จินตนากร
email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

01 ผมอยู่ที่ไหน ?

ชื่อตอน : 01 ผมอยู่ที่ไหน ?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย สยองขวัญ,สั่นประสาท

คนเข้าชมทั้งหมด : 39

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ส.ค. 2562 22:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
01 ผมอยู่ที่ไหน ?
แบบอักษร

   เมื่อผมรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้ง ผมก็พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนพื้นที่แข็งๆของอะไรบางอย่างที่มันสะเทือนไปสะเทือนมาและมีเสียงดังราวกับเจ้าสิ่งแข็งๆที่ผมนอนอยู่นี้ได้กำลังเคลื่อนตัวไปบนถนนอันขรุขระของถนนในพื้นที่ชนบทที่เต็มไปด้วยความทุรกันดาร 

   'นี่ฉันอยู่ที่ไหนกันนี่ ?' ผมถามตัวเองและพยายามที่ตะกายขึ้นมาจากพื้นแข็งๆ แล้วก็พบว่ามือทั้งสองข้างของตัวเองกลับถูกมัดไขว้ไว้ข้างหลังไปตั้งแต่ก่อนหน้าที่ผมจะรู้สึกตัวขึ้นมาซะอีก 

   'ให้ตายสิ... นี่มันเรื่องอะไรกันว๊ะ ทำไมฉันจำอะไรไม่ได้เลยล่ะนี่ ?' ผมสบัดหัวตัวเองอย่างแรง เพื่อหวังจะให้หัวสมองของตัวเองฟื้นคืนจากความมึนงง เผื่อจะนึกถึงเหตุการณ์ก่อนที่ผมจะต้องมานอนกลิ้งถูกมัดอย่างที่ไม่รู้ที่มาที่ไปแบบนี้ได้ 

   แต่ผลจากการสบัดหัวอย่างแรงมันทำให้ผมรู้สึกปวดแปลบตรงที่บริเวณขมับซ้ายขึ้นมาทันที และจากนั้นผมก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นของเลือดสดๆ ใช่ล่ะ... กลิ่นของเลือดสดๆที่น่าจะไหลออกมาจากบาดแผลของขมับด้านซ้ายที่ผมกำลังปวดแปลบอยู่นั่นเอง 

   เสียงของเจ้าวัตถุข้างล่างที่แข็งๆนี้ยังดังสะเทือนกึงๆกังๆไปเรื่อยๆ และผมก็เริ่มจะมีสติวิเคราะห์สถานะการณ์ขึ้นมาได้บ้างแล้วว่า แท้ที่จริงผมกำลังอยู่ในรถบางอย่างที่น่าจะเป็นรถตู้บางชนิด เพราะหลังจากที่ผมได้ใช้เท้าของตัวเองกวาดไปรอบๆตัวท่ามกลางความมืดที่แทบจะมองอะไรไม่เห็นของในรถคันนี้แล้ว ก็พบว่าขนาดของมันน่าจะเป็นรถตู้โล่งๆที่ไม่ได้มีเก้าอี้หรืออุปกรณ์อะไรอย่างอื่นอยู่ที่ด้านหลังแม้แต่น้อยนิด 

   'ฉันอยู่ในรถตู้นี่เอง... แต่ทำไมกันล่ะ ทำไมฉันจึงมาถูกจับขังไว้ในรถตู้คันนี้ได้ล่ะ แล้วนี่มันกำลังจะพาฉันไปไหนกันล่ะนี่ ?" 

   แต่พอผมหันไปมองทางด้านฝั่งซีกหน้ารถผมก็กลับรู้สึกว่ารถตู้คันนี้เหมือนจะมีผนังกั้นทางด้านซีกรถด้านหน้าออกจากซีกรถด้านหลังราวกับจะทำให้ซีกรถด้านนี้เป็นห้องนิรภัยที่ใช้ปกป้องสิ่งของหรืออะไรบางอย่างที่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด และก็ใช่ล่ะ... นี่มันไม่ใช่รถตู้ทั่วไปอย่างแน่นอน เพราะแม้แต่ด้านข้างของรถทั้งสองฝั่งด้านในก็ไม่มีแม้แต่กระจกใดๆให้เห็นเลยทั้งสิ้น และแท้ที่จริง รถคันนี้มันก็คือรถนิรภัยบางอย่างที่กำลังจะนำผมไปยังสถานที่ที่ไม่น่าจะเป็นที่ที่ดีอย่างแน่นอนสำหรับตัวผม...! 

