Gardy

นิยายเรื่องนี้เป็นภาคต่อจาก Love Mafia ทาสรัก (คาร์ลพระจันทร์) เป็นคู่ของ จีซัสxพระพาย ค่ะ

KILL MAFIA ครั้งที่ 49 100%

ชื่อตอน : KILL MAFIA ครั้งที่ 49 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.9k

ความคิดเห็น : 27

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ต.ค. 2562 18:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
KILL MAFIA ครั้งที่ 49 100%
แบบอักษร

KILL MAFIA ครั้งที่ 49 

 

JISUS PART 

 

         น้ำเสียงเรียบนิ่งที่ดังขึ้น ไม่ต่างอะไรกับประโยคคำสั่งที่ใช้รั้งตัวคนใต้ร่าง ดวงตาคู่คมกระตุกวูบสั่นไหวไปเพียงนิดก่อนจะกลับมาเป็นเรียบนิ่งดุดันดังเดิมเมื่อถูกคนร่างบางจ้องมองผ่านแววตาตัดพ้อ  ฝ่ามือหนาจะกำเข้าหากันแน่นพยายามระงับอารมณ์หงุดหงิดที่เกิดขึ้นในใจทั้งที่ไม่รู้สาเหตุ 

 

         “พักผ่อนซะ วันนี้นายเจอเรื่องมามากพอแล้ว” ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยหยาดน้ำสีใสที่เกาะติดข้างแก้มเนียน พลางจ้องมองคนใต้ร่างที่จงใจเบือนหน้าหนีสัมผัสจากผมก่อนจะกระตุกยิ้มหยันขึ้นอย่างนึกสมเพช

 

         “เด็กดีของฉันตาบวมหมดแล้ว” น้ำเสียงกระซิบดังขึ้นอย่างอ่อนลงจากช่วงแรก ผมไม่โกรธถ้าเด็กดีจะออกอาการต่อต้านเล็กๆน้อยๆ พระพายก็เป็นของผม เขาต้องอยู่ที่นี่เพื่อเป้าหมายของการทดลองไม่ว่ายังไงก็ตาม

 

ดวงตาคู่คมไล่มองใบหน้าเนียนที่เปรอะเปื้อนน้ำตาทั้งยังซีดขาวจนรู้สึกกังวล ใครบอกว่าผมสนใจแค่เรื่องของตัวเอง ในเมื่อสิ่งที่ผมสนใจมันมีมากกว่านั้น

 

เรื่องของคนตรงหน้า…

 

เสียงถอนหายใจดังขึ้นอย่างผะแผ่ว รอยยิ้มเย็นกระตุกขึ้นบนใบหน้าคมเมื่อรู้สึกตัวว่าเผลอคิดเรื่องอะไรไร้สาระออกไป ความรู้สึกกวนใจพวกนี้ผมควรรีบกำจัดทิ้งไปซะ จะปล่อยให้มันมารบกวนการทดลองของตัวเองจนกลายเป็นเรื่องวุ่นวายภายหลังไม่ได้

 

         “พระพาย” ผมกดเสียงต่ำเรียกชื่ออีกฝ่ายที่ไม่คิดสนใจผม ใบหน้าหวานสวยยังคงหันหนีจ้องมองไปยังทิศทางอื่นทำราวกับเสียงของผมเป็นเพียงอากาศไม่คิดรับรู้อะไร

 

         “…”

 

“อย่าให้ฉันต้องเรียกซ้ำ” น้ำเสียงแฝงความหงุดหงิดดังขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก เสียงถอนหายใจเบาๆดังขึ้นจากคนร่างบางก่อนที่เปลือกตาคู่สวยจะพับปิดลงคล้ายกับคนที่เหนื่อยล้าเกินกว่าจะทนไหว

 

“นายเมินฉันได้ไม่นานนักหรอก” ผมพูดก่อนจะกระชากข้อมือบางมาจับเอาไว้แน่น เรียวคิ้วขมวดเข้าหากันมุ่นอย่างไม่ชอบใจเท่าไรนัก เมื่ออีกฝ่ายแทบไม่มีท่าทีตอบสนองอะไรกลับมาเลยแม้แต่นิด

 

