ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 นางบำเรอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 นางบำเรอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ส.ค. 2562 01:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 นางบำเรอ
แบบอักษร

 

ลิฟต์เคลื่อนตัวมาจอดยังชั้นจุดหมายที่เป็นห้องวีไอพี เด็กเสิร์ฟเดินนำหน้าไปก่อนสแกนคีย์การ์ดเปิดประตูห้องให้ทั้งคู่ อลิสาเอาแต่ก้มหน้าก้มตาไม่มองสบตาใครทั้งสิ้นแม้กระทั่งเข้ามาในห้องแล้ว  

ด้านในห้องค่อนข้างหรูหราพอสมควร เรียกได้ว่าเทียบเคียงกับโรงแรมระดับสี่ดาวได้เลย สามารถมองเห็นวิวด้านนอกซึ่งเป็นถนนหนทางหลายเส้นได้ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นรวมไปถึงเตียงเป็นของที่ได้คุณภาพไม่เหมือนห้องที่เขาใช้บริการเมื่อครั้งก่อน  

คเชษฐ์รั้งหญิงสาวข้างกายให้เดินตามเขาไปนั่งที่โซฟากว้างไม่ไกลจากเตียง เรียวขาแข็งแกร่งตวัดขึ้นนั่งไขว่ห้าง มือปล่อยจากเอวบางต่างคนต่างนั่งไม่ต้องเบียดให้อึดอัด  

ก่อนไปเด็กเสิร์ฟจึงเอ่ยถามแขกหนุ่มว่าจะสั่งอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ แล้วจึงยื่นเมนูส่งให้อย่างนอบน้อม  

แต่เขากลับยื่นมันให้เธอสั่งแทน  

“อยากกินอะไรสั่งสิ” เสียงทุ้มบอกเรียบๆ “ฉันให้เธอสั่ง”  

ร่างบางจากที่นั่งก้มหน้าอยู่ต้องเงยขึ้นมาด้วยความแปลกใจ มองเขาด้วยสายตาไม่เข้าใจและงุนงง  

“ฉันไม่รู้ค่ะ” เธอตอบก่อนจะยื่นเมนูคืนให้กับเด็กเสิร์ฟ โดยที่อีกฝ่ายก็งงไม่แพ้กัน เข้าใจว่าชายหนุ่มไม่สั่งจึงเตรียมตัวออกไปด้านนอกเพื่อให้แม่บ้านเข้ามาจัดเตรียมของ 

“เอาเหล้ามาขวดนึง น้ำแข็งที่นึง” เขาสั่งขณะที่เด็กหนุ่มกำลังหมุนตัวกลับ แล้วล้วงเงินออกมาจ่ายสองพันบาท “ที่เหลือทิป”   

เด็กหนุ่มรับเงินมาด้วยความดีใจก่อนจะรีบออกนอกห้องทันที สวนกับแม่บ้านที่กำลังเข้ามาจัดเตรียมของพอดี แม่บ้านวัยกลางคนคนเดิมกับที่เขาเคยเจอมาจัดเตรียมทุกอย่างให้เหมือนเดิม ผ้าเช็ดตัวและน้ำอุ่นพร้อมอาบ  

“ไม่ต้องเตรียมน้ำ เดี๋ยวผมให้เขาจัดการเอง” คเชษฐ์ร้องบอกเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังเดินไปทางห้องน้ำ นางจึงพยักหน้าและรีบเดินออกมาจากห้องทันทีเมื่อหมดหน้าที่แล้ว  

ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบได้อยู่กันตามลำพัง ร่างสูงขยับกายเข้าไปใกล้คนข้างกายรั้งเอวยกตัวหล่อนให้ขึ้นมานั่งบนตักของเขา จ้องมองดวงหน้าเล็กๆที่มีเลือดฝาดที่แก้ม พินิจมองตั้งแต่โครงหน้า ไรผม คิ้ว จมูก และปากกระจับสีชมพูดสดน่าจูบ ลาดผ่านลำคอเรียวขาวผ่อง 

คนโดนมองนั้นยิ่งอายและทำตัวไม่ถูก มือเกะกะไปหมดจนไม่รู้จะไปวางตรงไหน พยายามหลบหลีกสายตาร้อนแรงที่จ้องมองมา 

“ไหนวันนั้นผู้หญิงคนนั้นบอกเธอไม่ได้เป็นหมอนวดไง แล้วทำไมวันนี้ถึงได้ไปนั่งในตู้ได้” เขาถามทั้งยังเอามือเกลี่ยปอยผมเล็กที่ลงมาปิดหน้าเธอ อยากจะรั้งใบหน้าเล็กมาจูบแต่ก็กลัวอดใจไม่ไหวก่อนที่เครื่องดื่มจะมาเสิร์ฟ 

“ฉันซื้อเธอมาแพงมากนะ”  

“ฉันทราบค่ะ” ก้มหน้าตอบเช่นเดิม เจ็บแปลในใจกับคำพูดของเขาจนตัวสั่นไปหมด ไม่คิดว่าสุดท้ายแล้วเธอจะถูกคนที่ไว้ใจหลักหลัง   

“แล้วทำไมไม่ลงมือบริการฉันสักทีล่ะ” เขาย้ำเตือนเธอเมื่อเห็นว่าหญิงสาวยังนั่งเฉยอยู่  

“ฉันจะไปเตรียมน้ำอุ่นให้ค่ะ” พอตั้งสติได้เธอจึงลุกจากตักเขาไปเตรียมน้ำในอ่างให้เตรียมรอ โชคดีที่งานแม่บ้านที่ทำก่อนหน้านี้ได้เตรียมน้ำในอ่างให้ลูกค้าบ้าง จึงพอรู้ว่าน้ำอุ่นน้ำเย็นเปิดอย่างไร 

