เด็กหญิงเย็นชา

หลงเข้ามารึเปล่าไม่รู้ แต่ก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคร๊าาาา

Re : 2 สิ่งมีชีวิตในร่างกาย

ชื่อตอน : Re : 2 สิ่งมีชีวิตในร่างกาย

คำค้น : mpreg ตบจูบ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 48.7k

ความคิดเห็น : 46

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ม.ค. 2560 02:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Re : 2 สิ่งมีชีวิตในร่างกาย
แบบอักษร

2

สิ่งมีชีวิตในร่างกาย

 

      สามเดือนผ่านมาชีวิตของนักศึกษาจบใหม่ของขนมผิงก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ หน้าท้องที่เคยแบนราบเริ่มป่องนูนขึ้นมาเรื่อยๆราวกับคนลงพุง ขนมผิงไม่กล้าที่จะออกจากบ้าน ไม่กล้าแม้แต่จะออกจากห้องของตัวเองด้วยซ้ำหากไม่จำเป็น เพราะกลัวว่าจะถูกมองเป็นตัวประหลาด

                ร่างสูงโปร่งยืนจ้องมองป้ายหลุมศพของพี่สาวในสุสานด้วยแววตาอันเศร้าสร้อย เขาไม่อยากจะคิดว่าหากคนที่จะต้องจากโลกนี้ไปในวันแรกที่ลืมตาขึ้นมาคือตัวเขามันคงจะดี เขาจะได้ไม่ต้องแบกรับความอัปยศที่เกิดขึ้นกับตัวเองให้รู้สึกราวกับถูกฝังทั้งเป็น

                หลังจากที่ศักดิ์ศรีถูกบดขยี้ด้วยน้ำมือของปิญญ์ชานนท์ ในวันที่เขาก้าวเข้าไปในพื้นที่ของอนันตไพลินเพียงเพื่อจะไปบอกคนคนนั้นเรื่องลูกในท้อง เขาได้เรียนรู้งานจากเลขาคนสนิทของบิดาทีละเล็กทีละน้อยจนเริ่มเข้าใจของระบบงานภายในของมณีรัตน์มากขึ้น

                การนั่งอ่านเอกสารอยู่แต่ในบ้าน ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆยังไม่ยากเท่ากับอาการแพ้ท้องที่กำเริบอยู่เป็นระยะ ขนมผิงต้องพยายามปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตที่ไม่เคยรอบคอบของตัวเองให้ดียิ่งขึ้นเพื่อสิ่งมีชีวิตที่ฝังตัวอยู่ในท้องถึงสิ่งๆนั้นเขาจะไม่เคยต้องการก็ตาม

                ฝ่ามือผอมลูบลงบนผิวท้องผ่านเสื้อตัวคลุมด้วยความรู้สึกหวงแหน ดวงตาสีโศกหลุบตามองป้ายหลุมศพเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเช็ดหยดน้ำตาที่ซึมออกมาที่หางตา

                “ผิงกลับก่อนนะพี่เมไว้ผิงจะมาใหม่ขนมผิงบอกลา

                “จะไปไหนต่อดีครับคุณผิงลุงแม้นคนขับรถของบ้านหันมาถาม

                “ไปห้างที่อยู่ใกล้คอนโดครับขนมผิงยิ้มบางให้ลุงแม้นก่อนจะตอบ

                “แปลกนะครับ ปกติไม่เห็นคุณผิงเดินเล่น

                “ผิงนัดเพื่อนไว้ครับลุงแม้น

                เพื่อนรุ่นพี่ที่ไม่เชิงว่าเป็นเพื่อน ขนมผิงมีความรู้สึกดีต่อคุณวุฒิมากกว่าคนอื่นๆเพราะคุณวุฒิปฏิบัติต่อเขาแตกต่างจากคนอื่นๆอย่างสิ้นเชิง แม้ว่าเขาจะเป็นลูกของผู้หญิงที่ถูกประณามจนชีวิตพังยับเยินไม่เหลือชิ้นดี มีแค่คุณวุฒิเท่านั้นที่ยังคงดีกับเขาและคอยอยู่เคียงข้างเขามาตลอด จนระยะเวลาสามเดือนที่ผ่านมาหลังจากที่ย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังใหม่ ความสะดวกสบายและชีวิตราวกับว่าถูกเปลี่ยนเป็นคนละคน

