OLIVIA / CLAZZICAL

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านผลงานของเรานะคะ ♥

ชื่อตอน : INTRO

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 33.2k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ส.ค. 2562 20:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
INTRO
แบบอักษร

INTRO 

 

 

เลือกแผนฝึกงานในปีสุดท้าย เทอมสุดท้าย นึกว่าจะชิลแต่ที่ไหนได้ กลับกลายเป็นเรื่องน่าเหนื่อยใจที่สุดในรอบปีของ’มาร์ติน’เลยด้วยซ้ำ เพราะเขายังหาที่ฝึกงานไม่ได้ หนุ่มวิศวฯเครื่องกลปีสี่เทอมสุดท้ายอย่างเขาต้องนั่งกุมขมับปวดหัวอยู่เช้าเย็น  

คณะของเขาให้อิสระแก่นักศึกษามาก โดยให้สิทธิเลือกชุดวิชาอิสระเอง ไม่ว่าจะฝึกงานเทอมหนึ่งหรือเทอมสองก็ได้ ส่วนอีกเทอมที่ไม่ได้ฝึกงานก็จะเป็นวิชาที่เก็บหน่วยกิตเป็นวิชาเลือกไม่ใช่วิชาหลักของคณะ ฉะนั้นชั้นปีที่สี่เลยเป็นปีที่ได้รับอิสระมากที่สุด หมายถึงนักศึกษาคนอื่นยกเว้นเขา! 

“ห่าเอ๊ย ยื่นขอฝึกที่ไหนก็เต็ม” 

ร่างสูงโปร่งของเขาเดินคอตกออกมาจากตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ หลังจากไปคุยรายละเอียดกับอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อขอความช่วยเหลือเรื่องการหาสถานที่ฝึกงานแต่ก็ดูท่าจะคาดหวังได้ยาก เนื่องจากก่อนหน้านี้เขาเคยปฏิเสธความช่วยเหลือจากอาจารย์มาแล้ว ที่หวังดีจะฝากฝังลูกศิษย์ให้ฝึกงานยังบริษัทผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ายี่ห้อหนึ่ง  

ทว่าความเย่อหยิ่งของเขาคิดว่าตัวเองจะหาที่ฝึกงานได้ดีกว่านั้นทำให้เขาเมินเฉยความช่วยเหลือที่หยิบยื่นมาให้ และผลมันก็มาตกอยู่ในปัจจุบันนั่นคือเขาไม่มีที่จะฝึกงาน ไม่ว่าไปบริษัทไหนที่อยากทำก็มักจะมีนักศึกษาฝึกงานเต็มโควต้าแล้วทั้งสิ้น เพราะมีเด็กจากหลากหลายมหาวิทยาลัยแห่แหนกันมาฝึกงานจนไม่มีที่ว่างให้คนคิดช้าอย่างเขาได้ยืน 

มาร์ตินเดินมานั่งที่โต๊ะหินอ่อนใต้ต้นไม้หลังตึกคณะก่อนล้วงโทรศัพท์มือถือออกมากดพิมพ์ข้อความรายงานเพื่อนในกรุ๊ปแชท ซึ่งทุกคนเอาใจช่วยเขาเป็นอย่างมาก เนื่องจากเพื่อนสนิทอีกสามคนใจกลุ่มรีบยื่นขอฝึกงานแถมไม่เลือกสถานที่ เลยได้ฝึกงานตามที่ควรจะเป็น ทิ้งให้คนเรื่องมากแถมคิดช้าอย่างเขานั่งหงอยเหงาไม่มีที่ไปอยู่คนเดียว 

ไม่หนำซ้ำเพื่อนในกลุ่มยังไม่ตอบกลับเลยสักคนเมื่อเขาพร่ำบ่นลงไลน์ไปตั้งหลายประโยค มาร์ตินถอนหายใจยาวพรืดอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะนึกที่พึ่งสุดท้ายออก 

“สิ่งศักดิ์สิทธิที่คุ้มครองลูกช้างหากมีอยู่จริงช่วยดลบันดาลให้ลูกได้ที่ฝึกงานด้วยเถ้ออออ สัญญาว่าจะไม่เลือกงานอีก ที่ไหนก็จะทำ แล้วจะทำให้ดีที่สุดเลย สาธุๆ” 

มือเรียวพนมไหว้ท่วมหัว เปลือกตาที่หลับอยู่ขณะที่ร่ายคำอธิฐานลืมขึ้นช้าๆ ทว่ากลับพบกับน้องรหัสคนสวยนั่งกลั้นขำอยู่ตรงหน้า ไม่ใช่ผีสางนางไม้หรือสิ่งศักดิ์สิทธิที่ไหน 

“ฮ่าๆ เป็นอะไรพี่ติน หมดหนทางถึงกับพึ่งพระพึ่งเจ้าเลยเหรอเนี่ย?” 