         “คิดจะเล่นสงครามประสาทกับฉันสินะ” เสียงลอดไรฟันดังขึ้นอย่างแข็งกร้าว แรงบีบกระชับที่ข้อมือบางเพิ่มมากขึ้นจนเห็นรอยแดงช้ำน่าหวาดกลัว แต่พระพายกลับฝืนทนความเจ็บไม่ยอมแสดงสีหน้าใดๆออกมา

 

         “สงสัยเรื่องที่เกิดขึ้นคงไม่ทำให้นายรู้ว่าอยู่ในสถานะอะไร” คำพูดพึมพำดังขึ้นให้ได้ยิน ดวงตาคู่คมฉายแววหงุดหงิดออกมาอย่างเห็นได้ชัด ฝ่ามือหนาบีบกระชับข้อมือบางไว้แน่นก่อนจะหันไปคว้าเข็มฉีดยาที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะขึ้นมาถือไว้ผ่านสีหน้าเรียบนิ่ง

 

         พรึ่บ!

 

         ผ้าห่มผืนหนาที่ปกคลุมร่างกายเปลือยเปล่าอยู่ถูกดึงกระชากออกอย่างแรง พระพายสะดุ้งขึ้นมานิดๆก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะลืมขึ้นมองอย่างตื่นตระหนก ร่างกายขาวเนียนขยับหนีตามสัญชาตญาณหากแต่แรงกระชากที่ข้อมือกลับทำให้ไม่สามารถถอยไปได้ไกล

 

         “ได้เวลาฉีดยาแล้ว” น้ำเสียงเรียบเย็นเอ่ยขึ้นพลางจ้องมองคนบนเตียงที่พยายามขยับตัวหนีนิดๆ พระพายเงยหน้าสบตากับผมเมื่อเข็มฉีดยาในเมื่อเคลื่อนเข้าใกล้อีกฝ่าย ใบหน้าเนียนส่ายหัวไปมาอย่างปฏิเสธก่อนจะเอื้อมมือข้างที่เป็นอิสระมาจับข้อมือผมไว้แน่น

 

         “จี…”

 

         “เป็นอะไร” ผมเลิกคิ้วถามจ้องมองคนตรงหน้าผ่านแววตาไร้ความรู้สึกก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะสบมองอย่างตัดพ้อผิดหวัง ผมชะงักไปเพียงนิดก่อนจะรีบปัดมือบางที่จับข้อมือตัวเองไว้ออกอย่างแรง

 

         “อึ่ก!”

 

         “อย่าทำอะไรที่ไร้ประโยชน์” น้ำเสียงเย็นเฉียบเอ่ยขึ้นก่อนหันมาให้ความสนใจกับแผ่นท้องบางตรงหน้า ยาล็อต x10 จำเป็นต้องฉีดทุกครั้งหลังมีเซ็กซ์ ฤทธิ์ของยาจะแรงขึ้นทุกครั้งตามปริมาณที่ได้รับ นี้ก็เป็นอีกเหตุผลที่ไม่มีสัตว์ทดลองคนไหนทนต่อยาและมีชีวิตอยู่ยืนยาว

 

         แต่ไม่ใช่กับพระพาย

 

         “มันเจ็บไม่มากเท่าไรนายก็รู้” ผมขมวดคิ้วพูดทั้งที่รู้ความจริงเป็นอย่างดี ปลายนิ้วเรียวกดไล่อากาศภายในเข็มฉีดยาก่อนที่จัดการฝังเข็มในมือลงกับหน้าท้องบางของอีกฝ่าย

 

สองหูได้ยินเสียงสะอื้นดังขึ้นแผ่วเบาจากคนร่างบาง ดวงตาคู่คมเหลือบมองเสี้ยงหน้าสวยที่ฝืนรับความเจ็บปวด พระพายยกมือขึ้นปิดปากตัวเองไว้แน่นราวกับไม่ต้องการให้เสียงร้องหลุดรอดออกไปทั้งที่กรอบหน้าเริ่มเต็มไปด้วยหงาดเหงื่อสีใส ใบหน้าที่เคยขาวซีดอยู่แล้วกลับซีดเผือกหนักขึ้นกว่าเดิมจนผมได้แต่กำข้อมือบางเอาไว้แน่น

 

ทำไมผมต้องหงุดหงิดแบบนี้ด้วย

 

ทั้งที่คนตรงหน้าเป็นแค่เหยื่อทดลอง…

 

“พักผ่อนซะ” ผมพูดเสียงนิ่งก่อนจะตัดสินใจผละตัวออกจากอีกฝ่าย ไม่ลืมที่จะหยิบเข็มฉีดยาที่เคยบรรจุของเหลวสีแดงใสออกมาด้วย

 

ปัง!

