ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 ผู้หญิงต่ำต้อย

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 ผู้หญิงต่ำต้อย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.2k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ส.ค. 2562 20:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 ผู้หญิงต่ำต้อย
แบบอักษร

 

รถคันหรูเคลื่อนตัวออกจากซอยเรียบร้อยแล้วเธอจึงหันหลังเดินกลับบ้านตนเอง เพื่อนบ้านคนหนึ่งซึ่งเป็นชายวัยกลางคนตะโกนถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น ด้วยรถที่หรูหราและราคาไม่น่าจะต่ำกว่าสองสามล้านที่หล่อนโดยสารมา ไม่อาจคิดเป็นอื่นได้นอกเสียจากหล่อนเป็นเด็กของเสี่ยคนใดคนหนึ่ง  

“มึงมีเสี่ยเลี้ยงแล้วเหรอ รถคันนั้นแพงหูฉี่เลยสิ”  

“เขาเป็นเพื่อนหนูเฉยๆ” อลิสาบอกปัด ทำให้บางคนที่รอฟังอยู่นั้นเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ ให้เด็กดูมันยังรู้เลยว่าอะไรเป็นอะไร แต่หล่อนกลับปากแข็งปฏิเสธ  

“อย่ามาสตอหน่อยเลย เป็นไงล่ะกลิ่นคนรวย มันหอมกว่าพวกเราหรือเปล่า” ชายคนเดิมพูดขึ้นอีกพร้อมทั้งกลั้วหัวเราะ “หรือว่าไอ้นั่นมันเลี่ยมทองถึงได้ยอมให้มันเอาได้น่ะ ดูสิเดินขาถ่างเชียว” 

ชาวบ้านแถวนั้นต่างป้องปากหัวเราะกันด้วยความสนุกปาก เพราะนับแต่อลิสาเข้ามาอยู่ในซอยนี้จนกระทั่งปัจจุบันหล่อนไม่เคยมีเพื่อนผู้ชายมาก่อน เด็กในซอยที่รุ่นราวคราวเดียวกันจนกระทั่งถึงแก่คราวพ่อก็อยากได้หล่อนมาเป็นเมียทั้งนั้น แต่หญิงสาวไม่เคยชายตาแลใครเลย วันๆเอาแต่ทำงานและกลับมาพักผ่อนที่บ้าน  

หลายครั้งที่ผู้ชายตัณหากลับทั้งหลายอยากได้เธอมาด้วยวิธีสกปรก พยายามจะฉุดหรืองัดบ้านเข้าไปทำมิดีมิร้ายแต่อลิสามักจะระวังตัวเก่ง ทั้งที่ดูไม่สู้คนแต่กลับทำให้ผู้ชายหลายคนหัวหดได้ด้วยเครื่องช็อตไฟฟ้า และหลายครั้งที่เธอเรียกตำรวจมาจับคนพวกนั้นจึงเข็ดขยาดไม่กล้ายุ่ง ทำได้เพียงเอ่ยแซวพอหอมปากหอมคอ  

คนโดนพูดถึงนั้นไม่สนใจคำพูดของใครทั้งสิ้น เตรียมไขประตูเข้าบ้านตามปกติ แต่ถูกกระชากมือไว้เสียก่อน หล่อนตกใจเล็กน้อยแต่เมื่อหันไปก็พบว่าเป็นณชนก หล่อนมองมาด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่  

“พี่ดาว”  

“พี่มีเรื่องจะคุยด้วย” พูดเสียงเย็นเยียบพยายามสะกดอารมณ์ตัวเอง  

“เข้าไปคุยในบ้านขิมได้มั้ย” เธอถาม  

อีกฝ่ายพยักหน้าแทนคำตอบ เมื่อเข้าไปด้านในจึงนั่งลงบนเก้านวมซึ่งนิ่มที่สุดในบ้าน ส่วนเจ้าของบ้านนั้นต้องนั่งลงบนพื้นแทนเพราะขี้เกียจเดินไปลากเก้าอี้มา อลิสาไม่ได้ถือสาอะไรเพราะเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่นั่งกันแบบนี้  

