เอส ดับเบิ้ลเอส
facebook-icon

#เยลของยักษ์ เยลเมียผู้ไม่สู้คน แต่ถนัดนักตบผัว!!!

#เยลของยักษ์ ๑ [100%]

ชื่อตอน : #เยลของยักษ์ ๑ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.4k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ส.ค. 2562 18:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
#เยลของยักษ์ ๑ [100%]
แบบอักษร

#เยลของยักษ์ ๑ 

สวัสดีครับ ผมชื่อ ‘ใหญ่’ ทั้งชื่อจริงและชื่อเล่น ผมใหญ่ทุกอย่างแหละครับ ฮ่าๆ ไม่ใช่ๆ ผมเป็นพี่คนโต มีน้องชายชื่อว่าเล็ก สงสัยมันง่ายดีแม่เลยตั้งชื่อแบบนี้ล่ะมั้ง ฐานะทางบ้านผมรวยครับ รวยโคตรๆ อันนี้พูดจริงไม่ได้ตอแหล พ่อเป็นเจ้าของกิจการอสังหาริมทรัพท์มากมาย ส่วนแม่เป็นคุณหญิงคุณนายออกงานสังคมบ่อยๆ และที่สำคัญแม่ผมชอบสะสมของเก่าครับ ถึงขั้นบ้าเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะแจกัน ท่านชอบมาก ยิ่งเก่ายิ่งชอบ ราคาไม่เกี่ยงขอแค่คุณภาพยังสมบูรณ์ก็พอ

พื้นฐานครอบครัวดีครับ แต่ผมน่ะเชี่ยเอง ฮ่าๆ จริงอยู่ที่ครอบครัวผมรวย แต่ทุกอย่างไม่ได้สร้างด้วยน้ำมือของตัวเอง ผมเลยไม่ค่อยภูมิใจ ผมเรียนจบปริญญาโทนะครับ ด้านบริหาร เรียนให้แม่ภูมิใจเพราะหลังจากได้ใบปริญญาผมก็ก้าวขาออกจากบ้านพร้อมกับเงินเก็บของตัวเองห้าแสนบาท เงินที่ทำงานหามาเองนะครับ

กิจการแรกที่ผมเลือกทำคือเปิดร้านเหล้าเล็กๆ ก็ขาดทุนแหละ แต่พอเริ่มเข้าที่เข้าทางร้านก็ไปได้สวยจนตอนนี้ใหญ่โตพอสมควร ไม่มีหุ้นส่วนครับ ผมชอบทำคนเดียวและอีกงานคือร้านสัก อันนี้ผมลงทุนกับเพื่อนสนิทครับ ร้านใหญ่พอสมควร ผมเป็นช่างเองเพราะชอบสักอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ลูกค้าผมจะผู้หญิงเยอะครับ แต่ผู้ชายผมก็รับ ไม่เลือกงานไม่ยากจน

ผมออกจากบ้านมาเกือบเจ็ดปีแล้ว แม่พยายามตามกลับบ้านตลอด ถึงจะออกมาผมก็ยังกลับไปกินข้าวที่บ้านทุกวันอาทิตย์อยู่ดี เป็นวันครอบครัว แม่ขอร้องเลยต้องไปครับ รู้แค่รายละเอียดคราวๆ ของผมก่อนก็แล้วกัน คิดอะไรออกจะบอกอีกทีครับ เพราะวันนี้ผมต้องไปกินข้าวกับคุณหญิงแม่อีกตามเคย ตอนนี้ยืนอยู่หน้าบ้านแล้วครับ

“ใหญ่!” เสียงอันทรงพลัง “ลูกรักของแม่” วิ่งมาโผเข้ากอดผม ประหนึ่งว่าตัวเองเป็นเด็ก ทั้งๆ ที่ท่านห้าสิบกว่าจะหกสิบแล้วครับ แต่ยังสวยไม่มีเปลี่ยน เงินสร้างได้ทุกอย่าง แม่ผมกล่าวไว้ครับ

