นาคสีนิล

แค่เข้ามาอ่านนักเขียนอย่างเราก็มีกำลังใจ

ชื่อตอน : @Zombie21

คำค้น : -

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 92

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ส.ค. 2562 20:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
@Zombie21
แบบอักษร

      “อีกสิบห้านาทีเครื่องจะลงจอด”เสียงไอ้ชาญบอกมาจากห้องเครื่องให้พวกเราที่นั่งอยู่ประจำเบาะผู้โดยสารรับรู้

            “อืมมมม”เสียงครางเบาๆจากการหลับฝันดีของผู้ชายโรคจิตที่นั่งข้างฉันดังเข้ามาตรงโซนประสาทหูฉันถึงมันจะเบาแต่ฉันก็ได้ยินเพราะก่อนที่จะหลับไอ้โรคจิตเลย์มันบอกว่าถ้าอยากให้การเล่นละครตบตาของเราเนียนขึ้นฉันต้องทำเป็นหลับแล้วซบลงมากับไหล่ของมันตอนแรกฉันก็ปฏิเสธหัวชนฝาฉันไม่มีวันไปทำอะไรแบบนั้นหรอกย่ะจ่ายมาสักสิบล้านก่อนสิอาจจะเก็บไปพิจารณาดุก็ได้นะแต่หมอนั่นกลับตอบกลับมาว่าถ้าไม่ทำก็ไม่ต้องเอาข้อมูลจากมันไอ้เหี้ยเอ๊ยยยยย ขอให้ได้ข้อมูลมาก่อนเถอะเดี๋ยวแม่จะมาโขกสับให้เละเลยซึ่งตอนนี้ฉันก็นั่งหลับตาเอาหัวซบกับไหล่ของไอ้เลย์แล้วไอ้เลย์ก็เอาหัวมาซบหัวฉันต่อ แม่อยากจะกรี๊ดดังๆให้พระเจ้าได้รับรู้ว่ามันทรมานมากขนาดไหนจะหลับก็หลับไม่ลงตลอดทั้งคืนแค่ไม่ได้นอนคืนเดียวไม่สะทกสะท้านฉันหรอกไม่ได้นอนเป็นอาทิตย์ก็เคยมาแล้วแต่นี่ฉันต้องต่อสู้กับทหารเอย ซอมบี้เอย หัวใจตัวเองเอย เดี๋ยวนะ!ฉันต่อสู้กับหัวใจตัวเองเรอะไม่ ไม่มีวันที่ฉันจะใจเต้นกับไอ้บ้านี่เป็นอันขาดฉันที่แกล้งหลับตาซบไหล่ไอ้โรคจิตเลย์พยายามแกล้งทำตัวว่าตื่นแล้วและจะกลับมานั่งให้เป็นปกติสุขอย่างเดิมเพราะถ้าอยู่ถ้านี้นานกว่านี้ล่ะก็ฉันคงอาจจะเครียดตายได้

            “ฮ้าววว...เช้าแล้วเหรอ”แหลว่าตื่นได้เนียนมากถึงจะไม่ได้หลับทั้งคืนก็เถอะ

           “ตื่นแล้วเหรอที่รักผมขออยู่ท่านี้จนกว่าเครื่องจะลงจอดนะ”มันไม่รอให้ฉันปฏิเสธมันก็เอามือมาล็อคหัวฉันให้ซบอยู่อย่างนั้นไอ้จัญไรเอ้ย!ฉันอยากจะด่าออกไปดังๆแต่ก็กลัวคนอื่นจับไต๋ได้ซะก่อน

           “ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะยะ”ฉันกัดฟันกระซิบข่มขู่หมอนั่นให้ปล่อยให้ฉันเป็นอิสระ

          “ไม่ได้หรอกนะที่รักคนอื่นเขากำลังมองเราอยู่นะ”ไอ้เลย์พลิกหน้ามามองฉันแล้วยิ้มร้ายออกมา ได้!ด้ายยยย!แกจะเล่นอย่างนี้ใช่มั้ย ได้!

          “เลย์ขาชายังง่วงอยู่เลยแถมหนาวด้วยเลย์ช่วยกอดชาแน่นๆหน่อยสิคะ”ฉันเบียดชิดไปกับอกแกร่งของไอ้บ้านี่ทั้งยังส่งสายตาอ้อนๆไปให้อีกจนหมอนั้นนิ่งอึ้งไปหลายวิฉันยิ้มออกมาอย่างผู้ชนะก่อนจะถอยออกมาหวังจะกลับไปนั่งดีๆ

             “ได้สิครับที่รักผมทำให้คุณได้ทุกอย่างอยู่แล้ว”หมอนั่นคว้าตัวฉันมากอดเอาไว้กดหัวฉันฝังเอาไว้กับอกอย่างไม่ทันตั้งตัว ใกล้ ใกล้เกินไปแล้ว ตึกตัก! ตึกตัก! Oh shit! ไม่ ฉันไม่ควรมาใจเต้นกับไอ้เรื่องแบบนี้ ใครก็ได้ help me please….

