Vivienne/Punrak

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : การกลับมา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 136

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ส.ค. 2562 00:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
การกลับมา
แบบอักษร

กรงแค้น ซ่อนรัก

การกลับมา

++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

“แต่แกจะหนีอยู่แบบนี้อีกไม่ได้แล้วนะ ถ้าแกไม่สงสารลิตาฉันก็ขอให้แกเห็นแกเด็กที่ไม่รู้เรื่องอะไรได้มั้ย พวกเค้าบริสุทธิ์เกินกว่าจะมาเกี่ยวข้องในวังวนความแค้นของแกนะ”หมอดินแดนเอ่ยขึ้นเพื่อเตือนสติเพื่อนรัก

>>>>>>>>>><<<<<<<<<<

 

“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันจะกลับคฤหาสน์”น้ำเสียงเรียบเอ่ยออกมา หลังจากที่เขาเอาแต่นั่งนิ่งและคิดอะไรเงียบๆมาตลอดทาง

“ตกลงว่าจะไปไหนกันแน่ครับได้คุณภูตะวัน ฉันเริ่มสับสนกับคำสั่งของแกแล้วนะเว่ย”ดินแดนเอ่ยขึ้นมาอย่างหัวเสีย เมื่อเขาขับรถมาขนเกือบจะถึงคอนโดหรูของคนที่นั่งข้างๆแล้ว แต่ภูตะวันกับบอกว่าจะกลับคฤหาสน์

“ฉันขอถามแกอีกครั้งนะว่าแกจะกลับคอนโดของแก หรือว่ากลับคฤหาสน์ เอาให้แน่ให้ชัวร์ฉันจะได้ขับรถไปส่งแกถูก”ดินแดนถามยืนยันอีกครั้ง

“กลับคฤหาสน์ แกไม่ได้ยินเหรอที่ฉันบอกว่าจะกลับคฤหาสน์ ทำไมต้องคอยถามย้ำอยู่ได้ หรือว่าแกฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง แล้วแกก็ลงไปเลยเดี๋ยวฉันจะขับเอง”ภูตะวันเอ่ยออกไปด้วยใบหน้าเรียบเฉย

“ไอ้นี่ แกไปอยู่เมืองนอกตั้งนาน ที่นู่นไม่มีใครช่วยเอาหมาที่อยู่ในปากแกออกเลยเหรอวะ และที่ฉันถามก็เพื่อยืนยันไม่ใช่ว่าฉันฟังภาษาคนไม่รู้นะ ฉันหังภาษาคนรู้เรื่องและเข้าใจง่าย แต่คนแบบนี้แบบแกเนี่ยฉันต้องฟังถึงสองรอบเลยล่ะถึงจะเข้าใจ”ดินแดนเอ่ยออกมาอีกครั้งด้วยท่าทางยียวน ก่อนที่ทั้งคู่จะมองหน้ากันและยิ้มออกมา ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่ายไปนานแค่ไหน ทุกอย่างจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปเท่าใด แต่มีอย่างหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน นั่นก็คือมิตรภาพของเขาทั้งสอง

 

“น้องพีอย่าพาน้องวิ่งค่ะเดี๋ยวล้มมาแล้วเจ็บทั้งคู่นะคะ”แก้วใจตะโกนตามเด็กแฝดชายหญิงที่วิ่งเล่นกันอยู่สวนด้านหน้าคฤหาสน์ เด็กน้อยในวัยสามขวบเริ่มเรียนรู้ จดจำ ช่างพูดช่างคุยจนคนรอบข้างต่างพากันหลงรักเมื่อได้อยู่ใกล้

“พี่แก้วครับ พี่แก้วรีบวิ่งตามพวกเรามาสิครับ”แฝดผู้พี่พีตะวันตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงใสเจือเสียงหัวเราะ ตามมาด้วยเสียงแฝดน้องพราวฟ้าที่ตะโกนตามกันมาติด

“รีบตามมาเร็วค่ะพี่แก้ว”

“ป้าอิ่มดูสิคะ นี่ขนาดสามขวบเองยังทโมนขนาดนี้ ถ้าโตขึ้นกว่านี้ลิตาจะไล่จับไหวเหรอคะ”ชาลิตาเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะมองไปยังลูกแฝดทั้งสองของเธอ ที่ตอนนี้มีแก้วใจที่เป็นพี่เลี้ยงกำลังวิ่งไล่ตามอยู่

