Avery Pie
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 5 : น้ำตกมันร้อน

ชื่อตอน : ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 5 : น้ำตกมันร้อน

คำค้น : ฉลามคลั่งรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.3k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ส.ค. 2562 16:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 5 : น้ำตกมันร้อน
แบบอักษร

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 5 : น้ำตกมันร้อน 

#ฉลามคลั่งรัก 

 

ผมหันไปดุคนที่รุ่มร่ามกับผม ขนาดอยู่ในน้ำสิ่งที่มันใหญ่โตก็ยังกลั่นแกล้งผมได้ ซึ่งผมสัมผัสได้ว่าเขายังไม่ตื่นตัวเท่าไหร่ แค่กำลังปลุกเร้าให้ผมตามใจก็เท่านั้น พอเป็นอย่างนั้นผมเลยเตรียมจะผละออกจากหลังของดีแลน กะว่ายหนีขึ้นฝั่งไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

 

ติดแค่ว่าดีแลนจับผมไว้ทัน

 

หมับ !

 

“ห้ามหนีนะครับคุณภรรยา”

 

“อ๊ะ!” เขาหันหน้ามารั้งขาผมให้เกี่ยวเอวสอบ จากนั้นก็ว่ายถอยหลังไปชิดกับขอบฝั่งขณะที่ดายตามมารังแกผมอย่างจริงจัง เล่นเอาผมเบิกตากว้างใส่ “เดี๋ยวสิ...อื้อ!”

 

ปลายนิ้วร้อนสอดเข้ามาในเสื้อ ลูบไล้แผ่นอกที่พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ทิ้งรอยมาพักใหญ่ สัมผัสวนเวียนให้ผมกัดปากแน่นพยายามข่มใจ ไม่ให้รู้สึกหรือตอบรับอะไรไปพวกเขาจะได้หยุดทำเรื่องไม่ดี คิดไม่ออกเลยว่าถ้ามีคนมาเห็น พวกเราจะดูบัดสีขนาดไหน

 

ถึงผมจะแน่ใจว่าเวลาแบบนี้คงไม่มีใครออกจากบ้านก็ตาม

 

แต่เราก็ไว้ใจอะไรไม่ได้ เกิดว่าใครคนใดคนนึงในหมู่บ้านลืมของเอาไว้เลยย้อนกลับมาเอา แล้วเห็นพวกเราขึ้นมาจะทำยังไง

 

“ขออนุญาตถอดกางเกงนะครับที่รัก”

 

“ดีแลน...!” ห้ามได้ไม่เต็มเสียงคนใจร้ายทั้งสองก็รีบดึงกางเกงผมออกจากโค่นขา จากนั้นดีแลนก็จับขาผมไว้แน่นอีก บังคับให้เกี่ยวเอวของเขาไว้จะได้หนีไปไหนไม่ได้ ร้ายกว่านั้นคือเขาไม่ได้กอดเอวผมไว้ เขากำลังบีบขย้ำเนื้อนิ่มๆ ที่บั้นท้ายของผมอย่างมันส์มือ “หยุดเลยนะ ผมบอกให้หยุดไง!”

 

“ผมหยุดไม่ได้ มือผมกำลังเสพติดความนิ่ม”

 

“นี่!”

 

“แต่คุณต้องเสพติดของแข็งนะที่รัก” ดีแลนหัวเราะราวกับว่านี่คือเรื่องสนุก เขากดจูบที่แก้มผมออดอ้อนให้ยอมอ่อนลง ผิดกับดายที่กำลังปลดกระดุมเสื้อผมจากด้านหลัง หนำซ้ำยังไล่จูบมาจากท้ายทอยยาวมาถึงลาดไหล่ พลันก็ลากต่ำไปที่แผ่นอก ทิ้งร่องรอยที่เต็มไปด้วยอารมณ์

 

และรอยฟันแรกก็ถูกฝาไว้ที่หัวไหล่กลมมนเป็นสัญญาณของการ...

 

ทวงมัดจำ

 

“รอบเดียวนะทูนหัว” ดายกระซิบข้างหู ใช้ความร้อนรุ่มของลมหายใจเกลี่ยแก้มผม เป็นจังหวะเดียวกับที่ลูบมือลงไปสัมผัสส่วนที่นิ่งสงบ รูดรั้งให้มันตื่นตัวเช่นเดียวกับเขาที่ใช้กายร้อนของตัวเองถูทางเข้าไปมา ผมกัดปาก เนื้อตัวสั่นไหวแม้ว่าเขายังไม่ได้ทำอะไรเกินเลยก็ตาม

 

แต่พอส่วนหน้าได้ลิ้มรสมือหนา ร่างกายมันก็ร้อนขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ คงเพราะร่างกายนี้จดจำได้ดีว่านอกจากผมแล้ว ยังมีใครอีกที่เป็นนายมัน ก็ทุกครั้งที่ถูกแตะต้องจากพวกเขา ผมไม่อาจจะปฏิเสธได้เมื่อความรู้สึกมันก่อตัวขึ้นมา

 

“คุณหน้าแดงแล้วนะ”

 

“แสงจากไฟต่างหาก” ผมโกหก หลุบตาลงโดยที่ไม่รู้ว่าสะโพกตัวเองกำลังส่าย ดีแลนหัวเราะเขาก้มลงมาเพื่อที่จะจูบปากผมให้ได้ ผมกัดปากเขา ลงโทษที่วางแผนการร้าย จริงๆ จะเรียกว่าแผนได้ไหม ก็เขาเล่นบอกความในใจว่าอยากทำตั้งแต่อยู่บนเรือ “อื้ออ”