“ทำไมขิมถึงไปกับแขกคนนั้นได้ ไม่รู้เหรอว่าเขาห้ามหมอนวดออกไปกับแขก” ณชนกเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน เพราะหล่อนไม่พอใจอย่างมากที่สาวรุ่นน้องคนนี้แย่งผู้ชายที่เธอหมายปองไปต่อหน้าต่อตา  

“แต่ขิมไม่ได้เป็นหมอนวด” คนโดนต่อว่ารีบโต้เถียงทันที “ขิมโดนหลอก ขิมโดนพี่หลอกไม่ใช่เหรอ”  

“พี่ไม่ได้หลอกขิม” ฝ่ายนั้นรีบปฏิเสธทันที “พี่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ๊เขาจะหักหลังพี่กับขิมแบบนี้”  

“จะให้ขิมเชื่อเหรอ ในเมื่อพี่ไม่ได้หาทางช่วยขิมเลย จะส่งขิมเสี่ยหมูอย่างเดียว” เธอยังจำสีหน้าของอีกฝ่ายได้ชัดเจน ตอนที่เธอขอร้องอ้อนวอนให้หล่อนช่วยแต่หล่อนกลับทำหน้าเอือมระอาใส่ ทั้งยังไล่ให้รีบเดินออกไปอีกด้วย  

“พี่อยากช่วย แต่พี่ทำไม่ได้ คิดว่าพี่รู้สึกดีเหรอที่ขิมถูกบังคับแบบนั้น” แสร้งตีหน้าเศร้าเพื่อให้อีกฝ่ายตายใจ และเข้าใจว่าหล่อนนั้นไม่ได้มีส่วนรู้เห็นจริงๆ  

“พี่ก็เป็นแค่หมอนวดธรรมดาๆ ไม่ได้มีอำนาจอะไรไปสั่งเจ๊ได้หรอก พี่เองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมเจ๊เขาทำแบบนั้น”  

ด้วยความเป็นคนใจอ่อนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อีกทั้งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตลอดหลายปีณชนกดีกับเธอเสมอมา ปกป้องดูแลเธอเหมือนน้องสาวแท้ๆคนหนึ่ง เมื่อเห็นว่าสีหน้าของอีกฝ่ายนั้นรู้สึกแย่จริงๆเธอจึงไม่คิดว่าหล่อนนั้นจะสมรู้ร่วมคิดกับตรีรัตน์ได้  

“ขิมไม่เชื่อพี่จริงๆเหรอ พี่ดูเป็นคนไม่น่าเชื่อถือขนาดนั้นเลยสินะ” ยิ่งไปกว่านั้นคือการบีบน้ำตา พยายามเรียกร้องขอความเห็นใจจากอีกฝ่าย “พี่ขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ”  

ยิ่งเห็นว่าอีกฝ่ายรู้สึกผิดจนน้ำตาร่วงเผาะๆเธอก็ยิ่งเชื่อเข้าไปใหญ่ว่าณชนกไม่มีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้แน่นอน เพราะตั้งแต่รู้จักกันมาเธอไม่เคยเห็นรุ่นพี่สาวคนนี้ร้องไห้มาก่อน หากไม่รู้สึกผิดจริงหล่อนคงไม่ถึงกับต้องร้องไห้ 

“ขิมเชื่อแล้ว พี่ดาวไม่ร้องนะ” ร่างบางที่นั่งขัดสมาธิอยู่รีบลุกไปกอดอีกฝ่ายทันที ไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่เพราะอย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ตกเป็นของเสี่ยอมรินทร์ “ขิมขอโทษที่พูดแบบนั้นกับพี่ดาว” 

“ขิมไม่ผิดหรอก ถ้าเป็นพี่ก็คงเข้าใจแบบนั้น” ยังแสร้งทำเป็นคนดีไม่เลิก  

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มอ่อนแสงลงเล็กน้อยเพราะรู้สึกผิด บังเอิญไปเห็นเข้ากับรอยบีบรอบคอขาวของอีกฝ่าย จึงร้องถามด้วยความตกใจทั้งยังปัดกลุ่มผมที่มาปิดรอยนั้นออกเพื่อจะได้สังเกตรอยนั่นสะดวกขึ้น  

“นี่มันรอยอะไร พี่ดาวไปโดนอะไรมา”  

“มะ ไม่มีอะไรหรอก” หล่อนปัดมือออกแล้วเอาผมมาปิดดังเดิม  

“ไม่มีอะไรได้ไง นี่มันรอยบีบชัดๆ” อลิสามีสีหน้าตกใจเป็นอย่างมาก “อย่าบอกนะว่าพี่...”  

