marcelen

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 828

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ส.ค. 2562 16:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 3
แบบอักษร

 

 

 

Chapter 3

สมัครงาน

 

“แกว่าไงนะ...นี่แก..คิด..”

ซู่~~~~

“อย่าพูดดังสิยัยบ้าเดี๋ยวคนอื่นได้ยินหรอก” ฉันรีบกระโดดไปปิดปากยัยแจนแทบไม่ทันเพราะหล่อนเล่นตระโกนออกมาจนคนแถวนั้นมองเป็นตาเดียว หลังจากที่นั่งคิดคนเดียวในห้องมาเป็นเวลานานฉันก็ตัดสินใจส่งข้อความหายัยแจนนัดยัยนั้นออกมาปรึกษาสิ่งที่ตัวเองเจอพอเล่าทุกอย่างให้ฟังก็เป็นอย่างที่เห็นเนี่ยแหละ....

“แกคิดว่าคุณแอลคือคนที่จะแก้คำสาปให้แกได้งั้นเหรอ” ฉันพยักหน้าหงึกๆทันที

“แกมั่นใจได้ไงอ่ะ” ฉันนั่งนิ่งนิดหน่อยก่อนจะเริ่มคิด..นั่นสินะฉันมั่นใจได้ไงขนาดนั้นแต่จิตใจตอนนี้คือปักใจเชื่อแล้วว่าต้องเป็นเขา

“ก็มันจะมีสักคนที่ฉันพึ่งเจอแล้วเป็นคนอย่างที่ฉันเล่าให้แกฟัง” พอฉันพูดแบบนี้ยัยแจนก็เหล่ตามองฉันอย่างจับผิด

“คงไม่ใช่เพราะแกชอบเขาหรอกนะถึงคิดไปเอง”

“นี่ให้มันน้อยๆหน่อยถึงเขาจะหล่อ รวยก็เถอะฉันก็ไม่ได้บ้าผู้ชายขนาดนั้นนะย่ะ” ฉันมองค้อนใส่ยัยแจนก่อนจะสะบัดหน้าหนี

“โอเคๆ แต่แล้วแกจะเข้าหาเขายังไงมิทราบย่ะทุกๆการก้าวเดินของเขามีคนติดตามอยู่ตลอดเวลาแทบไม่ห่างตัวแถมผู้หญิงที่จะควงกับเขาได้ส่วนมากก็ดารา นางแบบชื่อดังนะจ๊ะ แล้วที่เด็ดที่สุดแกรู้ม่ะว่าอะไร” ฉันส่ายหน้าแทนคำตอบยัยแจนจึงเอาโทรศัพท์ขึ้นมาให้ดู

“นี่จ๊ะ!! แกมีอะไรที่จะเข้าหาเขาได้บ้างแกเห็นหน้าตาของสะใภ้ตระกูลเขามั้ย นี่ยังไม่ร่วมสามีของลูกพี่ลูกน้องเขานะแต่ละคนโปรไฟล์โคตรเลิศอ่ะ ยกตัวอย่างง่ายๆภรรยาของพี่ชายฝาแฝดเขาเป็นเจ้าของบริษัทเครือข่ายยักใหญ่ที่อเมริกา เป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้ค้นคิดการสร้างภาพจำลองโดยผ่านโดรนที่ออกแบบเอง ตอนเด็กๆอายุแค่15ปี สามารถแฮกเข้าระบบดาวเทียมของเอฟบีไอได้นี่คือโคตรอัจฉริยะ ส่วนอีกคนคือนี่สามีของน้องสาวฝาแฝดเขามหาเศรษฐีอันดับต้นๆของโลกนักลงทุนผู้มีชื่อเสียงโด่งดังทุกการเคลื่อนไหวของเขาเป็นที่จับตามองสำหลับนักลงทุนอยู่เสมอ...แกเห็นความแตกต่างของแกกับคนเหล่านี้มั้ย และ แกช่วยบอกหน่อยว่าแกจะเข้าหาเขาได้ยังไงที่จะทำให้เขารักแกด้วยหัวใจจริงๆ...” จากการร่ายยาวของยัยแจนทำให้ฉันจิตใจห่อเหี่ยวทันทีจากที่ดูประวัติคนในครอบครัว หรือ ญาติพี่น้องเขาละฉันไม่มีอะไรดีสักอย่างเลยเหมือนอยู่คนละโลกกับเขา....

