เอส ดับเบิ้ลเอส
facebook-icon

#เยลของยักษ์ เยลเมียผู้ไม่สู้คน แต่ถนัดนักตบผัว!!!

#เยลของยักษ์ ๓ [100%]

ชื่อตอน : #เยลของยักษ์ ๓ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ส.ค. 2562 16:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#เยลของยักษ์ ๓ [100%]
แบบอักษร

#เยลของยักษ์ ๓ 

ผมพายัยเด็กเยลลี่และแมวจรจัดที่เธออุ้มไม่ยอมปล่อยกลับมาที่ห้องอีกครั้ง เป็นครั้งที่สองที่ผมยอมให้ผู้หญิงที่ตัวเองไม่รู้จักเข้ามาอยู่ในห้อง ผมจะคิดว่าเพราะแมวก็แล้วกัน ผมสงสารแมวไม่ได้สงสารเธอ

“หนูอยากอาบน้ำค่ะ” นอกจากจะวุ่นวาย ยังถือวิสาสะเก่งอีกครับ เธอไม่มีสิทธิ์ร้องขออะไรเลยด้วยซ้ำ

“บอกกูทำไม”

“หนูหนาว หนูอยากอาบน้ำ”

“เออ!” ไม่สนใจคำพูดของผมเลยครับ ผมเลยจำใจต้องพาไปอีกห้องซึ่งไม่ได้ใช้งานนอกจากปล่อยว่างเอาไว้เท่านั้น

“ขอยืมชุดด้วยได้ไหมคะ”

“เยอะ!”

“…” ยัยนี่ไม่ได้ตอบกลับนอกจากแบนปากใส่ผม สุดท้ายผมก็ต้องยอมแบบไม่มีทางเลือก เดินกลับไปห้องนอนของตัวเองเพื่อหยิบผ้าขนหนูและชุดเปลี่ยนใหม่ออกมาให้

“ชุดที่ใส่อยู่ซักซะด้วย”

“มีเครื่องซักผ้าเหรอคะ”

“มือ”

“อ๋อ ค่ะ” จริงๆ ผมมีเครื่องซักผ้านะครับ แต่ไม่ให้ใช้ อยากรู้ว่าจะมีปัญญาดูแลตัวเองหรือเปล่า ผมไม่ได้สนใจยัยเด็กนี่อีก เดินออกมาจากห้องและกลับเข้าห้องนอนของตัวเองเพราะผมต้องอาบน้ำเหมือนกัน

ผมใช้เวลาทบทวนตัวเองอยู่ในห้องน้ำนานพอสมควร เกือบหนึ่งชั่วโมงเลยก็ว่าได้ครับ หลังจากอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยก็ออกมาแต่งตัว สวมแค่กางเกงนอนขายาวเท่านั้น ปกติผมก็แต่งแบบนี้นอนอยู่แล้ว

ผมเดินออกจากห้องจะออกไปหาน้ำดื่มแต่กลับต้องชะงักเพราะยัยเด็กเยลลี่กับแมวจรกำลังนอนหลับปุ๋ยกันอยู่ที่โซฟาทั้งคู่ เธอใช้เพียงผ้าขนหนูผืนที่ผมให้ไว้คลุมตัวเองและลูกแมว

“ลำพังตัวเองยังจะเอาตัวแทบไม่รอด ยังหาภาระมาให้ตัวเองอีก” สายตาเหลือบมองยัยเด็กเยลลี่พร้อมกับคำบ่น “แล้วจะไปสนใจทำไมวะ”

ผมเลิกสนใจเธอก่อนจะเดินไปหาน้ำดื่ม ปิดไฟด้านนอกและกลับเข้าห้องนอนทันที ในเมื่อเลือกจะใจดำก็ต้องให้ถึงที่สุด ผมไม่ได้รู้จักยัยเด็กนี่เป็นพิเศษ ไม่จำเป็นต้องแคร์หรือสนใจอะไรเลยด้วยซ้ำ…

รุ่งเช้า

ผมงัวเงียลุกขึ้นเพราะเสียงรบกวนจากด้านนอก เป็นเสียงของลูกแมวครับ ปกตินี่ไม่ใช่เวลาตื่นนอนของผม แต่กลับต้องตื่นเพราะแมว สุดท้ายก็ต้องเดินออกจากห้องเพื่อออกมาดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมแมวถึงได้ร้องไห้หนักขนาดนี้

