เอส ดับเบิ้ลเอส
facebook-icon

#เยลของยักษ์ เยลเมียผู้ไม่สู้คน แต่ถนัดนักตบผัว!!!

#เยลของยักษ์ ๒ [100%]

ชื่อตอน : #เยลของยักษ์ ๒ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.4k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ส.ค. 2562 19:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
#เยลของยักษ์ ๒ [100%]
แบบอักษร

#เยลของยักษ์ ๒ 

กรี๊ด!

เสียงกรีดร้องดังลั่นครัวของผมเลยครับ แสบแก้วหูมากๆ ยัยเด็กบ้าตรงหน้าเข้ามาในห้องของผมได้ยังไงเนี่ย แล้วใครอนุญาตให้เข้ามา

“มึงเป็นใครเนี่ย เข้ามาในห้องของกูได้ยังไง” ตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจ ผมไม่ชอบให้คนที่ตัวเองไม่รู้จักเข้ามาในห้องส่วนตัวแบบนี้หรอกครับ แม้แต่ผู้หญิงที่ผมนอนด้วยยังไม่เคยได้เข้ามาเลย

“อะ เอ่อ…”

“กูถาม!”

“คะ คือ… ชะ ชื่อเยลลี่ค่ะ” ติดอ่างเชียวครับ แถมยังแนะนำตัวให้ผมรู้จักอีกต่างหาก

“กูไม่ได้ถามชื่อมึง”

“แต่คุณใหญ่ถามว่าหนูเป็นใครนะคะ ก็ต้องหมายถึงชื่อไม่ใช่เหรอคะ” รู้จักชื่อผมด้วยครับ ชักจะยังไงแล้วสิ

หมับ! 

เดินเข้าไปกระชากแขนเด็กตรงหน้าแล้วลากให้เดินตามผมออกมานั่งคุยที่โซฟาแทน นั่งตัวสั่นเชียวครับ

“มึงจะกลัวอะไรนักหนาวะ”

“กะ ก็คุณใหญ่น่ากลัว”

“รู้จักชื่อกูได้ยังไง แม่กูส่งมึงมาใช่มั้ย”

“อะ เอ่อ…”

“ตอบสิว่ะ!”

“ฮือออ ยะ อย่าขึ้นเสียงสิคะ หนูตอบไม่ทัน” ยกมือไหว้ผมด้วยครับ ท่าทางเหมือนคนไม่เต็มเลย ผมเงียบไม่ได้พูดอะไรเพราะอยากให้โอกาสยัยเด็กนี่ได้พูดแทน “คุณหญิงส่งหนูมาจริงๆ ค่ะ”

“เป็นลูกเพื่อนแม่ของกูคนไหนอีกล่ะ”

“ปะ เปล่านะคะ หนูเป็นคนใช้ค่ะ”

“คนใช้?”

“ใช่ค่ะ คุณหญิงส่งหนูให้มาช่วยดูแลคุณใหญ่นะคะ”

“กูไม่ใช่เด็กแล้ว และอีกอย่างเด็กท่าทางปัญญาอ่อนแบบมึงเนี่ยน่ะนะ เหอะ! แม่คิดอะไรอยู่วะเนี่ย” จากที่ง่วงนอน ตอนนี้แทบตาสว่างเลยครับ ทำไมแม่ถึงทำแบบนี้ “มึงกลับไปเถอะ กูไม่ต้องการ”

“กลับไม่ได้ค่ะ”

“ทำไม?”

“ถ้ากลับคุณหญิงจะไล่ออกค่ะ ให้หนูอยู่ที่นี่ด้วยนะคะ สัญญาว่าจะไม่วุ่นวายค่ะ หนูนอนที่โซฟาตรงนี้ก็ได้ค่ะ อย่าไล่หนูออกไปเลยนะคะ” ยกมือไหว้อ้อนวอนผมด้วยครับ ท่าทางไม่น่าสงสารเลยจริงๆ

“ไม่!”

