กัลย์ดิษฐ์(fah-sai)

ห้ามคัดลอกดัดแปลงนิยายแม้เพียงแต่น้อยนิดใครทำขอให้ชีวิตพังพินาศย่อยยับพบหาความสุขไม่เจอทำอะไรก็ไม่มีวันเจริญ! ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ ถ้าชอบก็ช่วยกดไลค์+เม้นเป็นกำลังใจให้กันด้วยน๊าา รักกก❤❤❤

บทที่45 สิ่งของ

ชื่อตอน : บทที่45 สิ่งของ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.9k

ความคิดเห็น : 301

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ส.ค. 2562 23:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่45 สิ่งของ
แบบอักษร

 

คอนโดรวิกานต์

“ทำไมหน้างออย่างนั้นล่ะ พี่ๆสองคนไม่โอเคเหรอ” รวิกานต์เอ่ยถามพี่สาวที่เปิดประตูห้องเข้ามาพร้อมกับใบหน้าที่ดูเหนื่อยหน่ายเต็มทน

“เปล่าหรอก พี่สองคนก็ดีนะ” รวิพรรณเดินมาหาน้องสาว โดยที่ตนเลือกที่จะนั่งลงที่พื้นด้านล่าง ก่อนจะเอนไปซบหน้าลงที่ตักของคนท้องที่นั่งเอนหลังอยู่

“เป็นอะไรหื้ม” รวิกานต์ถามพลางเอื้อมมือไปลูบแก้มนวลของผู้เป็นพี่

“ซันแค่อยากอ้อน อยากอ้อนตะวัน และก็อยากอ้อนหลานด้วย” รวิพรรณคลี่ยิ้มให้น้อง ก่อนจะจูบลงที่ท้องใหญ่เพื่อทักทายหลานทั้งสองคน

“มีอะไรไม่สบายใจบอกตะวันได้นะ”

“ไม่มีหรอก ซันแค่เหนื่อยแค่ร้อน ก็งอแงไปตามประสา”

“แล้วไปเจอพี่ๆมาเป็นยังไงบ้าง” แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่ารวิพรรณมีเรื่องไม่สบายใจ แต่เมื่อเห็นว่าพี่สาวไม่อยากบอก รวิกานต์จึงไม่ซักไซ้และพยายามเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อที่จะช่วยบรรเทาความรู้สึกไม่ดีในใจของผู้เป็นพี่ให้เบาบางลง

“พี่สองคนน่ารักนะ นี่ไงพี่คิรินกับพี่ยูมิ พี่สองคนอยากเจอตะวันมากเลย” รวิพรรณเอ่ยพลางเปิดรูปในโทรศัพท์มือถือที่พึ่งถ่ายกันวันนี้ให้น้องสาวได้ดู

“คุณพ่อดูซูบลงไปนะ” รวิกานต์เอ่ยด้วยรอยยิ้มเจือนๆ ถ้าถามว่ายังโกรธเคืองบิดาในเรื่องที่ผ่านมาหรือไม่ ก็ตอบได้เลยว่าไม่แล้ว เพียงแต่แค่รู้สึกว่ายังไม่พร้อมที่จะเจอหรือพูดคุย คงเป็นเพราะเธอเติบโตมาในความดูแลของปู่กับย่า จึงทำให้มีความห่างเหินระหว่างกันมากกว่าปกติ

“อืม…คุณพ่อท่านบ่นว่าอยากเจอตะวันนะ แต่ซันรู้ดีว่าตะวันคงยังไม่พร้อมเลยบอกคุณพ่อไปว่าให้รอก่อน” รวิพรรณพยักหน้ารับ ก่อนจะเอ่ยบอกกับน้อง

