ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 12 มือสังหาร(2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 มือสังหาร(2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.3k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ส.ค. 2562 10:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 มือสังหาร(2)
แบบอักษร

"โอ้ ปากดีจริงนะเจ้าเด็กเปรต คอยดูฉันจะทรมานแกและเพื่อนของแกอย่างช้าๆ แล้วค่อยๆฆ่าพวกแกทีคนสองคน ฉันจะทำให้พวกแกได้รับรู้ถึงความโหดร้ายที่แท้จริง..."

 

 

 

คุชิมารุกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกจิตสังหารแสนอำมิตและบ้าคลั่งแผ่ออกมาปกคลุมพื้นที่โดยรอบ จนเด็กหลายคนเริ่มอึดอัด คาซึยะจึงไม่รีรอกล่าวกับอาจารย์อย่างจริงจัง

 

 

 

"อาจารย์หลังจากนี้ช่วยพาทุกคนหนีไป และรีบไปแจ้งให้ท่านโฮคาเงะรู้เรื่องนี้โดยเร็ว ฉันจะยันเจ้าพวกนี้เอาไว้สักพักเอง"

 

 

 

"เดี๋ยวก่อนคาซึยะ ฉันจะปล่อยให้เธออยู่ที่นี่คนเดียวได้ยังไง !!"

 

 

 

อาจารย์พยามปฏิเสธ คาซึยะที่แน่วแน่ก็ไม่ยอมเช่นกัน เขาไม่อยากให้กลุ่มเพื่อนที่ยังไม่ได้เป็นนินจาเต็มตัวต้องมาเสี่ยงอันตรายก่อนเวลาอันควรดังนั้นนี่จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

 

 

 

"รีบไปอาจารย์อย่าให้คนอื่นต้องมาเสี่ยงอันตรายในตอนนี้ ฮินาโมริ คาคาชิ โอบิโตะ เดี๋ยวฉันจะเปิดทางหนีให้ หลังจากนั้นช่วยพาพวกเขาหนีไปที"

 

 

 

"ไม่!! ฉันจะอยู่กับนาย"

 

 

 

หลายคนพยายามปฏิเสธ แต่พอพวกเขาเห็นการเปลี่ยนแปลงในตาของคาซึยะจู่ๆพวกเขาก็เงียบสนิท โดยเฉพาะโอบิโตะที่อยากได้สิ่งนี้มาโดยตลอดนั่นก็คือ เนตรวงแหวน

 

 

 

"จงรีบไปอย่ามาเกะกะ"

 

 

 

ตอนนี้คาซึยะรู้สึกเลือดเดือดพล่านอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ตื่นเต้น หวาดกลัว ? แน่นอนว่าเขากลัว แต่เขากลับรู้สึกตื่นเต้นเสียมากกว่า เลือดในกายมันร่ำร้องให้เขาฆ่าทำลายล้างศัตรูให้หมด

 

 

 

"คิดจะหนีหรอมันไม่ง่ายขนาดนั้น Chōtō Ninpō: Jigumo Nui(คาถาดาบยาว : วิชาใยแมงมุมมรณะ)...."

 

 

 

คุชิมารุกล่าวชื่อคาถาพร้อมจดจ้องมองไปที่ดวงตาของคาซึยะ สักพักเขาก็โยนดาบคล้ายเข็มพุ่งไปหาคาซึยะและกลุ่มเพื่อนของเขาด้วยความเร็วสูงนั่นคือสายตาที่คุชิมารุมองเห็น

 

 

 

"อ๊ากขา ขาฉัน ขาฉัน"

 

 

 

"ได้โปรดหยุด อ๊ากกกกก"

 

 

 

"ทะ ท่านคุชิมารุ ได้โปรดหยุดมันที"

 

 

 

เสียงกรีดร้องจากนินจาของคิริงาคุเระดังระงมไปทั่วทั้งป่าเซ็นจู กลุ่มเพื่อนของคาซึยะที่ถูกบังคับให้วิ่งหนีด้วยการสะกดจิตจากเนตรวงแหวนก็พากันตื่นตัวและรู้สึกสับสนแต่ก็ไม่ได้หยุดวิ่ง เพราะร่างกายของพวกเขายังถูกสะกดจิตด้วยพลังของเนตรวงแหวน

 

 

 

"เจ้าบ้านั่นบังอาจมาใช้คาถาบ้าๆอะไรใส่ฉัน!!"

