ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 ไม่มีทางเลือก

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 ไม่มีทางเลือก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ส.ค. 2562 00:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 ไม่มีทางเลือก
แบบอักษร

 

หมกตัวอยู่ในห้องแต่งตัวนานเกือบครึ่งชั่วโมงณชนกก็ยอมปรากฏตัวออกมาเจอรุ่นน้องสาว ร่างปราดเปรียวเดินออกมาตรงดิ่งไปยังหน้าล็อบบี้ มองหาไม่นานก็เจอ เดินไปนั่งทิ้งตัวลงข้างกายนิ่งๆ 

“ขิม” เรียกอีกฝ่ายเสียงอ่อน “รอพี่นานมั้ย”  

“พี่ดาว” อลิสาเงยหน้าขึ้นมาด้วยความดีใจ เมื่อได้ยินเสียงอันคุ้นเคย “พี่ดาวเลิกงานแล้วเหรอ”  

“เลิกแล้ว เมื่อกี้พี่ขอโทษด้วยที่ใส่อารมณ์” หล่อนทำทีเป็นรู้สึกแย่กับเหตุการณ์เมื่อครู่  

“ไม่เป็นไร ขิมผิดเอง” เธอส่ายหน้าน้อยๆ ขยับตัวเข้าไปใกล้รุ่นพี่สาว “แค่มีพี่ดาวอยู่ด้วยขิมก็สบายใจ” 

“แล้วสรุปเกิดอะไรขึ้น”  

“วันนี้พี่เบ้งกับพี่ปืนมาทวงหนี้ขิมที่บ้าน เขาคงไปหาขิมที่ทำงานแต่คงไม่เจอเพราะขิมลาออกแล้ว” อลิสาเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง โดยเริ่มจากเรื่องที่เธอลาออกจากงานประจำก่อนหน้าเพราะลูกน้องของเสี่ยอมรินทร์นั้นขู่ว่าจะไปพังร้าน หากเธอไม่ยอมจ่ายเงินตามที่พวกตนบอก  

“แล้วมันขู่ว่ายังไง”  

“เขาบอกว่าให้ขิมไปคุยกับเสี่ย แต่ขิมไม่กล้าไปคนเดียว ขิมกลัว” เธอบอกตามตรง หญิงสาวไม่ไว้ใจใครทั้งสิ้นนอกเสียจากตัวเองและณชนก  

“เดี๋ยวพี่จะพาไปเอง ไม่ต้องกลัว” มือเล็กนั้นลูบผมอ่อนนุ่มของรุ่นน้องสาวเบาๆ  

“แล้วนี่จะทำยังไง ออกจากงานก็ไม่มีเงินใช้สิ” หล่อนทำหน้าตาตื่นเล็กน้อยให้ดูไม่มีพิรุธ  

“ขิมก็ยังไม่รู้ เงินที่ออกมาก็คงไม่มากพอจะจ่ายหนี้ของเสี่ย” ดวงหน้าสวยมีรอยแห่งความกังวลชัดเจน คิดหาหนทางอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าจะทำงานอะไรจึงจะมีเงินมีใช้หนี้จำนวนสี่หมื่น หรือต่อให้ทำงานทั้งชีวิตก็คงจะไม่มีวันเก็บเงินได้มากขนาดนั้น  

“แล้วจะทำยังไงล่ะคราวนี้” หล่อนแกล้งทำเสียงเครียด แน่นอนว่ามันเข้าแผนของตนเต็มเปาโดยไม่ต้องเสียเวลาหลอกล่อหรือหว่านล้อมมากมาย “ถ้าไม่ใช้หนี้ในคราวเดียวหนี้มันก็จะเพิ่มขี้นอีกแน่เลย”  

“คงต้องไปคุยกับเสี่ยก่อน อาจจะขอเวลาสักปีนึง”  

“คิดว่าไอ้เสี่ยมันจะยอมเหรอ เงินมากขนาดนั้นไม่รอหรอกนะ”  

“แล้วขิมจะทำยังไงดี” เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ทั้งที่ก่อนหน้านี้คุยกันแล้วทำไมเสี่ยถึงได้คิดดอกเบี้ยแพงขนาดนี้”  

“เอางี้ดีมั้ย ขิมมาทำงานกับพี่” เมื่อได้โอกาสจึงรีบชักชวนทันที “พี่ได้ยินพี่น้อยเขาพูดว่าที่นี่ขาดเด็กเสิร์ฟพอดี เงินดีเลยนะแขกบางคนให้ทิปหนักด้วย”  