                เขาตัดสินใจที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ลบล้างความทรงจำอันเลวร้ายเพื่อก้อนเนื้อที่กำลังเติบโตอยู่ในร่างกาย ขนมผิงยอมตัดแม้กระทั่งความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนรุ่นพี่และคนอื่นๆรอบตัว แต่จนแล้วจนรอดคุณวุฒิก็ได้เบอร์เขามาจากเพื่อนสนิทของเขาคนหนึ่งที่บังเอิญเจอแม่ของเขาเมื่อเดือนที่แล้ว

                คุณวุฒิเป็นฝ่ายโทรมาตัดพ้อแล้วคะยั้นคะยอให้ขนมผิงออกมาเจอ ซึ่งแน่นอนว่าตัวเขาเองก็อดไม่ได้ที่จะตกลงตามคำเรียกร้องของอีกฝ่ายเพียงเพราะความรู้สึกลึกๆที่อยู่ภายในผลักดันให้ตอบรับคำเชิญ

                ขนมผิงก้าวเข้าไปในร้านอาหารที่นัดกันเอาไว้ ทันทีที่ฝ่ายที่นั่งรออยู่ก่อนหน้าเงยหน้าขึ้นมา รอยยิ้มปิติก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้านั้นทันที ดวงตาภายใต้กรอบแว่นระยิบระยับราวกับเด็กที่พึ่งจะได้ของเล่นใหม่ที่ถูกใจ

                “นั่งสิผิงคุณวุฒิรีบลุกขึ้นมาเลื่อนเก้าอี้ให้อย่างเอาใจ

                “รอนานไหมครับ

                “ไม่เลย พี่เองก็พึ่งมาคุณวุฒิตอบถึงแม้ว่าตัวเขาเองจะมาก่อนเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง

                “สั่งอาหารเลยไหมครับ คงจะหิวแย่

                ขนมผิงส่งยิ้มให้ ดวงตาสีโศกดูเปร่งประกายขึ้นมาเล็กน้อย จากเดิมที่มีเพียงความเศร้าฉายอยู่ในแววตาตลอดเวลา เขาจ้องมองเพื่อนรุ่นพี่แย้มยิ้มให้กับพนักงานอย่างเป็นมิตรและสั่งเมนูอาหารหลายอย่างที่เขาชอบอย่างรู้ใจ

                “มองอะไร นี่พี่ยังไม่ได้คิดบัญชีที่ผิงหายไปสามเดือนโดยไม่ติดต่อพี่มาเลยนะคุณหมอหันมาบ่นอุบคล้ายกำลังดุคนไข้ที่ไม่มาตามนัด

                “ผิงย้ายบ้านน่ะคำถามข้อแรกขนมผิงตอบไปตามความจริง

                “แล้วทำไมถึงไม่โทรติดต่อพี่บ้างเลยล่ะ อย่างน้อยก็ให้พี่ไปช่วยขนของบ้างก็ได้นี่

                “โทรศัพท์ผิงหายแล้วผิงก็จำเบอร์ใครไม่ได้เลย อีกอย่างใครจะไปกล้าใช้คุณหมอมายกของล่ะครับ คนไข้รู้เข้าล่ะก็ต่อว่าผิงแย่ขนมผิงยิ้มทั้งที่คำตอบที่เพิ่งจะตอบไปเป็นคำโกหกเกือบแทบทั้งหมด

                “ช่างเถอะ ว่าแต่ทำไมช่วงนี้อยู่ดีกินดีหรือว่าอะไรกันนะ ทำไมพี่ถึงได้รู้สึกว่าผิงดูมีเนื้อมีหนังขึ้นมากกว่าครั้งสุดท้ายที่เจอกัน หรือว่ายังไม่ได้ทำงานแล้วกินนอนตีพุงอยู่บ้าน

                “ก็ประมานนั้นแหละครับ รู้ทันผมทุกทีสิน่า

                ขนมผิงแสร้งเออออยกมือขึ้นกุมท้องตัวเองเพราะกลัวว่าคุณวุฒิจะสังเกตเห็น ใบหน้าขาวสะอาดเริ่มซีดเผือดด้วยความระแวง