“ไว้รอให้อะไรๆมันลงตัวมากกว่านี้ก่อนแล้วกันนะ” รวิกานต์คลี่ยิ้มบางๆพลางยกมือขึ้นลูบท้องนูนของตัวเอง ในเวลานี้เธอขอใช้ชีวิตเพื่อดูแลลูกน้อยทั้งสองนี้ให้ดีที่สุดก่อน ส่วนเรื่องอื่นจะเป็นอย่างไรนั้นก็เอาไว้ว่ากันอีกทีก็แล้วกัน

“จะ” รวิพรรณยิ้มรับ ก่อนจะแนบใบหน้าลงที่ท้องของน้องสาว แล้วแอบถอนหายใจออกมาเบาๆ

อดคิดไม่ได้เหมือนกันว่า บางที…การมีน้องสาวและหลานๆให้เธอรักแค่นี้มันก็เพียงพอแล้วไหม รักที่มั่นคงแน่นอน รักที่จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงหรือหมดไปดั่งที่เธอกลัวว่าใครคนนั้นจะเป็น

วันต่อมา บ้านเคนเน็ตตี้

“ฉันจะขาย! บ้านนี้เป็นชื่อฉัน ฉันมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้” อรุณฉายแผดเสียงดังลั่นบ้านขณะที่โรแกนก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย แต่นี่จะเป็นความเหนื่อยสุดท้ายที่เขาจะต้องเจอ เพราะบัดนี้เขาและอรุณฉายได้ตกลงหย่ากันอย่างเด็ดขาดแล้ว

โรแกนเลือกที่จะกลับไปใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่เงียบๆที่เมืองเล็กๆของประเทศบ้านเกิด ส่วนอรุณฉายนั้นก็กำลังเดินหน้าเข้าหาเศรษฐีวัยเจ็ดสิบกว่าที่พึ่งได้มารู้จักกันในงานสังสรรค์สังคมไฮโซเพื่อหวังว่าจะได้ครอบครองสมบัติพัสถานของเขาในสักวันหนึ่ง

และที่ทั้งสองมาเจอกันในวันนี้ก็เพื่อที่จะพูดคุยเรื่องทรัพย์สมบัติ โดยที่โรแกนเองยินดีที่จะไม่เอาอะไรทั้งสิ้นไม่ว่าทรัพย์สินเหล่านั้นจะเป็นชื่อเขาหรือไม่ก็ตาม เพียงแต่อยากขอให้อรุณฉายอย่าขายบ้านหลังนี้ก็เท่านั้น

“ถ้าขายแล้วป้าวาด เข็ม และคนงานคนอื่นจะไปอยู่ที่ไหนคะ” รวิพรรณที่รู้เรื่องก็ขอตามผู้เป็นพ่อมาช่วยคุยด้วยอีกคน ไม่ได้นึกเสียดายบ้าน แต่นึกห่วงบรรดาคนงานที่ต้องพากันมาตกงานกันหมดแบบนี้

“เรื่องของพวกมัน” อรุณฉายลอยหน้าลอยตาตอบราวไร้ความรู้สึก

“คุณจะขายเท่าไร ผมจะซื้อต่อ” ในเมื่อรู้ว่าไม่มีทางห้ามได้ โรแกนจึงเสนอตัวที่จะซื้อ

“สามสิบล้าน”

“จะบ้าไปแล้วเหรอคุณฉาย ตอนที่ผมซื้อบ้านหลังนี้ราคาไม่ถึงสิบล้านด้วยซ้ำ” โรแกนมองอดีตภรรยาอย่างไม่อยากจะเชื่อ นี่ในหัวของเธอจะมีแต่เรื่องเงินอย่างเดียวเลยหรือไรกัน

“นั่นมันกี่สิบปีที่แล้วล่ะคะคุณ ป่านนี้ราคางอกเงยเป็นไหนๆแล้ว บ้านหลังใหญ่พื้นที่กว้างขวางกลางเมืองกรุงแบบนี้”

“แต่ยังไงมันก็ไม่น่าจะถึงสามสิบล้านอยู่ดี”

“ไปขอลูกเมียเก่าคุณสิ รวยนักไม่ใช่เหรอ”

“เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของเรา อย่าไปดึงพวกเขามาเกี่ยวด้วย”

“ทำไม! ไปแตะพวกมันไม่ได้เลยสินะ! แกเห็นมั้ยยายซัน อีกหน่อยพ่อแกก็จะวิ่งโร่ไปอยู่กับลูกเมียเก่าที่ญี่ปุ่น ทิ้งแกหัวเดียวกระเทียมลีบ ยังทันนะถ้าแกจะกลับมาอยู่กับฉันน่ะ ฉันหาอนาคตที่ดีให้แกได้” อรุณฉายตวาดใส่อดีตสามี ก่อนจะหันมามองหน้าลูกสาวที่ยืนอยู่

“อนาคตของซัน ซันเลือกเองค่ะ” รวิพรรณสบตามารดาด้วยหัวใจที่เจ็บแปลบ ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้คงไม่ใช่มารดาของเธออีกต่อไปแล้ว

“ก็ดี! งั้นแกกับพ่อแกก็ไสหัวออกไปจากบ้านของฉันได้แล้ว”

“คุณฉาย…”

“คุณพ่อคะ ไปเถอะค่ะ” รวิพรรณเอ่ยห้ามบิดา ก่อนที่จะพากันเดินออกจากบ้านไป

“พ่อขอโทษนะซัน พ่อไม่มีสมบัติอะไรเหลือให้ลูกกับตะวันเลย” โรแกนขอโทษลูกสาวด้วยความรู้สึกผิดเต็มหัวใจ

“ไม่เป็นไรเลยค่ะคุณพ่อ ซันอายุยังแค่นี้ ทำงานหาเงินใหม่ได้สบายๆ” รวิพรรณคลี่ยิ้มให้ผู้เป็นพ่อ จริงอยู่ที่ตอนนี้เหมือนว่าทุกอย่างได้พังทลายสูญสิ้นทุกอย่าง แต่ข้าวของนอกกายไม่ตายก็หาใหม่ได้อยู่ดี

“ขอโทษนะลูก ขอโทษจริงๆ” โรแกนดึงลูกสาวเข้ามากอดไว้ ทั้งอยากขอโทษและก็นึกขอบคุณ ที่แม้เธอจะถูกเลี้ยงดูปลูกฝังในแบบที่ผิด แต่ก็ยังสามารถเลือกคิดดีทำดีได้

“ไม่เป็นไรนะคะ เราค่อยๆคิดหาทางแก้กันค่ะ ซันว่าซันจะขายรถ แล้วเอาเงินมาจ่ายค่าแรงชดเชยให้กับพวกคนงานทุกคน อย่างน้อยพวกเขาก็จะได้มีเงินเล็กๆก้อนหนึ่งเก็บไว้ทำทุนต่อไป” รวิพรรณผละออกจากอ้อมกอดของบิดดาแล้วเอ่ยขึ้น

“อย่าเลยลูก พ่อไม่อยากให้ลูกมาเดือดร้อนอีกแล้ว” โรแกนส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย อย่างน้อยถ้าคิดจะขาย เงินที่ได้มาลูกของเขาก็ควรที่จะเก็บไว้ใช้จ่ายส่วนตัวมากกว่า

“ทำอย่างที่ซันว่าแหละค่ะคุณพ่อ รถน่าจะได้ราคาดีอยู่ ถึงจ่ายค่าแรงให้ทุกคนแล้วก็ยังมีให้ซันเหลือเก็บอีกด้วย”

“แต่…”

“คุณพ่อเชื่อใจซันนะคะ ลูกสาวคุณพ่อคนนี้รับมือและจัดการทุกอย่างได้อยู่แล้ว ส่วนคุณพ่อก็ไปจัดการเรื่องที่ญี่ปุ่นให้เรียบร้อย แล้วเตรียมตัวไปนิวยอร์กเถอะนะคะ พักผ่อนสงบจิตสงบใจ ทุกอย่างจะต้องโอเค”