ช่วงที่อลิสาหายเข้าไปในห้องน้ำนั้นเป็นจังหวะเดียวกับที่เด็กเสิร์ฟนั้นนำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ เด็กหนุ่มจัดแจงชงเหล้าให้เสร็จสรรพสองแก้ว ระหว่างนั้นเขาจึงเอ่ยถาม 

“ผู้หญิงคนนี้รับแขกมากี่คนแล้ว”  

“ผมก็ไม่ทราบครับ... แต่เพิ่งจะเห็นน้องเขาเป็นหมอนวดวันแรกเพราะปกติเห็นเขาเป็นแต่แม่บ้าน”  

“แม่บ้านเหรอ” เขาถามกลับ  

“ครับ น้องเขาเพิ่งมาทำงานได้ประมาณอาทิตย์นึง ตอนแรกทำเป็นแม่บ้านแต่วันนี้เพิ่งเห็นว่ารับแขกด้วย”  

คำบอกเล่าของเด็กเสิร์ฟทำเขาแปลกใจเล็กน้อย ไม่เข้าใจว่างานแม่บ้านมันเงินไม่พอหรืออย่างไรถึงอยากมาทำงานประเภทนี้ แต่เมื่อนึกถึงครั้งแรกที่เขาเห็นเธอในตู้กระจกนั่นใบหน้าของเธอดูไม่ได้อยากทำมันสักเท่าไหร่  

กระดกเหล้าหมดไปแล้วหนึ่งแก้วเธอก็ยังไม่ออกมา เขาจึงหยิบแก้วของเธอมากินแทนเพราะเห็นมามันละลายจนจืดหมดแล้ว หากเธอออกมาค่อยใช้ชงใหม่อีกที แต่หมดแก้วที่สองแล้วเขาก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะออกมาเสียที จึงตัดสินใจเดินเข้าไปหาในห้องน้ำแทน  

ภาพที่เห็นคือร่างบางนั่งยองๆกับพื้นเปิดน้ำให้ไหลลงอ่างเบาๆราวกับว่าต้องการยื้อเวลา มองสายน้ำไหลลงเรื่อยๆซึ่งตอนนี้ยังไม่ถึงครึ่งอ่างเสียด้วยซ้ำ  

เห็นแบบนั้นแล้วเขาก็ลงไปนั่งคุกเข่าซ้อนหลังเธอไว้ มือใหญ่สัมผัสสะเปะสะปะบริเวณหน้าท้องและทรวงอก ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ดิ้นขัดขืน ใบหูของเธอแดงจัดบ่งบอกว่าเขินอายกับการกระทำของเขามาก  

“เธอนี่ร้ายไม่เบาเลยนะ” เสียงพร่ากระซิบชิดริมหู “เปิดน้ำเบาขนาดนี้จะถ่วงเวลาให้หมดเหรอ”  

“ฉันเปล่า...” เธอปฏิเสธเสียงอ่อน  

เขาไม่ได้สนใจคำตอบ เอื้อมตัวไปเปิดน้ำให้แรงขึ้นเพื่อเพิ่มปริมาณก่อน ไว้เกินครึ่งอ่างเมื่อไหร่ค่อยควบคุมอุณหภูมิอีกครั้ง หากรอเวลาให้คุณเธอทำให้เสร็จตอนนั้นคงจะเสียเวลาไปมากกว่าสองชั่วโมง  

คเชษฐ์เริ่มซุกไซ้ซอกคอระหง ได้กลิ่นสบู่อ่อนๆจากตัวเธอ ทั้งที่ไม่ใช่สบู่หรือโลชั่นราคาแพงแต่มันกลับปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนของเขาได้เป็นอย่างดี มือหนาเริ่มล้วงเข้าไปในสาบเสื้อเชิ้ตสีขาวซึ่งเป็นยูนิฟอร์มของทางร้าน ไล้วนบริเวณหน้าท้องแบนราบไปมาแล้วจึงเลื่อนต่ำลงเรื่อยๆ 

“ยะ..อย่าค่ะ” เสียงหวานร้องห้ามตะกุกตะกัก ตะปบมือเขาไว้ไม่ยอมให้รุกล้ำเข้าไปที่ตรงนั้น  

“อย่าอะไร” เขาผละออกจากตัวเธอและถามอย่างไม่เข้าใจ “ฉันซื้อเธอมาแล้ว นี่มันหน้าที่ของเธอไม่ใช่หรือไง!”  

อลิสาไม่พูดอะไร ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยว่าเธอไม่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับชายใดมาก่อนหรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าบริสุทธิ์ก็ว่าได้ มันดูน่าเหลือเชื่อมากสำหรับคนอื่นที่ทราบเพราะผู้หญิงที่เติบโตในสลัมอย่างเธอ ไม่น่าจะขาวสะอาดได้แน่นอน  

“ตอนฉันซื้อพี่สาวเธอมา เขาทำให้ฉันทุกอย่างแม้กระทั่งเริ่มจู่โจมฉัน แต่กับเธอนอกจากฉันต้องเป็นคนเริ่มแล้วเธอยังจะกล้าปฏิเสธอีกเหรอ” เขาทำเสียงเยาะในลำคอ ผู้หญิงคนนี้ประหลาด หล่อนช่างกล้าปฏิเสธแขกอย่างเขาได้  

“ฉันซื้อเธอมาแพงมากนะ” เขาย้ำเตือนอีกครั้ง กลัวว่าเธอจะลืมไปว่าเขาจ่ายไปเท่าไหร่เพื่อเธอ “หรือความจริงแล้วเธออยากไปกับไอ้เสี่ยนั่น ถึงได้ปฏิเสธฉัน”  

“ไม่ใช่นะคะ” เธอส่ายหน้าหวือ “ฉัน...ฉันแค่...”  