              “อะแฮ่ม!!”เสียงกระแอมดังดุๆมาให้ฉันกับไอ้โรคจิตที่นั่งกอดกันอยู่ คุณย่าคะหนูรักคุณย่าที่สุดไม่ผิดจริงๆที่เกิดเป็นหลานคุณย่า ฉันรีบผลักหมอนั่นออกอย่างรวดเร็วแล้วยิ้มเยาะอย่างมีชัยไปให้หมอนั่นแล้วหันหน้าออกนอกหน้าต่างเพื่อสำรวจดูภูมิประเทศข้างนอกฉันเลือกนั่งติดหน้าต่างเพราะจะได้สะเกตอะไรหลายๆอย่างข้างนอกได้ก่อนคนอื่นตอนนี้เฮลิคอปเตอร์ลำใหญ่ของเรากำลังบินต่ำมุ่งตรงไปยังเกาะเล็กๆแห่งหนึ่งที่ฉันไม่เคยเห็นในแผนที่ ประเทศไทยมีเกาะแบบนี้ด้วยเหรอฉันคิดในใจสายตามองสำรวจหลังคาสังกะสีเล็กๆที่เริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจากการเข้าใกล้ของเฮลิคอปเตอร์เราบินผ่านหลังคามากมายที่แออัดกันอยู่ตอนนี้กำลังรุ่งสางจึงทำให้ไม่ค่อยมีใครสังเกตเห็น

               “พบสถานที่ลงจอดที่เหมาะสมภูมิสภาพเป็นพื้นที่ราบและโล่งมีถูเขาล้อมรอบจากตรงนั้นสู่เขตเมืองก็ราวๆสิบกิโลได้”ไอ้เชียรเดินออกมาจากห้องเครื่องพร้อมกับกระป๋องกาแฟเปล่า

              “เขาอนุญาตให้เอาของเหลวเข้าห้องเครื่องด้วยรึยะ”ฉันจิกกัดหมอนั่นแทนการทักทายยามเช้า

             “ช่วยไม่ได้ ก็คนมันง่วง”ก่อนจะยักไหล่แล้วโยนกระป๋องกาแฟข้ามห้องลงถังขยะ

             “ถ้าจะโยนขนาดนี้ไม่ให้มันติดหน้าฉันเลยล่ะ”เสียงเย็นๆของคุณย่าทำให้ไอ้เชียรขนลุกวาบหน้าซีดเผือดทันที

               “ขอโทษครับคุณย่าผมไม่รู้ว่าคุณย่าก็นั่งอยู่ด้วยนึกว่าท่านจะนอนที่เตียงซะอีก”ไอ้เชียรคลานเข่าเข้าไปหาคุณย่าแล้วแก้ตัวอย่างเอาตัวรอด

               “คนอื่นเค้าก็นอนที่เก้าอี้กันหมดใครมันจะเอาเปรียบได้กันหละ ไปทำงานต่อเถอะ”คุณย่าขยับตัวเล็กน้อยบนเก้าอี้ก่อนที่ไอ้เชียรจะลุกขึ้นแล้วรีบเดินไปที่ห้องเครื่องทันทีโดยไม่คิดจะเหลียวหลัง

                เฮลิคอปเตอร์เริ่มต่ำลงไอ้เต้กับไอ้ไผ่กระโดดลงจากเครื่องไปทำหน้าที่ชี้จุดลงจอดลมจากใบพัดขนาดมหึมาทำให้ต้นหญ้าและต้นไม่ในบริเวณนั้นสั่นไหวอย่างรุนแรงไอ้ชาญหรือไม่ก็ไอ้เชียรหนึ่งในสองคนนี้เอาเครื่องลงจอดได้อย่างนุ่มนวล

                “เราจะแบ่งเป็นสามทีมทีมแรกอาบน้ำแต่งตัวกันก่อนทีมที่สองเข้าเมืองไปสำรวจผู้คนและรวบรวมข้อมูลระหว่างนั้นทีมที่สามจะเดิมสำรวจและคุ้มกันพื้นที่บริเวณนี้แล้วเราจะสลับหน้าที่กันไปเรื่อยๆและนี่วิทยุสื่อสารขนาดเล็กและกล้องกระดุมในการบันทึกภาพ”พูดจบไอ้ชาญก็เอากระป๋องพลาสติกออกมาในนั้นมีทั้งกระดุมและต่างหูแบบหนีบเราหยิบกันละอย่างแล้วจัดการติดตรงจุดว่าสมควร