“จริงเหรอพี่ดาว” ทีแรกที่ได้ยินนั้นเธอตั้งใจจะปฏิเสธเพราะคิดว่าจะให้เธอทำงานเป็นเด็กนวดแบบอีกฝ่าย แต่เมื่อได้ยินว่าทำหน้าที่เป็นเด็กเสิร์ฟเธอก็เปลี่ยนใจทันที “งานเด็กเสิร์ฟจริงใช่มั้ย แค่เสิร์ฟของให้แขกใช่หรือเปล่า”  

“แค่เสิร์ฟของช่วงแขกเข้าห้องเท่านั้นแหละ แต่พี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ายังว่างอยู่มั้ย ถ้าเราสนใจพี่จะไปถามพี่เขาให้” หล่อนมีสีหน้าไม่มั่นใจ “หรือเราจะลองไปคุยดูล่ะ พี่ยังไม่อยากรับปาก”  

“คุยเหรอคะ คุยที่ไหน”  

“ที่ห้องแต่งตัวไง พี่เขากำลังดูแลเด็กคนอื่นอยู่”  

“ไปได้เหรอ เดี๋ยวพี่เขาจะว่าเอามั้ย” อลิสามีสีหน้าไม่สู้ดีนัก เมื่อครู่เธอเพิ่งจะโดนดุมาหากเข้าไปอีกโดยไม่ได้รับอนุญาตกลัวว่าจะณชนกจะลำบากไปด้วย  

“ไม่มีอะไรหรอกน่า เชื่อพี่” ร่างสูงเพรียวลุกขึ้นก่อน แล้วจึงดึงแขนน้องสาวให้ลุกขึ้นตาม พาลากเข้าไปในห้องแต่งตัว ไม่พูดพร่ำทำเพลงจับให้อลิสานั่งลงเก้าอี้ซาลอนด้านข้างตรีรัตน์  

โดยมีหล่อนยืนซ้อนหลังอีกฝ่ายไว้เพื่อไม่ให้ถูกจับสังเกตสีหน้าได้  

“เมื่อกี้เจ๊บอกว่าตำแหน่งเด็กเสิร์ฟยังว่างใช่มั้ย” ณชนกพูพลางขยิบตาให้ “น้องหนูมันกำลังเดือดร้อนพอดี ถ้าว่างหนูจะได้ฝากน้องเข้าทำงานด้วย”  

สาวใหญ่ตกใจเล็กน้อย ไม่ทันได้ตั้งตัวเพราะคิดว่าอาจจะใช้เวลาหลายวันกว่าจะเกลี้ยกล่อมให้แม่สาวน้อยคนนี้ยอมมาเจอได้ แต่จริงแล้วกลับใช้เวลาเพียงสิบนาทีเท่านั้น จึงเกิดอาการเบลอมองสลับไปมาระหว่างทั้งคู่จนตอบผิดถูก 

“เอ่อ เด็กเสิร์ฟมันไม่ว่างแล้ว”  

“อ้าว” คราวนี้สองสาวอุทานออกมาพร้อมกัน คนหนึ่งงง ส่วนอีกคนหนึ่งนั้นเสียดายที่ไม่ได้งาน 

“เออ แต่แม่บ้านยังมีตำแหน่งว่างอยู่” เมื่อตั้งสติได้จึงพลิกสถานการณ์กลับมาใหม่ “สนใจมั้ยล่ะ งานไม่หนักหรอก”  

“แม่บ้านเหรอคะ” อลิสาเงยหน้ามองรุ่นพี่สาวอย่างขอความเห็น “พี่ดาวว่าไง” 

“แม่บ้านก็ดี ทิปหนักเหมือนกัน” ฝ่ายนั้นพูดตามน้ำไปเรื่อย พลางพยักเพยิดส่งไม้ต่อให้ตรีรัตน์ 

“สนใจมั้ยล่ะ ถ้าสนใจก็พรุ่งนี้ก็ไปเอารูปถ่ายกับสำเนาบัตรประชาชนมาสมัคร วันนี้คงไม่ทันแล้ว” ตรีรัตน์เออออไปอย่างไม่ให้ผิดสังเกต “แล้วนี่คิดยังไงมาสมัครงาน”  

“พอดีหนูมีเรื่องต้องใช้เงินค่ะ งานเก่าต้องออกเพราะมีปัญหานิดหน่อย”  

“เรื่องอะไรล่ะ เผื่อเจ๊พอช่วยได้” สาวใหญ่รีบออกหน้าแทนทันที เพื่อสร้างความเชื่อใจตนจึงต้องทำตัวเป็นคนดีเอาไว้ก่อน เพื่อซื้อใจอีกฝ่ายให้ได้  

“ไม่มี...” กำลังเอ่ยปฏิสเธแต่ถูกพูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน  

