โซซอล
facebook-icon

ความสัมพันธ์แบบมีผลประโยชน์ร่วมกันผูกพวกเขาเอาไว้ ชื่อเสียงกับความแค้นจะแปรเปลี่ยนเป็นความรักในรูปแบบไหนกันนะ...?

ตอนที่ 3-11 การคุ้มครองของพระเจ้า

ชื่อตอน : ตอนที่ 3-11 การคุ้มครองของพระเจ้า

คำค้น : Hate or Glory ฝันแลกรัก นิยายเกาหลี นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 315

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ส.ค. 2562 15:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3-11 การคุ้มครองของพระเจ้า
แบบอักษร

“คุณยังซึงคยูทิ้งฉันขึ้นมาก่อน!” 

คิมฮเยยอน นักแสดงสาวผู้แสดงแต่บทบาทบริสุทธิ์ผุดผ่องและเรียบร้อยเป็นปกติชี้นิ้วมาทางชายหนุ่มที่ทิ้งตัวเองขึ้นมาก่อนขณะเดินเข้ามาในห้อง โนอึลอ้าปากค้างกับท่าทางที่แปลกไปของเหล่านักแสดงที่เขาเคยเห็นแค่ในทีวีหรือในหนัง เช่น ยังซึงคยูผู้มีเสน่ห์นุ่มนวล ในความเป็นจริงแล้วกลับมีภาพลักษณ์ซุ่มซ่าม ชินกีฮุนที่มีเสน่ห์แบบคูลๆ กลับแซวคนอื่นเก่งมาก และสุดท้ายคือคิมฮเยยอน เจ้าของภาพลักษณ์บริสุทธิ์ผุดผ่อง กลับเป็นคนง่ายๆ ไม่มากเรื่อง เขาอ้าปากค้างโดยอัตโนมัติเพราะทั้งดีใจแล้วก็ตกใจด้วย ก่อนจะยื่นแก้วไปให้คิมฮเยยอนที่นั่งลงข้างๆ ชินกีฮุนและทักทายอีกฝ่ายนิดหน่อย 

“เอาล่ะ ในเมื่อมากันครบแล้ว เริ่มอ่านบทกันได้เลยครับ” 

ผู้กำกับลีมินกยูที่นั่งอยู่หัวโต๊ะปรบมือสองครั้ง จากนั้นก็ลุกขึ้นจากที่โดยมีสายตาของทุกคนหันไปมองอย่างพร้อมเพรียงกัน 

“สวัสดีครับ ผมลีมินกยูรับหน้าที่เป็นผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ของซีรีส์เรื่อง <คังโฮ> ครับ ฝากตัวด้วยนะครับ” 

ทุกคนล้วนปรบมือเมื่อลีมินกยูทักทายจบ ถึงแม้จะมีท่าทางเหนื่อยล้าเพราะทำงานมาก่อนหน้านี้ แต่ก็เป็นคนมีเสน่ห์ด้วยดวงตาเป็นประกาย หลังการทักทายนอบน้อมของลีมินกยูจบลง ยอนซูยอน คนเขียนบทที่สังเกตบรรยากาศอยู่ก็ทันทายต่อทันที 

“สวัสดีค่ะ ฉันยอนซูยอนคนเขียนบทซีรีส์เรื่อง <คังโฮ> ค่ะ คราวนี้ก็ฝากตัวด้วยนะคะ” 

โนอึลมองลีมินกยูกับยอนซูยอนที่ได้รับการปรบมือแสดงความยินดีจากคนอื่นๆ พร้อมกับปรมมือไปด้วย ก่อนจะก็หยุดมือลงเพราะยังซึงคยูที่นั่งอยู่ข้างๆ ลุกขึ้นยืน 

“สวัสดีครับ ผมยังซึงคยู รับบทคังจูตอนโต ตำรวจสายสืบไร้สติครับ ฝากตัวด้วยนะครับ” 

“ยังซึงคยู! หล่อมากเลย!” 