“ใช่... เจ๊เขาบังคับให้พี่ไปกับไอ้เสี่ยนั่น แล้วมันก็บีบคอพี่” เสียงเล็กนั้นสั่นเครือ พูดจบหล่อนก็ปล่อยโฮออกมา คว้าหญิงสาวสาวตรงหน้ามากอดทำทีเป็นหวาดกลัวกับการกระทำของเสี่ยอมรินทร์  

ยิ่งเห็นแบบนี้แล้วเจ้าของบ้านสาวก็ยิ่งสงสารและหดหู่ เธอโชคดีก็จริงที่ไม่ได้ตกไปอยู่ในเงื้อมือของไอ้เสี่ยนั่น แต่พี่สาวที่เธอรักกลับต้องโดนกระทำแทน คล้ายกับว่าเป็นความผิดของเธอที่ไปกับคเชษฐ์โดยปล่อยให้กรรมไปตกอยู่ที่ณชนก  

ทำได้เพียงแค่กอดปลอบอีกฝ่ายให้หายหวาดกลัวโดยที่ไม่รู้เลยว่าเบื้องหลังใบหน้าเศร้าสร้อยที่เธอเห็นนั้นไม่ได้มีแววของความหวาดกลัวหรือความรู้สึกผิดอย่างที่แสดงออกมาก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย  

 

 

เนื่องจากจำเป็นต้องไปร่วมแสดงความยินดีในงานแต่งงานของบุตรสาวผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคุณชายอัฐเดชจึงเลิกงานก่อนเวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่ง การจราจรในเมืองกรุงช่วงเย็นนั้นทุกคนก็ทราบดีว่าค่อนข้างแน่นขนัดไปสมควร กว่าจะเดินทางจากบริษัทถึงบ้านก็ปาไปเกือบห้าโมงเย็น  

เมื่อมาถึงก็ถามถึงบุตรชายคนเล็กตามปกติ คิดว่าเจ้าลูกตัวดีนั้นคงจะนอนเล่นเกมหรือนอนอยู่บนห้องนอนตามปกติ ตนนั้นได้รับโทรศัพท์จากบ้านสิงหอินทรกุลในตอนบ่ายโมงว่าคเชษฐ์ออกมาแล้วจึงไม่ได้สนใจอะไร คิดแค่ว่าเจ้าเด็กดื้อนั่นคงจะตรงดิ่งกลับมาบ้านทันที แต่เมื่อได้รับรายงานหนุ่มใหญ่จึงต้องขมวดคิ้วทันที  

“คุณคีย์ยังไม่กลับมาเลยค่ะ” เด็กสาวรายงานเสร็จจึงเดินเลี่ยงไปเตรียมจัดโต๊ะอาหารต่อ  

ประมุขของบ้านไม่ได้สนใจอะไรมากเพราะเข้าใจว่าคงจะออกไปเที่ยวตามประสา ตอนนี้ตนจะปล่อยลูกคนนี้ไว้ก่อนเนื่องจากควบคุมยากกว่าใครๆ อีกทั้งยังไม่ยอมโตเหมือนพี่ชายทั้งสองคนเสียที แม้จะอายุยี่สิบสี่แล้วก็ตามที  

ขณะก้าวขึ้นบันไดขึ้นชั้นบนก็ต้องชะงักเมื่อเลขาฯของตนนั้นวิ่งขึ้นมารายงานระหว่างทางพอดี  

“มีอะไรด่วนเหรอ”  