“พี่ยังหาที่ฝึกงานไม่ได้เลยว่ะ” 

‘ชมพู่’น้องรหัสสาวสวยของมาร์ตินพยักหน้ารับรู้ถึงปัญหาที่เป็นสาเหตุให้พี่รหัสคนนี้นั่งหน้ามุ่ยอยู่คนเดียว อย่าว่าแต่มาร์ตินเครียดเลย เธอเองยังเบื่อที่ต้องคอยตอบคำถามเพื่อนและสายรหัสว่าพี่มาร์ตินคนหล่อฝึกงานที่ไหน ยังไงปู่รหัสปีสี่ก็เป็นหน้าเป็นตาของสายรหัสที่เหลือ  

“พี่ตินอยากฝึกที่ไหนล่ะ? ที่จริงโรงงานไหนก็ได้นะมันก็มีเครื่องจักรหมดแหละ วิศวะเครื่องกลอย่างเราๆ น่าจะหาที่ฝึกง่ายอยู่นะพู่ว่า” 

“จริงๆ อยากฝึกพวกโรงงานรถยนต์ ประกอบอะไหล่รถอะไรแบบนั้นน่ะแต่เต็มหมดแล้ว ตอนนี้แทบไม่เหลือที่ให้ไป พี่ก็ยื่นเรื่องช้าด้วย ช่างเถอะว่าแต่คนอื่นไปไหนหมด วันนี้ต้องกินเหล้าย้อมใจนะพี่จะได้หายปวดหัวบ้าง” 

“เดี๋ยวน้องจะตามไปที่หอ อ้อ พู่ขอถามแฟนพู่ก่อนนะว่าที่ทำงานเขายังรับเด็กฝึกงานอยู่ไหม เขาทำอยู่โรงงานรถอะไรสักอย่างพู่จำไม่ได้” 

มาร์ตินมองน้องรหัสที่กำลังกดโทรศัพท์โทรออกหาใครสักคนก่อนลุกแล้วเดินเลี่ยงไปทางใต้ต้นไม้ ในใจเต้นตึกตักพลางบอกตัวเอง ว่าถ้าแฟนชมพู่ช่วยให้เขามีที่ฝึกงานได้จริงวันนี้จะเลี้ยงสายรหัสให้เมาแอ๋กันไปเลย กินเท่าไหร่ก็ไม่อั้น ต่อให้ควักเงินเก็บมาซื้อเหล้าซื้อเบียร์เขาก็ยอม แต่ที่จริงวันนี้เขานัดสายรหัสมาสังสรรค์กันอยู่แล้วล่ะ เพราะเป็นวันเกินเหลนรหัสพอดีทุกคนจึงอยากฉลองให้ ทว่ามาร์ตินเป็นพี่โตสุดในสายเลยอาสาเลี้ยงน้องเอง แต่จะดีมากหากจะฉลองให้กับตนเองด้วย 

ตึกตัก ตึกตัก 

เสียงหัวใจของมาร์ตินเต้นโครมครามในทุกขณะที่ชมพู่คุยโทรศัพท์และเปรยสายตามามอง แม้จะได้ยินไม่ถนัดว่าชมพู่คุยอะไรกับคนในสายบ้าง แต่สีหน้าท่าทางของน้องรหัสก็ดูร่าเริงสดใสจนเขาใจชื้นตามไปด้วย 

กระทั่งชมพู่หันมาพยักหน้าแล้วทำมือเป็นสัญลักษณ์โอเคพร้อมส่งรอยยิ้มหวานมาให้ มาร์ตินถึงกับกระโดดตัวโยนด้วยความดีใจสุดจะกลั้น สองเท้าก้าวฉับๆ ตรงดิ่งไปหาชมพู่ที่ยังไม่วางสายจากแฟนเลย 

“ชวนเขามาด้วย พี่จะเลี้ยงเหล้า ชวนมาๆๆ อยากเจอ อยากขอบคุณจริงๆ ว่ะ” 

“ตัวเอง พี่รหัสเค้าชวนตัวเองมาฉลองด้วยกันเย็นนี้น่ะ ตัวเองว่างมาไหม จะได้มาคุยเรื่องทำงานกันด้วยไง ได้ไหม เค้าอยากเจอตัวเองเหมือนกันน้า...” 

