M. Writer

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เริ่มแผนการ 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ส.ค. 2562 00:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เริ่มแผนการ 2
แบบอักษร

เสียงรอบข้างเวทีต่างเซ่งแซ่ไปด้วยเสียงหัวเราะ และเสียงพูดคุยกัน บางคนก็เมามายโวยวายรบกวนแขกคนอื่นๆ จนฟังรวมๆแล้วน่ารำคาญยิ่งนัก

 

 

ชั้นล่างของหอหมื่นบุปผาเป็นโต๊ะวงกลมขนาดใหญ่หลายตัวเรียงกันโดยไม่มีการกั้นห้องส่วนตัวเหมือนชั้นสองขึ้นไปถึงชั้นสี่ ซึ่งแต่ละชั้นจะยิ่งเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้นตามจำนวนชั้น โต๊ะทุกตัวจะหันหน้าไปทางเวทีขนาดใหญ่ที่จะมีการแสดงของเหล่านางรำมาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาให้ความสำราญและเพิ่มสีสันให้กับสถานที่นี้ ในแต่ละโต๊ะจะมีสาวๆคอยนั่งเคียงข้างแขกเพื่อคอยปรนนิบัติ คอยรินเหล้าและดื่มเป็นเพื่อนถ้าแขกต้องการ

 

 

หนึ่งในจำนวนโต๊ะทั้งหลาย ยังมีโต๊ะหนึ่งที่มีสองบุรุษหนุ่มรูปงามนั่งรินเหล้ากันเองอยู่สองคน โดยปฏิเสธหญิงสาวทุกนางที่คอยเสนอตัวอยากจะมาปรนนิบัติพวกเขา

 

 

"ถ้าเจ้าอยากจะได้สาวงามมาคลอเคลียสักคนข้าก็ไม่ถือหรอกนะอวิ้นมู่ ข้าไม่บอกอิ้งเยว่หรอก!" กำลังชวนคู่แข่งของคนที่ตนเชียร์อยู่ให้รีบๆใจแตกไปส่ะ ท่านแม่ทัพจะได้หมดคู่แข่ง

 

 

"ข้าไม่สนใจหรอกขอรับ! ในสายตาข้า มีแต่อิ้งเยว่เพียงผู้เดียวมาตั้งนานแล้ว และไม่มีวันเป็นอื่น ท่านพี่ลู่หนิงสิขอรับ ท่านก็ไม่ได้มีคู่หมายหรือหญิงใดหมายปอง ใยท่านต้องปฏิเสธสาวงามพวกนี้? หรือท่านยังกลัวว่าอิ้งเยว่จะหวงท่านเหมือนตอนเด็กๆ " ได้ทีก็แกล้งจี้ปมเขาสะเลย อวิ้นมู่พอจะดูออกว่าเขาไม่ค่อยจะถูกชะตากับตนนัก ถึงคอยยุยงให้ออกนอกลู่นอกทางเช่นนี้ เขาไม่ยอมตกหลุมพลางง่ายๆหรอก!

 

 

พูดแล้วก็ทำเอาลู่หนิงขนลุกซู่! ขวดเหล้าในมือสั่นพับๆจนเกือบจะหล่นลงไปที่พื้น ทุกวันนี้ที่เขายังไม่ยอมออกเรือนกับใคร รอจนกว่าน้องสาวจะเป็นฝั่งเป็นฝา ก็เพราะเหตุการณ์ครั้งนั้น ตอนที่อิ้งเยว่ยังเด็ก นอกจากนางจะติดอวิ้นมู่ ก็มีเขาที่เป็นพี่ชาย ที่นางคอยจะตามติด ตามหวงไม่ให้มีสาวๆมามองพี่ชายของตน

 

 