“ทางธนาคารโทรมาแจ้งครับว่าคุณคีย์ใช้บัตรเครดิตรูดจ่ายเงินไปจำนวนหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นสองพันบาท” ชายหนุ่มรายงานตามที่ได้รับแจ้งมา เมื่อตรวจสอบก็พบว่าเป็นสถานบริการแต่ไม่ได้เอ่ยรายงานให้เจ้านายทราบ 

“เอาไปทำอะไรเยอะแยะขนาดนั้น” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นลอยๆด้วยความสงสัย ปกติแล้วคเชษฐ์จะไม่ค่อยใช้บัตรเครดิตรูดใช้เงินสักเท่าไหร่ เพราะทุกๆยอดที่เขาใช้จ่ายจะเข้าบัญชีของตน หากหมดไปกับเรื่องไร้สาระก็จะโดนตนนั้นบ่นจนหูชา 

“มันเอาไปรูดใช้ที่ไหน”  

“ไม่ทราบครับ” ลูกน้องปดคำโต ไม่อยากจะรายงานไปให้เจ้านายไม่สบายใจเปล่าๆ จึงรอให้ท่านถามกับเจ้าตัวเองดีกว่า  

“ช่างมันเถอะ เดี๋ยวฉันถามมันเอง” หนุ่มใหญ่บอกปัดพร้อมทั้งโบกมือให้อีกฝ่ายไปได้ เนื่องจากต้องไปเตรียมแต่งตัวไปงานแต่งงานพร้อมกับตนเหมือนกัน  

ลูกน้องหนุ่มพยักหน้ารับคำสั่งก่อนจะเดินลงมาด้านล่างเพื่อไปเตรียมตัวอาบน้ำแต่งตัว เปลี่ยนชุดให้ตรงกับธีมงานที่ทางฝ่ายเจ้าสาวเป็นผู้กำหนด   

 

คเชษฐ์กลับมาถึงบ้านในช่วงหกโมงเย็นเพราะมัวแต่เถลไถลไปเรื่อย เขาแวะไปล้างรถที่คาร์แคร์ก่อนกลับเพราะรู้สึกว่ารถของเขามันสกปรกขึ้นมาทันทีเมื่อขับเข้าไปในซอยน้ำเน่าแห่งนั้น เพียงแค่นึกภาพเขาก็ขยะแขยงจนขนลุกไปทั้งตัว  

จะว่าไปแล้วหล่อนกลับไม่เหมือนคนที่มาจากสลัมเลยสักนิด รูปร่าง หน้าตาและกลิ่นตัวที่หอมอ่อนๆ ไม่มีแม้แต่กลิ่นไม่พึงประสงค์เหมือนกับที่เขาเคยได้กลิ่น พอคิดถึงหล่อนสมองก็พลันคิดแต่เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อหลายช่วงโมงก่อน  

ร่างเล็กที่บิดเร้าภายใต้การควบคุมของเขา ใบหน้าที่บิดเบ้เพราะความเสียวซ่านยังเด่นชัดในความทรงจำเขาเป็นอย่างดี เสียงหวานที่กรีดร้องครวญครางเรียกชื่อเขายังติดตรึงอยู่ในหูเขา ยิ่งคิดเลือดในกายยิ่งสูบฉีดแรงขึ้น ใบหน้าหล่อแดงจัดเพราะคิดเรื่องอกุศลอยู่ จึงต้องรีบสลัดความคิดนั้นออกไปทันที  

เมื่อกลับมาถึงบ้านก็เห็นว่าพ่อของเขากำลังเตรียมตัวออกไปข้างนอกพอดี กำลังจะเดินเลี่ยงหนีแต่โดนเรียกดักไว้เสียก่อน  

“แกหายหัวไปไหนมาทั้งวัน” ผู้เป็นพ่อเอ่ยถามขณะกำลังจัดหูกระต่ายให้เข้าที่ “แกออกจากบ้านคุณย่ามาตั้งแต่เที่ยงแล้วไม่ใช่เหรอ”  

“ก็ออกไปเที่ยวเรื่อยเปื่อย”  

