ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 7 ความสามารถแปลกๆ

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 ความสามารถแปลกๆ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 6k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ส.ค. 2562 13:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 ความสามารถแปลกๆ
แบบอักษร

"ขอบคุณที่เลี้ยงครับ"

 

 

ถ้วยชามราเมนชี้สิบกว่าชั้นถูกวางเรียงไว้ด้านหน้าของเด็กชายตัวเล็กสูงถึงเมตรสิบเซนหลายคนต่างมองเด็กชายราวกับพวกเขาพบตัวประหลาดจอมเขมือบ นี่คือเหตุการณ์ที่ร้านราเมน ก่อนที่ฮิรุเซ็นโฮคาเงะรุ่นที่สามจะพาพวกเขาไปยังพื้นที่ตระกูลซารุโทบิ

 

 

แน่นอนการมาในครั้งนี้สองพี่น้องจากตระกูลฮิวงะก็ตามพวกเขามาด้วยเนื่องจากพวกเขาอยากชมว่าอัจฉริยะคนใหม่แห่งอุจิวะจะมีความพิเศษมากขนาดไหน ส่วนซึนาเดะก็ยังไม่จากไปเธออยากเห็นกับตาว่าคาซึยะหลานชายของเธอสามารถใช้คาถาไม้ได้จริงๆหรือไม่

 

 

 

ตอนนี้พวกเขาอยู่ในที่โล้งกว้างที่ไร้สิ่งมีชีวิต ซึ่งมันค่อนห่างไกลจากหมู่บ้านมาก แต่คาซึยะก็ยังรู้สึกไม่ปลอดภัยราวกับกำลังมีใครบางคนแอบจ้องมองเขาอยู่โดยเฉพาะ ถ้าเป็นพวกเอ็นบุผู้คุ้มกันโฮคาเงะเขาจะไม่รู้สึกแย่แบบนี้

 

 

 

"เอาละนี่คือสิ่งที่เจ้าขอ นี่คือม้วนคัมภีร์คาถาดิน คาถาน้ำ คาถาลม คาถาเคลื่อนย้ายร่างและ คาถาแยกเงา สี่คาถาล้วนแล้วแต่เป็นคาถาระดับ B ทั้งหมด"

 

 

 

"เข้าใจแล้ว"

 

 

 

คาซึยะที่ฟื้นจักระกลับคืนมาอย่างสมบูรณ์นั่งอ่านอักษรข้อความและวิธีใช้คาถาทั้งห้าอย่างละเอียด เช่นการรับรู้และควบคุมจักระธาตุที่แตกต่างกัน ไหนจะการประสานอินในแต่ละขั้นตอนเขาศึกษามันทั้งหมดด้วยเวลาไม่ถึงชั่วโมง

 

 

 

"เอาละพร้อมแล้ว"

 

 

 

'ถ้าอยากดูนัก ก็ดูกันเสียให้เต็มตา'

 

 

 

เด็กชายเริ่มทำการประสานอินด้วยความเร็วที่เกินมนุษย์ ร่างกายของเขาเริ่มมีน้ำไหลทะลักออกมาอย่างรวดเร็วจนพื้นที่บริเวณโดยรอบกายของเขากลายเป็นคลื่นน้ำสีครามขนาดใหญ่ซัดลานดินโดยรอบจนกลายเป็นทะเลสาบ

 

 

 

ฟึบ

 

 

 

'ประมาณ 1.48 วินาทีต่อ 23 อินสินะ'

 

 

 

"Suiton : Suiryūdan no Jutsu(คาถาน้ำ : ระเบิดน้ำมังกรวารี)"

 

 

 

โฮรกกกกก~!!!

 

 

 

มังกรสีครามขนาดลำตัวเท่าสองคนโอบมีความยาวมากกว่าสิบเมตรจากการรวมตัวของน้ำที่คาซึยะปล่อยออกมารอบตัวในทีแรก นี่เป็นคาถาที่โฮคาเงะรุ่นสองโทบิรามะเชี่ยวชาญ แน่นอนว่าเขาเริ่มละทิ้งคาถาวารีและเริ่มประสานอินต่อในทันที

 

 

 

"Katon: Gōkakyū no Jutsu (คาถาเพลิง : ลูกบอลเพลิงยักษ์)"

 

 

 

ฟูววววววววว~

 

 

 

ลูกบอลเพิงที่มีขนาดมากกว่าสิบเมตรพุ่งออกมาจากปากลูกไฟคล้ายดวงอาทิตย์ขนาดย่อมพุ่งทำลายล้างมังกรวารีที่อยู่ฝ่ายตรงข้าวตัวเขาก่อนจะเกิดการระเบิดขนาดใหญ่ขึ้นแน่นอนว่าคาซุก็ยังคงประสานอินต่อไป

 

 

 

"Fūton: Shinkūgyoku(คาถาลม : คลื่นสูญอากาศ)"

 

 

 

สูดดดดด

 

 

 

ฟูมมมมมมมมม~!!!

