ใครชอบนิยายสายดราม่า เชิญทางนี้เลยค่าาาา ฝากคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ❤

ตอนที่ 5 ขายตัว

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 ขายตัว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.7k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ส.ค. 2562 01:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 ขายตัว
แบบอักษร

 

 

“อย่าทำแบบนี้เลย ฉันขอร้อง” เธอพยายามอ้อนวอนเขาให้เห็นใจ ตรงที่เธอกับเขาอยู่นั้นเป็นห้องน้ำสาธารณะ ทั้งยังเป็นงานการกุศลที่ควรมีแต่สิ่งดีๆ ไม่ใช่ที่เขากำลังทำอยู่แบบนี้ 

“เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าเธอจะหน้าที่นี้” เขาถามกลับ และดูเหมือนจะไม่ยอมฟังอะไรทั้งสิ้นเพราะตอนนี้สติแทบจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย ในหัวนั้นคิดแต่ว่าเขาต้องการเธอเท่านั้น! 

“แต่ต้องไม่ใช่ที่นี่สิ” เธอกระซิบโต้ตอบเขา กลัวว่าหากมีใครเข้ามาจะได้ยิน  

แต่ชายหนุ่มไม่สนใจฟัง หมุนตัวเข้ามาอยู่ด้านในปิดฝาชักโครกแล้วนั่งลงบนนั้น รั้งร่างบางให้นั่งคร่อมตักตัวเองแล้วจึงถกกระโปรงเธอให้สูงขึ้น อลิสาพยายามดึงมันลงแต่สู้แรงเขาไม่ไหว กลายเป็นว่ายิ่งดิ้นกลางลำตัวของเธอก็เสียดสีกับเขามากขึ้นจนสัมผัสได้ถึงความแข็งขืน  

“ตอนนี้คนยังไม่เยอะ รีบทำจะได้รีบเสร็จ” เขาไม่อยากพูดให้มากเรื่อง ตอนนี้เขาพร้อมแล้วเหลือเพียงแค่เธอทียังเอาแต่ขัดขืน มือหนาจัดการปลดกระดุมชุดยูนิฟอร์มเธอออกเพื่อจะได้สัมผัสและชื่นชมทรวงอกงาม  

แยกสาบเสื้อออกจากกัน ผิวขาวเนียนละเอียด ริมฝีปากบางก้มลงสัมผัสอย่างอ่อนโยน ค่อยๆจุมพิตอย่างทะนุถนอมราวกับว่ากลัวผิวของหล่อนนั้นจะบอบช้ำทั้งที่ก่อนหน้านี้รุนแรงและเร่งเร้า ไล่วนเวียนอยู่บริเวณเนินอกพักหนึ่งก่อนจะสอดฝ่ามือร้อนผ่านใต้ชั้นในเข้าไปเค้นคลึงอกนุ่มหยุ่น 

“อาา...” เสียงหวานที่สะกดกลั้นเอาไว้หลุดออกมา ร่างกายจากที่ต่อต้านเริ่มตอบสนองเขา พ่ายแพ้ให้กับความช่ำชองและมากประสบการณ์ เมื่อเห็นว่าเธอเริ่มมีอารมณ์ขึ้นมาบ้างแล้วเขายิ่งทำซ้ำปลุกให้เธอร้อนไปพร้อมกับเขา 

เพราะกายเธอรุ่มร้อน ไม่ว่าเขาจะสัมผัสตรงไหนมันก็ร้อนไปหมด ใบหน้าเล็กเห่อแดงเพราะอารมณ์พิศวาสที่ก่อเกิดอยู่ในอก โดยมีคนที่ปลุกมันขึ้นมานั้นจ้องมาด้วยสายตาเป็นประกาย  

จะบอกว่ายิ่งเห็นหน้าเธอยามที่ร้อนรุ่มไปด้วยไฟสวาทแล้วยิ่งเกิดอารมณ์ก็คงไม่แปลก อลิสาในตอนนี้นั้นเซ็กซี่ เย้ายวนจนแทบละสายตาไม่ได้ พวงแก้มแดงฝาดเพราะเลือดที่สูบฉีด ริมฝีปากอิ่มถูกขบเบาๆด้วยฟันบน หางม้าที่รวบไว้ยุ่งเหยิงเล็กน้อยแต่เข้ากับทุกองค์ประกอบอย่างลงตัว  