ไม่กี่อึดในชมพู่ก็วางสายแล้วหันมาพยักหน้าให้มาร์ตินอีกครั้งเพื่อยืนยันคำตอบว่าแฟนของเธอจะมาฉลองในตอนเย็นด้วยกัน มาร์ตินยกมือไหว้ท่วมหัวขอบคุณพระขอบคุณเจ้าที่ส่งเทวดามาช่วยเหลือเขาในรูปแบบของแฟนน้องรหัส 

“งั้นวันนี้ฉลองร้านเหล้าเลย ไม่ต้องซื้อของมากินในห้องแคบๆ แล้ว งานนี้พี่เลี้ยงเอง ฝากบอกสองคนนั้นด้วย” 

“โอ้โห เสียหลายพันแน่พี่ติน” 

“คุ้มค่าที่จะเลี้ยงแฟนพู่ก็แล้วกัน ประเสริฐจริงๆ แฟนคนนี้อย่าปล่อยให้หลุดมือนะเว้ย” 

“ฮ่าๆ โอเค พู่กับน้องจะได้ไม่อายเขาว่าพี่รหัสสายนี้ไม่เอาไหน ไม่มีที่ฝึกงาน ตอนนี้มีแล้วพู่ก็โล่งใจ พี่ก็เตรียมเอกสารไว้ยื่นบ้างนะ อย่าปล่อยให้งานนี้หลุดมือ พู่ไปก่อนนะพี่ติน เจอกันค่ำๆ แล้วกันเนอะ” 

หลังจากแยกย้ายกันไปทางใครทางมัน มาร์ตินก็เดินทางกลับบ้านโดยระหว่างทางใบหน้าหล่อเหลาเปื้อนยิ้มตลอดเวลา นี่คงเป็นยิ้มมีความสุขที่สุดในรอบเดือนแล้วหลังจากเครียดกับเรื่องฝึกงานจนผมบนหัวแทบหงอก และแน่นอนว่าเขาต้องรายงานเพื่อนในกลุ่ม ยอร์ชเพื่อนรักเป็นคนแรกที่ตอบกลับมาแถมโทรมาถามข้อมูลด้วยความดีใจ ตามมาด้วยสายเรียกเข้าของเพียวและวีวี่ที่โทรมาติดๆ กัน 

เพื่อนของเขามีไม่มากแต่น่ารักมาก ไม่ว่าเพื่อนจะทุกข์หรือสุขก็จะต้องโทรมาไถ่ถามความเป็นไปแบบนี้เสมอ  

 

21.10 น. 

ร่างสูงมาถึงร้านเหล้าที่นัดกับสายรหัสไว้เป็นคนสุดท้ายเพราะกลับไปเขาหลับเพลินไปหน่อย กว่าจะตื่นแล้วเรียกแท็กซี่ออกมาก็กินเวลานับชั่วโมง มาร์ตินกวาดสายตามองหาโต๊ะที่น้องๆ ของเขานั่งอยู่ไม่นานพลันสายตาเหลือบไปเห็นชมพู่โบกมือเรียกเขา ส่วนชายที่นั่งข้างๆ กับชมพู่นั้นเขาไม่คุ้นหน้า แต่มั่นใจว่าเป็นแฟนชมพู่แน่ๆ เพราะน้องรหัสเขานั่งควงแขนอยู่ 

สายตาสองคู่สบกันแวบหนึ่งกับหนุ่มนิรนาม ก่อนทั้งคู่จะส่งยิ้มเจอจางให้กันตามมารยาท 

“โทษทีทุกคน พี่หลับเพลินว่ะ มาๆ วันนี้เต็มที่พี่เลี้ยงเอง” 

‘มะนาว’ หลานรหัสสาว และ ‘พีช’ เหลนรหัสหนุ่มน้อยต่างยกมือไหว้มาร์ตินพร้อมตบเก้าอี้ให้นั่งข้างๆ ทำให้มาร์ตินกับแฟนของชมพู่นั่งหันหน้าเข้าหากัน เมื่อร่างสูงทิ้งตัวนั่งยืดไหล่ก็เป็นอีกครั้งที่จังหวะสายตาของคนตรงข้ามบังเอิญสบกันแล้วยกยิ้มอ่อนให้กันอีกครั้งทั้งที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้จักชื่อ คนหนึ่งก็รู้ว่าเป็นพี่รหัสแฟนสาวและเป็นคนที่เพิ่งช่วยเหลือเรื่องฝึกงานไป ส่วนอีกคนก็รู้ว่าเป็นแฟนน้องรหัสแถมเป็นเทวดามาโปรดทำให้เขาได้ที่ฝึกงาน ติดอยู่อย่างเดียวยังไม่รู้จักกัน 

“เอ่อ พี่ติน นี่จอมยุทธ์แฟนพู่เองค่ะ รุ่นเดียวกับพู่ก็เป็นน้องพี่ตินปีเดียว ส่วนนี่พี่มาร์ตินเป็นพี่รหัสเค้าเอง คนที่เค้าขอให้ตัวเองช่วยเรื่องฝึกงานบริษัทรถที่ตัวเองทำอยู่ไง” 

“สวัสดีครับ” 

“สวัสดีครับน้อง วันนี้เต็มที่เลยนะพี่เลี้ยงเอง อยากเลี้ยงขอบคุณน้องด้วยที่ช่วยพี่ คือถ้าไม่ได้น้องพี่คงแย่เหมือนกัน ดีจังที่น้องรหัสพี่ตาถึงมีแฟนดีเยี่ยมขนาดนี้” 

“ครับ” จอมยุทธ์ตอบสั้นๆ ห้วนๆ ออกมาตามประสาคนไม่ค่อยพูด 

“แล้ว...พี่ไปยื่นเอกสารได้วันไหนครับน้อง?” 