“ก็ไอ้เสี่ยหมูน่ะสิ มันชั่วมาก น้องหนูไปขอกู้เงินมันหมื่นเดียวแต่ยังส่งได้ไม่ทันไรมันก็ขึ้นดอกจนตอนนี้ยอดสี่หมื่นแล้ว” ณชนกพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ใส่อารมณ์ให้เชื่อว่าหล่อนนั้นโกรธแทนน้อง “มันคงจะบังคับให้ขิมไปเป็นเมียมัน”  

อลิสาเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ตกใจ ไม่คิดว่าณชนกจะเล่าเรื่องของตนให้คนอื่นฟัง อีกทั้งยังพูดว่าเสี่ยอมรินทร์นั้นอยากได้ตนไปเป็นเมีย ซึ่งประโยคหลังก็ทำเอาเธอตกใจไม่น้อย ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าที่เสี่ยบีบบังคับเธอเพราะเหตุผลนี้ 

“จริงเหรอ ทำไมขิมไม่รู้เลย”  

“เชื่อพี่ว่าเป็นอย่างนั้น มันชอบทำแบบนี้บ่อยๆ” หล่อนทำทีเป็นมั่นใจสุดขีด  

“ตายจริง ไอ้เสี่ยมันเป็นพวกซาดิสก์นะนั่น เด็กหลายคนของเราก็บอกว่ามันชอบจับบีบคอจนเกือบตาย” สาวใหญ่ผสมโรงทันที “ยืมเงินเจ๊ไปก่อนมั้ย ใช้ก่อนสักสองหมื่นก็ยังดี ไว้รอเงินออกเมื่อไหร่เจ๊จะให้ยืมที่เหลือ”  

ตรีรัตน์ยังไม่กล้าใช้หนี้ให้อีกฝ่ายทั้งหมด กลัวว่าเด็กสาวคนนี้จะอยู่ไม่ทนและหนีไปก่อน ไว้รอให้อีกฝ่ายทำงานเป็นหมอนวดเมื่อไหร่ตนถึงจะยอมเสี่ยงจ่ายให้อีกครึ่งหนึ่ง 

“ไม่ดีกว่าค่ะ หนูเกรงใจ” เธอปฏิเสธแต่ถูกรุ่นพี่สาวต่อว่าเข้า  

“จะปฏิเสธทำไมล่ะ ยังไงก็ต้องทำงานที่นี่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวเงินออกค่อยคืนเจ๊เขาก็ได้”  

“แต่ขิม...”  

“นั่นสิ ถ้าหนูจะเอาเจ๊ก็มีติดตัวอยู่นิดหน่อย ถ้าหนูจะเอาเลยก็ได้รีบคืนมันไปครึ่งหนึ่งก่อนมันจะได้เอามาอ้างไม่ได้” ควักเงินออกมาฟ่อนหนึ่ง นับได้สองหมื่นบาทพอดีแล้วจึงยื่นให้ 

“รับไว้เลย พี่จะพาไปคืนวันนี้”  

อลิสามีสีหน้าหนักใจเมื่อถูกกดดันจากทั้งสองทาง แต่เมื่อนึกถึงในตอนที่เธอต้องถูกบังคับให้ไปเป็นนางบำเรอของเสี่ยจริงๆเธอก็ทำไม่ได้ ในหัวของเธอตีกันจนสับสนไปหมดเพราะดูเหมือนทางไหนก็ไม่ดีทั้งสิ้น  

“หรือถ้าขิมอยากไปเป็นเมียมันก็ตามใจ เจ๊เก็บเงินเถอะน้องมันไม่อยากได้หรอก” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายลีลาหล่อนจึงบอกให้ตรีรัตน์เก็บเงินกลับ กดดันให้อลิสาตัดสินใจเพราะมั่นใจว่าหล่อนไม่อยากเป็นนางบำเรอไอ้เสี่ยนั่นแน่นอน  

“ขิมรับไว้ก็ได้” สุดท้ายแล้วเธอก็ต้องตัดสินใจรับเงินของสาวใหญ่ เธอคิดในแง่ดีว่าอย่างน้อยติดหนี้ตรีรัตน์ก็คงจะดีกว่าติดหนี้เสี่ย หากเธอทำงานได้เธอจะรีบหาเงินมาใช้อีกฝ่ายทันทีโดยไม่อิดออด ทุกอย่างจะได้ไม่เป็นไปตามแผนที่เสี่ยอมรินทร์วางไว้  

เมื่อเห็นดังนั้นณชนกจึงกดยิ้มที่มุมปากด้วยความพึงพอใจ เลื่อนสายตาไปสบกับสาวใหญ่ที่มีสีหน้าพึงพอใจอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้เหยื่อใกล้กินเบ็ดแล้วเหลือแค่รอเวลาจับขึ้นมากินเพียงเท่านั้น  

