คุณคะ แม่ฉันอยากแต่งงานกับคุณคะ / My mom , love you : "ไอซ์์ กับฟิลลิปส์ และวันวาเลนไทม์

คุณคะ แม่ฉันอยากแต่งงานกับคุณคะ / My mom , love you
  • ชื่อเรื่อง : คุณคะ แม่ฉันอยากแต่งงานกับคุณคะ / My mom , love you
  • ชื่อตอน : "ไอซ์์ กับฟิลลิปส์ และวันวาเลนไทม์
  • คำค้น : รัก คอมเมดี้ ตลก แฟนคลับ กับ ดาราคนโปรด
  • คนเข้าชมทั้งหมด : 349
  • ความคิดเห็น : 0
  • ปรับปรุงล่าสุด : 22 ธ.ค. 2556 10:30 น.
กระต่ายขูดมะพร้าว
กระต่ายขูดมะพร้าว

"ไอซ์์ กับฟิลลิปส์ และวันวาเลนไทม์

คุณคะ แม่ฉันอยากแต่งงานกับคุณคะ

ตอนเก้า (9.2) “ไอซ์ กับฟิลลิปส์ และวันวาเลนไทม์”

การกลับมาของฟิลลิปส์ นั้นเหมือนเป็นน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตให้ไอซ์ และครอบครัวของเฮ็นดี้อีกครั้ง แม้แต่เจ้าบาวว์วาว และวิสกัสเอง ก็ยังรู้สึกได้ 

ไอซ์เร่ิมเขียนไดอารี่ ที่เธอได้รับจากฟิลลิปส์ เป็นของขวัญในวันวาเลนไทม์ วันแรกที่ไอซ์เธอเร่ิมเขียนไดอารี่เล่มนั้น คือวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 

คืนนี้เป็นคืนวันวาเลนไทม์ ไอซ์กำลังนั่งคิดย้อนนึกวันนี้ วันวาเลนไทม์แรกของเธอ กับฟิลลิปส์ หลังจากที่ไอซ์และฟิลลิปส์ กลับมาจากมหาวิทยาลัย และก็แวะหาอะไรกินง่าย ๆ ในวันวาเลนไทม์ สองคนตกลงกันว่าไม่อยากรอคิวร้านอาหาร ทั้งสองอยากกินอาหารบ่นรถ ระหว่างทางที่ขับรถกลับบ้านเพราะว่าไอซ์ และฟิลลิปส์ทนหิวไม่ไหว 

เพราะว่าร้านอาหารทุกที่ทุกร้านในเอลเอ ในวันวาเลนไทม์นั้นเต็มหมด แต่ไอซ์กับมีความสุขกับการได้กินอาหารธรรมดาทั่วไป ในรถยนต์ของฟิลลิปส์ ถึงแม้ไม่ได้นั่งกินอาหารในภัตราคารห้าดาว แต่การนั่งกินอาหารบ่นรถกับฟิลลิปส์สองคน กินกันไปเถียงกันไป ทั้งสองคนก็รู้สึกอบอุ่นในใจลึก ๆ โดยที่ไม่ต้องพูดออกมาจากปากของทั้งสองคน แต่ทั้งสองคนก็รู้สึกได้ 

ไอซ์คิดย้อนกลับไปตอนที่ฟิลลิปส์ไปรับเธอที่ยู เขารู้ว่าร้านอาหารในเอลเอเต็มหมดถ้าไม่ได้จอง หรือไม่ก็ต้องไปยืนต่อคิวรอนานมาก ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารจีน ไทย อินเดียน หรือ ฝรั่ง ต่างก็ต้องคิวยาวในวันนี้ เขาก็เลยบอกกับไอซ์เด็กสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขาว่า

“วันนี้ ฉันว่าเรากินเบอเกอร์กันนะไอซ์ วันนี้ร้านอาหารที่ไหนในเอลเอก็คงจะเต็มหมด เธอหิวท้องของเธอนิดหนึ่งนะ ฉันจะขับรถไปร้านแฮมเบอร์เกอร์ที่อร่อยที่สุดในโลกของเราสองคนไง เธอจำได้ไหม วันที่เธอขาเจ็บ แล้วเราขับรถไปจอดสั่งแฮมเบอรเกอร์กิน”

“เอ่อ ๆ ฉันจำได้ ตอนนั้น ฉันไม่ค่อยจะชอบขี้หน้านายสักเท่าไหร่ เอาซิ งั้นวันนี้ฉันขอดับเบิ้ลทุกอย่างเลยนะ เอาแบบที่นายสั่งครั้งที่แล้วเลยนะ วันนี้ฉันจะกินให้ท้องแตกไปเลย นาน ๆ นายจะเลี้ยงฉันที อ้อ แล้วก็สั่งไก่ทอดด้วยดีไหม จะได้เอาไว้กินตอนดึก ๆ ด้วย เพราะว่าตอนนี้เพ่ิงจะบ่ายสามโมง เดี๋ยวเย็นเราก็ต้องหิวกันอีก ไหน ๆ ก็ ไหน ๆ แล้ว ฉันงดบะหมี่สักวัน นี่ฉันทำเพื่อนายนะเนี่ย ไม่อยากให้นายเสียน้ำใจนะนายต้นไม้แห้ง”

“อ้อเหรอ นี่เธอทำเพื่อฉันเหรอ แล้วไอ้ที่เธอบอกว่าไม่ชอบขี้หน้าฉันนะ ตอนนี้เธอเปลี่ยนใจแล้วเหรอยายพระอาทิตย์ตกน้ำ แต่จะว่าไปตอนนั้นฉันก็ไม่ค่อยชอบขี้หน้าเธอสักเท่าไหร่เหมือนกันนะและ เด็กอะไรกินก็เก่ง พูดก็มาก แถมขี้บ่น ชอบโวยวายอีกต่างหาก ฉันนะจำได้ครั้งแรกฉันนะเจอเธอบ่นเครื่องบิน ให้ตายซิตอนนั้นเธอ”

“เอ้าหยุด ๆ เลย พอแล้ว ใครใช้ให้นายวิจารณ์ฉันกันยะ นายนี่ได้ทีเอาใหญ่ เอาเป็นว่าฉันจะยกโทษให้นาย ฉันจะไม่ถือว่านั่นเป็นการวิจารณ์ ถือว่าเป็นความทรงจำตกลงไหม แล้วก็ตั้งใจขับรถให้มันดีนะ ฉันจะต้องนอนผักผ่อน เอาแรงไว้สู้กับอาหารมื้อใหญ่ของเรา อย่าลืมแวะที่ร้านไก่ทอดร้านโปรดของฉันด้วยนะ เอาแบบถังใหญ่แบบครอบครัวเลยนะ อ้อแล้วอย่าลืมเกรวี่ด้วย ส่วนเฟรสฟราย์เอาแบบที่ใหญ่ที่สุดในร้านเลยนะ ตกลงตามนั้นนะ งั้นนายปลุกฉันตอนถึงบ้านเลยนะ ฉันนอนดึกมาหลายคืน ฉันนะน่าสงสารนะนายรู้ไหม นายต้นไม้ ฉันนะต้องนอนดึก ตื่นเช้า ฉันนะต้องอ่านหนังสือหนักมาก”