“แล้วแต่สะดวกครับ”  

หลังรู้จักกันครับทุกคนแล้ว เจ้ามืออย่างมาร์ตินก็ชงเหล้าให้น้องรอบวงก่อนชนแก้วกันและแข่งกันกลืนน้ำสีอำพันลงท้อง แน่นอนว่าคนมาทีหลังย่อมต้องทำเวลาจะได้เมาตามคนอื่นทัน เขารีบชงแก้วที่สองให้ตัวเองก่อนกรอกเข้าปากราวกับคนหิวโหย จากนั้นเพียงชั่วอึดใจเหล้าแก้วที่สามก็ถูกกระดกตามลงไปอีกแก้ว  

เป็นภาพชินตาของสายรหัสทุกคนยกเว้นคนนอกอย่างจอมยุทธ์ที่มองมาร์ตินด้วยความแปลกประหลาด คนอะไรดื่มเหล้าได้สามแก้วรวด ไม่หนำซ้ำยังทำท่าสดชื่นอย่างกับดื่มน้ำอัดลม ไม่มีสีหน้าขมขื่นตามรสชาติเลยแม้แต่น้อย  

แม้ตัวจอมยุทธ์จะดื่มสังสรรค์บ่อยครั้งอยู่เหมือนกันแต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนจะต้องเร่งรีบดื่มให้รีบเมาเลย การสังสรรค์ต้องเสพบรรยากาศควบคู่ไปด้วยต่างหาก โดยเฉพาะสถานที่ใหม่แห่งนี้ที่จอมยุทธ์ไม่เคยมา เขาเลยนั่งฟังเพลง เปรยตาชื่นชมบรรยากาศพลางยกแก้วดื่มไปพลางๆ 

“พี่ตินขึ้นไปร้องเพลงสักเพลงสิ พู่อยากฟัง” 

“เออใช่พี่ ผมก็อยากฟังนะ เห็นว่าพี่เป็นนักร้องแต่ผมไม่เคยได้ยินพี่ร้องเพลงสักครั้งเลย” 

พีชเหลนรหัสหนุ่มน้อยที่คุ้นเคยกับสายรหัสน้อยที่สุดเริ่มพูดบ้าง เพราะรู้มาว่ามาร์ตินเป็นนักร้องอยู่ร้านที่กำลังนั่งดื่มกันอยู่ตอนนี้ แต่ไม่มีโอกาสจะได้ฟังหรอกเพราะตัวเองอายุยังไม่ถึงยี่สิบปี ยังไม่สามารถเข้าร้านเหล้าหรือผับบาร์ที่ไหนได้ยกเว้นครั้งนี้ที่ใช้เส้นมาร์ตินเข้ามา เนื่องจากมาร์ตินเป็นนักร้องอยู่ที่ร้านนี้แถมได้ส่วนลดสิบเปอร์เซ็นต์ในการชำระเงินอีกต่างหาก เส้นใหญ่พอตัวแบบนี้พีชเลยรอดเข้ามานั่งด้วยได้ ทั้งที่ปกติสายรหัสจะฉลองกันที่หอไม่คนไหนก็คนหนึ่งเท่านั้น ไม่ค่อยได้พาออกมาข้างนอก 

“ไม่เอาหรอก แย่งคิวคนอื่นไม่ได้ พี่ประจำแค่วันพุธกับศุกร์” 

“พี่ตินร้องเพลงเพราะมากนะ เพื่อนมะนาวเป็นแฟนคลับพี่ตินด้วยจะบอกให้” 

“จริง พี่คอนเฟิร์มได้ว่าพี่ตินตอนร้องเพลงโคตรหล่อ ได้ทิปจากสาวหน้าเวทีเยอะด้วย” 

“ใช่ไหมล่ะพี่พู่ เพื่อนหนูก็บอกมาแบบนั้น โครตฮอตเลยลุงรหัสหนูเนี่ย” 

คนโดนเยินยอไม่ได้สนใจคำชมสักเท่าไหร่เพราะรู้ตัวอยู่แล้วประมาณหนึ่งว่าตนเองนั้นมีดีกรีนักร้องมากมายแค่ไหน น้ำเสียงที่ใครหลายคนหลงใหล หน้าตาที่สาวๆ ชอบ มันทรงเสน่ห์มากขึ้นไปอีกเมื่อเขาได้จับกีต้าร์หรือไมค์สักตัว 