“แค่อะไร”  

คนโดนถามกลับเม้มปากแน่นไม่รู้จะพูดดีหรือไม่ สุดท้ายก็เลือกที่จะไม่พูดแทน หันหน้าไปเผชิญกับชายหนุ่มที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังอย่างกล้าๆกลัวๆ  

“คุณจะอาบน้ำใช่มั้ยคะ” เธอถาม “เดี๋ยวฉันจะถอดเสื้อผ้าให้”  

รู้ดีว่ามาถึงขนาดนี้แล้วคงจะไม่มีทางปฏิเสธได้ อย่างน้อยผู้ชายคนนี้ก็คงจะดีกว่าเสี่ยอมรินทร์ เขายังหนุ่มยังแน่นอีกทั้งรูปร่างหน้าตาดี อีกทั้งไม่ดูหื่นกระหายมากถึงขนาดที่ว่าจ้องจะกลืนกินและตักตวงเอาจากเธออย่างเดียว 

เมื่อได้ยินแบบนั้นคเชษฐ์จึงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ตามด้วยคนตัวเล็กที่ลุกขึ้นตามมาติดๆ หล่อนสบตาเขาครู่หนึ่งก่อนจะหลุบลง มือน้อยๆปลดกระดุมไปสั่นไปด้วยความตื่นเต้น แต่ก็ปลดจนครบกระทั่งเม็ดสุดท้ายแล้วจึงค่อยๆถอดออกผ่านช่วงแขนแข็งแกร่ง 

แผงอกและหน้าท้องแกร่งสวยได้รูป ซิคแพ็คที่เขามักจะชอบพูดกันเธอเพิ่งจะเคยเห็นของจริงครั้งแรกก็วันนี้ มัวแต่หลงใหลในหุ่นสวยได้รูปจึงเผลอสัมผัสกับมันเข้าโดยไม่รู้เลยว่าสัมผัสจากมือของเธอนั้นปลุกอารมณ์เขาขึ้นมาอีกครั้ง  

“ถอดกางเกงสิ” ความเป็นชายที่คับพองขึ้นมาทำให้เขาอึดอัด จึงเอ่ยบอกให้เธอลงไปถอดช่วงล่าง หญิงสาวพยักหน้าและทำตามคำสั่ง ปลดกระดุมกางเกงและค่อยๆรูดลงช้าๆ ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าช่วงกลางลำตัวของเขามันขยายตัวขึ้นมาอย่างเด่นชัด  

ใบหน้าเล็กแดงแปร๊ดขึ้นมาทันใด แต่ก็ถอดกางเกงยีนส์นั้นจนพ้นทาง เหลือปราการอีกชั้นหนึ่งที่เธอต้องปลดมันออกมาแต่เธอกลับไม่กล้าพอ นั่งกำมือแน่นอยู่นานหลายนาทีจนเขาหงุดหงิดถอดมันด้วยตัวเองแทน แล้วจึงเดินลงไปในอ่างที่น้ำเต็มพอดี  

“เธอถอดสิ” เขาสั่งก่อนจะมองตั้งแต่หัวจรดเท้า รอดูเธอเปลื้องผ้าอย่างใจเย็น  

อลิสาค่อยๆถอดเสื้อเชิ้ตออก ตามด้วยกระโปรงเหลือเพียงแค่ชั้นในที่ปกปิดช่วงบนและช่วงล่างเอาไว้ กำลังจะก้าวขาลงไปในอ่างแต่เขาสั่งให้หยุด 

“ปกติเธออาบน้ำแบบนี้หรือไง เธอใส่ชุดชั้นในอาบน้ำเหรอ”  

ได้ยินดังนั้นก็เม้มปากแน่น อลิสาหลับตาลงก่อนจะเอื้อมมือไปปลดตะขอเสื้อชั้นในด้านหลังออก ค่อยๆถอดออกมาตามคำสั่งของเขา ตามด้วยกางเกงชั้นในส่วนล่างแล้วจึงก้าวลงไปในอ่างซ่อนเรือนร่างใต้น้ำด้วยความอับอาย 

ความพึงพอใจฉายชัดในแววตาของชายหนุ่ม ทันทีที่ทรวงอกอิ่มที่ถูกซ่อนภายใต้บราเซียตัวน้อยออกมาท้าทายสายตาเขาก็แทบจะพุ่งตัวไปหาเธอ ทุกอย่างในตัวเธอมันช่างรับเข้ารูปและพอดีกับทุกสัดส่วนราวกับปั้นขึ้นมาจากนักปั้นฝีมือดี   

รั้งร่างบางให้เข้ามาอยู่ใกล้ตัวขึ้น ดึงหล่อนมานั่งซ้อนหน้าเขาเพื่อที่จะได้สัมผัสและทำอะไรสะดวกๆหน่อย ทั้งที่ครั้งที่แล้วเขาแทบจะไม่ต้องออกแรงเลยแต่ครั้งนี้เขากลับต้องเป็นคนเริ่มต้นทุกอย่าง  

แต่อย่างนี้ก็ดี เขาชอบเป็นผู้ล่ามากกว่าผู้ถูกล่าอยู่แล้ว 

เมื่อเข้ามานั่งในท่านี้ความแข็งขืนกลางลำตัวเขามันก็เสียดสีบริเวณสะโพกเธอ อลิสาพยายามขยับตัวหนีมันแต่ถูกเขาล็อกไว้จนไปไหนไม่ได้ ฝ่ายคนตัวโตนั้นยิ่งเห็นเธอหนีก็ยิ่งแกล้งให้มันเสียดสีไปหลายๆส่วน  

ท่าทางเป็นใจแล้วเขาจึงเดินหน้ารุกคืบเธอทันที มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเธอยังอ่อนหัดไร้ประสบการณ์เรื่องนี้ เพราะฉะนั้นเขาจะเป็นคนเริ่มเองหากรอให้เธอเริ่มวันนี้คงไม่จบอย่างแน่นอน มือปลาหมึกเริ่มบีบเค้นทรวงอกอิ่ม นิ้วเรียวเขี่ยตุ่มไตที่ยอดอกให้แข็งตัวขึ้น  