 

 

 

ธนบัตรสีเทาจำนวนสองหมื่นบาทถ้วนถูกปาทิ้งอย่างไร้ราคาด้วยอารมณ์หงุดหงิดจากเจ้าของมืออวบ ก่อนที่ร่างท้วมของอีกฝ่ายจะลุกจากเก้าอี้หนังขึ้นมาจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยความเดือดดาลเพราะแผนที่สร้างขึ้นมานั้นล่มไม่เป็นท่า  

“เด็กนั่นมันไปเอาเงินมาจากไหน”  

“มันไปของานทำกับเจ๊น้อยที่ร้านอาบ อบ นวดมา” เธอแสร้งตอบอย่างไม่รู้เรื่องราว “หนูก็เพิ่งจะรู้วันนี้”  

“ทำเป็นหมอนวดหรือเปล่า”  

“ใช่ แต่น่าจะยังไม่ได้ลงงานเลย เจ๊เขาคงเทรนก่อน” 

“งั้นฉันจะไปซื้อ ไปบอกมันด้วยให้เตรียมตัวน้องขิมไว้พรุ่งนี้เลย” หนุ่มใหญ่รีบออกกับสั่งทันที “อย่าให้น้องขิมรับแขกคนไหนนอกจากฉันเด็ดขาด”  

“เสี่ยอย่าเพิ่งผลีผลาม ตอนนี้เด็กนั่นมันกำลังเทรนงานอยู่” ณชนกทำหน้าเอือมระอา “เสี่ยรับเงินนี่ไปก่อนส่วนอีกครึ่งหนึ่งมันจะเอามาคืนให้ทีหลัง”  

“แล้วน้องขิมอยู่ไหน ทำไมแกมาคนเดียว” เสี่ยอมรินทร์เอ่ยถาม พร้อมทั้งกวาดสายตามองไปยังด้านนอกเพื่อหาหญิงสาวที่ตนอยากได้มาครอบครอง  

“มันไม่ได้มาด้วย มันไม่กล้า”  

“ไม่กล้า ไม่กล้าอะไร”  

“มันกลัวเสี่ยไง เพราะไอ้เบ้งกับไอ้ปืนมันไปขู่จนเด็กนั่นหัวหด ทีนี้มันเลยหนีไปทำงานกับเจ๊น้อย” หล่อนโยนความผิดให้ลูกน้องทั้งสองคนของเสี่ยหนุ่มใหญ่ “ทีนี้เป็นไงล่ะ จะมาโทษหนูไม่ได้”  

“แล้วฉันต้องทำยังไง” เสี่ยอมรินทร์มีท่าทีอ่อนลง ก่อนจะหันไปมองคาดโทษไอ้ลูกน้องตัวดีที่นั่งหัวหดอยู่  

“เสี่ยรับเงินนี่ไว้ก่อน แล้วเดี๋ยวถ้าวันไหนมันขึ้นรับแขกเป็นหมอนวดเต็มตัวหนูจะโทรบอก”  

 

 

ตารางชีวิตประจำวันของหญิงสาวเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยหลังจากได้งานใหม่ เธอเริ่มทำงานช่วงเช้ากะเดียวกับณชนกก่อนในช่วงแรก เนื่องจากยังไม่ไว้ใจสถานที่และผู้คนที่นี่มากนักจึงทำตัวเกาะติดกับรุ่นพี่สาวตลอดเวลา  

หลังจากวันที่รับเงินจากตรีรัตน์มาสองหมื่นไปใช้หนี้เสี่ยอมรินทร์ก่อนครึ่งหนึ่งชีวิตเธอก็ดูง่ายขึ้นทันที เพราะหลังจากวันนั้นลูกน้องทั้งสองคนของเสี่ยก็ไม่มาระรานหรือวุ่นวายกับเธออีกเลย นับจนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว  

เช้าวันนี้หญิงสาวมาทำงานตามปกติ เพียงแต่วันนี้เธอมาเร็วกว่ารุ่นพี่สาวเพราะตรีรัตน์แจ้งว่าอยากให้เธอมาเทรนงานก่อนเนื่องจากยังเงอะงะในหลายๆขั้นตอน ซึ่งอลิสาเองก็เข้าใจดีเพราะเธอเองเป็นอย่างที่อีกฝ่ายบอกจริง  