มีอยู่วันหนึ่งเขาวิ่งไปแอบส่องหญิงสาวอายุวัยไล่เลี่ยกัน หญิงสาวคนนั้นเป็นลูกเจ้าของร้านทอผ้า นางเป็นคนน่ารัก อ่อนหวาน สมกับวัยแรกแย้ม เขาแอบมีใจให้นางอยู่บ้าง ส่วนนางเองก็มีใจให้เขาเช่นกัน ทุกวันนางจะชะเง้อคอยมองหาเขา เขาก็จะวิ่งไปแอบที่ข้างโรงเลี้ยงไหม เอาดอกกุหลาบแดงไปให้นางวันละดอก แต่วันนั้นเป็นวันที่อิ้งเยว่เรียกรวมตัวกับอวิ้นมู่เป็นสายสืบแอบตามเขาไป เพราะอิ้งเยว่สงสัยว่ากุหลาบแดงที่ตนเองชอบทำไมมันหายไปวันละดอกๆ หายเกลี้ยงจนเป็นต้นกุหลาบหัวโล้นแทบทุกต้น

 

 

เมื่อนางตามเขาไปจนถึงร้านทอผ้า จึงได้เห็นว่าพี่ชายที่ตนรักนักรักหนาแอบเอากุหลาบของน้องสาวมาให้หญิงอื่นส่ะนี่! ด้วยความเอาแต่ใจเป็นทุนเดิม รวมทั้งอารมณ์โมโหและน้อยใจในตอนนั้น นางจึงพุ่งตัวไปหาพี่ชายกับหญิงสาวคนนั้นที่กำลังเกี้ยวพาราสีกันอยู่ คว้าได้กระจาดเลี้ยงหนอนไหม แล้วสาดหนอนในกระจาดใส่ทั้งสองคนพร้อมกัน ถ้าจะเอาดอกไม้ของนางมาให้ผู้หญิงคนอื่น สู้ให้หนอนมันกินไปเลยซะยังจะดีกว่า!!!

 

 

หลังจากเหตุการณ์วันนั้นทุกครั้งที่ลู่หนิงคิดจะจีบผู้หญิงคนไหน ภาพหน้าน้องสาวก็พุดขึ้นมาให้หวาดกลัว พร้อมทั้งความรู้สึกหยุกหยิกเหมือนหนอนกำลังไต่อยู่บนตัวก็เกิดขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ นั่นจึงทำให้เขาเป็นอีกคนที่โตมาป่านนี้แล้วแต่ยังไม่เคยได้ลิ้มลองรสสตรีแบบบุรุษคนอื่นๆ กอดคอมาด้วยกันกับท่านแม่ทัพที่เอาแต่สนใจในเรื่องสู้รบจนไม่เคยมองหญิงใด (ทั้งสองหนุ่มจึงได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแรร์ไอเท็ม 555)

 

 

"คงจะเป็นเพราะวันนั้นจริงๆสินะขอรับ หึๆๆ" เมื่อเห็นว่าเขานิ่งเงียบไป พร้อมกับอาการสั่นๆเล็กน้อยก็ยิ่งทำให้อวิ้นมู่มั่นใจมากขึ้น

 

 

"ข้าเห็นว่านางเข้ามาในนี้แล้วนะ! ยังคุยธุระกันไม่เสร็จอีกรึ? ข้ามารอลุ้นตั้งนานแล้วนะ!" ทำเป็นเฉไฉเปลี่ยนเรื่อง หันซ้ายหันขวาสอดส่องหาน้องสาวของตน

 

 

"บัดนี้! ชอเชิญทุกท่านพบกับนางรำคนใหม่แห่งหอหมื่นบุปผา นางผู้น่าหลงไหล ลึกลับ หน้าค้นหา นามว่า 'หนิงอวี่' เชิญชมขอรับ " เป็นผู้จัดการที่เป็นผู้กล่าวเปิดตัวคนที่อยู่หลังม่าน

 

 

"ใครรึหนิงอวี่? เจ้าเคยได้ยินหรือไม่อวิ้นมู่?" ลู่หนิงหันไปมองหน้าเขาพร้อมกับถามแบบงงๆ

 

 

"ไม่นะขอรับ ตอนแรกคำกล่าวเปิดตัวข้านึกว่าจะเป็นอิ้งเยว่เสียอีก" มองหน้ากันงงๆขมวดคิ้วสื่อสารกันทางจิตไปมา (ทำไมพวกแกไม่เตี๊ยมกันให้รู้เรื่องก่อนห๊าาาาา!!!)

