หลินหลิน / ศศิภา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4 แ ม ว ข อ ง คุ ณ ห นู ส า ม (1)

ชื่อตอน : บทที่ 4 แ ม ว ข อ ง คุ ณ ห นู ส า ม (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 424

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ส.ค. 2562 13:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 แ ม ว ข อ ง คุ ณ ห นู ส า ม (1)
แบบอักษร

คนแซ่อู๋ตายแล้ว 

               เขานอนคว่ำหน้าอยู่กลางลานบ้าน อาคารสามหลังรายล้อมปิดเงียบราว วังเวงราวกับไม่มีสิ่งมีชีวิต  บรรยากาศโดยรอบอบอวลด้วยความทึมเทา 

               หลี่จิวฮวาถูกบรรยากาศอันแสนเศร้านี้กดทับจนหายใจไม่ออก นางตัวสั่น ปากสั่นมือสั่น น้ำตาคลอ 

               เขาตายแล้ว...เป็นเพราะนางใช่หรือไม่ นางมาช้าไป นางมอบ ‘สิ่งนั้น’ ให้เขาช้าเกินไป 

               หลี่จิวฮวาสอดมืออันสั่นระริกเข้าไปในสาบเสื้อ หยิบถุงใบเล็กที่หอบหิ้วลงจากเขาออกมา มันคืออะไร...ความสงสัยและรีบร้อนยิ่งทำให้มือของนางสั่น นางต้องใช้สมาธิมากกว่าเดิมขณะเปิดปากถุง ล้วงมือเข้าไปหยิบสิ่งที่อยู่ข้างในออกมา 

               นางก้มมองสิ่งที่อยู่ในมือ ที่แท้...เป็นสมุนไพรวิเศษที่หาได้จากเขาหลิงซาน มันถูกโขลกจนเป็นเศษเล็กเศษน้อย 

เขาป่วยหรือ เขาต้องการสิ่งนี้เพื่อรักษาตัวเองใช่หรือไม่ หลี่จิวฮวาขมวดคิ้ว หันไปมองร่างไร้ลมหายใจของคนผู้นั้น มือกำเข้าหากัน กระบอกตาของนางร้อนผ่าว น้ำตาเอ่อคลอเจียนหยาดหยด ปลายจมูกแดงก่ำ 

               “เฉินหนาน” คนที่เดินสำรวจรอบๆ ศพสองรอบเพิ่งจะเปิดปากพูด “รีบไปแจ้งนายอำเภอ” 

ชายผู้นั้นประสานมือรับคำสั่ง เคลื่อนตัวว่องไว 

               หลี่จิวฮวาหันมองรอบๆ  บังเกิดความสงสัยไม่น้อย บ้านสกุลอู๋เงียบมาก เงียบเกินไป นอกจากบุรุษผู้นี้ไม่มีผู้อาศัยอื่นหรืออย่างไร มีคนเสียชีวิตอยู่กลางลานบ้านกลับไม่มีผู้ใดมาสนใจ 

               ดวงตาของนางพร่ามัว  แม้ตอนนี้ คนผู้หนึ่งโน้มหน้ามาใกล้ อยู่ตรงหน้านาง ห่างไม่ถึงสิบชุ่น นางยังไม่รู้สึกตกใจ 

               “มีอันใด” ถามออกไปด้วยเสียงขึ้นจมูก 

               หลิวอิงไม่พูดคำใด เพียงจับต้นแขนของนาง ดึงให้ลุกขึ้นยืน แล้วลากนางให้ห่างจากศพ 

“ยังมิรู้สาเหตุการตาย อย่าเข้าไปใกล้นัก” เขาจับมือนาง ก้มหน้าลง จรดปลายจมูกลงบนมือของนาง เสียงสูดลมหายใจดังฟอด “สมุนไพร” คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน แววตาเครียดขรึม “กลิ่นนี้...อันเดียวที่กับแมวตัวนั้นป้อนใส่ปากข้า” 

พูดถึงแมว หลี่จิวฮวาสะดุ้งเบาๆ รอบหนึ่ง นางกระตุกมือออก เลี่ยงหลบสายตา 

“เป็นสมุนไพรวิเศษจากหลิงซาน คนใกล้ตายไม่ตาย คนแข็งแรงกลับยิ่งมีกำลังวังชา เจ้าจะมอบสิ่งนี้ให้เขา?” 