เรียวแขนบางจากที่ตอนแรกตกอยู่ข้างลำตัวยกขึ้นพาดไหล่หนาทั้งสองข้าง โอบล้อมคอคอแกร่งเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว คนตัวโตอดใจไม่ไหวรั้งท้ายทอยเธอให้โน้มตัวลงมากดจูบอย่างดูดดื่ม อลิสาเองก็จูบตอบกลับแบบไร้เดียงสา พยายามทำเลียนแบบที่เขาทำกับเธอ 

เสียงพิธีกรที่ผ่านเครื่องกระจายเสียงดังเป็นระยะๆไม่อาจเบนความสนใจของทั้งคู่ได้เลย ทั้งเขาและเธอไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตอนนี้งานประมูลไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ลืมแม้กระทั่งว่าสถานที่ๆกำลังทำเรื่องบัดสีบัดเถลิงอยู่นั้นเป็นที่สาธารณะ  

เมื่อเห็นว่าเธอพร้อมแล้วจึงถึงเวลาปลดปล่อย แก่นกายแข็งขืนที่อึดอัดมาระยะหนึ่งถูกปลดปล่อยออกจากปราการด่านสุดท้าย คนตัวโตออกแรงกดสะโพกเธอลงมาให้รับเข้ากับเอ็นอุ่นๆของเขาจนกระทั่งเข้าไปจนมิด ไร้การป้องกันใดๆทั้งสิ้น 

“ฮื่อ...” นิ้วทั้งสิบจิกลงบนไหล่หนาแทนการระบายความเจ็บ แม้จะเคยผ่านช่วงเวลาทรหดอย่างนี้มาแล้วแต่เพราะยังไม่คุ้นเคยกับขนาดและสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในกายทำให้เธอต้องเบ้หน้าด้วยความเจ็บปวด  

“เด็กดี...” ลูบแผ่นหลังบอบบางๆเบาให้อีกฝ่ายผ่อนคลายลงบ้าง ตอนนี้กายนุ่มเธอโอบล้อมเขารัดตึงไปหมดจนขยับไม่ได้ “หายใจเข้าลึกๆ” 

เสียงลมหายใจเข้าออกถี่เร็วของเธอดังเป็นระยะ สะโพกกลมกลึงถูกยกขึ้นลงช้าๆตามจังหวะ ไม่เร่งเร้าหรือรีบร้อนแม้จะอยู่ในสถานที่แบบนี้ก็ตามที เมื่อเห็นว่าเธอเริ่มคุ้นเคยกับมันเขาจึงปล่อยให้อลิสาเป็นคนควบคุมจังหวะเอง  

ผมสลวยสะบัดปลิวไปมา ศีรษะเล็กแหงนขึ้นไม่ยอมให้เขาเห็นใบหน้าของเธอยามที่กำลังขับเคลื่อนตัวเองอยู่บนตัวเขา ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นสะกดกลั้นเสียงแห่งความสุขสมเอาไว้ไม่ยอมเปล่งออกมา  

เสียงพูดคุยกันของหญิงสาวจำนวนมากดังมาแต่ไกล จนกระทั่งหยุดมาหยุดที่ห้องน้ำแห่งนี้ แรงกระแทกจากการปิดประตู เสียงล็อคกลอนทำให้อลิสาหยุดชะงักทันทีไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเพราะกลัวว่าจะถูกจับได้ เธอผวากอดคออีกฝ่ายแน่นซุกซบใบหน้าเข้าระหว่างซอกคอเขา  

เขากำลังจะแตะขอบสวรรค์แล้วแท้ๆแต่แม่สาวน้อยคนนี้ดันหยุดกลางคัน จึงอุ้มตัวเธอขึ้นทั้งที่กลางตัวยังเชื่อมกัน และเปลี่ยนตำแหน่งให้เธอไปนั่งบนชักโครกแทนส่วนเขานั้นยืนเอนตัวไปด้านหน้าจับเอวเธอไว้มั่น สะโพกสอบกระแทกรัวโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างที่จอแจไปด้วยเสียงพูดคุย  