เมี้ยว เมี้ยว 

ยิ่งเปิดประตูออกมา เสียงร้องยิ่งดังครับ

“หูหนวกหรือยังไงกันวะ แมวร้องดังขนาดนี้มึงยังหลับได้อีก” เดินออกมาจากห้อง เห็นยัยเด็กเยลลี่ยังนอนหลับอยู่ผมเลยแหกปากด่าทันที แต่ไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้นมาเลยครับ “นี่!” ใช้ฝ่ามือเขย่าเบาๆ แต่กลับสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายที่ร้อนเป็นพิเศษ

“อะ อึก… หะ หนาว” เสียงบ่นพึมพำของเจ้าหล่อนดังขึ้นมาทันที

เมี้ยว เมี้ยว 

นี่ก็อีกตัวครับ ทำไมต้องมาเป็นภาระของผมทั้งคนทั้งแมวแบบนี้

“เฮ้ย! ตื่น” ขยับเข้าไปสะกิดแรงกว่าเดิม แต่ก็ต้องตกใจ “เชี่ย! ตัวร้อนจี๋เลยนี่หว่า”

ตอนนี้ในหัวของผมกำลังตีกันครับ มีทั้งด้านดีและด้านไม่ดี เลยไม่ได้ทำอะไรนอกจากยืนมองอยู่นิ่งๆ ลูกแมวก็เอาแต่ร้องดังอยู่อย่างนั้น

“จะไปช่วยทำไมวะ ปล่อยให้ตายๆ ไปซะได้ก็ดี” ด้านเลวครับ

“แต่จะมาตายในห้องนี้ไม่ได้” ด้านดีครับ

“แค่ครั้งนี้เท่านั้นนะ ยัยเด็กบ้า!” สุดท้ายผมก็ต้องเลือกดูแลเธอแทนครับ นึกถึงคำสอนของแม่เอาไว้ แม้มันจะใช้ไม่ค่อยได้ผมกับคนอย่างผมก็ตาม ผมอุ้มยัยเด็กนี่ไปนอนในห้องของตัวเอง ห้องส่วนตัวที่ผมไม่เคยคิดให้ใครเข้ามาเลย พออุ้มเข้ามาไอ้ลูกแมวก็วิ่งตามมาติดๆ

ผมต้องดูแลทุกอย่างตั้งแต่เช็ดตัว หาเสื้อมาใส่ให้เพิ่มและหายามาให้กิน โชคดีที่ในห้องนอนของผมยังมีติดเอาไว้บ้าง หลังจากดูแลคนจนเสร็จเรียบร้อย ผมก็ต้องมาดูแลแมวต่อ ซึ่งไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกสำหรับแมวเลยครับ ทำได้ดีที่สุดคือหาอะไรให้มันกินก่อนเท่านั้น

ผมเดินกลับเข้ามาในห้อง นั่งมองยัยเด็กเยลลี่อยู่ตรงโซฟาปลายเตียง ทำไมผมต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย ทำไมต้องมาดูแลใครก็ไม่รู้และที่สำคัญแม่คิดจะทำอะไรกับผมกันแน่เนี่ย ผมไม่ได้ปล่อยให้ตัวเองสงสัยนานหรอกครับ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาแม่ทันที

ตู้ด ๆ ๆ ๆ 

เสียงรอสายดังขึ้น จนกระทั่งปลายสายกดรับ

“ใหญ่ของแม่” เสียงใส่แจ๋วเลยครับ

(เหอะ!)

“ลูกรัก อย่าเสียมารยาทกับแม่สิ”

(แม่คิดจะทำอะไร ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะครับ ผมสามสิบสองแล้ว!) ย้ำอายุของตัวเองให้แม่ฟัง

“แม่ทำอะไรเหรอลูก”

(แม่ส่งยัยเด็กที่ไหนก็ไม่รู้มาดูแลผม แม่คิดว่าผมอายุเท่าไหร่กันแล้วครับ)

“สามสิบสองไง ใหญ่เพิ่งบอกแม่มาเองนะลูก”

(แม่! ผมไม่ตลกนะครับ แม่เอายัยเด็กนี่กลับไปเลยนะ)

“ไม่ได้หรอกลูก แม่จ่ายเงินไปแล้ว”

(เดี๋ยวผมจ่ายคืนเอง)

“ไม่ได้! มันไม่เหมือนกัน”

(แต่ผมไม่ต้องการยัยนี่ ผมมองเห็นถึงภาระในอนาคต ซึ่งผมไม่ต้องการ แม่ก็รู้ว่าผมไม่ชอบให้คนแปลกหน้าเข้ามาอยู่ในห้องด้วย)

“แต่เยลลี่ไม่ใช่คนแปลกหน้านะใหญ่ เยลลี่น่ะ…”

(ผมไม่สนใจว่ายัยนี่จะเป็นใครหรอกครับ ผมรู้แค่ว่าผมไม่ต้องการ!)