“ฮือออ คุณใหญ่”

“ออกไป! กูจะนอน”

“แต่ว่า…”

หมับ! 

ไม่สนใจครับ ลุกไปกระชากแขนยัยนั่นให้เดินตามผมไปที่ประตูก่อนจะผลักเธอออกไป ยืนมองหน้าสบตากัน ทำตามปริบๆ ใส่ผมด้วยครับ ยิ่งชอบแมวอยู่ด้วย อย่ามาทำสายตาอ้อนวอนเหมือนแมว

“อย่ามาให้กูเห็นหน้าอีก”

“แต่หนูกลับไปบ้านคุณหญิงไม่ได้แล้วนะคะ”

“เรื่องของมึง!”

ปัง! 

ผมปิดประตูใส่หน้ายัยเด็กปัญญาอ่อนทันที หันหลังจะเดินไปห้องนอนแต่ขากลับไม่ยอมก้าว ทำไมถึงรู้สึกแปลกๆ วะเนี่ย

“ปกติมึงไม่เคยสนใจผู้หญิงแบบนี้อยู่แล้วนี่” บ่นพึมพำกับตัวเอง เพราะยัยนี่ไม่ใช่สเปกของผมเลยครับ ห่างไกลมากๆ ไม่มีส่วนไหนที่น่าหลงใหลเลยแม้แต่นิดเดียว “ตัวใครตัวมันละกัน”

ผมเลิกสนใจยัยนั่นก่อนจะพาตัวเองหายเข้าไปในห้องนอน ไม่ได้อาบน้ำด้วยครับ ตอนนี้อยากนอนมากๆ สมองคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย แต่ไม่อยากสนใจมากจนผมผล็อยหลับไปในที่สุด

 

* 

 

ห้าทุ่ม

ผมตั้งใจว่าจะไปร้านเหล้าสักหน่อย ไหนๆ ก็ได้นอนเต็มอิ่มแล้วนี่ครับ เลยลุกไปอาบน้ำ แต่งตัว หยิบกุญแจรถใหญ่เดินออกจากห้องลงมาถึงด้านล่าง พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ก็เรียกเอาไว้ซะก่อน

“คุณใหญ่คะ” ผมไม่ได้ตอบกลับนอกจากหยุดเดินและหันกลับไปมอง “คือเธอ…”

“มีอะไรก็ว่ามา”

“ผู้หญิงคนนั้นนะคะ เธอนอนหลับอยู่หน้าห้องคุณใหญ่ ทางเราเลยให้คนไปเรียกเธอลงมาด้านล่างนะคะ ไม่ทราบว่าคุณใหญ่รู้จักเธอหรือเปล่าคะ” ผมมองตามปลายนิ้วของพนักงานซึ่งชี้ตรงไปทางด้านนอก อยากจะบ้าตายกับยัยเด็กนั่น นี่ยังไม่ไปอีกเหรอ แถมยังยืนตบยุงอยู่ข้างนอกอีกต่างหาก

“ไม่รู้จัก ห้ามให้ยัยนี่เข้าคอนโดนี้อีกเด็ดขาด!”

“ค่ะ” ผมหันไปมองตามก่อนจะรีบเดินเลี่ยงออกไปที่รถ เปิดประตูขึ้นไปนั่งบนรถ สตาร์ทรถกำลังจะขับออกไปกลับต้องชะงักครับ

ปึก!

“เฮ้ย! ขึ้นมาทำไมวะ” หันไปมองอีกทีก็เห็นยัยเด็กบ้ามันขึ้นมานั่งอยู่บนรถแล้วครับ

“ไปไหนเหรอคะ พาหนูไปด้วยนะคะ” หันมาฉีกยิ้มกว้างให้ผม ท่าทางไม่ได้เกรงกลัวผมเลยครับ

“มึงฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องเหรอ กูบอกให้ไปไกลๆ ไง”

“แต่หนูไปไม่ได้นี่คะ”

“นั่นมันปัญหาของมึง แต่ปัญหาของกูตอนนี้คือไม่อยากเห็นหน้ามึง”

