ใจดินสอ
email-icon facebook-icon

😊✏ว่าด้วยนิยายของไรท์นั้น>>>ไม่ใช่รักดราม่าหรือโรแมนติก ❤ ไม่ใช่รักใสๆวัยว้าวุ่นแต่เป็นรักวัยรุ่นที่มีอิโรติกรวมอยู่ด้วย😁 นอกจากจินตนาการแล้วโปรดใช้วิจารณญาณและศิลปะในการอ่านนะคะ📖 คุยกับไร์หรือแวะไปตามงานได้ที่ เพจ Writer ใจดินสอ

ชื่อตอน : EP.56 หมอภาค

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.4k

ความคิดเห็น : 71

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ส.ค. 2562 11:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.56 หมอภาค
แบบอักษร

ก้อย... 

หลังจากคืนวันบายเนียร์งานเลี้ยงอำลานักศึกษาปีสี่อย่างพวกเราจบลงไป ฉันก็เริ่มต้นใช้ชีวิตของคนวัยทำงานและดูแลแม่ไปพร้อมๆกัน ที่บ้านของฉันไม่ได้มีมรดกหรือสมบัติอะไรมากมายเหมือนบรรดาเพื่อนๆของฉัน  

 

ฉันไม่ได้เรียนเก่งอะไรจนมีเกรดเฉลี่ยสูงๆพอที่จะเข้าทำงานในบริษัทใหญ่ๆเงินเดือนแพงๆเหมือนคนอื่นเพราะตอนเรียนเวลาของฉันทั้งหมดถูกยกให้งานพิเศษและแม่  

 

ตอนนี้คนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยให้ฉันได้เข้าทำงานในตำแหน่งดีๆของบริษัทใหญ่ๆที่มีเงินเดือนแพงๆก็คือคุณน้าฟาเรนท์แม่ของเดือนหนาวเพื่อนสนิทของฉัน ถึงแม้ว่าในใจจะรู้สึกละอายที่ได้ทุกอย่างมาแบบง่ายๆแต่ลึกๆแล้วฉันก็เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งที่อยากทำงานดีๆมีเงินเดือนเยอะๆฉันก็เลยรับไว้ 

 

ฉันได้เข้าทำงานในบริษัทที่มีโครงการคอนโดและโรงแรมชื่อดังมากมายในเครือ ในตำแหน่งผู้ช่วยเลขาการตลาด ส่วนเดือนหนาวเองก็เริ่มเรียนรู้ในตำแหน่งผู้ช่วยการตลาดโดยมีฉันเป็นเลขานางต่ออีกที ซึ่งมันดีมากๆเลยแหละที่ได้ทำงานกับเพื่อนตัวเองถึงอนาคตข้างหน้าฉันจะได้เป็นแค่เลขาของเพื่อนตัวเองก็เถอะ แค่นี้บุญคุญของแม่เพื่อนและเพื่อนล้นหัวจนชดใช้ไม่หมดอยู่แล้ว 

 

" เป็นยังไงลูกเริ่มฝึกงานแล้ว " 

แม่ของฉันที่นอนเป็นผู้ป่วยติดเตียงอยู่ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใส ฉันนั่งลงเก้าอี้ข้างๆเตียงก่อนจะกุมมือแม่เอาไว้และส่งยิ้มให้แม่เหมือนที่เคยทำทุกวัน 

 

" ก้อยยังไม่ค่อยได้เรียนรู้งานอะไรเยอะหรอกค่ะแม่ผู้จัดการบอกว่าค่อยๆเรียนรู้ไปช้าๆ แต่ตอนนี้ก้อยเริ่มสนิทกับเพื่อนร่วมงานหลายๆคนแล้วนะคะ " 

เวลาที่ฉันมาหาแม่ที่โรงพยาบาลฉันก็มักจะเล่าเรื่องราวต่างๆให้แม่ฟังบ่อยๆ ถ้าเป็นสมัยที่เรียนอยู่ฉันก็จะเล่าเรื่องราวในมหาลัยให้แม่ฟัง แต่ตอนนี้ฉันเริ่มได้เล่าเรื่องราวใหม่ๆให้แม่ฟังแล้วล่ะนั่นก็คือเรื่องราวการทำงานในแต่ละวัน มันเป็นเรื่องแปลกใหม่และตื่นเต้นสำหรับแม่ฉันมาก ท่านสนใจและตั้งใจฟังทุกครั้งทั้งยังคอยถามนู่นนี่นั่นอยู่ตลอดเวลา 

