ในสวนฝัน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กลับบ้านเราเถอะ

ชื่อตอน : กลับบ้านเราเถอะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 712

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.พ. 2563 20:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กลับบ้านเราเถอะ
แบบอักษร

ร่างบอบบางไร้สติของชิงเฟิงโยกคลอนน้อยๆเป็นช่วงๆ บ้างก็เรียบสนิทราวกับนอนหลับอยู่บนปุยนุ่น เช้าแล้วแต่นางยังมิอยากตื่นจึงควานหาผ้าห่มมาคลุมหัวหลับต่ออย่างไม่คิดจะลุกในเร็วๆนี้ 

หัวนางปวดหนึบๆราวกับกำลังมีใครเอาค้อนมาทุบก็มิปาน เมื่อคืนนางเมามากไปหน่อย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ข้าอยู่ที่ไหนเนี่ย ทำไมเตียงนอนมันถึงได้โยกไปโยกมาจนเวียนหัวไปหมดแล้วเนี่ย 

ร่างกายส่วนร่างก็ปวดเเสบปวดร้อนราวกับไปโดนใครเขารุมโทรมมากระนั้นแหล่ะ เอ๊ะ!!.... 

ข้านั่งดื่มเหล้ากับเสินชิงตอนหัวค่ำมื่อวานนี่นา แล้วจากนั้นเกิดอะไรขึ้น? ความทรงจำเลือนลางค่อยๆแว้บเข้ามาในหัว เมื่อคืนนางกำลังร่วมรักอย่างเร่าร้อนดุเดือดท่ามกลางแสงจันทร์และใบไม้ใบหญ้ากับ.........ใครหว่า? 

พยายามเค้นสมองอันน้อยนิดนึกทบทวนเรื่องราว เสินชิงอุ้มข้าเข้าห้องนอน จากนั้น.....พวกเราก็...... 

ไม่นะ!!.... 

ความง่วงงุนหายเป็นปลิดทิ้ง เปิดผ้าห่มที่คลุมหัวสลัดทิ้งไป ลุกพรวดขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าแตกตื่น ไม่จริงมั้งข้าคงมิได้ใจง่ายขนาดนั้นหรอกน่า สามีก็ยังมิได้หย่า แล้วจะมีชายชู้มาเพิ่มอีกเหรอ? โอ้ย...ตายๆๆ คิดได้ดังนั้นก็คอตกก้มหน้าซบลงกับฝ่ามือ ส่ายหน้าไปมาอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะทำอะไรแบบนั้นลงไปได้ 

"ไม่นะ...เสินชิง..." 

"ยังจะห่วงหาอาวรณ์ชายชู้อยู่อีกหรือ!? " 

เสียงตวาดดังลั่นมาจากตรงหน้าของนางที่ใกล้จนชิงเฟิงแทบจะผงะด้วยแรงฉุนเฉียวของเขา 

เงยหน้าขวับขึ้นไปมอง ก็พบกับสายตาอาฆาตแค้นของอ๋องสามที่สาดประกายดุเดือดเชือดเชือนมาที่ตนจนร่างแทบพรุนหากสายตาสามารถฆ่าคนได้จริงๆนางคงตายสนิท ร่างกายแหลกเหลวไปแล้ว 

"ข้าเปล่าเสียหน่อย แล้วท่านเข้ามาอยู่ในห้องของข้าตั้งแต่เมื่อใด?" 

"เจ้าลองมองรอบตัวให้ดีๆว่าเรากำลังอยู่ที่ไหนกันแน่" 

ชิงเฟิงหันมองตามที่อ๋องสามว่า ห้องแคบๆที่กำลังเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆนี้คือ..... รถม้า! นางกำลังนั่งอยู่บนรถม้า! มิน่าเล่าถึงได้โคลงเคลงโยกเยกไปมา จนเวียนหัวไปหมด 

"ทำไมข้ามาอยู่บนรถม้า! แล้วเปาเปาละนางไปไหน?" 

"เดี๋ยวนางก็ตามมาทีหลัง เมื่อเก็บสำภาระทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว" 

"ตามมาทีหลัง? แล้วท่านจะพาข้าไปไหน หยุดรถม้าเดี๋ยวนี้ข้าจะลง ข้าไม่กลับไปกับท่านหรอกนะ" 

ชิงเฟิงโวยวายเสียงลั่น พยายามลุกจากเบาะหนานุ่มที่ปูรองนอนก่อนหน้าอย่างทุลักทุเล จัดเเจงเสื้อผ้าของตนให้เข้าที เปิดม่านหน้าต่างชะโงกหน้าออกไปร้องสั่งคนบังคับม้าข้างหน้าเสียงลั่น 

"หยุดรถเดี๋ยวนี้ข้าจะลง!" 