 

ผมครางในลำคอยามลิ้นร้อนถูกสอดเข้ามาเก็บเกี่ยวความหวาน ร่างสูงบดเคล้าริมฝีปากบีบขยำเรือนร่างผมโดยเฉพาะโค่นขาที่เกี่ยวเอวสอบอยู่ เราจูบกันอย่างลึกซึ้ง มีแสงจันทร์อาบไล้ร่าง ดายเองก็ใช่ว่าจะยอมแพ้เหมือนกัน

 

เขาฝากรอยรักไว้เต็มแผ่นหลังขณะเดียวกันก็สอดปลายนิ้วเข้ามาในช่องทาง

 

“อื้อ!” ผมสะดุ้งตอดรัดเรียวนิ้วยาวแน่น มันก็สักพักแล้วที่พวกเราไม่ได้ทำกันเลยไม่แปลกถ้าผมจะรู้สึกมากเป็นพิเศษ ทว่าดายกลับเคลื่อนตัวมาแนบชิด ใช้แผ่นหลังเป็นกำแพงให้ผมพักพิงต่อให้ผมจะผวากอดคอน้องชายเขาไปแล้วก็ตาม

 

“ทูนหัว”

 

“ดะ...ดาย”

 

“แค่รอบเดียว” เขากระซิบ จูบซับหัวไหล่มนที่มีรอยกัดแต่งแต้มเอาไว้ “ผมสัญญาว่าจะไม่ทำมากเกินไป แค่จะทำให้คุณหลับสบายก็เท่านั้น”

 

“ปกติผมก็หลับสบายอยู่แล้ว อย่ามาหลอกกัน”

 

“แต่วันนี้คุณจะหลับสบายกว่าทุกวันไง” ผมไม่อยากจะเชื่อคำพูดของดายเลยเนื่องจากเขาก็หื่นไม่แพ้ดีแลน เสียดายที่ผมหันหลังให้เลยไม่รู้ว่าเขากำลังทำหน้าแบบไหนใส่ ทว่าฟังจากน้ำเสียงมันก็มีความขอร้องปนอ้อนวอนอยู่ไม่ใช่หรือไง

 

แล้วอย่างที่รู้กันผมแพ้น้ำเสียงทุ้มต่ำของดาย

 

และก็กำลังจะแพ้ให้กับเรียวนิ้วที่ใส่เข้ามาเบิกทาง

 

“อ๊ะ อ๊า” ผมหลุดเสียงครางหวานตอนเขาบิดควานอยู่ในร่าง ก้านนิ้วร้อนๆ ตัดผ่านกับความเย็นของน้ำ กระทบเข้ากับจุดเร่าที่เจ้าตัวรู้ดีว่ามันอยู่ไหน ผมเผลอกัดบ่าดีแลน แรงอารมณ์พุ่งสูงจนเผลอถูส่วนหน้ากับหน้าท้องแกร่งของคนที่จับขาผมไว้

 

ดีแลนขบขัน เขาไซ้ซอกคอผมต่างจากดายที่สนใจทางเข้าพร้อมกับรูดรั้งกายร้อนของผมให้

 

ดายเพิ่มนิ้วจากสองเป็นสามแต่นั่นมันเทียบไม่ได้กับขนาดของเขาที่ใหญ่เกินเบอร์มาก ทุกครั้งที่ใส่เข้ามาคล้ายกับดึงผมขึ้นสวรรค์แล้วกระชากลงนรกในเวลาเดียวกัน เป็นความรู้สึกหฤหรรษ์ที่ไม่รู้จะหาคำไหนมาอธิบาย

 

“คุณพร้อมไหม?”

 

“คิดว่าผมมีทางเลือกหรือไง จับผมกันซะขนาดนี้”

 

“ก็พวกเราอยากใช้เวลาดีๆ ร่วมกับคุณนะ” ดีแลนเสริมทัพ จูบขมับผมแล้วหลุบตามองยอดอกที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ผิวน้ำ เขาเลียปาก ยกตัวผมขึ้นเพื่อที่ตัวเองจะได้สัมผัสมันได้ถนัด ผมกัดกรามแน่น ข่มใจยามที่ปลายลิ้นของเขาโลมเลียมัน

 

ก่อนจะจิกเล็บลงกับแผ่นหลังเมื่อความดุดันถูกสอดเข้ามา

 

“แน่นจัง”

 

“อื้อ! ดาย...!”

 

“อดทนหน่อยนะโซล” ผมหอบหายใจ น้ำตาไหลผ่านแก้มเมื่อความเสียดเสียวแล่นริ้วไปทั่วร่าง ดายดันกายของเขาเข้ามา แล้วส่วนปลายมันก็กระทบกับจุดเร้าในร่างพาให้ตัวผมสั่นไปหมด ดีแลนเองก็ดูดดุนยอดอกผม มือก็รูดรั้งส่วนหน้าของตัวเองที่ถูซอกขาผมราวกับจงใจแกล้งกัน

 

ซึ่งคนพี่เขาก็คงรู้ว่านอกจากความเสียวซ่านที่ผมได้รับ มันยังมีความเจ็บปะปนมาทักทาย เขาเลยพยายามจูบแผ่นหลังปลอบ พยายามบีบตรงนั้นตรงนี้เพื่อให้ผมผ่อนคลายความเจ็บช้ำ แน่นอนผมเคยผ่านช่วงเวลาพวกนี้มาหมดแล้ว ผมรู้วิธีที่จะทำให้ตัวเองหายเกร็งได้

 