แต่เมื่อมาถึงกลายเป็นว่าเธอถูกจับมาแต่งหน้าทำผม ซึ่งปกติแล้วบริเวณห้องแต่งตัวจะแค่เพียงหมอนวดเท่านั้นที่จะสามารถเข้ามาในห้องนี้ได้ ร่างบางโดนจับแต่งตัวแต่งหน้าเป็นตุ๊กตาโดยไม่มีสิทธิพูดหรือถามใดๆเพราะตรีรัตน์ไม่อยู่ให้เธอถาม  

“นี่หล่อน มาทำงานวันแรกเหรอไม่เคยเห็นหน้า” กะเทยร่างบางนางหนึ่งชื่อทรงพร ซึ่งเป็นช่างแต่งหน้าของที่นี่เอ่ยถาม ตั้งแต่แต่งหน้าให้กับหมอนวดที่นี่มานานก็เพิ่งจะเคยเห็นหญิงสาวคนสวยคนนี้เป็นครั้งแรก 

“หนูมาทำงานได้อาทิตย์นึงแล้วค่ะ แต่ปกติไม่เคยแต่งหน้า”  

“อ้าว แล้วหล่อนไปรับแขกได้ยังไงโดยไม่แต่งหน้า” ทรงพรไม่เข้าใจในสิ่งที่หล่อนบอก “แต่งหน้ามาเองเหรอหรือยังไง”  

“เปล่าค่ะ คือหนูเป็นแม่บ้าน ไม่ได้รับแขกน่าจะมีการเข้าใจผิดกันมากกว่า”  

“จะเป็นไปได้ยังไงกัน ก็เจ๊น้อยสั่งพี่ไว้เองเลยว่าให้มาแต่งหน้าให้เธอ เพราะเป็นเด็กใหม่รับแขกวันแรก”  

“จริงเหรอคะ พี่น้อยเขาบอกอย่างนั้นจริงเหรอ” อลิสาถามย้ำ สีหน้าตกใจและหดหู่ขีดสุดทันทีที่ทราบความจริง  

ทรงพรไม่ได้ซักถามอะไรต่อเพียงแต่ทำหน้าที่ของตนเองไป ไม่อยากเข้าไปยุ่งหรือไปก้าวก่ายเรื่องของบุคคลอื่นและยิ่งเป็นเรื่องของนายจ้างแล้วหล่อนยิ่งไม่อยากเข้าไปยุ่งเข้าไปใหญ่ ไม่อยากจะมีปัญหาแม้จะทำงานมานานหลายปีแล้ว  

แต่ยิ่งเห็นใบหน้าสวยเศร้าสลดลงก็อดสงสารไม่ได้ ดวงตาคู่นั้นคลอไปด้วยน้ำตาจนแทบจะเอ่อล้นออกมา เหม่อมองเลื่อนลอยอย่างคนไร้จิตวิญญาณ  

“เธอไม่ใช่คนแรกหรอกนะที่เจอแบบนี้ แต่เชื่อฉันเถอะว่ามันไม่ได้เลวร้ายอะไรมากมาย มันไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้แล้วก็ทำใจเสียเถอะ”  

“มันคงไม่รู้สึกอะไรถ้าหนูไม่ได้โดนหลอกมา” มือบางยกขึ้นเช็ดน้ำตาลวกๆ แต่จู่ๆก็มีกระดาษมาสัมผัสโดนมือแทน  

“เอานี่เช็ดซะ แล้วก็อย่าร้องไห้ที่นี่อีก เพราะนอกจากจะไม่มีใครสนใจแล้วเขาจะสมน้ำหน้าเธออีกด้วย” เอ่ยเท่านั้นก่อนจะเปลี่ยนไปทำผมให้อีกฝ่ายแทน ปล่อยให้หญิงสาวอยู่กับตัวเองไประยะหนึ่งก่อนแล้วค่อยกลับมาแต่งหน้าใหม่  

 

 

ภาพสาวน้อยเสียงหวานแสนออดอ้อนวันนั้นทำให้เขาหลับไม่ลงตลอดเวลาหนึ่งสัปดาห์ เสียงหวานๆบวกกับใบหน้าสวยหวานเข้ามาในโสตประสาทของเขาทุกนาทีที่รู้สึกตัว ความต้องการทางเพศมากขึ้นทีที่คิดถึงเธอ ทั้งที่ตอนแรกตั้งใจว่าจะไม่มาที่อย่างนี้แล้วแต่เขาอดไม่ได้จริงๆ ต้องกลับมาปลดปล่อยมันอีกครั้ง  