   แม้ว่ารถคันนี้น่าจะเป็นรถนิรภัยอย่างที่ผมสงสัย แต่ตามขอบมุมของรถด้านที่ติดกับเพดานรถผมก็ยังพอจะมองเห็นแสงสว่างเล็กๆลอดเข้ามาภายในรถจนทำให้ภายในนี้ไม่มืดทึบถึงขนาดมองอะไรไม่เห็นซะทีเดียว หรือบางทีช่องรูเล็กๆที่ทำให้แสงข้างนอกเล็ดลอดมาได้บ้างนั้นจะใช้เป็นที่ระบายอากาศให้เข้ามาสู่ภายในรถที่ไม่มีแม้แต่แอร์คอนดิชั่นคันนี้ก็เป็นได้ แต่ที่แน่ๆนอกจากจะทำให้มีอากาศเข้ามาในนี้ได้แล้ว มันก็ยังมีเสียงต่างๆจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามาให้ได้ยินอย่างชัดเจนอีกด้วย 

   จากนั้นผมยังได้ทดลองค่อยๆถีบยันไปที่ประตูด้านหลังของรถนิรภัยคันนี้อย่างไม่ให้มีเสียง แต่ก็ไม่สามารถทำให้ประตูขยับหรือเปิดออกมาได้แม้แต่น้อยนิด  

   'ดูท่าฉันคงจะต้องปล่อยให้รถคันนี้พาฉันไปให้ถึงจุดหมายปลายทางหรือจุดที่จะมีการจอดรถซะก่อน ฉันถึงจะมีโอกาสหลบหนีไปในระหว่างนั้นได้กระมัง ?' ผมบอกกับตัวเองอย่างนี้ เพราะคิดว่าถ้าถีบรถคันนี้ให้มีเสียงดังผิดปกติ ก็ยิ่งจะทำให้คนร้ายที่กำลังขับรถอยู่นี้เอะใจและลงมาดูผมที่ด้านหลังด้วยการเตรียมพร้อมและระมัดระวังตัวจนถึงที่สุดแน่ๆ 

   เวลาแห่งการรอคอยของผมกลับไม่เนิ่นนานจนเกินไปนัก เมื่อครู่ต่อมารถนิรภัยลึกลับคันนี้ก็ได้จอดลงอย่างช้าๆราวกับได้มาถึงจุดหมายปลายทางของคนร้ายที่ได้นำตัวผมมายังที่แห่งนี้โดยที่ไร้สติในตอนแรก 

   ผมพยามสูดกลิ่นอายจากอากาศภายนอกที่ได้เล็ดลอดผ่านช่องรูเล็กๆนั้นเข้ามา แล้วก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายเค็มๆของน้ำทะเลขึ้นมาทันที 

   'กลิ่นของทะเลรึ... ? ใช่แน่ นี่มันกลิ่นของทะเลชัดๆ' 

   ครู่ต่อมาผมก็รู้สึกได้ว่า ประตูหน้าของรถนิรภัยทั้งสองฝั่งถูกเปิดออก พร้อมๆกับที่รู้สึกได้ว่ามีคนสองคนลงมาจากด้านหน้าของรถคันนี้แล้วเดินมาบรรจบกันที่ฝั่งด้านขวาของรถโดยที่ยังไม่มีที่ท่าว่าจะมาเปิดประตูหลังรถกันแต่อย่างใด 

   ทั้งสองคนต่างก็ไม่พูดคุยอะไรกันอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งผมเริ่มจะสังเกตุเห็นว่าแสงที่ลอดเข้ามาจากจุดเล็กๆภายในตัวรถคันนี้ค่อยๆอ่อนแสงลงไปเรื่อยๆ 

   'เอ๊ะ... นี่แสดงว่าข้างนอกนี้กำลังจะมืดลงแล้วสิ แล้วไอ้คนร้ายสองคนนี้มันกำลังรออะไรกันล่ะนี่...?'  