“ขอบคุณครับ ขอบคุณ แบบนี้ผมชินแล้วครับ ต่อไปขอมากกว่านี้นะครับทุกคน” 

ยังซึงคยูพูดหยอกล้อคล้ายคุ้นเคยอยู่แล้วและนั่งลง โนอึลยิ้มกับการแซวของทีมโปรดักชั่นที่สนิทกับอีกฝ่าย แล้วก็ต้องกลั้นหายใจเมื่อชินกีฮุนที่อยู่อีกข้างลุกขึ้นยืน ชินกีฮุนสวมสูทเรียบร้อยต่างกับยังซึงคยูในชุดสบายๆ เพราะเพิ่งไปถ่ายนิตยสารมานั้นสูงกว่าที่คิดไว้มาก 

“สวัสดีครับผมชินกีฮุน รับบทซอกโฮตอนโต คนหยาบกระด้างและอยากฆ่าคังจูคนไร้สติให้ตายครับ ฝากตัวด้วยนะครับ” 

“อู้ว้าว~ น่ากลัวอะ!” 

ชินกีฮุนยิ้มกับการล้อของยังซึงคยูแล้วนั่งลง หลังจากนั้นคิมฮเยยอนในชุดวันพีชบริสุทธิ์ผุดผ่องก็ลุกขึ้นบ้างอย่างระมัดระวัง 

“สวัสดีค่ะ ฉันคิมฮเยยอน รับบทฮเยจู นางเอกโชคชะตาเลวร้าย ต้องหนักใจเพราะความรักของผู้ชายสองคนค่ะ อาจจะมีข้อผิดพลาดเยอะ เพราะไม่ได้เล่นซีรีส์มานานแล้ว แต่ยังไงก็ช่วยเอ็นดูด้วยนะคะ” 

คิมฮเยยอนวางมือลงบนหน้าอกและโค้งทักทาย แม้จะเป็นแค่การทักทายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ความงดงามกลับแผ่กระจายไปทั่ว โนอึลปรบมือเบาๆ ขณะมองเธอ และจากนั้นก็รู้ตัวว่าถึงตาตัวเองแล้ว เพราะยังซึงคยูใช้มือจิ้มเข้าที่สีข้าง เขาจึงลดมือลงพลางถอนหายใจยาวๆ จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนประสานมือที่สั่นเทาเข้าด้วยกันเมื่อรอบตัวเงียบลงไป  

“สวัสดีครับ ผมยูโนอึล นักแสดงหน้าใหม่ รับบทฮานึล ทายาทเศรษฐีรุ่นสาม นอกจากคังจูก็ไม่สนใครทั้งนั้น รบกวนให้คำแนะนำผมเยอะๆ ด้วยนะครับ” 

“เขาเป็นพวกฉันล่ะ!” 

“อิจฉาจัง!” 

“ทำไมนายต้องอิจฉาด้วย!” 

“ก็คุณยูโนอึลน่ะ เป็นนักแสงหน้าใหม่ ถึงจะทำพลาดก็เข้าใจได้ แล้วก็น่าเอ็นดู ซึงคยูกับกีฮุนเหมือนจะถูกโค่นแล้วนะ” 

โนอึลหน้าแดงเพราะเสียงปรบมือที่ส่งมาให้ จากนั้นก็ต้องก้มหน้าและนั่งลงอย่างรวดเร็วเพราะรู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหลออกมา ยังซึงคยูเลยลูบหัวโนอึลขณะแซวเล่น ส่วนชินกีฮุนก็พูดว่าอิจฉาออกมาอย่างเกินจริง หลายๆ คนมองโนอึลที่เกือบจะหน้าแดงอีกครั้งเพราะคำพูดของคนเขียนบท จากนั้นคิมฮเยยอนที่สนิทสนมกับชินกีฮุน รวมถึงใบหน้าของสต๊าฟที่แฝงความไม่พอใจและความสงสัยก็เริ่มผ่อนคลายลงช้าๆ เพราะท่าทางสดใหม่ที่ไม่ค่อยได้เห็น 

 