                “ให้พี่ช่วยให้พ่อพี่ฝากงานให้เอาไหมครับ

                “มะ ไม่เอา!!”เพราะมันคงไม่พ้นอะไรที่เกี่ยวข้องกับอนันตไพลินแน่ ขนมผิงปฏิเสธออกไปทันที

                “เป็นอะไรรึเปล่าครับ หน้าซีดๆไปนะคุณหมอเด็กมือใหม่ยกมือข้ามโต๊ะทาบลงมาบนหน้าผากมน

                “มะ ไม่เป็นไรครับ อาหารมาแล้วกินกันดีกว่าขนมผิงเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเมื่อหัวใจที่อยู่ในอกมันกำลังเต้นระรัวด้วยความดีใจที่อีกฝ่ายนั้นเป็นห่วงตน

                “กินเต็มที่เลยนะครับมื้อนี้พี่เลี้ยงเอง ฉลองที่ได้เจอกันหลังจากไม่ได้เจอกันมาตั้งสามเดือน

                “ครับๆ จ่ายไม่ไหวอย่ามาบ่นใส่ผมนะขนมผิงเบ้ปากเล็กๆประชดใส่พ่อบุญุทุ่ม

                จนอาหารจานสุดท้ายที่สั่งไปยกมาเสิร์ฟจนครบ ความรู้สึกคลื่นเหียนอยากจะอาเจียนก็กำเริบขึ้นมาเมื่ออาหารจานเนื้อที่เป็นเมนหลักวางลงบนโต๊ะ

                “ผิงเป็นอะไรรึเปล่า ดูสีหน้าท่าทางไม่ดีคุณวุฒิทักด้วยท่าทีตกใจเมื่อเห็นว่าขนมผิงมีท่าทางคล้ายกำลังจะอาเจียนออกมา

                “นะ เนื้อครับ เอาเนื้อออกไปทีผิงเหม็น

                “โอเคครับ เดี๋ยวพี่สั่งให้พนักงานเอาออกไปให้คุณวุฒิรีบหยิบจานเนื้อส่งให้พนักงาน

                เมื่ออาหารจานเนื้อที่มักจะคลื่นไส้ทุกครั้งที่อาเจียนถูกยกออกไป ขนมผิงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

                “ไม่เป็นอะไรแล้วนะครับ

                “ขอโทษนะครับที่ทำให้พี่วุฒิลำบาก

                “ไม่เลย พี่ไม่ลำบาก มีแต่ผิงที่เหมือนจะอาการไม่ค่อยดีเท่าไร พี่ว่าไปหาหมอดีกว่าไหม

                “ไม่ ไม่ไปครับ!!”ขนมผิงเผลอพูดออกมาเสียงดังจนโต๊ะที่อยู่ด้านข้างหันมามอง อะ เอ่อ ผมหมายถึงจะไปทำไมในเมื่อพี่วุฒิก็เป็นหมอ

                “นั่นสินะ แต่ถ้าพี่ไม่รู้ว่าผิงเป็นผู้ชายพี่คงวินิจฉัยว่าผิงท้องไปแล้วคุณวุฒิตอบ ซึ่งนั่นก็ทำให้ขนมผิงกำมือเล็กๆด้วยความอึดอัดใจกับสิ่งที่ปกปิดเอาไว้

                “ผมเป็นผู้ชายจะท้องได้ยังไงกันผมขนมผิงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น

                “ดูทำหน้าเข้า พี่แค่ล้อเล่นน่ะ

                “ช่างเถอะครับ กินกันดีกว่าผิงหิวไส้จะขาดอยู่แล้ว

                “ทำเป็นหิวไป กินจนอ้วนขนาดนี้แล้ว

                “ใครบอกว่าอ้วน ก็แค่กินดีอยู่ดีขนมผิงตัดบท กลับมายิ้มให้คุณหมออีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับเป็นร้อยยิ้มที่แสร้งยิ้มออกมาเพื่อปิดบังสิ่งที่หลบซ่อนอยู่ในใจ

 

                “ดูสิว่าฉันเจอใคร ไม่ยักรู้ว่านายสองคนยังติดต่อกันอยู่

                ผ่านไปได้สักพักที่จัดการกับอาหารตรงหน้า จู่ๆเสียงทักทายของบุคคลที่สามก็ดังเหนือขึ้นไปทำให้ขนมผิงเงยหน้าขึ้นมามอง