   แล้วหนึ่งในคนร้ายก็พูดขึ้น 

   "เกือบทุ่มหนึ่งแล้ว นั่น... เรือกำลังเข้ามาพอดีเห็นไม๊ ? ตามเวลานัดพอดีเลย" 

   "รอให้เรือเข้ามาเทียบท่าตรงนี้แล้วเราก็เอาเจ้า ID-09 นี้ลงไปไว้ในเรือนั่นได้เลยใช่ไหม ?"   

   เสียงของเจ้าคนร้ายคนที่สองที่ได้ถามกลับไปทำให้ผมหูผึ่งขึ้นมาทันที 

 'พระเจ้า... ทำไมมันเรียกผมว่า ID-09 กันล่ะ ผมไม่เคยจำได้เลยว่านั่นมันจะเป็นชื่อของผม แม้ว่าตอนนี้ผมจะยังนึกถึงชื่อของตัวผมเองไม่ออกก็เถอะ...!' 

   แล้วผมก็ได้ยินเจ้าคนร้ายคนแรกพูดต่อไปว่า 

   "ถูกต้อง... หลังจากเราส่งมอบเจ้า ID-09 ลงเรือลำนี้ไปแล้ว งานของพวกเราก็เสร็จเรียบร้อยกันซะทีล่ะ..." 

   "พี่คิง งานครั้งนี้ของพวกเรามันไม่ง่ายเลยนะ ถ้าเขาเพิ่มค่าจ้างให้เราอีกสักแสนสองแสนก็ท่าจะดี..."  

   "ห้าแสนสำหรับงานนี้ก็มากโขสำหรับเราสองคนอยู่แล้วนะไอ้จิก แต่ตอนนั้นเอ็งได้กรอกยาใส่ปากของมันหมดเลยใช่ไม๊ว๊ะ ?" 

   "หมดๆ หมดเลยพี่คิง ครั้งก่อนพวกเราไม่น่าจะประมาทมันเลย ดันกรอกยามันนิดเดียว เลยทำให้พวกเราต้องมาทำงานนี้อีกรอบ ผมว่ายานั่นนอกจากจะทำให้ความจำของมันเลอะเลือนแล้ว ตัวของมันก็คงจะหลับเป็นตายไปเป็นอาทิตย์แน่ๆ" 

   "แหงล่ะสิไอ้จิก ถ้ากูไม่ตีหัวมันด้วยคีมเหล็กมันก็คงจะไม่น็อกหลับยาวไปแบบนั้นแน่... นั่นเรือเข้าเทียบเรียบร้อย ไปเปิดประตูหลังรถ แล้วเตรียมปิดจ็อบเราได้ !" 

   'แม่งเอ๊ยยย...!!' ผมถึงกับสบถขึ้นมาในใจ ไอ้คนนี้นั่นเอง ที่ตัวหัวผมจนเลือดอาบ ! แล้ว... แล้วเมื่อกี้พวกมันได้พูดถึงยา... ยาอะไรกันล่ะที่พวกมันเอามากรอกปากผม... แล้วนี่ผมก็คงไม่ได้หลับเป็นอาทิตย์อย่างที่มันว่ากันแน่ๆ เพราะบาดแผลที่หัวผมนั้น ก็ยังรู้สึกว่ามันสดๆอยู่เลย แต่ที่แน่ๆอย่างหนึ่ง มันเป็นเพราะไอ้มฤตยูสองตัวนี้นั่นเองที่ได้ทำให้ผมถึงกับจำอะไรที่เกิดขึ้นมาก่อนที่ผมจะตื่นไม่ได้เลย และแม้กระทั่งชื่อของตัวผมเอง ผมก็ยังจำไม่ได้ด้วยซ้ำ ?! 

 

 

   (โปรดติดตามในบทต่อไป เร็วๆนี้นะครับ) 

 

 

 

 

   

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น