 

เสียงปิดประตูดังขึ้นให้ได้ยินหลังจากสองเท้าก้าวออกมาจากห้อง หากแต่เสียงสะอื้นที่ฝืนปิดกั้นไม่ให้หลุดรอดออกมาของใครบางคนกลับตรึงแน่นอยู่ในหัว ผมไม่ควรมีความรู้สึกแบบนี้ มันอันตรายเกินไปสำหรับคนที่ต้องทำงานอยู่ในโลกมืด มาเฟียไม่จำเป็นต้องมีหัวใจ และผมไม่จำเป็นต้องรู้สึกอะไรกับสิ่งที่ทำ

 

แค่ไม่เข้าใจว่าตัวเองกำลังหงุดหงิดเรื่องอะไร

 

“ชิท!” เสียงสบถดังขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์เข็มฉีดยาในมือถูกกำไว้แน่นราวกับมันสามารถระงับความรู้สึกที่เกิดขึ้นในตอนนี้ออกไปได้

 

“คุณจีซัส”

 

“มีอะไร!” เสียงห้วนกระด้างไม่สบอารมณ์ดังขึ้นเมื่อหางตาเหลือบเห็นฟูหลงเดินมาเรียกอยู่ด้านข้าง ผมหลับตาลงระงับความครุกรุ่นของตัวเองก่อนจะลืมตาขึ้นจ้องมองอีกฝ่ายผ่านสีหน้าเรียบนิ่งดุดัน

 

“มีความคืบหน้าเรื่องของอาหยางครับ” น้ำเสียงทุ้มเข้มจริงจังที่ดังขึ้นทำให้ผมขวดคิ้วเข้าหากันมุ่น เรื่องของไอ้หนอนบ่อนไส้ที่แฝงตัวเข้ามาแก๊งนั่นน่ะเหรอ

 

“ว่ามา!”

 

“หลายวันก่อนคนของเราเจอคนน่าสงสัยพยายามลักลอบเข้ามาในคฤหาสน์ครับ คิดว่าคงเป็นพวกเดียวกับอาหยางที่ถูกส่งตัวเข้ามา”

 

“หึ! มันตายไปนานจนฉันคิดว่าคนที่ส่งมันมาจะไม่สนใจมันแล้วซะอีก” ผมยิ้มหยันจ้องมองเข็มฉีดยาในมือด้วยแววตาแข็งกร้าวก่อนจะจะใช้ปลายนิ้วควงมันเล่นอย่างต้องการใช้ความคิด

 

“มันอยู่ที่ไหน”

 

“ห้องใต้ดินครับ”

 

         “ดี! ฉันจะลงไปเยี่ยมมันสักหน่อย พวกที่กล้าเหยียบจมูกเสือคงไม่อยากตายดีนักหรอก” คำพูดเย็นเยียบแผ่บรรยากาศกดดันทำให้ฟูหลงก้มหัวรับคำสั่งเพียงนิด เจ้านายของเขาไม่ใช่คนโหดร้าย แต่ถ้ากำลังหงุดหงิดกับเรื่องอื่นอยู่แบบนี้คิดว่าหมอนั่นคงไม่มีชีวิตรอดออกจากที่นี่แล้วแน่ๆ

.. 

50% 

.. 