                ความรู้สึกที่ราวกับถูกน้ำเย็นจัดสาดซัดจนร่างกายชาดิกถาโถมเข้ามากัดกิน ช้อนที่อยู่ในมือร่วงหล่นกระทบจานข้าวเสียงดัง ฝ่ามือผอมเกาะกุมท้องตัวเองด้วยความหวงแหนแทบจะทันทีเมื่อสายตาดูแคลนนั้นเหยียดมองมาที่ตน

                “มาทานที่นี่เหมือนกันเหรอครับพี่ปิญญ์ ว่าแต่เดหลีล่ะได้มาด้วยกันรึเปล่าครัลคุณวุฒิถามถึงคู่หมั้นคู่หมายของญาติผู้พี่

                “ไปเข้าห้องน้ำน่ะ อีกเดี๋ยวก็คงตามมา ว่าแต่เปลี่ยนไปมากเลยนะขนมผิง เปลี่ยนเปลี่ยนไปจนฉันเกือบจะจำแทบไม่ได้

                ปิญญ์ชานนท์ก้มตัวลงมา จงใจเรียกชื่อของเขาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและดูถูกจนฝ่ามือที่กำลังกุมท้องอยู่สั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมได้

                ขนมผิงไม่ตอบโต้อีกฝ่าย แต่เลือกที่จะเบือนหน้าหนีเรียกให้ชายหนุ่มหน้าชาเมื่อถูกปฏิเสธการพูดคุยทั้งที่ตนเป็นฝ่ายชวนคุยก่อน เดือดร้อนคุณวุฒิต้องรับแก้ต่างแทนให้

                “พอดีผิงเขาไม่สบายน่ะครับ

                “อ้อ งั้นเหรอ ไม่สบายเป็นอะไรล่ะถึงได้กุมท้องซะแน่นขนาดนั้นปวดหัว ตัวร้อนหรือว่า ‘ท้อง’ กันล่ะ

                “คุณปิญญ์!!”ขนมผิงปรามเสียงดังเมื่อปิญญ์ชานนท์พูดคำต้องห้ามขึ้นมาแทงใจดำ

                “เป็นอะไรไป เรียกฉันซะเสียงดังเชียว ฉันแค่จะบอกว่าท้องเสียน่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันไม่กวนแล้วล่ะ กินกันให้อร่อยล่ะ หวังว่าเราคงจะได้เจอกันในอีกเร็ววันนะขนมผิง

                พูดจบปิญญ์ชานนท์ก็เหยียดยิ้มร้ายส่งมาให้อีกครั้ง ก่อนจะเดินจากไปเมื่อเห็นว่าคู่หมั้นสาวสวยของตัวเองเดินเข้ามาภายในร้าน

                “ว่าแต่อิ่มรึยัง กินไปตั้งเยอะแล้วคุณหมอแซวเมื่ออาหารส่วนใหญ่จะตกไปอยู่ในจานของขนมผิงเสียหมด

                “ยังครับ ยังได้อีกเยอะขนมผิงยิ้มตอบทั้งที่ใจยังคงนึกถึงแต่รอยยิ้มเหยียดหยามของปิญญ์ชานนท์

                “กินเยอะระวังจะท้องแตกเอานะครับ

                “ไม่กลัวหรอกครับ มีหมอคนเก่งอยู่ทั้งคนแสร้งตอบอย่างเป็นปกติ แต่มือก็ยังคงกอบกุมอยู่ที่ท้องของตัวเองด้วยความหวาดระแวง เพราะกลัวว่าคนเลวอย่างปิญญ์ชานนท์จะมาแย่งลูกที่อยู่ในท้องไป

คุ่นบทกุหลาบซ่อนหนาม.jpg               

               

 

                “ให้พี่ไปส่งนะครับคุณวุฒิบอกพลางจับมือขนมผิงอย่างเคยชินขณะเดินออกมาจากโรงหนัง

                “เดี๋ยวผิงกลับเองก็ได้ รบกวนพี่วุฒิเปล่าๆ อีกอย่างมันก็คงละทางกันด้วย

                “ให้พี่ไปส่งเถอะนะ ได้เห็นบ้านใหม่ของผิงด้วย พี่จะได้วางใจว่าเวลาที่ผิงหายไปพี่จะได้ไปตามถูก