ไอซ์พูดไม่ยอมหยุด เธอพูดไปหลับตาไป แล้วไม่นานเสียงของไอซ์ก็หายไปในอากาศ เพราะว่าเธอหลับไปแบบไม่รู้ตัว ฟิลลิปส์ไม่ได้ยินเสียงของไอซ์ เขาหันมาอีกที เธอก็หลับไปแล้ว 

ฟิลลิปส์ หันมาอีกทีไอซ์นอนหลับอยู่ข้าง ๆ เขา เหมือนกับว่าเธอนอนอยู่บ่นเตียง เพราะว่าเขาได้ยินเสียงไอซ์กร่น บ้างในบางครั้ง จากการเหนื่อยและนอนดึกของเธอ 

“ยายเด็กบ้า พอพูดเรื่องกิน พูดไม่ยอมหยุด แล้วดูซิ หลับไปตอนไหน แล้วสั่งโน่น นี่ เป็นยกใหญ่ กินกันแค่สองคนแล้วจะกินหมดไหมละ เอาเถอะ ใครจะกล้าปฏิเสธ เวลาที่เธอหลับเธอก็สงบ และก็สวย เฮ้ย สวย บ้าเอ้ย ฟิลลิปส์ นายพูดอะไรของนาย เดี๋ยวยายเด็กบ้าได้ยินก็เป็นเรื่องใหญ่โตกันละคราวนี้”

ฟิลลิปส์ ขับรถเข้าไปจอดในปั้มน้ำมัน เพราะว่าเขาไม่ได้ขับรถคู่กายของเขามาเกือบสองเดือน เขาก็เลยต้องเอารถเข้าไปล้าง และก็เติมน้ำมัน เพื่อเตรียมพร้อมกับการใช้งาน หลังจากที่เขาเติมน้ำมันเสร็จ เขาก็ขับรถเข้าไปต่อคิวที่หน้าเครื่องล้างรถขนาดใหญ่ ที่เขาเคยล้างเป็นประจำ 

ช่วงเขาต้องจอดรอคิวล้างรถ เขาก็หันไปข้าง ๆ เขา มองไอซ์เด็กสาวที่กึ่งนั่ง กึ่งนอน เขาเห็นว่าไอซ์นอนไม่สบายเขาก็เลยเอื้อมมือไปที่ปรับเบาะของคนนั่งข้าง ๆ และก็ปรับเบาะเป็นแบบเอนให้ไอซ์ หลังจากนั้นก็ถอดเสื้อเจ็คเก็ตที่เขาใส่อยู่ คลุมให้เธอ 

ไอซ์ขยับตัวขณะที่ฟิลลิปส์กำลังจะคลุมเสื้อให้เธอ ฟิลลิปส์ ถึงกับตกใจทันที เพราะเขาคิดว่าไอซ์เธอนั้นหลับสนิท เขาหยุดชะงักทันที เพราะว่ากลัวว่าไอซ์จะตื่น

แต่ไอซ์เธอก็แค่ขยับตัวเท่านั้น เธอหลับสนิท เพราะว่าเธอเหนื่อยจากการนอนดึกมาหลายคืน ฟิลลิปส์ ขับรถเข้าไปจอดที่ในเครื่องล้างรถอัตโนมัติ หลังจากต่อคิวอยู่หลายนาที เพราะรถจอดสนิท ฟิลลิปส์เขาก็ว่างพอที่จะนั่งมองหน้าของไอซ์ในช่วงที่รถกำลังถูกล้างโดยเครื่องล้างรถ 

“ไอซ์ เวลาที่เธอนอนหลับเธอก็ดูน่ารักดีนะเนี่ย เธอดูแปลก ๆ ไปนะไอซ์ เธอดูไม่เหมือนไอซ์คนเดิม ทำไมวันนี้ตอนที่เธอเดินมากับไอ้หน้าอ่อนนั่น เธอดูไม่เหมือนเด็กเลยนะ ทำไมเธอถึงดูเหมือนผู้หญิง เฮ้ยผู้หญิง นี่ฉันเป็นบ้าอะไรวะเนี่ย ผู้หญิงอย่างไอซ์ ที่มีชีวิตมีแค่กินกับนอน ไม่ห่วงสวยกับคนอื่นเขาเลย เขาเรียกผู้หญิงได้ไหมละเนี่ย นี่ถ้าเป็นสังคมนางแบบที่ฉันเคยเจอ พวกนางแบบสาว ๆ คงจะอิจฉาเธอกันน่าดู ฉันเห็นพวกนางแบบกินแต่แอ็ปเปิ้ล กับขนมปังปิ้ง กับดื่มน้ำเปล่า แต่เธอจะกิน ดับเบิ้ลชีสแฮมเบอร์เกอร์ ไก่ทอด เป็นถัง ๆ เนี่ยนะ”

ขณะที่ฟิลลิปส์ กำลังนั่งมองไอซ์ที่นอนหลับอยู่ข้าง ๆ เขาในเครื่องล้างรถอัตโนมัติ ไอซ์เองก็กำลังนอนหลับฝันถึงตัวเองกำลังกินไก่ทอด กับฟิลลิปส์ ในความฝันของเธอฟิลลิปส์แยกเธอกินไก่ทอด เธอไม่ยอมก็เลยพยามจะเอาไก่คืน ไอซ์ฝันจนละเมอ พูดออกมา

“นายต้นไม้แห้ง เอาไก่ฉันคืนมานะ เอาไก่ฉันคืนมา ถังนี้ของฉัน เอาไก่ฉันคืนมา ไอ้นายแบบบ้าอำนาจ เอาไก่ฉันคืนมาไอ้นายแบบก้ามปู”

ฟิลลิปส์ ได้ยินไอซ์นอนละเมอเรียกชื่อตัวเอง ก็อดยิ้มไม่ได้ เขาก็เลยลดเสียงเพลงที่เปิดในรถเพื่อตั้งใจจะฟังไอซ์นอนละเมอ

“นี่เธอนอนฝันถึงฉันเหรอไอซ์ ก็มันแน่อยู่แล้ว ใครจะไม่ละเมอถึงฉัน”