 

" โหนี่เราคุยกันจนดึกเลยค่ะแม่ ก้อยว่าแม่นอนพักดีกว่าเนอะ เดี๋ยวก้อยจะนอนเฝ้าแม่เองแต่ขอไปอาบน้ำก่อนนะคะ " 

แม่ฉันพยักหน้าพลางยิ้มน้อยๆส่งมาให้ก่อนที่ท่านจะหลับตาลง ฉันจัดการห่มผ้าให้แม่เสร็จแล้วก็รื้อเสื้อผ้าในลิ้นชักข้างเตียงออกมา ฉันจะมีเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวทิ้งไว้ที่นี่น่ะ เวลามาค้างกับแม่ฉันจะได้ไม่ต้องเตรียมมาอีก 

 

" มากี่วันก็ยังไม่เจอหมอคนใหม่ที่มาดูแลแม่สักที จะเป็นคนยังไงกันนะ ต้องเก่งแน่ๆเลยแม่อาการดีขึ้นขนาดนี้ " 

ฉันคุยกับเงาของตัวเองในห้องน้ำก่อนจะจัดการแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วเดินมาล้มตัวลงนอนตรงโซฟา แย่หน่อยที่มาค้างที่นี่กี่ครั้งฉันก็ลืมผ้าห่มทุกที ห่มแต่ผ้าเช็ดตัวที่เปียกๆของตัวเองตลอดเลย 

. 

. 

. 

แสงไฟสว่างจ้าในห้องสี่เหลี่ยมสีขาวทำให้ฉันที่หลับสนิทไม่รู้เรื่องรู้ราวตั้งแต่เมื่อคืนค่อยๆปรือตาขึ้นมา โซฟาในห้องของแม่นุ่มกว่าทุกครั้งที่ฉันเคยนอนแถมผ้าห่มยังห๊อมหอม...เดี๋ยวนะผ้าห่มนี่... 

 

" เฮ้ย คุณหมอพี่ภาค!! " 

ฉันตกใจรีบดีดตัวลุกขึ้นจากโซฟาในห้องสีขาวที่มีพี่ภาค หรือพี่หมอภาคที่ยัยหนาวเคยแอบปลื้มอยู่กำลังนั่งทำงานบนโต๊ะที่มีแฟ้มผู้ป่วยวางเรียงรายอยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด  

 

" ตื่นแล้วก็เงียบด้วยนะครับ " 

คนตัวสูงในชุดกราวน์เหลือบมามองฉันก่อนจะก้มหน้าก้มตาไปสนใจเอกสารตรงหน้าต่อ แล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงเนี่ย 

 

" พี่เอ้ยหมอพาฉันมาที่นี่หรอ " 

ฉันรีบเดินดุ่มๆไปหยุดตรงหน้าโต๊ะทำงานทันที ก็เมื่อคืนฉันนอนในห้องแม่แล้วเช้ามาฉันก็มาตื่นในห้องนี้? 

 

" เรียกพี่ก็ได้ครับ แล้วที่มาที่นี่ได้ก็เพราะ... " 

 

" พี่อุ้มฉันมาหรอ " 

ไม่รอให้คนตรงหน้าพูดจบฉันก็รีบตัดบทพูดสวนขึ้นมาทันที ต้องใช่แน่ๆ 

 

" หนักขนาดนั้นพี่อุ้มไม่ไหวหรอกครับ " 

ไม่ได้อุ้มฉันมาแล้วรู้ได้ยังไงว่าฉันหนัก 

 

" งั้นฉันละเมอเดินมางี้หรอ " 

ฉันเอียงคอถามด้วยความสงสัย 

 

" เปล่าครับแต่เวรเปลที่เข็นศพเข้าห้องเย็นเข็นผ่านมาพี่เลยให้เขาเข็นเราเข้ามาในนี้ให้ นอนหนาวแบบนั้นกลัวว่าจะกลายเป็นศพจริงๆไปซะก่อน " 

อ๊าก ไอ้หมอคนนี้กวนตีนชะมัด 

 