“…” ยัยเด็กนี่เงียบไปครู่หนึ่ง พลางกวาดสายตามองภายในรถผมเหมือนต้องการจะหาอะไรจนเจอหมอนอิงใบเล็กที่วางอยู่ด้านหลัง เธอเอื้อมมือไปหยิบมาปิดหน้าตัวเองเอาไว้ทันที “ไม่เห็นหน้าหนูแล้วใช่มั้ยคะ”

“โอ้ย! กูจะทำยังไงกับมึงดีวะเนี่ย”

“หนูขอไปด้วยนะคะ อย่าไล่หนูเลย”

“!” ผมเงียบ ไม่ได้พูดอะไรออกมา ถึงพูดยัยนี่ก็ไม่เข้าใจอยู่ดี เลยเลือกจะขับรถออกจากคอนโดตรงไปที่ร้านเหล้าแทน ตลอดทางก็ยังนั่งเอาหมอนอิงปิดหน้านั่นแหละครับ เดี๋ยวก็หายใจไม่ออกตายพอดี

ขับรถมาถึงร้าน จอดตรงที่ประจำ เดินลงจากรถไม่ได้สนใจคนที่นั่งอยู่ข้างในเลยครับ ตอนนี้โคตรหงุดหงิด อยากดื่ม อยากระบาย

“อ้าวไอ้ใหญ่ ไหนว่าไม่มาวะ”

“เสือก!”

“ไอ้สัส!”

“ชงเหล้ามาดิ” ไอ้นายมองหน้าผมงงๆ ก่อนจะสั่งให้เด็กชงเหล้าให้ผม รับแก้วมาผมก็กนะดกรวดเดียวจนหมดเลยครับ

“เฮ้ยๆ เดี๋ยวก็สำลักตายกันพอดี”

“เป็นอะไรวะ” คำถามจากไอ้เดฟเพื่อนสนิทของผมอีกคน พวกมันเป็นลูกคนรวยที่ดีแต่เที่ยวและใช้เงินไปวันๆ แต่โหมดจริงจังก็มีนะครับ อยู่ที่ว่าจะเอาออกมาใช้ตอนไหน

“เป็นคน”

“ไอ้สัส!” พวกมันสองคนตะโกนใส่หน้าผมพร้อมกันเลยครับ

เกือบสองชั่วโมงที่ผมเอาแต่นั่งดื่มโดยไม่สนใจใคร จนกระทั่งสายฝนโปรยปรายลงมา ร้านผมเป็นระบบเปิดครับ เปิดทุกมุม บรรยากาศดี ไม่เคยคิดจะอวยร้านตัวเองเลยจริงๆ แต่ลูกค้าเยอะเสมอ เป็นกึ่งร้านอาหารด้วยครับ เลยมีคนหลายช่วงวัยเข้ามานั่งสังสรรค์กัน

“กูกลับก่อนนะ”

“เฮ้ย! ปกติกลับหลังสุดนี่”

“วันนี้ไม่ปกติ ไว้เจอกัน” ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงอยากรีบกลับ คุยกับพวกมันเสร็จเรียบร้อยก็พาตัวเองเดินออกจากร้าน ฝนตกด้วยครับ กลับมาถึงรถก็ต้องตกใจเพราะยัยเด็กนั่นหายออกไปแล้ว “หายไปไหนแล้ววะเนี่ย”

ผมเดินอ้อมรถเพื่อมองหาก็ไม่เจอครับ แต่จะไปสนใจทำไมเพราะผมไม่ได้ต้องการยัยเด็กคนนี้อยู่แล้วนี่ เลิกคิดครับ กำลังจะขึ้นรถต้องหยุดชะงักเพราะมีคนเรียกเอาไว้ซะก่อน หันไปมองก็เห็นไอ้นายยืนอยู่

“มีอะไร”

“เด็กในร้านมึงเจอขโมย”

“ขโมย?”

