Triple-M
email-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 12 : แผนลวงในคืนพระจันทร์เต็มดวง

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 : แผนลวงในคืนพระจันทร์เต็มดวง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 17

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ส.ค. 2562 23:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 : แผนลวงในคืนพระจันทร์เต็มดวง
แบบอักษร

19 มกราคม 2562

20.20 น.

คืนพระจันทร์เต็มดวง

หน้าอาคารชมรมนาฏศิลป์

โรงเรียนสามชุกรัตนโภคาราม

เอ็ม : "นี่สินะ ชมรมนาฏศิลป์ที่ว่าน่ะ"

เอ็มเดินมาที่หน้าชมรมนาฏศิลป์พร้อมหน้ากากชุดเกราะและอาวุธเต็มสูบ และมีมะลิยืนเกาะแขนเคียงข้าง

เอ็ม : "เมื่อไหร่ ?"

มะลิ : "อะไรหรอคะ ยอดรัก?"

เอ็ม : "เมื่อไหร่เธอจะปล่อยแขนฉันสักที?"

มะลิ : "ก็ข้ากลัวนี่หน่า บรรยากาศแบบนี้"

เอ็ม : "เธอก็เป็นผีเหมือนกัน เธอจะกลัวไปทำไม?"

มะลิ : "นั่นสินะ คงเป็นเพราะข้าอยู่กับเจ้ามากเกินไป จนทำให้ข้าเริ่มรู้สึกเป็นมนุษย์มากขึ้นกระมัง"

เอ็ม : "งั้นเราคงต้องห่างกันบ้างแล้วล่ะ"

มะลิ : "อย่าพูดอะไรที่มันโหดร้ายเช่นนั้นสิยอดรัก ข้าใจคอไม่ดีนะ"

เอ็ม : "ข้าสัมผัสถึงพลังวิญญาณผ่านถุงมือได้ พลังวิญญาณที่นี่มีอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ พลังที่แผ่ออกมาไม่คงที่ เหมือนกำลังจะฝืนทำอะไรบางอย่างอยู่ ที่ไม่มีใครกลายเป็นปอบคงเป็นเพราะว่าไม่มีใครกล้าเฉียดใกล้แถวนี้สินะ งั้นก็มาเริ่มกันเลย"

พูดจบ เอ็มก็กำมือข้างที่ใส่ถุงมือยมทูตแล้วยื่นออกมาข้างหน้า แล้วคลายมือออก

เอ็ม : "โซลกันเลท เบอร์เซิร์ค จงออกมาวิญญาณอมตะ เซอร์เบอร์รัสไลแคนท์"

หลังจากนั้นก็มีวิญญาณมนุษย์หมาป่าสามหัวออกมา

เอ็ม : "ไปล่ามัน"

มนุษย์หมาป่าตนนั้นรับฟังคำสั่งจากเอ็มและปฏิบัติตามในทันที มันวิ่งวนรอบๆอาคาร แต่ก็ไม่พบวิญญาณใดๆ มันจึงพยายามที่จะเข้าไปในอาคาร แต่ก็ไม่สามารถเข้าไปได้

เอ็ม : "มีใครบางคนลงอาคมไว้สินะ มะลิเธอปลดล็อคประตูที ฉันไม่อยากทำลายประตูนั่น "

มะลิ : "ด้วยความยินดีเลยเจ้าค่ะ"

พูดจบมะลิก็เดินไปจับที่แม่กุญแจประตูทางเข้าอาคารนั้น แล้วแม่กุญแจนั่นก็ถูกปลดออกอย่างง่ายดาย"

เอ็ม : "ฉันจะเข้าไปเอง เธอรออยู่ตรงนี้นะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าทำลายที่นี่เด็ดขาด ฉันไม่อยากให้ใครสงสัยน่ะ"

มะลิ : "ระวังตัวด้วยนะยอดรัก"

เอ็มเดินตรงไปที่ประตูทางเข้าของอาคารแล้วเปิดมันออก เอ็มเดินเข้าไปข้างในอาคาร มองสำรวจรอบๆ พบว่าภายในอาคารยังคงมีคราบและกลิ่นคาวเลือดจากเหตุการณ์ในอดีตหลงเหลืออยู่ แต่เอ็มก็ยังคงเดินไปต่อเรื่อยๆจนถึงห้องซ้อมรำ ทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้อง เสียงเพลงไทยโบราณก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงร้องโหยหวนของวิญญาณ ที่ร้องว่า

"ช่วยด้วย ช่วยฉันที..."