 

 

 

กระแสลมเป็นเส้นๆดูแหลมคมพุ่งออกมาจากปากของคาซึยะหลายสิบเส้น มันพุ่งไปหลายทิศทางถ้าใครโดนเข้าไปมีหวังร่างได้พรุนเป็นรังผึ้งแน่นอน ตอนนี้สายตาของทุกคงจดจ้องมองเด็กชายด้วยท่าทีต่างกันออกไป

 

 

 

ซึนาเดะเริ่มพยักหน้าดูสนใจ ฮิรุเซ็นนั้นดูตึกตะลึง ฮิอาชิรู้สึกไม่ค่อยดี ส่วนฮินาโมรินั้นมีสายตาประกายวิ้งๆ ตอนนี้เธอเริ่มสนใจเด็กชายในวัยเดียวกันกับเธอมากเหลือเกิน ชายคนนี้ช่างน่าสนใจและน่าหลงไหล แถมคนที่เก่งขนาดนี้ยังบอกว่าเธอน่ารักอีกด้วย

 

 

 

"Doton: Doryū Jōheki(คาถาดิน : กำแพงปราสาทดินเคลื่อน)"

 

 

 

กึก ๆ คลื่นนนนน~!!

 

 

 

แผ่นดินรอบกายเกิดการสั่นสะเทือนก่อนกำแพงดินขนาดยักษ์จะผุดออกมากลายเป็นแพงตั้งผงาดถ้าทายฟ้าดิน ความสูงที่ยิ่งใหญ่นั้นมากถึง 4 เมตรด้วยกันและเขาก็กระโดดลงมาจากกำแพงดินและประสานอินในรูปแบบคล้ายตัวอักษรบวก

 

 

 

"Kage bunshin no jutsu(คาถาเงาแยกร่าง)"

 

 

 

ปุ้ง!

 

 

 

"มาทดสอบคาถาใหม่ Chidori Eisō (พันปักษาหอกคม)"

 

 

 

กรี๊ดดดดดดดด~

 

 

 

ในมือของคาซุยะและร่างเงาแยกมีพันปักษาด้วยกันทั้งคู่ ก่อนที่จะแปรสภาพจักระให้ยืดยาวจนกลายเป็นคมหอกสายฟ้าที่ยาวเหยียดแทงทะลุกำแพงดินและค่อยๆตัดผ่ากำแพงจนแยกเป็นสองฝั่งอย่างง่ายดาย แต่ผลลัพท์ก็ตามมาด้วยร่างแยกที่หายไป

 

 

 

วิช ปุ้ง!

 

 

 

"แฮ่กๆ คาถาเงาแยกร่างกินจักระชะมัด เอาละสุดท้ายแล้ว Mokuton : Mokuryū no jutsu(คาถาไม้ : วิชามังกรไม้)"

 

 

 

ตู้มมมมมมมม

 

 

 

รากไม้สีเขียวเข้มขนาดใหญ่สี่ห้ารากผุดออกมาจากดิน รากทั้งห้าเข้าพัวพันก่อตัวกลายเป็นมังกรไม้ขนาดยักษ์ ซึ่งมันอยู่ได้เพียงครู่เดียวก่อนที่มังกรไม้จะหยุดคลื่นไหว ร่างของเด็กชายโซเซไปมาก่อนจะล้มตัวลงนอนหอบหายใจถี่ยิบ

 

 

 

"เหนื่อยเป็นบ้า แต่ทำไมเรารู้สึกว่าจักระกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆกันนะ"

 

 

 

เขาค่อนข้างแปลกใจไม่น้อย ตอนแรกเขาที่มีจักระระดับสุดยอดเกะนินหมดสติไปหลังจากใช้การสะท้อนของอุจิวะจนจักระภายในร่างกายร่อยหรอ พอฟื้นขึ้นมาจักระเขาก็บุกทะลวงเข้าสู่ระดับจูนินอย่างแท้จริง

 

 

 

และปัจจุบันหลังจากใช้จักระจนแทบหมดอีกหนเขารู้สึกว่าจักระที่เคยหายไปนั้นฟื้นฟูขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จากที่เขาคาดคะเนใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงจักระเขาก็จะกลับคืนมาทั้งหมด แถมเขายังรู้สึกอีกว่าจักระอาจะเพิ่มขึ้นมากกว่าเมื่อก่อน

 

 

 

'ร่างกายของเรามันค่อนข้างแปลก'

 

 

 