การอ่านบทที่โนอึลเพิ่งเคยเข้าร่วมเป็นครั้งแรกในชีวิตการแสดงล้วนเต็มไปด้วยความแปลกใหม่ มันมีแต่เสียงหัวเราะเหมือนเป็นการรวมตัวของคนรู้จักกันมากกว่าการอ่านบท บรรยากาศสนุกสนานต่างจากการอ่านบทที่ดูแข็งกระด้างแบบที่เคยเห็นผ่านสื่อ ไม่มีเสียงบ่นหรือการสั่งให้ทำแบบนั้นสิ แบบนี้สิ เนื่องจากเป็นการรวมตัวกันของเหล่าคนที่เคยทำงานด้วยกันมาแล้ว พวกเขาต่างจดจ่อกับการแสดงของกันและกัน ช่วยแนะนำกัน เพราะอย่างนั้นถึงมันจะเป็นการอ่านบทครั้งแรก แต่โนอึลก็ไม่ได้รู้สึกหนักใจหรือประหม่ามากขนาดนั้น มันจบลงด้วยดีต่างจากความกังวล 

“ทุกคนน่าจะรู้กันอยู่แล้วนะครับ ว่าการถ่ายทำจะถูกเลื่อนเข้ามาเหมือนที่ได้แจ้งไปแล้วก่อนหน้านี้ ผมเลยคิดว่าจะทำตอนจบในช่วงอากาศดีให้สมกับที่เลื่อนกำหนดเข้ามา ดังนั้นนักแสดงเด็กเจอกันพรุ่งนี้ ส่วนนักแสดงรุ่นโตก็เจอกันอีกสองวันนะครับ” 

“ขอบคุณที่ทำงานหนักครับ/ค่ะ!” 

“ขอบคุณสำหรับการทำงานหนักครับ/ค่ะ!” 

หลายคนเริ่มกระจัดกระจายกันออกไปหลังกล่าวลาเสียงดัง โนอึลหมดแรงเพราะบทพูดสั้นๆ ไม่กี่บรรทัด ท่ามกลางนักแสดงต่างๆ ที่ยังสดใสแม้จะต้องพูดบทเยอะๆ เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้พร้อมกำบทไว้อย่างเหม่อลอย ขณะมองไปรอบๆ ก็สบตากับชินกีฮุนที่กำลังรับบุหรี่จากผู้จัดการ อีกฝ่ายจึงยิ้มให้โนอึลแล้วเดินเข้ามาหาอย่างเนิบๆ 

“สูบบุหรี่ไหมครับ” 

“คะ ครับ” 

“ผมว่าจะไปสูบกับซึงคยูน่ะ ไปด้วยกันสิครับ” 

“เอ่อ... ครับ!” 

ถึงแม้เขาจะประหลาดใจกับประโยคชักชวนที่ไม่เคยคาดคิด ทว่าดูเหมือนความงงงวยจะมีมากกว่าความประหลาดใจ สูบบุหรี่กับยังซึงคยูที่บริษัทก็น่าหนักใจแล้ว นี่ยังรวมชินกีฮุนเข้าไปอีก โนอึลจ้องมองคนตรงหน้าอย่างระมัดระวังขณะเดินตามหลัง แต่กลับเจอสายตาของคยองซูถามว่าจะไปไหนก่อน เขาจึงส่งขอความช่วยเหลือทางสายตา คยองซูเลยทำสีหน้าลำบากใจใส่ ชินกีฮุนเป็นนักแสดงสังกัดอื่น แถมยังเป็นนักแสดงที่มีความนิยมสูงสุดด้วย จึงไม่สามารถทำอะไรตามอำเภอใจได้ โนอึลทำไหล่ตกเมื่อเห็นสายตาสิ้นหวังของคยองซู จากนั้นก็ต้องรีบวิ่งไปหาชินกีฮุนที่เดินนำหน้าไปแล้ว ไม่รู้เพราะอีกฝ่ายขายาว หรืออาจจะก้าวเท้าเร็วเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว  

ห้องสูบบุหรี่ด้านนอกของสถานีโทรทัศน์อยู่ลึกมากๆ เมื่อเทียบกับอาคารอื่นๆ พวกเขาเดินอ้อมไปอยู่พักหนึ่งถ้าไม่ใช่เพราะชินกีฮุน โนอึลก็คงหามันไม่เจอ จนในที่สุดก็มาถึงห้องสูบบุหรี่ที่เต็มไปด้วยควันขมุกขมัว เขาเอ่ยทักทายเบาๆ และเดินเข้าไปเพราะมีสตาฟหลายคนกำลังพูดคุยนั่นนี่กับยังซึงคยูอยู่บริเวณด้านหนึ่งของห้องสูบบุหรี่ 