เงียบ....ไร้เสียงตอบรับจากคนบังคับม้า รถม้ายังคงเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องราวกับไม่ได้ยินที่นางพูด 

"ข้าบอกให้หยุดรถ!!" ตะโกนต่อด้วยความฉุนเฉียว มือทุบข้างรถม้าปังๆ 

"หากไม่ได้รับคำสั่งจากข้า ไม่มีใครสามารถหยุดรถม้าคันนี้ได้หรอก เจ้าอย่าเปลืองเเรงโดยเปล่าประโยชน์เลย" 

ต่อให้ชิงเฟิงตะโกนจนคอแตก รถม้าก็ไม่มีทีท่าจะหยุดลงดังว่า จึงหอคอกลับเข้ามาภายในรถม้า ตวัดสายตาเขียวปัดไปมองอ๋องสามอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ 

"ข้าปวดท้องหนัก!! ต้องลงไปทำธุระ จะหยุดรถม้าได้รึยัง!?" 

"อ้อ...." 

อ๋องสามพยักหน้าเข้าใจ หันไปเคาเบาๆที่ผนังรถม้าด้านคนขับสามที เอ่ยสั่งการณ์เสียงเรียบ 

"หยุดรถม้าก่อน" 

รถม้าชลอตัวและหยุดลงทันทีที่ได้รับคำสั่งจากอ๋องสาม ชิงเฟิงบ่นทำปากขมุบขมิบอุบอิบด่าทออ๋องสามในใจอย่างเป็นเดือดเป็นแค้น ลุกขึ้นกระโดดลงจากรถม้า รีบสาวเท้าเข้าไปข้างทางที่มีต้นไม้หนาตาขึ้นปกคลุมไปทั่วบริเวณรีบเร่ง หันซ้ายเเลขวาอย่างตัดสินใจเด็จเดี่ยว ข้าไม่กลับไปกับท่านหรอก ฝันไปเถอะ 

ทันทีที่คิดว่าปลอดจากสายตาของอ๋องสามก็ยกชายกระโปรงขึ้นออกวิ่งกลับไปตามทางเดิมที่รถม้าเเล่นมาอย่างรวดเร็วไม่คิดชีวิต ตาก็คอยมองกลับไปดูข้างหลังว่ามีใครตามมาหรือไม่ วิ่งมาได้สักพักใหญ่ๆก็หอบหายใจระรัว เห็นว่าตนวิ่งหนีมาได้ไกลมากแล้วยังไม่มีใครตามมาก็เบาใจ พวกเขาคงยังไม่รู้ว่านางแอบหนีไปแล้ว 

หยุดพักหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดอย่างเต็มที่ ชิงเฟิงเหนื่องเเทบขาดใจ สองมือค้ำยันกับหัวเข่าก้มหน้าหอบหายใจแหกๆ เหงื่อผุดออกมาเต็มหน้า วิ่งมาได้ไกลขนาดนี่แล้วข้าคงหนีพ้นอ๋องสามแล้วอย่างแน่นอน เมื่อคิดได้ดังนั้นก็ยืดตัวขึ้นเพื่อจะเดินทางต่อ แต่พอเงยหน้าเท่าแหล่ะ...... 

"ข้าเพิ่งรู้ว่าเจ้าชอบเดินเท้ามากกว่านั่งรถม้าสบายๆ" 

อ๋องสามยืนสงบนิ่งอยู่ตรงหน้าด้วยดวงตาเยาะเย้ยถากถางเต็มที่ 

"ท่าน!!.. มาอยู่ตรงนี่ตั้งแต่เมื่อไหร่?" 

"ก็ตามหลังเจ้ามาติดๆ แต่เจ้าไม่สังเกตุเอง กลับไปขึ้นรถม้า!" 

"ไม่!!....." 

"ข้าเสียเวลามาเยอะเเล้ว เจ้าต้องกลับไปขึ้นรถม้าเดี๋ยวนี้!" 