แม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เขาก็ยังไม่คิดจะหาความจริงในตอนนี้เขาลุกขึ้นมานั่งและเริ่มทำท่าทางฟื้นฟูจักระ แม้ว่าการปล่อยให้จักระฟื้นฟูขึ้นมาด้วยตัวเองจะรวดเร็วอยู่แล้ว แต่เพื่อไม่ให้ผิดสังเกตุเขาจะแกล้งทำท่าทางเพื่อปิดบังความสามารถนี้ไว้

 

 

 

"อืมเจ้าปีศาจน้อยนี่มีจักระในระดับจูนินจริงๆ"

 

 

 

'แถมยังมีการฟื้นฟูร่างกายแบบท่านปู่อีกด้วย เขาแตกต่างจากนาวากิ!'

 

 

 

ึึซึนาเดะที่สัมผัสได้ถึงเอกลักษณ์อันคุ้นเคยของตระกูลเซ็นจูในร่างของหลานชายก็รู้สึกตกใจ เพราะการฟื้นฟูเช่นนี้มีเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นในตระกูลเซ็นจูนอกจากเธอและท่านปู่

 

 

 

แม้เธอจะมีการฟื้นฟูที่สูง แต่นั่นก็เพราะเธอได้ซึมซับวิชาแพทย์ระดับสูง ผนึกอักขระเบียคุโกกับพลังการฟื้นฟูบางส่วนในขีดจำกัดทางสายเลือดข้อเสียของมันคืออายุขัยที่ลดลง 

 

 

 

ผิดกับท่านปู่ฮาชิรามะที่มีพลังฟื้นฟูจากเซลล์และจักระของตนเอง ซึ่งคาซึยะมีอย่างหลังขอแค่เจ้าตัวมีจักระมากพอ ในสงครามเจ้าเด็กนี่อาจไม่ต่างจากการเป็นพวกครึ่งอมตะ ที่ฟื้นฟูบาดแผลได้ตลอดเวลา

 

 

 

'ด้วยคาถาไม้ที่ดูดจักระมาให้ตัวเองและฟื้นฟูสภาพร่างกายด้วยจักระและเซลล์เจ้าปีศาจน้อยตัวนี้อาจกลายเป็นเทพนินจารุ่นที่สองต่อจากท่านปู่!!'

 

 

 

ไม่ต้องคิดถึงช่วงที่หลานของเธอเติบโต เธอกลัวว่าเซลล์ในร่างกายก็แข็งแกร่งขึ้นอย่างทวีคูณ การฟื้นฟูก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ในหัวของเธอในตอนนี้มีสิ่งหนึ่งที่ผุดออกมานั่นก็คือต้องปกป้องเด็กคนนี้

 

 

 

'ขอเพียงเขามีลูกในอนาคตเราสามารถฟื้นฟูตระกูลเซ็นจูขึ้นมาได้!'

 

 

 

นี่คือสิ่งที่ซึนาเดะคิด ซึ่งรุ่นที่สามก็คิดไม่ต่างจากสึนาเดะ เสียเท่าไหร่แต่จะต่างก็ตรงจุดประสงค์ในอนาคตแม้เด็กคนนี้จะเป็นคนจากตระกูลอุจิวะ แต่เขาก็ยังอ่อนโยนเช่นท่านรุ่นที่หนึ่ง

 

 

 

แถมดูจากการใช้คาถาสายฟ้าแปลกๆนั่นอีกเขาอาจมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ในการวางแผนและการสร้างคาถานินจาแบบท่านรุ่นสองไหนจะมีขีดจำกัดทางสายเลือดของอุจิวะที่มีสายตาที่ทรงพลัง ขอเพียงให้เขามีชีวิตอยู่รอดจนถึงตอนนั้น เชื่อได้เลยว่ายุคทองของโคโนฮะจะกลับมาอีกครั้งอย่างแน่นอน

 

 

 

'และโลกนินจาใบนี้ก็จะไร้สงครามอย่างที่ท่านฮาชิรามะหวัง!'

 

 

 

ตอนนี้อาจารย์และศิษย์ต่างคิดในใจอย่างตื่นเต้น ผิดกับฮิอาชิที่รู้สึกกังวลอย่างช่วยไม่ได้ ในอนาคตถ้าเด็กคนนี้ผู้เป็นคนของตระกูลอุจิวะคิดทำลายตระกูลฮิวงะแล้วละก็ พวกเขาคงไม่มีทางฝืนชะตากรรมการล่มสลายของตระกูลได้อย่างแน่นอน

 

 

 

กำจัดเขา ? เป็นไปไม่ได้แม้ชาวบ้านอาจะไม่ทราบแต่เขานั้นทราบดีว่าเด็กคนนี้มีศักดิ์ไม่ต่างอะไรไปจากองค์ชายตัวน้อยของอุจิวะเซ็นจูและอุซึมากิแถมยังมีคนที่น่ากลัวอย่างท่านหญิงฮิเมโกะผู้เป็นองค์หญิงแห่งเซ็นจูและยังเป็นมารดาของคาซึยะ การจะกำจัดเด็กคนนี้มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน

 

 

 

'และที่น่ากลัวที่สุดก็คงไม่พ้นเจ้าคาซุกิที่มีจักระทรงพลังและความสามารถแปลกๆ เราจะทำยังไงดี!'