ฟิลลิปส์พูดแบบหลงตัวเองทันทีในตอนแรกที่เขาได้ยินไอซ์เอ่ยชื่อเขาในความฝันของเธอ แต่แล้วเขาก็ต้องหยุดพูด หลังจากที่ได้ยินไอซ์บอกว่า “นายต้นไม้ เอาไก่ทอดของฉันมา ถังนี้ของฉัน” เขาก็เลยอดขำไม่ได้

“ยายบ้า ตกลงนี่เธอฝันถึงเรื่องกินเหรอนี่ ยายบ้าเอ้ย ฉันกำลังจะคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงสาว สวยน่ารักอยู่ หมดกัน หญิงสาวฝันถึงไก่ทอด นี่ในฝันของเธอฉันก็ยังแย่ขนาดแย่งไก่ทอดจากเธอกินเลยเหรอเนี่ย ตกลงนี่ฉันมีดีบ้างไหมนะในความคิดของเธอ ยายเด็กบ้าเอ้ย”

ฟิลลิปส์เร่ิมรู้สึกโกรธไอซ์ ที่ในฝันของเธอ เขาเป็นคนไม่ดี เขาก็เลยปลุกไอซ์ให้ตื่นทันที ด้วยอารมณ์โกรธ

“นี่ไอซ์ ตื่น ตื่นเดี๋ยวนี้เลยนะ ไอซ์ฉันบอกให้เธอตื่นไง ฝันบ้าบออะไรก็ไม่รู้นอนแล้วฝันแบบนี้ไม่ต้องนอนมันแล้ว ยายเด็กบ้าเอ้ย ตื่นเดี๋ยวนี้นะไอซ์”

“อะไรเนี่ย นายต้นไม้แห้ง ฉันกำลังหลับฝันดี ฉันกำลังกินไก่ทอดอยู่นะ นายมาปลุกฉันทำไม แล้วนี่ที่ไหนกันเนี่ย ทำไมมันดูมืด หรือว่าฉันกำลังฝัน เฮ้ยแล้วฝนตกหนักขนาดนี้เลยเหรอวันนี้ นายขับรถดี ๆ นะ เดี๋ยวเกิดอุบัติเหตุละก็แย่เลย”

“อะไรของเธอ เธอพูดบ้าอะไรของเธอยายเด็กบ้า นี่มันเครื่องล้างรถ ฝนบ้าบออะไรของเธอนอนละเมอขี้ตาละซิ แล้วเนี่ยเมื่อกี้เธอฝันบ้าอะไรของเธอ ฉันไปแย่งอะไรเธอไม่ทราบ นอนละเมอเสียงดังลั่นรถ”

“ละเมอ เครื่องล้างรถ ฝัน เสียงดัง เฮ้ย เอ่อ ๆ นี่เราอยู่ในเครื่องล้างรถเหรอ แล้วนี่เราใกล้ถึงบ้านหรือยัง แล้วนี่นายแวะซื้อของกินเสร็จแล้วเหรอ”

ไอซ์พูดซ้ำไปมา หลังจากตื่นขึ้นมาแบบงง พอตั้งสติได้ เธอก็เลยทำเป็นเงียบ เพราะว่าเธอรู้สึกอายฟิลลิปส์ ที่ได้ยินเธอฝันถึงเรื่องกิน และคิดว่าฝนตก 

“กิน ของกิน นี่ชีวิตเธอมีแค่เรื่องกินเหรอไอซ์ ตกลงนี่เธออดอยากมากเลยหรือไง นี่พ่อกับแม่ฉันดูแลเธอยังไง ถึงปล่อยให้เธออดอยากขนาดนี้เลยหรือไง”

“นายต้นไม้ นี่นายเป็นบ้าอะไรของนาย แล้วลุงกับป้า มาเกี่ยวอะไรด้วย ก็ฉันเหนื่อย ฉันก็เลยหลับ แล้วเวลาคนหลับแล้วฝันมันผิดตรงไหนไม่ทราบ นายนี่มัน แล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่านายหยุดล้างรถ ฉันลืมตามาเห็นแต่น้ำ ฉันก็ต้องคิดว่าฝนตกนะซิ นี่ฉันมากับนายทำไมก็ไม่รู้ เดี๋ยวล้างรถเสร็จเปิดประตูรถให้ฉันด้วยนะ”

“ทำไมเธอจะขึ้นรถเมล์กับบ้านเหรอไงไม่ทราบ”

“ใครบอกนาย ฉันจะเข้าห้องน้ำต่างหากเล่า ใครจะโง่ขึ้นรถเมล์ ฉันไม่ใช่เป็ดนะ จะได้สมองเล็ก คิดไม่ได้ระหว่างนั่งรถยนต์ส่วนตัวกลับบ้าน กับต่อรถเมย์หลายต่อ เอ้า ล้างรถเสร็จแล้ว ขับออกไปแล้วจอดให้ฉันเร็ว ๆ เข้าซิไม่งั้นฉันจะทำรถนายเลอะไม่รู้ด้วย”

“โอ้ยยายเด็กบ้า ตกลงนี่เธอเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่ รถจอดแล้วก็ลงไปซิ ระวังนะเดินออกมาแล้วจะหารถฉันไม่เจอ”

“ก็ลองดูซิ นายได้โดนฉันเล่นงานแน่นอน จอดรถตรงนี้ แล้วรอฉันแป๊บหนึ่ง แล้วถ้านายจะกรุณา ช่วยหาน้ำให้ฉันดื่มด้วยก็ดีนะ ฉันหิวน้ำมากเลย”

ไอซ์ลงจากรถไปแล้วฟิลลิปส์ถึงกับขำกับการออกคำสั่งของเธอ ปกติที่กองถ่ายมีแต่คนคอยเอาอกเอาใจ โดยเฉพาะเวลาที่เขาไปทำงานในแถบเอเชีย หรือแม้แต่ทำงานกับบริษัทหนังของฮอลิวูด เขาก็มีรถคอนเทรนเนอร์ส่วนตัว

แต่ตอนนี้เขากลับเป็นคนที่ต้องคอยรับคำสั่งจากเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้ แต่เขาเองก็เต็มใจที่จะได้รับคำสั่งจากเธอ เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไม

“ใช่เลย มันใช่เลยไอซ์ ฉันรู้แล้วว่าฉันเป็นอะไรเวลาที่ฉันต้องไปทำงานไกล ๆ เธอ และไม่ได้มีคนคอยบ่นฉัน หรือว่าฉันแบบเธอ ฉันรู้แล้วว่าอาการที่ฉันซึม ๆ เศร้า ๆ มันเป็นอะไร ฉันเคยคิดนะว่าฉันอาจจะคิดถึงเธอ และก็คิดถึงบรรยากาศแบบนี้มาก ๆ เลย แต่ฉันก็ไม่เคยเชื่อความคิดของฉันเองเลยสักครั้ง แต่ว่าตอนนี้ ไอซ์ทุกครั้งที่เธอพูด บ่น ด่าทอฉัน มันกลับทำให้ฉันรู้สึกเหมือนว่าชีวิตฉันมีอะไรบางอย่างขาดหายไปกลับคืนมา ขอบคุณนะไอซ์ที่เธอเป็นของเธอแบบนี้ ฉันรู้สึกหายเหนื่อย หายง่วงนอน และรู้สึกมีความสุขกับการที่ฉันได้ต่อปากต่อคำกับเธอแบบนี้มากที่สุดเลยละไอซ์ น้ำ เฮ้ยน้ำ ใช่ น้ำในรถเราไม่มี น้ำ ไม่ได้การละฉันต้องรีบไปซื้อน้ำก่อน ไม่งั้นหูของฉันต้องชาเป็นแน่ ๆ เลย”

ฟิลลิปส์ รีบจอดรถเข้าในซองสำหรับลูกค้าของปั้มน้ำมันทันที และก็รีบเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ที่อยู่ในปั้มน้ำมันทันที เพราะเขากลัวว่าไอซ์จะโกรธถ้าเข้าไม่มีน้ำให้เธอเอาไว้ดื่ม

ไอซ์เห็นฟิลลิปส์ลงจากรถ และก็เดินเข้ามาในร้านสะดวกซื้อที่เธอใช้ห้องน้ำอยู่พอดี เธอก็เลยเดินตามหลังฟิลลิปส์แบบเงียบ ๆ เพราะเธออยากรู้ว่าเขาจะเข้ามาทำไม และซื้ออะไร เพราะว่าเธอนั้นเร่ิมหิว และเธอก็ไม่อยากออกไปรอเขาอยู่ข้างนอก เพราะว่าเขาคงจะร็อครถไว้ตอนที่เดินเข้ามาในร้าน

ฟิลลิปส์กำลังจะหยิบน้ำส้ม และก็น้ำเปล่า ไอซ์เดินอ้อมหลังของฟิลลิปส์ และก็หยิบน้ำส้มออกจากมือของเขาทันที

“น้ำส้มเนี่ยของฉันหรือว่าของนาย ถ้าของนายก็ไม่เป็นไรแต่ถ้าของฉัน ฉันจะได้เอาเก็บเข้าตู้”

“เฮ้ยยายไอซ์บ้า นี่เธอมาได้ไง ฉันตกใจหมดเลย”

“ฉันมาเข้าห้องน้ำในร้าน นี่นายลืมแล้วเหรอ ถ้านายหายตกใจแล้วก็ตอบฉันมาได้แล้วว่านายจะซื้อน้ำส้มขวดนี้ให้ใคร ฉันหรือนาย”

“ก็ให้ทั้งสองคน ทำไมเธอเกิดไม่ชอบน้ำส้มขึ้นมาสะงั้น”

“ใครว่าละ ถ้านายจะซื้อน้ำส้ม ยี่ห้อนี้ ฉันไม่ชอบกิน ฉันชอบยี่ห้อนี้ต่างหากเล่า ดูข้าง ๆ กล่องซิ โซเดียมมันน้อยกว่า และแถมยังไม่หวานมาก น้ำตาลก็แค่สี่สิบเปอร์เซ็น อีกอย่างขวดมันก็ใหญ่กว่าแต่ว่าราคาเท่ากัน นายนี่มันหยิบของไม่เคยอ่านข้างขวดเลยใช่ไหม”

“ไม่เคย จะอ่านทำไม อ่านไปมันก็มีค่าเท่าเดิม เพราะว่าฉันก็ต้องดื่มมันอยู่ดี ฉันออกกำลังกายประจำกินอะไร ฉันก็ไม่เห็นว่ามันจะต่างอะไรกัน แล้วใครเขาจะอ่านฉลากข้างขวดกันเล่าเวลาซื้อของในร้านสะดวกซื้อ ไม่ได้ไปช็อปปิ้งประจำสัปดาห์สักหน่อย ร้านแบบนี้ ก็ตามชื่อสะดวกซื้อ สะดวกก็ซื้อ ซื้อเมื่อเห็น เพราะว่าถ้าอยากได้ของดีราคาถูกก็ไม่ใช่ร้านสะดวกซื้อจริงไหม”

“ที่นายพูดมันก็ไม่ผิด แต่ในเมื่อเราก็รู้อยู่แล้วว่าอะไรมันดี อะไรมันไม่ดี และไม่มีประโยชน์ หรือว่าประโยชน์น้อยกว่า แล้วทำไมเรายังจะเลือกซื้อมันอีกละจริงไหม นายนี่มันไม่ได้เรื่อง เรื่องบางเรื่องถึงมันจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่ว่าถ้านายกินมันสะสม มันก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้นะ แล้วตอนนี้ฉันก็มีเรื่องใหญ่อีกเรื่องหนึ่งที่ฉันจะต้องทำ”

“เรื่องอะไรอีกละ อย่าบอกนะว่าเธอจะต้องเปลี่ยนน้ำเปล่าขวดนี้อีก”

“บ้าใครว่ากันเล่า น้ำขวดนั้นมันดีอยู่แล้ว ฉันรู้ดี แต่เรื่องใหญ่ของฉันก็คือฉันหิวแล้ว แล้วฉันก็คงจะรอไม่ไหวจนถึงร้านเบอร์เกอร์ร้านประจำของนาย ฉันคิดว่าฉันจะกินบะหมี่ถ้วย หรือไม่ก็แซนวิส นายสนใจไหม”

“บะหมี่ถ้วย แล้วไอ้บะหมี่ถ้วยมันมีประโยชน์ตรงไหนกันเล่า ยายบ้าเอ้ย มีแต่แป้ง กับสารปรุงแต่ง กินมาก ๆ กระดูกจะผรุ และก็ผมล่วงละไม่ว่า เธอก็ไม่เคยเปลี่ยน ไม่ได้ไม่ดีก็บะหมี่ ถ้าคืนเธอกินบะหมี่ไม่ใส่ผักใส่เนื้อสัตว์ มันก็ไม่ต่างอะไรกับการกินสารพิษอยู่ดี”

