เอส ดับเบิ้ลเอส
facebook-icon

#เยลของยักษ์ เยลเมียผู้ไม่สู้คน แต่ถนัดนักตบผัว!!!

#เยลของยักษ์ ๑ [100%]

ชื่อตอน : #เยลของยักษ์ ๑ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.5k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ค. 2563 15:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
#เยลของยักษ์ ๑ [100%]
แบบอักษร

 

 

 

 

สวัสดีครับ ผมชื่อ ‘ใหญ่’ ทั้งชื่อจริงและชื่อเล่น ผมใหญ่ทุกอย่างแหละครับ  ฮ่า ๆ ไม่ใช่ ๆ ผมเป็นพี่คนโต มีน้องชายชื่อว่าเล็ก สงสัยมันง่ายดีแม่เลยตั้งชื่อแบบนี้ล่ะมั้ง ฐานะทางบ้านผมรวยครับ รวยโคตร ๆ อันนี้พูดจริงไม่ได้ตอแหล พ่อเป็นเจ้าของกิจการอสังหาริมทรัพย์มากมาย ส่วนแม่เป็นคุณหญิงคุณนายออกงานสังคมบ่อย ๆ และที่สำคัญแม่ผมชอบสะสมของเก่าครับ ถึงขั้นบ้าเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะแจกัน ท่านชอบมาก ยิ่งเก่ายิ่งชอบ ราคาไม่เกี่ยงขอแค่สภาพยังสมบูรณ์ก็พอ 

พื้นฐานครอบครัวดีครับ แต่ผมน่ะเชี่ยเอง ฮ่า ๆ จริงอยู่ที่ครอบครัวผมรวย แต่ทุกอย่างไม่ได้สร้างด้วยน้ำมือของตัวเอง ผมเลยไม่ค่อยภูมิใจ ผมเรียนจบปริญญาโทนะครับ ด้านบริหาร เรียนให้แม่ภูมิใจเพราะหลังจากได้ใบปริญญาผมก็ก้าวขาออกจากบ้านพร้อมกับเงินเก็บของตัวเองห้าแสนบาท เงินที่ทำงานหามาเองนะครับ 

กิจการแรกที่ผมเลือกทำคือเปิดร้านเหล้าเล็ก ๆ ก็ขาดทุนแหละ แต่พอเริ่มเข้าที่เข้าทางร้านก็ไปได้สวยจนตอนนี้ใหญ่โตพอสมควร ไม่มีหุ้นส่วนครับ ผมชอบทำคนเดียวและอีกงานคือร้านสัก อันนี้ผมลงทุนกับเพื่อนสนิทครับ ร้านใหญ่พอสมควร ผมเป็นช่างเองเพราะชอบสักอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ลูกค้าผมจะผู้หญิงเยอะครับ แต่ผู้ชายผมก็รับ ไม่เลือกงานไม่ยากจน 

ผมออกจากบ้านมาเกือบเจ็ดปีแล้ว แม่พยายามตามกลับบ้านตลอด ถึงจะออกมาผมก็ยังกลับไปกินข้าวที่บ้านทุกวันอาทิตย์อยู่ดี เป็นวันครอบครัว แม่ขอร้องเลยต้องไปครับ รู้แค่รายละเอียดคร่าว ๆ ของผมก่อนก็แล้วกัน คิดอะไรออกจะบอกอีกทีครับ เพราะวันนี้ผมต้องมากินข้าวกับคุณหญิงแม่อีกตามเคย ตอนนี้ยืนอยู่หน้าบ้านแล้วครับ 

“ใหญ่!” เสียงอันทรงพลัง “ลูกรักของแม่” วิ่งมาโผเข้ากอดผม ประหนึ่งว่าตัวเองเป็นเด็ก ทั้ง ๆ ที่ท่านห้าสิบกว่าจะหกสิบแล้วครับ แต่ยังสวยไม่มีเปลี่ยน เงินสร้างได้ทุกอย่าง แม่ผมกล่าวไว้ครับ 