“หนึ่งเดือน”

(อะไรครับ)

“ก็เยลลี่รับเงินของแม่ไปแล้ว เพราะฉะนั้นใหญ่ก็ต้องยอมให้เยลลี่อยู่ด้วยหนึ่งเดือน ถือว่าเป็นเงินค่าจ้างของแม่ละกัน”

(งั้นแม่ก็เอายัยนี่ไปอยู่ที่บ้านสิครับ จะให้มาอยู่กับผมทำไม)

“ที่บ้านมีเด็กรับใช้หลายคนแล้ว แม่ให้ใหญ่ละกัน”

(แม่!)

“โอเค ตามนี้นะลูก แม่ต้องรีบไปเตรียมตัว แม่มีงานน่ะลูก”

ผมเถียงไม่ทันจบแม่ก็กดตัดสายไปซะแล้ว พอโทรกลับแม่ก็ไม่ยอมรับสายอีกครับ หลังจากวางสายจากแม่และโทรหาไม่รับผมก็กวาดสายตาไปมองตัวต้นเหตุทันที ยัยเด็กเยลลี่ลุกขึ้นมานั่งมองผมอยู่แล้ว

“ตื่นแล้วเหรอ ตื่นแล้วก็ไสหัวออกไปสิ”

“…” ไม่พูดครับ นอกจากขยับตัวเพื่อจะลงจากเตียง ขาแตะพื้นกำลังจะลุกขึ้นยืน แต่…

ตุบ! 

นั่นแหละครับ ล้มไม่เป็นท่าเลยทีเดียว

“อะ อึก…” ร้องไห้อีกแล้วครับ

“มึงจะร้องไห้ทำไมนักหนา”

“ฮือๆ”

“เฮ้ย! เงียบ! กูไม่ชอบฟังเสียงร้องไห้ แล้วก็ออกไปจากห้องของกูได้แล้ว จะไปไหนก็ไป กูไม่อยากเห็นหน้ามึง” ไม่มีเสียงตอบกลับมานอกจากเสียงร้องไห้ ก่อนจะพยายามพาตัวเองออกไปจากห้องของผม เดินตัวงอออกไปเลยครับ ผมไม่ได้ใจร้ายไปใช่มั้ย ไม่ครับ ผมไม่ใช่คนดีอยู่แล้วนี่

หลังจากไล่ยัยเด็กนั่นออกไป ผมก็พาตัวเองเข้าไปอาบน้ำ อยากทำให้ตัวเองหัวเย็นกว่านี้ ถึงแม่จะบอกให้ผมรับยัยเด็กนี่มาอยู่ด้วยหนึ่งเดือน แต่ผมไม่มีทางทำตามเด็ดขาด ผมใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำนานพอสมควร ก่อนจะเดินออกมาแต่งตัวออกจากห้อง ในห้องเงียบมาก ไม่มีใครอยู่แล้วหรือว่าจะออกไปแล้วจริงๆ ก็เดินเหมือนกันครับ

กริ่ง! 

เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้น ผมเลยเลิกสนใจยัยเด็กเยลลี่ก่อนจะเดินไปเปิดประตูให้ คนที่มาคือไอ้นายครับ ท่าทางเหมือนกำลังมองหาอะไร

“อะไร?”

“มึงพาน้องคนนั้นมาค้างด้วยเหรอ”

“เสือก!”

“ไอ้สัส! ไม่ต้องมาโหดกลบเกลื่อน เมื่อกี้กูเจอน้องเขาเดินออกจากคอนโดมึงอะ เดินกอดลูกแมวออกไป” ไอ้นายเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับประโยคเมื่อกี้

“บอกกูทำไม”

“แต่น้องเขารู้จักมึงนะ”

“แต่กูไม่รู้จัก”

“แต่ก็แปลกดี ปกติมึงไม่เคยให้ผู้หญิงคนไหนเข้าห้องเลย แถมยังให้นอนค้างอีก กูว่า…”

