ฮะนะชิ

มาหลับฝันหวานถึงหนุ่มน้อยรูปงามท่ามกลางป่าเขียวขจี แล้วตื่นขึ้นมาอย่างเปี่ยมไปด้วยความหวังกับนิยายฟีลกู้ดเรื่องนี้ด้วยกันนะคะ :-) < อัพวันละตอนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า >

ตอนที่ 2-7 ต้นไม้ในฤดูใบไม้ผลิ : โน้มลงสู่พื้นดิน

ชื่อตอน : ตอนที่ 2-7 ต้นไม้ในฤดูใบไม้ผลิ : โน้มลงสู่พื้นดิน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 35

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ย. 2562 13:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2-7 ต้นไม้ในฤดูใบไม้ผลิ : โน้มลงสู่พื้นดิน
แบบอักษร

มาอิพูดจาต่อว่าชายหนุ่มอย่างไร้ความปรานี  

“ฉันไม่ได้ชอบทำงานสกปรกอย่างนายนะ แล้วนั่นมันก็งานของนายด้วย ทำไมคนแปลกหน้าอย่างฉันถึงต้องไปช่วยนายโดยไม่ได้รับอะไรตอบแทนด้วยล่ะ” 

ชายหนุ่มพูดด้วยท่าทางหมดหวัง  

“นั่นสิครับ ต้องขอโทษด้วย ขอโทษจริงๆ ครับที่ขอร้องอะไรแปลกๆ” 

“ถ้านายคิดว่าทำเองคนเดียวไม่ได้ นายก็ไปเรียกคนงานคนอื่นให้มาช่วยถอนทิ้งเลยสิ มันน่าจะเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดไม่ใช่เหรอ” 

ชายหนุ่มตอบกลับมาอิที่พูดทำนองว่าแค่นี้ก็คิดเองไม่ได้เหรอว่า  

“ให้ถอนออกคงไม่ได้หรอกครับ” เขามองไปที่มือตัวเองที่สวมถุงมืออยู่ 

“จริงๆ ที่มันหักโค่นลงมาก็เป็นเรื่องธรรมชาติ...เพียงแต่ผมอยากรักษาบริเวณนี้ให้คงสภาพเดิมและไม่อยากให้คนเข้ามาวุ่นวายมากน่ะครับ” 

“แต่ว่ามันขวางทางไม่ใช่รึไง” 

“มันก็ใช่ครับ แต่เพราะดันมีทางเดินนี่แหละ ถ้าหากตรงนี้ไม่มีทางเดิน ถึงมันจะล้มก็คงไม่เป็นไร...สุดท้ายมันจะกลายเป็นปุ๋ยให้กับต้นไม้ต้นอื่นๆ ด้วย” 

ฟังดูคงจะไม่มีการรื้อถอนต้นไม้ออกไปเป็นแน่   

“ถึงแม้ต้นไม้จะล้มลงมาแล้ว แต่ก็ยังมีประโยชน์อยู่นะครับ” 

มาอิยักไหล่พร้อมกับคิดว่าถ้าเธอหยิบหินขึ้นมาขว้างใส่ต้นเบิร์ชที่ล้มอยู่ ชายหนุ่มจะทำหน้าอย่างไร หรือว่าจะลองขว้างใส่เขาเสียเลยดี 

ถึงในกระแสเลือดเธอจะมีปริมาณแอลกอฮอลอยู่มากเกินปกติ แต่อย่างน้อยเธอก็ยังแยกแยะได้ว่าสิ่งไหนควรทำไม่ควรทำ เพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่ใช่ต้นไม้ที่พูดไม่ได้  

ชายหนุ่มหันกลับไปพยายามขยับต้นเบิร์ชด้วยตัวเองอีกครั้ง  

มาอิมองภาพชายหนุ่มที่ดูไร้เรี่ยวแรงพลางคิดว่า ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นที่ดูกำยำล่ำสันคงสามารถขยับต้นเบิร์ชที่มีความสูงเท่าเด็กได้สบายๆ เป็นแน่  