                “ก็ได้ครับก็ได้ ตามใจคุณหมอ

                สุดท้ายก็ตามใจลูกอ้อนปล่อยให้คุณวุฒิไปส่งจนได้ แต่สถานที่ที่ให้คุณวุฒิไปส่งนั้นไม่ใช่บ้านที่เขากำลังอยู่ ไม่ใช่บ้านมณีรัตน์หลังใหญ่ที่เพิ่งจะย้ายเข้าไป แต่กลับเป็นคอนโดห้องใหญ่ที่ผู้เป็นพ่อซื้อเอาไว้เมื่อนานมาแล้วเพื่อเอาไว้พักผ่อนเวลาที่เลิกงานดึกแล้วไม่อยากขับรถกลับบ้านไกลๆ

                “ผิงอยู่ที่นี่เหรอคุณวุฒิถามทันทีเมื่อขับรถมาจอดเบื้องหน้าตึกคอนโดหรูใจกลางเมืองด้วยความประหลาดใจ

                “ครับ ที่นี่พ่อเป็นคนซื้อให้แม่จงใจใช่คำพูดให้ดูกำกวมให้คุณวุฒิคิดว่าพ่อที่ว่าคือผู้ชายคนใหม่ของแม่อย่างที่คนอื่นชอบคิดกัน

                “น่าอยู่กว่าเดิมเยอะเลย ว่าแต่เจ้าของบ้านจะใจดีเชิญพี่ขึ้นไปกินน้ำกินท่ารึเปล่านี่สิ พี่ก็รอฟังคำเชิญอยู่

                “ถึงจะออกปากไล่ก็คงไม่ยอมไปง่ายๆใช่ไหมล่ะครับ แต่บอกไว้ก่อนนะว่านอกจากน้ำแล้วไม่มีขนมหรืออย่างอื่นให้กินแล้วขนมผิงยิ้ม

                “ครับๆ พี่เป็นคุณหมอเด็กไม่ใช่เด็กนะครับจะได้ร้องขอขนม

                “ผิงไม่ยักจะมองเห็นความแตกต่าง

                “เอาเข้าไป เอาเข้าไปคุณวุฒิประชดเดินตามเจ้าของบ้าน

                มือผอมกดรหัสลงบนแป้นตัวเลขหน้าประตูสามสี่ครั้งจนเสียงปลดล็อกดังขึ้นแล้วผลักประตูเข้าไป ห้องสีขาวสะอาดเฟอร์นิเจอร์ครบครัน หากแต่ดูโล่งตาไม่ค่อยมีสิ่งของจุกจิกเหมือนที่ที่มีคนอาศัยอยู่ ทำให้คุณหมอย่นหน้าเล็กๆ

                “แล้วแม่ผิงล่ะ ไม่อยู่เหรอ

                “แม่ออกไปข้างนอกกับพ่อน่ะ ไม่รู้จะกลับเมื่อไรขนมผิงโกหกอีกครั้ง

                “ห้องโล่งจังเลยนะ ถ้าผิงไม่บอกว่าอยู่ที่นี่พี่คงจะคิดว่าไม่มีใครเคยอยู่ที่นี่จริงๆคุณวุฒิพูดตามจริง ซึ่งนั่นทำให้ดวงตาคมนิ่งเริ่มหลุกหลิก

                “จะไม่ให้มีคนอยู่ได้ไงล่ะครับพี่วุฒิก็ว่าไปนั่น ห้องแค่นี้จะไปเทียบอะไรกับห้องใหญ่ๆของพี่วุฒิขนมผิงเบ้ปากใส่ประชดประชัน

 

                เวลาผ่านไปนับหลายชั่วโมงไม่อาจจะเทียบกับระยะเวลาสามเดือนที่ห่างกันไป ประโยคตอบถามพูดคุยที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะร่วนทำให้คนที่กำลังโกหกลืมเรื่องราวน่าหดหู่ไปได้พักใหญ่

                “ต้องกลับแล้วสิ น่าเสียดาย ห้องผิงน่าอยู่จนพี่ชักจะอยากมาขออาศัยอยู่ด้วยอีกสักคน ให้แม่ผิงช่วยเลี้ยงพี่เป็นลูกอีกคนสิ พอจะมีที่ว่างให้พี่บ้างรึเปล่า