“เออ! เป็นผู้หญิง เห็นนั่งกอดอะไรอยู่ก็ไม่รู้อยู่หลังร้านอะ ไม่ยอมปล่อยด้วย”

“เออๆ”

ผมว่าก่อนจะเดินตามไอ้นายไปหลังร้าน มาถึงพนักงานในร้านก็ยืนมุงกันอยู่ เปียกฝนด้วยครับ แต่ทำไมรู้สึกคุ้นๆ กับเสื้อผ้าของผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

“พี่ใหญ่ครับ ผู้หญิงคนนี้แหละ เธอไม่ยอมปล่อยของที่กอดอยู่ด้วยครับ”

“อืม” ก้าวขาไปหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ มุดหน้ากับเข่าของตัวเองกอดอะไรอยู่ไม่รู้ครับ กอดแน่นมาก “เป็นเด็กเป็นเล็กคิดจะเป็นขโมยเหรอ”

“คะ คุณใหญ่”

“เฮ้ย!” ไอ้ที่ว่าคุ้นเมื่อกี้ ไม่ใม่แค่คุ้นแล้วครับเพราะเป็นคนเดียวกัน ยัยเด็กบ้าเงยหน้าขึ้นมามองผมพร้อมกับรอยยิ้ม

“มึงรู้จักเหรอวะ” ไอ้นายหันมาถาม

“ไม่รู้จัก”

“แต่น้องเขาเรียกชื่อมึง”

“แต่กูไม่รู้จัก!” เถียงเสียงแข็งเลยครับ ผมไม่อยากรู้จักเด็กคนนี้ “จะลากไปทิ้งที่ไหนก็เชิญ กูกลับก่อนนะ” ตอนนี้ผมไม่อยากผูกมิตรกับใครอีกแล้วครับ นอกจากพาตัวเองออกไปจากตรงนี้ แต่เดินออกมาได้ไม่ไกลกลับรู้สึกเหมือนชายเสื้อของตัวเองถูกรั้งเอาไว้จนแน่น

“คุณใหญ่” แค่ได้ยินเสียงเรียกผมก็ไม่อยากหันกลับไปมองแล้วครับ

เมี้ยว เมี้ยว 

ไม่ใช่แค่เสียงคนแล้วสิครับ ตอนนี้เสียงแมวด้วย ผมรีบหันกลับมามองทันที สิ่งที่ยัยเด็กคนนี้กอดเอาไว้คือลูกแมวครับ

“เปียกเหมือนหมาตกน้ำทั้งคู่” ผมว่าน้ำเสียงนิ่งๆ ทุกสายตาหันมาจับจ้องที่พวกเราสองคนกับอีกหนึ่งตัว

“ไอ้ใหญ่ ตกลงมึงรู้จักน้องเขาหรือเปล่า”

“ไม่!” ยังยืนยันคำเดิมครับ

“ใจร้าย” ผมหันกลับมาถลึงตาใส่ยัยเด็กตรงหน้าทันที จู่ๆ ก็มาว่าผมใจร้าย “ไม่พาหนูกลับไปด้วยก็ได้ แต่พาน้องแมวไปได้ไหม เปียกหมดแล้ว หนูสงสาร นะคะ”

โอ้ย! กูจะบ้าตาย วันนี้มันวันอะไรของผมกันเนี่ย ทำไมแม่ต้องทำแบบนี้กับผมด้วย

“คุณใหญ่”

“ทำไมกูต้องทำตามที่มึงพูดด้วย”

“คุณเล็กบอกว่าคุณใหญ่ไม่ใช่คนใจร้าย ไม่สงสารลูกแมวตาดำๆ เหรอคะ” เด็กนี่จะรู้หรือเปล่าว่าผมโคตรชอบแมว แต่ไม่มีโอกาสได้เลี้ยงเพราะผมไม่ค่อยมีเวลา ไม่ๆ ผมจะให้แมวเข้ามามีอิทธิพลในชีวิตไม่ได้เพราะผมสัมผัสได้ถึงความวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้น

