Ramy Huang / อำพันเชอรี่

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 7 ต้นไม้

ชื่อตอน : บทที่ 7 ต้นไม้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย สยองขวัญ,สั่นประสาท

คนเข้าชมทั้งหมด : 11

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ส.ค. 2562 09:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7 ต้นไม้
แบบอักษร

บทที่ 7 ต้นไม้ 

 

        พวกเขาก้าวถอยหลังช้าๆ เพราะไม่อยากให้มัจจุราชตัวใดกระโจนขย้ำ ทว่ามหาเศรษฐีที่ดินใจร้อน หันหลังขวับ ซอยเท้าเผ่นก่อนใคร 

        " บ้าเอ๊ย" เบนสบถ 

        " วิ่ง ตรงเข้าป่า" เรมีตะโกนสั่ง คว้าเคตเข้าเอว สับฝีเท้าเต็มแรง 

        เสียงรองเท้ากระทบพื้นแฉะ เสียงผู้คนกรีดร้อง เสียงสุนัขเห่า เสียงปืนลั่นรัว เรมีไม่อยากเสียเวลาหันไปมอง ถึงเคตจะเป็นเด็กหญิงวัยเพียง 9ปี แต่การที่เธอต้องแบกน้ำหนักขนาดนี้ควบคู่ไปกับการวิ่งสุดกำลังทั้งที่ยังเหนื่อยไม่หาย นับเป็นเรื่องที่หนักเอาการ 

        เทนโดคอยวิ่งประกบหัวหน้าของเขาพลางต้อนคารา สเตธัมและดอกเตอร์ริกแมนไม่ให้ฝีเท้าตก เขายิงสุนัขที่กวดเข้าใกล้ขณะคลิฟช่วยพยุงดอกเตอร์เมเคอร์ซึ่งหกล้ม หัวเข่าเป็นแผล 

        เบนกับมาร์ควิ่งจี้หลังสองพี่น้องบาร์ตัน ยิงใส่สุนัขปีศาจเป็นระยะ พวกเขาเหลือบเห็นลูกเรือหลายคนที่วิ่งไม่ทันถูกโดเบอร์แมนหลายตัวรุม ฉีกทึ้งเนื้อเปรอะเปื้อนเลือดเป็นที่น่าสยดสยอง 

        ไมเคิล โอลิวีเอร์วิ่งจนหอบ เขาได้ยินเสียงเห่าของมัจจุราชหน้าขนดังจากหลายทิศจึงหันไปมองพลางตระหนัก ทุกคนวิ่งไปทางเดียวกัน คนหมู่มากเรียกร้องความสนใจจากไอ้พวกตายซาก ถ้าเขาอยากรอด เขาต้องแยกออกจากกลุ่ม 

        มหาเศรษฐีที่ดินวิ่งแยกตัวออกทางด้านซ้าย ฉีกออกจากทิศทางเดิมโดยไม่มีใครสังเกตเห็น เพราะทุกคนล้วนใจจดใจจ่อกับการหนีให้พ้นเงื้อมปากปีศาจ 

        เรมีหยุดฝีเท้าที่ชายป่า ส่งเคตให้กับคาราซึ่งวิ่งตามมาแทบขาดใจ เธอยิงปืนใส่โดเบอร์แมนที่เข้าระยะ หอบหัวใจเต้นแรงจากความเหนื่อย เทนโดคุ้มกันสองแม่ลูกกับนักสัตววิทยาเข้าหลังกำแพงต้นไม้ เธอเห็นคลิฟแบกดอกเตอร์เมเคอร์บนหลัง วิ่งตรงมา ไรอันลากแฟนสาวมหาเศรษฐีตามมาไม่ห่าง เบนกับมาร์คตีคู่มากับสองสาว ลูกทีมคนที่เหลือพยายามช่วยลูกเรือเท่าที่ทำได้ 

        " เข้าป่าไป เข้าในป่าเลย"

        เรมีตะโกน ยกปืนเล็งใส่สุนัขกลายพันธุ์ซึ่งกวดทิลด้าที่พยายามช่วยลูกเรือคนรั้งท้าย แต่ไม่ทัน มัจจุราชในร่างสุนัขสองตัวกระโจนเข้าหาคนทั้งคู่ล้มลงก่อนตัวอื่นๆ จะเข้ารุม เธอยิงกระสุน .223 ใส่ร่างสีดำพลางสาวเท้าหวังตรงเข้าช่วย ทว่าลูกน้องคนสนิทกระชากไหล่ไว้

        เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังจากลูกเรือ 

        " ไป รีบไปเร็ว ช่วยคนที่เหลือ" แพทย์ประจำทีมร้องเสียงแหลม ดึงมีดออกจากกระเป๋าข้างเข่า เสียบเข้ากะโหลกของตัวที่ถนัด ก่อนจะถูกรุมกัดใบหน้าและมือ 