“ก็จริงของนาย ก็ได้ ๆ งั้นฉันจะกินแซนวิส หรือว่ามัฟฟิ่น ดี นายแบ่งกับฉันคนละครึ่งไหม อาหารสองอย่างนี้ ถ้าฉันไม่ได้ทำเอง มันฝืด ๆ คอนะ”

“เอ่อ ฉันว่าเธอทนหิวอีกนิดได้ไหม ฉันไม่ค่อยแน่ใจกับแซนวิสที่นี่ ออกจากปั้มนี้ไป เลี้ยวขวาก็จะเห็นร้านแพนเค้ก และก็ร้านแซนวิสแบบขับรถเข้าไปสั้งได้แล้วนะ ที่นั้นใหม่และก็สดกว่าในร้านสะดวกซื้อร้านนี้นะฉันว่า”

ฟิลลิปส์พูดเบา ๆ ข้างหูไอซ์เพราะว่าเขาไม่อยากให้พนักงานในร้านสะดวกซื้อได้ยิน 

“เอานี่ เอาแครกเกอร์นี่กินกันหิวไปก่อน ตกลงตามนั้น ถ้าไม่เอาอะไรแล้วไปจ่ายเงินกัน จะได้รีบไปร้านอาหารดีไหมไอซ์”

“ก็ได้ตกลง ๆ แต่เดี๋ยวฉันก็หยิบหมากฝรั่ง กับสมาร์ทตี้ก่อนนะ พอดีของในกระเป๋าฉันมันหมดนะ สองอย่างนี้ฉันขาดไม่ได้เลยมันช่วยชีวิตฉันมาได้หลายครั้งแล้ว”

“ก็ได้ ๆ สองอย่างนี้ปริมาณน้ำตาลมันก็ไม่ต่างอะไรกับน้ำส้มขวดนั้นเลยนะฉันว่า”

“ใช่มันไม่ต่าง แต่ถ้าฉันดื่มน้ำส้มขวดนั้น ฉันก็จะไม่สามารถกินสองอย่างนี้ เพราะว่าเปอร์เซ็นของน้ำตาลนั้นสูงเกินร้อยเปอร์เซ็น ถ้านายคำนวณให้ดี”

“โอเค ๆ ฉันแพ้เธอ”

หลังจากทั้งสองคนขึ้นรถยนต์และขับรถออกจากปั้มน้ำมัน ไอซ์ก็นั่งกินสมาร์ทตี้ ทีละเม็ด เคี้ยวช้า ๆ เหมือนกับว่าเธอรออะไรบ้างอย่าง

“นายสนใจสมาร์ทตี้ไหม นายต้นไม้”

“โอเค ก็ดีเหมือนกัน”

“แล้วนายชอบกินสีอะไรละ”

“สีอะไร สีอะไรก็ได้ ฉันกินได้ทุกสี เธอต้องเลือกสีด้วยเหรอไอซ์ มันจะยุ่งยากเกินไปไหมเนี่ย”

“ก็ใช่นะสิ ฉันนะชอบกินสีน้ำตาลเพราะว่ามันเป็นรสช็อคโกเล็ต แต่ฉันจะเก็บสีน้ำตาลไว้กินตอนสุดท้าย ฉันจะเร่ิมกินจากสีอ่อนก่อน แล้วก็ไล่สีไปจนถึงสีน้ำตาล เร่ิมแรกฉันจะกินสีเหลืองก่อน แล้วก็ไปสีส้ม สีมวง สีเขียว แล้วก็สีน้ำตาล”

“เฮ้ยนี่เธอกำลังกินสมาร์ทตี้หรือว่าเธอ กำลังเล่นยิงพลูบ่นโต๊ะกันแน่ไอซ์ เล่นไล่สีกินกันเลยเหรอ เธอนี่เห็นอะไรเป็นเรื่องเล่นไปเสียหมด”

“ใครบอกนายว่าเหมือน ต่างกันคนละเรื่อง ฉันเล่นพลูกับนายหรือกับลุงจอนท์ทีไร ไม่ลุงจอนท์ ก็นายที่เป็นคนชนะ แต่นี่ฉันคนเดียวที่เป็นฝ่ายชนะ แถมอร่อยแล้วก็ยังได้ใช้สมองอีกด้วย ส่วนโต๊ะพลูของนาย ฉันให้ลุงทำเป็นที่นอนเจ้าวิสกัสไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อีกอย่างนะ ถ้านายทำเรื่องง่าย ๆ ให้เป็นเรื่องที่ยาก และมีขั้นตอน มันก็ดีไม่ใช่เหรอ อย่างน้อยนายก็ได้สนุกกับการกิน”

“ฉันฟังเธอพูดฉันก็ยังไม่เห็นว่ามันจะดีกว่ายังไง ตรงไหนเลย กับอีแค่กินลูกอม ฉันว่ากินสีไหนกินเข้าไปในท้องมันก็มีค่าเหมือนกัน”

“ไม่เหมือนกันตรงความรู้สึกไงนายน่ีมันไม่ได้เรื่อง ฉันจะอธิบายให้นายฟังแบบเข้าใจง่าย ๆ นะ ถ้านายกินตามสี อย่างที่ฉันบอก จากสีอ่อนไปยังสีเข้ม นั้นก็หมายความว่านายจะต้องใช้สมองของนายคิด คำนวณ และก็ใช้สมองของนายในการจำสีที่นายกินก่อนหน้านี้ และก็สีที่จะถึงต่อไป มันทำให้สมองของนายได้คิด และนายก็จะกินมันช้าลง จากเดิมที่นายกินมันหมดกล่อง นายก็จะอาจจะกินมันแค่ครึ่งกล่อง และแถมนายยังได้ตื่นเต้นกับสีที่นายรอคอยอีกด้วยจริงไหมละ ฉันจะตื่นเต้นดีใจทุกครั้ง อย่างเช่นถ้าวันนี้ฉันยังกินสีนี้ไม่หมด ก็แสดงว่าฉันก็จะรู้ว่าสีต่อไปที่ฉันจะได้กินต่อไปเป็นสีอะไรในวันถัดไป หรือไม่ฉันก็จะเก็บเอาไว้กินในวันต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหมดกล่อง สนุกดีออก”

“งั้นกล่องนี้ ตอนนี้เธอกินถึงสีอะไรแล้วละ ฉันชอบสีม่วงนะ สีม่วงมันคือรสองุ่นใช่ไหม ฉันชอบกินองุ่นนะ ฉันว่ารสองุ่นมันอร่อยดีนะ”

“สีมวงเหรอ เสียใจด้วยนะ ตอนนี้ฉันยังกินไม่ถึงสีม่วง ถ้านายจะกินตอนนี้ ก็จะต้องกินแต่สีเหลืองเท่านั้น”