“แต่…”

“ไม่ต้องแต่แล้วค่ะคุณพ่อ แล้วก็ไม่ต้องรู้สึกผิดแล้วด้วย ซันดูแลตัวเองได้ เงินที่คุณพ่อให้ไว้ก็พอที่จะจ่ายค่าเรียนและค่าใช้จ่ายต่างๆ พอซันเรียนจบแล้วก็หางานทำตั้งต้นใหม่ ซันนี่คนนี้ไม่เคยยอมแพ้อะไร คุณพ่อก็รู้ดี” รวิพรรณรู้ดีว่าผู้เป็นพ่อยังรู้สึกผิดและยังนึกเป็นห่วง แต่ที่เธอบอกว่าดูแลตัวเองได้นั่นก็หมายความว่าเธอทำได้อย่างที่พูดจริงๆ

“ขอบคุณนะลูก” โรแกนยิ้มรับด้วยรอยยิ้มบางๆ

“ถ้าถึงนิวยอร์กแล้ว….แวะไปหาคุณปู่คุณย่าบ้างก็ดีนะคะ”

“แต่ตะวันยังไม่อยากเจอพ่อ”

“ตะวันไม่ได้อยู่กับคุณปู่กับคุณย่าค่ะ แต่ซันก็ยังบอกคุณพ่อไม่ได้ว่าตอนนี้น้องอยู่ที่ไหน แต่เชื่อเถอะค่ะว่าน้องไม่ได้มีอะไรนึกโกรธเคืองคุณพ่อแล้ว และถ้าน้องพร้อม คุณพ่อจะได้เจอน้องแน่นอนค่ะ” รวิพรรณกุมมือบิดาอย่างต้องการให้กำลังใจ

“ขอบคุณมากนะลูก”

“ค่ะ ทีนี้ก็ไม่ต้องคิดอะไรมากแล้วนะคะ กลับไปเตรียมตัวเก็บกระเป๋าได้แล้ว บินพรุ่งนี้แล้วไม่ใช่เหรอคะ”

“จะ” โรแกนพยักหน้ารับ

“งั้นกลับกันนะคะ เดี๋ยวซันไปส่ง” รวิพรรณเอ่ย ก่อนที่จะพากันเดินไปขึ้นรถที่จอดไว้หน้าประตูรั้วบ้านหลังใหญ่ ซึ่งในตอนนี้ไม่ใช่บ้านของเธออีกต่อไปแล้ว

เวลาต่อมา

“เฮ้อ…สู้ๆนะซัน” รวิพรรณให้กำลังใจตัวเองเมื่อเดินออกมาจากโชว์รูมรถที่เธอได้มาทำเรื่องฝากขายรถของเธอ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดหาชายหนุ่มที่อยู่ไกล ทว่าก็ยังไม่สามารถติดต่อเขาได้เช่นเดิม

“น้องซัน”

“พี่คิน! นี่ไปไงมาไงเหรอคะ” รวิพรรณหันไปตามเสียงเรียกก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าเขาคือพี่ชายต่างแม่ของเธอ

“พี่พึ่งกลับมาจากไปหาคุณพ่อ นี่ก็กำลังจะกลับโรงแรม เมื่อกี้ที่แท็กซี่ผ่านเห็นน้องซันเดินออกมาจากโชว์รูมพอดี พี่เลยให้แท็กซี่จอดที่ป้ายถัดไปแล้วรีบวิ่งกลับมา ดีจังใช่น้องซันจริงๆด้วย”

“มีอะไรหรือเปล่าคะ ถึงขนาดต้องลงรถแล้ววิ่งมาหาซันแบบนี้”

“มีสิ” คิรินพยักหน้ารับ

“ถ้าอย่างนั้นไปหาที่นั่งคุยกันดีมั้ยคะ”