                   “เอาล่ะฉันกับเชียรจะอยู่ที่นี่เพื่อตรวจเช็คสภาพเครื่องเลยไม่ได้ร่วมแบ่งทีม ทีมแรกนั้นมีคุณย่า หลง ชอนและ ไผ่ไปอาบน้ำ ทีมสองมีเจ๊ชา ปู  เลย์ และ เอกไปสำรวจเมือง ทีมสามมีวิน เต้ ที และ บอสคุ้มกันอาณาบริเวณ”พูดจบเราก็แยกย้ายกันไปแต่ที่ฉันสงสัยนั้นคือทำไมฉันต้องได้อยู่ทีมเดียวกับไอ้โรคจิตข้างบ้านนี้ด้วยยะฉันกลับหลังหันแล้วพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อชาญให้ลอยขึ้น

                  “แกกวนตีนฉันเรอะคิดยังไงให้ฉันไปกับหมอนั่น”ฉันโวยวายใส่ไอ้ชาญอย่างเหลืออด

                 “อ่าว เจ๊ไม่ได้เป็นแฟนกันหรอกเหรอ”ไอ้ชาญมองฉันอย่างสงสัย

               “อะ...เอ่อ”ฉันตะกุกตะกักคลายมือออกจากปกเสื้อของไอ้ชาญ ซวยแล้วฉันเผลอทำให้หมอนี่จับผิดได้ไงกันจะทำไงดีล่ะทีนี้งั้นใช้ไม้นี้เลยแล้วกันด้านเข้าไว้ชาหน้าเธอต้องด้านเข้าไว้

                “แกคิดจะให้แฟนฉันลงไปโดนชะนีแทะโลมเล่นรึไงยะ”ฉันถามออกไปแถมยังตอแหลอารมณ์เสีย

                “งั้นเหรอโทษทีละกันแต่ตอนนี้เจ๊หน้าแดงมากแล้วนะรีบเช็คตัวเองให้เสร็จเหอะเดี๋ยวเอารถออกมาให้ อ๋อ อีกอย่างระวังอย่างไปเจอตำรวจรถคันนี้ไม่มีทะเบียนรถ”

 

บรื้นนน เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มออกมาจากรถจิ๊บสีหม่นที่กำลังเคลื่อนที่ผ่านป่ารกร้างและต้นไม่ใหญ่ไปทางตัวเมืองล่างเขาบรรทุกคนสี่ตนที่สวมชุดราวกับท่องราตรีจนรุ่งสาง

                   “ยัยชาแกเอาหวีติดตัวมามะ”ยัยปูหันหน้ามาหาฉันที่นั่งเบาะหลังคนขับกันสองคนพร้อมกับไม่รู้ว่าฉีดหรืออาบน้ำหอบกันแน่กลิ่นหอมจนฉุนรอบบริเวณทำให้อีกสามคนไอออกมาอย่างเลี่ยงไม่ได้

                     “ที่แกจะอาบทั้งตัวเลยมั้ยฉันจะได้ขุดสระให้”ฉันบีบจมูกแล้วปัดมือไล่ละอองน้ำหอมที่ฟุ้งกระจายไปหมดให้มีอากาศถ่ายเทบ้าง

                   “ก็ได้นะถ้าแกจะทำให้ถึงขนาดนั้น”หนอยยัยปูยอกย้อนกลับมาจังนะยะฉันประชดย่ะ

                   “แล้วแกจะฉีดทำไมเยอะแยะขนาดนี้ล่ะยะกลัวมันไม่หมดรึไง”

                   “ว้ายตาย!แกยังเป็นคนอยู่รึเปล่ายะตัวเหม็นขนาดนี้น้ำก็ไม่ได้อาบแล้วยิ่งต้องเข้าเมืองอีกไม่มีใครกล้าเข้าใกล้แน่”

                    “กลิ่นตัวฉันก็ไม่ได้เหม็นหนิ”ฉันดมฟุดฟิดไปตามพลางคิดว่ากลิ่นแค่นี้ยังสู้กลับกลิ่นเน่าเหม็นเหลือจะทนของพวกซอมบี้ยังไม่ได้ถึงขี้เล็บเลย

                     “นี่แกยังเป็นผู้หญิงอยู่รึเปล่ายะ กลิ่นยังกะควายตายแกยังบอกว่าไม่เหม็นอีกเรอะ”

                    “ขนาดไม่ได้อาบน้ำมาสามอาทิตย์ตอนฝึกรบในสนามรบยังไม่มีใครว่าอะไรเลย”

                   “นั่นเขาฝึกไงเขาเลยไม่ว่า”

                   “เปล่าหรอกมันก็มีห้องอาบน้ำให้นะแต่ฉันไม่อาบเพราะอาบไปมันก็เปื้อนอยู่ดี”

                   “นี่แกอยู่กับผู้หญิงคนอื่นอย่างนั้นเนี่ยนะเขาไม่ด่าแกตายรึไง!”

