marcelen

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทสรุป

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ก.ค. 2562 21:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทสรุป
แบบอักษร

 

 

บทสรุป

 

1 ปีต่อมา

 

 

“สวัสดีค่ะคุณชูตอนนี้สบายหรือเปล่าค่ะ” ฉันยืนนิงมองไปยังข้างหน้าถามคำถามราวกับจะมีคำตอบจากคนตรงหน้าป้ายหลุมศพขนาดใหญ่ของเขาตั้งสง่าอยู่สุสานจงซานวันนี้เป็นวันครอบรอบหนึ่งปีที่เขาจากไปตั้งแต่วันนั้นที่อาหย่งพาเขากับมาแต่ทุกอย่างก็สายไปแล้วเพราะเขาหมดลมหายใจไปแล้ว...

“วันนี้หย่งเขาคงมาหาคุณไม่ได้เพราะเขาติดประชุมที่ต่างประเทศเขาเลยฝากฉันซื้อดอกไม้มาให้คุณแทนพร้อมกับของหมออัน” ฉันวางดอกไม้สองซ่อวางลงหน้าหลุมศพของคุณวั่งชูแม้จะไม่สนิทอะไรกับเขามากแต่ฉันก็รู้จักเขาในช่วงเวลาหนึ่งแแม้จะพึ่งรู้จักกันแต่สิ่งหนึ่งที่ฉันรู้ก็คือเขาเป็นคนตรงไปตรงมา และ จริงใจมากคนหนึ่ง

“หมออันก็ติดผ่าตัดด่วนตอนนี้เขากลับมาทำงานได้แล้วนะเขาหายดีแล้ว และ เขาไม่เคยโกรธคุณเลยที่คนของคุณทำแบบนั้นเพราะอยากช่วยคุณ” ฉันเงยหน้าขึ้นมองไปยังท้องฟ้าที่เงียบสงบหลังจากที่ได้รับฟังทุกเรื่องจากปากของสามีก็ทำให้ฉันสงสารผู้ชายที่นอนอยู่ตรงหน้าฉันมากเขาเป็นคนดีเป็นเพื่อนที่ดีของหย่งแต่โชคไม่ดีเขาจากไปไวเหลือเกิน...

“ตอนนี้ทุกคนกำลังก้าวไปข้างหน้าด้วยความเข็มแข็งอีกครั้งหลังจากจากสูญเสียคุณพวกเขาสองคนก็แทบไม่เป็นอันทำงานไปตั้งครึ่งปี หย่งเขาช่วยเหลือครอบครัวของคุณทุกอย่าง คอยซัพพอร์ต และ จัดการบริหารงานให้ทุกอย่างจนกว่าน้องของคุณจะโตขึ้นพอจะรับผิดชอบได้ ตอนนี้เขากำลังเรียนรู้งานจากหย่งได้เยอะมากเขาโตขึ้นมากแล้วนะ” ฉันพูดพร้อมกับหยิบกระเป๋าขึ้นมาเอารูปถ่ายรูปหนึ่งออกมาจากกระเป๋าฉันมองรูปนั้นอย่างยิ้มๆก่อนตะค่อยๆว่างลงตรงหน้าหลุมศพเขา

“นี่ไงพวกเขาสามคนฝากรูปถ่ายมาให้ไม่รู้ว่าวันนี้น้องคุณจะเข้ามาหาหรือเปล่าแต่ฉันเอารูปมาให้ก่อนนะตอนนี้ทุกคนกำลังก้าวเดินไปตามทางของตัวเองฉันหวังว่าคุณอยู่บนนั้นก็จะก้าวเดินไปข้างหน้าได้พร้อมๆกับพวกเขานะ....วันนี้ฉันขอมาเล่าให้ฟังแค่นี้ก่อนนะคะเดี๋ยวไว้วันหลังหย่งเขาจะมาเล่าทุกอย่างให้คุณหังจากปากของเขาเองฉันไปก่อนนะคุณชู...ลาก่อนค่ะ” ฉันก้มหน้าลาหลุมศพของเขาก่อนจะหันหลังเดินออกมาแต่จู่ๆก็มีลมมาจากไหนไม่รู้พัดผ่านร่างของฉันไป และ เหมือนฉันจะได้ยินเสียงกระซิบของใครบางคนพูดขึ้น...