“เฮ้อ!!! สงสัยฉันคงต้องรีบทำทุกอย่างที่อยากทำแล้วและอีกไม่กี่เดือนฉันก็จะตายละ” พอได้ยินฉันพูดแบบนี้ยัยแจนก็ขมวดคิ้วทำหน้าสงสัย และ นั้นทำให้ฉันนึกออกว่าฉันไม่ได้บอกเรื่องนี้กับยัยแจน..

“หมายความว่าไงที่แกจะตาย...อย่าบอกนะว่าถ้าแกแก้คำสาปบ้านี้ไม่ได้แกจะต้องตาย!!!”

“เออคือ..เบาๆสิยัยบ้าจะร้องป่าวประกาศให้โลกรู้หรือไง”

“ยัยเจสทำไมแกไม่บอกฉันห้ะ!! ฉันไม่ยอมให้แกตายง่ายๆหรอก”

“แล้วเราจะทำไงแจนแกก็ดูเขาดิอยู่สูงขนาดนั้นฉันก็แค่คนต่ำต้อยคนหนึ่งเท่านั้น” พอได้ยินฉันพูดตัดพ้อยัยแจนก็ตบไหล่ฉันเบาๆ

“เอาน่าอย่างน้อยเราก็ได้รู้ว่าเขาเป็นคู่ของแกมันคงมีสักทางนั้นแหละที่จะทำให้แกได้ใกล้กับเขา”

“ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะเฮ้อ!!!” ฉันกับยัยแจนนั่งถอนหายกับด้วยกันอย่างคิดไม่ตกกับเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นเราสองคนนั่งเงียบไม่พูดไม่จากันจนเวลาล่วงเลยไปถึงเวลาปิดร้านเราสองคนจึงตัดสินใจกลับบ้านกันก่อนแล้วค่อยปรึกษากันอีกที...

“กลับบ้านดีๆนะแจน” ฉันพูดขึ้นหลังจากที่หล่อนกำลังขึ้นแท็กซี่

“แกก็เหมือนกันอย่าพึ่งคิดอะไรมากนะเราค่อยๆมาหาทางออกด้วยกันเถอะ” ฉันยิ้มน้อยๆให้กับเธอก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วปิดประตูรถให้หล่อน ส่วนฉันก็เดินกลับคอนโดของตัวเองทันทีตอนนี้สี่ทุ่มแล้วฉันเหลือเวลาอีกสองชั่วโมง...

“เราก็ต้องรีบแล้วสินะ”

 

 

 

สามสิบนาทีต่อมา

 

 

“เอ๊ะ!! ชอจุนส่งข้อความมาเหรอเนี่ย” พอกลับมาถึงห้องฉันก็รีบอาบน้ำทันทีพอจัดแจงทุกอย่างเสร็จแล้วก็กระโดดร่างที่ไร้เสื้อผ้าของตัวเองขึ้นมาบนเตียงนอนสุดรักทันที...พอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็เห็นชอจุนส่งข้อความมาหาหมอนั่นเป็นเพื่อนสนิทของฉันตอนอยู่เกาหลีฉันอยู่ที่นู้นถึงแค่มอ6 ก็ต้องกลับมาอยู่ที่ไทยเพราะงานของพ่อทำให้ครอบครัวเราต้องย้ายมาที่นี่ถึงจะเป็นอย่างนั้นแต่ฉันกับชอจุนยังคงติดต่อกับเสมอแถมหมอนั่นชอบบินมาหาฉันบ่อยๆด้วยแต่บางทีฉันก็ไปหาหมอนั่น และ เพราะแบบนี้ทำให้คนอื่นเค้าชอบเข้าใจผิดคิดว่าฉันมีแฟนเลยทำให้ทุกวันนี้ฉันโสดดดดด!!!!!!