                   “เปล่า”ฉันส่ายหัว”มีทั้งชายทั้งหญิงนั่นแหละจะหลับก็ผลัดเวณกันเฝ้าแล้วนอนก่ายกันอยู่อย่างนั้นทั้งสามอาทิตย์”

                   “อกอิแป้นจะแตกนี่แกนอนกลับผู้ชายหลายคนตั้งสามอาทิตย์เนี่ยนะ!”ยัยปูโวยวายลั่นจนฉันต้องเอานิ้วอุดหูไว้

                    “ก็บอกแล้วไงว่ามีทั้งชายทั้งหญิงยังไม่มีใครท้องในสนามฝึกหลอกน่าส่วนใหญ่จะตายกันมากกว่าไม่มีเวลามาคิดเรื่องพรรค์นั้นหรอก”ฉันบอกอย่างสบายๆจนยัยปูอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงด้วยเหตุใดก็มิทราบ(ก็เรื่องที่เล่านั่นแหละย่ะ#ไรท์)ก็มันจริงหนิที่ว่าส่วนใหญ่จะตายกันในสนามฝึกนั่นแหละ สนามนั่นเอาไว้สอบเพื่อจบการศึกษาในการเป็นทหารหน่วยรบพิเศษนักเรียนส่วนใหญ่จึงไม่มีครอบครัวหรือสายสัมพันธ์ใดๆมาก่อนอย่างพรรคพวกของฉันก็เป็นเด็กกำพร้ากันทั้งนั้น

                     “แล้วแกรอดมาไดยังไงกันเนี่ยหรือที่นั่งอยู่ข้างฉันเนี่ยจะเป็นวิญญาณ”ยัยปูยื่นมือมาจับนู่นนี่บนตัวฉันก่อนเงื้อมมือขึ้นจะตบเพื่อพิสูจว่าฉันเป็นจริงรึไม่

                     “หยุดเลยนะยะคนร้อยเปอร์เซ็นย่ะยังไม่ตายที่รอดมาได้เพราะฉันโครตเก่งไง”ไม่ได้ยอตัวเองหรอกนะ จริงจริ๊งงงง

                      “อย่างแกเนี่ยนะแกเป็นผู้หญิงนะยะจะไปสู้อะไรกับผู้ชายที่แรงหมาศาลขนาดนั้น”ยัยปูทำหน้าไม่เชื่ออย่างที่สุด

                      “จริงนะอิเจ๊สอบภาคปฎิบัติได้ที่สองของรุ่นเลยล่ะแถมยังได้คะแนนเพิ่มด้านผู้นำและการตัดสินใจด้วย”ไอ้เอกบอกมาจากที่นั่งคนขับด้วยน้ำเสียงอวดๆในตัวหัวหน้าทีม

                       “ภาคปฎิบัติงั้นเหรอแล้วภาคทฤษฎีล่ะ”ปูถามอย่างสงสัย

                      “อ๋อ ส่วนภาคทฤษฎีงั้นหรอ ก็....”

                      “พอ!ๆจบเรื่องนี้ได้แล้วเดี๋ยวยัยปูก็เก็บไปฝันกันพอดี”ฉันรีบโวยวายตัดคำพูดของไอ้เอกทันทีก็ให้ทำไงได้ล่ะจะให้ใตรรู้เรื่องนี้ไม่ได้และที่สำคัญยังมีไอ้ซอมบี้โรคจิตนั่งอยู่ข้างคนขับนั่นอีกต่างหากแถมตายังมองกระจกหลังมายังฉันด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็นเต็มที่หูคงผึ่งเท่าฝาหม้อแล้วมั้งนั่น

                      “แล้วแกจะขัดทำไมเนี่ยฉันอยากรู้”ยัยปูมองค้อนอย่างเง้างอน

                     “ถ้าอยากรู้ก็ถามฉันสิ”ฉันบอกด้วยการเก๊กหน้าไม่ให้มีพิรุธสุดๆ

                     “ม่ายอะยิ่งแกตัดบทแบบมีลับลมคมในแบบนี้ฉันยิ่งอยากรู้ความจริงมากกว่าคำตอบตอแหลของแกยัยชา”ยัยปูยิ้มหวานมาให้ฉันอย่างนึกสนุกเมื่อรู้ว่าเพื่อนตัวเองมีเรื่องที่ต้องเก็บมาล้อยันชาติหน้าแน่ๆ

                      “ม่ายโกหกหรอกจริงจริ๊งงงง”ฉันปฏิเสธ

                      “เสียงสูงเชียวนะ เอกเล่าต่อ”ยัยปูหันไปเค้นไอ้เอกที่ตัวสั่นด้วยอาการกลั้นหัวเราะแล้วเหลือบมามองฉันผ่านกระจกฉันเลยส่งสายตาอำมหิตไปให้ว่าถ้าเรื่องนี้หลุดมาเมื่อไหร่แกไม่ตายดีแน่