“ถ้าจะมาเสือก มึงกลับไปซะ กูรำคาญ!” ผมพูดดักคอมันเอาไว้ ไม่อยากได้ยินเรื่องของยัยเด็กคนนั้นอีก ไอ้นายมันก็เงียบไปเลยครับ จนเสียงโทรศัพท์ของผมดังขึ้น

ครืด ครืด 

ผมหยิบออกมาดู เป็นเบอร์ไอ้เล็กโทรเข้ามา

“ฮัล…”

(มีอะไรก็ว่ามาเลย)

“โห่พี่ใหญ่ ไม่คิดจะให้ผมฮัลโหลจบก่อนเหรอครับ”

(เสียเวลา มีอะไร)

“เยลลี่ล่ะครับ”

(กูไล่ออกไปแล้ว)

“ห๊ะ! ไล่ไปไหนครับ”

(กูไม่ใช่เด็กแล้ว กูไม่ต้องการคนดูแล ถ้าแม่เสียดายเงินขนาดนั้นเดี๋ยวกูจ่ายคืนเอง)

“โอ้ยพี่ใหญ่ พี่รู้หรือเปล่าว่าทำอะไรลงไป”

(ทำอะไร กูแค่ไล่ยัยเด็กนั่นออกไป เพราะกูไม่ต้องการ!)

“แต่เยลลี่เป็นหลานของป้าอ่อนนะ”

(ห๊ะ! เมื่อกี้มึงบอกว่ายัยเด็กคนนี้เป็นหลานของใครนะ)

“ป้าอ่อน!”

(เชี่ย! แต่กูไล่ไปแล้ว)

“พี่ไปตามกลับมาเลยนะ ที่ผมโทรมาเพราะป้าอ่อนเป็นห่วงหลานสาว ท่านกลัวว่าเยลลี่จะไปทำให้พี่รำคาญใจ แต่ถ้าพี่ไล่เยลลี่ไปแล้ว ผมคงต้องบอกป้าอ่อนแบบนี้”

(ไอ้เล็ก! มึงอย่ามากวนตีนกู)

“เอ้า! งั้นพี่ก็ต้องไปตามหาเยลลี่แล้วแหละครับ เยลเป็นเด็กต่างจังหวัด ไม่เคยไปไหนมาไหนนอกจากอยู่ที่บ้าน อ๋อ! เยลเพิ่งมากรุงเทพเมื่อวันเสาร์นี่เอง วันอาทิตย์ช่วงบ่ายๆ แม่ก็ส่งไปหาพี่เลย”

(แล้วมันกงการอะไรของกูอีกวะเนี่ย)

“ป้าอ่อนครับ…”

(ไอ้เล็ก!)

“ตกลงจะเอายังไง”

(เออ!) สุดท้ายผมก็ต้องยอมครับ ติดอยู่ตรงที่หลานป้าอ่อนนี่แหละครับ ถ้าไม่ใช่หลานของท่านผมไม่มีทางตามหาแน่นอน

“ขอโทษครับ ขอคั่นเวลาแป๊บนึง สรุปมึงรู้จักน้องคนนั้นใช่มั้ย”

“มึงก็เสือกทุกเวลาเลยจริงๆ ไหนๆ ก็มาแล้ว ช่วยกูตามหาหน่อยละกัน”

“ตะ…”

“หาเจอแล้วค่อยเสือกใหม่ โอเคนะเพื่อน” ตบบ่ามันสองสามทีก่อนจะออกจากห้อง ไอ้นายก็วิ่งตามออกมาติดๆ ตั้งแต่เจอยัยเด็กคนนี้ ผมไม่เคยอยู่แบบเป็นสุขเลยครับ ทำไมมีแต่เรื่องให้ปวดหัวเนี่ย

 

 

 

--100%--

ยักษ์ พี่เป็นผัวคนแรกที่ไม่สนอะไรเลย แม้แต่เมียในอนาคต 555555555

#ยักษ์ไม่รักเด็ก #ยักษ์รักแมว 

 

แรกๆ พระเอกอาจจะห่ามไปหน่อย แต่หลังๆ จะห่ามยิ่งกว่าค่ะ 5555 อนาคตคงจะติดเมียเหมือนคนอื่นๆ

 

เรื่องนี้จะติดเหรียญเป็นบางตอนนะคะ มีลงเฟซให้อ่านฟรีเหมือนเดิม ติดแล้วแต่อารมณ์ อยากติดก็ติด ไม่อยากก็อ่านฟรีเหมือนเดิม

 

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามกันเสมอนะคะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น