         บรรยากาศเย็นยะเยือกแผ่ความกดดันทำให้คนที่อยู่ภายในห้องใต้ดินไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงหรือขยับร่างกายแต่อย่างไร มีเพียงร่างโชกเลือดลมหายใจรวยรินที่กำลังแสยะยิ้มจ้องมองหัวหน้าแก๊งซือหลิวด้วยสายตาเหยียดหยามปนสมเพชทั้งที่ไม่รู้จักสภาพของตัวเองในตอนนี้กับเสียงโซ่ตรวนที่ใช้ล็อกข้อมือของมันโหนกับราวบนเพดานเอาไว้แน่น 

 

         “ฉันไม่มีเวลาให้แกมาจ้องหน้านานนักหรอกนะ” น้ำเสียงเรียบเย็นเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้องใต้ดิน ดวงตาคู่คมจ้องมองนักโทษที่กล้าลักลอบเข้าแก๊งก่อนจะขมวดคิ้วไม่สบอารมณ์เมื่อสิ่งที่ได้รับกลับมาคือเสียงหัวเราะกับใบหน้าแสยะยิ้มไม่รู้ทุกข์ร้อนของมัน 

 

         “ฮ่าๆ ยินดีที่ได้พบคุณจีซัส” เสียงแหบพร่าดังขึ้นพร้อมกับเลือดที่ไหลออกจากปากบ่งบอกสภาพของหนูน่ารังเกียจนี้ได้เป็นอย่างดี 

 

         “ใกล้ตายแล้วยังอารมณ์ดี” ผมเลิกคิ้วแสร้งทำสีหน้าแปลกใจสองเท้าเดินไปตรงหน้าชายร่างอาบเลือดก่อนจะใช้มือจิกศีรษะมันให้เงยขึ้นอย่างแรง 

 

         พรึ่บ! 

 

         “ใครส่งมึงมา!” น้ำเสียงกดต่ำรอดไรฟันเอ่ยขึ้นอย่างน่าอึดอัดผมไม่ใช่คนอารมณ์ดีโดยเฉพาะกับเรื่องแบบนี้ ยิ่งเจอคนที่ไม่แสดงท่าทีทุกข์ร้อนไม่ห่วงชีวิตยิ่งไม่ชอบใจ เพราะมันเหมือนกับตัวเองเห็นแล้วน่าหงุดหงิด 

 

         “หึ! ถามแล้วคิดว่าผมจะตอบงั้นเหรอ” คำตอบยียวนจากริมฝีปากโชกเลือดทำให้ผมออกแรงที่จิกหนังศีรษะมันมากกว่าเดิม ใบหน้าช้ำเบ้ด้วยความเจ็บเพียงนิดก่อนที่รอยยิ้มหยันจะถูกส่งกลับมาราวกับนึกสมเพช 

 

         “กูจะถามอีกครั้ง” 

 

         “…” 

 

         “ใครส่งมึงมา!” เสียงเรียบเย็นถามย้ำพร้อมกับดวงตาคู่คมที่จ้องหน้าโชกเลือดของเหยื่อนักโทษในกำมือหากแต่คำตอบที่ได้รับกลับเป็นเพียงเสียงหัวเราะน่าขยะแขยงที่ดังขึ้นให้ไม่สบอารมณ์เท่านั้น 

 

         “ดี!” ผมสบถขึ้นเหยียดยิ้มที่มุมปากตัดสินใจปล่อยมือออกจากเศษสวะตรงหน้า มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นลูบใบหน้าตัวเองราวกับระงับอารมณ์ครุกรุ่นที่เกิดขึ้นในใจก่อนจะใช้เท้าเตะไปที่เสี้ยวหน้าของมันอย่างแรงเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงยิ้มได้หน้าระรื่นคล้ายกำลังเย้ยหยันคนอย่างเขา 

 

         พลั่ก! 

 

         “อั่ก!” 

 

         “ไง! ยังยิ้มออกอยู่ไหม” ผมเหยียดยิ้มถามนักโทษโชกเลือดที่ใบหน้าหันไปตามแรงเตะ มันเหลือบตามามองผมอย่างโกรธแค้นก่อนจะถุยน้ำลายปนเลือดกับซี่ฟันที่หลุดลงกับพื้น 

 

         “เหอะ! กูไม่บอก” มันพูดขึ้นผ่านสีหน้าชิงชังไม่มีรอยยิ้มที่ปรากฏออกมาเหมือนก่อนหน้า แบบนี้สิดี ผมไม่ชอบเจอคนประเภทเดียวกันนักหรอกมันน่ารำคาญ 

 

         “กูจะให้โอกาสมึงอีกครั้ง ใครส่งมึงมา!”  