แต่ไม่รู้วิธีที่จะห้ามไม่ให้พวกเขาใส่เข้ามายังไง

 

“ทูนหัว” ผมอยากจะข่วนหน้าหล่อๆ ของคนที่กอดผมไว้แน่น ดายดันตัวตนของเขาเข้ามาจนสุดแล้ว หนำซ้ำมันยังขยายตัวคับแน่นช่องทางไปหมด ผมพยายามหายใจ ใบหน้าเงยมองท้องฟ้าที่หมู่ดาวมาเป็นสักขีพยานรัก ไม่อยากเชื่อเลยว่าเราจะทำกันนอกบ้าน

 

ถ้าตัดตอนที่แอบทำบนเรือวันนั้นออกไป นี่ก็เป็นครั้งแรกเลยที่เรามีอะไรกันข้างนอก

 

ท่ามกลางดวงดาวและแสงจันทร์

 

“ผมจะขยับแล้วนะ”

 

“ผมไม่อยากรับรู้เลย” ผมบอกเขาพลันเสียงครางก็กระเส่ายามกายดุเริ่มเคลื่อนไหว แรกเริ่มดายค่อยๆ ขยับให้ผมทำความคุ้นชิด พร้อมกับจับคางผมให้หันไปจูบกับเขา สอดลิ้นเข้ามาเก็บเกี่ยวความหวาน ปล่อยให้ดีแลนจับกายของเขากับของผมมารวมกันเพื่อรูดรั้งเป็นการปรนเปรอ

 

ส่วนปากหวานๆ นั่นก็ดูดดุนยอดอกทั้งสองข้างของผม ฝากฝังร่องรอยแห่งความรัก รวมถึงรอยกัดที่ทำผมสะท้านเฮือกด้วยความตกใจ ซึ่งพอผมถูกกัดซ้ำๆ มันก็เริ่มชินชา แล้วผมก็กลายเป็นคนที่มีนิสัยแย่ๆ คืออารมณ์จะพุ่งสูงขึ้นอีกเวลาโดนพวกเขาฝากรอยเขี้ยวไว้

 

ดายจูบซับหยาดใสที่ไหลผ่านมุมปากผมให้ เขาสอบเอวเร็วขึ้นโดยมีดีแลนยึดขาผมไว้ ยามเขาสอบกายถี่ คนน้องก็จะรูดส่วนหน้าของเราให้ถี่ขึ้นไปอีก ไม่ยอมแพ้คนพี่ที่ทำผมร้องไห้ด้วยความเสียดเสียวดยิ่งกว่าอะไร

 

สายน้ำที่โอบรอบตัวแลดูความเย็นมันจะหายไป กลับกันผมรู้สึกว่ามันร้อน ยิ่งกระเพื่อมตามแรงที่ดายกระแทกกายก็ยิ่งร้อนดั่งเอาไฟเผา ผมได้ยินเสียงหอบจากคนด้านหลัง เขากัดท้ายทอยผม โลมเลียเล็กน้อยเป็นการปลอบใจ

 

“อื้อ อ๊ะ อ๊า อย่ากัด”

 

“คุณก็รู้ว่าพวกเราห้ามตัวเองไม่ได้”

 

“แต่ผมเจ็บ อื้อ ไม่ไหว อ๊า ลึกเกินไปแล้ว”

 

“โซล อื้ม~” เสียงครางต่ำคลอเคลียอยู่ข้างหู บ่งบอกเป็นอย่างดีว่าเขาพอใจขนาดไหน ผมเองก็พูดผิดพูดถูกสลับกันไป จะต่อว่าเรื่องกัดก็กลายเป็นครางไม่ยอมหยุด ดีแลนหอมแก้มผม มือของเขายังคงทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมจนผมอยากจะตีให้ตาย

 

ติดเพียงแค่ว่าดายกำลังทำผมคลั่งตาย เขาสอบเอวหนักขึ้น โจนจ้วงอยู่ในร่างพาผมไปถึงสรวงสวรรค์ พอรวมกับที่ดีแลนทำ ผมก็ปลดปล่อยออกมาอาบเลอะหน้าท้องของเขา ทว่าดายก็ยังไม่พอ เขากระแทกอีกสองสามครั้งก็หลั่งเข้ามาในตัวผม

 

ความย่ำแย่คือพวกเขาไม่ได้ปล่อยให้ผมพัก ทันทีที่ดายเสร็จ เขาก็ถอนกายออกให้น้องชายเข้ามาสำรวจร่างผม

 

“ร้อนจังเลย”

 

“อื้อ เบาหน่อย อ๊า ดีแลน เบาๆ”

 

“ของแบบนี้มันห้ามกันไม่ได้ ใช่ไหมพี่?” ดายขานรับในลำคอสั้นๆ แต่แค่ฟังก็รู้เลยว่าในใจกำลังยิ้มร้ายอยู่ เขาจับผมให้หงายไปพิงอกแกร่งเพื่อที่ดีแลนจะได้ขยับเข้าหาผมได้สะดวก ผมกลับมาตื่นตัวอีกครั้ง ส่งเสียงน่าฟังขณะที่คนน้องกำลังสอบสะโพกเข้าหา

 

ดายกอดผมไว้ช่วยรูดรั้งส่วนหน้าให้ไปพร้อมกับที่เอาของตัวเองมาถูหลังผม ส่งผลให้ผมต้องเอื้อมมือไล้ต่ำลงไปรูดให้เขาเราจะได้เสร็จพร้อมกัน และไม่มีใครหาเรื่องเข้ามาในตัวผมอีก

 