"ข้าไม่ไป....เชิญท่า..." พูดยังไม่ทันขาดคำร่างของชิงเฟิงก็ปลิวหวือขึ้นจากพื้นด้วยความเร็วจนไม่ทันตั้งตัว อ๋องสามอุ้มนางพาดบ่ากระโดดสองสามครั้งก็กลับมาถึงรถม้าที่จอดอยู่ในตอนแรง 

"ปล่อยข้าลงนะ!...เราจะหย่ากันเเล้ว ท่านไม่มีสิทธิ์ทำเช่นนี้" ชิงเฟิงทุบหลังอ๋องสามระรัว สองขาแตะอากาศเพื่อให้เขาปล่อยตัวเองลง 

"แต่ตอนนี้ยังไม่ได้หย่า" 

"แต่ก็ต้องหย่าอยู่ดีเพราะข้าเกลียดท่าน ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ อีกอย่างท่านมันคนหลอกลวง ชั่วช้าสารเลว" 

"ข้าเลวรึ? หากเป็นเช่นนั้นจริงเจ้าคงไม่ได้มาตะโกนด่าข้าป่าวๆเช่นนี้แน่! ได้ข้าจะทำให้ดูว่าคนเลวเขาทำกันยังไงบ้างกับภรรยาที่แอบมีชู้" 

อ๋องสามทรุดนั่งลงกับต่อไม้ข้างทาง จับร่างชิงเฟิงคว่ำหน้าพาดอยู่บนตักของตัวเอง ถลกกระโปรงนางขึ้น ดึงกางเกงชั้นในโยนเข้าป่าไปอย่างฉุนเฉียว  

ยกฝ่ามือฟาดก้นงอนงามของนางเสียงดังป้าบๆไปหลายทีจนมันเริ่มมีสีแดงเข้มขึ้นมาอย่างสะใจ 

"โอ้ย เจ็บนะ!" 

ชิงเฟิงตะโกนเสียงดัง ทั้งเจ็บทั้งอาย พยายามดิ้นให้หลุดจากการกับกุมของเขา หันไปมองคนบังคับรถม้าที่ยืนอยู่ไม่ไกล ทั้งสองคนรีบหลบตาหันไปทางอื่นอย่างไม่กล้ามองผู้เป็นนายถลกกระโปรงตีก้นสั่งสอนภรรยาอยู่ข้างๆ อ๋องสามยังคงฟาดก้นนางอย่างหนักมือไม่คิดจะหยุด 

"ไอ้ท่านอ๋อง ข้าเจ็บนะ! ปล่อยข้า" 

เมื่ออ๋องสามลงโทษชิงเฟิงจนพอใจก็หยุดมือ มองก้นแดงช้ำของนางอย่างขุ่นเคือง จับชิงเฟิงยัดเข้าไปในรถม้า ก่อนจะตามขึ้นไปดึงทึ้งชุดกระโปรงของนางโยนออกนอกรถม้าจนเหลือแต่ร่างเปลือยเปล่า ชิงเฟิงไม่อาจขัดขืนการกระทำป่าเถื่อนนั้นได้เพราะไม่อาจสู้เเรงเขาได้ 

"หยุดนะ! ท่านจะทำอะไร?" 

อ๋องสามไม่สนใจนางสักนิด ลงจากรถม้าปิดม่านประตูเดินดุ่มๆไปขึ้นหลังม้าอีกตัวที่ผูกรั้งไว้หลังรถม้า 

"ออกเดินทางได้!" พลขับรีบประจำตำแหน่งทันทีเช่นกัน รถม้าเคลื่อนตัวเมื่อได้รับคำสั่ง 

"แล้วเสื่อผ้าของข้าละ? ข้าจะใส่อะไร" 

"เจ้าไม่จำเป็นต้องใส่ อยู่ในรถม้าไม่มีใครเห็นอยู่แล้ว เว้นแต่เจ้าจะชอบวิ่งออกไปจากรถม้า" 

"ท่าน!!....." 