                       “กะ ก็อิเจ๊..คิก..น่ะ”ไอ้เอกพยายามหยุดกลั้นหัวเราะเต็มที่แล้วปาดน้ำตาที่เล็ดออกมาทางหางตา”ต้องมาขอสอบใหม่แต่ละวิชาน่ะไม่ต่ำกว่าสามรอบหรอก รอบแรกในวันสอบอิเจ๊ตันท้องเสียเพราะไปโซ้ยส้มตำปูปลาร้ากับส้มตำหอยดองไปตั้งสามถาด ครั้งที่สองดันกาผิดโจทย์ซะงั้นจนคะแนนรวนไปหมด ครั้งที่สามผลเลยออกมาว่าถึงจะไม่มีเรื่องพวกนี้คะแนนภาคทฤษฎีเจ๊แกก็ห่วยเกือบโหล่ทีสุดในรุ่นอยู่ดี ฮ่า ฮ่า ฮ่าๆๆ”พอพูดจบไอ้บ้าที่แฉความอัปยศของฉันก็ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งพร้อมกับอีกสองคนที่เหลือ ยัยปูหัวเราะจนตัวงอส่วนไอ้โรคจิตเลย์ก็กลั้นหัวเราะเอามือปิดปากตัวสั่นเหลือบมองฉันแล้วสั่นหนักกว่าเดิม

               “แล้วไงยะยังไงฉันก็สอบผ่านแถมได้เป็นหัวหน้าทีมอีก”ฉันกอดอกกระแทกหลังพิงกับเบาะรถอย่างอารมณ์เสีย เอกจ๋าเดี๋ยวเจ๊จะเตรียมหลุมฝังศพให้แกเดี๋ยวนี้ล่ะจ๊ะแค้นนี้กุต้องได้ชำระ!!   แล้วเราก็เดินทางผ่านป่าเขาพร้อมกับฉันที่นั่งหน้าบึ้งเป็นตูดลิงกับการเผาเรื่องของฉันจากปากไอ้เอกและยัยปูที่ผลัดกันหัวเราะอย่างกับได้ดูตลกสามช่า

           “ทุกคนใกล้ถึงเขตเมืองแล้ว”ไอแอกหยุดหัวเราะแล้วปรับตัวเข้าสู่โหมดปกติ”ให้ทำไงต่อดี?”มันชำเลืองมองฉันผ่านกระจกหน้ารถเป็นเชิงถาม

           “เราเป็นลูกคุณหนูกระเป๋าหนักที่ทำตัวเสเพลกับเพื่อนๆที่หนีออกจากบ้านมาเที่ยวหาความสนุกแบบแปลกๆที่เกาะไม่มีที่มาที่ไป”ฉันหยิบน้ำหอมของยัยปูขึ้นมาแล้วฉีดไปที่ตัวเองสองสามที่ ยัยนั่นทำหน้าบอกประมาณทีเมื่อกี้ยังซกมกอยู่แท้ๆ

           

           รถขับมาได้ไม่ถึงห้านาทีก็หยุดเครื่องลงเราลงมาจากรถฉันกวาดตามองบรรยากาศรอบตัวตอนนี้เวลาก็เจ็ดโมงกว่าๆแล้วทำให้เราได้รับความสนใจจากผู้คนบนเกาะที่อยู่ตามบ้านเรือนเป็นอย่างมาก ฉันเริ่มบทแสดงเชิดหน้าขึ้นทำตัวเป็นคุณหนูผู้หยิ่งยโสเดินกระแทกเท้าไปหาไอ้เอกแล้วดัดเสียงแหลมๆแสบแก้วหูพูดกับมัน

           “อลันคะตอนนี้โรสไม่ไหวแล้วนะคะเรามาโผล่ที่เกาะอะไรก็ไม่รู้แถมยังมีผู้คนแปลกๆอีก โรสแค่อยากหนีคุณพ่อมาเที่ยวแต่ทำไมเราดันมาติกเกาะกันล่ะคะเนี่ย”ฉันเกาะแขนไอ้เอกแล้วเขย่าแรงๆทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เต็มทนเป็นคุณหนูที่ไม่เคยตกตะกรำลำบาก ความจริงก็ไม่อาจเล่นบทแบบนี้หรอกเพราะว่าถ้าเล่นบทอื่นทำตัวเป็นสาวแกร่งพร้อมไฟว้ทุกสถานการณ์มันจะตามตัวได้ง่ายกว่าเดิมอีกถ้าจะให้เข้ามาเนียนๆแบบอยู่กับชาวบ้านมันจะไม่ผิดสังเกตรึไงว่าอยู่ๆก็มีผู้หญิงสองคนกับผู้ชายอีกสิบกว่ามาเนียนอยู่ด้วยแบบไม่มีที่มาที่ไปแถมอยู่กันเองแบบสตรองโคตรๆอีกต่างหากแบบนี้น่าสงสัยกว่าเยอะถ้ามีคนมาสืบก็รู้แน่ๆเลยล่ะสู้เป็นคุณหนูที่ทำอพไรไม่เป็นสร้างเรื่องให้คนที่นี่เข้าใจผิดให้เขารู้จักในสิ่งที่สร้างขึ้นแล้วปล่อยข้อมูลเท็จเป็นอีกตัวตนหนึ่งยังดีซะกว่า