 

 

เมื่อม่านเปิดออกก็ได้ไขข้อข้องใจให้กับสองหนู่มที่งุนงงอยู่ทันที เสียงดนตรีเริ่มบรรเลงในจังหวะช้าๆ เรียกความสนใจให้กับแขกในร้านได้เป็นอย่างดี เมื่อทุกสายตาได้ปะทะเข้ากับร่างบาง เสียงเซ่งแซ่ก่อนหน้านี้กลับเงียบกริบ มีแต่เพียงเสียงดนตรีบรรเลงกับการร่ายรำที่งดงามอ่อนช้อยของหญิงสาวผู้มาใหม่ ใบหน้าที่โผล่พ้นออกมาจากผ้าที่นางใช้บดบังใบหน้า ช่างดูมีเสนห์เย้ายวน ชวนมอง ดูแล้วเพลินตายิ่งนัก ผมดำขลับยาวสลวยลู่ลงไปกับแผ่นหลังบอบบาง ชุดที่นางสวมใส่อยู่ถูกเปลี่ยนจากในตอนแรกที่นางเข้ามา

 

 

 

ชุดก่อนหน้านี้นางสวมใส่ปกปิกมิดชิด มีสีดำสนิทเพื่อให้กลมกลืนเข้ากับเวลากลางคืน ไม่ให้เป็นจุดเด่นยามต้องปีนเข้าออกจวนหมอหลวง ชุดที่นางเปลี่ยนใหม่เป็นสีกลีบบัวไล่ระดับสีเข้มขึ้นจนกลายเป็นสีม่วง ในส่วนของเสื้อคลุมมีเนื้อผ้าบางเบาสามารถมองทะลุไปเห็นผิวพรรณงดงามเนียนระเอียดช่วงคอระหงของนาง เครื่องประดับที่ใช้ก็เข้ากันกับชุดได้เป็นอย่างดี แลดูไม่เยอะจนเกินไป ทุกท่วงท่าที่นางร่ายรำ ทั้งชุดและเส้นผมดุจแพรไหมของนางลู่ลมพริ้วไสวงดงามสะกดทุกสายตายิ่งนัก แถมยังมีกลิ่นหอมของดอกไม้อ่อนๆที่ออกมาจากตัวนางยิ่งทำให้แขกทุกคนแถวนั้นแย่งกันสูดดมกลิ่นหอมนั้นจนเหมือนจะแย่งอากาศกันหายใจ

 

 

เมื่อสิ้นสุดเสียงดนตรี การร่ายรำที่งดงามก็ต้องหยุดลงเช่นกัน ทันทีที่การแสดงจบลง แขกเรื่อในร้านต่างก็ปรบมือชื่นชมการร่ายรำที่งดงามและมีเสน่ห์ของนาง เป็นนางรำที่สามารถสะกดได้ทุกสายตาจริงๆ

 

 

หลังจากนั้นเต้าหู้จึงรีบเข้าไปเปลี่ยนชุดเพื่อกลับไปหาท่านอ๋องและท่านแม่ทัพตามเดิม ปล่อยให้ผู้คนต่างพูดคุยกันถึงนาง และสอบถามกันอย่างวุ่นวายว่านางเป็นใครมาจากไหน ใบหน้าที่ถูกบดบังนั้นงดงามเพียงใด

 

 

"ท่านเห็นหรือไม่ขอรับ? ใครเลือกชุดนั้นให้นางกัน! มันน่าจะขวักลูกตาออกมานัก!" อวิ้นมู่หันไปถามลู่หนิงหลังจากดึงสติกลับมาได้ และเช็ดน้ำลายเสร็จสรรพ

 

 

"นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าเห็นตรงกันกับเจ้า!" ลู่หนิงยกขวดเหล้ารินให้อวิ้นมู่ที่พูดถูกใจ ตรงใจเขาเป๊ะๆ หลังจากนั้นก็เริ่มรินสลับให้กันไปมา แล้วนั่งกินเหล้ากอดคอกันในที่สุด (ไอ้พวกไร้ประโยชน์!!! มากันเพื่อ!?)

 

 

-----++++----

 

พวกนางก็มาให้กำลังใจละเนอะ! แต่ไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่ ปล่อยให้รอนานเลยกินเหล้าเมาไปแหล้ววววว มาเก็บศพด้วยยย

 

ความคิดเห็น