ร่างสูงก้าวเข้ามาที่หน้าล็อบบี้ในตอนเที่ยงวันพอดี ผู้คนค่อนข้างพลุกพล่านพอดีเนื่องจากผู้ชายที่ทำงานในออฟฟิศพักเที่ยงพอดี วันนี้เขาตื่นแต่เช้ามาทำบุญกับคุณหญิงย่าเนื่องจากเมื่อคืนนอนที่บ้านสิงหอินทรกุล พ่ออยากฝากฝังเขาไว้กับย่าเพื่อให้ท่านสอนมารยาทเบื้องต้นแต่เขาไม่ยอมหนีออกมาก่อนหลังจากทานมื้อกลางวันเสร็จในตอนสิบเอ็ดโมง   

จังหวะเดียวกันกับที่เสี่ยอมรินทร์เดินเข้ามาพร้อมกับลูกน้องทั้งสองคน เสี่ยพุงพลุ้ยแต่งตัวดูดีอีกทั้งฉีดน้ำหอมมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ หนุ่มใหญ่อยากสร้างความประทับใจให้กับเด็กสาวที่ตนกำลังจะได้ครอบครองวันนี้ ในตอนเช้าณชนกโทรมาแจ้งข่าวดีกับตนว่าเด็กสาวพร้อมแล้วสำหรับการเป็นเด็กนวดของตน ได้ยินเพียงเท่านั้นตนก็ดีใจตีปีกจนออกนอกหน้า  

“ไหนๆ น้องขิมอยู่ไหน” เสียงทุ้มของหนุ่มใหญ่ตะโกนถามสาวเชียร์เสียงดัง คเชษฐ์เองก็เดินตามเข้าไปด้านในด้วย ตั้งใจว่าจะใช้บริการหญิงสาวคนเดิมกับเมื่อครั้งก่อน  

แน่นอนว่าเมื่อก้าวเข้าไปก็จะพบกับตู้กระจกที่มีสาวน้อยใหญ่นั่งอยู่มากมาย อดไม่ได้ที่จะมองแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าผู้หญิงที่ทำให้เขาอยู่ในความทรงจำเขาตลอดทั้งสัปดาห์นั้นนั่งอยู่ในตู้เหมือนกัน  

ไหนวันนั้นแม่นั่นบอกว่ายัยนี่ไม่ขายตัวไง แล้วทำไมวันนี้ถึงนั่งอยู่ตรงนั้นได้! 

ในใจบังเกิดความไม่พอใจเล็กน้อยเมื่อเห็นแบบนั้น หรี่ตามองพินิจพิจารณากับท่าทางของหล่อนที่คล้ายจะไม่เต็มใจมาทำสักเท่าไหร่ หรือว่าโดนบังคับมานะ ดวงตาเรียวคมมองร่างบางที่นั่งอยู่ด้านในผ่านกระจก เธอนั่งก้มหน้ากำมือแน่นไม่ยอมมองหน้าบรรดาลูกค้าหนุ่มคนใดเลย  

จังหวะเดียวกันนั้นที่ณชนกเหลือบเห็นร่างสูงอันคุ้นเคยที่เธอคิดถึงมาโดยตลอด หล่อนยิ้มออกทันทีและเข้าใจว่าเขากลับมาหาเธออีกครั้ง อาจจะเพราะคิดถึง ติดใจ หรืออะไรก็ตามแต่เธอไม่สน แต่วันนี้เขากลับมาอีกครั้งนั่นหมายความว่าต้องมีอะไรแน่นอน  

รีบยืดตัวนั่งตรงเป็นสง่าฉีกยิ้มหวานส่งให้แต่เจ้าตัวกลับไม่สนใจ เดินตรงดิ่งไปหาตรีรัตน์ที่กำลังคุยกับเสี่ยอมรินทร์อยู่ จึงยิ่งมั่นใจเข้าไปอีกว่าเขาจะเลือกเธออีกครั้ง  

“ผมอยากได้ผู้หญิงคนนี้” เสียงเข้มบอกเบอร์หญิงสาวที่ตัวเองต้องการ แต่ฝ่ายนั้นเบนสายตาไปก็พบว่าเป็นอลิสา  

“ทานโทษด้วยนะคะพอดีว่าน้องมีคนจองตัวแล้ว สนใจเปลี่ยนคนมั้ยคะ” ตรีรัตน์เอ่ยปฏิเสธและเสนอคนใหม่ให้กับเขา “น้องดาวคนเดิมมั้ยคะ ยังว่างอยู่” 

แต่ดูเหมือเขาจะไม่ต้องการในสิ่งที่หล่อนเสนอ ยืนยันหนักแน่น  

“ผมอยากได้คนนี้! เท่าไหร่ก็ว่ามาผมทุ่มไม่อั้น”  

“นี่ไอ้หนุ่ม น้องขิมน่ะฉันจองแล้ว แกหาใหม่เถอะ” เสี่ยอมรินทร์หันหน้าไปมองคู่แข่งที่จะมาแย่งอลิสาไปจากตน  