“อืม...” นางตอบเสียงแหบแห้ง หยุดสูดจมูกรอบหนึ่งค่อยกล่าวต่อ “อาจารย์ปู่ให้ข้ารอที่โรงเตี๊ยมเทียนอี้ คนแซ่อู๋จะมาหาข้าเอง แต่...แต่ข้ายังไม่ทันพบเขา เขากลับ...” 

หลี่จิวฮวาไม่อาจพูดต่อ ได้แต่กัดฟันกลั้นสะอื้น 

หลิวอิงไม่กล่าวคำใด เพียงยกมือนวดท้ายทอยแล้วเดินวนสำรวจรอบๆ ตัวศพ 

“สมุนไพรนั่น เขาจะใช้มันรักษาตัวเองหรือ...” เขาพึมพำพูดกับตัวเองมากกว่าจะถามเด็กน้อยที่กำลังยืนตัวสั่นอยู่ตรงหน้า “สมุนไพรวิเศษจากหลิงซาน ใช่ว่าจะมอบให้ผู้อื่นได้ง่ายๆ” 

หลี่จิวฮวาพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ครั้งก่อนนางเคี้ยวๆ สมุนไพรชนิดนี้ยัดใส่ปากเขาเพื่อช่วยชีวิตยังถูกอาจารย์ปู่ทำโทษ 

‘เจ้าทำโดยพลการ ถือมีความผิด เอาเถิด ในเมื่อเป็นการช่วยชีวิตคนผู้หนึ่ง อาจารย์จะลดโทษให้...คัดตำราสองร้อยเล่ม อยู่ในถ้ำสำนึกตนห้ามออกมายี่สิบวัน!’ 

ขนาดลดโทษแล้ว นางยังเกือบร้องไห้คร่ำครวญร้องขอความเมตตา 

ครั้งนี้อาจารย์ปู่ยอมมอบสมุนไพรนี้ให้คนนอกสำนักง่ายๆ ย่อมต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังบางอย่างที่นางไม่รู้ 

“คนผู้นี้มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับสำนักหลิงซานหรือ?” 

หลี่จิวฮวาส่ายหน้า นางมั่นใจ นางไม่เคยรู้จักคนแซ่อู๋เลยแม้แต่คนเดียว ทว่า...ถ้าเขาปลอมชื่อแซ่เล่า? 

หญิงสาวกำมือเข้าหากัน ทรุดนั่งยองๆ พยายามก้มตัวมองใบหน้าที่คุดคู้อยู่กับพื้น 

“เจ้าคิดทำสิ่งใด” 

“ข้าอยากมองหน้าเขาให้ชัดๆ” 

พูดออกมาได้ครึ่งประโยค หลิวอิงก็พลิกกายชายแซ่อู๋อย่างรวดเร็ว จากคว่ำกลายเป็นหงาย หลี่จิวฮวากะพริบตาปริบ 

“ทำเช่นนี้ได้หรือ มิใช่ว่าห้ามแตะต้องศพ?” 

“มีข้าอยู่ เจ้าแตะต้องได้ เพียงแต่ให้ระมัดระวังสักหน่อย” 

‘มีเขาอยู่’ คำนี้เสมือนคนพูดกำลังโอ้อวดตัวเอง หลิวอิงผู้นี้ไม่ธรรมดาแน่แล้ว คงเป็นลูกคนใหญ่คนโต ไม่ก็เป็นขุนนางตำแหน่งสูงของเมืองซื่อเฟิน นาง...ไม่ใช่ไม่ชอบขุนนาง แต่อยู่หลิงซานมาตั้งแต่เยาว์วัย มีอิสระเสรี ไม่คุ้นกับกรอบระเบียบของพวกขุนนางและเจ้าหน้าที่บ้านเมือง นางจึงมักจะหลีกเลี่ยงไม่ยอมพบปะ ครั้งนี้ถือว่าเป็นความจำเป็น นางกับเขาอยู่ร่วมในสถานการณ์เดียวกัน เกี่ยวข้องกันสักระยะหนึ่ง เอาเถิด คงแค่ไม่กี่ชั่วยาม พอนางรู้สาเหตุการตายของคนแซ่อู๋ผู้นี้แล้ว นางก็จะรีบกลับไปรายงานอาจารย์ปู่ 