“เฮ้ย ทำไมนายถึงเป็นพาคุณโนอึลของพวกเรามาด้วยล่ะ” 

ระหว่างที่โนอึลกำลังครุ่นคิดว่าตัวเองต้องสูบบุหรี่หรือต้องพูดอะไรไหม ยังซึงคยูก็เบิกตาโพลงเมื่อเห็นโนอึลยืนอยู่ข้างๆ ชินกีฮุน ทำไมสองคนนี้ถึงมาด้วยกันนะ เมื่อความอยากรู้อยากเห็นและความสงสัยฉายเต็มดวงตาทั้งสองข้างที่เบิกโพลง ชินกีฮุนก็ใช้ไฟแช็กจุดบุหรี่แล้วมองโนอึลทีนึงก่อนจะยักไหล่  

“ก็นายไม่ยอมพามา” 

โนอึลนิ่งเหมือนกลายเป็นต้นไม้ ดวงตายังซึงคยูหรี่ลงเพราะคำพูดแปลกๆ ของชินกีฮุน พระเอกของเรื่องมองโนอึลยืนประสานมือทั้งสองข้าง แล้วก็มองชินกีฮุนที่คาบบุหรี่ไว้ในปาก สุดท้ายซึงคยูก็ขมวดคิ้วและพ่นควันเฮือกใหญ่ออกมาจากปาก  

“ใครเห็นคงนึกว่าอยู่ในสังกัดเดียวกับนายน่ะสิ ใช่ไหมครับ คุณโนอึล” 

ยังซึงคยูส่ายหัวเบาๆ แล้วพูดขณะมองโนอึล ส่วนชินกีฮุนก็เคาะขี้บุหรี่ลงในที่เขี่ยบุหรี่ โนอึลยกมือที่ประสานกันอยู่ขึ้นมาโบกอย่างหนัก 

“ไม่ใช่นะครับ ไม่ใช่...” 

ถึงจะปฏิเสธว่าไม่ได้อยู่สังกัดเดียวกันแล้ว แต่โนอึลก็สังเกตยังซึงคยูกับชินกีฮุน เพราะชินกีฮุนดูแลเขาเป็นอย่างดีจนน่าแปลกใจ โนอึลไม่รู้แล้วว่าตัวเองมาเพื่อสูบบุหรี่ หรือว่าเพื่อสังเกตการณ์กันแน่ เขารู้สึกว่าชินกีฮุนมักจะพูดแปลกๆ ทุกครั้ง 

“ว่าแต่ว่าคุณโนอึลเพิ่งเคยแสดงละครเป็นครั้งแรกใช่ไหมครับ ดูเป็นธรรมชาติดีนะ” 

ชินกีฮุนจ้องโนอึลเหมือนไม่รู้สายตาของยังซึงคยู ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างแผ่วเบาพร้อมกับขยับนิ้วเหมือนกับสั่งให้สูบบุหรี่สิ โนอึลมองไปรอบๆ เพราะการขยับมือของอีกฝ่าย จากนั้นก็หยิบบุหรี่ออกมาจากกระเป๋ากางเกง  

“คิดว่าที่เป็นแบบนั้นเพราะได้รับการเทรนมาเยอะจากเอเจนซีน่ะครับ ผมเข้าเทรนทุกวันเลย” 

“สมกับเป็นดับบลิว เอเจนซีจริงๆ จะต้องยอมรับเรื่องการดูแลนักแสดงในสังกัด” 

