ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 8 โรงเรียนนินจา

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 โรงเรียนนินจา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.8k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ส.ค. 2562 13:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 โรงเรียนนินจา
แบบอักษร

ณ โรงเรียนนินจาหน้าห้องเรียนหลักของคาซึยะ หญิงสาวผมบรอนทองคุกเข่าหน้าเด็กชายมือเริ่มจัดเสื้อผ้าตัวใหม่ของเขาที่ทั้งคู่แวะซื้อกันมาระหว่างทางให้เข้าที่เข้าทาง

 

 

 

มันเป็นชุดสไตล์ของตระกูลอุจิวะเสื้อคอสูงและกว้างกลมสีดำมีตราขาวแดงรูปทรงคล้ายพัด กางเกงขาสั้นสีดำและรองเท้าบูทเปิดหัวหุ้มข้อถึงน่อง ซึ่งเป็นเซ็ทที่เหมาะสมสำหรับนินจา

 

 

 

"เอาละฉันทำเรื่องให้เสร็จหมดแล้ว วันนี้ขอให้หาเพื่อนได้สักคนก็แล้วกัน"

 

 

 

"ขอบคุณท่านน้า"

 

 

 

คาซึยะก้มหัวให้ซึนาเดะก่อนจะมองเธอเดินออกไปด้วยท่าทีโล่งอกโล่งใจ ความผ่อนคลายและความสงบสุขค่อยๆคืนกลับมา เขาอยู่กับน้าสาวผู้เอาแต่ใจมาตลอดทางจนเกร็งไปทั้งตัวและรู้สึกเหนื่อยแบบสุดๆ

 

 

 

'เป็นคนที่เอาแต่ใจสุดๆเลยให้ตายสิ เอาละเราจะได้เรียนกับพวกใครนะ'

 

 

 

ก็อกๆ

 

 

 

"โอ้ ใครเอ่ย"

 

 

 

ครืดดดด~

 

 

 

"อ่าเธอเป็นใคร ?"

 

 

 

"ผมเป็นนักเรียนย้ายเข้ามาใหม่ นี่คือเอกสารข้อมูลส่วนตัว"

 

 

 

คาซึยะเงยหน้ามองอาจารย์ประจำชั้นของเขา แต่เมื่อพบว่าเขาไม่รู้จักหรือคุ้นหน้าคุ้นตาก็เลิกสนใจ ส่วนอาจารย์พอมองข้อมูลในกระดาษก็เบิกตากว้างตามมาด้วยถอนหายใจและเดินเข้าไปในห้องเรียน

 

 

 

แป๊ะๆ

 

 

 

"เอาละเงียบกันหน่อย วันนี้ห้องเรียนของเรากำลังมีเพื่อนร่วมชั้นคนใหม่"

 

 

 

พอพูดจบภายในห้องเรียนเริ่มกระซิบกระซาบกลุ่มเด็กหญิงต่างพากันลุ้นว่าผู้ที่เข้าใหม่จะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ถ้าเป็นผู้ชายเขาจะหล่อไหม แต่ถ้าเป็นผู้หญิงการพูดคุยจะจบลงทันที

 

 

 

ส่วนกลุ่มผู้ชายก็มีท่าทีไม่ต่างจากกลุ่มของเด็กผู้หญิงแต่หัวข้อแค่สลับกับนิดหน่อย แต่ก็มีบางส่วนที่ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้ อย่างเช่นเด็กหัวสีเงินปิดใบหน้าส่วนปาก และเด็กชายแว่นครอบหัวที่นอนหมอบอยู่บนโต๊ะ

 

 

 

"เอาละเข้ามาเลย"

 

 

 

หลายคนต่างลุ้นกันจนตัวโก่งแต่พอคาซึยะตัวน้อยเดินเข้ามาเสียงฝั่งผู้ชายก็พากันเงียบในทันที แตกต่างจากพวกเด็กผู้หญิงที่หลายคนใบหน้าเริ่มแดงมีดวงตากลายเป็นรูปหัวใจก่อนจะตามมาด้วยเสียงกรี๊ดกร๊าดดังลั่นไปทั้งห้องเรียน

 

 

 

'นี่มันเด็ก5-6ขวบแน่หรอ'

 

 

 

คาซึยะที่เดินเข้ามาตกใจและได้แต่คิดอย่างเอือมระอา แม้จะรู้อยู่แล้วว่าโลกใบนี้เด็กชายและหญิงค่อนข้างมีความรู้สึกและท่าทีที่แก่แดดเกินวัย แต่พอมาเจอเข้ากับตัวเขาก็รู้สึกสยองไม่น้อย