“วันนี้เอาบัตรไปรูดซื้ออะไรมา” ถามเสียงเรียบนิ่ง คาดเดาไม่ได้ว่าท่านรู้สึกอย่างไร  

“เอารถไปเปลี่ยนล้อแมกซ์มา” เขาโกหก ทำให้เลขาฯของพ่อตาโตขึ้นมาอย่างมาพิรุธ  

“ฉันจะไม่ด่าแกเลยนะถ้าแกทำงานหาเงินเอง แต่นี่แกเอาบัตรเครดิตไปรูดเงินแสนกว่าบาทเพื่อล้อแมกซ์งั้นเหรอ” หนุ่มใหญ่ถอนหายใจอย่างเอือมระอา  

“ไม่ต้องบ่นมากหรอก ยิ่งบ่นยิ่งแก่เร็ว” 

“ถ้าแกยังทำแบบนี้อยู่ฉันจะยึดบัตรนั่นซะ แล้วให้ใช้วันละพันพอ”  

“พ่อ!” คเชษฐ์โวยวายทันที 2 

“ถ้าไม่อยากโดนตัดเงินก็หัดทำตัวดีๆ หรือไม่ก็เริ่มทำงานทำการเหมือนไอ้สองตัวนั้นได้แล้ว”  

เมื่อเห็นว่าใกล้เวลาต้องออกเดินทางแล้วจึงไม่เทศนาไอ้ลูกตัวแสบมากนัก คุณชายอัฐเดชจึงเดินผ่านไปตามด้วยเลขาฯคนสนิท ซึ่งฝ่ายนั้นลอบมองหน้าคเชษฐ์เล็กน้อยก่อนส่งยิ้มให้ อาจเพราะตนนั้นรู้ว่าลูกชายของท่านเอาเงินไปทำอะไร ความรู้สึกตอนที่ได้ฟังชายหนุ่มสารภาพนั้นจึงเหมือนการฟังเรื่องโกหกที่รู้ก่อนอยู่แล้ว  

 

 

หลังจากวันนั้นโดนเฉ่งไปเรื่องใช้เงินเกินตัว (ที่ไม่ใช่เงินตัวเอง) คเชษฐ์จึงถูกผู้เป็นพ่อลากมาทำงานด้วยทุกวันเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายนั้นอยู่บ้านเฉยๆ ประจวบเหมาะกับต้องการสอนงานให้ลูกบ้าง เล็กๆน้อยๆก็ยังดี ชายหนุ่มก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรเพราะเขาก็เริ่มเซ็งๆเบื่อๆกับการอยู่บ้านแล้วเหมือนกัน  

เพราะกลัวว่าจะไปก่อเรื่องเข้าอีกคุณชายอัฐเดชจึงมอบตำแหน่งผู้ช่วยเลขาฯส่วนตัวของตนให้กับบุตรชายคนเล็ก ซึ่งคเชนทร์และคชินทร์ก็ผ่านหน้าที่นี้มาก่อนแล้ว ก่อนที่จะได้ทำงานเป็นผู้บริหารเสียด้วยซ้ำ  

คเชษฐ์หายหน้าไปกว่าหนึ่งสัปดาห์ ไม่มีการติดต่อกลับไปหาอลิสาแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งหล่อนเองก็คงจะไม่มีทางติดต่อเขาได้เพราะเขาได้เบอร์โทรเธอมาแค่ฝ่ายเดียว ชายหนุ่มพยายามสะกดอารมณ์และความต้องการที่มีต่อตัวเธออยู่ เพราะเขาไม่อยากคลุกคลีกับผู้หญิงแบบนี้สักเท่าไหร่นัก เขาอายถ้าหากมีใครรู้เข้าว่าเขาอดอยากถึงขนาดไปคว้าผู้หญิงชั้นต่ำอย่างนั้นมากิน 

ด้านหญิงสาวที่ถูกพาดพิงถึงในความคิดนั้นกำลังตระเวนหางานใหม่ทำอยู่ ผ่านมาหลายวันแล้วนับจากวันที่ชายหนุ่มมาส่งเธอที่บ้านแล้วก็หายตัวเอง อลิสาเองก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับตัวเขาอยู่แล้ว ดีเสียด้วยซ้ำที่เขาไม่มาทำให้ชีวิตเธอยุ่งยากมากขึ้น  