           “งั้นโรสครับคุณรอผมอยู่ตรงนี้ก่อนนะครับหรือจะไปนั่งในรถรอก็ได้นะผมจะไปถามหาที่พักเรา”เอกตามน้ำกับบทที่ฉันสร้างได้อย่างชำนาญเพราะเคยทำแบบนี้มาล้านกว่าครั้งแล้วล่ะมั้งโดยเฉพาะเวลาจะเนียนกินฟรีที่ร้านบุพเฟต์                  ฉันพยักหน้ารับแล้วเดินไปนั่งอยู่ที่เบาะหลังทำท่าหมดแรงแล้วบ่นยุบยิบกับยัยปู ไอ้เอกเดินไปถามผู้คนแถวนั้นทำหน้าลำบากแบบสุดๆช่วงแรกมันใช้ภาอังกฤษแต่พวกเขาไม่เข้าใจเลยกลับมาใช้ภาษาไทยพร้อมท่าทางโอเวอร์ที่พยายามสื่อกับพวกนั้น สักพักก็มีเด็กคนนึงวิ่งไปตามคนที่น่าจะรู้ภาษามาหาเรา ไอ้เอกคุยได้สักแป๊ปก็ควักเงินออกมาแล้วส่งให้ชายคนที่พูดภาษาได้แล้วชึ้มาทางเราสามคนแล้ววิ่งกลับมา

           “ทุกคนลุงชีล่าเขาบอกว่าที่นี่ไม่มีที่อยู่เหลือหรอกยิ่งโรงแรมนี่อย่าหวังคนที่นี่มีแต่คนนอกกฏหมายไม่มีบัตรประชาชนหรืออะไรเลยอยู่กับแบบสลัมส่วนใหญ่เป็นพวกหนีกฏหมายทั้งนั้นถ้าจะอยู่ก็สร้างบ้านเอาเองหาวัสดุทำเองหาอาหารเองแต่จะทำอะไรก็ระวังด้วยเพราะที่นี่ปลาเล็กกินปลาใหญ่”ไอ้เอกทำหน้าเครียดแต่ความจริงมันคงยิ้มอย่าสนุกแน่ๆฉันรู้สันดารมันดี

           “แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะคะโรสอยากอาบน้ำโรสอยากนอนบนเตียงนุ่มๆอยากทานข้าวโรสไม่เอานะแบบนี้”ฉันปิดหน้าแล้วหันไปซบอกยัยปูทำให้ลุงคนที่รับเงินไปมองพวกเราอย่างสนอกสนใจ

           “งั้นเดี๋ยวกุเอาแผนที่เกาะมาให้พวกมึงละกันสภาพนี้ไม่น่ารอดอย่างมาเป็นภาระกุเลย.ลุงชีล่าส่ายหน้าไปมาแล้วค้นย่ามสีซีดๆของตัวเองควักกระดาษเก่าๆออกมายื่นให้เรา”ผลงานทั้งชีวิตของกุเลยนะพวกมึงก็จ่ายให้กุมาซะเยอะถือเป็นค่าแผนที่ละกัน”เลย์รับกระดาษเก่าๆที่ดูจะขาดได้ทุกเมื่อมาด้วยสองมือเอามันวางไว้อย่างถนอมที่สุด

           “แล้วอย่าโผล่หน้ามาอีกล่ะยกเว้นจะเอาเงินมาด้วย!!”ลุงแกตะโกนไล่หลังเราเมื่อรถของเราขับออกมาฉันชำเลืองมองกระจกข้างก็พบว่าลุงแกหันไปซุบซิบบางอย่างกับคนในสลัม นับเงินที่ไอ้เอกเอาให้อย่างตาโตแล้วยิ้มร้ายส่งมาทางเรา ฉันยิ้มกว้างออกมาดูก็รู้ว่าพวกนี้วางแผนจะทำอะไร

           “รีบกลับไปที่ฐาน”ฉันบอกไอ้เอกที่เปิดแผนที่เตรียมออกสำรวจ

           “ทำไมอ่ะเจ๊เสียเวลา”มันถามอย่างสงสัย

           “พวกนั้นมันจะปล้นเรากันค่ะ”

