คณานางค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 1: เมียกาฝาก [1]

ชื่อตอน : บทที่ 1: เมียกาฝาก [1]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.8k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ส.ค. 2562 16:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1: เมียกาฝาก [1]
แบบอักษร

 

 

 

รถกระบะคันกลางเก่ากลางใหม่ขับผ่านประตูรั้วเหล็กใหญ่มหึมาเข้ามาภายในอาณาเขตคฤหาสน์ราคาหลักร้อยล้าน เบื้องหน้าเห็นลานน้ำพุขนาดใหญ่เป็นปราการด่านแรกให้มองก่อนภาพความงดงามของสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่สไตล์ยุโรป สองข้างฝั่งของถนนขนานข้างด้วยสวนหย่อมประดับพันธุ์ไม้แปลกตาหลายชนิด 

“บ้านใหญ่โตยิ่งกว่าวัง โรงจอดรถหรือเต้นท์รถมือสองวะนั่นทำไมถึงมีรถหลายคันขนาดนั้น บ้านเอ็งใช่ไหม เจ้าของบ้านเขาซื้อมาขายหรือมาขับเล่นเหรอนังหนู” 

“บ้านเจ้านายค่ะ คุณลุงขับเข้าไปจอดหน้าคนนั้นเลยค่ะ” 

ชี้ปลายนิ้วไปทางด้านหน้าในตำแหน่งยืนของสาวใช้คนหนึ่ง คาดว่าคุณแขไขหรือไม่ก็คุณวิทยาคงจะบอกคนในบ้านแล้วว่าจะมี กาฝาก มาขออาศัยอยู่ชั่วคราว เฟื่องลดาหวาดกลัวการเข้ามาอาศัยบ้านคนอื่นแต่เพราะความรักและคิดถึงลูกแทบขาดใจทำให้หล่อนตัดสินใจยอมแลกทุกอย่าง บากหน้าไปขอร้องท่านทั้งสองให้อนุญาตตนเองเข้ามาเยี่ยมลูกหรือพาลูกกลับไปนอนด้วยบ้าง ไม่ใช่ตัดรอนทุกอย่างไม่ยอมแม้กระทั่งให้ตนเองมาเจอหน้าลูกเหมือนอย่างที่รณภพทำ ถือเป็นความโชคดีของเฟื่องลดาที่ท่านเจ้าสัววิทยาเห็นใจและตระหนักได้ถึงความลำบากทางจิตใจที่หล่อนต้องเผชิญเกือบหนึ่งเดือน ตั้งหนึ่งเดือนแต่ได้เจอลูกแค่สองครั้ง รณภพใจร้ายกับหล่อนมากอ้างว่าหล่อนไม่รักลูกแล้วแย่งลูกไป ท่านจึงยอมอนุญาตให้ผู้หญิงแปลกหน้าแม่ของหลานชายท่านเข้ามาอาศัยในคฤหาสน์หลังใหญ่แห่งนี้ได้ 

“ใช่ค่ะ จอดตรงนี้เลยค่ะ” 

เอ่ยจบเฟื่องลดารีบเปิดประตูออกไปถามถึงลูกกับสาวใช้คนนั้น ทว่าลุงคนนั้นก็ตามลงมาถามถึงของบนหลังกระบะซะก่อน 

“นังหนู! บอกก่อนสิว่าจะให้ลุงขนของลงไปวางไว้ไหน ค่าจ้างเหมารวมค่ายกของแล้วไม่ต้องกลัวได้จ่ายเพิ่มหรอกนะ” 

“เอ่อ…” เฟื่องลดาตอบไม่ได้ หันกลับไปมองหน้าคนในบ้านของคุณแขไข 

“เดี๋ยวลุงถือของตามหนูมาก็ได้ ส่วนคุณหนูกัปตันอยู่กับคุณภพในบ้านค่ะ” สาวใช้คนนั้นทำหน้าที่ดีเยี่ยมตอบคำถามทั้งสองคน ลุงเจ้าของรถรับจ้างขนของแฮปปี้เฟื่องลดาเองก็แฮปปี้รีบเดินเร็วไปถอดรองเท้าลืมแม้กระทั่งเปลี่ยนในรองเท้าสวมในบ้านรีบจ้ำเท้าเข้าไปข้างใน มองหาว่ารณภพพาลูกไปอยู่ไหน  น้ำตาคลอเกือบร้องไห้ดีใจที่วันนี้จะได้กอดลูก 