“แม่! เหม็นน้ำหอม ตกถังน้ำหอมมาเหรอครับ”

“ฮ่าๆ” เสียงหัวเราะจากไอ้เจ้าเล็กน้องชายของผมเองครับ

“ใหญ่! แม่เพิ่งสั่งมาจากปารีสเลยนะลูก”

“เฮ้อ!” ถึงกับถอนหายใจเพราะความโอเวอร์โคตรๆ ของแม่ผมนี่แหละครับ “รีบกินข้าวดีกว่าครับ ผมมีงานต้องกลับไปทำ”

“ไม่ได้! วันนี้ใหญ่ต้องอยู่บ้านทั้งวัน พวกเราตกลงกันไว้แล้วนะ”

“แม่!”

“ใหญ่… พลีส! นะลูกรัก แม่ขอร้อง” ผมจะบรรยายถึงแม่ยังไงไม่ให้บาปดีครับ แต่ก็เอาเถอะ ท่านลงทุนขอร้องผมแล้วนี่และคงไม่พ้นเรื่องหาเมียให้ผมอีกตามเคยเพราะท่านพูดทุกวันอาทิตย์

“ครับๆ” รับปากไปครับ ไม่งั้นไม่ได้กินข้าวแน่นอน

เมนูอาหารวันอาทิตย์ เต็มโต๊ะจนกินแทบไม่หมด แต่แม่ผมไม่เคยแคร์ครับ

“แม่จะเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้านเลยเหรอครับ สิ้นเปลือง” ผมพูดแบบนี้ทุกอาทิตย์แหละครับ แต่ก็ยังเหมือนเดิม

“อาทิตย์ละครั้งเอง นั่งดีกว่า”

“แม่ครับ ทีกับผมไม่เห็นปรนนิบัติดีขนาดพี่ใหญ่เลยนี่ครับ” เจ้าเล็กพูดขึ้น

“แม่อยู่กับแกจนเบื่อแล้วนี่ ถ้าแกพูดให้พี่ใหญ่ยอมกลับมาอยู่ที่บ้านได้เหมือนเดิม แม่จะดูแลทั้งคู่เลย”

“งั้นให้พี่ใหญ่อยู่ข้างนอกเหมือนเดิมดีแล้วครับ”

“เล็ก!” ไอ้เล็กก็ไม่ต่างไปจากผมหรอกครับ แต่มันดีกว่าผมหน่อยที่ยอมอยู่บ้านและช่วยงานพ่อแทน พวกเรายังไม่มีครอบครัวกันทั้งคู่นั่นแหละครับ ไอ้เล็กอายุสามสิบพอดี

“พอๆ กินข้าวได้แล้ว อ่อนตักข้าวได้แล้ว” พ่อพูดขึ้น สงสัยฟังจนเบื่อแล้วครับ

“ค่ะ คุณท่าน” ป้าอ่อนคือแม่บ้านใหญ่ของที่นี่ครับ ท่านทำงานมานานแล้ว เป็นคนเดียวที่แม่ผมไว้ใจให้เข้ามาเดินในบ้าน ส่วนคนอื่นๆ แค่เข้ามาทำความสะอาดแล้วก็ออกไป “กินเยอะๆ นะคะ วันนี้มีไข่ลูกเขยของโปรดคุณใหญ่ด้วยค่ะ” ท่านว่าขึ้นหลังจากตักข้าวใส่จานให้ผมเรียบร้อยแล้ว

“ขอบคุณครับ” ผมสนิทกับท่านครับ รักและเคารพท่านเหมือนญาติผู้ใหญ่อีกคนเลยก็ว่าได้ครับ

บทสนทนาเงียบหายไปชั่วขณะเพราะทุกคนกำลังตั้งหน้าตั้งตากินมื้อเช้าอยู่ วันนี้ไข่ลูกเขยมีรสชาติที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยครับ

“ใครทำไข่ลูกเขยเหรอครับ” เงยหน้าขึ้นถามทันที

“ไม่อร่อยเหรอคะ” ป้าอ่อนท่านถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล ท่านจะรู้รสชาติที่ผมชอบดีครับ “หลานสาวของป้าทำนะคะ แต่ป้าก็บอกแล้วว่าสูตรของคุณใหญ่คือแบบไหน”

“เปล่าครับ ก็อร่อยดี แค่รสชาติมันแปลกไปก็เลยสงสัยน่ะครับ”

“แม่มพี่ใหญ่ พูดเอาใจป้าอ่อนอีกแล้ว แบบนี้ท่านก็ตัวลอยกันพอดี” ไอ้เจ้าเล็กแซวขึ้น

“หุบปากไปเลยมึง”

“ใหญ่!” เสียงปรามจากคุณหญิงแม่ครับ ปกติผมเป็นคนหยาบ แต่ต้องอยู่ในโหมดอ่อนโยนเมื่ออยู่ต่อหน้าครอบครัวแสนจะรวยเวอร์ของตัวเอง แม่ผมไม่ชอบให้พูดหยาบครับ เลยตามใจท่านหน่อย

“ครับ”

และแล้วมื้ออาหารก็จบลง ทุกคนก็พากันมานั่งเสวนาที่ห้องนั่งเล่นแทน แต่กลับอยู่กันคนละมุม ซึ่งแน่นอนเป็นอะไรที่ผมโคตรเบื่อเลยครับ

“ใหญ่ปีนี้ลูกก็สามสิบสองแล้วนะ”

“ครับ”

“แม่คิดว่าลูกควรจะแต่งงานได้แล้ว หนู…”

“ผมยังไม่อยากมีภาระตอนนี้ครับ” พูดดักแม่ทันที ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่มาบ้านท่านก็มักจะพูดเรื่องนี้กับผมเสมอ ซึ่งผมไม่โอเคครับ “และถ้าจะมี ผมหาเองได้ครับ”

“แม่คงกลัวพี่หาเมียไม่ถูกใจล่ะมั้ง”

“แกก็เหมือนกันนะเล็ก แม่…”

“ผมไปตรวจเอกสารดีกว่าครับ” ไอ้เจ้าเล็กหนีก่อนเลยครับ มันไม่ค่อยสนใจอะไรเหมือนกับผมนี่แหละ ติดจะกะล่อนซะมากกว่า เลยรอดทุกครั้งที่แม่พูดเรื่องนี้ แต่ถ้าครั้งไหนที่มันนึกสนุกก็จะยอมไปตามน้ำกับนัดดูตัวของแม่และพังนัดนั้นทิ้งซะดื้อๆ เช่นกัน

“งั้นผมตามเจ้าเล็กไปนะ” พ่อก็เป็นอีกคนที่ไม่ค่อยชอบการเสวนาเรื่องนี้สักเท่าไหร่

“ผม…”

“ทั้งวันนะใหญ่” สีหน้าขอร้องอ้อนวอนของแม่ทำให้ผมต้องยอมทุกที เพราะทั้งอาทิตย์ผมโผล่มาให้ท่านเห็นหน้าแค่วันนี้เองครับ

ผมยอมนั่งฟังแม่บ่น เอ้ย! พูดถึงเรื่องลูกสาวเพื่อนแต่ละคนให้ฟังจนถึงบ่าย แม้แต่อาหารมื้อเที่ยงแม่ยังไม่เลิกพูดเลยครับ แต่พอเข้าบ่าย วัยทองนี่ครับต้องพักผ่อน ท่านถึงยอมปล่อยตัวผม แต่ก็มิวายสั่งให้รอกินมื้อเย็นด้วยกัน มีเหรอที่ผมจะรอ หนีสิครับ

“คุณใหญ่คะ” กำลังจะคร่อมบิ๊กไบค์คันโปรด เสียงเรียกจากด้านหลังก็ดังขึ้น เป็นเสียงของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งผมไม่รู้จักครับ

“มีอะไร?”