           “คิดไปเองรึเปล่าครับที่รัก”ไอ้เลย์หันมายิ้มกวนให้ฉัน

           “ใช่ยัยชา ถึงปล้นจริงก็มีพวกคุณบอสคอยอยู่ที่นั่นด้วยหนิ”ยัยปูเสริมทัพ เรียกฉันเป็นอินั่น อินี่ ยัยนั่น ยัยนี่ ที่ผู้ชายนี่เรียกคุณนะยะ

           “ก็พวกนั้นตามเรามานี่ไงถ้าไปผิดเส้นทางมันจะมาปล้นเรายังไง”ฉันเอามือวางที่ตักใช้นิ้วชี้ไปทางซ้ายมือ ไอ้เลย์มองผ่านกระจกข้างด้านซ้ายเห็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆที่พลางตัวด้วยชุดสีเขียวแข้มกำลังนอนหมอบอยู่ข้างเนินต่ำข้างทางแล้วยิ้มออกมาบางๆส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจ

           “แล้วจะพาพวกนั้นไปที่ฐานทำไมเราไม่ได้ต้องการอะไรจากพวกคนที่นี่สักหน่อย”ไอ้เอกถาม

           “การปกป้อง ความร่วมมือธุรกิจ และที่สำคัญความสนุก”ฉันถอดชุดเดรสออกทันทีที่คิดแผนบางอย่างได้

           “อิชาแกทำบ้าอะไรเนี่ย!!”ยัยปูวีนอย่างตกในรีบพุ่งไปปิดตาไอ้เอกกับผีซอมบี้โรคจิตอย่างรวดเร็ว

           “เราจะทำเป็นว่าคุณหนูทั้งสองที่มากับทัวร์นี้เป็นยัยร่านสวาทที่ต้องการคนปกป้องตอนมันมาปล้นจะได้เก็บเราไว้ข่มขืนทีหลัง”ฉันจับชุดของยัยปูกระชากจนขาดยัยนั่นอ้าปากจะกรี๊ดฉันเลยรีบเอามือไปปิดปากนางไว้แล้วดึงมาใกล้ๆจัดมุมนิดหน่อยให้คนข้างนอกที่ตามมามองเห็นว่าฉันดึงยัยนี่มาปล้ำจูบ “ชู่...อย่ากรี๊ดตามน้ำไปแล้วเธอจะได้ไม่บาดเจ็บตอนพวกนั้นมาปล้น”เมื่อได้ยินอย่างนั้นยัยปูก็คว้าฉันเข้าไปกอดแถมลูบไล้อย่างเก้ๆกังๆ  

           “นี่สนใจทางนี้ทีสิ”ไอ้เอกส่งเสียงเรียกร้องความสนใจฉันเลยคว้ามันมาซุกที่ต้นคอแล้วกระซิบที่ตุ้มหูดักฟังของมัน

           “เราจะกลับถึงฐานอีกยี่สิบนาทีซ่อนอาวุธและเอลิคอปเตอร์ไม่มีมาตรการให้ตอบโต้ผู้คนในพื้นที่แล้วรอคำสั่ง”ฉันพูดผ่านตุ้มหูดักฟังของไอ้เอกให้ส่งถึงพวกลูกทีมที่เหลือ ฉันผละออกหน้าไอ้เอกแดงไปจนถึงใบหูเสียงหัวใจของมันเต้นโครมครามยิ่งกว่าขบวนโยธวาทิตฉันมองมันด้ยความงงงวยมองสำรวจตัวมันก็ไม่มีอะไรหรือว่าใครมายุ่งหรือว่ามันจะเป็นไข้

           “อิชา!! ทำบ้าอะไรอีกเนี่ย!”ยัยปูรีบกระชากไอ้เอกออกจากฉันทันที

           “?”

           “ไม่ต้องมางงเลยย่ะคิดไม่ถึงจริงๆว่ายัยเฉิ่มเพื่อนสนิทที่มหาลัยฉันจะกลายเป็นยัยยั่วสวาทแบบนี้แถบยังกลางวันแสกๆต่อหน้าผัวนางด้วย”ยัยปูสวดฉันยับจนนึกขึ้นได้ว่าฉันดันเผลอตัวทำอะไรลงไป ตอนนี้พวกเราก็ไม่ได้เป็นเด็กกันอีกแล้วแถมยังทำต่อหน้าไอ้แฟนกำมะลออีกทำให้ฉันรู้สึกผิดแล้วหันไปมองไอ้แฟนชั่วคราวทันที

           “ขะ..ขอโทษ..”ฉันหลุบตาต่ำ แล้วฉันจะรู้สึกผิดทำไมฟะก็แค่แฟนหลอกๆไม่ได้รู้สึกต่อกันหรืออะไรสักนิดแค่คนที่ทำข้อตกลงกันชั่วคราว

