ะฉันไม่แปลกใจเลยซักนิดว่าทำไมมันถึงนานปานนี้ ฉันเดินตามนายออกัสไปเรื่อยๆและก็มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูบานใหญ่ที่มีตัวเลขติดไว้เพื่อแสดงว่านี่คือห้อง 4409 ว้ากก อย่าบอกนะว่านี่เรามาถึงกันแล้วอะ แปบนะ แปบนึงนะ ฉันขอทำใจนิดนึงเพราะตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยเข้าไปในคอนโดฯส่วนตัวของผู้ชายคนไหนเลยแม้กระทั่งท่านผบ.สุดที่รักของฉันฉันก็ยังไม่เคยเลยอ่า

              หลังจากที่นายออกัสปล่อยมือฉันแล้วล้วงเข้าไปหยิบอะไรบางอย่าในกะเป๋ากางเกงของเขาซักพักนึงประตูก็ถูกเปิดออกเผยให้เห็นถึงบรรยากาศและการตกแต่งภายในห้องรับแขกที่ถูกจัดวางข้าวของอย่างเป็นระเบียบหรูหราและสวยงามตามแบบของละตินอเมริกัน นอกจากนั้นข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างตั้งแต่โซฟา หมอนอิง พรม โต๊ะหรือแม้กระทั่งแจกันทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นของแบรนด์เนมซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นไฮโซของตัวเจ้าของห้องได้เป็นอย่างดี

“นั่งสิ กลัวรากงอกรึไง” อ้ากกกกก อีตาบ้าคนเค้ากำลังฝันหวานกับบรรยากาศเพลินๆเลยดันมาทำลายซะได้ดูดิ

“ฉันกำลังฝันหวานกับบรรยากาศอยู่ตะหากละยะ” ฉันว่าก่อนจะนั่งลงบนโซฟา

“เพ้อเจ้อล่ะสิไม่ว่า” เอาอีกแล้วนะย่ะ หมอนี่ว่าฉันอีกแล้วนี่นายจะไม่คิดที่จะพูดจาไพเราะๆกับสุภาพสตรีอย่างฉันมั่งเลยรึไงกันย่ะ

“ฉันยอมรับว่าบางครั้งฉันอาจจะดูเพ้อเจ้อไปบ้างแต่อย่างน้อยฉันก็ไม่เคยทำให้ใครเสียใจหรือเดือดร้อนเพราะฉันเลยซักครั้งเดียว” ฉันพูดไว้แค่นั้นก่อนจะเดินออกไปที่นอกระเบียงเพื่อรับลมและหนีจากสถานการณ์ตอนนี้

              บทสนทนาของเราสองคนจบลงแค่นั้นก่อนที่ทั้งฉันและนายออกัสต่างก็พากันเดินไปคนละทางโดยที่ฉันเดินออกไปนอกระเบียงส่วนตัวเขาก็เดินเข้าไปในห้องนอนและต่างฝ่ายต่างก็ใช้เวลาเป็นส่วนตัวกับเรื่องของตัวเองโดยไม่มีใครสนใจใครเลยและไม่มีเลยแม้กระทั้งบทสนทนาหรือเสียงอะไรจากทั้งสองคนอีกเลย

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น