ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 11 มือสังหาร(1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 มือสังหาร(1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.4k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ส.ค. 2562 12:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 มือสังหาร(1)
แบบอักษร

วันนี้เป็นวันดีของฮาตาเกะ คาคาชิ ดูเหมือนว่าเจ้าตัวเลือกที่จะขอจบการศึกษาในโรงเรียนวันนี้ แม้เวลาการสอบจะแตกต่างจากต้นฉบับไปบ้างถึงสามเดือน แต่คาคาชิก็ยังกลายเป็นเกะนินในวัยห้าปีในวันนี้อยู่ดี

 

 

 

"ยินดีด้วยคาคาชิคุง นี่เป็นของขวัญสำหรับการกลายเป็นเกะนิน"

 

 

 

เหล่ากลุ่มเพื่อนก้วนนินจาในปัจจุบันต่างลอบล้อมคาคาชิและมอบของขวัญให้เขาอย่างตั้งใจ รินมอบผ้าพันคอถักมือ ไกมอบดัมเบล อาสึมะกับคุเรไนมอบตั๋วเรียวกังออนเซ็นแบบสองวันหนึ่งคืน และคนอื่นนั้นมอบอุปกรณ์นินจา

 

 

 

โอบิโตะนำดาบเขี้ยวสีเงินที่ยืมเงินจากค่าขนมของคาซึยะให้คาคาชิ ฮินาโมรินัันมอบ ยันต์ระเบิดห้าสิบแผ่นและระเบิดควันยี่สิบลูก ส่วนคาซึยะนั้นมอบม้วนคัมภีร์สีเขียวให้แกคาคาชิ โดยไม่สนสายตาดูหมิ่นของเพื่อนร่วมชั้นบางคน

 

 

 

"ของขวัญของฉันอาจไม่เริดหรู แต่นี่เป็นคาถาที่ฉันสร้างขึ้นเพื่อนายโดยเฉพาะ มันเป็นคาถาสายฟ้าระดับ S เฉพาะนายเพียงคนเดียว ยินดีด้วยที่สำเร็จการศึกษา"

 

 

 

คาคาชิได้ยินแบบนั้นก็เบิกตากว้าง ส่วนเพื่อนร่วมชั้นต่างก็พากันก้มหัวอย่างช่วยไม่ได้ สิ่งของที่เขามอบให้คาคาชิไม่มีสิ่งใดเทียบได้กับสิ่งที่คาซึยะมอบให้เลยแม้แต่ปลายก้อย

 

 

 

มันไม่เกี่ยวว่ามันเป็นคาถาระดับสูงหรือไม่ แต่การสร้างคาถานินจาให้ใครสักคนแบบเฉพาะตัวนี่เป็นเรื่องที่วิเศษขนาดไหน เชื่อได้เลยว่าผู้ที่ทำต้องทุ่มแรงกายและแรงใจสร้างมันขึ้นมาจึงไม่แปลกที่พวกเขาจะรู้สึกด้อยกว่า

 

 

 

"อย่าคิดมาก ของขวัญแต่ละชิ้นมีค่าแทนใจในตัวมันเอง ทุกสิ่งที่พวกนายมอบให้คาคาชิวันหนึ่งอาจจะปกป้องเขาไม่วันใดก็วันหนึ่ง"

 

 

 

กล่าวจบคาซึยุก็เดินเข้าห้องเรียนด้วยท่าทีปกติ แต่เขาสัมผัสได้ว่ากลุ่มเพื่อนนั้นยกยิ้มอย่างสุขใจ โดยเฉพาะรินที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนเจ้างี่เง่าโอบิโตะนั้นอิจฉา

 

 

 

"จริงสิคาคาชิ ช่วยใช้วิชาที่เจ้าบื้อคาซึยะสร้างให้นาย ให้พวกเราดูหน่อยสิ"

 

 

 

คาคาชิพยักหน้าก่อนจะเดินไปที่ลานกว้างและเปิดม้วนคัมภีร์ออก พอเจ้าตัวเห็นตัวอักษรการอธิบายที่สั้นแต่ละเอียดและได้ใจความก็ยิ่งทำให้เขากตกตะลึง พออ่านถึงตอนจบคาคาชิก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น