หลี่จิวฮวาคุกเข่าลง ขยับเข้าไปใกล้ร่างของคนแซ่อู๋ มองใบหน้านั้นแล้วทอดถอนใจ...ไม่รู้จัก ใบหน้านี้นางไม่คุ้นเลย  

นางแม้อยู่สำนักหลิงซานตั้งแต่เล็ก หากยังได้รับการสั่งสอนจากผู้เป็นมารดาอยู่บ้าง นางกวาดตามองทั่วร่างของเขา 

สภาพศพภายนอกยังดูดี เสมือนคนนอนหลับทั่วไป นางเอื้อมมือออกไปเขี่ยผมที่ปรกหน้าเขาออก ปลายนิ้วสัมผัสแก้มสาก...ยังอุ่นอยู่ แสดงว่าเพิ่งตายได้ไม่นาน 

 ไม่พบบาดแผลภายนอกอาภรณ์ ในหู ในจมูก และในปากยังไม่มีวี่แววของแมลงวันตัวใดมาวางไข่ เป็นอันแน่นอนแล้วว่าเขาคงเพิ่งตายจริงๆ 

นางวางมือลงบนกลางอก ลูบคลำเบาๆ แล้วค่อยเลื่อนมือลงไปที่หน้าท้อง ปลายนิ้วสะดุดเข้าบางสิ่ง นางก้มมอง อาศัยแสงจากดวงจันทร์ 

“รอยขาด” 

เสียงของหลิวอิงดังอยู่ข้างหู หลี่จิวฮวาสะดุ้ง กระเถิบหนีเล็กน้อย ไม่รู้เลยว่าเขามานั่งอยู่ด้านหลังตั้งแต่เมื่อใด 

“รอยดาบหรือไม่” 

“ไม่...” นางพึมพำ มองจ้องเนื้อผ้าตรงรอยขาด ความไม่แน่ใจทำให้นางคิดจะดึงแหวกรอยขาดออกเพื่อดูบาดแผล 

“ระวัง!” 

พลันต้องสะดุ้งเมื่อคว้ามือนาง โอบกอดนางดึงให้ถอยห่างออกมา 

“เจ้าเห็นหรือไม่” เขากระซิบเสียงเครียด “ควันสีดำนั่น...” 

ควันสีดำ? เพราะความมืด สายตาของนางในร่างมนุษย์จึงไม่ชัดเจนสักเท่าไหร่ หลี่จิวฮวาก้มมองอีกครั้ง เพ่งมองดีๆ จึงเห็นสิ่งนั้น 

ควันสีดำผุดขึ้นมา ลอยอ้อยอิ่ง ไหวเอนไปมาตามแรงลม 

หลี่จิวฮวาเบิกตาโต นี่มิใช่บาดแผลธรรมดา มันคือร่องรอยชนิดหนึ่งที่พวกปีศาจมักจะทิ้งไว้ 

นางลุกพรวด ชักกระบี่ออกจากฝัก หมุนกายมองไปรอบๆ 

“ท่านมีอาวุธหรือไม่” 

“ห๊ะ?” 

คนผู้หนึ่งทำหน้าโง่งม ไม่ตระหนักถึงอันตราย 

หลี่จิวฮวามองหน้าเขา แล้วส่งเสียงคำรามหงุดหงิด 

“พวกมันต้องซุ่มดูอยู่” 

ยิ่งฟัง หลิวอิงก็ยิ่งทำหน้างง หลี่จิวฮวาเริ่มร้อนรน พูดรัวเร็ว 

“ท่านมีอาวุธใดติดตัวมาบ้างก็รีบเอาออกมาใช้เถิด ข้าเป็นศิษย์หลิงซานก็จริง แต่ฝีมืออ่อนด้อยมาก ไม่แน่ว่าคงไม่อาจปกป้องท่านได้” 

พูดไม่ทันขาดคำ กลุ่มควันสีดำกลุ่มหนึ่งก็พุ่งเข้ามา 

เป้าหมายมิใช่นาง แต่เป็นเขา! 

 

 

 

 

ความคิดเห็น