เจ้าตัวหอมหัวผม ยอมให้ผมปรนเปรอให้ จากนั้นก็เลื่อนนิ้วมาบดขยี้ยอดอกชูชันของผมไว้ บางครั้งก็ก้มลงมาขบกัดเบาๆ ให้ผมครางลั่นด้วยความทนไม่ไหว ดีแลนหัวเราะ สัมผัสได้เลยว่าเขามีความสุขที่ได้เห็นผมเสียดเสียวมากกว่าใคร

 

ส่วนปลายของเขากระทบจุดกระสันภายใน ทว่าเจ้าตัวดูเหมือนจะไม่พอใจอะไรที่เรียบง่าย

 

“ย้ายสถานที่หน่อยนะที่รัก”

 

“อื้อ!” ผมสะท้านยามกายดุฝังตัวลึกตอนเขาขยับ ดีแลนพาผมว่ายมาตรงโขกหินที่ไว้ให้นั่งพัก เขาจับผมพลิกกายให้นอนคว่ำ กายร้อนถูกถอดออกแล้วเปลี่ยนเป็นเขาที่สอดลิ้นเข้ามาในช่องทาง วินาทีนั้นผมเบิกตากว้าง สะโพกขยับไปเองราวกับเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติ ส่วนนั้นก็ตอดรัดลิ้นเขา ขณะที่ดายขยับมาอยู่ตรงหน้า

 

เขาทิ้งตัวลงนั่ง กดหัวผมให้เข้าไปหาตัวตนที่ขยายใหญ่ชวนให้ครอบครองด้วยปาก เล่นเอาผมเม้มปากแน่น พลันก็ต้องเปิดปากแลบลิ้นเลียมันคล้ายของรัก ดีแลนกลับมาสอดกายอีกครั้ง คราวนี้ย้ำกายหนัก ต่างจากผมที่ต้องใช้มือรูดรั้งแก่นกายของดาย สลับกับใช้ปากทำให้ พยายามบีบปากเป็นการเอาใจ ข้างหลังก็ดูดกลืนความร้อนที่ดีแลนมอบให้

 

แน่นอนว่าความเสียดเสียวทำน้ำตาผมไหล ดายใช้ปลายนิ้วเช็ด แต่ก็ไม่ได้ให้ผมหยุดทำ กลับกันเขาขยุ้มเรือนผมของผมไว้มั่น บางครั้งก็สวนสะโพกขึ้นมาจนส่วนปลายกระทบกับผนังในลำคอ ผมเกือบสำลัก แต่ด้วยขนาดและความยาวทำให้ผมถอดริมฝีปากออกมาไม่ได้

 

ผมขบกัดเบาๆ ให้เขาครางต่ำ ดีแลนเองก็ครางด้วยความพอใจอยู่ด้านหลัง ชักแก่นกายของผมหนักๆ ให้เข้ากับจังหวะของเอวเขาที่กระแทกกระทั้นชวนให้ขาดใจ

 

“คุณสวยมากรู้ตัวไหม”

 

“อ๊ะ อ๊า”

 

“สวยที่สุดเลย” ผมไม่อยากจะเชื่อคำพูดของดายเลย เพราะรู้สึกว่าเขากำลังหลอกล่อให้ผมใจอ่อน ผมหรี่ตามองเขา อีกส่วนคือนัยน์ตาผมฉ่ำน้ำไปหมดเลยต้องปรือมองเขาแบบนั้น ดายกยิ้ม ใช้นิ้วเช็ดคราวขาวที่เปื้อนมุมปากผมเบาๆ ถึงอย่างนั้นก็ยังสอดใสเข้ามาไม่ยอมหยุด กระทั่งดีแลนเสร็จในตัวผมพร้อมกับที่ผมปลดปล่อยออกมา ผมถึงถอนริมฝีปากออก

 

ผมคิดจะให้ดายไปช่วยตัวเองต่อ ทว่าเขากลับลากผมขึ้นไปบนฝั่ง แผ่นหลังของผมถูกโอบล้อมด้วยดินชื้นจากละอองของน้ำตก ดวงตาของผมเบิกกว้างเมื่อเขาสอดกายเข้ามาอีกรอบ

 

“ไหน...ไหนคุณบอกว่ารอบเดียวไง”

 

“ผมรู้ แต่ผมยังไม่เสร็จคุณเห็นไหม”

 

“ดะ....ดาย”

 

“เพราะงั้นอดทนอีกรอบได้ไหม”

 

“!!!!”

 

“ขออีกรอบนะทูนหัว”  

 

ค่ำคืนผ่านไปช้ากว่าที่ผมคิดไว้  

 

กว่าแสงจันทร์จะเลื่อนผ่านไปกลายเป็นแสงอาทิตย์ ผมก็โดนตระกรองกอดไปไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ รู้แค่ว่าพวกเขาโกหกผม เขาไม่ได้ทำกันรอบเดียวอย่างที่ขอกันไว้ ทั้งสองผลัดเวียนเข้ามาในตัวผม ฝากความรักไว้ในร่างกายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขนาดผมห้ามพวกเขาก็ยังไม่ฟัง คล้ายกับเสียงผมส่งไปไม่ถึงยังไงยังงั้น

 

ทั้งที่ผมก็พูดอยู่ข้างหูพวกเขา ตั้งแต่เสียงดังยันช่วงเวลาที่เสียงหายกลายเป็นเสียงครางเกินจะทานไหว พวกเขาก็ยังไม่หยุดจนผมสลบไปนั่นแหละถึงได้รู้ว่าไม่มีอะไรเคลื่อนไหวอยู่ในร่างกาย