ที่จริงต้นไม้ที่ขวางทางเดินนั้นล้มลงมาในมุมเฉียง ทั้งสองฝั่งจึงยังพอมีทางเดินได้อยู่ ถ้าเขาคิดจะขยับแค่นิดเดียว ใช้กิ่งไม้ที่อยู่แถวนี้งัดมันขึ้นก็น่าจะขยับได้แล้วนะ 

เอาเข้าจริงๆ เธอว่าคนเดียวก็ทำไหว 

มาอิถอนหายใจเมื่อเห็นสภาพของชายหนุ่มที่ไม่สามารถคิดหาทางลัดออก ไม่รู้ว่าเขากำลังตั้งใจทำงานอยู่หรือเปล่า เพราะภาพที่เธอเห็นคือเขาใช้มือลูบต้นเบิร์ชแล้วพึมพำอะไรสักอย่างอยู่คนเดียว 

ภาพนั้นทำให้เธอนึกถึงฮิโรโกะในสมัยก่อนที่ดูด้อยค่าและโง่เขลา 

“ตอนที่ล้มน่ะ เจ็บมากไหม” 

โทนเสียงเทเนอร์ของชายหนุ่มที่คุยกับต้นไม้ลอยลมมาถึงเธอ  

“ทั้งแกแล้วก็ลมต่างก็ไม่มีใครผิดหรอกนะ...” 

มาอิมองเห็นสภาพต้นเบิร์ชที่น่าสงสารนอนล้มลงกับพื้นซ้อนทับกับสภาพของตัวเองในตอนนี้ 

ทันใดนั้นเธอรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่อัดแน่นอยู่ในอกจนแทบทนไม่ไหว ความโกรธแค้นกลายเป็นไฟแผดเผาจิตใจของเธอจนมอดไหม้ 

ชายหนุ่มน่าจะจับอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงของเธอได้ จึงถามขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า 

“เป็นอะไรรึเปล่าครับ” 

“...เปล่าเป็นอะไรซักหน่อย” 

เธออดที่จะโต้ตอบคำพูดที่ชายหนุ่มพึมพำตามลำพังก่อนหน้านี้ไม่ได้ 

"ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าเป็นความผิดของลมไม่ใช่รึไง” 

พอพูดเสร็จ มาอิก็รีบวิ่งหนีออกมาทันที 

ทำไมถึงไม่เป็นอย่างที่คิดนะ 

ทำไมถึงมีแต่ฉันคนเดียวที่ต้องเจอเรื่องแบบนี้ 

พอกลับถึงห้อง มาอิปวดหัวอย่างรุนแรงจนถึงขั้นอาเจียนออกมา หลังออกจากห้องน้ำเธอเดินกลับมาเปิดซองจดหมายที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะ 

“หลังจากที่ทางบริษัทได้ทำการตรวจสอบเอกสารของคุณอิโนอุเอะแล้ว ขออภัยที่ต้องแจ้งให้ทราบว่าคุณสมบัติของคุณยังไม่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกเข้าสู่รอบต่อไป” 

“ขออนุญาตนำส่งเอกสารประวัติการทำงานของคุณอิโนอุเอะคืนมาพร้อมกับจดหมายฉบับนี้ กรุณาตรวจสอบเอกสาร...” 

เธอขยำจดหมายและประวัติการทำงานเขวี้ยงลงพื้น 

ทั้งๆ ที่คนอย่างฉันควรจะหางานได้ทันที ควรจะต้องมีบริษัทที่ชื่นชมความสามารถของฉันไม่ใช่หรือไง ทำไมฉันถึงต้องแพ้ฮิโรโกะที่ด้อยกว่าฉันมาตลอดตั้งแต่สมัยเรียนด้วย 

ตอนนี้ฮิโรโกะกลายเป็นนักเขียนแถวหน้าไปแล้ว เชื่อว่าเธอคงลาออกจากตำแหน่งเซลล์ด้วยดี อาจจะได้กำลังใจดีๆ ตอนลาออกมาด้วยซ้ำ เช่น พยายามเข้านะ พวกเราคอยเอาใจช่วยอยู่นะ หรือไม่ก็พวกเราจะอุดหนุนผลงานของเธอนะ 