“แม่! เหม็นน้ำหอม ตกถังน้ำหอมมาเหรอครับ” 

“ฮ่า ๆ” เสียงหัวเราะจากไอ้เจ้าเล็กน้องชายของผมเองครับ 

“ใหญ่! แม่เพิ่งสั่งมาจากปารีสเลยนะลูก” 

“เฮ้อ!” ถึงกับถอนหายใจเพราะความโอเวอร์โคตร ๆ ของแม่ผมนี่แหละครับ “รีบกินข้าวดีกว่าครับ ผมมีงานต้องกลับไปทำ” 

“ไม่ได้! วันนี้ใหญ่ต้องอยู่บ้านทั้งวัน พวกเราตกลงกันไว้แล้วนะ” 

“แม่!” 

“ใหญ่… พลีส! นะลูกรัก แม่ขอร้อง” ผมจะบรรยายถึงแม่ยังไงให้ไม่บาปดีครับ แต่ก็เอาเถอะ ท่านลงทุนขอร้องผมแล้วนี่และคงไม่พ้นเรื่องหาเมียให้ผมอีกตามเคยเพราะท่านพูดทุกวันอาทิตย์ 

“ครับ ๆ” รับปากไปครับ ไม่งั้นไม่ได้กินข้าวแน่นอน 

เมนูอาหารวันอาทิตย์ เต็มโต๊ะจนกินแทบไม่หมด แต่แม่ผมไม่เคยแคร์ครับ 

“แม่จะเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้านเลยเหรอครับ สิ้นเปลือง” ผมพูดแบบนี้ทุกอาทิตย์แหละครับ แต่ก็ยังเหมือนเดิม 

“อาทิตย์ละครั้งเอง นั่งดีกว่า” 

“แม่ครับ ทีกับผมไม่เห็นปรนนิบัติดีขนาดพี่ใหญ่เลยนี่ครับ” เจ้าเล็กพูดขึ้น 

“แม่อยู่กับแกจนเบื่อแล้วนี่ ถ้าแกพูดให้พี่ใหญ่ยอมกลับมาอยู่ที่บ้านได้เหมือนเดิม แม่จะดูแลทั้งคู่เลย” 

“งั้นให้พี่ใหญ่อยู่ข้างนอกเหมือนเดิมดีแล้วครับ” 

“เล็ก!” ไอ้เล็กก็ไม่ต่างไปจากผมหรอกครับ แต่มันดีกว่าผมหน่อยที่ยอมอยู่บ้านและช่วยงานพ่อแทน พวกเรายังไม่มีครอบครัวกันทั้งคู่นั่นแหละครับ ไอ้เล็กอายุสามสิบพอดี 

“พอ ๆ กินข้าวได้แล้ว อ่อนตักข้าวได้แล้ว” พ่อพูดขึ้น สงสัยฟังจนเบื่อแล้วครับ 

“ค่ะ คุณท่าน” ป้าอ่อนคือแม่บ้านใหญ่ของที่นี่ครับ ท่านทำงานมานานแล้ว เป็นคนเดียวที่แม่ผมไว้ใจให้เข้ามาเดินในบ้าน ส่วนคนอื่น ๆ แค่เข้ามาทำความสะอาดแล้วก็ออกไป “กินเยอะ ๆ นะคะ วันนี้มีไข่ลูกเขยของโปรดคุณใหญ่ด้วยค่ะ” ท่านว่าขึ้นหลังจากตักข้าวใส่จานให้ผมเรียบร้อยแล้ว 

“ขอบคุณครับ” ผมสนิทกับท่านครับ รักและเคารพท่านเหมือนญาติผู้ใหญ่อีกคนเลยก็ว่าได้ครับ 