“คุณเองเหรอเป็นคนจอง” เขามองตั้งแต่หัวจรดเท้าของอีกฝ่ายด้วยสายตาเหยียดหยาม “ราคาเท่าไหร่ล่ะ เดี๋ยวผมจ่ายคืนให้”  

“น้ำหน้าอย่างมึงจะมีปัญญาเหรอ ท่าทางเหมือนไอ้เด็กเมื่อวานซืนหัดโตไม่มีผิด” เสี่ยพุงพลุ้ยไม่ยอมง่ายๆ ข่มอีกฝ่าหวังให้กลัว แต่กลายเป็นว่าคเชษฐ์กระตุกยิ้มและยืนนิ่ง “ห้าหมื่นเว้ย มึงมีปัญญาจ่ายเหรอ”  

ระหว่างที่ทั้งคู่ทะเลาะกันสาวใหญ่จึงกวักมือเรียกอลิสาให้ออกมาด้านนอก แต่อีกฝ่ายนั้นเอาแต่ก้มหน้าจนต้องเรียกให้ณชนกเดินไปเรียกแทน  

“ขิม ออกไปรับแขกได้แล้ว” หล่อนพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ต้องเดินมาตามเด็กนี่ แถมแขกหนุ่มหล่อคนนั้นก็ไม่เรียกหล่อนเสียที  

“พี่ดาว ขิมไม่อยากทำเลย ขิมกลัว” อลิสาจับแขนเรียวของอีกฝ่ายไว้ เงยหน้ามองด้วยน้ำตาคลอ ไม่อยากออกไปจึงอ้อนวอนกับณชนกแทน  

“โอ๊ย จะกลับอะไรเขาไม่ได้เอาฟรีๆเสียหน่อย ตังก็ได้อย่ามาทำตัวน่ารำคาญ ออกไปได้แล้ว” พูดเท่านั้นก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่เดิมของตนเอง  

ร่างบางนั่งถอนหายใจอยู่หลายวินาทีก่อนจะลุกออกไปตามที่ณชนกบอก พยายามเดินให้ช้าและอ้อยอิ่งที่สุดเพื่อคิดหาวิธีทางหนี แต่เมื่อหันไปทางไหนก็เจอแต่คนของที่นี่กันไว้จึงจำต้องเดินไปหยุดข้างกายตรีรัตน์  

“น้องขิมมาหาเสี่ยมา เสี่ยอยากจะกอดจะหอมแทบขาดใจ” ยังไม่ทันจะได้ไปไหนเสี่ยอมรินทร์ก็ตั้งท่าจะเข้ามาลวนลามเธอเสียแล้ว  

หญิงสาวเห็นว่ามีชายหนุ่มอีกหนึ่งคนยืนอยู่ด้วยจึงหันไปมอง ขาเรียวยาวสูงภายใต้กางเกงยีนส์สีกลาง ด้านบนเป็นเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นมาถึงศอก ตัดกับผิวสีขาวเด่นชัดยิ่งทำให้เขาดูออร่ามากขึ้น จมูกโด่งรับกับใบหน้าได้เป็นอย่างดี ริมฝีปากสีสดรูปกระจับดูแล้วลงตัวทุกองค์ประกอบ  

จังหวะเดียวกันนั้นที่เขาเอียงใบหน้ามองเธอ สายตาสองคู่สอดประสานกันด้วยความบังเอิญแต่กลับเกิดประกายบางอย่างขึ้นครู่หนึ่งก่อนจะมลายหายไปกับอากาศ หลงเหลือเพียงความรู้สึกจางๆที่ฉายชัดในแววตา  

“ผมจ่ายให้แสนนึง ห้องวีไอพีเอาบัตรไปรูดได้เลย” นาทีนั้นเขาไม่สามารถปล่อยเธอไปได้ ยิ่งเห็นยิ่งได้ใกล้ ยิ่งได้มองตาเขายิ่งอยากได้หล่อนมาครอบครอง อยากฟังเสียงหวานที่ออดอ้อนวันนั้นเรียกชื่อเขาบนเตียง  

จำนวนเงินที่ชายหนุ่มบอกมานั้นทำเอาสาวใหญ่และหนุ่มใหญ่ตกใจไม่น้อย แน่นอนว่าเสี่ยอมรินทร์จอมขี้งกไม่มีวันใจถึงยอมจ่ายมากมายขนาดนี้แน่นอน ทั้งที่ค่าตัวอลิสาที่ตกลงกันไว้นั้นถูกแสนถูกเสี่ยนี่ก็ยังต่อราคาแล้วต่ออีก  