 

และตื่นมาพร้อมกับความรวดร้าวทั่วร่างกาย

 

มันตอกย้ำให้ผมจำฝังใจว่าอย่าเชื่อคำว่ารอบเดียวจากปากเมกาโลดอน

 

“อือ” ผมครางในลำคอเมื่อแสงตะวันตกกระทบโดนดวงตาที่ปิดสนิท ส่งผลให้ต้องขยับตัวหนี ไปซุกอกแกร่งร้อนๆ ของใครสักคนที่นอนอยู่ด้านข้าง เขากอดผมไว้ จูบลงบนกลุ่มผมเบาๆ ราวกับว่าขับไล่สิ่งที่กวนใจออกไปให้

 

หรือไม่บางทีมันก็คงเป็นการปลอบใจที่เมื่อคืนเขาไม่ยอมเชื่อฟัง

 

“ดีแลนทำแพนเค้กไว้ให้คุณแล้วนะ อยากกินอะไรหน่อยไหมแล้วค่อยมานอนต่อ”

 

“ไม่” ผมบ่นงึมงำไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเขาจะพูดอะไร “ผมอยากนอน...”

 

“คงเหนื่อยใช่ไหม”

 

“…”

 

“นี่มันแค่เริ่มต้นเองทูนหัว”  

 

คำพูดนั้นทำให้ผมอยากจะกัดลิ้นตัวเองตาย ไม่อยากตื่นขึ้นมารับรู้หรือตอบโต้อะไรทั้งนั้น คิดดูสิ ขนาดพวกเขาแค่ทำกันไม่หนัก สภาพผมยังเหมือนผ่านสนามรบมาไม่ต่ำกว่าห้าสงครามติดกัน แล้วถ้าพวกเขาเอาจริงขึ้นมา ผมคงเป็นอัมพาตไปตลอดชีวิต

 

คิดแล้วก็อยากจะร้องไห้ให้กับชีวิตนี้

 

มีสามีสองคนมันก็เหนื่อยหน่อยนะโซล

 

“ผมอยากตาย”

 

“ไม่ใช่ตราบใดที่พวกเรายังอยู่” ดายตอบ เกลี่ยเส้นผมที่ลงมาปรกหน้าไปทัดหูให้ “อีกอย่างคุณก็เป็นคนบอกเองว่าฮันนีมูนต้องดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ และเราก็ยังไม่ได้ทำมันกันเอง”

 

“ขอเปลี่ยนเป็นดื่มน้ำเปล่าปกติได้ไหม ผมรู้สึกไม่อยากกินของหวานเท่าไหร่”

 

“ห้ามคืนคำทูนหัว” ผมปรือตามามองอีกคนด้วยแววตาง่วงซึมระคนง้องอน อยากจะกระเง้ากระงอดให้มากกว่านี้ ติดแค่ร่างกายผมขยับไม่ไหว ดายหอมหัวผม หวังเพียงการกระทำเล็กๆ จะช่วยให้ผมอาการดีขึ้นได้

 

เราจะได้เริ่มทำอะไรที่มันดุเดือดมากกว่านี้

 

“ผมจะไม่แพลนอะไรล่วงหน้ากับพวกคุณอีกแล้ว”

 

“แบบนั้นก็ไม่สนุกสิ”

 

“ลองมาอยู่ตำแหน่งเดียวกับผมสิ คุณจะได้รู้ว่ามันไม่สนุก”

 

“แต่คุณก็ดูสนุกดีนะเมื่อคืน”

 

“ถ้าผมพลิกตัวหนีคุณได้ ผมจะทำ” เป็นการข่มขู่ที่ไม่น่ากลัวเลยสักนิดสำหรับเขา กลับกันมันทำให้อีกฝ่ายยกยิ้มขึ้นมา ดูมีความสุขที่ผมทำอะไรไม่ได้นอกจากนอนหนุนแขนเขา ฝังตัวเองอยู่กับวงแขนแกร่งที่ไม่รู้ว่านอนกอดผมมานานเท่าไหร่ แน่นอนผมเสียเวลาไปกับการนอนนานหลายชั่วโมง เรียกได้ว่ารวมเวลานอนทั้งชีวิตผมเข้าด้วยกันเลยก็ได้มั้ง

 

ตื่นมาอีกทีก็ตอนเที่ยงกว่าๆ แพนเค้กที่ดีแลนทำเลยต้องอุ่นใหม่ สภาพผมตอนตื่น ก็เหมือนกับเด็กน้อยที่อยากได้การเอาอกเอาใจ

 

“คุณไม่ใส่กางเกงให้ผม”

 

“ผมว่าแบบนี้ คุณดูสวยกว่า” ดีแลนยิ้มหวานตอนผมเดินมานั่งที่เก้าอี้ทานอาหาร ทั้งตัวผมมีเพียงแค่เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวบาง มันปกป้องช่วงบนที่เต็มไปด้วยรอยรัก แต่ไม่ปกป้องช่วงล่างเลยสักนิด เวลาขยับเนื้อผ้าจะละเลียดกับผิวขาว เผยให้เห็นรอยจูบที่ถูกแต้มไว้ตามขาอ่อน

 

เวลานั่งถ้าทิ้งตัวลงไปเลย ชายเสื้อก็จะเลิกขึ้นมาคลุมแค่โค่นขา ส่วนที่เหลือก็เปิดโล่งสาธารณะ เล่นเอาผมต้องนั่งไขว้ห้างไม่ให้เขาเห็นร่างกายช่วงล่างต่อให้เขาจะทั้งเห็น ทั้งจับมันมาหลายครั้งแล้วก็ตาม