 

 

 

"ฝืนคาถาของคาซึยะในตอนนี้คงเป็นไปไม่ได้พวกเราต้องรีบไปแจ้งท่านโฮคาเงะและเรียกกำลังเสริมโดยด่วน"

 

 

 

เหล่านักเรียนได้แต่พยักหน้าอย่างเชื่อฟังคำพูดของอาจารย์และพากันวิ่งไปที่สำนักงานแห่งไฟเพื่อแจ้งข่าวให้กับโฮคาเงะ ส่วนคาซึยะที่อยู่ในป่าตอนนี้กำลังมองภาพการฆ่าฟันกันเองด้วยรอยยิ้ม

 

 

 

"ดูเหมือนเราจะค่อนข้างเลือดเย็น"

 

 

 

เขามองนินจาจากหมู่บ้านคิริงาคุเระที่กำลังจะตายจากการฆ่าฟันกันเองอย่างเฉยชาดูไร้ความรู้สึก จนกระทั่งนินจานับสิบคนเสียชีวิตลงเขาก็แสยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย

 

 

 

นี่เป็นพลังของเนตรวงแหวนที่มาดาระเคยใช้กับสัตว์หางซึ่งเขาใช้มันกับพวกจูนินและโจนินระดับธรรมของหมู่บ้านคิริงาคุเระจึงเป็นไปไม่ได้ที่พวกมันจะต่อต้านการควบคุมของเขา

 

 

 

"ด้วยความแข็งแกร่งระดับโจนินชั้นกลางของเจ้าคุชิมารุ คงอีกไม่นานก็คงจะหลุดพ้นพันธการสะกดจิตและคาถาลวงตา"

 

 

 

แต่กว่าจะฟื้นขึ้นมาเจ้าตัวก็พบว่าพวกของตัวเองถูกสังหารไปแล้วทั้งหมด ส่วนตัวคุชิมารุเองก็เต็มไปด้วยบาดแผลจากการโจมตีของพวกตัวเอง หลังจากนี้เขาคงชนะมันได้ไม่ยาก

 

 

 

"จักระของคุชิมารุยังมีประโยชน์ต่อเราดังนั้นเราควรใช้มันเป็นพลังให้เราก่อนจะถูกส่งมอบให้หมู่บ้าน Mokuton Hijutsu: Jukai Kōtan (คาถาไม้ลับ : ม่านพฤกษาก่อเกิด)"

 

 

 

คลื่นนนนน! ตู้มมมมมม!!!

 

 

 

ดงไม้ขนาดยักษ์ผุดขึ้นมาจากดินจนเกิดแผนดินไหวและเสียงระเบิดดังไปทั่วหมู่บ้าน ไม้เลื้อยขนาดใหญ่เริ่มแผ่สะบัดเข้าพัวพันธการร่างของคุชิมารุที่กำลังยืนหอบหายใจ กว่าจะลูกสึกตัวร่างของเขาก็ถูกฝังไว้ในต้นไม้แม้เจ้าตัวอยากจะกรีดร้องแต่ก็ทำไมได้

 

 

 

จักระภายในร่างเริ่มถูกดูดไปอย่างรวดเร็วและส่งมาเพิ่มให้กับคาซึยะที่ยืนควงกุนไบไปมาด้วยรอยยิ้ม จริงๆแล้วที่เขาให้กลุ่มเพื่อนจากไปไม่ใช่เพราะว่ากลัวจะเกิดอันตรายแต่เป็นเพราะเขาไม่อยากให้พวกเขาได้เห็นสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ในตอนนี้ต่างหาก

 

 

 

"อืมจักระของเราย่างใกล้สู่ระดับโจนินแล้ว แถมเส้นชีพจรจักระ ร่างกายและอวัยวะภายในก็ดูจะพัฒนามากขึ้น"

 

 

 

คาซึยะถูคางครุ่นคิดและเลิกดูดจักระของคุชิมารุเพราะเขากลัวมันจะตายเสียก่อน ยังไงเจ้านี่ก็มีสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อหมู่บ้านอยู่ นั่นก็คือข้อมูลต่างๆของหมู่บ้านคิริงาคุเระที่ปิดเงียบมานาน

 

 

 

และอีกอย่างเขาค่อนข้างสงสัยเพราะนี่ยังอยู่ในช่วงยุคทองของโคโนฮะที่เต็มไปด้วยนินจาระดับเสมือนคาเงะหรือแม้แต่ระดับคาเงะ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีนินจาลอบเข้ามาในหมู่บ้านได้ง่ายดายแบบนี้

 

 

 

"แสดงว่ามันต้องมีใครสักคนที่เป็นหนอน"

 

 

 

ฟึบบบ!! ๆๆ

 

 

 

"เฮ้อ~ปลอดภัยดีสินะ"

 

 

 