ยิ่งเขาออกแรงกระแทกกระทั้นมากเท่าไหร่เธอก็ยิ่งรู้สึกวูบวาบที่ท้องน้อย มือข้างหนึ่งดันหน้าท้องแกร่งเอาไว้พยายามให้เขาหยุด ส่วนมืออีกข้างนั้นปิดปาดสนิทแน่นกลัวว่าเสียงจะหลุดลอดไปให้ห้องข้างๆได้ยินเข้า แต่ดูเหมือนคเชษฐ์จะไม่สนใจเพราะเขานั้นส่งเสียงออกมา  

“อา... ฉันจะเสร็จแล้ว” เขาร้องบอกเธอ แม้จะไม่ได้ดังนักแต่ก็ดังพอที่ห้องข้างๆจะได้ยิน  

อาจเป็นเพราะนี่เป็นการมีเซ็กซ์นอกสถานที่ทำให้คเชษฐ์ถึงจุดสุดยอดเร็วกว่าปกติ เสียงพูดคุยจากผู้คนทำให้เขาใจเต้นรัว ตื่นเต้นมากเมื่อได้แอบทำอะไรแบบนี้โดยที่มีบุคคลอื่นเคลื่อนไหวอยู่ไม่ไกลจากตัวนัก ยิ่งได้ยินว่าคนพวกนั้นสงสัยเพราะเสียงเมื่อครู่ เขายิ่งกระแทกกระทั้นแรงขึ้น 

“เสร็จแล้วๆ” เขาโน้มตัวลงกระซิบเสียงพร่า ปลดปล่อยธารรักอุ่นในตัวเธอทุกหยาดหยดเพราะดึงออกมาไม่ทัน กดแช่อยู่หลายนาทีก่อนจะถอดถอนกายออกมา ประจวบกับหญิงสาวกลุ่มนั้นเคลื่อนตัวออกจากห้องน้ำพอดี  

เสียงสั่นเตือนจากเครื่องมือสื่อสารดังขึ้นนานหลายนาทีจนต้องล้วงจากกระเป๋ากางเกงมารับ ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นพี่ชายคนโตของเขาเองที่โทรมาตาม ตอนนี้กำลังพักการประมูลอยู่บิดาจึงจะพาไปรู้จักกับนักธุรกิจที่เป็นพันธมิตรอีกหลายท่าน  

“เออๆ เดี๋ยวไป” เขาพูดเท่านั้นก่อนจะกดวางสาย ลุกขึ้นมาแต่งกายให้เรียบร้อยเหมือนปกติราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ไม่แม้แต่จะแยแสหันมาช่วยเธอสักนิด  

อลิสาดึงทิชชู่ในนั้นมาเช็ดทำความสะอาดคราบเหนอะหนะกลางลำตัว เสร็จแล้วจึงรีบสวมชุดยูนิฟอร์มให้เรียบร้อยโดยมีเขายืนกอดอกมองนิ่งๆ รอจนกระทั่งเธอแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงพูดในสิ่งที่อยากจะบอก 

“ห้ามไม่ให้เธอมาทำงานที่นี่อีก” เขาออกคำสั่งทันที 

“แต่ฉันรับปากเขาไว้แล้วนะ” หล่อนแย้งขึ้น หากผิดคำพูดจะกลายเป็นคนไม่น่าเชื่อถือทันที หากมีงานครั้งหน้าเขาคงไม่อยากจะจ้างเธออีกต่อไป  

“ที่นี่จ่ายให้เท่าไหร่ ฉันจ่ายมากกว่านั้นสองเท่า”  

“เรื่องเงินมัน...” กำลังจะบอกเขาว่าเรื่องเงินมันไม่สำคัญเท่ากับการรักษาคำพูด แต่ก็ถูกปาเงินใส่หน้าเสียก่อน  

ธนบัตรสีเทาจำนวนหลายใบถูกควักออกมาจากกระเป๋าสตางค์ปลิวว่อนทั่วห้องน้ำ มีบางส่วนปลิวลงในชักโครกอย่างน่าเสียดาย  

“พอมั้ย หรืออยากได้มากกว่านี้”  

“...”  