        เรมีเบือนหน้าหนีภาพสุดสะเทือนใจ เธอไม่มีแม้แต่เวลาจะสวดส่งศพให้เพื่อนร่วมทีมคนไหนด้วยซ้ำ 

        โดเบอร์แมนหลายตัววิ่งผ่านร่างนอนตายบนพื้น ตรงเข้าหาเหยื่อที่ยังมีชีวิต คลิฟจับไหล่หัวหน้าดึงผ่านแนวกั้นต้นไม้เข้าด้านใน พบคนอื่นยืนหอบหายใจ สีหน้ากังวลท่ามกลางต้นไม้สูงใหญ่ขนาดตั้งแต่ 80-120ฟุต 

        พวกเขาหันหลังมองแพต้นไม้ที่เพิ่งวิ่งผ่านเข้ามา ลูกทีมบางคนดึงระเบิดออกจากกระเป๋าเตรียมพร้อมสละชีพ แต่ดูเหมือนสุนัขเกิดมีมารยาทขึ้นมาเมื่อไม่มีใครเอ่ยปากอนุญาต ทำแค่เห่าและเดินวนไปมาอยู่ด้านนอกก่อนเสียงจะเงียบหายไป

        " พวกมันไปแล้วใช่ไหม" เจสสิกาถอนหายใจ เอ่ยถามเสียงแผ่ว

        เทนโดพยักหน้าให้ผู้นำ ก้าวไปตามทางเดิม ยื่นหน้าออกไปมองด้วยความระมัดระวังแล้วกลับมารายงาน 

        " พวกมันรวมตัวกันห่างออกไปกว่าสิบหลา เหมือนจะรอเวลาให้เรายอมแพ้เอง" 

        คลิฟหันมองรอบทิศทาง " ป่าใหญ่ขนาดนี้ไม่ได้มีทางเข้าออกทางเดียวหรอกน่า" 

        " บ่ายจัดแล้ว ผมว่าเราควรออกจากที่นี่ก่อนค่ำ" มาร์คขยับเท้าเข้าใกล้ 

        " เราจะจัดขบวน ทีมคุ้มกันล้อมด้านนอก" เรมีออกคำสั่ง รู้สึกผิดปกติในป่าแห่งนี้ การที่สุนัขปีศาจไม่ตามเข้ามานั่นหมายถึงอะไรที่อันตรายมากกว่า น่ากลัวยิ่งกว่า เพราะฉะนั้นควรใช้ความระมัดระวังที่มากยิ่ง 

        พวกเขาเคลื่อนตัวช้า กวาดสายตา พื้นเป็นดินเหนียวเฉอะแฉะจากน้ำฝน ต้นไม้ใหญ่อยู่ห่างเป็นระยะทิ้งช่วง แต่ละต้นสูงใหญ่แผ่กิ่งก้านยาว สิ่งที่สะดุดตาคือดอกไม้สีแดงคล้ายดอกชบาทว่าใหญ่กว่ามาก

        " ผมเคยเห็นต้นไม้แบบนี้แต่ขนาดเล็กกว่าในทางเดินที่ทีมผมสำรวจ จุดที่เสียดอกเตอร์สวินตันไป" มาร์คเอ่ยเสียงเบาคล้ายรำพึงกับตัวเอง

        " ผมว่าแปลกนะ ป่าอะไรไม่มีเสียงนกร้อง" เบนเดินขนาบข้างแซนดรา ใช้มีดตัดกิ่งไม้ที่ยื่นขวางทางเดินของเขา 

        ทุกคนเปิดโสตประสาท ตั้งใจเงี่ยหูฟัง และเห็นด้วยกับเบน 

        เรมีเหลือบเห็นคราบเลือดแห้งกรังที่โคนต้นไม้บางต้น ไล่สายตาขึ้นไปจนพบคราบสีแดงอีกจุดบริเวณกิ่งก้าน เมื่อผนวกกับพฤติกรรมของสุนัข สัญชาตญาณกระซิบบอกเธอว่าเรื่องนี้ผิดปกติมากๆ 

        ทันใดนั้นพื้นดินที่พวกเขาเหยียบขยับตัว เศษดินเศษใบไม้ร่วง หนวดจากข้างใต้โผล่พร้อมเงาทึบขนาดใหญ่เหวี่ยงเข้าหาคนทั้งกลุ่ม

        " หมอบเร็ว" เรมีตะโกนเตือน มือกดสองแม่ลูกสเตธัมให้แนบกับพื้น 

        เสียงกรีดร้อง เสียงเอะอะโวยวาย ทว่าเธอไม่มีเวลาจะใส่ใจว่าจากใคร เธอรีบดึงสองแม่ลูกให้ลุกขึ้นยืนขณะได้ยินเสียงเคลื่อนไหวเหนือศีรษะ 