มาร์ตินยังคงนั่งยิ้มไปดื่มเหล้าเก็บสถิติไปท่ามกลางคำชมของสายรหัสและสายตาเรียบนิ่งของจอมยุทธ์ที่เปรยมองมา ซึ่งเขาคิดไม่ออกเลยว่าร่างสูงตรงหน้าจะร้องเพลงเพราะได้ขนาดนั้นเชียวหรือ? ดูจากภายนอกไม่น่าจะเป็นคนร้องเพลงได้ด้วยซ้ำไป ทว่าใช้ความคิดวิเคราะห์มาร์ตินได้ไม่นานแฟนสาวคนสวยอย่างชมพู่ก็เอนตัวเข้ามาอ้อน เขาเลยหันมาสนใจคนข้างกายในทันที 

เวลาผ่านไปพักใหญ่ บรรยากาศบนโต๊ะเปลี่ยนไปเมื่อมีเกมในวงเหล้าดำเนินไปอย่างสนุกสนาน เกมง่ายๆ แบบไม่ต้องใช้ความคิดให้ปวดหัวนั่นคือหมุนขวดเหล้า ที่เมื่อขวดหยุดหมุนแล้วปากขวดชี้ไปที่ใครคนนั้นก็ต้องดื่มหมดแก้วโดยมีเจ้ามืออย่างมาร์ตินชงให้เอง  

แล้วสามตาติดนี้คนที่โดนดื่มสามแก้วรวดคือจอมยุทธ์... 

“เชี่ยเอ๊ย” 

“ไม่ได้พกดวงมาด้วยเหรอวะน้อง ฮ่าๆๆ” 

เกมนี้เหมือนปลดล็อคความเงียบขรึมของจอมยุทธ์ไปจนหมด เขาสบถด่าตั้งแต่ตาที่สองที่เขาต้องแพ้ จากนั้นก็เริ่มสนุกไปกับเกมนี้ ทั้งยิ้ม ทั้งหัวเราะร่วมไปกับสายรหัสที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตัวเองเลย รวมถึงมาร์ตินด้วยที่ได้พูดคุยกับจอมยุทธ์มากขึ้น และก็ได้ทึ่งกับเรื่องหนึ่งเมื่อเห็นว่าจอมยุทธ์ดื่มเหล้ากับขนมหวานที่เจ้าตัววานชมพู่เดินออกไปซื้อให้ 

ทั้งช็อคโกแลต ทองหยอด ขนมชั้น และทุกอย่างเป็นกับแกล้มเหล้าของจอมยุทธ์ เป็นเรื่องแปลกที่ทำให้มาร์ตินจับตามองทุกการกระทำ จ้องกระทั่งเขาดื่มเหล้าแล้วจิ้มทองหยอดตามเข้าปาก มองบ่อยจนรู้ว่าจอมยุทธ์ดื่มเหล้าหนึ่งแก้วจะแบ่งเป็นสองรอบ รอบละห้าอึก เขาก็มองแฟนน้องรหัสตัวเองเพลินตาอย่างไม่รู้ตัว... 

“ไอ้พีชมันดูไม่ไหวแล้วว่ะ หนูพามันกลับหอก่อนนะ นี่ก็ตีหนึ่งแล้วพรุ่งนี้หนูมีเรียนบ่ายด้วย กลัวไม่ตื่น” 

พีชหมอบไปคนแรก หนุ่มน้อยของสายรหัสขอยกธงขาวเพราะยังคออ่อนอยู่ เขาพะอืดพะอมอาเจียรไปแล้วรอบหนึ่งก่อนกลับมานั่งดื่มต่ออีกสองสามแก้ว จากนั้นก็ฟุบหลับไปเลย 

“เออ งั้นกลับกันดีไหม เดี๋ยวพี่ช่วยหิ้วปีกมันด้วย” 

ชมพู่เห็นสภาพน้องแล้วไม่น่าจะดื่มกันไหวเลยอยากให้พอกันแค่นี้ สายรหัสสามคนอยู่หอใกล้กันเลยไม่ลำบากในการเดินไปส่งกันขึ้นห้อง ทว่าหลังจากชมพู่บอกจะไปส่งน้อง แฟนคนดีคนเดิมก็รีบอาสาไปส่งชมพู่อีกที 

“เดี๋ยวเค้าไปส่ง” 

“ไม่เป็นไรหรอกตัวเอง ไว้พรุ่งนี้เค้าไปหานะ ตัวเองจะกลับคอนโดหรือนอนโรงแรม?” 

“เดี๋ยวเค้าบอกอีกที” 

“ให้ที่บ้านมารับเถอะ อย่าขับรถกลับเองเลยเค้าเป็นห่วง” 

มาร์ตินนั่งมองความน่ารักของน้องรหัสกับแฟนหนุ่มพลางดื่มเหล้าลงท้องต่อราวกับกำลังดูหนังรักฉากหนึ่ง ที่ก่อนปิดฉากพระเอกดึงนางเอกมาหอมแก้มฟอดใหญ่ถึงจะปล่อยให้กลับได้ หลังจากจอมยุทธ์หอมแก้มชมพู่แล้วก็หันมานั่งยิ้ม หยิบขนมชั้นเข้าปากตามด้วยเหล้าก้นแก้วที่เหลือ 

“บ้านพี่อยู่ไหนเดี๋ยวไปส่ง” 

“ไม่ต้องหรอกน้อง พี่นั่งแท็กซี่ไปก็ได้ ว่าแต่จะกลับเลยไหม?” 