“ก็ได้ ๆ สีเหลืองก็ได้ แต่พอถึงสีมวงฉันต้องเป็นคนได้กินก่อนตกลงไหมไอซ์”

“ก็ได้ แต่ถ้าถึงสีน้ำตาล นายห้ามแตะจนกว่าฉันจะอนุญาติ เข้าใจไหมนายต้นไม้ ถ้านายตกลง ก็ตามนี้นะ ห้ามต่อรอง ไม่งั้นถือว่าเกมส์จบ”

“ตกลง สัญญานิ้วก้อยเลยก็ได้ ยายเด็กบ้า กะอีแค่ลูกอมสมาร์ทตี้ จะอะไรกันหนัก กันหนา”

“นี่ฉันได้ยินนะ ประโยคหลัง นายไม่เคยเห็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นเรื่องสำคัญ นายต้องเริ่มจากเรื่องลูกอมสมาร์ทตี้แบบนี้และดีแล้ว อย่าบ่นขับรถไป แล้วก็ระวังด้วย ฉันหิวแล้วด้วยนะจะบอกให้ นายก็รู้ว่าเวลาที่ฉันหิว อะไรจะเกิดขึ้น ถ้านายไม่อยากหูดับ ก็ตั้งใจขับรถไป”

ไม่นานนัก ฟิลลิปส์กับไอซ์ก็ขับรถเข้ามาจอดสั่งเบอร์เกอร์ ครั้งนี้ ทั้งสองคนเห็นพ้องต้องกันว่า ต้องเป็นดับเบิ้ลชีสและเนื้อแบบพิเศษเท่านั้น ทั้งสองคนตกลงกันว่าจะสั่งสามชุด คนละหนึ่งชุดกับอีกครึ่งชุดต้องแบ่งกันกิน ช่วยกันกินจนกว่าจะหมด 

ไอซ์กับฟิลลิปส์นั้นดูเข้ากันได้ไปเสียทุกอย่าง โดยเฉพาะเรื่องกินไอซ์ไม่เคยทำให้ฟิลลิปส์ผิดหวัง หลังจากนั้นไม่นานฟิลลิปส์ก็ขับรถเข้าไปจอดสั่งไก่ทอด ชื่อดังในย่านที่เขาคุ้นเคย ซึ่งไอซ์เองก็รู้จักร้านไก่ทอดนี้ดี เพราะว่าเธอมากับฟิลลิปส์บ่อยเวลาที่ขี้เกียจต้องทำอาหารกิน 

“นายจะสั่งไก่ทอดด้วยจริง ๆ เหรอนายต้นไม้”

“ก็จริงนะสิ ก็เธอเป็นคนบอกฉันเองว่าอยากกินไก่ทอด ถังใหญ่ มาตอนนี้ทำเป็นถามฉัน”

“ก็ตอนนั้นฉันยังไม่ได้กินดับเบิ้ลชีสเบอร์เกอร์นี่หนา แล้วนี้เรายังเหลืออีกตั้งชุดเต็มเลยนะ ฉันเริ่มอิ่มแล้ว”

“ไม่ได้ เธอเป็นคนต้องการแบบนี้ไม่ใช่เหรอ แล้วฉันเองก็คิดถึงอาหารรสชาดถูกปาก หน้าตาก็ถูกใจในแอลเอเป็นที่สุด ไม่มีอาหารที่ไหน ที่จะคุ้นลิ้น และคุ้นตาเท่าที่แอลเอบ้านเกิดเมืองนอนของฉันอีกแล้วละไอซ์ เธอไม่รู้หลอกว่าฉันต้องกินอาหารที่หน้าคล้าย ๆ กัน แต่ทำไมความรู้สึกมันต่างกันก็ไม่รู้ นี่เป็นอาหารมื้อแรกของฉันเลยนะที่ทำให้ฉันมีความรู้สึกว่าพอกินแล้ว รู้สึกอิ่มใจเป็นที่สุด”

“ขนาดนั้นเลยเหรอ ความรู้สึกแบบนี้ฉันก็รู้สึกนะ เหมือนตอนที่แม่ไอของฉันมาอยู่ที่นี่ตอนคริสท์มาสเลย อาหารที่แม่ฉันทำ มันคุ้นตา คุ้นลิ้นเป็นที่สุด ฉันฟังนายพูดแล้ว ฉันรู้สึกสงสารนายเลยนะเนี่ยนายต้นไม้ บ้างครั้งชีวิตคนเรา มันก็ต้องแลกกับส่ิงที่ไม่คุ้นเคย เพื่ออะไรบางอย่างนะ นายว่าไหม”

“ก็คงประมาณนั้นมั้ง เอ้าไก่ถังนี้พอไหมไอซ์”

ฟิลลิปส์ส่งไก่ให้ไอซ์หลังจากที่พนักงาน ส่งไก่ให้เขาจากหน้าต่าง สั่งอาหาร 

“งั้นเอาอย่างนี้นะ ไก่ถังนี้ เราเอาไปกินหลังบ้านที่ท่าน้ำดีไหม ตอนนี้เรามากินดับเบิ้ลชีสเบอร์เกอร์ชุดนี้ให้หมดก่อน ฉันจะกินเป็นเพื่อนนายเอง”

“ตกลงตามนั้นเลย ฉันดีใจด้วยนะเรื่องแม่ของเธอกับคุณเนลหมั้นกัน ฉันว่าคู่นี่เขาเหมาะสมกันดีนะ”

“ขอบใจ ฉันเองก็คิดแบบนั้นนะ คุณเนล เป็นคนดี สุภาพ ใจดี อารมณ์เย็น เขามีอะไรหลาย ๆ อย่างคล้ายกับพ่อแอลลี่ของฉันเหมือนกันนะนายว่าไหม นายต้นไม้”

“ฉันเองก็ไม่รู้นะไอซ์ ฉันเคยเจอพวกเขาแค่ครั้งสองครั้ง เออฉันหมายถึงไม่นาน แต่มีอย่างหนึ่งที่ฉันมั่นใจก็คือ คุณเนลจะต้องดูแลแม่เธอได้เป็นอย่างดีแน่นอน ฉันเชื่ออย่างนั้นนะไอซ์”

“เมื่อกี้นายบอกเจอพวกเขาแค่สองครั้ง นายหมายความว่าอย่างไงเหรอ นี่นายกำลังโกหกอะไรฉันอยู่หรือเปล่านี่นายต้นไม้แห้ง นายคิดว่าพิรุธเมื่อกี้นี้ฉันไม่รู้เหรอว่านายกำลังโกหก นายพูดผิดพูดถูก”