 

         “กูมาของกูเองไม่มีใครส่งกูมาทั้งนั้น!” คำตอบที่ได้ยินจากอีกฝ่ายทำให้ผมเหยียดยิ้มขึ้นนิดๆ เรียวลิ้นดันเข้าที่กระพุ้งแก้มของตัวเองอย่างนึกหงุดหงิดก่อนจะกำมือเข้าหากันแน่นแล้วออกแรงต่อยที่ขมับอีกฝ่ายแรงจนหัวของมันสั่นคลอน 

 

         ผัวะ!   

 

         “ไม่ใช่คำตอบที่กูอยากได้ยิน” ผมพูดเสียงเรียบก่อนจะสะบัดข้อมือที่ใช้ต่อยหนูสกปรกอย่างรู้สึกเบื่อหน่าย  

 

ดวงตาคู่คมปรายตามองสภาพน่าสมเพชของเหยื่อตรงหน้าก่อนจะหันไปส่งสัญญาณให้ฟูหลงเตรียมจัดการเค้นปากไอ้หมอนี่ต่อพร้อมกับสองเท้าเริ่มก้าวเดินผละออกมาแล้วทรุดนั่งลงที่เก้าอี้หรูกลางห้องใต้ดินรอชื่นชมเรื่องน่าสนุกที่กำลังจะเกิดขึ้น 

 

“ในเมื่อไม่ยอมบอกกันดีๆ ฉันก็มีวิธีที่จะทำให้หนูสกปรกยอมเปิดปากพูดออกมาเอง” 

 

“มะ มึงจะทำอะไร” ชายร่างโชกเลือดถามด้วยเสียงหวาดผวาดวงตาทั้งสองข้างหลุกหลิกมองคนของผมที่เข้าไปประชิดตัวแล้วจับมันเอาไว้แน่น ผมเหยียดยิ้มเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ยกขาขึ้นไขว่ห้างปรายตามองเหยื่อที่กำลังแสดงท่าทีหวาดกลัวต่างจากก่อนหน้านี้ 

 

“ก็แค่ทำอะไรสนุกๆ” ผมพูดก่อนจะหยิบหลอดฉีดยาที่คนของตัวเองถือมาให้ขึ้นพิจารณาแล้วควงมันเล่นอย่างตื่นตาตื่นใจ 

 

“ฉันกำลังขาดคนทดลองยาอยู่พอดี มันเป็นยาตัวใหม่ที่ยังไม่รู้ผลลัพธ์แน่ชัด”  

 

“มึง! กูไม่ใช่สัตว์ทดลองของมึง!” น้ำเสียงตวาดกร้าวดังขึ้นด้วยสีหน้าหวาดกลัวร่างโชกเลือดพยายามดิ้นรนให้หลุดจากพันธนาการหากแต่แรงจากคนของผมที่จับตัวมันไว้บวกโซ่ที่ตรวนร่างทรุดโทรมนั่นก็แทบไม่มีผลอะไร 

 

“ไม่ต้องห่วงมันจะทำให้รู้สึกสบาย” ผมว่าพลางยื่นหลอดฉีดยาในมือกับให้ฟูหลงที่เดินเข้ามารับผ่านสีหน้าเรียบนิ่ง ดวงตาทั้งสองข้างไล่มองเรื่องน่าสนุกตรงหน้าก่อนที่เสียงร้องทุรนทุรายจะดังขึ้นเมื่อฟูหลงจัดการแทงเข็มลงที่ต้นคอของเหยื่อตรงหน้าพร้อมกับตัวยาที่ค่อยๆไหลเข้าสู่ร่างมันทีละนิดๆ  

 

“อ๊ากกกกก!!” เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นอย่างทรมานคนของคนจัดการปล่อยตัวมันออกแล้วก้าวถอยไปเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น ผมขมวดคิ้วไล่สายตาจดจ้องผลงานของตัวเองก่อนจะเหยียมยิ้มออกมาเมื่อฤทธิ์ยาที่ใช้เริ่มเกิดผล 