 

 

 

"มันเป็นคาถาที่เหมาะกับฉันจริงๆ เอาละมาทดสอบกัน"

 

 

 

คาคาชิปลดปล่อยจักระออกมาครอบคุมข้อมือก่อนจะเริ่มแปลงจักระให้การไหลเวียนของจักระนั้นแหลมคมห่อหุ้มอยู่ที่มือแบบไร้การรั่วไหล ซึ่งแตกต่างจากหลักการของพันปักษาหรือตัดสายฟ้าที่เน้นไปในด้านแพร่กระจายจนบดบังวิสัยทัศน์

 

 

 

เปี๊ยะๆ !!!

 

 

 

พอคาคาชิแปลงคุณสมบัติธาตุลงในก้อนจักระที่มือก็มีประกายสายฟ้าสีม่วงเข้มที่มีอำนาจหลายด้าน แถมเขายังรู้สึกว่าสายฟ้าในมือสามารถแปรสภาพได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะยืดออกหรือแพร่กระจายก็ทำได้เช่นเดียวกับชิโดริที่คาซึยะกำลังพัฒนาออกมา

 

 

 

"Raiton : Shiden(คาถาสายฟ้า : อัสนีบาตสีม่วง)"

 

 

 

วิชชช

 

 

 

คาคาชิวิ่งไปทางต้นไม้ในป่าก่อนจะสะบัดมือที่เต็มไปด้วยสายฟ้าในท่าฟันดาบไปที่ต้นไม้ เพียงแค่ฉับเดียวต้นไม้นับสิบต้นในระยะใกล้เคียงก็ถูกโค่นลง รอยตัดที่เรียบเนียนเหลือทิ้งให้หลายคนต้องตื่นตกใจ นี่คือพลังของคาถาระดับเอส!!

 

 

 

"นี่คือคาถาต้นฉบับ หลังจากนี้นายต้องพัฒนามันต่อไปให้เป็นของนายอย่างสมบูรณ์"คาซึยะที่แอบมองการทดสอบคาถาอยู่ เมื่อพบว่าคาถานั้นไม่มีปัญหาก็เดินออกมาจากที่ซ่อนและกล่าวขึ้น

 

 

 

"เข้าใจแล้ว ขอบใจนายมากคาซึยะ"

 

 

 

"อา จริงสิฉันจะมาบอกพวกนายว่าเย็นวันนี้ฉันจะเป็นเจ้ามือเลี้ยงส่งคาคาชิสู่การเป็นนินจา ถ้าใครจะไปเจอกันที่ร้านยาคินิคุ คิว บอกเลยว่ากินได้ไม่อั้น"

 

 

 

"โอ้เนื้อย่าง !!!"

 

 

 

โอบิโตะถึงกับกรีดร้อง นี่เขาจะได้กินเนื้อย่าง ส่วนคนอื่นก็มีท่าทางไม่ต่างจากเจ้าโอบิโตะเลยสักนิดผลสุดท้ายนักเรียนรวมถึงอาจารย์ประจำชั้นก็นัดแนะกันว่าจะไปเลี้ยงส่งคาคาชิด้วยความยินดี ใครไม่ไปก็บ้าแล้วนั่นร้านเนื้อย่างร้านนั้นคือร้านที่ดีที่สุดในโคโนฮะเลยนะ

 

 

 

"โอ้คาซึยะจริงๆแล้วเป็นคนดีสินะ"มัตสึริผู้นำกลุ่มอริในห้องเรียนของคาซึยะกล่าวอย่างสงสัย

 

 

 

"ฮ่าๆ นายรู้ตัวช้าไปแล้วพวกเจ้าโง่เอ้ย จริงๆแล้วท่านคาซึยะนั้นนิสัยดีมาก รักพวกพ้อง และคอยแนะนำนินจุสสุ ไทจุสสุให้กับคนที่มีข้อสงสัยแบบไม่มีหวงแหน ไหนจะปรับปรุงวิชาคาถา และอื่นๆอีกมายที่ท่าคาซึยะคอยช่วยพวกเรา มีแต่กลุ่มนายเท่านั้นแหละที่ไม่เข้าใจถึงความอ่อนโยนของท่านคาซึยะ"