“ป้าให้เอาขนมมาให้ค่ะ” เธอว่าพลางยื่นถุงกระดาษสีน้ำตาลมาให้ผม ไม่เคยเห็นหน้าแฮะ แถมหน้าตายังมอมแมมอย่างกับตกหลุมถ่านซะขนาดนี้ ผมมองไม่ออกเลยจริงๆ ครับ

“กูให้มึงละกัน กูไม่ชอบกินขนมน่ะ”

“แต่ว่า…” สีหน้าเหมือนลำบากใจเลยครับ

“กูรับไว้ก็ได้” ผมว่าก่อนจะยื่นมือไปรับถุงกระดาษในมือเธอมาถือเอาไว้ ก่อนจะส่งคืนให้อีกครั้ง “รับไปสิ กูยกให้”

“เอ๋?”

“รับ!”

“ค่ะ” เธอว่าพลางยื่นฝ่ามือมารับถุงกระดาษไปจากมือผม หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้สนใจอะไรอีกนอกจากหยิบหมวกกันน็อคมาสวมพลางขึ้นคร่อมรถแล้วขับออกจากบ้าน สายตาเหลือบมองยัยเด็กมอมแมมที่ยืนจ้องถุงกระดาษก่อนที่ภาพจะตัดไปมุมอื่นแทน

บรื้น 

รถแล่นไปตามท้องถนน ช่วงบ่ายผมเข้าร้านสักครับ ร้านเปิดทุกวันไม่มีวันหยุด ยกเว้นว่าวันไหนผมอยากจะหยุดเองครับ มาถึงลูกค้าก็เต็มร้านอย่างเคย

“เฮ้ยไอ้ใหญ่ ลูกค้ามึงมารอเพียบแล้วเนี่ย” เสียงของไอ้นายดังขึ้น นายคือเพื่อนสนิทของผมและหุ้นส่วนร้านสักนี่แหละครับ

“เออ!” ผมว่าก่อนจะเดินเข้าไปประจำตำแหน่งของตัวเอง ไม่ได้อยู่ด้านนอกหรอกครับ อยู่ในห้องเพราะผมชอบความเป็นส่วนตัวมากกว่า

“สวัสดีค่ะพี่ใหญ่” ก้มทีนมแทบหกครับ

“ครับ วันนี้จะสักตรงไหนเหรอครับ” ที่ถามแบบนี้เพราะเธอเป็นลูกค้าประจำและผมก็สักให้แทบจะทั้งตัวแล้วด้วยครับ อะไรจะขยันมาขนาดนั้น

“หน้าอกค่ะ”

“วันก่อนเพิ่งสักไปนะ”

“แต่อีกข้างยังไม่ได้สักนี่คะ” โอเคผมยอมครับ ผมถือคติไม่กินลูกค้าตัวเองครับเพราะไม่อยากมีปัญหา แม้ว่าผู้หญิงจะเข้ามาเสนอถึงที่ก็ตาม

“เดี๋ยว!”

“คะ?”

“ไม่ต้องถอดหมด ถ้าจะสักก็ทำตามกฎ ถ้าไม่ก็เชิญ กูไม่ได้ขัดสนเรื่องผู้หญิงขนาดนั้น” ผมว่าเสียงนิ่งๆ น้องนางก็ทำหน้าหงอยสิครับ ขนาดผมพูดตรงๆ ทุกครั้งที่เธอมา เธอยังไม่แคร์เลย

“ถ้าข้างนอกก็ไม่เป็นอะไรใช่มั้ยคะ”

“คงไม่โชคร้ายเจอกันหรอกครับ”