 

 

 

เขาเลิกสนใจเสียงกรี๊ดกร๊าดและเหล่มองเหล่านักเรียนภายในห้องก็พบคนคุ้นหน้าหลายคน ไม่ว่าจะเป้าหมายของเขาเช่นฮาตะเกะ คาคาชิและเหล่าอาจารย์ในรุ่นของพวกนารูโตะยูฮิ คุเรไน ซารุโทบิ อาสึมะ ไมโตะ ไก มิทาราชิ อังโกะ ชิซึเนะ

 

 

 

และยังมีกลุ่มที่ไม่ค่อยได้พบในรุ่นนารูโตะเช่นโนฮาระ ริน เอบิสึ เก็คโค ฮายาเตะ ยามาชิโร อาโอบะ นาชิมิ ไรเด็น และสุดท้ายเจ้างี่เง่าที่เขาไม่อยากเจอ อุจิวะ โอบิโตะที่กำลังนอนหมอบคาเก้าอี้

 

 

 

'คนงี่เง่าก็ยังเป็นคนงี่เง่า'

 

 

 

คาซึยะกวาดตามองไปที่โนฮาระ รินที่กำลังเขย่าตัวโอบิโตะ ก่อนจะพยักหน้าเข้าใจว่าทำไมเจ้าโอบิโตะถึงรักถึงหลงขนาดที่ยอมกลายเป็นเบี้ยเพื่อทำลายล้างเพื่อนฝูง สรุปแล้วรินในโลกสามมิตินั้นน่ารักมากต่างจากในอนิเมะลิบลับ

 

 

 

"นะ นี่โอบิโตะตื่นได้แล้ว วันนี้วันดีห้องเรามีเพื่อนร่วมชั้นคนใหม่ด้วยละ"

 

 

 

"งือ เพื่อนใหม่? เอ๊ะนายมัน..."

 

 

 

โอบิโตะถึงกับรีบยืนและชี้นิ้วมาทางคาซึยะ แน่นอนอาจารย์และคนในห้องต่างก็ค่อนข้างสนใจ ผิดกับคาซึยะที่อยากเอามีดไปปาดคอเจ้าคนงี่เง่าที่ขัดจังหวะการแนะนำตัวเขาเสียเวลาให้เจ้าหมอนี่ฟรีๆเลยตั้งหนึ่งนาที

 

 

 

"เอาละนั่งลงได้แล้วโอบิโตะ เธอก็เริ่มแนะนำตัวกับเพื่อนๆได้แล้ว"

 

 

 

"เข้าใจแล้ว สวัสดี เอโต~ฉันอุจิวะ คาซึยะ เป็นสุดยอดอัจฉริยะ จริงๆก็ไม่อยากจะมาเรียนที่นี่มันค่อนข้างไร้ประโยชน์และเสียเวลา และอีกอย่างฉันก็ไม่ได้คิดว่าสุดยอดอัจฉริยะอย่างฉันจะแพ้ให้พวกนักเรียนที่ใช้แม้แต่นินจุสึ ระดับ D-C ยังไม่ได้ แต่ในเมื่อได้มาที่นี่แล้วฉันก็ขอใช้พวกคุณทุกคนเป็นหินรองเท้า เพื่อให้ฉันได้มุ่งเข้าสู่นินจาที่แข็งแกร่งที่สุดของโคโนฮะและโลกนินจา ยังไงจากนี้ครึ่งปีก็ขอฝากตัวด้วย"

 

 

 

คาซึยะก้มหัวกล่าวด้วยรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยน แต่นักเรียนในห้องกับไม่สามารถสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนนั้นเลย คำพูดที่วอนบาทาทำให้เสียงด่ากรนจากฝั่งพวกผู้ชายดังลั่น แน่นอนว่าเจ้าตัวการก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมายนัก

 

 

 

"เฮ้ยไอ้กร๊วกแกพูดว่ายังไงนะ!!"

 

 

 

"ฉันจะอัดแกให้ได้เจ้าเด็กใหม่!!"