 

 

 

 

"ใช่ๆ พวกนายมันโง่และมีอคติไปเอง"

 

 

 

กลุ่มสาวๆ ต่างเยาะเย้ยกลุ่มเด็กชายที่เคยมีปัญหากับคาซึยะตอนเข้าเรียน น่าเสียดายกว่าที่เขาจะรู้ตัวถึงความหมายที่คาซึยะมอบให้ก็สายไป ตอนนี้พวกเขากำลังจะจบการศึกษาและกลายเป็นชาวบ้านธรรมดา

 

 

 

แน่นอนว่ากลุ่มเด็กหญิงและกลุ่มเด็กชายบางคนมีชะตากรรมที่ต่างกัน บางทีพวกเขาอาจได้เป็นนินจาที่ไม่เก่งกาจในด้านต่อสู้เฉกเช่นกลุ่มเพื่อนของคาซึยะ แต่อย่างน้อยพวกเขาก็อาจได้ทำงานในด้านอื่นๆที่ยังเกี่ยวข้องกับนินจา

 

 

 

ไม่ว่าจะหน่วยข้อมูล หน่วยการแพทย์ หน่วยอุปกรณ์นินจา และยังมีหน่วยอื่นๆที่พวกเขาอาจได้เข้าไปร่วมงานในอนาคตนี่คือสิ่งที่แตกต่างจากต้นฉบับเป็นอย่างมาก

 

 

 

วันนี้เป็นวันที่ห้องเรียนค่อนข้างคึกครื้น นักเรียนต่างคิดถึงเนื้อเริศรสอย่างช่วยไม่ได้ยิ่งพอการเรียนสิ้นสุดลงเหล่านักเรียนที่ปราถนาในเนื้อต่างก็พากันจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างออกรส

 

 

 

คาซึยะนั้นแยกตัวไปติดต่อกับร้านยาคินิคิวอีกครั้ง เนื่องจากวันนี้เขาจะเหมาทั้งร้านจึงต้องจ่ายค่ามัดจำเสียก่อน อีกอย่างบ้านเขาก็รวยโครตจึงไม่ได้ใส่ใจกับจำนวนเงินที่อาจต้องเสียในวันนี้

 

 

 

พอกลุ่มเพื่อนในชั้นเรียนมาถึง ผีปอบนินจานับสิบชีวิตในแต่ละโต๊ะก็เริ่มลงมือย่างและกินอย่างตะกละตะกลาม ส่วนโต๊ะของเขาก็มีผีปอบเช่นกัน นั่นก็คือเจ้าโอบิโตะนั่นเอง

 

 

 

"กินช้าๆก็ได้เจ้างี่เง่า เนื้อมันไม่หนีนายไปไหนหรอก หมดก็แค่สั่งเพิ่ม"

 

 

 

"จริงดิ?"

 

 

 

คาซึยะพยักหน้าตอบขณะที่ในมือคีบเนื้อย่างมาลิ้มรส ความชุ่มช่ำของเนื้อนั้นทำให้เขารู้สึกฟินอย่างช่วยไม่ได้ ไม่คิดว่าเนื้อในโลกนี้อร่อยมากกว่าในโลกเก่า หรือเป็นเพราะสัตว์ในโลกนี้ได้รับพลังธรรมชาติจึงอุดมสมบูรณ์

 

 

 

เขาเลิกคิดและกินเนื้อย่างในขณะที่กลุ่มเพื่อต่างจับปากพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ความสนิทสนมในกลุ่มนั้นเพิ่มขึ้นโดยไม่มีใครรู้สึกตัว แม้แต่คาคาชิที่เคยเย็นชายังกลายเป็นคนที่อ่อนโยนขึ้น

 

 

 

กินเนื้อย่างที่ร้านกันถึงช่วงค่ำค่าบิลที่ต้องใช้เงินมากกว่าหนึ่งหมื่นเรียวถูกส่งต่อมาให้กับคาซึยะ เมื่อจ่ายเงินเสร็จพวกเขาแต่ละคนพากันจับกลุ่มพูดคุยกันอีกเล็กน้อยก่อนจะเริ่มพาเพื่อนไปส่งที่บ้านของแต่ละคน