“ก็ดีจะ งั้นไปโรงแรมที่พี่พักแล้วกันนะ อยู่ห่างไปสองช่วงตึกนี่เอง ยูมิก็อยู่ที่ห้องน่ะ”

“ค่ะ” รวิพรรณพยักหน้ารับ ก่อนที่จะเดินไปกับพี่ชาย

เวลาต่อมา ไนท์คลับศิวะ

“น้องซันมาเที่ยวเหรอ” คิรินเอ่ยถามเมื่อขับรถที่เช่าจากโรงแรมมาส่งน้องสาวที่หน้าไนท์คลับตามที่เธอบอกทาง

“เปล่าหรอกค่ะ ซันมาหาพี่ที่รู้จักกัน” รวิพรรณบอกพี่ชาย ที่มาที่นี่ก็เพราะอยากมาหาเชน เพื่อจะถามถึงเจ้านายของเขาที่เธอยังไม่สามารถติดต่อได้

“ให้พี่รอมั้ย กลับมืดค่ำพี่เป็นห่วงนะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ซันกลับเองได้ พี่คินรีบกลับเถอะค่ะ พรุ่งนี้ก็ต้องเดินทางแต่เช้า”

“ดูแลตัวเองนะ ไว้เจอกันใหม่นะน้องสาวพี่” คิรินเอื้อมมือไปลูบศีรษะเล็กของน้องสาวด้วยความรักใคร่เอ็นดู เธอช่างน่ารักน่าชัง ยิ่งได้พูดได้คุยกันหลายๆเรื่องยิ่งทำให้เห็นว่าเธอไม่ได้มีดีแค่รูปร่างหน้าตา แต่ยังมีความคิดความอ่านที่โตเกินตัวไปมากทีเดียว

“ซันขอบคุณพี่คินมากนะคะ สำหรับทุกๆเรื่องที่พี่คินยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ” รวิพรรณมองสบตาพี่ชายด้วยความซาบซึ้งใจเป็นที่สุด เพราะเขามีความรักความเมตตาส่งมาให้เธอมากมายจริงๆ

“ขอบคุณทำไมกันในเมื่อน้องซันไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากพี่เลย” คิรินมองน้องสาวด้วยสายตาแอบงอนเล็กน้อย เพราะเขาได้รับรู้ปัญหาทุกอย่างจากผู้เป็นพ่อ และต้องการจะช่วยเหลือด้วยความบริสุทธิ์ใจ จึงเลือกที่จะมาคุยกับเธอเพื่อที่จะเสนอความช่วยเหลือ แต่เธอกลับปฏิเสธในทุกทางเลยจริงๆ

“ซันไม่อยากรบกวนค่ะ แค่พี่คินกับพี่ยูยอมญาติดีกับซันและคุณพ่อ แค่นี้ก็มากเกินพอแล้ว”

“เอาเถอะๆ พี่ตามใจน้องซัน แต่ถ้าไม่ไหวเมื่อไรก็บอกพี่นะ แค่โทรมากริ๊งเดียว”

“จะรีบบินมา?”

“จะรีบรับสายต่างหาก” คิรินรับมุกด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ ทำเอาคนชงให้หัวเราะตามไปด้วย

“จะรีบมานั่นแหละ อย่าลืมล่ะถ้ามีอะไรบอกพี่ได้เสมอ”

“ค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะพี่คิน”

“ยินดีจะ ไหนมากอดทีซิ” คิรินยิ้มรับ ก่อนจะขยับไปกอดน้องสาว

“เดินทางปลอดภัยค่ะ ซันไปนะคะ” รวิพรรณผละออกจากพี่ชายก่อนจะเปิดประตูรถลงไป

“น้องซัน!” คิรินเลื่อนบานกระจกลงแล้วตะโกนเรียกน้องสาวที่กำลังจะเดินไป

“คะ?” รวิพรรณหันกลับมามองหน้าพี่ชาย

“พรุ่งนี้ไปเอารถนะ”