                “บ้านตัวเองก็ออกจะใหญ่โต รีบกลับได้แล้วครับ พรุ่งนี้ต้องไปเข้าเวรแต่เช้าไม่ใช่รึไง

                “ครับๆ หมูอ้วนขี้บ่น

                “ว่าคนอื่นเขาเป็นหมูแบบนี้ไม่ดีนะครับ ขับรถดีดีนะครับคุณหมอขนมผิงโบกมือลาส่งยิ้มให้ก่อนจะหันหลังเดินเข้าไปในตึกของคนโด

                มือผอมกระชับเสื้อคลุมด้วยความเป็นห่วงลูกที่อยู่ในท้องเมื่ออากาศเริ่มเย็นตัวลง ปลายนิ้วเรียวกดรหัสลงบนแป้นตัวเลขอีกครั้งก่อนจะผลักประตูให้เปิดออก แต่วินาทีที่ประตูกำลังจะปิดลงกลับถูกมือปริศนาก็ผลักมันเข้ามาอย่างแรง

                ตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อร่างสูงใหญ่ที่ดูคุ้นตาแทรกตัวเข้ามาข้างในห้อง สัญชาติญาณสั่งให้ก้าวเท้าถอยหนีไปครึ่งก้าวเพื่อตั้งหลักและยกมือขึ้นกุมท้องอย่างหวาดระแวง

                “คุ คุณปิญญ์ขนมผิงหลุดปากเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่ว

                “ไง คิดว่าฉันจะเป็นเจ้าวุฒิรึไงกันถึงได้ดูผิดหวังซะขนาดนั้นถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

                “คุณตามผมมา

                “อย่าหลงตัวเองสิ ที่ฉันตามมาน่ะไม่ใช่นาย แต่เป็นนายวุฒิต่างหาก นายกล้าดียังไงถึงยังไม่เลิกยุ่งกับน้องชายของฉันอีก หน้าด้านหน้าทนซะจริง แล้วนี่อะไรยังไง!!ทนไม่ไหวถึงต้องมากันมาพลอดรักถึงที่เลยรึไง

                “ถ้าคุณจะมาพูดไร้สาระล่ะก็กลับไปเถอะ ผมต้องการพักผ่อน

                “คงเหนื่อยสินะ เป็นไงล่ะชอบไหม นายวุฒิกับฉันชอบใครมากกว่ากันล่ะ

                “คุณไม่ควรลากน้องชายของคุณมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องต่ำๆแบบตัวเองขนมผิงปรามเมื่อปิญญ์ชานนท์กำลังดูถูกคุณวุฒิ

                “แล้วไง นายกำลังจะออกโรงปกป้องเหยื่อของตัวเองอยู่รึไงอีกฝ่ายพูดเสียงกร้าว ออกแรงกระชากขนมผิงให้เข้าไปหาจนร่างสูงโปร่งเซเข้าไปเกือบปะทะกับแผงอก

                “คุณทำบ้าอะไร อย่ามาทำกิริยาต่ำๆแบบนี้ในที่ของคนอื่นเขานะ

                ขนมผิงพยายามยื้อแขนเอาไว้ไม่ให้ถูกดึงเข้าไปใกล้มากกว่านี้ ทั้งที่ใจจริงแล้วอยากจะออกแรงต่อต้านให้มันรู้แล้วรู้รอด หากแต่ความเป็นห่วงลูกในท้องกลัวว่าความรุนแรงอาจจะทำให้กระทบกระเทือนทำให้ต้องหักห้ามใจเอาไว้

                “แล้วใครกันนะที่เป็นเมียของคนกิริยาต่ำๆอย่างฉันคนนี้ปิญญ์ชานนท์ออกแรงบีบที่แขนมากขึ้นจนขนมผิงเริ่มรู้สึกเจ็บ

                “คนอย่างคุณมันไม่มีสิทธิแม้แต่จะมาเอ่ยสถานะเกี่ยวข้องกับผมด้วยซ้ำขนมผิงตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้

                แต่ทว่าสิ้นคำพูดของตัวเองร่างก็ถูกกระชากเข้าไปใกล้ ได้ยินเสียงลมหายใจที่พ่นออกมาจากอีกฝ่าย ความอุ่นร้อนของลมหายใจตกกระทบลงบนใบหน้าซีดเผือดของเขา แต่ถึงอย่างนั้นขนมผิงก็ยังต้องตอบตาคู่ดุดันไม่วางตา