“อื้อ..” เสียงหวานเปล่งออกมาเบาๆ  

เริ่มได้ที่แล้วเขาจึงเลื่อนไปสัมผัสกลางลำตัวหญิงสาว อาจเพราะไม่ทันตั้งตัวเธอจึงสะดุ้งด้วยความเสียวซ่าน นิ้วแกร่งบดขยี้จุดอ่อนไหวจนเธอแทบจะทานทนไม่ไหว บิดเร่าไปมาอยู่ใต้น้ำ  

“คุณ...” เธอส่งเสียงกระเส่าออกมา ก่อนจะกระตุกเฮือกเบาๆ  

“เอาไว้แค่นี้ก่อนละกัน เดี๋ยวฉันจะอดใจไมไหวจัดในนี้เสียก่อน” เขาพูดเท่านั้นแล้วจึงผละมือออกจากกายเธอ แล้วสั่งให้เธออาบน้ำให้เขาแทนทั้งที่แก่นกายยังแข็งขืนอยู่เช่นเดิม  

นานเกือบสิบนาทีที่เธอจัดการอาบน้ำให้เขา เมื่ออาบเสร็จก็ต่างคนต่างนั่งอยู่ในนั้นไม่มีใครลุกขึ้น อลิสาไม่ทราบหน้าที่ตัวเองว่าต้องไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาซับตัวให้ชายหนุ่ม จึงนั่งนิ่งในน้ำแทน  

คเชษฐ์ตวัดมองหญิงสาวข้างกายอย่างไม่เข้าใจ หล่อนก็ยังคงนั่งนิ่งอยู่เหมือนเดิมไม่ยอมลุกขึ้นจากอ่างราวกับว่าไม่รู้หน้าที่ตัวเองอย่างนั้น  

“เธอไม่ลุกไปเตรียมผ้าเช็ดตัวให้ฉันหรือไง!” ตะคอกด้วยความหงุดหงิด เขาจ่ายเงินไปมากแต่กลับได้บริการที่แสนจะห่วยแบบนี้ มีดีแค่หน้าตาและรูปร่างเท่านั้น  

เพราะกลัวเสียงเขาเธอจึงรีบลุกขึ้นจากอ่างทั้งที่ตัวเปล่าเปลือยทันที ดวงตาคู่สวยกวาดตามองหาผ้าเช็ดตัวที่แม่บ้านเตรียมไว้ให้ หยิบมาพันตัวเองหนึ่งผืนส่วนที่เหลือนั้นสำหรับเขา  

ค่อยๆซับน้ำจากร่างสูงทีละจุดๆจนกระทั่งครบทุกคน ระหว่างนั้นเขาก็ลอบมองและสังเกตไปเรื่อย ความอยากรู้อยากเห็นลอยเข้ามาในหัวสมองอัตโนมัติ อยากรู้เหลือเกินว่าหล่อนชื่ออะไร อายุเท่าไหร่ แม้จะได้ยินไอ้เสี่ยนั่นเรียกแล้วแต่เขาอยากฟังจากปากเธอมากกว่า  

“เธอชื่ออะไร” เขาถามเรื่อยๆ ดูไม่ได้ใส่ใจสักเท่าไหร่ 

“ขิมค่ะ”  

“อายุเท่าไหร่”  

“ยี่สิบ”  

คำตอบของเธอทำเขาเซอร์ไพรส์เล็กน้อย เธอยังเด็ก ไม่สิ ไม่ใช่แค่เด็กธรรมดาแต่ยังเด็กมาก ราวกับว่าเขานอนกับเด็กนักศึกษาก็ไม่ปาน ในตอนแรกเข้าใจว่าเธออายุไล่เลี่ยกันเพียงแต่หน้าเด็กเท่านั้นแต่กลับกลายเป็นว่าเขาคิดผิด 

“นี่ฉันนอนกับเด็กมหา’ลัยเหรอเนี่ย” เขาหัวเราะในลำคอ “เรียนอยู่ที่ไหนล่ะ”  

“ไม่ได้เรียนค่ะ” เธอตอบตามตรง  

“ทำไม” คิ้วเรียวสวยขมวดเป็นปมเมื่อได้ยิน ปกติแล้วเด็กอายุเท่านี้ต้องเรียนมหาวิทยาลัยไม่ใช่หรือไงกัน 

“ฉันไม่มีเวลาและเงินมากพอที่จะไปลงทะเบียนเรียนหรอกค่ะ”  

เธอพูดจบพร้อมกับพันผ้าเช็ดตัวรอบเอวให้เขาเสร็จเรียบร้อยพอดี คเชษฐ์ตั้งท่าจะถามต่อแต่ก็เลือกที่จะเงียบแทน ร่างสูงเดินไปนั่งที่โซฟาพลางตบลงบนตักตนเองเป็นการบอกให้เธอเดินมานั่งบนตักเขา  

คนตัวเล็กนั่งลงตามคำสั่งเขา นั่งนิ่งๆโดยไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรเพราะเธอทำตัวไม่ถูก 

“ชงเหล้าสิ” เขาสั่ง ก่อนจะชี้ไปที่อีกแก้วหนึ่งที่อยู่ข้างกัน “ของเธอด้วย”   

หลังจากนั้นต่างคนก็ต่างเงียบ คเชษฐ์ดื่มเหล้าที่เธอชงส่งมาเงียบๆ ในหัวสมองคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งดื่มหมดเป็นแก้วที่สี่ก็เริ่มมึนๆขึ้นมาแล้ว หันมองคนบนตักที่ยังดื่มแก้วเดิมไม่ถึงครึ่งแต่หน้าเริ่มแดงก่ำด้วยฤทธิ์ของมัน  