“รถ? ซันทำเรื่องขายไปแล้ว…หรือพี่คินหมายถึง…”

“ซันขาย พี่ก็ซื้อไง” คิรินตอบด้วยรอยยิ้มกว้าง

“พี่คิน…”

“ให้พี่ช่วยเรื่องนี้เถอะนะ นิดหน่อยเอง พี่อยากให้น้องซันมีรถไว้ใช้ไปไหนมาไหน พี่กับคุณพ่อจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงนะ”

“ขอบคุณมากๆนะคะพี่คิน”

“ยินดีจะ พี่ไปละ” คิรินยิ้มรับ ก่อนที่จะขับรถออกไป

ติ๊ง!

ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะก้าวไปไหน เธอก็ได้ยินเสียงแอพพลิเคชั่นโมบายแบงค์กิ้งแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชี และตามมาด้วยข้อความของพี่ชายที่ส่งมาให้

(เงินนี่พี่ให้เอาไว้ใช้นะ)

“โอ๊ย! คุณศิ!” รวิพรรณร้องออกมาเมื่อแขนเล็กของเธอถูกดึงอย่างแรงจนโทรศัพท์หลุดมือ แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นไปก็พบว่าคนที่ทำเธอ็คือชายหนุ่มที่เธอตั้งใจจะมาถามเรื่องเขานั่นเอง

“ห่างกันแค่วันเดียวก็จ้องหาเป้าหมายใหม่แล้วเหรอ บ้านเธอนี่มันเป็นจอมสูบเงินจริงๆสินะ” ศิวะเอ่ยพลางยกยิ้มมุมปากอย่างตั้งใจเย้ยหยันคนตรงหน้า

“หึ…” รวิพรรณหัวเราะออกมาน้อยๆ คิดไว้ไม่มีผิดว่าเขาจะต้องคิดอะไรแบบนี้ คิดเองเออเองได้ แต่กลับไม่เคยคิดถามความจริงจากปากเธอเลยสักครั้ง

“แหม…ได้เงินดีเสียด้วย อยากได้มากกว่านี้มั้ยล่ะ มาสิฉันจะสงเคราะห์ให้” ศิวะก้มไปเก็บโทรศัพท์ของเธอขึ้นมาดูก็พบข้อความเงินเข้า ซึ่งเป็นเงินจำนวนไม่ใช่น้อย และเพียงแค่คิดว่าเธอได้เงินมาด้วยวิธีใดก็เลือดพุ่งขึ้นหน้า ร้อนรุ่มไปทั้งใจกายจึงดึงเธอให้ตามเข้าไปในร้านทันที

“คุณศิวะ! อย่าบ้านักจะได้มั้ย! ฟังฉันพูดได้บ้างหรือเปล่า” รวิพรรณตะโกนใส่ แต่คนเอาแต่ใจก็หาได้ฟัง ยังคงฉุดกระชากลากถูเธอไปตามแต่ใจเขา

“คุณศิวะ! หยุด! แล้วฟังฉัน!”

“ผู้หญิงที่ถูกเลี้ยงมาให้หิวเงินอย่างเธอก็หาคำแก้ตัวมาพูดให้ดูดีไปเรื่อย” ศิวะหยุดหันมามองเธอเพียงแวบเดียว ก่อนจะดึงเธอให้เดินตามไปต่อ

“นี่!” รวิพรรณถูกผลักเข้ามาในห้องๆหนึ่ง เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าห้องนี้คือห้องอะไร รู้แต่เพียงมันเป็นห้องหกเหลี่ยมขนาดกลาง แต่ละด้านมีกระจกบานใหญ่กั้น แต่เธอไม่อาจมองเห็นใครหรือสิ่งใดที่อยู่อีกฝั่งได้เลย เห็นเพียงแค่ดวงไฟดวงเล็กๆหน้าบานกระจกแต่ละด้านที่มันขึ้นสีแดงกระพริบไปกระพริบมา