คิดตามจริงนั้นการเป็นนางบำเรอที่เขาพูดนั้นไม่ต่างจากโสเภณีเคลื่อนที่ ยามไหนที่เขาต้องการหรืออยากปลดปล่อยเธอต้องพร้อมเสมอ มันสบายแต่มันไร้ศักดิ์ศรีเหลือเกิน แต่ที่เธอรับปากเขาวันนั้นก็เพราะกลัวว่าตรีรัตน์จะทำแบบเดิมซ้ำอีกเพราะเธอยังติดหนี้อีกฝ่ายอยู่ จึงต้องรีบใช้โอกาสนี้หางานทำและใช้หนี้ทั้งเสี่ยและสาวใหญ่ให้เร็วที่สุด 

โชคดีที่จังหวะที่เธอหางานนั้นมีรุ่นน้องที่สนิทกันมาชักชวนกันไปเป็นเด็กเสิร์ฟงานการกุศลที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งงานจัดขึ้นสองวันได้ค่าแรงวันละหนึ่งพันห้าร้อยบาทโดยที่มีรถจากทางโรงแรมมารับส่งตามจุดต่างๆโดยไม่ต้องเสียค่ารถสักบาทเดียว อีกทั้งมื้อเช้า กลางวันและเย็นทางโรงแรมมีจัดเตรียมไว้ให้ เมื่อคำนวณแล้วคุ้มกับค่าแรงจึงตอบตกลงทันที  

เช้าวันแรกเธอต้องไปนั่งรอรถตู้ที่มารับตั้งแต่ตีห้า เพราะต้องไปจัดเตรียมงานที่จะเริ่มต้นขึ้นในช่วงเย็น ระหว่างวันนั้นเธอช่วยจัดเรียงเก้าอี้ โต๊ะ และอื่นๆอีกมากมายด้วยพลังที่ล้นเหลือ บ่ายสามโมงเย็นก็เรียบร้อยจึงได้พักก่อนหนึ่งชั่วโมงครึ่งก่อนที่งานจะเริ่มต้นขึ้น  

แขกในงานทยอยเข้ามาในช่วงหกโมงเย็น หน้าที่ต่อมาของเด็กเสิร์ฟจึงเริ่มขึ้น ทยอยเสิร์ฟค็อกเทลและเครื่องดื่มต่างๆให้กับแขกที่ยืนอยู่ในงาน ตามโต๊ะหรือเก้าอี้กิตติมศักดิ์ทั้งหลาย โดยแขกส่วนใหญ่จะเป็นคุณหญิง คุณนาย นักธุรกิจใหญ่โตทั้งหลาย  

รวมไปถึงตระกูลประเสริฐสิทธิชัยเองก็ด้วยที่มากันครบทีม บิดาและบุตรชายทั้งสามผู้เลื่องชื่อในด้านความหล่อเหลาและเก่งกาจตั้งแต่รุ่นพ่อจนกระทั่งรุ่นลูก สี่หนุ่มมาถึงโรงแรมในช่วงก่อนงานเริ่มครึ่งชั่วโมงเพราะการจราจรที่ติดขัดบวกกับสถานที่จัดงานค่อนข้างไกลจากบ้านพอสมควร  

เมื่อมาถึงก็ตรงดิ่งไปยังบริเวณที่เจ้าภาพเป็นผู้จัดเตรียมไว้ให้ทันที ยังไม่มีโอกาสได้ทักทายพันธมิตรคนอื่นๆแม้แต่น้อย เมื่อได้ฤกษ์ที่กำหนดก็ถึงเวลาเปิดงาน กล่าวเปิดงานและเริ่มการประมูลอย่างเป็นทางการ  

เรื่องการประมูลนั้นบุตรชายทั้งสามให้ผู้เป็นพ่อเป็นคนจัดการ สามพี่น้องจึงพากันออกมาหาอะไรดื่มให้หายคอแห้ง ซึ่งพี่ชายคนโตนั้นเป็นคนนำก่อนถึงจะตามด้วยน้องๆ  