ตรีรัตน์ถึงกับมือสั่นเมื่อได้ยินจำนวนเงิน รีบเอื้อมมือไปรับบัตรเครดิตสีดำสนิทของอีกฝ่ายไปยังแคชเชียร์ทันที กดจำนวนเงินตามที่ตกลงกันไว้และรีบสั่งให้เด็กส่งคีย์การ์ดห้องวีไอพีทันที  

“เดี๋ยวให้เด็กเดินนำไปส่งนะคะ” นาทีนั้นเสี่ยอมรินทร์ไม่ได้อยู่ในสายตาของหล่อนอีกต่อไป แน่นอนว่าใครจ่ายหนักกว่าคนนั้นย่อมได้ไป แล้วจึงหันไปสั่งเด็กเสิร์ฟให้เดินนำทางแขกไป 

คเชษฐ์วาดวงแขนโอบเอวบางของหญิงสาวข้างกายไว้ ก่อนจะออกแรงให้หล่อนเดินตามเขามาโดยที่มีเด็กเสิร์ฟเป็นผู้นำทางไปยังห้องวีไอพีที่ว่า อลิสาเองอึ้งพูดอะไรไม่ออกเพราะเข้าใจว่าเสี่ยเป็นคนมาซื้อเธอ แต่ทุกอย่างมันกลับตาลปัตรจนเธองงไปหมด  

ด้านณชนกที่มองเหตุการณ์อยู่ด้านในดิ้นเร่าๆราวกับโดนน้ำร้อนลวก อยากจะกรี๊ดออกมาดังๆแต่ทำไม่ได้เมื่อทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่คาดการณ์ไว้ เสี่ยอมรินทร์ไม่ได้อลิสาไปนอนด้วย และแขกหนุ่มหล่อคนนั้นไม่ได้เลือกเธอไป  

มือบางกำแน่นด้วยความเคียดแค้นสุดขีด ทุกครั้งมันมักจะเป็นแบบนี้เสมอ ไม่ว่าอะไรที่เธอต้องการจะต้องโดนอลิสาตัดหน้าไปตลอด แม้กระทั่งผู้ชายคนนี้ที่วันนั้นต้องสนใจเธอแต่กลับสนใจเด็กนั่น แล้วจะวันนี้อีกทั้งที่หายหน้าไปเป็นนานเป็นอาทิตย์แล้วแต่พอกลับมากลายเป็นว่าเขากลับมาหาเด็กนั่นไม่ใช่เธอ  

แต่ทุกอย่างก็ต้องถูกสะกดลงเมื่อตรีรัตน์กวักมือเรียกเธอให้ออกไปด้านนอกแทน เมื่อออกไปเจออีกฝ่ายเธอก็โวยวายทันที  

“เจ๊ปล่อยให้มันไปกับแขกของหนูได้ยังไง หนูไม่ยอม”  

“ไม่ปล่อยได้ยังไง เขามาแย่งตัวมันกับเสี่ย เขายอมจ่ายตั้งแสนนึงแลกกับตัวมันเลยนะ แถมยังจองห้องวีไอพีอีกต่างหาก” สาวใหญ่บอกเล่าด้วยความดีใจ ไม่สนใจเสี่ยอมรินทร์ที่ยืนหวัฟัดหัวเหวี่ยงอยู่ข้างกาย อย่างน้อยตนต้องได้ค่าคอมมิชชั่นหลายหมื่นแน่นอนเดือนนี้  

“เธอปล่อยให้น้องขิมไปกับคนอื่นแบบนี้ใช้ไม่ได้ ทุเรศที่สุด” หนุ่มใหญ่ต่อว่า 

“ก็เรียกดาวมาแล้วนี่ไง เสี่ยเอาไปแก้ขัดก่อนแล้วกัน” ตรีรัตน์พูดเท่านั้นก่อนจะไปเชียร์แขกคนอื่นต่อ ปล่อยให้เสี่ยพาณชนกไปแทน ซึ่งหล่อนดีดดิ้นไม่พอใจแต่สุดท้ายก็ต้องจำยอมเพราะมันเป็นหน้าที่ 

 

 

 

พี่คีย์เขาจะทำอะไรน้องหรือเปล่าน้าาา รีดเดอร์อยากให้ทำหรือไม่ทำคะ ไรท์ขอคอมเมนต์หน่อยน้าาา ถ้ามีคอมเมนต์ให้ชื่นใจเยอะๆพรุ่งนี้เจอกันอีกค่ะ ช่วงนี้ไรท์ยังว่างๆอยู่นะคะเรียนไม่หนักมากมีวันว่างให้พอเขียนนิยายได้ จะมาอัพเกือบทุกวันนะคะ รักกกกกกกก 

ฆีตา 04/08/2019 

ความคิดเห็น