แต่ไม่กี่อึดใจต่อมาเธอก็ได้รู้ว่าห้องนี้มันคือห้องอะไร เมื่อได้ยินเสียงของชายหนุ่มที่เป็นคนผลักไสเธอเข้ามาในนี้เอ่ยดังออกมาจากลำโพงตัวเล็กที่ติดอยู่บนฝาผนัง

“สินค้าชิ้นนี้ไม่มีราคาขั้นต่ำ ไม่ใช่งานสดใหม่ แต่สภาพถือว่าดีใช้ได้ ใครอยากประมูลราคาเท่าไรเสนอได้เลย คนที่ให้ราคาดีที่สุดคือคนที่ได้ไป ช่วยประมูลกันหน่อยแล้วกันนะ เธอร้อนเงินมาก อยากขายตัวใจจะขาด”

เสียงที่ประกาศนั่นเหมือนใบมีดโกนคมกริบที่กรีดลงกลางใจ รวิพรรณไม่อาจห้ามน้ำตาที่กำลังไหลรินออกมาให้หยุดลงได้เลย แผลเก่าเธอกำลังถูกจ้วงแทงซ้ำใหม่ เจ็บกว่าเดิม ใจสลายกว่าเดิม สุดท้ายคนที่เธอคิดว่าเขาจะคอยดูแลปกป้อง กลับเป็นคนที่ลงมือทำร้ายหัวใจของเธอได้อย่างเลือดเย็นเหลือเกิน

“………” รวิพรรณไม่ได้เอ่ยคำใด ไม่มีคำร้องขออ้อนวอนให้เห็นใจ เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลออกมาซ้ำๆ พลางจ้องมองที่ดวงไฟแต่ละดวงที่จะกระพริบทุกครั้งเมื่อเสียงประกาศค่าตัวของเธอดังขึ้น หันซ้ายแลขวาเพื่อมองดูว่ามันจะไปหยุดลงที่ตรงไหน เพราะนั่นมันเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่า…คนที่อยู่หลังกระจกบานนั้น คือคนที่จะได้ตัวของเธอไปนั่นเอง

รวิพรรณมองดวงไฟที่ค่อยๆหยุดกระพริบลงทีละดวง จากดวงที่หนึ่ง มาถึงดวงที่สอง…สาม…และต่อๆมา กระทั่งเหลือเพียงไฟดวงเดียวที่ยังคงกระพริบอยู่ พร้อมกับค่าตัวเธอที่ถูกประกาศจำนวนสามแสนในครั้งสุดท้าย ก่อนที่ไฟในห้องกระจกจะถูกเปิดให้สว่างจ้าขึ้น เผยให้เห็นผู้ที่เป็นคนประมูลเธอได้

แม้ลึกๆจะแอบหวังว่าศิวะจะเป็นคนที่ยืนอยู่หลังกระจกบานนั้น หวังว่าเขาจะทำเพียงแค่อยากให้เธอเจ็บช้ำน้ำใจเล่น ทว่ามันก็ไม่ใช่ ในห้องนั้นเป็นใครก็ไม่รู้ เป็นผู้ชายที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับพ่อของเธอและกำลังมองมาที่เธอราวกับว่าเธอเป็นเพียงสิ่งของชิ้นหนึ่งที่เขากำลังจะได้เป็นเจ้าข้าวเจ้าของ

และแม้จะรู้ว่าเธอไม่สามารถหวังอะไรจากคนๆนั้นได้อีกต่อไปแล้ว แต่ก็พยายามบอกกับตัวเองว่า โชคดีแล้วที่ไม่ใช่เขา และโชคดีแล้วที่ราคาของเธอหยุดลงแค่เพียงสามแสน เพราะตอนนี้คนที่เธอพึ่งได้ก็คือตัวของเธอเอง และเธอจะใช้เงินที่มีซื้อชีวิตของเธอคืน...

 

*******************************************

ต่อแล้วน๊า^^ ❤❤❤

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น