 

 

 

"ฉันจะฆ่าแกไอ้เด็กเวร"

 

 

 

"นี่มันหยามกันชัดๆ"

 

 

 

'กระแสตอบรับค่อนข้างดี'คาซึยะพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

 

 

 

อาจารย์ที่ยืนฟังได้แต่ถอนหายใจ ดูท่าว่าเขาจะได้รับตัวแสบเข้ามาในห้องเรียนอีกคน แต่เขาค่อนข้างสงสัยเล็กน้อยว่าทำไมเด็กชายคนนี้ถึงพูดเหยียดหยามคนอื่นๆแบบนี้ ด้วยความอยากรู่เขาจึงเข้าไปกระซิบถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

 

 

 

"นี่ทำไมเธอถึงพูดออกไปแบบนั้น ?"

 

 

 

"เพื่อกระตุ้นความกระตือรือร้น การที่มีคาคาชิที่เป็นอัจฉริยะในห้องเรียนทำให้พวกเขาค่อนข้างท้อแท้ในวิถีนินจา ในใจของพวกเขาคงคิดเสมอว่าต่อให้ฝึกแค่ไหนก็ไม่มีทางเทียบคาคาชิได้ แต่อาจารย์ลองดูตอนนี้สิ"

 

 

 

อาจารย์หนุ่มเหล่มองนักเรียนที่เคยยอมแพ้ในวิถีนินจา ในตอนนี้พวกเขาต่างมีไฟประกายในดวงตา ใช่แล้วด้วยการมีตัวตนอย่างคาซึยะพวกเขาจะกระตือรือร้นที่จะฝึกให้แข็งแกร่งและเป็นนินจาที่เยี่ยมยอด

 

 

 

แต่ถ้าพวกเขายอมแพ้ไร้ความกระตือรือร้นแสดงว่าพวกเขายอมรับคำพูดของคาซึยะ ในคำพูดของเขานั้นมีการเหยียดหยามศักดิ์ศรีอย่างชัดเจนดังนั้นพวกเขาจะไม่แพ้ แต่การที่เด็กวัยสี่ขวบมีความคิดลึกซึ้งแบบนี้ มันค่อนข้างทำให้เขาตกตะลึง

 

 

 

"แล้วเหตุผลที่ต้องทำแบบนี้ละ ?

 

 

 

"นั่นก็เพื่อสร้างคู่แข็งและคู่ซ้อมให้ผมในอนาคต แม้ผมจะใช้นินจุสสึระดับ B ได้แต่ก็ยังไร้ประสบการณ์ในด้านไทจุสสึ"คาซึยะกล่าวอธิบายอย่างจริงจัง มันก็เป็นอย่างที่เขาพูดตอนนี้เขาอ่อนด้านไทจุสสึมากเกินไป

 

 

 

'โอ้ความคิดหลักแหลมและยังคิดที่จะพัฒนาอยู่เสมอสมแล้วที่เป็นลูกชายของท่านฮิเมโกะและเจ้างั่งคาซุกิ'

 

 

 

"ดีไปหาที่นั่งเถอะ"

 

 

 

คาซึกิพยักหน้าโดยไม่สนสายตาหลากหลายอารมณ์ของเพื่อนร่วมชั้น เขาเดินกวาดตามองหาที่ว่างและก็พบว่าโซนท้ายห้องนั้นค่อนข้างว่าง เขาจึงคิดที่จะไปนั่ง แต่ยังไม่ทันได้เดินไปเขาก็ถูกมือของเด็กชายดึงไปให้นั่งข้างๆเจ้าคนที่ดึง

 

 

 

"มานั่งนี่เลยเจ้าบื้อ"ผู้ที่ดึงเขาก็คือเจ้าตัวงี่เง่าที่เขาอยากจะเมิน แต่น่าเสียดายที่เจ้าหมอนี่ชอบทำอะไรที่เขาก็คาดเดาอะไรไม่ได้

 

 

 

"สวัสดีคาซึยะ ฉันโนฮาระ รินยินดีที่ได้รู้จัก"

 

 

 

"เช่นกันฉันคาซึยะ"

 

 

 

ด้วยรอยยิ้มทักทายที่เป็นกันเองของรินเขาจึงได้แต่ถอนหายใจและยอมจำนนต่อโอบิโตะ เขานั่งลงข้างๆโอบิโตะที่กำลังเสียอารมณ์เมื่อเห็นว่ารินทักทายเขาอย่างสนิทสนมและทำเมินโอบิโตะ

 

 

 

"หนอย~เจ้าบื้อนี่!!!"