ไอซ์รู้จากแม่ไอรดา ของเธอแล้วว่า เธอกับเนลนั้นนัดเจอกันที่ญี่ปุ่น และก็เจอกับฟิลลิปส์โดยบังเอิญ แต่เธอนึกสนุกอยากให้ฟิลลิปส์นั้นกังวลใจเล่น ๆ 

ไอซ์แกล้งทำเป็นจับผิด และก็โกรธฟิลลิปส์ ฟิลลิปส์ นั้นเงียบอยู่พักก่อนจะพูดขึ้นว่า

“เอ่อ ๆ เปล่านี่ ฉันก็เจอพวกเขาสองคน ที่บ้านของฉันไง ฉันเจอแม่เธอที่บ้านของฉัน ตอนนั้นเธอไม่อยู่บ้าน ส่วนคุณเนลฉันก็เจอแค่ครั้งเดียวเอง อ้อแต่ฉันได้คุยกับคุณเนล ตอนวันที่เขาอาสาขับรถไปส่งฉันที่บ้านของฉันไง”

“นี่คุณเนลไปส่งนายที่บ้านด้วยเหรอ แล้วนายก็ให้เขานอนพักที่บ้านนาย และนายกับเขาก็คุยกันจนถึงเช้าเลยใช่ไหม นายต้นไม้ แล้วตอนเช้า นายก็ยังทำอาหารเช้าให้เขากินก่อนที่เขาจะไปทำงาน และก็ก่อนที่นายจะหายหน้าไปจากฉันเกือบสองเดือนอย่างนั้นเหรอนายต้นไม้”

“อ้าวนี่เธอรู้แล้วเธอจะมาถามฉันทำไมเล่ายายเด็กบ้าเอ้ย ฉันก็กลัวว่าฉันจะพูดอะไรผิด แล้วเอ่อ เรื่อง เอ่อ”

ฟิลลิปส์ พูดติด ๆ ขาด ๆ เพราะว่าเขานั้นยังไม่แน่ใจว่าไอซ์เธอรู้หรือยังว่า แม่ของเธอนั้นนัดเจอกับเนลที่ญี่ปุ่นก่อนที่จะมาหาเธอที่แอล 

“ส่วนนาย ก็เจอกับแม่ของฉันที่ญี่ปุ่นบ่นเครื่องบิน แล้วนายก็คิดว่าแม่ฉันเป็นฉัน แล้วนายก็ยังจะเดินไปทักแม่ฉันที่ร้านอาหาร เพราะว่านายคิดว่าแม่ฉันเป็นฉันด้วยใช่ไหม ฮะฮะ นายนี่ตลกชะมัดเลย คนบ้าอะไร เก็บเรื่องนี่ไว้เป็นความลับ ไหนนายบอกว่านายไม่เคยโกหกฉัน นายพูดความจริงตลอด ดีนะที่แม่ไอของฉันบอกว่านายไม่ผิด เพราะว่าแม่ฉันเป็นคนข้อร้องไม่ให้นายพูด ไม่งั้นนายตายแน่ ไม่งั้นะต้นไม้แห้งอย่างนาย จะต้องขาดแสงอย่างฉันไปตลอดชีวิตของนายแน่นอน”

“ยายไอซ์ ยายเด็กบ้าเอ้ย นี่เธอรู้เรื่องแล้ว ทำไมทำเป็นโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ฉันก็กลัวว่าจะพูดอะไรผิด ฉันนะเป็นผู้ใหญ่แล้วนะไอซ์ ฉันก็ต้องรักษาคำพูด ฉันไม่ใช่เด็กกะโปโลอย่างเธอ จะได้เห็นทุกเรื่องเป็นเรื่องสนุกไปเสียหมด”

“แล้วใครบอกนาย ว่าฉันเป็นเด็ก ฉันนะไม่ใช่เด็กแล้ว นายเลิกเรียกฉันว่าเด็กกะโปโล หรือว่า ยายเด็กนั้น ยายเด็กนี่ได้แล้วนะ ฉันนะเป็นผู้ใหญ่แล้ว ฉันอยู่มหาวิทยาลัย ปีหนึ่ง อีกไม่กี่เดือนฉันก็ขึ้นปีสองแล้วด้วย แล้วนี่ฉันได้ว่านายรุ่นแรงหรือยัง ฉันก็แค่อยากจะอำนายเล่นก็เท่านั้นเอง เอ้านี่ฉันกินเบอร์เกอร์ส่วนของฉันเรียบร้อย เอาครึ่งนี่ของนาย แล้วนี่ก็น้ำของนาย ฉันไม่อยากเห็นนายต้องมาตายเพราะว่าเบอร์เกอร์ติดคอ ฮะ ๆ นายนี่ตลกชะมัด”

“ขอบใจ ถ้าฉันตาย เธอก็คงจะหัวเราะฉันละซินะ ยายเด็กบ้าเอ้ย” 

“ฉันบอกนายแล้วไงว่าอย่าเรียกฉันว่ายายเด็กนั่นนี่อีก แล้วถ้านายเป็นอะไรขึ้นมาจริง ใครเขาจะหัวเราะกันเล่า นี่นายเห็นฉันเป็นพวกสติเสียหรือไง คนที่ฉันรู้จักตายไป ฉันก็คง เอ่อ ช่างเถอะน่า ใครเขาพูดเรื่องเป็นเรื่องตายกันตอนขับรถเล่า ขับรถไปดี ๆ ละ อันที่จริง ไก่ทอด ก็กล่ินหอมเตะจมูกดีเหมือนกันนะเนี่ย เดี๋ยวให้ฉันกินเบอร์เกอร์หมดแล้วย่อยแป๊บหนึ่งนะ แล้วเจอกันนะจ๊ะไก่ทอดที่รักจ้า”

“ก็ยังดีที่เธอยังคิดเป็นห่วงฉันอยู่บ้าง”

“ใครว่าฉันเป็นห่วงนาย ฉันเป็นห่วงว่าถ้านายขับรถไม่ดี แล้วถ้าเกิดอุบัติขึ้นมาแล้ว ฉันเกิดพิการขึ้นมา ใครจะเลี้ยงฉันเล่า หรือนายจะเลี้ยงฉัน ถ้าฉันเกิดพิการขึ้นมาจริง ๆ แม่ไอของฉันก็ต้องลำบากดูแลฉัน แล้วแบบนี้แม่ไอฉันจะได้มีความสุขกับคนอื่นเขาไหมละชาตินี้ ส่วนนาย นายมีเงินตั้งเยอะแยะนายก็คงมีพยาบาลสวยมาดูแลจริงไหมละ”

“เอาละ ๆ ไปกันใหญ่แล้ว ยายเด็กนี่”