ไม่สนใจว่ามันจะเป็นวันธรรมดาหรือสุดสัปดาห์ โนอึลได้รับการเทรนวันละสองถึงสามชั่วโมง เริ่มจากเทรนการแสดง ไปจนถึงเทรนการสัมภาษณ์กับสื่อ เช่น นิตยสาร โทรทัศน์ หรือวิทยุ โนอึลสับสนเพราะจะต้องรู้ทุกอย่างแม้กระทั่งอะไรที่ไม่เคยคาดคิด เช่น ทิศทางที่กล้องจะหมุน หรือวิธีส่งสายตาให้ตรงกับกล้อง แต่ก็เหมือนมันจะช่วยได้มาก เมื่อนึกถึงการเทรนที่ได้รับก่อนเข้ามาอ่านบท ก็ได้แต่ยิ้มออกมาอย่างเคอะเขิน เพราะเขาได้รับการเทรนทุกวันถึงขั้นเรียกได้ว่าโหดร้าย ก็เลยผ่านทุกอย่างไปได้โดยราบรื่น 

“ถ้าทำเหมือนเมื่อกี้ แล้วได้ซีนดีๆ ก็น่าจะไปได้สวยเลยล่ะครับ” 

“ขอบคุณที่ช่วยแนะนำนะครับ” 

“ผมพูดจริงๆ นะ ไม่ได้โกหก ลุคของคุณโนอึล พวกผู้หญิงต้องชอบมากแน่ๆ ภาพลักษณ์เด็กหนุ่มที่หายากในช่วงนี้” 

ยังซึงคยูหันมาหาแล้วฟังบทสนทนาระหว่างเขากับชินกีฮุนไปด้วย คำพูดและสายตาเปิดเผยไปทางโนอึลที่ดูจะไม่รับรู้อะไรเลยทำให้ชายหนุ่มยกมุมปากขึ้นยิ้มแล้วเคาะขี้บุหรี่ลงกับที่เขี่ยบุหรี่ 

“นี่ นายชอบดูแลเด็กใหม่ตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วเมื่อกี้ขบวนแห่คำชมหรือไง เลิ่กลั่กสุดๆ ไปเลย” 

คนทักท้วงพูดเรื่องจริงครึ่งหนึ่ง หยอกเล่นอีกครึ่งหนึ่ง ชินกีฮุนเลยละสายตาจากโนอึลไปทางยังซึงคยูเพราะคำพูดปนเสียงหัวเราะ 

“ก็เป็นนักแสดงหน้าใหม่ที่ต้องเจอกันไปอีกนานนี่นา ก็ต้องคบค้าสมาคมไว้สิ” 

“งั้นเหรอ” 

เขามาเพื่อสูบบุหรี่เฉยๆ นะ แต่ทำไมบรรยากาศมันถึงแปลกๆ ล่ะ โนอึลมองยังซึงคยูกับชินกีฮุน ซึ่งทิ้งเขาไว้แล้วหันไปพูดคุยกันเอง เขาสูบบุหรี่อย่างรีบร้อนจนมันไหม้ไปจนถึงก้น ระหว่างสังเกตทั้งสองคนที่เงียบไปอีกครั้ง จากนั้นก็บี้บุหรี่ลงกับที่เขี่ยบุหรี่ ก่อนจะประสานมือทั้งสองข้างไว้ด้วยกันแล้วโค้งลานักแสดงชื่อดังทั้งสองคนที่กำลังยิ้มอยู่แต่บรรยากาศกลับดูประหลาด 

“เอ่อ พี่ผู้จัดการผมบอกว่าให้รีบกลับ ยังไงผมขอตัวก่อนนะครับ” 

“โอเค ไว้เจอกันวันถ่ายทำครับ” 

“กลับดีๆ นะครับ” 

โนอึลโค้งเกือบจะเก้าสิบองศาขณะกล่าวลา แล้วรีบออกจากห้องสูบบุหรี่ไป ยังซึงคยูแผ่นหลังเล็กก่อนจะขยี้ดับบุหรี่ ส่วนสายตาเยือกเย็นของชินกีฮุนจับจ้องอยู่กับประตูห้องสูบบุหรี่ที่เพิ่งถูกปิดไป ซึงคยูส่ายหัวไปมาแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง จากนั้นก็กระซิบเบาๆ พร้อมรอยยิ้ม 

“แบบนี้... คงจะต้องเปลี่ยนนักแสดงอีกแล้วสินะ” 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น