บทสนทนาเงียบหายไปชั่วขณะเพราะทุกคนกำลังตั้งหน้าตั้งตากินมื้อเช้าอยู่ วันนี้ไข่ลูกเขยมีรสชาติที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยครับ 

“ใครทำไข่ลูกเขยเหรอครับ” เงยหน้าขึ้นถามทันที 

“ไม่อร่อยเหรอคะ” ป้าอ่อนท่านถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล ท่านจะรู้รสชาติที่ผมชอบดีครับ “หลานสาวของป้าทำน่ะค่ะ แต่ป้าก็บอกแล้วว่าสูตรของคุณใหญ่คือแบบไหน” 

“เปล่าครับ ก็อร่อยดี แค่รสชาติมันแปลกไปก็เลยสงสัยน่ะครับ” 

“แม่มพี่ใหญ่ พูดเอาใจป้าอ่อนอีกแล้ว แบบนี้ท่านก็ตัวลอยกันพอดี” ไอ้เจ้าเล็กแซวขึ้น 

“หุบปากไปเลยมึง” 

“ใหญ่!” เสียงปรามจากคุณหญิงแม่ครับ ปกติผมเป็นคนหยาบ แต่ต้องอยู่ในโหมดอ่อนโยนเมื่ออยู่ต่อหน้าครอบครัวแสนจะรวยเวอร์ของตัวเอง แม่ผมไม่ชอบให้พูดหยาบครับ เลยตามใจท่านหน่อย 

“ครับ” 

และแล้วมื้ออาหารก็จบลง ทุกคนก็พากันมานั่งสนทนาที่ห้องนั่งเล่นแทน แต่กลับอยู่กันคนละมุม ซึ่งแน่นอนเป็นอะไรที่ผมโคตรเบื่อเลยครับ 

“ใหญ่ปีนี้ลูกก็สามสิบสองแล้วนะ” 

“ครับ” 

“แม่คิดว่าลูกควรจะแต่งงานได้แล้ว หนู…” 

“ผมยังไม่อยากมีภาระตอนนี้ครับ” พูดดักแม่ทันที ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่มาบ้านท่านก็มักจะพูดเรื่องนี้กับผมเสมอ ซึ่งผมไม่โอเคครับ “และถ้าจะมี ผมหาเองได้ครับ” 

“แม่คงกลัวพี่หาเมียไม่ถูกใจล่ะมั้ง” 

“แกก็เหมือนกันนะเล็ก แม่…” 

“ผมไปตรวจเอกสารดีกว่าครับ” ไอ้เจ้าเล็กหนีก่อนเลยครับ มันไม่ค่อยสนใจอะไรเหมือนกับผมนี่แหละ ติดจะกะล่อนซะมากกว่า เลยรอดทุกครั้งที่แม่พูดเรื่องนี้ แต่ถ้าครั้งไหนที่มันนึกสนุกก็จะยอมไปตามน้ำกับนัดดูตัวของแม่และพังนัดนั้นทิ้งซะดื้อ ๆ เช่นกัน 

“งั้นผมตามเจ้าเล็กไปนะ” พ่อก็เป็นอีกคนที่ไม่ค่อยชอบการเสวนาเรื่องนี้สักเท่าไหร่ 

“ผม…” 

“ทั้งวันนะใหญ่” สีหน้าขอร้องอ้อนวอนของแม่ทำให้ผมต้องยอมทุกที เพราะทั้งอาทิตย์ผมโผล่มาให้ท่านเห็นหน้าแค่วันนี้เองครับ 

ผมยอมนั่งฟังแม่บ่น เอ๊ย! พูดถึงเรื่องลูกสาวเพื่อนแต่ละคนให้ฟังจนถึงบ่าย แม้แต่อาหารมื้อเที่ยงแม่ยังไม่เลิกพูดเลยครับ แต่พอเข้าบ่าย วัยทองนี่ครับต้องพักผ่อน ท่านถึงยอมปล่อยตัวผม แต่ก็มิวายสั่งให้รอกินมื้อเย็นด้วยกัน มีเหรอที่ผมจะรอ หนีสิครับ 

“คุณใหญ่คะ” กำลังจะคร่อมบิ๊กไบค์คันโปรด เสียงเรียกจากด้านหลังก็ดังขึ้น เป็นเสียงของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งผมไม่รู้จักครับ 

“มีอะไร?” 