        ต้นไม้สูงใหญ่ขนาดร้อยฟุต กำลังโยกตัว รากซึ่งโผล่พ้นจากพื้นตวัดไปมา ก่อนจะพุ่งเข้ารัดลูกเรือชายผิวสี และฟาดลงบนพื้นอย่างแรงจนตัวแตก เลือดพร้อมอวัยวะภายในสาดกระจาย 

        " วิ่ง" เรมีดึงสองแม่ลูกหลบรากและกิ่งไม้ซึ่งกวัดแกว่งเข้าหา ขณะร้องบอกลูกทีมที่ระดมยิงเข้าใส่เปลือกไม้หนาว่าไม่มีประโยชน์ 

        พวกเขาวิ่งสลับกระโดดหลบรากที่พุ่งขึ้นจากดิน ทว่าเมื่อผ่านพ้นไปกลับเจอสิ่งเดียวกันอีกครั้งและตระหนักถึงต้นไม้มรณะซึ่งมากกว่าหนึ่ง 

        เจสสิกากรีดร้องด้วยความตกใจ เธอถูกก้านไม้หวดเข้าใส่ทว่าเกาะไว้ได้จึงไม่โดนฟาดไปไกล ติดอยู่บนต้นไม้รอหมดแรง 

        ไรอันมองภาพหวาดเสียว คิดหาวิธีช่วยหญิงสาวด้วยใจร้อนรนพลางหลบทั้งรากและก้านซึ่งเหวี่ยงมา ก่อนตัดสินใจเก็บปืนเข้ากระเป๋าเป้ กระโดดเกาะขณะกิ่งไม้ที่ตนเล็งไว้เข้าใกล้ 

        ความเร็วของแรงเหวี่ยงกับสายลมพัดเข้ากระแทกใบหน้าทำให้สมาธิเสียได้ง่าย แต่เขาต้องทำให้ได้ถ้าไม่อยากตายและเสียคนที่ตนรักไป ไรอันสูดอากาศชื้นเข้าปอดลึก เหงื่อออกแผ่นหลังโดยเฉพาะบริเวณฝ่ามือ เขาต้องรีบจัดการก่อนจะลื่นตกลงไปตาย เมื่อคำนวนระยะห่างระหว่างสองกิ่งใกล้มากพอจึงปล่อยมือจากหลักยึดของตน ร่วงลงสู่กิ่งด้านล่างซึ่งหญิงสาวคาอยู่ 

        ไม่ใช่แค่ตัวเขาที่ร่วง ทว่าใจก็หล่นด้วย 

        " เจสสิกา" ไรอันร้องเรียกฝ่าสายลม 

        " โอ้พระเจ้า! ไรอัน" เจสสิกาหันมอง ซึ้งใจจนน้ำอาบคลอเบ้าตา " คุณมาช่วยฉันเหรอ โอ้พระเจ้า" 

        ไรอันค่อยๆ ขยับตัวเข้าหาอีกฝ่าย แม้จะยากลำบาก " ผมปล่อยคุณไปไม่ได้ อันที่จริงคือ ผมไม่เคยปล่อยคุณออกจากใจได้ต่างหาก" 

        เจสสิกาอ้าปากค้าง ไม่เคยคิดว่าเขาจะให้อภัยเธอสำหรับเหตุการณ์ในอดีต อย่าว่าแต่ยังคงรักเลย

        " ฉันกลัวความตายมาตลอดทั้งที่เคยเฉียดมาแล้วในวีดิโอบ้านั่น แต่พอมาคิดๆ ดูแล้ว" เธอก้มมองพื้นด้านล่างด้วยความสูงกว่าห้าสิบฟุต พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น ถึงจะหน้ามืดอยู่บ้าง " การมีเธออยู่เคียงข้าง ความตายก็ไม่แย่เท่าไหร่" 

        ไรอันคลี่ยิ้มออกกว้าง ปลอบใจทั้งตัวเองและหญิงสาว " ไม่หรอก ถ้าผมขึ้นมาได้ เราก็ต้องลงไปได้" 

        เจสสิกาขยับมือไปแตะมือของชายหนุ่ม " ถ้าเรารอดไปได้ ฉันจะมีเซ็กซ์กับคุณให้หนำใจเลย" 

        ไรอันรู้สึกอบอุ่นในหัวใจอย่างประหลาด ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายอาจพูดเพียงเพราะความตายอยู่ตรงหน้าก็ตาม เขาหันมองไปยังลำต้นใหญ่หนาซึ่งอยู่ห่างพอสมควร ทว่านอกจากโยกไปมาน้อยๆ แล้ว ส่วนนั้นก็แทบไม่มีพิษภัยอะไร 