ระหว่างกำลังยืนคุยกันเรื่องสัพเพเหระอย่างออกรสนั้น เป็นจังหวะเดียวกับที่อลิสาเดินนำผลไม้เข้ามาเสิร์ฟ ในคราแรกเธอไม่เห็นคเชษฐ์เพราะเธอไม่ทันได้สังเกต อีกทั้งเขายังยืนหันหลังทำให้เธอไม่รู้ว่าใครเป็นใคร  

“รับผลไม้เพิ่มเติมมั้ยคะ” เสียงหวานเอ่ยถามทั้งสามหนุ่ม ก่อนจะกวาดสายตามองแขก พลันต้องตกใจเมื่อเห็นว่าเขายืนอยู่ตรงหน้า แต่กำลังก้มหน้ากดโทรศัพท์อยู่  

วันนี้เขาดูหล่อกว่าเดิมเท่าตัว ผมเซทขึ้นเปิดให้เห็นหน้าผากกว้างพอดี สวมชุดสูทสีเลือดหมูลายทางขาว ด้านในเป็นเชิ้ตสีดำสนิทลงตัวกันเป็นอย่างดี ดูแล้วเหมือนเจ้าชายที่หลุดออกมาจากนิทานที่เธอเคยอ่านไม่มีผิด  

เขามาในงานนี้นั่นหมายความว่าครอบครัวและตัวเขาก็เป็นนักธุรกิจใหญ่โตในระดับหนึ่ง แต่ใครจะไปคิดว่าเธอจะบังเอิญมาเจอเขาในงานนี้ ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า โลกมันจะกลมถึงขนาดนี้ ยิ่งมองเขาและมองตัวเองก็ยิ่งรู้สึกต่ำต้อยเสียเหลือเกิน 

คเชนทร์ส่ายหน้าก็จะถามน้องทั้งสองคน “ไอ้คิน ไอ้คีย์ เอาผลไม้มั้ย”  

“ไม่เอา” คชินทร์ตอบพลางส่ายหน้า 

ในนาทีนั้นคชเษฐ์ก็เงยหน้าขึ้นเพื่อมองดูว่ามีผลอะไรบ้างที่เข้ากับค็อกเทลในมือเขา เบนสายตาขึ้นมองหน้าคนถามครู่หนึ่งเพราะเสียงนั้นมันคุ้นหูเสียเหลือเกิน แล้วก็พลันต้องเบิกตากว้างเมื่อหล่อนคือคนที่เขาโหยหามาตลอดทั้งสัปดาห์  

ต่างฝ่ายต่างจ้องตากันไปมาหลายนาทีกว่าจะได้สติ คเชนทร์มองทั้งคู่สลับไปมาด้วยความงุนงงก่อนจะสะกิดไหล่น้องชายคนเล็ก 

“เฮ้ย จ้องหน้าเขาอยู่ได้ จะเอาอะไรก็หยิบ”  

ชายหนุ่มเลือกหยิบเชอร์รี่มาหนึ่งจานเท่านั้น ก่อนที่อลิสาจะขอตัวไปเสิร์ฟแขกท่านอื่นในงานต่อ ระหว่างนั้นเขาเองก็แทบไม่ละสายตาไม่ว่าเธอจะเดินไปหาแขกกลุ่มใดก็ตาม แล้วความไม่พอใจก็บังเกิดขึ้นเมื่อเขาเห็นว่ามีไอ้แก่คนหนึ่งกำลังแต๊ะอั๋งหล่อนอยู่! 