เสียงเคลื่อนไหวสองสามที่ดังมาจากข้างหลังทำให้คาซุยะหลุดออกจากภวังค์ความคิดและรีบปิดเนตรวงแหวนทันที เขามองไปยังเจ้าของเสียงและยกยิ้มเล็กน้อยพร้อมอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ชายตรงหน้าที่กำลังมองสถานการณ์โดยรอบฟังโดยไม่มีอาการตื่นตะหนก

 

 

 

"แบบนี้นี่เองเจ้าทำได้ดีมากคาซึยะ คงไม่ได้รับบาดเจ็บสินะ"

 

 

 

"ไม่มีปัญหาเลยครับท่านปู่รุ่นสาม อีกอย่างผมค่อนข้างสงสัยว่าทำไมคนจากหมู่บ้านคิริงาคุเระถึงลอบเข้ามาในโคโนฮะได้ง่ายดายขนาดนี้"

 

 

 

คาซึยะเหล่มองปู่รุ่นสามพร้อมเหล่มองอีกสองคนที่อยู่ด้านหลังของฮิรุเซ็นและเขาก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าคนที่อยู่ข้างๆปู่รุ่นสามนั้นก็คือชายหนุ่มผมทองเสื้อกั๊กเขียวและชายผมขาวเงินในชุดเดียวกัน

 

 

 

ไม่ผิดชายผมทองคือว่าที่โฮคาเงะรุ่นที่สี่ พ่อของนารูโตะสามีของคุชินะ นามิคาเสะ มินาโตะ ในวัย14-16 ปี ส่วนชายผมขาวเงินก็ไม่พ้นนินจาชื่อดังของโคโนฮะ เขี้ยวขาวแห่งโคโนฮะ ฮาตาเกะ ซาคุโมะ พ่อของคาคาชิ

 

 

 

"เรื่องนี้ต้องเร่งสืบสวน โอ้ยังไม่ได้แนะนำสินะ นี่คือนามิคาเสะ มินาโตะ ลูกศิษย์ของจิไรยะหนึ่งในสามเซนนินแห่งโคโนฮะ ส่วนชายคนนี้ก็ฮาตาเกะ ซาคุโมะ เพื่อนรุ่นเดียวกับพ่อและแม่ของเจ้า พวกเขาเป็นคนที่ไว้ใจได้"

 

 

 

"เข้าใจแล้วสวัสดีพี่ชายมินาโตะ ลุงซาคุโมะ ผมอุจิวะ คาซึยะ"

 

 

 

"สวัสดีคาซึยะคุง"

 

 

 

มินาโตะทักทายด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนและดูสนิทกับคนอื่นได้อย่างง่าย ส่วนซาุโมะนั้นมองคาซึยะและพยักหน้าอย่างพึงพอใจเท่านั้นแต่ไม่ได้พูดอะไร

 

 

 

"จริงสิท่านปู่ที่หมู่บ้านเรามีวิธีถึงข้อมูลหรือไม่ผมจับหนึ่งในเจ็ดดาบแห่งคิริงาคุเระได้หนึ่งคน ถ้าได้ข้อมูลจากเจ้านี่อาจเป็นประโยชน์ต่อหมู่บ้าน"

 

 

 

"หืม"

 

 

 

เนื่องจากที่นี่ค่อนข้างมืดจึงไม่แปลกที่คนอื่นๆจะสัมผัสถึงตัวตนที่ใกล้ตายของคุชิมารุไม่ได้ แถมอีกอย่างพฤกษาก่อเกิดก็รวมตัวจนกลายเป็นต้นไม้ จึงดูกลมกลืนกับสภาพโดยรอบเสียหมดจด

 

 

 

คาซึยะพาทั้งสามคนเดินมายังต้นไม้ยักษ์ที่กลืนร่างของคุชิมารุจนเผยให้เห็นแค่ส่วนหัวและหน้าที่สวมหน้ากาก ทั้งสามมองชายที่ถูกพันธการด้วยท่าทีตื่นตะหนก

 

 

 

"นี่ผ่านไปเพียงไม่กี่เดือนเจ้าก็ใช้คาถาไม้ลับของท่านฮาชิรามะได้แล้วหรือ เฮ้อเอาละเรื่องดึงข้อมูลไม่มีปัญหา มินาโตะช่วยติดต่อหน่วยล้วงข้อมูลที"แม้จะตกใจแต่ฮิรุเซ็นก็มีความตื่นเต้นแฝงอยู่ด้วยเช่นกัน

 

 

 

"เข้าใจแล้วครับ"

 

 

 

ฟึบ

 

 

 

ร่างของมินาโตะหายไปในชั่วพริบตา คาซึยะที่มองการคลื่นไหวอยู่ตลอดค่อนข้างตื่นตกใจไม่น้อย นั่นคือวิชาหากินของมินาโตะเทพอัสนีเวหาหรือHiraishin no Jutsu วิชาคาถาการเคลือนย้ายผ่านมิติ แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะยังไม่ค่อยเชี่ยวชาญ

 

 

 

"มีอะไรที่เจ้าอยากได้ไหม ?"