        " เราจะไต่ลงทางลำต้น" เขาหันกลับมาตะโกนบอกเธอ 

        เจสสิกาพยักหน้าเข้าใจ ค่อยๆ กระถดถอยตามคนนำทางไป 

 

        เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นด้านหลังพร้อมเศษดินร่วงใส่ ขณะเบน มาร์ค สองพี่น้องบาร์ตันวิ่งตีคู่กันไปพลางหลบรากอวบความยาวหลายสิบหลาซึ่งผุดขึ้นจากดินชนเอ็มมาล้มลง 

        " เอ็มมา" แซนดราร้องตกใจ 

        เบนดึงบาร์ตันคนพี่หลบกิ่งไม้ที่หวดลงมา ขณะมาร์คกระโดดหลบไปอีกทาง และช่วยดึงเอ็มมาลุกขึ้นจากพื้น ตะบึงไปข้างหน้าเพื่อหนีให้พ้นจากป่านรกแห่งนี้ 

 

        " แม่คะ หนูเหนื่อย" เคตเหนื่อยหอบ ขาของเธอสั่นแต่ยังวิ่งไม่หยุด ถึงจะช้าลงเรื่อยๆ ก็ตาม 

        " แม่รู้จ้ะลูกรัก แม่ก็เหนื่อย แต่หนูจะหยุดวิ่งไม่ได้นะลูก" คาราร้องบอก สงสารลูกสาวจับใจ ขนาดเธอยังเหนื่อยแทบขาดใจแล้วนับประสาอะไรกับเด็กหญิง 

        " อดทนหน่อย ดิฉันเห็นทางออกจากป่าแล้ว ข้างหน้านี้เอง"

        เรมีเห็นความเคลื่อนไหวทางหางตา เธอผลักสองแม่ลูกล้มลง ก่อนจะถูกกิ่งหนาหวดเข้ากลางลำตัว กระเด็นไปชนกับต้นไม้อีกต้นซึ่งห่างออกไป 

        เธอพยายามขยับตัวร้าวระบมจากแอ่งน้ำตื้นบนพื้นดิน รวบรวมกำลังหวังบอกสองแม่ลูกให้หนีไปก่อน ทว่าเทนโดตามมาทันพร้อมดอกเตอร์ริกแมน เขาจึงช่วยดูแลพวกเธอด้วย 

        เรมีเอนหลังพิงต้นไม้ใหญ่ ไม่มีการขยับเขยื้อนใดๆ เธอจึงปล่อยให้ตัวเองได้พัก พร้อมๆ กับเฝ้ารอคนที่เหลือ คลิฟมากับดอกเตอร์เมเคอร์และลูกเรืออีกคน เบน มาร์ค สองพี่น้องบาร์ตัน ลูกทีมแปดคนกับลูกเรือสิบห้าคน 

        เธอลุกขึ้นยืน หายใจเอากลิ่นดินชื้นเข้าปอดลึก จากเก้าสิบสามคนตอนนี้เหลือแค่สามสิบห้า นี่มันภารกิจบ้าอะไรกันแน่ ขณะที่เธอกำลังก้าวพ้นแนวกำแพงต้นไม้ก็ได้ยินเสียงร้องจากด้านหลัง เธอหันกลับไปมอง พบเจสสิกาแฟนสาวของมหาเศรษฐีที่ดินหนุ่มวิ่งมากับลูกเรือชาวอเมริกัน ทว่าไม่มีเงาของนายโอวิลีเอร์ เหลือบไปด้านหลัง รากของต้นไม้นรกกำลังเลื้อยตามทั้งคู่มา 

        " คลิฟ ขอปืนรีวอลเวอร์ของนายทางนี้ด่วน" เรมีตะโกน ใจเต้นระทึกขอให้พวกเขาหนีทัน 

        คลิฟกลับมาอย่างรวดเร็ว ยกปืนเล็งไปยังสิ่งที่ตามสองหนุ่มสาว ลั่นไกออกไปในนาทีวิกฤตจนรากนั้นแตกกระจาย ช่วยพยุงสาวเจสสิกาซึ่งวิ่งมาถึงออกจากป่าเน่าแห่งนี้ 

        พวกเขาโล่งอกที่กลับขึ้นมาบนพื้นคอนกรีตอีกครั้ง ทว่าด้านหน้าห่างออกไปกว่าสองร้อยหลาเป็นกำแพงเหล็กสูงเท่าตึกสามชั้น ทั้งสองข้างยาวจนสุดชิดตะแกรงเหล็กทั้งสองฝั่ง

__________________

ประกาศ : บทต่อไปมาช้านะคะ       

     

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น