 

แต่ผมก็ยังมีความเขินอายอยู่ในตัว

 

“มื้อเช้าสำหรับตอนเที่ยงมาแล้วครับองค์ราชินี”

 

“ถ้าไม่อร่อย ผมจะโยนทิ้ง”

 

“ผมยินดีถ้าทำให้คุณมีความสุขนะที่รัก” คนน้องหอมแก้มผม เท้าแขนลงกับโต๊ะหลังจากวางจานอาหารลงตรงหน้า กลิ่นหอมของมันเตะจมูกผมเป็นบ้า พาให้ต้องรีบตักเข้าปากด้วยความหิวโหย ดายเทน้ำลงในแก้ม ยื่นมาให้ผมก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม

 

รอยยิ้มแสนอ่อนโยนประดับอยู่บนใบหน้าเขา มันมาพร้อมกับความเอ็นดูที่ส่งผ่านมาให้ผม

 

“ค่อยๆ กิน เดี๋ยวก็ติดคอหรอกโซล”

 

“ก็ผมหิวนี่น่า”

 

“คุณไม่ตื่นขึ้นมากินเองนะเมื่อเช้า” ผมพองลมในแก้มใส่ดาย พลันปลายนิ้วเขาก็เอื้อมมาเช็ดน้ำผึ้งที่เปื้อนมุมปากให้ แลบลิ้นเลียเล็กน้อยชิมความหวานนั้นเข้าไป “ไม่หวานเท่าตอนเราจูบกัน”

 

“วันนี้เราจะไม่จูบกัน ผมขอยื่นคำขาด”

 

“ผมขอค้านครับ” ทั้งสองตอบพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียงทำเอาผมอ้าปากค้าง ดีแลนเป็นคนแรกที่หลุดขำออกมา เขาอ้อมหลังมาจับบ่าผม บีบเบาๆ เป็นเชิงให้ผ่อนคลาย “ไม่เอาน่าที่รัก ผมรู้ว่าคุณเคืองที่เมื่อวานเราฝืนคำสั่ง แต่มันก็ไม่ได้แย่หรอกจริงไหม?”

 

“ไม่แย่ ผมก็แค่เกือบเดินไม่ได้”

 

“นั่นแค่เริ่มต้น ของจริงน่ะมันหลังจากนี้ต่างหาก”

 

“และถ้าคุณไม่ว่า คืนพรุ่งนี้เราจะทำกันที่ชายหาด”

 

“ว่าไงนะ!?”

 

“มันเป็นคืนจันทร์เต็มดวงน่ะโซล” ผมอ้าปากค้างให้กับการเสริมทัพกันไปมาของพี่น้องคู่นี้ นี่ผมยังไม่ทันหายจากเมื่อคืนนี้ พวกเขาก็แพลนที่จะออกไปทำกันอีกแล้วเหรอ แล้วไอ้สายตาแพรวพรายระยิบระยับเวลามองผมนั่นมันคืออะไรกัน

 

ให้ความรู้สึกเหมือนฉลามมองเหยื่อเลยให้ตายสิ

 

“อย่ามองผมแบบนั้น คุณทำให้ผมรู้สึกว่าคุณกำลังคิดไม่ดี”

 

“แล้วคุณคิดว่าการกอดกันในแบบคนรักไม่ใช่เรื่องดีเหรอ?”

 

“มันก็ไม่ใช่แบบนั้น แต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเราต้องไปทำกันนอกบ้าน” ผมกัดปากอยากจะถอนหายใจหนักๆ สักสองสามครั้ง ติดแค่ว่าลมในร่างกายแลดูจะไม่อำนวยความสะดวกให้เท่าไหร่ “เราทำกันในบ้านเงียบๆ ได้ไหม ผมไม่อยากออกไปเป็นจุดเด่นหรือให้ใครมาแอบมองได้”

 

“แบบนั้นก็ไม่ต่างจากที่เราทำกันที่บ้านน่ะสิ” ดีแลนแย้งกลับ ชะโงกหน้ามายู่ปากใส่ผม “มาเที่ยวทั้งทีก็น่าจะลองสถานที่ใหม่ๆ เมื่อวานเราทำกันที่น้ำตกแล้ว ผมกับดายมีความสุขมากเลยคุณรู้ไหม”

 

“แต่ผมเนี่ยสิกังวลแทบตาย ถ้ามีคนเห็นขึ้นมาจะทำไง”

 

“ก็จับกิน”

 

“ไม่ตลก” ผมย่นคิ้วใส่ดายที่ตอบกลับมาแบบนั้น ผมจะไม่ยอมให้เกาะสวรรค์นี่กลายเป็นสนามรบ โดยมีเมกาโลดอนสองตัวเป็นแกนนำ คือผมรู้ว่าการมีเซ็กส์มันเป็นเรื่องของความรักที่ไม่มีใครห้ามกันได้ แต่ผมอยากให้เราทำกันที่บ้าน ในสถานที่ลับตาไม่ต้องห่วงว่าจะมีใครมาเห็นไหม

 

ไม่ใช่ไปกลางแจ้ง ไม่เห็นใจชาวบ้านที่เขาอยู่มาก่อน ก็อายผีสางบ้างเถอะ

 

หรือว่าเมกาโลดอนไม่เชื่อเรื่องพวกนี้กันนะ?

 

“เราทำกันที่บ้านไม่ได้เหรอดีแลน ดาย ผมยอมให้พวกคุณทำที่ระเบียงก็ได้เอา”

 

“ไม่ได้หรอกที่รัก ฉลามที่เข้าฤดูผสมพันธุ์ต้องทำในทะเลเท่านั้น”

 

“ทำไม...”