“หล่อน! เป็นใครมาจากไหนถึงวิ่งพรวดพราดเข้ามาในบ้านคนอื่นแบบนี้ อ๋อ อย่าบอกนะว่าเป็นแม่ของคุณหนูกัปตัน สภาพ…” 

เฟื่องลดาหยุดยืนกลางบ้าน หญิงวัยกลางคนวางมือจากการปักดอกไม้ลงแจกันเดินเข้ามาปรายตามองหัวจรดเท้า สีหน้าแววตาไม่พอใจในสภาพการแต่งหน้าแต่งตัว เธอคนนี้ไม่ผ่านมาตรฐานในหลายๆ ด้าน ต่างจากอดีตแฟนเก่าของคุณภพที่ดูดีมีการศึกษามากหลายเท่าตัว 

‘อนงค์’ แม่บ้านคนเก่าคนแก่ที่อยู่คู่บ้านหลังนี้มาตั้งแต่สมัยรณภพยังเป็นวัยรุ่นแสดงความดูถูกสาวคนนี้อย่างออกนอกหน้า จนกระทั่งเด็กในบ้านยกกระเป๋าเข้ามา 

“อ้าวป้านงค์ก็อยู่ด้วยเหรอจ๊ะ คนนี้คุณเฟื่องที่คุณแขเล่าให้ฟังว่าจะมาอยู่กับเรา” เด็กยมอายุอานามยังไม่มากน่าจะยี่สิบต้นๆ ลากกระเป๋าใบใหญ่เข้าบ้าน 

“อยู่กับเรา หมายถึงเรือนคนใช้หลังบ้านเหรอนังยม” 

“ป้าจะบ้าเหรอ คุณเขาเป็นแขก คุณท่านจัดห้องไว้แล้วข้างบนบ้าน” 

“เป็นแค่แขกไม่ใช่เจ้านาย กระเป๋าเยอะขนาดนี้ขนขึ้นไปเองแล้วกันนะอย่าลำบากให้ใครช่วยยก ส่วนตาลุงคนนั้น ถ้าหมดธุระแล้วก็กลับไปได้จะยืนมองของในบ้านอะไรนานขนาดนั้นคิดจะตามเข้ามาขโมยทีหลังหรือยังไง” 

“เปล่าครับ เปล่า ไม่ใช่ ผมกลับเลยก็ได้ครับคุณแม่บ้าน” 

“ก็รีบกลับไปสิยังจะยืนรออะไร หรือคนแถวนี้ยังไม่จ่ายค่าช่วยขนของให้” 

“จ่ายแล้วครับ ผมกลับเลยนะครับ ลุงกลับก่อนนะนังหนู” คล้ายแกจะบอกกับเฟื่องลดาว่า โชคดี ลุงคนขับรถรีบเดินออกจากบ้านหลังใหญ่ไม่มองอะไรอีกกลัวถ้าเกิดของมีค่าหายไปจะถูกกล่าวหาเอาได้ว่าตนเองเป็นขโมย 

“ยกกระเป๋าตามมา ฉันจะพาเธอขึ้นไปดูห้องข้างบนเอง” 

“เฟื่องขอไปเจอลูกก่อนได้ไหมคะ” 

“ฟังคำพูดคนอื่นไม่เข้าใจเหรอไง ฉันบอกให้ยกกระเป๋าตามมา” 

“ป้านงค์ ยมยกขึ้นไปให้ก็ได้จ้ะสองใบเอง ให้คุณเขาไปเจอคุณหนูก่อนก็ได้” 

“ก็แค่คนมาขออาศัยอยู่บ้านชั่วคราวจะไปโอ๋เอาใจเขาอะไรกันนักกันหนา” 

“เธอเองก็กำลังอาศัยอยู่บ้านคนอื่นนะอนงค์ อย่าลืมเรื่องนี้” 