“ป้าให้เอาขนมมาให้ค่ะ” เธอว่าพลางยื่นถุงกระดาษสีน้ำตาลมาให้ผม ไม่เคยเห็นหน้าแฮะ แถมหน้าตายังมอมแมมอย่างกับตกหลุมถ่านซะขนาดนี้ ผมมองไม่ออกเลยจริง ๆ ครับ 

“กูให้มึงละกัน กูไม่ชอบกินขนมน่ะ” 

“แต่ว่า…” สีหน้าเหมือนลำบากใจเลยครับ 

“กูรับไว้ก็ได้” ผมว่าก่อนจะยื่นมือไปรับถุงกระดาษในมือเธอมาถือเอาไว้ ก่อนจะส่งคืนให้อีกครั้ง “รับไปสิ กูยกให้” 

“เอ๋?” 

“รับ!” 

“ค่ะ” เธอว่าพลางยื่นฝ่ามือมารับถุงกระดาษไปจากมือผม หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้สนใจอะไรอีกนอกจากหยิบหมวกกันน็อกมาสวมพลางขึ้นคร่อมรถแล้วขับออกจากบ้าน สายตาเหลือบมองยัยเด็กมอมแมมที่ยืนจ้องถุงกระดาษก่อนที่ภาพจะตัดไปมุมอื่นแทน 

 

บรื้น 

รถแล่นไปตามท้องถนน ช่วงบ่ายผมเข้าร้านสักครับ ร้านเปิดทุกวันไม่มีวันหยุด ยกเว้นว่าวันไหนผมอยากจะหยุดเองครับ มาถึงลูกค้าก็เต็มร้านอย่างเคย 

“เฮ้ยไอ้ใหญ่ ลูกค้ามึงมารอเพียบแล้วเนี่ย” เสียงของไอ้นายดังขึ้น นายคือเพื่อนสนิทของผมและหุ้นส่วนร้านสักนี่แหละครับ 

“เออ!” ผมว่าก่อนจะเดินเข้าไปประจำตำแหน่งของตัวเอง ไม่ได้อยู่ด้านนอกหรอกครับ อยู่ในห้องเพราะผมชอบความเป็นส่วนตัวมากกว่า 

“สวัสดีค่ะพี่ใหญ่” ก้มทีนมแทบหกครับ 

“ครับ วันนี้จะสักตรงไหนเหรอครับ” ที่ถามแบบนี้เพราะเธอเป็นลูกค้าประจำและผมก็สักให้แทบจะทั้งตัวแล้วด้วยครับ อะไรจะขยันมาขนาดนั้น 

“หน้าอกค่ะ” 

“วันก่อนเพิ่งสักไปนะ” 

“แต่อีกข้างยังไม่ได้สักนี่คะ” โอเคผมยอมครับ ผมถือคติไม่กินลูกค้าตัวเองครับเพราะไม่อยากมีปัญหา แม้ว่าผู้หญิงจะเข้ามาเสนอถึงที่ก็ตาม 

“เดี๋ยว!” 

“คะ?” 