 

“เพราะเราต้องกลายร่างด้วยไง และทะเลก็มีพื้นที่มากพอให้ทำ”  

 

“กลายร่าง? กลายร่างเนี่ยนะ! กูจะบ้าเหรอ!?” ผมแวดขึ้นมาทันที ดวงตาเบิกกว้างพร้อมกับอ้าปากค้างเมื่อได้ยินคำนั้น “แค่ของพวกคุณตอนเป็นมนุษย์ผมก็จะบ้าตายอยู่แล้ว ให้ทำกันในร่างฉลามผมไม่ตัวแตกตายตรงนั้นหรือไง!”

 

“ใจเย็นก่อนที่รัก ก็ไม่ได้จะให้ทำกันในร่างนั้นซะหน่อย”

 

“พวกเราก็แค่ต้องกลายร่างบ้างตอนที่เรากำลังทำกันอยู่ ไม่งั้นฤดูผสมพันธุ์มันก็จะไม่หมดไปง่ายๆ”

 

“ซึ่งถ้ามันหมดช้าแปลว่าเราก็จะต้องทำกันจนกว่ามันจะหาย”

 

“แบบนั้นคุณคงเหนื่อยตายเลยจริงไหม?”

 

“เลิกพูดสลับกันไปมาสักที ผมเวียนหัว” ผมยกมือห้ามปรามพี่น้องที่สลับกันพูดราวกับอ่านใจกันออก ธรรมดาพูดเฉยๆ ผมก็มักมองพวกเขาสลับกันไปมาอยู่แล้ว นี่มาพูดต่อกัน สภาพแบบนี้ผมหันตามทันที่ไหน แถมตอนนี้ก็เพลียเอามากๆ ต่อให้จะนอนไปเยอะมากก็ตาม

 

แต่พอได้ยินว่าเราจะทำกันอีก ผมก็รู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงที่มีหดหายไปหมดเลย

 

ผมอยากจะโทรไปจองโรงศพซะตอนนี้

 

“คือพวกคุณแค่จะกลายร่างกันเฉยๆ ใช่ไหม ไม่คิดจะใส่เข้ามาทั้งอย่างนั้น?”

 

“ถ้าคุณเป็นฉลามบางทีเราอาจทำ”

 

“…”

 

“แต่ยังไงร่างกายคุณก็สำคัญ เราไม่รังแกคุณขนาดนั้นหรอก” คำพูดของดายไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกปลอดภัยขึ้นเลยสักนิด เพราะสุดท้ายแล้วพวกเขาก็ไม่ได้สนใจร่างกายผมจริงๆ หรอก เขาสนใจแค่การได้ร่วมรัก แน่นอนมันเป็นเรื่องปกติสำหรับคู่รักคู่แต่งงานที่อยากจะมีช่วงเวลาวาบวาม

 

คือผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ แค่คิดว่ามันถี่เกินไปหรือเปล่า

 

หรือเพราะผมมีสามีสองคนนะถึงได้รู้สึกว่าการมีอะไรกันมันช่างเป็นเรื่องใหญ่

 

โดยเฉพาะการทำนอกบ้านโดยไม่แคร์สายตาใคร...

 

“ผมขอไปนอนแล้วตายไปเลยได้ไหม ไม่อยากรับรู้อะไรแล้ว” ดีแลนหลุดขำนี่แทบจะเป็นครั้งแรกเลยที่ผมยอมแพ้ให้กับเรื่องแบบนี้ มันช่วยไม่ได้จริงๆ ที่ผมจะแอบหวั่นกับฤดูผสมพันธุ์ของพวกเขา กลัวเหลือเกินว่าตัวเองจะไม่มีชีวิตรอดกลับมา

 

ถึงจะสัญญาไปแล้วว่าเราจะดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ มีอะไรกันท่ามกลางค่ำคืนที่เร่าร้อน ทว่าพอคิดอีกทีถ้าผมกลืนน้ำลายตัวเองได้ ผมก็จะรีบเปลี่ยนสัญญานั่น

 

จู่ๆ ก็อยากดื่มน้ำเปล่ามากกว่าน้ำหวานพวกนั้น

 

เสียดายที่พวกเขาไม่ปล่อยผมให้ทำเนี่ยแหละ

 

“วันนี้คุณก็นอนพักไปเรื่อยๆ ก่อนเถอะ ผมอนุญาตให้คุณหยุดงานสักวัน”

 

“แล้วก็เตรียมรับโปรเจคใหญ่จากพวกคุณน่ะเหรอ?”

 

“ก็เราสัญญากันไว้” ดายทักท้วงเรื่องนั้น ความตลกคือเราต่างก็รู้ดีว่าผมเป็นพวกไม่เคยผิดสัญญากับใคร “โซล อิลเดนสันคงไม่กลืนน้ำลายตัวเองหรอกใช่ไหม คุณไม่ใช่คนแบบนั้น”

 

“โลกเปลี่ยนคนก็เปลี่ยน” ผมพึมพำตักแพนเค้กเข้าปากโดยไม่สนใจเขาว่าจะได้ยินคำพูดผมไหม พลันสายตาผมก็เหลือบไปเห็นกระถางต้นไม้ที่เด็กสาวคนนั้นยกให้ดาย

 

มันตั้งอยู่ตรงบันได พลิ้วไหวยามสายลมพัดผ่าน

 

“ดอกไม้นั่นดูสวยกว่าเมื่อวาน”

 

“คงเพราะมันโดนแดดมั้งก็เลยดูมีชีวิตชีวา” ดีแลนตอบรั้งให้พี่ชายหันไปมองตาม “ผมว่ามันเป็นดอกไม้ที่แปลกมากเลยนะ บางทีผมน่าจะไปถามว่ามันชื่อดอกอะไร”

 

“นายอยากรู้ไปทำไม?”