ถ้าฮิโรโกะมาเห็นฉันตอนนี้ เธอจะว่าอย่างไร 

ถ้าฮิโรโกะมาเป็นฉัน  

 

ฮิโรโกะที่ไม่พอใจการประเมินความสามารถของตัวเองจากฝ่ายบุคคลและปฏิเสธข้อเสนอรับเข้าทำงาน 

ฮิโรโกะที่อยากลองเป็นนักเขียนดู แต่ว่าหลังจบคอร์สแล้วกลับไม่ได้ถูกเรียกให้เซ็นสัญญา 

ฮิโรโกะที่รับงานฟรีแลนซ์ แต่ถูกสั่งให้แก้แล้วแก้อีก 

ฮิโรโกะที่ถูกขอให้ช่วยงานแค่ครั้งเดียวแล้วก็จบกันไป 

ฮิโรโกะที่ถูกบริษัทปฏิเสธการเข้าสัมภาษณ์งาน เพราะเรซูเม่ไม่ผ่านการคัดเลือกและถูกตีกลับทุกครั้ง 

ฮิโรโกะที่ทนกับสภาพตนเองในตอนนี้ไม่ได้จนต้องดื่มเหล้าเมามายทุกวัน 

 

ถ้าหากเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นกับฮิโรโกะละก็ เธอคงมองด้วยความสมเพชแล้วคิดว่าฮิโรโกะทำอะไรไม่รู้จักประมาณตน และอนาคตก็คงจะตกต่ำลงเรื่อยๆ  

แล้วคนอย่างเธอก็จะตัดสินทันทีว่าเป็นเพราะฮิโรโกะเลือกทางเดินผิด 

เธอจะมองว่าฮิโรโกะล้มเหลวแบบไม่สามารถลุกขึ้นมายืนได้อีกเลยเหมือนต้นเบิร์ชที่หักโค่นลงมาต้นนั้น 

ในป่านั่น ต้นไม้ที่ล้มเพราะโดนลมพัดมีแค่ต้นเบิร์ชเพียงต้นเดียว 

หากคนที่ล้มเหลวคนนั้นเป็นฮิโรโกะละก็ เธอคงไม่คิดว่าเป็นความผิดของลม 

นั่นแหละสภาพของฉันในตอนนี้ 

ไม่มองสถานการณ์ตามความเป็นจริง หนีจากทุกสิ่งด้วยการดื่มเหล้า  

มาอิเริ่มตัวสั่นเทิ้มเมื่อนึกถึง... 

ความล้มเหลว 

ความผิดพลาด 

การสะดุดล้มลงไปนอนกับพื้นและไม่สามารถลุกขึ้นมายืนได้อีก 

ร่างของมาอิร่วงลงไปกองกับพื้น ก่อนจะร้องไห้คร่ำครวญจนแทบขาดใจ 

 

*** 

 

มาอิล้างหน้าล้างตาพลางใช้ฝ่ามือกดลงไปที่เปลือกตาซึ่งกำลังบวมเป่งเพราะพิษไข้ 

เธอตื่นขึ้นมาตอนแปดโมงกว่า เมื่อแง้มม่านดูพบว่าข้างนอกสว่างแล้ว 

ยังคงรู้สึกถึงเสียงสะอื้นที่ดังก้องอยู่ในหัว แถมด้วยกลิ่นไวน์ที่เธอดื่มไปด้วยขณะร้องไห้ 

เธอฝืนดื่มกาแฟทั้งๆ ที่รู้สึกอยากอาเจียนตั้งแต่ตอนแปรงฟัน จากนั้นเปลี่ยนชุด เริ่มจากสวมกางเกงผ้าเก่าๆ ที่ซื้อมาตั้งแต่สมัยเรียนกับเสื้อสเวตเตอร์เนื้อบาง เสื้อผ้าทั้งสองชิ้นล้วนอยู่ในสภาพที่ทิ้งไปก็ไม่น่าเสียดาย 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น