มันลูบไล้ไปมาบริเวณบั้นท้ายของอลิสาและเค้นคลึงอย่างสนุกมือ โดยที่หล่อนไม่แม้แต่จะปัดป้องหรือหนีเลยแม้แต่น้อย ยิ่งเห็นก็ยิ่งหงุดหงิดแต่โชคดีที่หล่อนได้โอกาสหนีเสียก่อนจึงหลบหายเข้าไปทางของพนักงาน  

เห็นดังนั้นจึงรีบตามไปทันทีโดยอ้างว่าไปเข้าห้องน้ำแต่ทั้งที่จริงๆแล้วเขาไปหาอลิสา เดินตามไปได้ไม่นานก็เห็นว่าหล่อนกำลังเดินเลี้ยวเข้าไปในห้องน้ำ คเชษฐ์ชะโงกหน้าดูซ้ายขวาเรียบร้อยเมื่อเห็นว่าไม่มีคนจึงตามเข้าไปทันที  

ร่างบางกำลังยืนล้างหน้าอยู่บริเวณหน้ากระจก ทั้งที่ตั้งใจมาทำงานการกุศลแต่ก็ยังไม่วายโดนลวนลามอีกจนได้ แก่คราวนั้นแล้วแต่กลับยังมีอารมณ์ที่จะคิดเรื่องอย่างว่าอยู่อีก พอเจอเหตุการณ์แบบนี้แล้วก็เริ่มทดท้อใจและไม่อยากจะทำมันต่อ เงยหน้าขึ้นจากอ่างก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่ามีคนยืนจ้องเธออยู่ผ่านกระจกบานใหญ่  

ทำทีเป็นเฉยและไม่รู้จักกัน รีบล้างมือและเดินเลี่ยงออกไปแต่กลับถูกเขากระชากแขนไว้เสียก่อน 

“ไม่ยักกะรู้ว่าเธอชอบให้ท่าผู้ชายแก่ๆ”  

“ฉันต้องกลับไปทำงานค่ะ” เธอขี้เกียจเถียงกับเขา อีกทั้งกลัวใครจะมาเห็นเข้าว่าเธออู้งานจะถูกดุเอา  

“นี่ไงงานของเธอ” จบประโยคเขาก็ดึงใบหน้าเล็กให้เข้ามาใกล้แล้วประกบจูบทันที บีบช่วงกรามทั้งสองข้างให้เธอเผยอปากรับริมฝีปากและลิ้นร้อนจากตน แขนอีกข้างหนึ่งรัดเอวบางให้เข้ามาแนบชิดกันจะดันตัวเธอให้เข้าในห้องน้ำพร้อมๆกัน  

“อื้อ.. อื้ออ!!” กำปั้นเล็กทุบไหล่คนตัวโต ทั้งยังพยายามใช้เท้ากระทืบแต่ก็ไม่โดน  

ร่างสูงถอนจูบก่อนจะเปลี่ยนมาซุกไซ้ลำคอแทน เขาอยากได้กลิ่นตัวหอมอ่อนๆที่เขาโหยหามาตลอดทั้งสัปดาห์ มือก็พยายามล้วงเข้าไปใต้กระโปรงสั้นทรงสอบซึ่งเป็นยูนิฟอร์มของเด็กเสิร์ฟ เค้นคลึงหน้าอกเธออย่างหื่นกระหาย  

เธออยากจะร้องขอความช่วยเหลือแทบขาดใจแต่ก็ไม่สามารถทำได้ หากมีคนมาเห็นเข้าและช่วยจริงๆเธอคงจะต้องเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเสียเอง เพราะดูแล้วเงินของเขาคงจะเนรมิตให้ผิดเป็นถูกได้อย่างแน่นอน   

“แอบทำกันในนี้มันก็เร้าใจไปอีกแบบ” เขากระซิบเสียงพร่า พลางปลดเข็มขัดกางเกงออกอย่างใจเย็น 

 

 

รอชื่นชมความร้ายกาจของพี่แกได้เลยนะคะ พี่แกจะร้ายขึ้นเรื่อยๆ (พระเอกของไรท์ไม่มีคนดี ฮ่าๆ) ยังไงก็ฝากคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้พี่คีย์กับน้องขิมด้วยนะคะ ไรท์จะได้มีกำลังใจเขียนเยอะๆ  

ขอบคุณรีดเดอร์ที่มอบดาวเป็นกำลังใจให้น้องขิมด้วยนะคะ น้องขิมมีแรงสู้ต่อไปแล้วค่ะ รักกกกก  

ฆีตา 06/08/2019 

ความคิดเห็น