“บ้านพี่อยู่ทางผ่านบ้านผม ชมพู่บอก เดี๋ยวผมไปส่งแล้วกันแต่ขอให้หมดขวดนี้ก่อน” 

เมื่อไม่มีสมาชิกคนอื่นเหลืออยู่แล้ว เขาเลยต้องพูดคุยกันและดื่มเหล้าอีกค่อนขวดให้หมด โดยตกลงกันว่าจะดื่มเพียวๆ คนละครึ่งในส่วนที่เหลือนี้ แต่ก่อนจะนำพาแอลกอฮอล์เข้าปากจอมยุทธ์ได้โทรบอกคนขับรถหรือก็คือลูกน้องของป๊าที่คอยดูแลเขาให้มารับ วันนี้เขารู้ตัวว่าจะเมาก็ไม่ได้ขับรถมาตั้งแต่แรก ให้คนรับมารับมาส่งแทน  

เหล้าเพียวๆ แบ่งลงแก้วได้คนละครึ่งแก้ว ต่างฝ่ายต่างค่อยๆ นั่งจิบกันไปด้วยสติที่เหลือน้อยนิดเต็มที และเพื่อทำลายความเงียบมาร์ตินจึงหาเรื่องชวนคุยก่อน 

“ชอบขนมหวานเหรอ?” 

“อืม ชอบมาก กินได้ตลอดเวลา” 

“ชอบของหวานแต่ทำไมมีแฟนเปรี้ยวจัง ชมพู่น้องรหัสพี่นี่เปรี้ยวเข็ดฟันเลยนะ” 

“ชมพู่น่ารักดี” 

จากนั้นก็แข่งกันบรรยายความน่ารักของชมพู่กันใหญ่ มาร์ตินก็อยากชมแฟนอีกฝ่ายเพื่อเอาใจ อย่างน้อยมันก็เป็นเรื่องที่ทำให้เขาเข้าถึงจอมยุทธ์ได้ง่าย อีกหน่อยต้องทำงานร่วมกันอยู่แล้ว ถ้ามีชมพู่เป็นตัวกลางเชื่อมทั้งสองฝ่ายเอาไว้มันก็จะง่ายต่อการใช้ชีวิต ส่วนจอมยุทธ์พอมีคนชมแฟนให้ฟังก็ตั้งใจฟังและปลื้มปริ่มเหลือเกิน เท่าที่ฟังมาร์ตินเล่ามาก็ไม่เห็นมีส่วนไหนที่มันไม่จริงเลย แฟนเขาแสบอย่างที่มาร์ตินเล่าจริงๆ 

เรื่องราวมากมายพรั่งพรูออกมา แอลกอฮอล์ในแก้วก็ลดลงจนหมด ทั้งสองคนพากันเดินออกมาขึ้นรถตู้ที่จอดรออยู่หน้าร้านด้วยอาการเมาจัดจนลูกน้องของป๊าสองคนรีบเข้ามาประคองทั้งคู่ เมื่อขึ้นมาบนรถได้ก็นั่งคอพับอยู่คนละมุมกระทั่งรถทะยานออกสู่ท้องถนนไปสักพัก ร่างสูงก็หยัดตัวนั่งตรงก่อนจะรู้สึกคลื่นไส้อยากอาเจียน มือเรียวควานเปะปะหาภาชนะจนมือไปวางแหมะอยู่บนตักจอมยุทธ์ 

“อะไรวะพี่” 

“อึก จะอ้วก ฮึก” 

“แวะโรงแรมที่ใกล้ที่สุดด่วน!” 

จอมยุทธ์ตะโกนสั่งคนขับรถก่อนคว้ายาดมในกระเป๋ากางเกงยื่นให้มาร์ติน พลางกำชับให้หายใจลึกๆ ห้ามอาเจียนใส่รถเด็ดขาด แต่เดชะบุญที่ไม่กี่ร้อยเมตรข้างหน้าก็ถึงโรงแรมในเครือที่ครอบครัวเขาเป็นเจ้าของพอดี ทำให้พามาร์ตินขึ้นมาอาเจียนบนห้องพักได้ทันเวลา 

คนตัวเล็กทิ้งตัวนอนลงบนเตียงเนื่องจากเขาเมามายเต็มที สติที่เหลือน้อยนิดกำลังจะดำดิ่ง 

“คุณจอมครับ ให้ผมส่งเขากลับบ้านไหมครับ?” 