“ถ้าเธอเงียบฉันจะถือว่าเธอพอใจกับมัน” พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ส่วนเงินที่ปลิวลงชักโครกเธอก็เก็บมันขึ้นมาเองแล้วกัน ไม่ต้องกลัวว่ามันจะสกปรกหรอก ยังไงน้ำในชักโครกที่นี่มันก็คงจะสะอาดกว่าบ้านเธอเสียอีก”  

คำพูดของเขามันยิ่งกว่าตบหน้าเธอเสียอีก ยิ่งกว่าการหยิบมีดมาแทงเธอเป็นพันๆครั้ง ทั้งสายตาและท่าทีรังเกียจที่วันนั้นเขาแสดงออกมามันก็มากพอแล้ว แต่วันนี้เขากลับใช้คำพูดเหยียบย่ำเธอซ้ำอีก ราวกับว่าชีวิตของเธอมันไร้ค่ายิ่งกว่าขยะ  

หญิงสาวก้มหน้าปิดปากเงียบไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว จุกคอจุกอกจนพูดอะไรไม่ออกจึงยืนนิ่งรอเวลาให้เขาออกไปเท่านั้น เมื่อต่างคนต่างเงียบประจวบกับข้างนอกไม่มีใครเข้ามาเพิ่มแล้วร่างสูงจึงเปิดประตูออกไปด้านนอกเพื่อไปหาครอบครัว ไร้การบอกลาใดๆทั้งสิ้น 

คล้อยหลังเขาไม่ถึงนาทีอลิสาก็ทรุดลงไปกองกับพื้น เธอปิดหน้าร้องไห้โฮด้วยความเจ็บปวด ตื้อไปหมดกับคำพูดแสนร้ายกาจของเขา ทั้งที่เป็นคนเข้มแข็งมาโดยตลอดแต่กับคำพูดของคนๆเดียวสามารถทำให้เธอรู้สึกต่ำเตี้ยเรี่ยดินมากเพียงนี้ 

 

อลิสาของตัวกลับบ้านก่อนงานเลิกหลายชั่วโมง อีกทั้งยังไม่ขอรับเงินค่าจ้างเนื่องจากเธอทำงานไม่ครบตามเวลาที่กำหนด ความเหนื่อยล้าที่จะสะสมมาทั้งวันนั้นดูจะหนักหนาสำหรับเธอเสียเหลือเกิน มือบางควักเอธนบัตรสีเทาที่เปียกชุ่มมาหนีบตากที่ตัวหนีบผ้า ตั้งใจผึ่งไว้ให้แห้ง  

แม้จะโดนดูถูกแบบนั้นแต่เธอก็เลือกที่จะหยิบมันขึ้นมาแทนการกดทิ้งไป ใช่! เงินมันสำคัญกับเธอมาก มากเสียจนไม่สามารถปล่อยทิ้งไปอย่างนั้นได้เพราะอย่างน้อยเงินหนึ่งพันบาทก็สามารถใช้ชีวิตอยู่รอดได้ถึงสองสัปดาห์หากบริหารเงินดีๆ  

ร่างบางทิ้งตัวลงนอนบนฟูกเก่าๆในมุมที่ถูกจัดไว้เป็นห้องนอน ซุกหมอนร้องไห้โฮด้วยความเสียใจ ยิ่งคิดถึงคำพูดของอีกฝ่ายแล้วนั้นก็ยิ่งสะอื้นหนักขึ้น ถามตัวเองซ้ำๆในหัวว่าผิดมากหรือที่เธอเกิดมาในสลัมแห่งนี้ ทำไมเขาถึงปฏิบัติกับเธอไม่เหมือนคนอื่นๆ พูดจาโดยไม่นึกถึงเธอเลยว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร 

ทุเรศและสมเพชตัวเองเสียเหลือเกินที่เขาใช้ประสบการณ์ด้านเซ็กซ์หน่อยเธอก็อ่อนเป็นขี้ผึ้ง ยอมตามเกมส์ของเขาจนกระทั่งเขาสุขสมตามที่ต้องการ แต่เมื่อหมดประโยชน์ก็ถีบหัวส่งอย่างไม่ไยดี อีกทั้งยังใช้เงินฟาดหัวผู้หญิงชั้นต่ำและใจง่ายแบบเธอได้อีกเป็นครั้งที่สอง  

ที่จริงเธอน่าจะรู้แล้วว่าเขารังเกียจสถานะและความเป็นอยู่ของเธอมากแค่ไหน เพราะทันทีที่เขาทราบว่าเธออาศัยอยู่ที่แห่งนี้และโตที่นี่เขาก็หายขาดไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย อลิสาสัญญากับตัวเองว่าจะไม่เอาตัวเองเข้าไปพัวพันกับเขาอีกเป็นอันขาด และต่อให้เขาจะเอาปืนมาจ่อเธอก็จะไม่มีวันไปเป็นนางบำเรอของเขา!  