                “ปากดีนักนะขนมผิง ฉันจะเตือนนายอีกแค่ครั้งเดียวให้นายเลิกยุ่งกับนายวุฒิไปซะ ไม่อย่างนั้นนายได้เห็นดีกับฉันแน่

                “คุณก็ลองไปถามพี่วุฒิดูสิว่าใครเป็นฝ่ายยุ่งกับใคร แล้วอีกอย่าง ออกไปจากห้องนี้ได้แล้ว แค่หายใจร่วมโลกอยู่กับคุณมันก็แย่พอแรงอยู่แล้ว

                ขนมผิงกลั้นใจตอบออกไปด้วยถ้อยคำที่ไม่ต่างกัน ความเจ็บปวดที่ได้รับมาจากอีกฝ่ายมันมากเกินพอที่จะผลักดันให้เขาแข็งกร้าวและกล้าต่อกรออกไป แม้ว่าส่วนลึกจะกำลังกลัวว่าอีกฝ่ายจะมาแย่งลูกที่อยู่ในท้องของตนก็ตาม

                “นายนี่มันจริงๆเลยนะขนมผิง ลองดูสิว่านายจะลืมสิ่งที่ฉันทำกับนายไปแล้วรึยัง

                ปิญญ์ชานนท์พูดจบ ขนมผิงก็ถูกดึงรั้งเข้าไปกอดรัดและถูกพาเข้าไปในห้องนอนที่เปิดประตูทิ้งไว้ก่อนจะผลักลงบนเตียง

                “ปล่อยผมนะ!! คุณคิดจะทำอะไรกันแน่!!”ขนมผิงต่อว่าพลางดิ้นออกจากอ้อมแขนที่แข็งแรง ใบหน้าเกลี้ยงเกลาเบือนหน้าหนีริมฝีปากที่ฉกฉวยลง

                “อย่าทำเป็นไม่เคยไปหน่อยเลยน่า อยู่นิ่งๆหน่อยสิวะปิญญ์ชานนท์ตวาดก้อง

                ผลักร่างสูงโปร่งกดเอาไว้กับผืนเตียงกว้างด้วยมือข้างเดียว ในขณะที่มืออีกข้างบีบรัดกรอบหน้าของขนมผิงเอาไว้ให้หันมาจ้องมองตน

                “คุณมันเลวเกินที่ผมจะบรรยายได้จริงๆขนมผิงต่อว่าพลางพยายามขดตัวเข้าหากันเพื่อปกป้องลูกในท้อง

                หากแต่ปิญญ์ชานนท์กลับโน้มกายเข้าหา จมูกโด่งยื่นเข้ามาจนเกือบชิดใบหน้าซีดเผือด ความใกล้ชิดที่มีมากจนเกินไปทำให้ขนมผิงรู้สึกคลื่นเหียนขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้กลับเป็นกลิ่นน้ำหอมที่ติดตัวมากกับอีกฝ่าย

                “ปะ ปล่อยผม อุ แหวะ

                ขนมผิงรีบปิดปากแล้วกลืนสิ่งที่ขย้อนออกมาลงคอเข้าไปทันที ในขณะที่มืออีกข้างยังคงกุมท้องเอาไว้อย่างหวงแหน ซึ่งนั่นก็ทำให้ปิญญ์ชานนท์ยอมผละออกไปเล็กน้อย

                “เป็นอะไร สำออยรึไงปิญญ์ชานนท์ต่อว่า ไม่วายส่งสายตาดูถูกมาให้

                “เหม็น

                “อะไรของนาย!! อย่ามาทำเป็นเสแสร้งไปหน่อยเลยปิญญ์ชานนท์ต่อว่า ตาคู่ดุดันจ้องมองท่าทีของขนมผิงที่เอาแต่กุมท้องเอาไว้

                “กลิ่นของคุณมันเหม็นเหม็นจนน่าสะอิดสะเอียน

                “นายว่าอะไรนะ!!”