 

เสียงโหยหวนหลุดร้องอย่างทรมานเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นหยาดน้ำตากับเสียงร้องไห้ฟูมฟาย นักโทษร่างโชกเลือดส่งเสียงคล้ายพึมพำอะไรสักอย่างก่อนจะหลุดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกับใบหน้าที่เปรอะเปื้อนรอยยิ้มไม่ต่างกับคนมีความสุข  

 

ยาของผมส่งผลดีเกินคาด มันเป็นยาตัวใหม่ที่ยังไม่ผ่านการทดลองกับมนุษย์ฤทธิ์ของมันไม่ต่างอะไรกับยาเสพติดที่ทำให้เห็นภาพหลอนแสดงความรู้สึกเจ็บปวดเศร้าและมีความสุขต่างกันไป เพียงแต่มันจะออกฤทธิ์ได้แค่สิบนาทีเท่านั้น 

 

“จะบอกกูได้หรือยังว่าใครส่งมึงมา” ผมถามขึ้นอีกครั้งผ่านน้ำเสียงเรียบนิ่งร่างกายลุกขึ้นเก้าอี้ที่นั่งก่อนจะเดินไปตรงหน้าเหยื่อนักโทษที่มีสภาพเลื่อนลอยราวกับตกอยู่ในห้วงความฝันของตัวเอง 

 

“…” 

 

“ใครส่งมึงมา” ผมย่อตัวถามมันพร้อมกับออกแรงจิกศีรษะมันให้หยุดนิ่งเพื่อตอบคำถาม 

 

“คะ…คระ….” 

 

“คุณจีซัส” 

 

“ชู่ว์! ฉันจะเค้นมันเองฟูหลง นายรอรับคำสั่ง” ผมพูดขึ้นกับคนของตัวเองก่อนจะหันกลับมาจ้องเหยื่อตรงหน้าที่ยังคงเลื่อนลอยพยายามขยับปากพูดเสียงแผ่วเบา 

 

“บอกกูมา” 

 

“คระ…ครอส ขะ เขาส่งกูมา” คำตอบแผ่วเบาที่ดังขึ้นทำให้ผมกระตุกยิ้มขึ้นทันที เป็นอย่างที่ตาแก่แปะทงพูดไว้จริงๆ ครอสตั้งใจทรยศแก๊งมาเฟียมันกำลังวางแผนอะไรบางอย่าง 

 

“มันส่งมึงมาทำไม” ผมกดเสียงถามจ้องมองดวงตาหลุกหลิกกับเลือดที่ค่อยๆไหลออกจากโพรงจมูกซึ่งเป็นผลจากฤทธิ์ยาที่เข้าไปควบคุมสมอง 

 

“พะ…เพื่อฆ่าทาสขะ…ของคุณ”  

 

ทาสของผม? 

 

“มึงหมายถึงใคร” ผมขมวดคิ้วกดเสียงเรียบเย็นไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าเผลอออกแรงจิกหนังศีรษะของคนตรงหน้าไปแรงขนาดไหน 

 

“หนะ…หนูพาย ฆ่าพนูพาย กูต้องฆ่าหนูพาย…” น้ำเสียงเลื่อนลอยดังขึ้นวนซ้ำไปมาจากปากของร่างโชกเลือด โพรงจมูกของมันเริ่มมีหยาดน้ำสีแดงข้นไหลออกมามากขึ้นเรื่อยๆ แต่ผมยังคงนิ่งค้างจดจ้องเหยื่อตรงหน้าราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน 

 

“พระพายงั้นเหรอ” 

 

“คุณจีซัสเราไม่รู้ว่ายาที่ใช้สามารถเชื่อได้มากแค่ไหน มันอาจจะพูดโกหกก็ได้ อีกอย่างคุณพระพายก็เป็นทาสที่ครอสส่งขายให้กับคุณ กรรมสิทธิ์ทุกอย่างถือว่าตกเป็นของคุณ ครอสไม่สิทธิ์ยุ่งคุณก็ทราบดี” คำพูดของฟูหลงทำให้ผมได้สติขึ้นมา จริงอยู่ที่พระพายถือเป็นกรรมสิทธิ์ของผมตั้งแต่ที่ซื้อตัวมา แต่ถ้าเกิดครอสกำลังคิดจะทรยศแก๊งมาเฟียก็บอกไม่ได้เหมือนกัน 