 

 

ผ่านไปได้ไม่กี่วันหลังจบงานการกุศลวันนั้น ความคิดถึงและความต้องการในเรือนร่างสุดแสนจะเย้ายวนใจก็กลับมาอีกครั้ง หลังจากวันนั้นเขาก็ไม่ได้ติดต่ออลิสากลับไปอีกเพราะคิดว่าตนเองนั้นคงจะอิ่มและเบื่อหน่ายผู้หญิงคนนี้แล้ว  

แต่กลายเป็นว่าเขาโหยหาเธอยิ่งกว่าเดิม  

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ทั้งบ้านจึงไม่มีใครไปทำงาน ทุกคนอยู่ในช่วงของการพักผ่อนและเขาเองก็ด้วย แม้จะไม่ได้ทำงานอะไรมากมายแต่หากบิดาของเขาหยุดงานนั่นก็หมายความว่าเขาได้อานิสงค์นั้นไปด้วย  

นอนคิดอยู่ได้ค่อนวันจึงตัดสินใจกดโทรหาเบอร์ของหล่อน รอสายนานมากนานกระทั่งสายตัดไปหนึ่งรอบแล้วหล่อนก็ยังไม่รับ แต่เขามีความพยายามสูงโทรกลับไปใหม่อีกครั้ง ไม่ว่าอย่างไรวันนี้อลิสาก็ต้องออกมาพบเขาให้ได้  

คราวนี้ถือสายไม่นานหล่อนก็กดรับสาย เสียงหวานที่ดังขึ้นนั้นทำใจเขาเต้นรัวเร็วอย่างบอกไม่ถูก  

[สวัสดีค่ะ]  

ออกมาเจอฉันที่โรงแรม...” ไม่พูดอ้อมโลก บอกอย่างตรงไปตรงมาตามที่ใจต้องการทันที  

พอได้ยินว่าเป็นเสียงของเขาเธอจึงกดตัดสายทันที  

“ฮัลโหล ทำไมไม่พูดล่ะ ได้ยินมั้ย” เขาตะโกนถามซ้ำเพราะไม่รู้ว่าหล่อนกดวางสายไปแล้ว เมื่อยกออกจากหูจึงทราบว่าเขาถูกตัดสาย พยายามโทรกลับไปแต่ปลายสายปิดเครื่อง  

 คราวนี้อารมณ์ของเขาปะทุขึ้นมาทันที เริ่มหงุดหงิดที่หล่อนควบคุมไม่ได้ตามที่เคยทำเหมือนเมื่อครั้งก่อน ถึงขนาดตัดสายและปิดเครื่องหนีอีกต่างหาก ร่างสูงผุดลุกผุดนั่งบนเตียงอยู่หลายครั้ง กำลังชั่งใจอยู่ว่าควรจะไปหาเธอดีหรือไม่ สุดท้ายก็ทนไม่ไหวคว้ากุญแจรถออกจากบ้านไป  

 

 

ช่วงหลายวันมานี้อลิสาเอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในบ้านเพราะไม่มีอารมณ์จะออกไปหางานทำที่ไหน ต้องขอบคุณเงินหกพันบาทในวันนั้นที่ทำให้เธอได้อยู่พักผ่อนที่บ้านต่ออีกหลายวัน แม้จะเป็นเงินที่มาจากการใช้เรือนร่างเข้าแลกแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันทำให้เธอสบายขึ้นเล็กน้อย  

ผ่านพ้นช่วงเที่ยงไปได้ไม่นานอาการหิวก็เริ่มแสดงออกมา มองนาฬิกาเป็นเวลาบ่ายสองโมงกว่าแล้วแต่ข้าวกลางวันยังไม่ตกถึงท้องสักเม็ดไม่แปลกที่เธอจะหิว เดินไปหยิบเงินออกจากบ้านและล็อดบ้านเรียบร้อยจึงค่อยๆเดินออกมาจากซอยเพื่อข้ามไปอีกฝั่งของถนนซึ่งเป็นร้านอาหารตามสั่ง  