เมื่อทำอะไรไม่ได้จึงได้แต่กระฟัดกระเฟียด ขว้างปาขาวของที่อยู่ภายในออกนอกรถม้าอย่างหัวเสีย ฟาดงวงฟางาอยู่ภายในเพียงลำพังอย่างช่วยไม่ได้ รถม้ามุ่งตรงไปยังเมืองหลวงที่อยู่ห่างออกไปอย่างไม่รีบเร่ง เมื่อระบายความโมโหจนพอใจก็เริ้มตาปรืออย่างเหน็ดเหนื่อยเพราะเมื่อคนตนแทบไม่ได้นอนเลยด้วยซ้ำ 

ในขณะที่กำลังเคลิ้มๆจะหลับ รถม้าก็หยุดกึก จนหัวนางแทบจะทิ่มไปชนผนังด้านหน้า เกิดอะไรขึ้น! จะชะโงกหน้าออกไปดูก็จนใจ เพราะตนเองไร้อาภรณ์แม้ซักชิ้นคลุมกาย จึงสงบปากไม่ส่งเสียงใดๆออกมาดีกว่า 

" น้องชาย รถม้าของพวกเจ้าหลังใหญ่ดูดีมีฐานะ คงจะพกเงินมาเยอะละสิท่า แบ่งให้พวกข้าบ้างสิ" 

หนึ่งในหัวหน้าโจรป่าร่างกายกำยำ พร้อมอาวุธครบมือเอ่ยขึ้นเสียงดัง พวกเขายืนขวางทางเอาไว้ และค่อยๆก้าวเท้าตีวงคบเข้ามาหารถม้า 

คนบังคับม้าสองคนที่นั่งอยู่ตอนหน้ารีบกระโดดลงมาเผชิญหน้า ต่างคว้าอาวุธของตนที่เก็บไว้ในย่ามออกมาพร้อมต่อสู้ อ๋องสามบังคับม้าให้เดินนำไปข้างหน้า ดวงตาฉายแววขุ่นเคือง แค่โจรกระจอกไม่กี่คน คิดจะมาปล้นอ๋องอย่างข้า ดูถูกกันเกินไปแล้ว 

"หากยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อ ก็หลบไปซะ! " 

อ๋องสามตวาดลั่นอย่างดุเดือด แผ่ไอสังหารกดดันพวรโจรไม่รู้ที่ต่ำที่สูงที่ยืนขวางอยู่ตรงหน้า 

"ฮ่าๆๆๆ... ช่างน่าหวาดเกรงนัก ดูท่าพวกเจ้าจะขนสินค้าสำคัญแพง ถึงได้หวงนัก เช่นั้นพี่ชายขอส่วนแบ่งบ้างจะเป็นไรไป" 

โจรป่ารึ? ทำไงดีละทีนี้ มิใช่ข้าจะซะตาขาดวันนี้เสียแล้วกระมัง โอ้ยตายๆๆๆ ไอ้ท่านอ๋อง....ข้าอยู่ของข้าดีๆจะพาข้ามาลำบากด้วยทำไม ก้มมองสารูปตัวเองแล้วให้รู้สึกอนาถใจแท้ ชิงเฟิงไม่เคยเห็นการต่อสู้ของอ๋องสามมาก่อน ย่อมเป็นกังวล หาต้องตกไปอยู่ในเงื้อมมือพวกโจรเข้าละก็..... 

"ในเมื่อพูดกันดีๆไม่ฟัง งั้นก็มาช่วยลับคมกระบี่ให้ข้าดูเป็นไง" 

พูดจบฝักกระบี่ในมือก็ลอยไปปะทะอกของเจ้าหัวหน้าโจรจนหงายหลังล้มลง อ๋องสามกระโจนลงจากหลังม้าตามไปติดๆ 

"คุ้มกันรถม้า ห้ามผู้ใดเข้าใกล้เกินสิบก้าว!!" 

"ขอรับ!!" 

การต่อสู้เปิดฉากขึ้นอย่างรวดเร็ว อ๋องสามตวัดกระบี่เข้าโรมรันกับพวกโจรอย่างดุดันรุนแรง หมายปลิดชีพในหนึ่งดาบ 

พวกโจรหนึ่งคนล้มลงสิ้นใจภายใต้คมกระบี่ของอ๋องสาม คนที่สองก็ตามไปติดๆ อ๋องสามหันมาต่อสู้กับคนที่สามที่ดูเหมือนจะมีฝีมืออยู่บ้าง พวกโจรอีกสองคนพยายามบุกเข้าไปใกล้รถม้า แต่ถูกพลขับสองคนสกัดเอาไว้ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ 

การต่อสู้เริ่มเข้มข้นรุนแรงขึ้น เพราะพวกโจรตายไปสองแล้วในขณะที่พวกของอ๋องสามยังอยู่กันครบ 