" หึ้ย ฉันไม่คุยกับพี่แล้วแหละเสียเวลา ไปหาแม่ดีกว่า " 

ฉันวางผ้าห่มที่พาดบนไหล่ตัวเองไว้ตรงหน้าโต๊ะทำงานของคนตรงหน้าก่อนจะเดินออกมา แต่เขาก็ทำให้ฉันต้องชะงักเท้าแทบหัวทิ่มเพราะประโยคถัดมา 

 

" หน้าก็ไม่ล้าง ฟันก็ไม่แปรงแถมชุดชั้นในก็ยังไม่ใส่ขืนออกไปหาคนไข้พี่ตอนนี้มีหวังนักศึกษาที่กำลังฝึกสังเกตุอาการคนไข้พี่ได้เสียสมาธิพอดี " 

อะไรนะ นี่แม่ฉันเป็นคนไข้ของพี่เขาหรอ 

 

" แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะ แล้วใครบอกให้พี่พาฉันมาที่นี่ " 

ฉันมุ่ยหน้าใส่ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าห่มมาคลุมตัวเอาไว้เพราะกำลังโนบราอยู่แล้วเดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟาเหมือนเดิม 

 

ฉันรู้น่าว่าแม่ฉันน่ะเป็นเคสศึกษา แต่ใครจะรู้ล่ะว่าวันนี้จะมีนักศึกษาแพทย์มาสังเกตุอาการแม่แต่เช้าแบบนี้ แล้วเมื่อคืนแม่ก็ไม่ได้บอกอะไรฉันด้วยแถมยังไม่มีเจ้าหน้าที่โทรไปแจ้งฉันเลยสักคน 

 

" ปกติคุณแม่ของเราน่ะทุกสามเวลาจะมีนักศึกษาแพทย์เปลี่ยนเวรกันเข้าไปสอบถามอาการไปดูแลท่าน ส่วนพี่ก็จะแวะเข้าไปดูท่านแค่วันละหนึ่งครั้งเท่านั้น ตั้งแต่ที่มีนักศึกษาแพทย์เข้ามาช่วยดูแลท่าน ท่านก็มีอาการดีขึ้นกว่าปกติมาก สงสัยท่านจะชอบพูดชอบคุยน่ะ ได้เจอหน้าหรือคุยกับใครหลายๆคนท่านก็เลยไม่เครียดพลอยอาการดีขึ้นไปด้วย " 

ฉันนั่งฟังพี่เขาเล่าอาการของแม่อย่างเงียบๆ แบบนี้แม่ก็หายเร็วน่ะสิ 

 

" แล้วไม่เคยมีใครบอกหรือไงว่าอยู่นอกสถานที่ที่ไม่ใช่บ้านหรือห้องนอนตัวเองไม่ควรโนบราแบบนี้ เห็นแล้วสยิว " 

 

" พี่!! " 

 

" เงียบๆด้วยครับ พี่ต้องทำงาน " 

หึ้ย กวนประสาทเก่งแบบนี้ดีแล้วแหละที่ยัยหนาวเลือกไวน์ บอกให้ฉันเงียบแต่ตัวเองดันชวนเขาคุยซะงั้น 

 

" แล้วพี่รู้ได้ยังไงว่าฉันโนบรา หรือว่าพี่แอบดูตอนฉันหลับ " 

แล้วฉันจะถามทำไมเนี่ย 

 

" เล็กแทบควานหาไม่เจอแบบนั้นพี่ไม่แอบดูให้เสียลูกตาหรอกครับ " 

อ๊ากกก 

 

" มันจะมากไปแล้วนะ ไหนบอกว่าไม่ได้แอบดูไง " 

ฉันโวยวาย 

 

" แล้วที่รู้ว่าโนบราอยู่ก็หัวนมน้องชี้หน้าพี่ขนาดนั้นดูไม่ออกก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วครับ " 

กรี๊ดดดด ทำไมเขายังพูดอะไรแบบนี้ได้หน้าตาเฉยโดยที่ไม่สะทกสะท้านอะไรเลยนะ 

 

ฝากพี่หมอภาคกับน้องก้อยไว้สักตอนสองตอนหน่อยนะคะ น้องหนาวกับบักไวน์ปล่อยให้นางไปพักกันก่อนเดี๋ยวค่อยกลับมาต่อค่ะ 

ความคิดเห็น