 

“อืม” ผมพยักหน้ารับก่อนจะหันมาเค้นกับเหยื่อตรงหน้าอีกครั้ง ในเมื่อจะตายก็ช่วยทำประโยชน์ให้หน่อยแล้วกัน 

 

“ทำไมต้องฆ่าพระพาย” 

 

“หึ! หนูพายทรยศครอส อึ่ก! หนะ…หนูพายเป็นเด็กไม่ดีไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่ ทำแผนไม่สำเร็จ” เรียวคิ้วขมวดเข้าหากันทันทีที่ได้ยินประโยคนี้จากปากของมัน ทำแผนไม่สำเร็จ แผนอะไร? 

 

“มึงกับพระพายวางแผนอะไรกัน” น้ำเสียงกดต่ำถามขึ้นผ่านใบหน้าตึงเครียดจริงจังจ้องมองเหยื่อตรงหน้าด้วยบรรยากาศหนักอึ้งที่แผ่ออกมา 

 

“ฆ่าคุณ” 

 

!!! 

 

“ฆ่าหัวหน้าแก๊งซือหลิว อ่อก!” คำพูดของมันที่มาพร้อมกับเลือดที่ทะลักออกจากปากทำให้ผมหยุดนิ่งค้างไป ไม่ใช่เพราะสภาพร่างกายของเหยื่อสกปรกตรงหน้าแต่เป็นปะโยคที่ได้ยินเมื่อครู่นี้ต่างหาก  

 

“คุณจีซัส! เขากำลังจะตาย!” เสียงเรียกของฟูหลงทำให้ผมค่อยๆลุกขึ้นผละออกจากนักโทษตรงหน้าทันที สองเท้าก้าวถอยหลังจ้องมองเหยื่อที่เอ่ยปากพูดเรื่องเมื่อกี้ออกมาอย่างใช้ความคิด 

 

ถ้าครอสคิดจะทรยศแก๊งมาเฟียถึงขนาดที่ส่งพระพายมาฆ่าผมในฐานะทาสก็พอจะสรุปอะไรได้แล้ว ครอสกับพระพายเคยร่วมมือกัน 

 

“ส่งปืนมาให้ฉัน” ผมพูดเสียงเรียบจดจ้องร่างของเหยื่อตรงหน้าผ่านสีหน้าไร้ความรู้สึก เพียงไม่นานอาวุธสีดำวาวก็ถูกส่งสู่มือผมอย่างรวดเร็ว 

 

“จะดีเหรอครีบคุณจีซัส เรายังใช้มันเค้นเรื่องครอสได้อีก” 

 

“เงียบซะฟูหลง! ฉันเกลียดขี้หน้ามัน!” ผมตอบกลับเสียงกร้าวก่อนจะเดินไปยืนตรงหน้าร่างโงนเงนอาบเลือดแล้วใช้เท้าเตะเข้าที่ปลายคางของใช้เงยขึ้นรับปลายกระบอกปืนที่จ่อเข้าปากของมัน 

 

“เรื่องที่พายคิดจะฆ่าฉัน” 

 

“…” 

 

“เสียใจด้วยที่พอดีฉันรู้มานานแล้ว” 

 

ปัง! 

 

พรึ่บ! 

 

แกร๊ก! 

 

เสียงปืนที่ดังลั่นปลิดชีวิตเหยื่อนักโทษ กลิ่นเขม่าดินปืนกับกลิ่นคาวของเลือดปะปนกันชวนให้น่าคลื่นเหียน ผมจ้องมองร่างไร้ลมหายใจที่ดวงตาเบิกกว้างอ้าปากค้างกับหยาดเลือดที่ไหลออกจากศีรษะของมันผ่านสีหน้าเรียบนิ่ง ปืนในมือส่งให้ลูกน้องในห้องก่อนจะก้าวขาเดินออกจากห้องใต้ดินโดยมีฟูหลงคอยตามหลังมาด้วย 

 