 

 

 

ในขณะที่เดินไปที่บ้านของเพื่อนคนที่สามที่มีบ้านแถวชานเมืองใกล้กับสวนแห่งเซ็นจูคาซึยะก็รู้สึกแปลกๆ ราวกับกำลังมีใครจ้องมองเขาอยู่ในมุมมืด เขาเหล่มองกลุ่มเพื่อนและอาจารย์ประจำชั้นก็สัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของใครบางคน

 

 

 

"อาโอบะ ไรโดะ เอบิสึ ฮายาเตะปกป้องทุกคน"

 

 

 

"เกิดอะไรขึ้น?" นักเรียนบางคนเริ่มแตกตื่นยังดีที่กลุ่มอาโอบะค่อนข้างรู้งานจึงไม่ได้อธิบายอะไรให้พวกเขาฟัง

 

 

 

ฟิ้วววว!!!

 

 

 

เสียงแหวกอากาศหลายทิศพุ่งไปยังกลุ่มนักเรียนอย่างรวดเร็ว ฮินาโมริที่ตอบสนองได้เยี่ยมด้วยสายตาเนตรสีขาวทำให้เธอสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของคนอื่นได้เร็วกว่าใคร และปัดป้องสิ่งที่แหวกอากาศมาด้วยมวยอ่อน

 

 

 

"ท่านคาซึยะดูเหมือนพวกเราจะถูกล้อม มีคนทั้งหมดสิบคน ทุกคนอยู่ในระดับจูนินถึงโจนินและอีกคนมีจักระใหญ่มาก"

 

 

 

แป๊ะๆ ๆ

 

 

 

"ดูเหมือนนินจาของโคโนฮะรุ่นนี้ค่อนข้างแข็งแกร่งจริงๆ"

 

 

 

เจ้าของเสียงและกลุ่มของเขาเริ่มเดินออกมาจากมุมมืดและเข้าล้อมกรอบกลุ่มนักเรียน ผู้นำที่เดินออกมามีผมสีบรอนฟู สวมหน้ากากเรียบสีขาว ในมือถือบางสิ่งที่มีรูปร่างคล้ายเข็มขนาดใหญ่เท่าดาบ

 

 

 

"นินจาต่างหมู่บ้านพวกนายคิดจะละเมิดสนธิสัญญาสงบศึกระหว่างหมู่หรอ ?"อาจารย์ประจำชั้นเดินออกมาด้านหน้าเพื่อพยายามปกป้องนักเรียนของเขา

 

 

 

"สนธิสัญญา ? ฮ่าๆขอโทษทีที่ฉันไม่สนวันนี้พวกแกทุกคนต้องตายลงที่นี่ ก่อนอื่นก็เริ่มจากแกก่อนเลยเป็นยังไง"

 

 

 

สิ่งที่คล้ายเข็มขนาดยักษ์พุ่งไปหาอาจารย์ด้วยความเร็วสูง ยิ่งปัจจุบันความมืดเข้ามาเยือนทำให้หลายคนไม่อาจเห็นการเคลื่อนไหวของชายสวมหน้ากากได้ แต่น่าเสียดายที่มันใช้ไม่ได้กับคาซึยะ

 

 

 

เช้งงงงง!!

 

 

 

"นี่คือดาบเข็มร้อยด้าย หนึ่งในเจ็ดอาวุธแห่งหมู่บ้านคิริงาคุเระ นายคงเป็นหนึ่งในเจ็ดดาบแห่งคิริงาคุเระ นักล่าสังหาร คุริอาราเระ คุชิมารุ สินะ"

 

 

 

คาซึยะที่ยืนถือกุนไบสีขาวด้านหน้าของอาจารย์กล่าวด้วยสีหน้าเย็นชาอย่างที่ใครเคยเห็นมาก่อน บรรยากาศโดยรอบนั้นเงียบสะงัดแม้แต่ชายที่ชื่อคุชิมารุยังตกใจที่มีคนปัดดาบของเขาออกไปได้

 

 

 

"ไอเราก็นึกว่าจะเก่งกว่านี้ หนึ่งในเจ็ดดาบของคิริงาคุเระ ฝีมือไม่เท่าไหร่เลยนี่"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น