 

 

 

แม้จะพยายามสร้างจุดสนใจให้แก่ทั้งสองคนแต่สุดท้ายก็ไร้ผลเจ้าตัวยอมแพ้และนอนหมอบลงที่โต๊ะ แต่หูก็ยังคงเปิดและแอบฟังบทสนทนาของทั้งคู่อยู่ตลอด แน่นอนหัวข้อก็ไม่พ้นเหตุผลว่าทำไมคาซึยะพูดหน้าชั้นเรียนไปแบบนั้น

 

 

 

"ฮิฮิ คาซึยะนี่เป็นคนที่อ่อนโยนจริงๆเลยนะ"

 

 

 

"ก็ไม่หรอกเหตุผลหลักก็เพราะว่าฉันอยากได้คู่ซ้อมดีๆ ตอนนี้เจ้างี่เง่าโอบิโตะก็ยังไม่ได้ความแต่ถ้าเจ้าหมอนี่ฝึกทุกวัน เขาอาจจะแข็งแกร่งแบบสุดๆไปเลยละ"เขาโบกมือตอบปฏิเสธอย่างถ่อมตัว และแสร้งบ่นโอบิโตะเล็กน้อย

 

 

 

"แบบนี้นี่เอง ฉันเองก็อยากเห็นเขาที่เป็นแบบนั้นเหมือนกัน"

 

 

 

เมื่อจบบทสนทนาคาซึยะก็ถอนหายใจ เขาเหล่มองโอบิโตะด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย เขารู้ว่าคนงี่เง่านั้นแอบฟังอยู่ตลอด และเพื่อการกระตุ้นที่ดีเขาก็ต้องเล่นละครเสียเล็กน้อย แน่นอนว่ารินก็ไม่รู้เรื่องนี้และถูกใช้เป็นตัวกระตุ้นให้แก่โอบิโตะ

 

 

 

'จากนี้เจ้าคนงี่เง่าคงอยากฝึกเป็นบ้าเป็นหลัง'

 

 

 

หลังจากนั้นการเรียนก็เริ่มขึ้น แน่นอนว่าหัวข้อในการเรียนในห้องไม่ค่อยมีประโยชน์กับเขาเสียเท่าไหร่ ยังดีที่ช่วงบ่ายมีวิชาภาคปฏิบัติเช่นการขว้างคุไน ชูริเคน และไทจุสสึ

 

 

 

"เอาละพักได้"

 

 

 

สิ้นเสร็จการเรียนแต่ก็ยังไม่มีใครเดินออกจากห้องไป พวกผู้ชายหลายคนพากันจับกลุ่มเดินมาหาคาซึยะด้วยท่าทีก้าวร้าว ส่วนกลุ่มเด็กผู้หญิงก็พยายามที่จะเข้ามาพูดคุยกับเขาแต่ก็ถูกพวกผู้ชายที่กำลังเดินมาผลักดันออกไป เข้าล้อมเขาที่กำลังนั่งยิ้มอย่างอ่อนโยน

 

 

 

"เฮ้ยเจ้าคนจากอุจิวะ แน่จริงมาด้วยกันข้างนอกหน่อยดิ้"

 

 

 

"เออใช่แน่จริงหรือเปล่าออกมาข้างนอกดิ้ ?"

 

 

 

"กล้าหรือเปล่า ?"

 

 

 

กลุ่มเด็กชายพยายามยุโยงให้เด็กชายรู้สึกโมโห น่าเสียดายที่เด็กกลุ่มนี้ไม่รู้ว่าเขามีอายุพอๆกับพ่อและแม่ของเจ้าพวกนี้การยุโยงแบบไร้แก่นสารจึงไร้ประโยชน์ ถึงอย่างนั้นคาซึยะก็ยังลุกขึ้นยืนพร้อมกล่าวบางสิ่งออกไป

 

 

 

"เอาสินำทางเลย ฉันอยากรู้นิดหน่อยว่าพวกนายอ่อนแอขนาดไหน"

 

 

 

"เฮ้~พูดแบบนี้ก็สวยเส้!!"

 

 

 

"ดีตามมา!!"