คนตัวโตกระตุกยิ้มด้วยความพึงพอใจ ไม่คิดว่าหล่อนจะคออ่อนขนาดนี้ เขารัดเธอเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนแล้วอุ้มไปที่เตียงทันที ยิ่งเห็นหน้าเล็กๆแดงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ก็ยิ่งตื่นตัว อยากสัมผัสอยากครอบครองเธอแทบขาดใจ  

เขาค่อยๆวางเธอให้นอนราบลงบนเตียง ส่วนตัวเองนั้นเดินไปหาถุงยางอนามัยที่โต๊ะที่เคยเห็นณชนกเดินไปวันนั้น แต่กลับกลายเป็นว่ามันไม่มี หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอจนเขาต้องร้องถาม  

“ถุงยางมันอยู่ตรงไหน”  

“ไม่รู้...” ตอบกลับเสียงอ้อแอ้ 

“แล้วเธอจะให้ฉันทำแบบสดๆหรือไง ไม่เอาด้วยหรอกนะเกิดเธอเอาโรคมาติดฉันจะทำยังไง” เขาพูดตรงจนกลายเป็นว่าดูถูกเธอ ไม่สิ เขาดูถูกเธอเลยต่างหาก 

“ฉันมากกว่าที่ต้องกลัว... คุณน่ะนอนกับผู้หญิงมาตั้งเยอะแต่ฉัน...ไม่เคย”  

“ว่าไงนะ” ประโยคเมื่อครู่ทำเอาเขาถึงกับต้องเงี่ยหูฟังใหม่อีกครั้ง “เธอซิงงั้นเหรอ เหอะ เอามันไปหลอกเด็กเถอะ”  

อลิสาแทบจะโงหัวไม่ขึ้นจึงหยุดต่อล้อต่อเถียงกับเขา หลับตาลงน้ำตาซึมเมื่อจู่ๆก็รู้สึกสมเพชตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง อาจเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ทำให้เธออ่อนไหวกับคำพูดของเขา เดี๋ยวอีกไม่นานมันก็จะผ่านไปแล้ว แค่หลับตาเท่านั้นมันก็จะผ่านไป  

พูดไปก็คงไม่มีใครเชื่อ ในเมื่อเท้าเธอก้าวเข้ามาที่นี่แล้ว ตัวเธอไปอยู่ในตู้กระจกนั่นแล้วมันก็คงยากที่คนอื่นจะมองในแง่ดีได้ อย่างน้อยก็ต้องคิดว่าผู้หญิงพวกนี้กร้านโลก เจนเวที ผ่านผู้ชายมามากมายถึงได้มาทำอาชีพนี้  

เมื่อหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอเขาจึงหมดอารมณ์จะหา ในเมื่อหล่อนพูดเองว่าบริสุทธิ์นักหนาเขาเองก็อยากจะรู้เหลือเกินว่าจริงหรือเปล่า หากหล่อนโกหกล่ะก็แน่นอนว่ามันจบไม่สวยแน่  

ร่างสูงตามกลับลงมาทาบทับปลุกเร้าคนใต้ร่างเพียงครู่เดียว เห็นว่าเธอไวต่อการสัมผัสจึงไม่อารัมภบทมากนัก เมื่อเธอโอนอ่อนตามเล็กน้อยจึงค่อยๆสอดแก่นกายอันแข็งขืนเข้าไปช้าๆ แต่เข้าไปเพียงนิดเดียวเท่านั้นเธอก็กระถดตัวหนี น้ำตาไหลพร้อมทั้งหวีดเสียงออกมา  

ไม่ใช่เพียงแต่เธอคนเดียวที่เจ็บ เขาเองก็เจ็บไม่แพ้กันเพราะถูกบีบรัดจากกายสาวจนปวดหนึบไปหมด พยายามจะใส่เข้าไปอีกครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จจึงถอนกายออกมา มีเลือดติดอยู่บริเวณปลายอยู่ประมาณหนึ่ง 

“นี่เธอซิงจริงเหรอเนี่ย” เขาอุทานอย่างไม่เชื่อก่อนจะมองคนใต้ร่างที่หนีไปนอนขดอยู่บนหัวเตียง จึงค่อยๆเข้าไปหา จูบหัวไหล่มนให้เธอหายตกใจและพยายามอ่อนโยนให้มากที่สุด  

“ชู่ว ใจเย็นๆเด็กดี” เขาปลอบประโลมเธอด้วยเสียงนุ่ม อยากจะพิถีพิถันให้มากกว่านี้แต่เขาก็แทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่แล้ว ค่อยๆเล้าโลมเธอใหม่ช้าๆและนิ่มนวล คราวนี้อลิสาผ่อนคลายมากขึ้น แต่ก็ยังมีความกลัวเล็กน้อย  

ร่างสูงนั่งคุกเข่าลงแล้วแทรกความแข็งขืนเข้าไปอีกครั้งหนึ่ง ค่อยๆดันสะโพกเข้าไปช้าๆจนกระทั่งสุดลำโคน ยามที่ความแข็งขืนแทรกเข้ามานั้นในกายของเธอเหมือนจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ มันเจ็บทนแทบจะทานทนไม่ไหว อึดอัดอย่างบอกไม่ถูกเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาอยู่ในกาย  

“เจ็บมั้ย” เขาถามพลางกดจูบลงบนแก้มนวล  

“เจ็บ”  

“เดี๋ยวก็หายเจ็บแล้ว” เขาพูดเท่านั้นแล้วก็ประกบจูบริมฝีปากของคนตัวเล็กเพื่อเบนความสนใจ สะโพกสอบเริ่มขยับเข้าออกช้าๆเห็นว่าเธอเริ่มจะคุ้นชินกับมันแล้ว  

“ฮื่อ...เอ็บ(เจ็บ)” เสียงหวานครางอู้อี้ในลำคอเพราะถูกปิดปากอยู่ รู้สึกวูบวาบในท้องทุกครั้งที่มันขยับเข้าออกไปมา  