“ห้องข้างๆ ว่างอยู่นี่ เปิดห้องให้เขานอน เดี๋ยวพรุ่งนี้เขาต้องเข้าไปโชว์รูมด้วยกันอยู่ดีไม่ต้องไปส่งให้เป็นภาระหรอก” 

“ครับคุณจอม” 

“กลับกันไปเถอะ ฝากบอกที่บ้านว่าผมนอนโรงแรมแล้วกัน คืนนี้ไม่ได้กลับบ้าน” 

“ราตรีสวัสดิ์ครับนายน้อย” 

ถ่ายทอดคำสั่งเสร็จจอมยุทธ์ก็ดึงผ้าห่มมาคลุมกาย เสียงฝีเท้าลูกน้องของป๊าที่คอยดูแลเขาตั้งแต่เด็กเดินออกไปจากห้องแต่ก็ไม่ได้สร้างความเงียบขึ้นเลย ในเมื่อคนในห้องน้ำยังระลอกของในท้องออกมาไม่หยุด 

ขณะที่คนบนเตียงกำลังจะวูบเข้าสู่ภวังค์ก็ได้ยินเสียงกุกกักอยู่ปลายเท้า จอมยุทธ์ปรือตาขึ้นมองร่างสูงกำลังเปลื้องผ้าพลางบ่นอุบว่าเสื้อผ้าเปียก เขาก็พอจะเข้าใจได้ว่าคนเมาอาเจียนมันก็คงควบคุมทิศทางอะไรไม่ได้มาก เสื้อผ้าที่ใส่อาจเลอะไปบ้าง แต่ทำไมต้องมาถอดผ้าถอดผ่อนให้ดูด้วย 

จอมยุทธ์หลับตาปี๋ก่อนตะโกนบอกคนที่ยืนอยู่ปลายเตียงเสียงดัง... 

“ไปนอนห้องข้างๆ ได้เลย เปิดห้องไว้ให้แล้ว ไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยนก็ใส่ชุดคลุมอาบน้ำนอนไปก่อนนะพี่” 

เมื่อบอกไปก็ไม่ได้ยินเสียงตอบรับกลับมา จอมยุทธ์จึงไม่สนใจได้แต่กระชับผ้าห่มขึ้นแนบอกและหลับตาลง กระทั่งพักหนึ่งกลับรู้สึกว่าที่นอนยวบลงและผ้าห่มขยับ ครั้นจะลืมตาขึ้นดูก็หมดแรง ไม่รู้เลยว่าเตียงยวบเพราะคิดไปเองหรือมีใครบางคนขึ้นมาทำอะไรอยู่ข้างเขากันแน่ 

วันรุ่งขึ้น... 

ปริศนาก็ยังคงเป็นปริศนาต่อไป แถมสิ่งที่เกิดขึ้นไม่มีใครให้คำตอบได้เลยว่าทำไมสภาพมาร์ตินและจอมยุทธ์ในช่วงสายของวันใหม่ถึงได้เป็นแบบนี้ 

ชายสองคนนอนเปลื้องผ้าเคียงกัน บนเตียงและผ้าห่มผืนเดียวกัน ไม่หนำซ้ำยังประกาศความใกล้ชิดด้วยการนอนหนุนหมอนใบเดียวกันอีก ทว่าในขณะที่ไม่มีใครรู้ตัวกลับมีคนเข้ามาในห้องเพื่อปลุกพวกเขาให้ตื่นมารับความจริง 

ชมพู่...สาวสวยที่เป็นแฟนจอมยุทธ์มีสิทธิขึ้นมาบนห้องพักนี้โดยที่จะได้รับกุญแจสำรองจากพนักงานโดยทันทีที่มาถึง แต่การมาหาแฟนครั้งไหนก็ไม่น่าตกใจเท่าครั้งนี้ เธอเพียงแค่ตั้งใจจะซื้อโจ๊กร้อนๆ มาให้จอมยุทธ์ คอยดูแลคนเมาก่อนจะกลับไปเรียนในช่วงบ่าย 

“จอม นี่มันเกิดอะไรขึ้น...” 

คำถามแรกเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ชายสองคนบนเตียงรู้สึกตัวแน่นอนว่าต้องตกใจ จอมยุทธ์รีบลุกขึ้นหาผ้าเช็ดตัวมาพันรอบเอวแล้วลากชมพูออกไปคุยที่ระเบียง ส่วนมาร์ตินแกล้งนอนหลับต่อทั้งที่ในใจสับสนวุ่นวาย เขาค่อยๆ ก้มมองร่างกายตัวเองภายใต้ผ้าห่ม ภาวนาให้เสื้อผ้าอยู่ครบหรือติดกายไว้สักชิ้นก็ยังดี ทว่าไม่เลย ร่างกายของเขาเปลือยเปล่าไม่มีผ้าสักชิ้น 