แต่ก็ต้องสะดุดเข้ากับรถสปอร์ตหรูที่ขับเข้ามา ซึ่งเจ้าของมันคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคเชษฐ์ เขาเองก็เหมือนจะเห็นเธอแล้วจึงบีบแตรเรียก แต่อีกฝ่ายทำเป็นไม่ได้ยินเดินดุ่มๆหนีไป ชายหนุ่มเห็นท่าทีอย่างนั้นก็ยิ่งหงุดหงิดเปิดประตูออกมาจากรถทันที  

“ขึ้นรถมากับฉัน!” เขาสั่งเสียงเข้ม ทั้งยังเดินไปกระชากแขนเรียวไม่ยอมให้หนี  

“คุณไม่ต้องมายุ่งกับฉันได้มั้ย ฉันรับเงินคุณมาก็จบแล้วไงหน้าที่ฉัน”  

“จบงั้นเหรอ ใครบอกเธอกัน” เขากลั้วหัวเราะ “ที่เราคุยกันไว้มันจนกว่าฉันจะเบื่อไม่ใช่หรือไง”  

“แต่ฉันไม่อยากทำแล้ว” หล่อนปฏิเสธ “เพราะฉะนั้นเลิกยุ่งกับฉันซะ”  

“ก็ดี แต่ฉันบอกเธอไว้ก่อนนะว่ายัยแม่เล้านั่นมันส่งเธอให้ไอ้เสี่ยพุงพลุ้ยนั่นแน่นอน” เขาพูดขู่ไว้ให้หล่อนกลัว  

“อย่ามาขู่ฉันให้ยาก” แม้ปากจะทำเก่งแต่ใจเธอกลับกลัว เธอยังเป็นหนี้ทั้งเสี่ยอมรินทร์และตรีรัตน์ ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็หาหนทางที่จะมาใช้หนี้ให้หมดเร็วที่สุดไม่ได้เลย  

“ฉันไม่จำเป็นต้องขู่ เพราะมีผู้หญิงอีกตั้งมากมายที่อยากจะมาถวายตัวให้ฉันฟรีๆ”  

“แล้วคุณจะมาวอแวกับฉันอีกทำไม คุณก็ไปหาผู้หญิงพวกนั้นสิ” เธอพูดเท่านั้นก่อนจะสะบัดแขนแล้วเดินฉับต่อไปตามทาง ไม่สนใจคำพูดเขาอีกต่อไปแต่ก็ถูกตะโกนเรียกไว้อีกครั้ง  

“ตอนนี้ฉันได้ข่าวมาว่าตรีรัตน์กำลังบีบให้ทุกคนไม่ป้อนงานเธอแล้วบีบบังคับให้เธอกลับไปรับแขกอีกครั้ง ขึ้นอยู่กับเธอว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจ”  

คเชษฐ์พูดเท่านั้นและไม่ขยับตัวไปไหน รอประเมินท่าทีของเธอว่าจะเป็นอย่างไร เรื่องที่เขาบอกเธอเป็นเรื่องจริงเพราะก่อนหน้าที่จะมาที่นี่เขาแวะไปที่สถานที่แห่งนั้นก่อน เข้าใจว่าหล่อนกลับไปรับแขกดังเดิมเพราะได้ยินเสียงผู้คนพูดคุยเสียงดัง แต่เมื่อไปก็ไม่พบ ทั้งยังได้ยินเด็กในนั้นคุยกันเรื่องอลิสา จึงรีบบึ่งมาที่นี่  

ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องได้ตัวเธอไปเป็นของเขา จะในฐานะนางบำเรอ ของเล่น หรืออะไรก็ตามแต่แล้วแต่ใจเธออยากจะเรียก แต่มันจะไม่มีวันเป็นมากกว่านั้นเป็นอันขาด  

“ถ้าเธอไม่เชื่อฉันก็ไม่ห้ามหรอกนะ แต่ตัดสินใจดีๆแล้วกัน” คำพูดของเขาที่เหมือนจะไม่อะไรแต่มันกลับกดดันเหลือเกิน คล้ายว่ากำลังบีบบังคับเธอในทางอ้อม  

อลิสาเม้มปากแน่นไม่รู้จะทำอย่างไรดี ตอนนี้เธอโกรธเกลียดคำ เกลียดคำพูดที่ชอบดูถูกดูแคลนกัน แต่หากปฏิเสธเขาไปแล้วเรื่องที่เขาพูดนั้นคือเรื่องจริงขึ้นมาเธอจะทำอย่างไรดี เงินตรงนั้นเธอไม่มีมากพอจะจ่ายให้กับทั้งสองฝ่ายแน่นอน  