“ไม่ต้องถอดหมด ถ้าจะสักก็ทำตามกฎ ถ้าไม่ก็เชิญ กูไม่ได้ขัดสนเรื่องผู้หญิงขนาดนั้น” ผมว่าเสียงนิ่ง ๆ น้องนางก็ทำหน้าหงอยสิครับ ขนาดผมพูดตรง ๆ ทุกครั้งที่เธอมา เธอยังไม่แคร์เลย 

“ถ้าข้างนอกก็ไม่เป็นอะไรใช่มั้ยคะ” 

“คงไม่โชคร้ายเจอกันหรอกครับ” 

“พี่ใหญ่ก็…” เธอว่ายิ้ม ๆ ผมก็ปั้นหน้ายิ้มครับ งานคือเงิน เงินคืองานและตั้งหน้าตั้งตาทำหน้าที่ของตัวเองไปจนเสร็จเรียบร้อย “ยังสักสวยเหมือนเดิมเลยนะคะ ถ้ามีสักส่วนตัว…” 

“เชิญ! กูยังมีอีกหลายคิว” 

“อร๊าย! ชอบความเถื่อน ไว้ครั้งหน้าจะมาใช้บริการอีกนะคะ” เบื่อครับ! แต่เลือกไม่ได้ 

ครึ่งวันบ่ายถูกผู้หญิงรุมครับ แต่ผมทำแค่หน้าที่ของตัวเองเท่านั้น ไม่ได้ทำอะไรนอกเหนือจากนั้นเลยจริง ๆ วันนี้รู้สึกล้ามาก อยากรีบกลับคอนโดแล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียงมาก ๆ 

“เฮ้ย! จะไปไหนวะ” เสียงไอ้นายตะโกนขึ้น ผมหันไปมองก็เห็นว่ามันกำลังนั่งนัวอยู่กับสาวของตัวเอง ลูกค้าไม่มีแล้วครับ 

“กลับ” 

“อะไรวะ คืนนี้ไม่ไปดื่มเหรอ” 

“ขอบายว่ะ วันนี้กูแหกขี้ตาตื่นไปหาแม่ตั้งแต่เช้าแล้ว กูจะกลับไปนอนสักหน่อย” 

“เออ ๆ เจอกันพรุ่งนี้” ผมไม่ได้ตอบกลับ ทำเพียงโบกมือลามันเท่านั้นก่อนจะไปที่รถ ขึ้นคร่อมพร้อมกับสวมหมวกกันน็อก สตาร์ทรถขับออกจากร้านมุ่งหน้ากลับคอนโดทันที 

รถติดครับ เป็นวันที่แสนน่าเบื่อมาก ๆ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาในการเดินทางของผมสักเท่าไหร่ ระหว่างร้านสักกับคอนโดผมใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้น แต่ถ้าวันไหนรถไม่ติดก็สี่สิบห้านาทีครับ แล้วแต่อารมณ์ในการขับขี่ของผม 

จอดรถ เดินกอดหมวกกันน็อกเข้าคอนโด เสียงพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ตะโกนเรียก แต่ผมไม่ได้สนใจครับ คงจะเหมือนอย่างเคยนั่นแหละ ตอนนี้สิ่งเดียวที่ผมสนใจคือเตียงนุ่ม ๆ ของตัวเอง 

แกร๊ก แอ๊ด! 

เปิดประตูเข้ามาในห้องถึงกับขมวดคิ้วเพราะเครื่องปรับอากาศกำลังทำงานอยู่ เท่าที่จำได้ผมปิดหมดทุกอย่างแล้วนี่ แล้วใครมันบังอาจเข้ามาในห้องส่วนตัวของผมอีก มีไม่กี่คนหรอกที่รู้ว่าผมอยู่ที่นี่… 

เคล้ง ๆ 

เสียงดังมาจากห้องครัวทำให้ผมรีบวางหมวกกันน็อกพลางสาวเท้ายาว ๆ ไปทางครัวทันทีและสิ่งแรกที่ผมเห็นคือแผ่นหลังของผู้หญิงครับ 

“เฮ้ย!” 

กรี๊ด! 

ลั่นห้องเลยครับ แก้วหูแทบแตก ตอนนี้ยิ่งกว่าเจอผีหลอกอีกครับ 

ความคิดเห็น