           “อืม”หมอนั่นตีหน้าเศร้านั่งอยู่เบาะข้างคนขับแล้วหันกลับไปมองนอกหน้าต่าง”จะทำก็ทำซะสิเดี่ยวดูพวกข้างนอกให้ละกัน”น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตัดพ้อล้วนๆเลยค่ะแถมยัยปูยังส่งตาขวางมาแล้วพยักเพยิดให้แนรีบเข้าไปง้อ โอ๊ยยยยอิตานี่มันต้องแกล้งฉันแน่เลยมาตัดพงตัดพ้ออะไรกันยะแกไม่ได้เป็นแฟนฉันจริงๆสักหน่อยแค่เศษขี้เล้บนายยังไม่มีให้ฉันเลยเหอะ ฉันแอบมองบนแล้วเข้าไปเกาะแขนคนขี้งอนอย่างช้าๆแล้วเอาคางเกยไหล่ไว้พร้อมส่งหน้าที่คิดว่ามุ้งมิ้งที่สุดของตัวเองไปให้อีกคน

           “ขอโทษนะคะชาจะไม่ทำอีกแล้วค่ะชาเผลอใช้นิสัยแย่ๆทั้งๆที่บอกกับเลย์แล้วแท้ๆว่าจะเลิกทำตัวแบบนี้ชาผิดเอง เลิกงอนเถอะนะคะสุดหล่อของชา”แม่อยากจะกรี๊ดดังๆ กระดากปากมากอ่ะอิแอ๊บแบ๊วนี่ใครไม่ใช่ฉันนะยะทำไปได้ยังไงกันยะเนี่ย ฉันเห้นนะว่าไอ้วิตถารนี่แอบกลั้นหัวเราะอยู่ก่อนจะรีบเปลี่ยนมาตีหน้าเศร้าแล้วหันมามองฉันนิ่งๆ

           “ง้นก็จูบผมก่อนสิแล้วผมจะคิดดูว่าควรให้อภัยรึเปล่า”แววตาสนุกที่ได้ยั่วโมโหฉันฉายชัดอยู่ในดวงตาสีควันนั่นมีแค่ฉันที่รับรู้ได้คนอื่นในที่นี้คงคิดว่าหมอนี่คงน้ำตาตกในอยุ่ ได้ค่ะได้อยากเล่นแบบนี้ใช่มั้ยมาเล่นเกมส์กันใครหลงใครก่อนคนนั้นแพ้!!

           “ก้ได้ค่ะ”ฉันแกล้งทำหน้าอายๆหลุบตาต่ำแล้วช้อนตาขึ้นมองใบหน้าเข้มของอีกคนทำน้ำตาให้รื้นนิดๆเผลอปากเล็กน้อยให้ดูเซ็กซี่หายใจถี่ๆๆเพื่อให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นบดเบียดหน้าอกของตัวเองกับแขนแกร่งที่เกาะอยู่ เอาเลยสิแม่จะลองดูว่าจะทนได้อีกสักกี่น้ำกันทำถึงขนาดนี้แล้วแถมหน้าอกฉันก็มีแต่ชุดชั้นในไร้สายสีเนื้อนี่เท่านั้นที่กั้นอยู่ทุ่มสุดตัวขนาดนี้เลยนะยะไม่เคยมีภารกิจไหนที่ฉันต้องเปลืองตัวขนาดนี้เลยอ่ะ   แต่คนตรงหน้าฉันก็ยังคงอยู่นิ่งๆรอให้ฉันเข้าไปประกบปากอย่างช้าๆฉันทาบปากลงกับมุมปากของอีกคนแล้วออกมายิ้มหวานให้

           “หายงอนรึยังคะคนดี”ฉันจิ้มแก้มสีขาวซีดนั่นเล่นร่างกายหมอนี่ไม่รู้สึกถึงอุณหภูมิเลยแฮะก็เป็นผีดิบนี่เนอะแค่ศพเดินได้ก็แค่นั้น

           “แบบนี้ไม่ได้เรียกว่าจูบสักหน่อย..”ไอ้เลย์ยกตัวฉันให้มานั่งคร่อมตัวมันเองที่เบาะรถ”จูบจริงๆมันต้องแบบนี้ต่างหาก...

__________________________________________________________ 

นาคComeback!!ขอโทษนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่นาคหายไปเต็มๆ2ปี!รู้ว่าทุกคนรอคอยกันนาคไม่ได้ทิ้งน้าาาาาาแต่นาคไม่ว่างจริงทั้งเรื่องย้ายบ้านและที่เรียนต่อเลยจัดให้แบบยาวๆกันไปเลยตอนนี้นาคค้างไว้นานมากสักปีกว่าๆถึงจะแต่งได้จนจบขอบคุณนักอ่านทุกคนนะคะที่ยังไม่ทิ้งกันเป็นกำไลให้นาคต่อจากนี้ด้วยนะคะนาคจะขยันอัพนิยายให้ไวที่สุดเลยค่ะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น