‘ทำไรอยู่เจส’ มาอารมณ์ไหนเนี่ยถามว่าทำไรอยู่

‘กำลังจะนอนมีไรเปล่า’

‘เปล่า...งั้นแกนอนเถอะไว้เจอกัน’

‘เดี๋ยว...หมายความว่าไง’

‘ก็หมายความว่าอีกไม่นานฉันจะไปหาแกพอดีฉันมีงานที่นู้นนะ’

‘อ้องั้นเหรอ...ก็มาดิฉันจะบ้าตายอยู่แล้วตอนนี้’

‘แกเป็นไร’ พอหมอนั่นถามขึ้นแบบนี้ฉันก็นั่งนิ่งมองโทรศัพท์ถึงฉันกับชอจุนจะสนิทกันแค่ไหนแต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่ฉันไม่ได้บอกหมอนั่นก็คือเรื่องที่ยัยแจนรู้....จะบอกดีหรือเปล่านะ...ไม่ละกันเดี๋ยวหมอนั่นโวยวายหาว่าเราเป็นบ้าอีก

‘เปล่าไม่มีไรแค่เหนื่อยนิดหน่อยนะงั้นไว้คุยกันนะฉันนอนก่อนละ’

‘อื้อ ฝันดีนะเจส’ หมอนั่นตอบกลับมาพออ่านดูละฉันก็วางโทรศัพท์ไว้ที่ข้างเตียงด้วยจิตใจที่เหนื่อยๆ

“เฮ้ออออ...ชีวิตฉันจะเจอกับอะไรบ้างอีกเนี่ยยยย” เสียงถอนหายใจของฉันยังคงดังต่อเนื่องเรื่อยๆเพราะตอนนี้ไม่รู้จะเอาไงกับชีวิตพ่อแม่ของฉันก็ยังไม่รู้เรื่องนี้เงินเก็บที่หามาได้ก็จะหมดละงานก็ไม่มีเพราะคำสาปบ้าบอนั้น!!! ทำให้ตอนแรกฉันยกเลิกงานทั้งหมดจนทุกคนเอือมระอาฉันและตอนนี้ก็ไม่มีใครจ้างงานฉัน!!!!

“พ่อค่ะ แม่ค่ะ หนูเหนื่อยจังเลย” สองตาของฉันค่อยๆหลับลงช้าๆด้วยความเหนื่อยล้ามาทั้งวันขอให้วันนี้เป็นวันที่หลับสนิทที่สุดก่อนจะกลายเป็นตุ๊กแกนั้นเถอะให้ตายสิ....และ เหมือนคำขอจะเป็นจริงเพราะฉันหลับฝันหวานได้อย่างน่าเหลือเชื่อ....

 

00:00

 

 

ปุ๊งงงงง~~~

 

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นทำให้ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาก่อนจะยกแขนทั้งสองข้างของตัวเองขึ้นมาดู...

“จนได้สินะ” ฉันมองแขนที่แปรเปลี่ยนไปของตัวเองตอนนี้ฉันไม่ใช่มนุษย์!!! แต่ฉันเป็นตุ๊กแกให้ตายเถอะ!!! ฉันจะกลายร่างทุกๆสิบห้าวันแต่ไม่ได้ร่างกายจะคงอยู่เพียงแค่ช่วงเวลาใดหนึ่งเท่านั้นไม่แน่นอนนั้นแหละคือความน่ากลัวของไอ้คำสาปบ้านี้ทำให้ฉันไม่กล้ารับงานอะไรเพราะกลัวเรื่องนี้แหละบางครั้งฉันก็จะกลายร่างตอนกลางคืน บางครั้งก็ตอนเช้า บางครั้งก็ตอนทานข้าวอยู่จู่ๆฉันก็กลายเป็นตุ๊กแก มันทำให้ชีวิตฉันลำบากมากกกกกก!!! แต่เท่าที่สังเกตดูคือฉันจะกลายร่างเป็นตุ๊กแกแค่12ชั่วโมงเท่านั้นต่อครั้ง...

“ดีนะเป็นตอนนี้แสดงว่าตอนเที่ยงวันนี้เราก็กลับร่างปกติได้ละเฮ้อ...นอนต่อดีกว่า” แล้วฉันก็ข่มตาหลับลงอย่างสบายอารมณ์อีกครั้งที่วันนี้ฉันกลายร่างตอนเที่ยงคืนแบบนี้...อย่างน้อยก็สามารถใช้ชีวิตปกติได้แหละนะ...