“รู้จักน้องของมึงด้วยนิ ตกลงมันยังไงวะ” ไอ้นายก็เซ้าซี้ไม่เลิกเลยครับ

“เออ! กูรู้จักนิดหน่อย เดี๋ยวทางนี้กูจัดการเอง แยกย้ายกันไปทำงานได้แล้ว”

ผมไม่อยากให้เรื่องมันยุ่งไปมากกว่านี้เลยตัดปัญหาไปซะ ไอ้นายเหมือนจะไม่เชื่อแต่พอเจอสายตาจริงจังของผมไปมันถึงยอมถอยกลับออกไป ส่วนพนักงานก็พากันแยกย้าย ผมลากยัยเด็กเยลลี่กับแมวที่เธออุ้มอยู่มาที่รถทันที

“คุณใหญ่คะ คือ…”

“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น มึงแค่ฟังกูอย่างเดียวพอ”

“ค่ะ” เธอก้มหน้าต่ำ ไม่ค่อยกล้าสบตากับผมสักเท่าไหร่

“กูไม่ใช่เด็กแล้ว กูไม่ต้องการคนดูแล มึงกลับบ้านแม่กูไปซะ ส่วนลูกแมวตัวนี้ก็เอาไปปล่อยไว้ที่เดิม”

“แต่หนูรับเงินคุณหญิงมาแล้วนะคะ หนูกลับไม่ได้จริงๆ” เงยหน้าขึ้นมามองผม แววตาเริ่มแดง ผมไม่ค่อยชอบน้ำตาของผู้หญิงหรอกครับ ไม่อยากเห็นด้วยซ้ำ

“แต่กูไม่ต้องการมึง เรื่องนี้กูจะคุยกับแม่ให้เอง”

“งั้นขอค้างด้วยคืนนึงได้ไหมคะ”

เออดี! ฟังที่ผมพูดบ้างไหมวะเนี่ย

“เออ!”

“ลูกแมวด้วยนะคะ”

“แค่ตัวมึงเองยังหาที่ซุกหัวนอนแทบไม่ได้ นี่มึงยังจะอุ้มลูกแมวไปด้วยอีกงั้นเหรอ”

“คุณเล็กบอกว่าคุณใหญ่ใจดีนี่คะ” ผมสาบานเลย เจอหน้าไอ้เล็กเมื่อไหร่จะถีบให้หัวทิ่ม ทำไมทุกคนรู้จักยัยเด็กคนนี้ แต่ผมไม่รู้จัก

“เออ! แค่คืนนี้ พอตอนเช้ามึงต้องไสหัวออกไป”

“ค่ะ”

ผมก็ไม่รู้หรอกว่าทำไมถึงยอม หวังว่าพรุ่งนี้เช้าผมจะไม่ตื่นมาเจอยัยนี่อีกนะครับ… เป็นการขับรถกลับคอนโดที่เงียบสงบมากเพราะทั้งคนและแมวพากันเงียบ หันไปมองอีกทีคือหลับกันหมดแล้ว

“คิดผิดหรือคิดถูกวะเนี่ย?” บ่นพึมพำกับตัวเองพลางเบือนหน้าหันไปมองคนข้างๆ เป็นระยะ “แค่คืนเดียว ไม่ใช่ตลอดไปสักหน่อย” 

--100%--

ขึ้นชื่อว่าพี่ยักษ์ใหญ่ของน้องเยล 555555

พระเอกเรื่องนี้ไม่ใช่คนอ่อนโยนนะคะ สโลแกน โหด หื่น ห่าม เถื่อน ไม่เว้นแม้แต่กับเมีย

ขอโทษทีค่ะ คนเขียนเป็นทาสแมว 5555555555

ขอบคุณทุกคนที่ยังคงติดตามกันเสมอนะคะ ไม่สนุกก็อย่าว่ากันนะ ถือว่าอ่านคลายเครียดค่ะ 555555

#น้องเยลของพี่ยักษ์ #เยลลี่หรือเยเมียพี่ยักษ์ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น