“ท่านเจ้าสัว” หญิงวัยกลางคนหน้าซีดรีบหลบสายตาเจ้าของบ้าน 

“ต่อไปนี้เฟื่องจะมาอยู่กับเราที่นี่ในฐานะแขกของฉัน เคยปฏิบัติตัวต่อฉันยังไงก็ต้องปฏิบัติตัวต่อเฟื่องให้เหมือนกัน ห้ามไม่ให้ใครหาเรื่องหรือไม่ให้เกียรติเธอเด็ดขาด” เสียงท่านเจ้าสัวดังกังวานไปทั้งบ้าน รณภพได้ยินจึงเดินออกจากห้องนั่งเล่นมาดู 

“แล้วถ้าฉันเห็นว่าเธอยังดูถูกแขกของฉันอยู่แบบนี้ ระวังฉันจะไล่เธอออก” 

“ไม่มีใครไล่ป้านงค์ออกทั้งนั้นแหละครับ ตราบใดที่ผมยังอยู่ที่นี่ ถ้าคุณพ่อจะไล่ใครสักคนผมคิดว่าควรจะหันไปมองใครอีกคนมากกว่านะครับ” 

คนปกป้องปรากฏตัวป้าอนงค์ได้ใจรีบวิ่งไปหลบหลังเจ้านาย เมื่อมีรณภพอยู่ตรงนี้ทั้งคนแม้แต่เจ้าสัวป้าอนงค์ก็ไม่กลัว “ป้านงค์ทำงานกับเรามานาน เลี้ยงผมมาตั้งแต่เด็กจนโต แล้วคนแถวนี้มีประโยชน์อะไร” 

“ก็มีประโยชน์ตรงที่เขาอุ้มท้องลูกแกตั้งเก้าเดือนยังไงล่ะ หรือถ้าคิดว่าเขาไร้ค่าไร้ประโยชน์ขนาดนั้นแกก็คืนลูกให้เขาสิ ไปฉีกเอกสารรับรองเป็นพ่อเด็กของแกสิภพ!!” 

“ถึงคืนให้แม่คนนี้ก็ทิ้งลูกไปหาผู้ชายคนใหม่อยู่ดี น้ำหน้าอย่างนี้จะมีปัญญาเอาอะไรมาเลี้ยงลูกสอนลูก! ทางที่ดีบอกมาเลยดีกว่าว่าจะเอาเงินเท่าไหร่ สิบล้านพอไหม ฉันจะเซ็นเช็คให้แลกกับการไม่ต้องมายุ่งมาพบมาเจอลูกอีก! ฉันไม่ยากให้ลูกมีแม่แย่ๆ แบบเธอ!” 

“แล้วคุณเป็นพ่อที่ดีนักหรือไง ฉันทำงานในบริษัทคุณตั้งแต่ลูกยังอยู่ในท้องจนแกคลอดออกมา คุณก็ยังโง่ไม่รู้ไม่สงสัยอะไรเลย เราสองคนมันก็แย่พอกันนั่นแหละ!” 

“เฟื่องลดา!!” รณภพโกรธจัดแผดเสียงเรียกชื่อผู้หญิงกาฝาก สงครามย่อมๆ ในบ้านกำลังปะทุหนักขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะเริ่มสงบลงเมื่อมีน้ำเย็นไหลรินลงมาดับความร้อน คุณนายแขไขทนฟังเสียงทะเลาะกันของสองพ่อลูกไม่ได้จึงอุ้มหลานชายตัวน้อยออกมาข้างนอก 

เด็กชายวัยหกเดือนหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มกำลังจะเคลิ้มหลับแต่ก็อยากตื่นดูโลกภายนอก มือเล็กไขว้คว้าไปหามารดาบังเกิดเกล้าเป็นปฏิกิริยาเล็กๆ ที่ทำให้ท่านเจ้าสัวแอบน้ำตาซึม เสียใจ และผิดหวังในตัวลูกชายว่าทำไมถึงทำกับเฟื่องลดาได้มากถึงขนาดนี้ 

“เฟื่อง มาหาลูกเร็ว ไม่ได้เจอลูกตั้งหลายวันแล้วไม่ใช่เหรอ” 