                “ก็แค่บอกว่ากลิ่นของคุณมันเหม็นจนน่าสะอิดสะเอียนยังไงล่ะ

                “มันจะมากไปแล้วนะขนมผิง แล้วนั่นอะไร!! ที่นายกุมท้องอยู่อย่าบอกนะว่ายังไม่เลิกคิดอยู่อีกว่าตัวเองท้อง”

                “นั่นมันก็แล้วแต่คุณจะคิด เรื่องทุกอย่างผมได้บอกคุณไปหมดแล้ว จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่คุณ เลิกยุ่งกับชีวิตของผมสักที!!”

                “ฉันคงเลิกยุงกับเมียตัวเองไม่ได้หรอกนะ นายเป็นเมียของฉัน ฉันจะไม่มีวันปล่อยนายไปยุ่งกับใคร โดยเฉพาะนายวุฒิ หมอนั่นอ่อนไหวเกินกว่าจะมาถูกนายหลอกเอาได้

                ผลั๊วะ!!

                กำปั้นเล็กๆส่งออกไปกระทบใบหน้าคมคายทันที ถึงจะออมแรงเอาไว้ แต่มันก็พอที่จะทำให้ปิญญ์ชานนท์รู้สึกถึงกลิ่นคาวเลือดที่กำลังคละคลุ้งอยู่ในโพลงปากได้เป็นอย่างดี

                “นายกล้ามากนะขนมผิง ที่ทำแบบนี้!!”

                ปิญญ์ชานนท์ประกาศกร้าวก่อนจะกดให้ร่างของขนมผิงจนแทบจะจมลงไปในที่นอนด้วยแรงมหาศาล ริมฝีปากหยักมีเลือดผุดซึมออกมาอย่างน่ากลัวเรียกให้ขนมผิงใจสั่น พยายามดิ้นหนี แต่ยิ่งดิ้นเท่าไรปิญญ์ชานนท์ก็ยิ่งออกแรงตรึงร่างของเขาเอาไว้มากกว่าเดิม

                “คุณจะทำแบบนี้กับผมไม่ได้นะ คุณก็รู้ว่าผมท้องขนมผิงร้องห้ามเมื่อปิญญ์ชานนท์ดูเหมือนจะไม่ฟังคำ

                “นายเลิกพูดเรื่องไม่เป็นเรื่องได้แล้ว ไม่มีใครเชื่อเรื่องโกหกของนายหรอกน่า แต่ไม่ต้องห่วง ฉันจะพยายามไม่รุนแรงก็แล้วกัน เห็นแก่ที่นายสำออยคอยกุมท้องเอาไว้ตลอดเวลาปิญญ์ชานนท์เหยียดยิ้มชั่วร้าย

                มือใหญ่ดึงรั้งเสื้อเชิ้ตตัวบางออกจากร่างสูงโปร่งที่พยายามขืนเอาไว้ แล้วสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทำให้ชายหนุ่มชะงัก แผ่นท้องของขนมผิงที่เคยแบนราบกลับนูนออกมาอย่างเห็นได้ชัดเมื่อไม่มีอะไรปิดบังร่างกาย

                “ดูท่านายจะกินเยอะไปนะ

                ถึงจะตกใจแล้วก็แปลกใจไม่น้อย แต่ปิญญ์ชานนท์ก็ไม่วายพูดถากถางอีกเช่นเคย ริมฝีปากร้อนระดมจูบไปทั่วร่างกายเปลือย ฝ่ามือกร้านเคล้นคลึงและลูบผ่านทุกอณูของผิวกายให้ขนมผิงขืนกายหนีด้วยความทรมาน รอยจูบแดงเรื่อตีตราลงบนร่างกายครั้งแล้วครั้งเล่า ราวกับเป็นดอกกุหลาบที่แปดเปื้อนราคีไม่มีวันลบล้างมลทิน

                ขนมผิงได้แต่นอนขดกายเข้าหาตัวเอง ปล่อยให้ปิญญ์ชานนท์ย่ำยีอีกครั้งเพราะไม่สามารถขัดขืนอีกฝ่ายได้ ร่างกายทั่วทั้งร่างถูกสัมผัสจนหนำใจ เว้นเสียแต่หน้าท้องที่นูนออกมาเท่านั้นที่ปิญญ์ชานนท์ละเอาไว้ด้วยความสมเพชเวทนา

คุ่นบทกุหลาบซ่อนหนาม.jpg               

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น