แล้วผู้ชายสองคนนอนแก้ผ้าอยู่ด้วยกันมันต้องเกิดอะไรขึ้นล่ะ? คิดดีไม่ได้เลยจริงๆ มาร์ตินหลับตานึกถึงเรื่องราวเมื่อคืนยังไงก็นึกไม่ออก ความทรงจำครั้งสุดท้ายของเขายังเป็นตอนที่ดมยาดมของจอมยุทธ์อยู่เลยด้วยซ้ำ เรื่องหลังจากนั้นจำอะไรไม่ได้เลย ตอนนี้เรื่องที่ชัดเจนคือเขาไม่ใส่เสื้อผ้า จอมยุทธ์ก็ไม่ใส่เสื้อผ้าเพราะเขาแอบหรี่ตามองเมื่อกี้  

ฉะนั้นคำถามต่อมาคือ ถ้าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นจริง ใครรุก? ใครรับ? 

ความว้าวุ่นโลดแล่นจนร่างกายร้อนวูบอยู่ไม่เป็นสุข มาร์ตินแสร้งขยับตัวนอนตะแคงไปอีกฝั่งหนึ่งเพื่อจะได้มองชมพู่กับจอมยุทธ์ยืนคุยกันที่ระเบียงได้ถนัด แม้จะไม่ได้ยินเพราะปิดประตูกระจกไว้ แต่ก็ยังได้เห็นเหตุการณ์แฟนทะเลาะกันว่ามันมากน้อยแค่ไหน เขาจะได้ปลอบและทำตัวถูก และยังต้องหาความจริงของเรื่องเมื่อคืนต่อไป 

ทว่าขณะที่ขยับกายนั้นรู้สึกได้ทันทีว่าปวดสะโพก หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบเมื่อมีความคิดหนึ่งแล่นเข้ามา หรือเขาจะเป็นฝ่ายรับ? ตาคมเหลือบมองชายตัวเล็กกว่าเขานิดหน่อยยืนพิงระเบียงคุยกับชมพู่ก็ถึงกับเม้มปากแน่น เขานึกภาพตอนโดนเด็กคนนั้นเข้ามารุกไม่ออกเลย ให้ตายสิ 

ความเมาต้นเหตุของความวุ่นวายทั้งหมดโดยแท้ ที่จริงจะหลับนอนกับใครก็ได้แต่ต้องไม่ใช่แฟนของน้องรหัสตัวเองสิวะ มันต้องไม่ใช่แบบนี้ ไม่หนำซ้ำยังตอบตัวเองไม่ได้เลยว่าเมื่อคืนใครรุกใครรับ หากเป็นตำแหน่งปกติแน่นอนว่าเขาต้องรุก แต่ความรู้สึกเจ็บสะโพก และหน่วงช่วงล่างไปหมดนี่คืออะไร ไม่ใช้เอวหนักเกินไปจนยอกก็โดนคนอื่นแทงเข้ามาไม่ยั้งล่ะวะ! 

 

______________________________ 

TALK 

มาร์ตินผู้ละเว้นจากการสังสรรค์กับสาวมาหลายปี นานทีจะได้ดื่มเหล้ากับคนอื่นนอกกลุ่ม พอมาเจอคุณจอมก็เมาเละไม่ทันละวังตัว ตื่นมาอีกวันช็อคเลยไหมพ่อ ได้เสียกับแฟนน้องรหัสตัวเองเนี่ย ฮึ่ย ว่าแต่ใครรุกใครรับน้า... 

 

นิยายเรื่องนี้ตัวละครเป็นเพื่อนกับเรื่อง 'KNOCK OUT ENGINEERING วิศวะเกียร์มัว' นะคะ 

ฟีลกู๊ด น่ารัก ฟินจิกหมอน และมีความโซแดมฮอตเหลือเฟือมาก เพราะพระนางโซหลัวทั้งคู่เลย อิอิ 

 

มาหวีดกันได้ที่แฮชแท็กทวิตเตอร์ #วิศวะเกียร์พยศ 

 

ติดตามนักเขียนได้ที่  

FACEBOOK FANPAGE : CLAZZICAL[สำหรับผลงานนิยายวาย] 

FACEBOOK FANPAGE : OLIVIA [สำหรับผลงานนิยายนอมอล] 

TWITTER : @SiraClazzical 

 

คอมเมนต์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ 

1 คอมเมนต์ 1 กำลังใจนะคะ 

(คอมเมนต์เยอะจะมาอัปให้ไว) 

 

*เนื้อหาส่วนที่อัปนี้ยังไม่ได้ทำการแก้คำผิดใดๆ  

โดยปกติจะพิมพ์จบเรื่องแล้วส่งพิสูจน์อักษรทีเดียว  

ดัังนั้นหากอ่านไปแล้วเจอคำผิดทำให้หงุดหงิดใจต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ* 

ความคิดเห็น