“ขอบคุณค่ะคุณแข” คุณแม่ยังสาวน้ำตาคลอยกมือไหว้ท่านก่อนเข้ามาอุ้มลูก ตั้งแต่กลับจากเชียงใหม่ท่านทั้งสองพาหลานไปตรวจดีเอ็นเอซ้ำอีกรอบ หลังจากผลตรวจชัดเจนก็ทำเรื่องเปลี่ยนนามสกุลหลานแล้วพามาอยู่บ้านหลังนี้ ท่านบอกมาเยี่ยมได้ทุกวันจะมาค้างด้วยก็ได้แต่ทว่าลูกชายของท่านกลับกีดกันทุกช่องทาง ไม่ให้เจอที่บริษัท ไม่ให้มาที่บ้าน จะเจอได้ก็ต่อเมื่อไปอ้อนวอนรณภพถึงยอมเจียดเวลาพามาเจอลูกแค่สิบยี่สิบนาที 

สัมผัสอ่อนนุ่มจากผิวพรรณของลูกน้อยเรียกน้ำตาให้ไหลลงอาบแก้ม เฟื่องลดากอดลูกให้แน่นมากขึ้นยกร่างของแกขึ้นมาหอมแก้ม คิดถึงลูกใจแทบขาด นอนร้องไห้ทุรนทุรายทุกคืน กลับไปทำงานที่บริษัทก็ไม่มีสมาธิถูกหัวหน้าด่าทุกวันจนท้อใจไม่อยากทำงาน ในหัวเฟื่องลดามีแค่เรื่องของลูก กลัวจะไม่ได้เจอ กลัวรณภพจะแย่งลูกไปจากอกตนเองตลอดกาล 

“ยืนมองอะไรล่ะนงค์ ปักแจกันค้างไว้ไม่ใช่เหรอรีบทำต่อให้เสร็จสิ ส่วนยม เธอถือกระเป๋าคุณเฟื่องขึ้นไปข้างบนนะ ไม่ใช่ในเรือนคนใช้อย่ายกไปผิดที่” คุณนายปรายสายตามองไปทางแม่บ้านที่ซ่อนอยู่หลังลูกชาย อนงค์อายุอานามพอๆ กับตนเองมีนิสัยหยิ่งผยอง ดูถูกคนเก่ง ส่งต่อนิสัยไม่ดีหลายอย่างมาให้รณภพแต่จะไล่ออกก็ไม่ได้เพราะรณภพติดอนงค์มาก 

อนงค์ทำเสียงฮึดฮัดขัดใจใส่คุณนายรีบสะบัดต้นคอใส่ กลับไปปักแจกันดอกไม้ต่อ ทว่าสายตาจิกกัดยังไม่ยอมละไปจากเฟื่องลดาเลยสักวินาที 

“อย่าไปสนใจคนเฒ่าคนแก่เลยนะหนูเฟื่อง มาเหนื่อยๆ อุ้มลูกเข้ามาพักข้างใน ภพ ลูกเองก็มาด้วย หลานของแม่จะได้อยู่กับพ่อแม่พร้อมหน้าพร้อมตากันสักที” 

“คงไม่หรอกครับ ผมบังเอิญมีนัดกินข้าวกับน้องลี ขอตัวก่อนนะครับ”  

รณภพพูดพลางเดินเข้ามาหาเฟื่องลดา มองตาหล่อนด้วยความเกลียดชังก่อนจะก้มลงหอมแก้มลูก แววตาที่เขาใช้มองเด็กชายวัยหกเดือนไม่เชิงรักและไม่เชิงเกลียด นัยน์ตาสีดำคู่นั้นตวัดขึ้นมามองจ้องแม่ของลูก ก่อนจะเดินเร็วออกไปข้างนอกไม่สนใจจะฟังเสียงเรียกของใครทั้งนั้น 

 

 

 

 

รีอัปค่ะ  จะลงไปเรื่อยๆ วันละ 1 ตอนย่อย  ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านนะคะ  ^^   

 

 

เล่มทำมือพร้อมส่ง ติดต่อเพจ คณานางค์-แก้วกัลยา 

 

- นักธุรกิจพ่อลูกอ่อน ราคา 320 บาท ส่งฟรีพัสดุ (ลงทะเบียน+30 หรือ EMS+50) 

- พ่ายรักภรรยามือสอง ราคา 320 บาท ส่งฟรีพัสดุ (ลงทะเบียน+30 หรือ EMS+50) 

- บำเรอรักทัณฑ์อสูร ราคา 200 บาท มีค่าจัดส่ง (พัสดุ+20 ลงทะเบียน+30 หรือ EMS+50) 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น