“พี่ใหญ่ก็…” เธอว่ายิ้มๆ ผมก็ปั้นหน้ายิ้มครับ งานคือเงิน เงินคืองานและตั้งหน้าตั้งตาทำหน้าที่ของตัวเองไปจนเสร็จเรียบร้อย “ยังสักสวยเหมือนเดิมเลยนะคะ ถ้ามีสักส่วนตัว…”

“เชิญ! กูยังมีอีกหลายคิว”

“อร๊าย! ชอบความเถื่อน ไว้ครั้งหน้าจะมาใช้บริการอีกนะคะ” เบื่อครับ! แต่เลือกไม่ได้

ครึ่งวันบ่ายถูกผู้หญิงรุมครับ แต่ผมทำแค่หน้าที่ของตัวเองเท่านั้น ไม่ได้ทำอะไรนอกเหนือจากนั้นเลยจริงๆ วันนี้รู้สึกล้ามาก อยากรีบกลับคอนโดแล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียงมากๆ

“เฮ้ย! จะไปไหนวะ” เสียงไอ้นายตะโกนขึ้น ผมหันไปมองก็เห็นว่ามันกำลังนั่งนัวอยู่กับสาวของตัวเอง ลูกค้าไม่มีแล้วครับ

“กลับ”

“อะไรวะ คืนนี้ไม่ไปดื่มเหรอ”

“ขอบายว่ะ วันนี้กูแหกขี้ตาตื่นไปหาแม่ตั้งแต่เช้าแล้ว กูจะกลับไปนอนสักหน่อย”

“เออๆ เจอกันพรุ่งนี้” ผมไม่ได้ตอบกลับ ทำเพียงโบกมือลามันเท่านั้นก่อนจะไปที่รถ ขึ้นคร่อมพร้อมกับสวมหมวกกันน็อค สตาร์ทรถขับออกจากร้านมุ่งหน้ากลับคอนโดทันที

รถติดครับ เป็นวันที่แสนน่าเบื่อมากๆ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาในการเดินทางของผมสักเท่าไหร่ ระหว่างร้านสักกับคอนโดผมใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้น แต่ถ้าวันไหนรถไม่ติดก็สี่สิบหานาทีครับ แล้วแต่อารมณ์ในการขับขี่ของผม

จอดรถ เดินกอดหมวกกันน็อคเข้าคอนโด เสียงพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ตะโกนเรียก แต่ผมไม่ได้สนใจครับ คงจะเหมือนอย่างเคยนั่นแหละ ตอนนี้สิ่งเดียวที่ผมสนใจคือเตียงนุ่มๆ ของตัวเอง

แกร๊ก แอ๊ด! 

เปิดประตูเข้ามาในห้องถึงกับขมวดคิ้วเพราะเครื่องปรับอากาศกำลังทำงานอยู่ เท่าที่จำได้ผมปิดหมดทุกอย่างแล้วนี่ แล้วใครมันบังอาจเข้ามาในห้องส่วนตัวของผมอีก มีไม่กี่คนหรอกที่รู้ว่าผมอยู่ที่นี่…

เคล้งๆ 

เสียงดังมาจากห้องครัวทำให้ผมรีบวางหมวกกันน็อคพลางสาวเท้ายาวๆ ไปทางครัวทันทีและสิ่งแรกที่ผมเห็นคือแผ่นหลังของผู้หญิงครับ

“เฮ้ย!”

กรี๊ด! 

ลั่นห้องเลยครับ แก้วหูแทบแตก ตอนนี้ยิ่งกว่าเจอผีหลอกอีกครับ

 

 

--100%--

พี่ยักษ์ของน้องเยล ไม่เหี้ยนะคะ นิยายออกจะบ้าๆ ถือว่าอ่านคลายเครียด แต่อาจจะเครียดกับนางเอกแทนก็ได้ค่ะ

555555555555

เปิดบ้านผัวใหม่ค่ะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น