 

“เผื่อว่าเราจะซื้อไปปลูกที่บ้านบ้าง”

 

“ผมว่ามันน่าจะเป็นดอกไม้หายากนะ”

 

“หืม?”

 

“ผมไม่เคยเห็นมันมาก่อนเลย” ผมตอบกลับ มั่นใจเกินร้อยว่าแถวบ้านของเขาไม่มีขาย หนำซ้ำตั้งแต่เกิดมา ผมเห็นต้นไม้ดอกไม้มาหลายชนิด แต่ก็ไม่เคยเห็นดอกไม้ที่สวยแบบเจ้าดอกนี้เลย “บางทีมันอาจจะขึ้นเฉพาะที่นี่ก็ได้ ถ้าคุณอยากได้คงต้องไปขอเมล็ดพันธุ์”

 

“ผมจะไปขอก่อนวันที่เราจะกลับ”

 

“สักพักนายก็ลืม” น้องชายยู่ปากใส่ที่โดนดัก ส่งผลให้ผมส่ายหน้าน้อยๆ ให้กับการตีกันเป็นเด็กๆ จะว่าไปที่บ้านของเราก็มีแปลงดอกไม้ว่างอยู่เหมือนกัน กล้วยไม้ที่ปลูกไว้มันตายเนื่องจากอากาศที่หนาวจัด ถ้ามีเจ้าดอกนี้ไปแทนที่มันอาจทำให้สวนบ้านเราดีขึ้นก็ได้

 

ซึ่งพอคิดแบบนั้นผมก็นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ติดต่อโนเอลเลยสักครั้ง

 

“คุณเห็นโทรศัพท์ผมไหม ผมต้องโทรหาโนเอลว่าเขามาดูแลบ้านเราหรือยัง”

 

“เสียใจด้วยที่รัก มือถือคุณไม่มีสัญญาณ” ดีแลนว่าพลางเดินไปหยิบมือถือผมมาให้ ดวงตาผมกวาดมองก่อนจะพบว่าตัวสัญญาณถูกตัดหาย พยายามจะเชื่อมต่อเท่าไหร่ ผลลัพธ์ก็กลายเป็นศูนย์ “มันไม่แปลกสำหรับเกาะที่ไม่มีใครกล่าวถึง”

 

“แบบนี้ผมก็เช็คไม่ได้สิว่าโนเอลไปถึงบ้านหรือยัง”

 

“ให้ผมว่ายน้ำไปดูเขาให้ไหม?”

 

“คุณจะออกไปหาอะไรกินล่ะสิ” ผมดักคอคุณสามีพาให้เขายิ้มแหยใส่ จากนั้นพวกเราก็เปลี่ยนเรื่องคุย ส่วนผมก็รีบกินข้าวแล้วก็ว่าจะนอนต่อจะได้มีแรงเก็บไว้สำหรับคืนพรุ่งนี้ที่พวกเขาตื่นเต้นกว่าเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด พลันคิดอีกทีผมอยากเข้าไปในหมู่บ้านมากกว่า

 

ก็เลยไปหยิบเสื้อผ้าเพื่อไปอาบน้ำที่น้ำตกเมื่อวาน

 

ถามว่าทำไมต้องอาบที่นั่น?

 

อันนี้ต้องไปถามคุณชายดีแลนที่ทำให้ฟักบวกหลุดออกมาทั้งท่อเลย

 

“คุณเฝ้าอยู่ตรงนี้นะ ห้ามหนีไปไหน” ผมหันไปบอกดายให้เขาหยุดยืนอยู่ตรงต้นไม้ใหญ่ ส่วนตัวเองก็เตรียมจะลงไปอาบน้ำ “ถ้ามีคนมาก็ตะโกนบอกผมหน่อยก็ได้ ผมจะได้รีบแต่งตัว”

 

“แถวนี้ไม่มีใครนอกจากเรา คุณไม่จำเป็นต้องกลัวว่าจะมีใครมาเห็น”

 

“ก็เผื่อมีคนเขาต้องใช้น้ำจากที่นี่ เราไม่รู้ว่าเขามีกฎอะไรกันบ้าง”

 

“ผมคิดว่าต่อให้เราทำผิด เขาก็คงให้อภัยเรา”

 

“ทำไมคุณคิดงั้น?”

 

“เพราะเขาบูชาเราในฐานะเจ้าแห่งท้องทะเล”  

 

LOADING 100 PER 

น้ำตกมันร้อนแถมยังสะท้อนภาพวาบหวิวให้จั๊กจี้หัวใจ 

คืนนี้ดวงจันทร์สาดแสงมาอาบไล้ให้หัวใจกระชุ่มกระชวยหนัก 

สองรักมอบให้หนึ่งรักที่ใฝ่หา เป็นก้าวเล็กๆ นำทางไปสู่สิ่งที่ใหญ่กว่าเกินจะคาดฝัน 

ความรู้สึกที่มีพันเกี่ยวเข้าด้วยกัน 

เป็นความรักใต้แสงจันทร์ที่ไม่มีวันมอดดับลง :) 

สกรีมลงแท็กหวีดความรุนแรงของเรื่องนี้ 

#ฉลามคลั่งรัก 

ความคิดเห็น