 

2 วันต่อมา

 

 

“ยัยเจส!!! โอกาสของแกมาถึงแล้ว!!!” เสียงตระโกนของยัยแจนพูดขึ้นในขณะที่ฉันกำลังเดินลงมาชั้นล่างเพราะอยู่บนห้องก็คิดอะไรไม่ออกเลยว่าจะออกมาเดินเล่น

“อะไรเหรอ” ยัยแจนรีบเดินมาดึงแขนฉันไปที่ไม่มีคนทันทีก่อนจะยื่นในอะไรสักอย่างให้พออ่านดูก็เป็นในสมัครงานทั่วไปแต่ตำแหน่งที่ต้องการดันเป็นแม่บ้าน

“นี่อะไรอย่าบอกนะแกจะให้ฉันไปเป็นแม่บ้าน” ฉันมองหน้าเพื่อนอย่างไม่เข้าใจ

“ใช่แกจะต้องไปเป็นแม่บ้าน”

“ฉันไม่เข้าใจอยู่ดี..เออ ทำไมเหรอ” ยัยแจนกรอกตามองฉันอย่างหน่ายใจ

“ก็ตอนนี้คุณแอลฟ่าต้องการแม่บ้านไง นี่เป็นทางเดียวที่แกจะเข้าใกล้เขาได้เขาใจหรือเปล่ายัยบ้า” พอได้ยินแบบนั้นฉันก็ยิ้มออดมาอย่างมีชัยทันที...

“ฮึๆๆๆ นั่นสินะนี่คงเป็นทางเดียวที่ฉันจะจับเขา...เอ๊ย!! เข้าใกล้เขาได้” ฉันมองใบสมัครอย่างยิ้มๆด้วยใบหน้าแห่งชัยชนะ...คอยดูเถอะฉันจะล้างคำสาปบ้าบอนี่ให้ได้ใครจะยอมตามง่ายๆกันละ!!!

 

2 ชั่วโมงต่อมา

 

“สวัสดีครับผมชื่อ ไรอัน เป็นเลขาของคุณแอลฟ่าผมเห็นคุณยื่นในสมัครงานมาโปรไฟล์คุณน่าสนใจดีแต่คุณแน่ใจเหรอว่าจะมาสมัครเป็นแม่บ้าน” ตอนนี้ฉันนั่งอยู่บนห้องของคุณแอลฟ่าแต่คนที่กำลังถามฉันอยู่คือลูกน้องของเขาหลังจากที่ยื่นใบสมัครไปได้แค่สองชั่วโมงเราก็รีบเรียกฉันเข้าไปพบทันที

“แน่ใจค่ะ...ฉันสามารถทำงานบ้านได้ทุกอย่าง ฉันทำอาหารก็ได้ไม่ว่าจะอาหารไทย อาหารเกาหลี และ อีกหลายอย่างค่ะ” ฉันมองหน้าเขาแล้วตอบอย่างมั่นใจนั้นยิ่งทำให้คนตรงหน้ามองหน้าฉันอย่างไม่เข้าใจ

“ผมว่าอย่างคุณเป็นดาราได้สบายนะทำไมถึงอยากเป็นแม่บ้านเหรอครับ” เขากำลังลองเชิงฉันอยู่ใช่ไหมเอาละถ้าเป็นแบบนี้ฉันต้องบีบน้ำตา

“คือว่า..ตอนนี้ฉันไม่มีงานค่ะ ซิกๆ ฉันตกงานฉันเลยต้องการทำงานค่ะ ซิกๆ ฉันยังมีบ้านที่ต้องผ่อน มีรถที่ต้องจ่าย มีหลายๆอย่างที่ยังจ่ายไม่หมดงานนี้จึงเป็นความหวังเดียวของฉันค่ะฮึกๆ” พอเขาเห็นน้ำตาของฉันไหลเขาก็หยิบทิชชูยื่นมาให้ทันทีพร้อมกับทำหน้าลำบากใจเล็กน้อย

“เออ...ใจเย็นก่อนนะครับ”