ไม่ว่าจะเลือกทางไหนมันก็ดูจะไม่มีทางที่ดีเลยสักทาง เป็นทางแยกที่ไม่น่าไปเลยแม้แต่ทางเดียว 

 

“กฎของฉันมีอยู่ไม่กี่ข้อเท่านั้นที่เธอต้องจำให้ขึ้นใจ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นหลังจากเลี้ยวเข้ามาจอดที่ลานจอดรถในโรงแรมแห่งหนึ่งเรียบร้อยแล้ว  

เมื่อครู่เธอยอมตกลงและกลืนน้ำลายตัวเองขายศักดิ์ศรีตัวเองให้กับคเชษฐ์ เธอยอมรับว่าเธอนั้นมันน่าสมเพชที่เกลียดอาชีพนี้นักหนาแต่สุดท้ายกลับต้องลงเอยกับมัน แต่หากคิดในทางกลับกันเธอยอมขายเรือนร่างของเธอให้กับเขาเพียงคนเดียวดีกว่าต้องขายให้กับผู้ชายไม่ซ้ำหน้า  

ซึ่งจากเหตุการณ์วันนั้นทำให้เธอไม่สามารถไว้ใจใครได้อีกเลย กับตรีรัตน์เธอเองก็ไม่รู้ว่าหล่อนจะมาไม้ไหนอีก จะใช้อำนาจของตัวเองบีบบังคับให้ณชนกมาเกลี้ยกล่อมเธออีกหรือไม่ก็ไม่อาจทราบได้ หากได้เงินจากเขาเมื่อไหร่เธอจะเอาไปใช้หนี้ให้ครบทันที  

“หนึ่ง อย่าให้ใครรู้ว่าเธอมาจากสลัม สอง ห้ามปฏิเสธเวลาที่ฉันต้องการ ที่ไหน เมื่อไหร่เธอก็ต้องทำมัน สาม ฉันไม่ชอบใช้ผู้หญิงร่วมกับใครเพราะฉะนั้นอย่าให้ฉันเห็นว่าเธอยุ่งหรือให้ท่าผู้ชายคนไหนเป็นอันขาด”  

“สี่ เธอไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรทั้งสิ้น ฉันสั่งอะไรเธอต้องทำ ห้า ห้ามก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวฉัน หก ก่อนจะทำอะไรต้องขออนุญาตฉันก่อน”  

เขาพูดเท่านี้ก่อนจะหยุดพูด แล้วมองหน้าเธอเพื่อฟังคำตอบว่าอลิสาตกลงและเห็นด้วยกับสิ่งที่เขากล่าวมาหรือไม่  

“ฉันตกลงค่ะ” เธอตอบเรียบๆ “แต่ฉันขอถามหน่อยได้มั้ยคะว่าเงินเดือนๆแรกจะออกตอนไหน”  

ที่ถามไม่ใช่เพราะเธออยากได้เงินมาใช้แต่อย่างใด แต่เพราะเธออยากได้เงินก้อนนั้นไปใช้หนี้ก่อนที่ดอกเบี้ยมันจะบานปลายไปมากกว่านี้ อีกทั้งไม่รู้ว่าตรีรัตน์จะคิดอกเบี้ยหรือไม่  

แต่คนฟังนั้นกลับเข้าใจว่าหล่อนหิวเงิน อยากได้เงินจนตัวสั่นทั้งที่นอนกับเขาเพียงแค่สองครั้งเท่านั้น แต่กลับเรียกร้องอยากได้เงินเดือนเสียแล้ว ทำเอาเขาหัวเราะออกมาด้วยความสมเพช นึกแล้วไม่มีผิดว่าผู้หญิงที่มาจากสลัมอย่างหล่อนไม่หวังอะไรมากนอกเสียจากเงิน  

“ก่อนที่เธอจะขอเงินฉันเธอช่วยทำหน้าที่ให้มันคุ้มกับค่าแรงหน่อยได้มั้ย เริ่มจากในรถก่อนเป็นไง คงจะเร้าใจยิ่งกว่าห้องน้ำในโรงแรมหลายเท่าเลยเธอว่ามั้ย?” 

ความคิดเห็น