เจ้าโจรสองคนจึงล่อพลขับทั้งสองให้ออกห่างจากรถม้าได้สำเร็จ เป็นโอกาศให้เจ้าโจรที่กำลังประมือกับอ๋องสามได้ทีซัดกำลังภายในไปยังรถม้า  

ตู้ม!! เสียงดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับผนังรถม้าที่แตกออกคนละทิศละทาง ชิงเฟิงหล่นตุ้บลงกับพื้นดิน ยังดีที่มีผ้านวมรองเอาไว้ใต้พื้นรถม้า จึงไม่ได้รับปาดเจ็บอะไร  

สายตาทุกคู่ต่างจ้องไปทางเรือนร่างขาวโพลน ผมยาวสยายลงมาปกปิดร่างเปลือยของนางอย่างหล่อเเหลม ชิงเฟิงนั่งคุกเข่าหุบขายกสองมือกอบกุมสองเต้าเอาไว้จากสายตาของทุกคน รู้สึกอับอายแทบเเทกรผินดินหนี 

เพียงพริบตา ก็มีผ้าคลุมไหล่ปลิวว่อนมาคลุมทับร่างของนางเอาไว้พอดิบพอดี 

อ๋องสามสลัดผ้าคลุมไหล่ของตนมาให้นางอย่างว่องไว หันไปต่อสู้รับมือกับพวกโจรต่ออย่างไม่ใส่ใจนางที่ทำอะไรไม่ถูก ได้เเต่นั่งมองการต่อสู้ของพวกเขาด้วยใจระทึก ทุกครั้งที่พวกโจรเข้าใกล้ชิงเฟิงอ๋องสามจะรีบเข้าไปสกัด จึงทำให้พวกมันรู้ว่าจุดอ่อนของขบวนรถม้าคือสตรีร่างเปลือยงดงามนางนั้น จึงต่างมุ่งเข้าหาอย่างไม่คิดชีวิต 

การต่อสู้เดินเนินไปอย่างดุเดือด พลขับทั้งสองพลาดพลั้งถูกโจรป่าฆ่าตาย ก่อนพวกมันทั้งสามจะกรูกันเข้ามาหาชิงเฟิง อ๋องสามสกัดเอาไว้ได้สองคนแลปลิดชีพพวกมันทันทีแต่เขากลับพลาดที่ไม่ระวังอีกคน 

กรี๊ดดด......... 

ชิงเฟิงกรีดร้องเสียงหลงเมื่อตรงหน้ามีร่างของพวกโจรปรากฏขึ้นพร้อมกับดาบเล่มใหญ่ที่ฟันลงกลางแสกหน้า เนื่องจากแค้นเคืองที่พวกของตนถูกอ๋องสามฆ่าตายจนหมด 

ข้าคงตายแน่แล้ว ก้มหน้าหลับตาปี๋อย่างไม่อาจหนีพ้น ไม่เจ็บแฮะ? ค่อยๆหรี่ตาขึ้นมอง เห็นเพียงคมดามที่ห่างจากหน้าผากของนางไม่ถึงคืบ เลือดสดๆไหลย้อยลงตามสันดาบอ๋องสามกำดาบเล่มนั้นเอาไว้แน่น เสือกกระบี่ในมือแทงทะลุหัวใจของโจรคนนั้นจนล้มลงสิ้นใจตายบนพื้น 

ชิงเฟิงตกตะลึงเบิกตากว้างมองอ๋องสามอย่างไม่เชื่อสายตา 

ทำไม?.....ท่านถึง...ไม่ปล่อยให้ข้าตายไปเสีย 

อ๋องสามทิ้งดาบของโจรในมือลงพื้นเสียงดัง เลือดสีแดงหยดติ๋งๆ แต่ก็มิได้นำพา พยุงร่างที่สั่นน้อยๆด้วยความกลัวของชิงเฟิงพันห่อด้วยผ้าคลุมไหล่ให้แน่นหนา อุ้มนางไปวางบนหลังม้า กระโดดขึ้นไปนั่งซ้อนท้าย กระตุกเชือกให้ม้าออกวิ่งอย่างรวดเร็ว 

ชิงเฟิงมองมือกำยำเปื้อนเลือดที่กำสายบังคับม้าแน่นที หันกลับไปเงยหน้ามองปลายคางเขียวครึ้มของอ๋องสามอย่างไม่เข้าใจ 

################################# 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น