 

 

 

"เขาชื่ออุจิวะ คาซึยะสินะ"

 

 

 

'หืม'

 

 

 

ฮิอาชิเหล่มองน้องสาวของตัวเองและเมื่อพบว่าเจ้าตัวแสบน้อยมีสายตาหลงไหลคาซึยะอย่าปิดไม่มิด เจ้าตัวที่เคยกังวลก็ยิ้มเยาะที่มุมปากบางๆ ใช่แล้วยังมีแผ่นที่จะช่วยให้ตระกูลของเขารอดพ้นจากการล่มสลายอยู่ฮิอาชิก้มหัวลงไปกระซิบที่หูของเด็กหญิง พอเด็กหญิงได้ยินคำพูดแบบนั้นก็หน้าแดงแจ๋ ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว

 

 

 

'เพื่อความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลทางเลือกนี้คงจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ดูท่าเราต้องพาท่านพ่อไปหาท่านหญิงฮิเมโกะเพื่อพูดคุยเรื่องนี้โดยเร็ว'

 

 

 

"ท่านอาจารย์ การให้ปีศาจน้อยตัวนี้ไปศึกษาฐานนินจาที่โรงเรียนนินจาเป็นสิ่งที่ดีก็จริงอยู่ แต่ว่าปีศาจน้อยนั้นแข็งแกร่งเกินไป แล้วจะมีใครในโรงเรียนนินจาจะมาเป็นคู่ต่อสู้ให้เขาได้ ?"

 

 

 

"เรื่องนั้นไม่จำเป็นต้องกังวลถ้าเขาไปที่นั่นก็จะเกิดการแข็งขันในหมู่เด็กขึ้นอย่างแน่นอน ความแข็งแกร่งในเด็กรุ่นใหม่ก็จะแข็งแกร่งตามมาด้วยเช่นกัน แต่เราต้องกำชับเขาสักเล็กน้อย"

 

 

 

ได้ความเห็นของรุ่นที่สามซึนาเดะก็ยอมรับแต่ก็ยังคลางแคลงใจ ส่วนฮินาโมริพอได้ยินว่าคาซึยะกำลังเข้าเรียนเธอก็รีบเข้าไปกระซิบกระซาบกับฮิอาชิอย่างร้อนรน

 

 

 

"ท่านพี่ฮิอาชิข้าอยากไปเรียนที่โรงเรียนนินจา"

 

 

 

"ดีเดี๋ยวข้าจะไปคุยกับท่านพ่อให้ ท่านรุ่นที่สามพวกข้าคงต้องขอตัวก่อน"ฮิอาชิที่เห็นว่ารุ่นที่สามเข้าใจก็พาฮินาโมริจากไปอย่างรวดเร็ว

 

 

 

"เอาละทีนี้ก็เลิกแกล้งทำเป็นฟื้นฟูจักระได้แล้วเจ้าปีศาจตัวน้อย"

 

 

 

ซึนาเดะที่เห็นสองพี่น้องจากไปก็กล่าวขึ้นมาทำให้รุ่นที่สามแปลกใจไม่น้อย หมายความว่ายังไง?ว่าเจ้าหนูน้อยนี่แกล้งทำเป็นฟื้นฟูจักระ แม้เขาจะสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรเพราะดูเหมือนซึนาเดะก็ไม่คิดจะพูดด้วยเช่นกัน

 

 

 

"อะเร๊ะ~ถูกจับได้เสียแล้วท่านน้าของข้านี่ทั้งสวยทั้งเก่งสุดยอดจริงๆ"คาซึยะเกาหัวยิ้มอย่างโง่ๆและพยายามตอบยกยอน้าสาวเพื่อให้เธอพึงพอใจ เพราะเขากลัวนางมารร้ายนี่จะอารมณ์แปรปวนและเล่นงานเขา

 

 

 

"เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้วเจ้าคงเข้าใจตัวข้าดีจริงๆ เอาละไปกับฉัน ฉันจะพาเจ้าไปที่โรงเรียนนินจา"

 

 

 

"เฮ้อเข้าใจแล้ว ยังไงก็ต้องไปสินะ"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น