 

 

 

"เดี๋ยวพ่อคนนี้จะอัดแกให้ยับเลย"

 

 

 

"ใช่ปากดีไปก่อนเถอะ เดี๋ยวรู้เลยอะ"

 

 

 

กลุ่มเด็กนักเรียนตัวน้อยพากันนำทางไปยังลานสนามประลอง ทุกคนในห้องรีบตามไปอย่างไม่รีรอ เรื่องน่าสนุกแบบนี้พวกเขาจะพลาดได้ยังไง

 

 

 

"เจ้าบื้อนายไหวแน่นะที่นี่เขาไม่ให้ใช้นินจุสสึ ?" โอบิโตะที่เดินตามมาถามอย่างเป็นห่วง

 

 

 

"ไม่มีปัญหาอย่ากังวล"

 

 

 

คาซึยะโบกมือกล่าวพร้อมเดินเข้าไปที่ลานสนามประลอง เขาเหล่มองเหล่าเด็กชายอายุ8-9ปีหลายสิบคน คนพวกนี้ไม่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ของโคโนฮะ แสดงว่าพวกเขาก็เป็นเพียงของโชว์ปาหี่ในโรงเรียนแห่งนี้

 

 

 

"ใครจะไปก่อน ?"

 

 

 

"นายก่อนเลย"

 

 

 

"ไม่ๆ ให้ยาจิโร่ไปก่อนเลย"

 

 

 

"ไม่ดีนายไปก่อนเลย มัตสึริ"

 

 

 

"ไม่ต้องแย่งกันแพ้หรอก เข้ามากันทั้งหมดนั่นแหละฉันจะได้รีบไปกินข้าว"

 

 

 

เมื่อเห็นว่ากลุ่มเด็กพยายามโยนตัวแทนการประลองไปมา เขาก็รู้สึกหน่ายนี่พวกมันท้าเขาเองแท้ๆ แต่ทำไมต้องมาเถียงบ่ายเบียงกันแบบนี้ ? แน่นอนว่าทันทีที่คาซึยะพูดจบกลุ่มเด็กก็ถึงกับหัวร้อนพุ่งเข้าใส่เขาในทันที

 

 

 

'เอาละนี่คือการต่อสู้ครั้งแรก'

 

 

 

คาซึยะหลับตาทำสมาธิเล็กน้อย ยามเมื่อเขาลืมตาก็เริ่มทำท่าทำทางแปลกๆ นิ้วมือข้างขวากางออกและทำท่าในรูปแบบคล้ายกรงเล็บ เขาย่อเข่าเล็กลงและกำหนดลมหายใจเข้าออกให้สมำเสมอ

 

 

 

"ลุมมันเลย ตายซะย่าส์"

 

 

 

"""""""เฮ้"""""""

 

 

 

หมัดต่อหมัดพุ่งมาหาคาซึยะแบบไร้ทิศไร้ทาง ความเร็วของมันนั้นด้อยค่าแก่การพัฒนา หมัดหลายสิบหมัดที่ช้าราวกับเต่าคลานถูกมือซ้ายของคาซุยะปัดไปปัดมาทีละหมัดอย่างง่ายดาย

 

 

 

'เจ้าพวกนี้อ่อนชะมัดแบบนี้จะมีอะไรโยชน์อะไร เรามาทำอะไรที่นี่กันแน่ เพื่อประสบการณ์ ประการณ์มะเขือแกสิ?'

 

 

 

"น่าเบื่อท่าไม้ตาย ท่าสับไม่ได้โม้"

 

 

 

ปัก โอ้ย ปัก ๆ โอ้ยๆ 

 

 

 

ฝ่ามือที่คล้ายกรงเล็บคลายตัวออกและเข้าสับศีรษะของพวกเหล่าเด็กน้อยกลุ่มนี้เบาๆ แม้ว่าท่าทางจะดูเรียบง่ายแต่การเค่อนไหวของคาซึยะนั้นไม่ง่ายอย่างที่ตาเห็น มันคือท่าไม้ตายสุดยอด เป็นโจมตีด้วยที่สับเท่าไหร่ก็โดนหัวร้อยเปอร์เซ็น ผลลัพท์สุดท้ายเด็กทั้งสิบคนลงไปนั่งกุมศีรษะร้องครวญครางอย่างน่าสังเวช

 

 

 

"พวกนายแพ้แล้ว ทางที่ดีถ้าไม่คิดจะฝึกซ้อมหรือพัฒนาเพิ่มความสามารถของตนเองก็อย่าคิดมาท้าทายฉันอีกมันค่อนข้างน่ารำคาญ"

 

 

 

กล่าวจบเขาก็เดินจากไปโดยไม่สนเพื่อนร่วมชั้นที่ตกใจกับคำพูดของเขา หลายคนนั้นไม่เข้าใจและคิดว่าคาซึยะดูถูกเด็กพวกนั้น แต่คนที่มีความคิดลึกล้ำเช่นคาคาชิ ไกและอาสึมะต่างเข้าใจในคำพูดของเด็กชายที่เดินจากไป