“บอกแล้วไงว่าห้ามเลี้ยงฉันว่าเด็ก ฉันเป็นผู้ใหญ่แล้ว แล้วแม่ฉันก็ตั้งชื่อฉันว่าไอซ์ หรือว่า ไอศรินทร์ หรือว่านายจะเรียกฉันว่า หมู หมา กา ไก่ อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ ยายเด็กนั่น ยายเด็กนี่ ถ้านายคืนเรียกว่าฉันเป็นเด็กอีกละก็ฉันจะ ๆ โอ้ย นี่ฉันทำอะไรนายไม่ได้เลยหรือไงกันนะ”

“เอาละ ๆ ฉันสัญญา ฉันจะไม่เรียกเธอว่า เด็กอีกแล้วตกลงไหม ฉันขอโทษ ทีเธอยังเรียกฉันว่านายต้นไม้แห้งได้เลยนี่”

“ก็นั่นมันฉายาของเราที่เราตั้งให้กันและกัน เราสองคนก็มีสิทธิ์เรียกได้ นายเรียกฉันยายพระทิตย์ตกน้ำ หรือว่า ยายพระอาทิตย์ไร้แสง อับแสง แล้วฉันเคยโกรธนายไหมละ”

“เธอพูดอีกก็ถูกอีก งั้นยายพระทิตย์ตกดิน ฉันขอน้ำดื่มหน่อย ฉันกินเบอร์เกอร์ครึ่งนี้หมดแล้ว ตอนนี้ฉันชักจะเร่ิมง่วงแล้วซิ ดื่มน้ำน่าจะหายนะ”

“นายว่าไงนะ นายง่วงนอนเหรอ เฮ้ยได้ไงเล่าเอ้าน้ำนี่ รีบดื่มเลย แล้วก็หาที่จอดรถเดี๋ยวนี้เลย อีกตั้งนานกว่าจะถึงบ้าน นายจอดเลยเดี๋ยวฉันขับเอง”

“เธอนี่นะ จะขับรถฉัน เธอจะขับได้เหรอ”

“ทำไมฉันจะขับไม่ได้ รถนายเกียร์ออโต้ไม่ใช่เหรอ อีกอย่างรถนายก็คันใหญ่ขนาดนี้ คงไม่มีใครกล้าขับเข้าใกล้หลอกมั้ง ก็ถ้านายไม่อยากให้ฉันขับนายก็ต้องห้ามหลับในเด็ดขาด ตกลงนายจะเอายังไง หลังดื่มน้ำแล้วดีขึ้นไหม”

“ก็ดีขึ้น ที่ฉันง่วงนอนก็เพราะว่าฉันเจ็ทเล็ค ผิดเวลา แล้วฉันก็เพ่ิงมาถึงเมื่อคืนวานเอง ฉันยังปรับตัวไม่ได้ ที่ฉันท่อสังขารมานี่ก็เพราะว่าฉันเป็นห่วงเธอ เอ่อฉันหมายถึงพ่อกับแม่ฉันข้อร้องให้ฉันมารับเธอ เพราะว่าไม่อยากให้เธอต้องโหนรถเมย์”

“นายเป็นห่วงฉัน ไม่อยากให้ฉันขึ้นรถเมย์ แต่ถ้ารถนายที่ฉันนั่งไม่ปลอดภัย ทีหลังปล่อยให้ฉันขึ้นรถเมย์ดีกว่าไหม เอาดื่มน้ำอีก เป็นไงดีขึ้นไหม ยังง่วงอยู่ไหม”

“ดีขึ้นแล้ว ได้น้ำก็ดีขึ้น แล้วเมื่อไหร่เธอจะขับรถได้สักที ละไอซ์ ฉันหมายถึงขับเองไม่ต้องมีคนนั่งไปด้วยนะ”

“อีกสามเดือนโน่น แต่ฉันก็ขับไปเรียนบ่อยนะ ถ้าวันไหนเรเชล ไปหาฉันที่บ้าน หรือถ้าวันไหนป้าแอนด์ กับลุงจอนท์ว่าง ๆ เขาก็ให้ฉันขับรถไปยูเอง พวกเขาสองคนก็นั่งรถไปเป็นเพื่อนฉันอยู่่บ่อย ๆ”

“แล้วเป็นไงพ่อฉันว่าไงบ้างเวลาที่เธอขับรถให้พวกเขานั่ง”

“ก็ไม่ว่าไง ได้แต่บอกว่า ฉันนะคอนโทรลรถได้ดี และก็กล้าตัดสินใจ อะไรทำนองนั้น นายอยากรู้ก็ไปถามลุงจอนท์เอาเอง ของแบบนี้ ฉันพูดมากเดี๋ยวนายก็หาว่าฉันคุยโม้”

“ก็ได้ ๆ ฉันจะให้เธอขับ แต่ว่ารถฉันไม่มีจีพีเอส แล้วเธอจะขับกลับถูกเหรอ ถ้าฉันเกิดนั่งรถหลับ”

“จากตรงนี้ ฉันกลับถูกยะ ฉันไม่ใช่แม่ไก่นะ จะได้มีสมองเล็กจนจำถนน หรือจำทางกลับบ้านตัวเองไม่ได้”

“ฉันก็ไม่ได้ว่าเธอเป็นไก่สักหน่อย แต่อีกสิบนาทีก็จะถึงบ้านแล้ว เอางี้เอาไว้พรุ่งนี้ ฉันค่อยให้เธอขับรถให้ฉันนั่งดีไหม เธอมีเรียนหรือเปล่าพรุ่งนี้”

“พรุ่งนี้ฉันไม่มีเรียน แต่ว่าฉันว่าจะนอนตื่นสาย ๆ ฉันเพิ่งสอบเก็บคะแนนเสร็จ ได้พักสองวันเต็ม วันจันทร์ค่อยว่ากันใหม่ ฉันเองก็ไม่ได้นอนมาเป็นอาทิตย์ ฉันนั่งรถเมย์ทีไร หลับเลยป้ายทุกที”

 

ไอซ์ นั่งอมย้ิม ขณะที่นั่งคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอและฟิลลิปส์ วันนี้ซึ่งเป็นวันวาเลนไทม์ ไอซ์นั่งเขียนไดอารี่ อย่างอารมณ์ เขียนไป ย้ิมไป เหมือนคนที่กำลังมีความสุข

ส่วนฟิลลิปส์เองก็กำลังนอนอมย้ิมในห้องนอนของเขา หลังจากที่เขากับไอซ์ แยกย้ายกันเข้าห้องนอน 

 

 
Chapter Prev Chapter Next

ความคิดเห็น

Guest
ชื่อ :