 

 

 

จู่ๆ ฮิรุเซ็นที่เงียบมานานก็กล่าวขึ้นมา เขาและซาคุโมะมองไปที่คาซึยะและรอคำตอบจากเด็กคนนี้ แน่นอนว่าคาซึยะนั้นมีบางสิ่งที่อยากได้จริงๆ เขาแกล้งทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อยและสายตาก็เหล่ไปที่ดาบเข็มร้อยด้ายของคุชิมารุ

 

 

 

"ผมอยากได้ดาบเล่มนั้น ดาบเข็มร้อยด้าย"

 

 

 

"ไม่มีปัญหาอยากได้อะไรอีกไหม ?"ฮิรุเซ็นพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ ยังไงสิ่งของและอุปกรณ์อาวุธของนินจาทีู่กคาซึยะจัดการเจ้าตัวสามารถยึดทั้งหมดได้อยู่แล้ว

 

 

 

"อืม...อีกเรื่องผมอยากให้เก็บเรื่องที่มีนินจาจากหมู่บ้านอื่นลอบเข้ามาไว้เป็นความลับ การประกาศออกไปว่ามีคนจากหมู่บ้านอื่นลอบเข้ามาได้ง่ายๆ ความมั่นคงของหมู่บ้านคงสั่นคลอน ส่วนเรื่องอื่นๆจัดการตามที่เห็นสมควรแค่นี้แหละที่ผมอยากจะขอ"

 

 

 

"ก็จริงอย่างที่เจ้าว่า เอาตามนั้นแม้เจ้าจะเล่นเสียเสียงดังไปบ้างแต่ก็ไม่มีปัญหา"

 

 

 

ฮิรุเซ็นและซาคุโมะพยักหน้าอย่างพึงพอใจ จริงๆเขาก็แค่อยากลองใจคาซึยะ แต่ดูเหมือนเด็กคนนี้จะมีนิสัยที่ดี สุขุมรอบครอบมีความรักและความเป็นห่วงต่อหมู่บ้านซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ดี ทั้งสามพูดคุยกันอีกเล็กน้อยคาซึยะก็จากไปพร้อมดาบเข็มร้อยด้าย

 

 

 

และหลังจากคาซึยะจากไปมินาโตะก็กลับมาพร้อมกับชายผมบรอนทองคนหนึงซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของตระกูลยามานากะ พวกเขาเริ่มดำเนินงานอย่างเงียบๆในทันที

 

 

 

ส่วนคาซึยะที่ออกมาจากป่าของตระกูลเซ็นจูก็เดินไปหากลุ่มเพื่อนที่กำลังยืนรออยู่ด้านนอกด้วยรอยยิ้ม อาวุธเช่นกุนไบและดาบเข็มร้อยด้ายถูกเก็บลงในม้วนคัมภีร์อัญเชิญส่วนตัวของเขา

 

 

 

เมื่อเขาเดินมาถึงกลุ่มเพื่อนจู่ๆ โอบิโตะก็เดินเข้ามาหาคาซึยะก่อนจะส่งหมัดเล็กๆชกเข้าที่หน้าของเขาเต็มแรง ซึ่งคาซึยะก็สับสนเล็กน้อยแต่ยังไม่ได้พูดอะไรเจ้างี่เง่าที่เป็นลมบ้าหมูก็พูดขัดเขาเสียก่อน

 

 

 

"เจ้าซื่อบื้อทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก รู้ไหมว่าพวกฉันน่ะเป็นห่วงนายมากแค่ไหน!!"

 

 

 

คาซึยะมองโอบิโตะและกลุ่มเพื่อนที่ดูกังวลก็ช่วยไม่ได้ที่ยิ้มบางๆออกมา ถึงจะงี่เง่าไปบ้างแต่เจ้าเหมาะสมที่จะเป็นผู้นำจริงๆ เขาชี้นิ้วไปที่ดวงตาของโอบิโตะก่อนจะกล่าวด้วยรอยยิ้มโดยไม่สนบาดแผลที่ถูกต่อย

 

 

 

"ฮ่าๆโทษที แต่ก็ยินดีด้วยนะโอบิโตะ ดูเหมือนว่านายจะเบิกเนตรวงแหวนได้แล้ว"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น