ซ้ำไป ซ้ำมา ๆ แล้วอยู่ๆ เชือกเส้นหนึ่งก็หล่นลงมารัดคอของเอ็มแล้วดึงเอ็มขึ้นลอยไปติดบนฝ้า เอ็มพยายามดึงเชือกนั่นออกจากคอ แต่ก็ไม่เป็นผล และแล้ว ฝ้าแผ่นหนึ่งก็ค่อย ๆ เลื่อนออก เอ็มจึงได้เห็นใบหน้าของผีสาวนาฏศิลป์ที่กรีดหน้าตัวเองแล้วผูกคอตายคนนั้น ค่อยๆโผล่ออกมาพร้อมดวงตาที่ขาวโพลน ยิ้มและจ้องมาที่เอ็ม แล้วพูดกับเอ็ม

"แกต้องตาย...."

เอ็มที่พยายามดิ้นให้เชือกที่รัดคออยู่นั้นหลุดออก ได้เหลือบมองลงมาข้างล่าง พบว่ามีผีจำนวนมากยืนเงยหน้ามองเอ็มอยู่ แล้วร้องให้เอ็มช่วยด้วยน้ำเสียงที่โหยหวน เอ็มจึงตัดสินใจชักดาบมืดออกมาตัดเชือกที่กำลังรัดคออยู่ เอ็มร่วงลงมาถึงพื้นแล้วยืนขึ้นมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นผีพวกนั้นแล้ว ทันใดนั้นเสียงประตูดังขึ้น ปั้ง!! ปรากฏว่าประตูอาคารปิดเอง ในขณะที่มะลิที่รอเอ็มอยู่หน้าประตู พยายามที่จะเปิดมันออกด้วยทุกวิถีทางแต่ก็ไม่เป็นผล ราวกับว่ามันที่ควบคุมด้วยเวทมนต์บางอย่าง

มะลิ : "ไม่นะ ยอดรัก ได้ยินข้าไหม!!! เอ็ม!!!"

มะลิร้องห่มร้องไห้เพราะใจเป็นห่วงเอ็ม แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะต้องทำตามคำสั่งของเอ็ม

กลับเข้ามาในอาคาร เอ็มที่กำลังยืนอยู่ในห้องซ้อมรำนั้น เริ่มจะเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

เอ็ม : "ดูเหมือนว่าฉันจะถูกหลอกซะแล้วสินะ คลื่นเวทย์แบบนั้น ฉันยังจำกลิ่นอายมันได้อยู่เลย เอาล่ะ เลิกเล่นกันได้แล้ว"

ทันใดนั้นเอง แสงไฟก็ติดๆดับๆ กระพริบให้เห็นผีสาวนางรำตนนั้น กำลังร่ายรำ ร่ายรำเรื่อยๆ จนกระดูกหักบิดเบี้ยวไม่เป็นรูป

เอ็ม : "เธอทำให้ฉันกลัวไม่ได้หรอก โซลกันเลท ดับเบิ้ล เบอร์เซิร์ค! โซล วิสเบิ้ล"

เอ็มใช้พลังของถุงมือยมฑูต เพิ่มพลังให้กับดวงวิญญาณที่อยู่รอบจนทำให้วิญญาณรอบๆตัว มีกายเนื้อแบบชั่วคราวได้ เอ็มจึงสามารถจับต้องวิญญาณได้ เอ็มพุ่งตรงไปใช้ดาบมืดฟันวิญญาณผีสาวนางรำแบบไม่ยั้ง ผีสาวนางรำตนนั้นร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดและนอนกองกับพื้น

เอ็ม : "เอาล่ะบอกมา ใครกันที่กำลังชักใยเธออยู่ ?"

อีกด้านหนึ่ง ที่ถนนฝั่งตรงข้ามกับโรงเรียนสามชุกรัตนโภคารามได้มีการจัดงานเทศกาลอาหารอร่อยขึ้น ผู้คนจำนวนมากกำลังเดินเลือกซื้ออาหารกันอย่างครึกครื้น โดยไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีเรื่องที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น

กลับมาที่อาคารชมรมนาฏศิลป์ ก็มีบางคนกำลังแอบมองมาที่อาคารนาฏศิลป์อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก มะลิที่กำลังหาทางเข้าไปในอาคาร ไม่ทันได้ระวังตัวเลยว่าเธอกำลังถูกแอบมองอยู่ ขณะเดียวกัน เอ็มที่ถือดาบมืดจ่อคอของผีสาวนางรำอยู่นั้น ก็กำลังรอคำตอบของคำถามที่เพิ่งถามไปอยู่ แต่แล้วอยู่ๆ ผีตนอื่นๆ ก็โผล่ออกมา แล้วบอกบางอย่างกับเอ็ม

"ผู้ใช้เวทย์คนนั้นบอกว่าจะปลดปล่อยเราให้เป็นอิสระ"

เอ็ม : "อิสระ ? จากอะไร?"