คเชษฐ์ดึงตัวเองขึ้นมาอยู่ในท่าคุกเข่าตามเดิม มือหนาจับเอวบางไว้เป็นที่ยึดแล้วจึงสาวสะโพกเข้าออกรัวเร็วขึ้น กายสาวไหวตามแรงกระแทกกระทั้นขึ้นลงจนหัวสั่นหัวคลอน ผมสีน้ำตาลอ่อนที่ถูกรวบไว้เสียดสีกับหมอนหนุนไปมาจนหลุดสยายไปทั่ว  

“อ๊ะ..อ๊ะ”  

“เรียกชื่อฉันสิ... ฉันชื่อคีย์” เขาสั่งทั้งยังสาวสะโพกไม่หยุด  

“คุณคีย์...อ๊ะ คุณคีย์” เธอร้องเรียกเขาไม่ขาดปาก กลับยิ่งทำให้อารมณ์เขาพุ่งพล่านขึ้นมากกว่าเก่า  

“อา...รัดดีจริงๆ” เขาครางออกมาด้วยความสุขสม กระแทกกระทั้นไม่หยุดจนกระทั่งคนตัวเล็กถึงฝั่งฝันกระตุกเฮือกตอดรัดแก่นกายเขาแน่น จึงผ่อนจังหวะและหยุดลง “เสร็จแล้วเหรอ”  

เธอส่ายหัวไม่เข้าใจคำว่า ‘เสร็จ’ ของเขาว่าหมายถึงอะไร  

“ไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวเธอก็รู้เองแหละว่ามันคืออะไร” เขาพูดเท่านั้นก่อนจะจับเธอเปลี่ยนหันหลังคุกเข่าและวางแขนค้ำกับที่นอนไว้ ส่วนตัวเองนั้นซ้อนตัวอยู่ด้านหลัง ครอบครองเธอจากทางด้านหลัง โน้มตัวลงให้แผ่นหลังเธอแนบชิดกับหน้าอกและหน้าท้องของเขา จับใบหน้าเล็กให้หันมาให้เขาจูบจนพอใจ  

เสียงหวานละมุนบวกกับเสียงทุ้มของเขาร้องครางด้วยความเสียวซ่านระงมไปทั้งห้อง อีกทั้งอลิสายังครวญครางเรียกชื่อเขาไม่ขาดปากจวบจนกระทั่งเกมรักจบลง ในครั้งนี้มันจบลงเร็วกว่าปกติเพราะเขาทนกับแรงตอดรัดของเธอไม่ไหว รีบถอดถอนกายออกมาปลดปล่อยข้างนอกแทบไม่ทัน  

เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ดังประสานกันนานหลายนาทีก่อนจะเบาลงเป็นปกติ คเชษฐ์มองหญิงสาวข้างกายที่นอนคลุมโปงอยู่ ตั้งใจจะใช้งานเธออีกครั้งให้คุ้มกับเงินที่เสียไปแต่สายตาดันไปเจอเข้ากับรอยเลือดที่หยุดเป็นจุดๆบนเตียงนอนเสียก่อน จึงเปลี่ยนใจตลบผ้าห่มเธอออกและอุ้มไปยังห้องน้ำแทน  

 

 

ณชนกเดินวนเวียนไปมาหน้าเคาน์เตอร์เป็นหนูติดจั่น มองเวลาของที่ร้านว่าเกือบๆสี่โมงเย็นแล้วแต่ยังไม่มีทีท่าว่าสองคนนั้นจะลงมาเสียที ยิ่งคิดหล่อนก็ยิ่งอยากจะกรีดร้องออกมาด้วยความโมโห เธอถูกลากตัวให้ไปบำเรอไอ้เสี่ยตัณหากลับนั่น มันบีบคอเธอจนเกือบตายคาเตียง ซ้ำยังมีหน้ามาหัวเราะใส่ ยิ่งคิดก็ยิ่งขยะแขยงมัน หากไม่ใช่อลิสาเธอคงจะไม่โดนเช่นนี้  

เสียงลิฟต์ร้องเตือนทำให้ร่างปราดเปรียวรีบเดินไปดูทันที แล้วก็เป็นจริงดังที่คาดไว้เมื่อทั้งคู่ลงมาเสียทีหลังหายไปกว่าสามชั่วโมงแล้ว มันจะติดใจอะไรกันนักกันหนากะอีแค่ผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่ง ถึงได้ใช้เวลานานขนาดนี้  

ภาพที่เห็นคือลิสาเดินขาถ่างหมดเรี่ยวหมดแรงมาโดยมีชายหนุ่มคนนั้นช่วยพยุงไหล่เอาไว้ เมื่อเห็นหน้าเธออีกฝ่ายก็หลุบตาลงไม่ยอมสบตา ครั้นจะเข้าไปถามก็จะไม่ได้โอกาสเพราะยังส่งแขกไม่เรียบร้อย  

คเชษฐ์เดินไปจ่ายเงินค่าห้องที่เคาน์เตอร์คิดเงินโดยมีตรีรัตน์ออกรับหน้าแทนอีกครั้ง สาวใหญ่รับบัตรเครดิตใบเดิมมารูดพร้อมกับกดจำนวนเงินหนึ่งหมื่นสองพันบาทค่าห้องวีไอพีที่เขาใช้บริการไป แล้วจึงส่งไปใบเสร็จให้เรียบร้อย  

“เป็นไงคะ น้องขิมบริการถูกใจดีมั้ยคะ” หล่อนเอ่ยถามยิ้มแย้ม จำนวนเงินที่เขาจ่ายมานั้นทำให้หล่อนต้องบริการเขาดุจเทวดา  

“ก็ดี ยังสดยังซิงอยู่ แต่บริการไม่ได้เรื่อง” เขาตอบตามตรง  

“น้องยังเป็นเด็กใหม่อยู่ค่ะ ยังไงก็ค่อยฝึกฝีมือกันไปนะคะ ฮ่าๆ” หล่อนพูดติดตลกแต่คเชษฐ์กลับไม่ได้รู้สึกขำไปด้วย 