 

เสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยดังมาจากหน้าประตูคฤหาสน์ ก่อนที่รถยนต์คันที่คุ้นตาจะวิ่งเข้าด้วยความเร็ว และนั่นก็ทำให้เด็กน้อยฝาแฝดจำได้ดีว่าต้องเป็นรถของคุณลุงหมอของพวกเขาทั้งสองอย่างแน่นอน

“พี่พีรถของลุงแดนใช่มั้ยคะ ใช่แช้วน้องพราว พี่ว่าลุงแดนต้องมีขนมอร่อยๆมาฝากเราแน่นอน”

“ถ้าอย่างนั้นใครถึงลุงแดนก่อนคนนั้นได้กินขนมเยอะๆเยนะคะ”เด็กน้อยพราวฟ้าเอ่ยขึ้น ก่อนจะรีบวิ่งนำแฝดผู้พี่ไปยังรถยนต์ที่กำลังวิ่งเข้ามา แต่ภายในรถยนต์คันหรูนั้นคนขับกับไม่ใช่เจ้าของรถอย่างที่เด็กน้อยคิด

“ลุงแดนขา...ลุงแดน”เสียงเด็กน้อยพราวฟ้าตะโกนโบกไม้โบกมือด้วยความดีใจ ก่อนจะวิ่งไปโดยไม่สนอะไรท่ามกลางความตื่นตกใจของคนเป็นแม่และพี่เลี้ยง

“น้องพราวอย่าวิ่งเข้าไปค่ะ ไม่...น้องพราว กรี๊ดดดด!!!!”ชาลิตากรีดร้องออกมาด้วยความกลัว เมื่อไม่สามารถห้ามลูกน้อยที่ตอนนี้วิ่งไปตัดหน้ารถยนต์คันหรู ก่อนที่เสียงเบรคจะดังขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

เอี๊ยดดดดด!!!!

ความเร็วของรถที่วิ่งมาและเสียงเบรคที่ดังสนั่นนั้นทำให้เด็กน้อยล้มลงและกรีดร้องขึ้นด้วยความตกใจกลัว

“กรี๊ดดด...ฮืออออ!!!”เสียงกรีดร้องที่ดังขึ้นนั้นทำให้คนที่ขับรถเข้ามาด้วยความเร็ว และคนที่นั่งอยู่ข้างกายของเขาก็ตกใจไม่แพ้กัน

“ไอ้ภูแกขับรถยังไงของแกวะ ฉันบอกแล้วว่าให้ขับช้าๆ”หมอดินแดนเอ่ยขึ้นก่อนจะรีบวิ่งลงมาจากรถเพื่อดูอ่การของหลานสาวตัวน้อย

“น้องพราว..”ดินแดนเอ่ยเรียกชื่อหลานสาวตัวน้อยด้วยความตกใจ แต่อีกในนึงเขาก็รู้สึกดีใจที่หลานสาวตัวเล็กไม่ได้เป็นอันตราย โชคดีที่รถเบรคไว้ได้ทัน

“ลุงแดน!!!ฮึ ฮือออ!!!”เด็กน้อยสะอื้นไห้ออกมาก่อนจะโผลเข้ากอดคนเป็นลุงเอาไว้แน่น เพราะตอนนี้มีเพียงคนตรงหน้าเท่านั้นที่เธอไว้ใจ

“ไม่ร้องนะคะคนเก่ง ไหนให้ลุงดูซิว่าเจ็บตรงไหนรึเปล่า”หมอดินแดนเอ่ยถามเด็กน้อยที่เอาแต่สะอื้นไห้อยู่นั้นด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะมีเสียงสั่นเครือของคนเป็นแม่เอ่ยมาจากอีกด้าน

 

“น้องพราว...หนูเป็นอะไรมั้ยคะลูก เจ็บตรงไหนรึเปล่า แม่บอกแล้วไงว่าอย่าวิ่งออกมาแบบนี้ ถ้าหนูเป็นอะไรไปแม่จะอยู่ยังไง”ชาลิตาเอ่ยขึ้นก่อนจะโอบกอดลูกน้อยเอาไว้แนบอกด้วยความตกใจ