“เรื่องที่มันพูด…” 

 

“คนของฉัน ฉันจัดการเอง” 

 

“คุณพระพายไม่มีทางฆ่าใครได้คุณก็รู้คุณจีซัส” น้ำเสียงเป็นกังวลของฟูหลงทำให้ผมหยุดชะงักเท้าที่กำลังเดิน ใบหน้าคมตึงขึ้นมานิดๆเมื่อลูกน้องคนสนิทกล้าพูดของเรื่องทาสของผม 

 

“แต่ก็เคยฆ่าไปแล้วนายก็รู้” เหตุการณ์วันที่พระพายฆ่าอาหยางผมยังจำได้ดี ถ้าเกิดไอ้คนที่เพิ่งตายคามือผมเป็นคนของครอสแสดงว่าอาหยางก็เป็นคนของมันเหมือนกัน ที่มันตามฆ่าพระพายก็คงเพราะเรื่องนี้ 

 

“เขาจะไม่มีวันฆ่าคุณ” 

 

“นายเอาอะไรมารับประกันฟูหลง ในเมื่อเด็กคนนั้นเคยคิดจะฆ่าฉันจริงๆ” ผมเหยียดยิ้มหันกลับไปมองอีกฝ่ายเพียงนิด 

 

“ผม…” 

 

“อย่าเข้ามายุ่งเกินความจำเป็น ฉันรู้ว่าเด็กดีคิดจะทำอะไร ต่อให้คิดจะฆ่าฉันทรยศฉัน ฉันก็ไม่มีทางปล่อยคนของฉันไปแน่” 

 

“…” 

 

“มันช่วยไม่ได้ที่พระพายดันเป็นเหยื่อทดลองคนสำคัญ เอาไว้ฉันเบื่อเมื่อไรไว้ค่อยฆ่าทิ้งตามกฎของพ่อค้าทาสแล้วกัน” 

 

“คุณคิดจะทำอะไรกันแน่ครับคุณจีซัส ถ้าเกิดคุณพระพายเป็นคนของครอสจริงทำไมคุณถึงเก็บเขาไว้ ต่อให้เขาเป็นเหยื่อทดลองที่ดีที่สุดของคุณแต่เรายังมีเหยื่อคนอื่นที่ร่างกายรับตัวยาได้ดีพอๆกับคุณพระพาย” คำถามจากลูกน้องคนสนิททำให้ผมหยุดชะงักไปทันที ฝ่ามือทั้งสองข้างเริ่มกำเข้าหากันแน่นอยู่ๆ ก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาในใจ 

 

“…” 

 

“คุณกำลังยึดติดเขาเกินไปนะครับคุณจีซัส ผมขอตัว…” ฟูหลงเอ่ยขึ้นเสียงเรียบก่อนก้มตัวให้ผมแล้วหันหลังเดินกลับเข้าห้องใต้ดินอีกครั้ง ยึดติดเกินไปงั้นเหรอ คนอย่างผมเนี่ยนะที่กำลังยึดติดอะไรบางอย่าง อย่ามาล้อเล่น! 

 

“หึ! เหยื่อทดลองแค่คนเดียวทำฉันยึดติดไม่ได้หรอกฟูหลง” คำพูดเรียบเย็นดังขึ้นพร้อมกับฝ่ามือที่กำเอาไว้แน่นทั้งสองข้าง ผมไม่ได้ยึดติดอะไรทั้งนั่น แค่รู้ว่าปล่อยไปไม่ได้ จะไม่ปล่อยเด็ดขาด… 

 

……………………………………100%…………………………………………. 

อัพแล้วจ้าาา เพิ่งโพสต์เลื่อนอัพไปแต่ไฟลุกขึ้นมาแต่งจนได้ 55555 

ตอนนี้จีซัสใกล้รู้ความจริงแล้วนะคะ ผ่านดราม่าอีกนิดเดียวทุกเรื่องก็จะจบแล้ว 

ตอนนี้นิยายเรื่องนี้เดินมาถึง 70% แล้วน๊าาา 

อีกนิดเดียวเองงง ตามกันให้จบนะทุกคนนนนน 

.. 

.. 

TO BE CONTINUED 

ความคิดเห็น