 

 

 

"ดูเหมือนว่าเด็กใหม่จะมีนิสัยที่ไม่เลว เขาเป็นคนที่น่าสนใจ"อาสึมะกล่าวด้วยรอยยิ้มขณะที่สายตาจดจ้องแผ่นหลังของเด็กชายที่เดินจากไป

 

 

 

"โอบิโตะนายสนิทกับเขาหนิ เขาเก่งไหม"คุเรไนที่ยืนอยู่ข้างอาสึมะหันไปถามโอบิโตะด้วยความสงสัย

 

 

 

"แน่นอนเจ้าหมอนั่นมันเป็นสัตว์ประหลาดของอุจิวะ มันสามารถใช้คาถาเพลิงและคาถาน้ำระดับระดับสูงได้แล้ว แถมยังมีจักระ5ธาตุอีกด้วย"

 

 

 

โอบิโตะกอดอกอธิบายด้วยท่าทีภาคภูมิในชื่อแห่งอุจิวะ ส่วนคนอื่นๆที่ได้ยินก็พากันเอามืดปิดปากอย่างช่วยไม่ได้ เหล่าเด็กสาวที่บ้าในความรักต่างมีความตื่นเต้นในสายตาของพวกเธอ แน่นอนว่าโลกนี้คนแข็งแกร่ง เก่งกาจและหล่อเหล่ามักได้รับความนิยมสูง

 

 

 

"จริงหรอหมอนั่นใช้คาถาอะไรบ้าง ?"คาคาชิที่ได้ยินเช่นนั้นก็เดินเข้ามาถามโอบิโตะด้วยท่าสนใจ

 

 

 

"อืมถ้าจำไม่ผิดมีคาถาเพลิงลูกบอลไฟยักษ์ คาถาเพลิงลูกไฟยักษ์ผลาญ คาถาเพลิงพญามังกรไฟ คาถาน้ำคลื่นน้ำเชี่ยว และสุดท้ายคาถาสายฟ้าแปลงคุณสมบัติ ชื่อว่าพันปักษาดูเหมือนหมอนั่นน่าจะสร้างมันขึ้นมาเอง เห็นบอกว่าเป็นการแปลงคุณสมบัติของจักระน่ะ"

 

 

 

"สะ สร้างคาถาขึ้นมาเองแถมแปลงคุณสมบัติของจักระ ?"

 

 

 

คาคาชิตื่นตกใจ เขาที่เรียนรู้หลายสิ่งมาจากพ่อนั้นเข้าใจเป็นอย่างดีว่าคาถาที่แปลงคุณสมบัติของจักระส่วนใหญ่นั้นเป็นคาถาระดับ A ขึ้นไป และนี่ยังเป็นเงื่อนไขความแข็งแกร่งระดับสูงของจูนินและโจนินอีกด้วย

 

 

 

"คาคาชิเป็นอะไร ทำไมถึงตกใจขนาดนั้น"รินเข้าไปถามคาคาชิอย่างสนิทสนม ถ้าใครสังเดตุเห็นแก้มของรินนั้นแดงเล็กน้อยราวกับเธอกำลังเขินอาย

 

 

 

"การแปลงคุณสมบัติจักระได้นั้นต้องมีพลังไม่ต่ำไปกว่าจูนินและโจนิน ถ้าคาซุยะสามารถแปลงคุณสมบัติตามที่โอบิโตะพูดไว้ แสดงว่าระดับของคาซึยะในตอนนี้อยู่คนละมิติกับพวกเรา"

 

 

 

"เอ๋~ นายจะบอกว่าเจ้าหมอนั่นอยู่ในระดับเทียบเคียงกับจูนิน ?!!!"

 

 

 

โอบิโตะที่กำลังภูมิใจอยู่ๆก็ตกตะลึง ไม่คิดเลยว่าเด็กซื่อบื้อจมน้ำเกือบตายเมื่อปีที่แล้วจะแข็งแกร่งได้ถึงขนาดนี้ แม้แต่เพื่อนร่วมชั้นที่ได้ยินก็มีท่าทีไม่ต่างกัน

 

 

 

"หมอนั่นไม่ใช่อัจฉริยะ แต่หมอนั่นคือสัตว์ประหลาดจริงๆนั่นแหละ"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น