อีกฝั่งทางด้านงานเทศกาลอาหารอร่อย หญิงสาวปริศนาคนหนึ่งสวมผ้าคลุ่มสีดำกำลังเดินเข้างาน ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องมาที่เธอคนนั้น เธอคนนั้นเดินตรงไปที่หน้าเวทีจัดแสดงคอนเสิร์ต ขณะเดียวกัน ก็มีนางรำ 7 คน กำลังเดินขึ้นเวที และร่ายรำ ท่ามกลางคนดูที่ให้เสียงปรบมือและชื่นชมความงามของการรำของคณะนางรำทั้ง 7 คน

กลับมาทางฝั่งของโรงเรียนในอาคารชมรมนาฏศิลป์ ผีที่กำลังพูดคุยกับเอ็มอยู่นั้นได้ตอบคำถามที่เอ็มอยากจะรู้

"เป็นอิสระจากนิสา นางรำที่ฆ่าพวกเรา ผู้ใช้เวทย์บอกเราว่าถ้าไม่ทำตามที่สั่ง เธอจะนำนิสากลับมาหาพวกเรา ช่วยพวกเราด้วย พวกเราไม่อยากที่จะต้องมาถูกนิสาฆ่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกคืนอีกแล้ว ช่วยพวกเราด้วย..."

เอ็ม : "มันหมายความว่ายังไง แล้วผีนางรำตนนี้ไม่ใช่ตนที่ฆ่าพวกแกหรือไง?"

"นางไม่ใช่นิสา นิสาและผีนางรำตนอื่นถูกผู้ใช้เวทย์จับไปแล้ว ผู้ใช้เวทย์ให้พวกเราฆ่าคนที่กล้าเข้ามาที่นี่หรือไม่ก็ถ่วงให้ได้มากที่สุด พวกเรารู้แค่นี้ ได้โปรด ช่วยพวกเราทีเถอะ"

เอ็ม : "เป็นอย่างงี้นี่เอง คิดจะทำบางอย่างโดยไม่อยากให้ฉันไปขวางสินะ ถ้างั้นฉันจะช่วยพวกแกก็แล้วกันนะ"

พูดจบเอ็มก็ควักเหรียญผนึกวิญญาณโซลคอยน์ออกมาแล้วโยนใส่วิญญาณทุกตนที่อยู่รอบตัวเขา วิญญาณในอาคารชมรมนาฏศิลป์ทั้งหมดถูกผนึกลงในเหรียญ เอ็มรีบเก็บเหรียญทั้งหมดแล้ววิ่งออกจากอาคารในทันที เมื่อเอ็มวิ่งมาถึงประตู ก็พบว่าประตูถูกล็อคเวทมนต์ เอ็มจึงสะบัดผ้าคลุมยมทูตที่เขาใส่อยู่หนึ่งครั้ง ทำให้เวทมนต์นั่นหายไป ประตูจึงเปิดออก เอ็มรีบวิ่งออกจากอาคาร มะลิที่เห็นเอ็มวิ่งออกมาจึงรีบโผเข้ากอดเอ็มด้วยความเป็นห่วง

มะลิ : "ยอดรัก เจ้าไม่บาดเจ็บตรงไหนใช่ไหม?"

เอ็ม : "ฉันไม่เป็นอะไร พวกเราโดนหลอกแล้วล่ะ"

ทางด้านคนที่กำลังแอบเฝ้ามองอยู่นั้นเห็นเอ็มออกมาได้ก็มีอาการตกใจ

"แย่ล่ะ มันออกมาได้แล้ว" 

คนที่แอบดูคนนั้นจึงรีบไหวตัวออกมา แต่ก็ถูกวิญญาณมนุษย์หมาป่าสามหัวที่เอ็มปล่อยออกมาขย้ำขาแล้วลากกลับไปหาเอ็ม ปรากฏว่าคนปริศนาคนนั้นก็คือครูคนที่เล่าเรื่องของชมรมนาฏศิลป์ให้เอ็มฟังนั่นเอง

เอ็ม : "คุณเองเหรอ ที่เป็นทายาทของเคร่า ?"

"ใช่ ฉันเอง ว่างัยคุณมัจจุราชสีดำ ผู้สังหารแม่ของฉัน ฉันอยากจะฆ่าแกเหลือเกิน ฉันได้ความทรงจำของคุณแม่มาด้วย นั่นหมายความว่า ฉันเห็นวินาทีที่แกขย้ำร่างคุณแม่ของฉันจนไม่เหลือชิ้นดี ปีศาจร้ายตัวจริงเสียงจริง แกมันเป็นอันตรายเกินไป ฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพวกนั้นถึงต้องการจะกำจัดแกทิ้งตั้งแต่เด็กน่ะเอ็ม"

เอ็ม : "นี่เธอรู้จักฉันอย่างนั้นเหรอ เฌอเป็นใคร ทำไมถึงรู้ บอกฉันมาเดี๋ยวนี้!"