“คุณแม่ขาน้องพราวกลัวค่ะ ฮึ...ฮือออ!!!”เด็กน้อยร้องไห้สะอื้นกอดคนเป็นแม่เอาไว้แน่น

“ไม่เป็นไรนะคะ ไม่ต้องกลัวนะคนดีคุณแม่อยู่นี่แล้วค่ะ”ชาลิตาเอ่ยปลอบลูกน้อย ก่อนจะเงยหน้ามองไปยังคนที่เพิ่งเดินลงมาจากรถ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อใบหน้าของคนที่กำลังเดินตรงมายังเธอและลูกน้อยในอ้อมอกนั้นชัดขึ้นเรื่อยๆ

“คุณภู...”ปากอิ่มเรียกชื่อคนตรงหน้าอย่างแผ่วเบา

ไม่ใช่แต่เธอที่ตกใจ แต่ภูตะวันเองก็ตกใจไม่แพ้กัน เขาเตรียมตัวเตรียมใจมาอยู่แล้วในการที่ต้องพบเจอกับเธอ แต่เขาไม่คิดว่าการพบกันในรอบสี่ปีจะเกิดขึ้นแบบนี้ ดวงตาคมจ้องมองดวงหน้าหวานตรงหน้า ก่อนจะละมายังเด็กน้อยใบหน้าจิ้มลิ้มที่นั่งร้องไห้อยู่ในอ้อมอกของคนเป็นแม่ หยาดน้ำตาใสๆที่ไหลอาบแก้มเนียนนั้น มันทำให้ใจของเขาสั่นไหวขึ้นมาทันที

 

“คุณแม่ครับ...น้องพราวเป็นยังไงบ้างครับ เจ็บตรงไหนมั้ยน้องพี่”เด็กน้อยพีตะวันที่วิ่งตามมาทีหลังได้เอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะมองจ้องไปยังคนที่ขับรถด้วยแววตากร้าว โดยไม่รู้เลยว่าคนๆนั้นเป็นใคร

“คุณลุงใช่มั้ยครับที่ขับรถ คุณลุงรู้มั้ยว่าขับรถเร็วๆแบบนี้จะทำให้คนอื่นเป็นอันตรายได้นะครับ”เสียงน้อยเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินตรงไปยังคนที่เอาแต่ยืนนิ่งเงียบอยู่ตรงหน้า

“น้องพี...มาหาแม่ค่ะ”ชาลิจาต้องร่บเรียกลูกชายตัวน้อยเอาไว้ เพราะเธอรู้ดีว่านิสัยของพีต้วันนั้นถอดแบบความใจร้อนเจ้าอารมณ์มาจากคนตรงหน้าแทบทุกอย่าง

“แต่ว่าคุณลุงคนนี้ทำไม่ดีนะครับ คุณลุงขับรถเกือบชนน้องพราว”พี่ตะวันเอ่ยขึ้นด้วยความเดียงสา

“พี่แก้วพาเด็กๆเข้าไปในบ้านก่อนค่ะ เดี๋ยวลิตาจะตามเข้าไปทีหลัง”ชาลิตาเอ่ยขึ้นก่อนจะส่งลูกน้อยให้กับแก้วใจพี่เลี้ยงของสองแฝดพาเข้าไปข้างในคฤหาสน์

 

“เธอควรอบรมลูกให้ดีกว่านี้นะชาลิตา เวลาที่แกเห็นพ่อจองแก แกควรให้ความเคารพมากกว่านี้ และที่สำคัญแกไม่ควรมองพ่อของแกด้วยสายตาแบบนี้”ภูตะวันเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งจ้องมองดวงหน้าหวานตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา แค่ระยะเวลาสี่ปีที่ผ่านมา เด็กสาวในวันนั้นได้เติบโตเป็นหญิงสาวที่งดงามถึงเพียงนี้ และที่สำคัญยังเป็นแม่ของลูกแฝดเขาอีก

“คุณภู...กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ไหนคุณย่าบอกว่าคุณภูจะกลับมาก็อีกหลายเดือน”ชาลิตาเอ่ยถามคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงสั่น

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น