“ขอร้องเถอะค่ะคุณไรอันให้ฉันทำงานนี้เถอะนะงานนี้เป็นความหวังเดียวของชีวิตของฉัน ฉันจะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดค่ะไม่ว่าคุณแอลฟ่าต้องการอะไรฉันจะหามาให้เขาให้ได้ค่ะ” ฉันลุกขึ้นไปนั่งคุกเข่าบนพื้นนั่นทำให้เขายิ่งทำสีหน้าลำบากใจกว่าเดิมแต่จู่ๆเสียงนุ่มทุ้มที่เคยได้ยินก็ดังขึ้น

“เธอจะทำให้ฉันทุกอย่างงั้นเหรอ” ฉันเงยหน้ามองตามเสียงก่อนจะมองอย่างตกใจนี่มันเขา ฉันเจอเขาอีกแล้วเป็นครั้งที่สอง!!!!!

“คะ....ค่ะ!!! ฉันจะทำทุกอย่างให้คุณไม่ว่าคุณจะต้องการอะไร” พอได้ยินคำตอบของฉันเขาก็มองหน้าฉันอย่างระแวง

“งั้นตอนนี้ฉันอยากทานอาหารญี่ปุ่นไปซื้อมาให้หน่อยแต่ไปเองนะฉันให้เวลาสามสิบนาทีถ้าเธอทำได้ฉันจะรับเธอเป็นคนใช้ของฉัน” ฉันนั่งนิ่งมองอย่างไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูดหมายความว่าไงกันนะ...

“ไปสินั่งโง่อยู่ทำไมตอนนี้เหลือเวลาแค่ 29 นาทีแล้วนะ” พอโดนเขาด่าฉันก็รีบลุกพรวดพราดวิ่งออกไปจากห้องเขาลงไปชั้นล่างทันทีด้วยความเร็ว...

“อ๊ากกกกก!!!! คนบ้าอะไรเอาแต่ใจชะมัด!!!” ฉันรีบวิ่งไปที่รถทันทีที่ลงมาถึงชั้นใต้ดินก่อนจะรีบขับออกไปด้วยความเร่งรีบให้ตายเถอะจะไปหาร้านอาหารญี่ปุ่นที่ไหนที่ใช้เวลาไม่นานนะพอนึกร้านออกฉันก็รีบขับิอกไปไหนด้วยความเร็วทันที

“อยากจะเล่นแบบนี้ใช่ไหมได้!!!” ฉันขับรถเรียบขึ้นทางด่วนด้วยความเร็วปาดซ้ายปาดขวายิ่งกว่าฟาส 9 ก็ไม่ปานถ้ามีกล้องถ่ายคงเล่นเป็นบางกอกดริฟต์ไปละให้ตายเถอะ ขับรถมาได้ประมาณสิบห้านาทีฉันก็มาถึงร้านอาหารญี่ปุ่นแถวสุขุมวิทฉันรีบลงจากรถวิ่งเข้าไปในร้านทันที...แต่นั้นทำให้ฉันนึกบางอย่างออก

“เอ๊ะ!! แล้วเขาอยากทานไรว่ะ...ไม่เห็นบอกเลยให้ตายเถอะแต่ชั่งเถอะถ้าดูจากเขาคงอะไรก็ได้มั้ง” ฉันรีบเดินเข้าไปในร้านแล้วสั่งอาหารให้เขาไม่นานพนักงานก็จัดแจงทุกอย่างให้จนเสร็จพอจ่ายเงินฉันก็แทบจะกรีดร้องเพราะต้องใช้เงินตัวเอง!!!!!! หลังจากที่เสร็จทุกอย่างแล้วฉันก็รีบเดินมาที่รถก่อนจะออกไปด้วยความเร็วเพราะตอนนี้เหลือเวลาอีกแค่สิบนาที!!!!!

“อ๊ากก!!! ไอ้บ้าสั่งให้มาซื้อของกินให้แต่ไม่ให้เงิน!!!! เงินฉ้านนนนนน ไปกลับสายลมแล้วววววฮือๆๆๆ”

~~~~~~~

 

 

 

 

เอาละตอนนี้ไรท์ก็รู้สึกนะว่าเรื่องยังเดินไปไม่ถึงไหนมาสามตอนละฮ่าๆแต่อดทนไปก่อนนะเดี๋ยวจะทยอยเสริฟความสนุกให้อิอิ

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น