"เอ้า นี่แกไม่รู้หรอกเหรอ ว่าสาเหตุที่พ่อแม่ของแกถูกฆ่าน่ะ ทั้งหมดมันเป็นเพราะแก ไอ้ปีศาจ!"

เอ็ม : "นี่เธอรู้อย่างงั้นเหรอว่าใครเป็นคนฆ่าพ่อแม่ของฉัน บอกมา!"

"ฉันไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องบอกแกเรื่องนั้นเลย ก็ฉันบอกไปแล้วนี่หน่าว่านอกจากพลังของคุณแม่แล้วฉันยังได้ความทรงจำมาด้วย ฉันน่ะรู้ตั้งหลายเรื่องเลยล่ะนะ ฉันรู้ตั้งแต่แรกที่เห็นแกก้าวเข้ามาในโรงเรียนนี้แล้วล่ะ ว่าแกเป็นใคร คุณครูเอกสินะ ปลอมตัวได้แนบเนียนมากเลยนะเอ็ม"

ในระหว่างที่พูดคุยตอบโต้กันอยู่นั้นเอ็มเริ่มสังเกตุเห็นถึงความผิดปกติ

เอ็ม : "แต่จะว่าไป พลังเวทย์ของเธอมันจะไม่อ่อนเกินไปหน่อยหรือไงสำหรับแม่มดที่ถูกคุกคามถึงขนาดนี้แล้ว กาฝากสินะ มุขนี้ฉันเจอมาบ่อยแล้วละนะ"

"ความแตกสะแล้วสินะ แต่ไม่ว่าแกจะทำอะไร ตอนนี้มันก็สายเกินไปแล้วล่ะ ผู้คนจำนวนมากจะต้องตายในคืนพระจันทร์เต็มดวงคืนนี้ สังเวยโลหิตเพียงหยดสองหยดเพื่อเพิ่มพลังให้กับคทาของฉัน ฮ่าฮาฮ่า"

หลังจากจบบทสนทนาเอ็มได้ถอดผ้าคลุมยมทูตไปคลุมร่างของมนุษย์ที่ถูกเวทมนตร์กาฝากของแม่มดควบคุมอยู่ แล้วผลของเวทมนต์นั้นก็หายไป คุณครูที่ถูกควบคุมนั้นก็มีสภาพที่บาดเจ็บสาหัสเนื่องจากถูกคมเขี้ยวของเซอร์เบอร์รัสไลแคนท์ขย้ำอาการปางตาย แต่คุณครูคนนั้นก็พยายามที่จะบอกบางอย่างกับเอ็มเป็นครั้งสุดท้าย

"ที่งานเทศกาล ทุกคนกำลังตกอยู่ในอันตราย..."

พูดจบคุณครูคนนั้นก็สิ้นใจไป เอ็มที่ได้ยินเช่นนั้นจึงได้เข้าใจทุกอย่าง เอ็มมจึงได้ใช้เครื่องสื่อสารที่ติดอยู่ในหน้ากากติดต่อไปหาเจ

เอ็ม : "เจๆ ติดต่อทีมเก็บกวาดมาในโรงเรียนที"

เจ : "ได้ๆ ไม่มีปัญหา แล้วมันเกิดอะไรขึ้น"

เอ็ม : "ไว้จะเล่าให้ฟังทีหลัง ว่าแต่ตอนนี้นายอยู่ที่ไหนน่ะ ทำไมเสียงอะไรแทรกเข้ามา ?"

เจ : "อ้อ พอดีฉันหิวๆน่ะ เลยแวะเข้ามาในงานอาหารอร่อยน่ะ ตอนนี้อยู่ที่หน้าเวทีกำลังดูนางรำสวยๆ อยู่พอดี นายน่าจะมาเห็นนะ นางรำสวยมากเลย รำก็สวย แถมแต่ละนางนี่ดูก็รู้เลยว่าสะบรึมๆ ทั้งนั้น "

เอ็ม : "นี่เจ ฟังฉันให้ดีนะ รีบออกมาจากที่นั่นเดี๋ยวนี้เลย"

เจ : "อะไรนะ นายว่ายังไงนะ สัญญาณมันขาดๆหายๆน่ะ"

และแล้วสัญญาณการติดต่อสื่อสารของทั้งคู่ก็ขาดหายไป ไม่สามารถติดต่อถึงกันได้

เอ็ม : "เจได้ยินฉันไหม เจ เจ เจ!!!!!"

โปรดติดตามตอนต่อไป..........

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น