“อ้อ ผมมีเรื่องจะบอกคุณ”  

“ว่ามาได้เลยค่ะ”  

“ผมถือว่าผมซื้อขาดกับผู้หญิงคนนี้แล้ว เพราะฉะนั้นอย่าให้ผมรู้ว่าคุณบังคับให้ยัยนี่มารับแขกแบบนี้อีก ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือน” ขณะที่พูดใบหน้าของเขาจริงจังและเคร่งขรึม น้ำเสียงหนักแน่นและจริงจังเช่นกัน ไม่สนใจว่าตรีรัตน์จะยอมรับหรือไม่แต่เขาถือว่าเขาลงทุนไปแล้ว คนที่จะได้สิทธิ์ในตัวเธอคือเขา 

พูดสิ่งที่จะต้องการจะพูดหมดแล้วจึงเดินกลับไปหาอลิสาที่นั่งคอยอยู่และจูงเธอออกไป ลืมตัวว่าหญิงสาวกำลังเจ็บกลางลำตัวอยู่ หญิงสาวงงเป็นไก่ตาแตกเพราะไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรกับตรีรัตน์อีกฝ่ายถึงได้ทำหน้าอึ้งขนาดนั้นเดินมาจนกระทั่งลานจอดรถหล่อนก็เริ่มดิ้นสะบัดมือออก  

“คุณจะพาฉันไปไหน”  

“ก็ไปส่งบ้านไง หรือว่าอยากรับแขกคนอื่นเพิ่มอีก” เห็นท่าทีของเธอก็อดไม่ได้ที่จะปากหมาใส่ “หรือว่าจัดให้ครั้งเดียวมันยังน้อยไป”  

“คุณคีย์!”  

“ขึ้นรถ แล้วก็ไม่ต้องพูดมาก ฉันจะไปส่งที่บ้าน”  

เขาไม่สนใจฟังยัดเธอเข้าไปนั่งในรถแล้วตนจึงเดินไปฝั่งคนขับ เมื่อเข้ามาในรถแล้วชายหนุ่มก็ยังไม่ขับออกไปไหน เขาอยากจะคุยกับเธอให้รู้เรื่องเสียก่อน  

“เธอมาทำงานที่นี่ด้วยเหตุผลอะไร”  

“คะ?” เธอหันไปมองสบตาเขาด้วยความงุนงง “ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่จริงๆแล้วฉันไม่ได้เต็มใจทำงานแบบที่ทำกับคุณวันนี้ ฉันถูกหลอกมา”  

“งั้นเธอมาเป็นผู้หญิงของฉันแทนมั้ย”  

“คุณหมายความว่ายังไง”  

“มาเป็นนางบำเรอของฉันมันคงดีกว่ารับแขกไม่ซ้ำหน้าใช่มั้ยล่ะ” เพราะไม่อยากจะอ้อมค้อมจึงพูดอย่างตรงไปตรงมา ในเมื่อเขาซื้อเธอมาในราคาแสนแพงก็ควรจะใช้เธอให้คุ้มค่า หรือหากให้ยอมรับตามตรงคือเขาติดใจเธอ “ฉันไม่ใช้งานเธอฟรีๆหรอก ฉันให้รายเดือนเธอใช้ด้วย” 

“นี่คุณกำลังดูถูกฉันอยู่นะ” เธอโกรธที่เขาพูดแบบนี้ เท่ากับว่าเขากำลังเหยียดหยามเธออยู่ “ฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว คุณเข้าใจผิดแล้วค่ะ”  

เตรียมจะเปิดประตูรถออกไปแต่ถูกเขารั้งแขนไว้เสียก่อน  

“ฉันไม่บังคับเธอหรอก แต่เธอก็คิดเอาเองว่าอยากถูกหลอกแบบวันนี้อีกมั้ย ในเมื่อวันนี้ หลังจากนี้เธอไม่ใช่ผู้หญิงบริสุทธิ์ผุดผ่องอีกต่อไป มันก็คงจะง่ายขึ้นที่จะบังคับให้เธอมาทำงานนี้อีก”  

“...” เธอเงียบ คิดตามในสิ่งที่เขาพูด ที่เขาพูดมามันอาจจะมีโอกาสเป็นไปได้จริงๆ “แล้วฉันจะมั่นใจได้ไงว่าเจ๊น้อยจะไม่มายุ่งกับฉันอีกตอนที่ฉันอยู่กับคุณ”  

“ฉันมีวิธีของฉันก็แล้วกัน” เขาไม่ยอมบอกว่าเขาซื้อขาดเธอกับตรีรัตน์แล้ว หากบอกไปเธออาจจะไม่ยอมตกลงก็ได้ 

“ถ้าเธอปฏิเสธฉันวันนี้ก็จบแค่นั้น ไม่มีโอกาสหนที่สองอีกต่อไป”  

“ฉันขอเวลาคิด” เธอต่อรอง “ตอนนี้ฉันยังสับสนอยู่ ยังให้คำตอบคุณไม่ได้”  

“หนึ่งนาที ถ้าตอบหลังจากนี้คือไม่ได้แล้ว”  

“เวลาแค่นี้ฉันคิดไม่ทันหรอกนะ”  

เขาไม่สนใจ เริ่มนับถอยหลังตามจำนวนวินาที “ห้าสิบเก้า ห้าสิบแปด ห้าสิบเจ็ด....”  

“ก็ได้ ฉันตกลง” เพราะกลัวว่าหากปฏิเสธไปมันจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีก ในเมื่อเขารับประกันเธอก็มั่นใจในระดับหนึ่งว่าเธอจะปลอดภัย ไม่ถูกหลอกไปอย่างวันนี้อีก  

“งั้นฉันถือว่าเธอตกลงแล้ว เรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกที ตอนนี้เราออกไปจากที่นี่ก่อนแล้วกัน”  

 

 

ขับออกมาได้ครึ่งทางแล้วเขาถึงนึกได้ว่าจะถามเธอเรื่องที่อยู่ เพื่อที่จะได้ขับไปส่งถูกไม่ต้องวกไปวนมาทีหลัง เมื่อหันไปก็เห็นว่าเธอนั่งตัวเกร็งหลังตรงไม่พิงเบาะเหมือนคนอื่นที่ปกติมักจะนั่งพิงเพื่อความสะดวกสบาย 

“เธอทำอะไรของเธอ” ถามด้วยความไม่เข้าใจ “นั่งแบบนั้นไม่เมื่อยหรือไง”  

“ฉันกลัวทำเบาะคุณพัง” เธอตอบอย่างซื่อๆ เพราะรู้ดีว่ารถหรูแบบนี้คงไม่มีปัญญาหาเงินมาชดใช้แน่นอน เผลอๆจำนวนเงินค่าซ่อมอาจจะมากกว่าหนี้ที่ติดเสี่ยอมรินทร์เสียอีก  

“พิงไปเถอะ คนอื่นเขาก็พิงกันเยอะแยะไม่เห็นจะเป็นอะไร” ว่าแล้วก็ดันช่วงลำตัวเธอให้นั่งแนบชิดเบาะ ก่อนจะเอ่ยถามต่อ  

“แล้วบ้านเธออยู่ที่ไหน ฉันจะไปส่ง”  

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันไปเองได้คุณปล่อยฉันลงตรงป้ายรถเมล์ก็พอ” เธอบอกปัด ไม่อยากให้เขารู้ที่อยู่ของเธอ เพราะมันไม่ใช่สถานที่ที่น่าไปสักเท่าไหร่นัก  

“ฉันจะไปส่งเอง บ้านเธออยู่ไหน” เขาย้ำ ไม่สนใจที่เธอพูดก่อนหน้า  

“อยู่ที่....”  

 

ปอร์เช่ 718 เลี้ยวเข้ามาในซอยน้ำเน่าตามที่หญิงสาวข้างกายบอกทาง คิ้วเรียวขมวดกันอีกครั้งเมื่อเห็นสภาพบ้านเรือนของคนในซอย อันที่จริงหากจะเรียกว่าบ้านก็คงจะไม่ได้เพราะมันเป็นเพียงแค่เพลิงที่สร้างด้วยสังกะสีกับเศษไม้หลายๆชิ้นเท่านั้น  

รถสปอร์ตคันหรูหยุดจอดที่เพลิงหลังหนึ่งตามที่หญิงสาวชี้บอก  

“นั่นไงบ้านฉัน” เธอชี้ให้เขาดู สภาพบ้านที่เธอว่ามันดูไม่เหมือนบ้านเอาซะเลย แม้จะดูดีกว่าบ้านหลังอื่นๆหน่อยแต่ก็ใช่ว่าที่ดีถึงขนาดที่เรียกว่าบ้านได้  

“นี่บ้านเธอเหรอ” เขาแสดงออกชัดเจนว่ารังเกียจสถานที่ที่เธออยู่อาศัย รวมไปถึงสภาพแวดล้อมใกล้เคียงด้วย “อยู่ไปได้ยังไง” 

“ฉันอยู่มาตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ”  

พอมีรถหรูมาจอดในสลัมแห่งนี้ผู้คนต่างก็ให้ความสนใจมากมาย เดินออกมาดูว่าเป็นรถของใครกัน  

“เธอลงไปเถอะ ฉันต้องรีบไปที่อื่นต่อ” เขารีบเอ่ยไล่เพราะไม่อยากอยู่ที่นี่นานนัก มันทั้งสกปรกและดูแออัดจนอยากออกมา  

“ค่ะ” เธอตอบเท่านั้นและรีบลงจากรถ แต่ยังไม่ทันเดินไปไหนเขาก็เปิดกระจกเรียกเสียก่อน  

“เอาเบอร์โทรศัพท์มาสิ เผื่อมีอะไรฉันจะได้โทรหา” เขารีบบอกก่อนเพราะไม่อยากมาหาหล่อนที่นี่  

หลังจากแลกเบอร์โทรศัพท์เสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็รีบถอยรถออกจากซอยทันที ไม่รอให้อลิสาเข้าบ้านเรียบร้อยแต่อย่างใด ขับออกมาได้สักพักจึงค่อยหายใจสะดวกขึ้น คเชษฐ์รู้สึกขยะแขยงอีกฝ่ายขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าหล่อนมาจากสลัม นี่เขาลดตัวไปกินกับผู้หญิงต่ำต้อยขนาดนั้นแล้วเหรอ  

จากตอนแรกที่อยากได้เธอมาเป็นนางบำเรอก็แทบจะเปลี่ยนใจทันที หากใครรู้ว่าเขานอนกับผู้หญิงแบบนี้มีหวังอายไปตลอดชาติแน่นอน มือหนารีบปัดฝุ่นจากเบาะออกทันที กลัวว่าเชื้อโรคจากตัวหล่อนจะมาติดเบาะเขาเข้าให้  

 

 

กลิ่นมาม่ากำลังโชยมาเบาๆ มีใครได้กลิ่นแล้วบ้าง5555555 ใครชอบสายดราม่าบอกเลยเรื่องนี้ไรท์ว่าเจ็บปวดที่สุด (ในความคิดไรท์) ยังไงก็ฝากคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ รักกกกกก พรุ่งนี้ไม่แน่ใจว่าจะมาหรือเปล่า เดี๋ยวแจ้งอีกทีในเพจนะคะ  

ฝากติดตามแฟนเพจด้วยนะคะ Fanpage : ฆีตา  

ฆีตา 05/08/2019 

ความคิดเห็น