‘ขอบคุณครับ’

ฉันหันหน้ากลับไปมองหลุมศพของเขาก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย

“ด้วยความยินดีคะ” แล้วฉันก็เดินออกจากตรงนั้นทันทีมาที่รถของฉัน และ ทันทีที่มาถึงเจ้าจี้ก็รีบเดินมาหาฉัน

“คุณผู้หญิงค่ะ คุณหนูร้องไห้หาคุณผู้หญิงใหญ่เลยเจ้าจี้ทำยังไมก็ไม่สน” เจ้าจี้พูดพร้อมกับทำท่าประกอบนั่นทำให้ฉันหัวเราะออกมาเล็กน้อย

“ฮ่าๆ มาๆเอาเขามาหาฉันมา” พูดจบเจ้าจี้ก็รีบเข้าไปอุ้มลูกชายตัวแสบของฉันออกมาจากรถเจ้าตัวแสบน้อยของฉันร้องไห้จนตาแดงไปหมดเฮ้อออ ทุกวันนี้ฉันไปไหนแทบไม่ได้เพราะลูกชายติดฉันมาก!!!

“ลินเนียส (หลีเหว่ย) ร้องไห้ทำไมค่ะ ม๊าบอกแล้วใช่ไหมว่าม๊าจะมาเยี่ยมเพื่อนคุณป๊า” ฉันอุ้มลูกมาจากเจ้าจี้ก่อนจะทำการบ่นเบาๆเจ้าตัวเล็กทำท่าทางออดอ้อนเก่งมากแม้พึ่งจะได้หกเดือนแต่เขามีวิวัฒนาการเรียนรู้เร็วมากจนฉันเองก็ค่อนข้างตกใจเหมือนกัน...

“ม๊ะ ม๊ะ...”เสียงเรียกจากเจ้าตัวเล็กทำให้ฉันยิ้มออกมาอย่างใจอ่อน

“งั้นเรากลับบ้านกันเถอะเนอะอาม๊าคงรอนานแล้ว” ฉันพูดพร้อมกับเดินไปที่รถแต่จู่ๆลูกชายก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจราวกับกำลังเล่นอยู่กับใครเพราะปกติเขาจะไม่หัวเราะแบบนี้เขามองไปยังด้านหลังของฉันพร้อมกับยื่นมืิอออกไปนั้นทำให้ฉันพอจะรู้ทันที...

“ลาคุณน้าเขาสิค่ะลินเนียสเราจะกลับบ้านแล้ว” สิ้นสุดคำพูดของฉันลมก็พัดผ่านเราไปอีกครั้งฉันจึงพาลินเนียสเดินไปทีรถก่อนจะทะยานกลับไปที่บ้านของเรา...

 

Rrrrrrr Rrrrrr

 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำนั้นทำให้ฉันรู้ทันทีว่าใครโทรมา

“เจ้าจี้กดรับสายสิคุณหย่งคงโทรมาแน่ๆ” พอได้ยินฉันพูดแบบนี้เจ้าจี้ก็รีบหยิบโทรศัพท์ฉันขึ้นมารับสายวิดีโอคอลจากคุณสามีที่ตอนนี้ไปประชุมที่นิวยอร์ก

‘ฮัลโหลที่รักกกก ผมพึ่งประชุมเสร็จคุณไปหาวั่งชูมาแล้วใช่ไหมอย่าลืมนะ’ เสียงของเขาดังขึ้นทำให้ฉันยิ้มออกมาเล็กน้อยฉันรับโทรศัพท์จากเจ้าจจี้มาถือเอง

“ไปมาแล้วค่ะ วันนี้ลินเนียสก็มาด้วย” พอได้ยินฉันพูดถึงลูกชายเขาก็เบิกตากว้างทันที

‘โซ...คุณจะพาหลีเหว่ยไปทำไมเขายังเด็กคุณไม่รู้หรือไงว่าเด็กสามารถมองเห็นสิ่งลึกลับได้’ เขาพูดขึ้นพร้อมกับทำท่าทางขนลุกเขาจะชอบเรียกชื่อลูกด้วยชื่อที่เขาตั้ง และ ฉันก็เรียกชื่อลูกด้วยชื่อที่ฉันตั้งไงละ

“ฮ่าๆหย่งคุณคิดมากเกินไปละประชุมมาเหนื่อยไผอาบน้ำพักผ่อนเถอะคะ อีกสองวันก็กลับมาแล้ว สู้ๆนะ”

‘เฮ้ออออ....ผมคิดถึงคุณกับลูกจังอยากกอดจังเลยส่งจุ๊บให้หน่อยผมจะได้มีกำลังใจ’ เขาพูดขึ้นทำให้ทุกคนที่นั่งอยู่บนรถยิ้มออกมาเล็กน้อยแต่นั้นมันทำให้ฉันหน้าแดงให้ตายเถอะเขาไม่อายคนอื่นหรือไงทำตัวเป็นเด็กอยู่ได้...

“จุ๊บๆ แค่นี้นะฉันกับลูกกำลังกลับบ้านแล้ว” แต่ฉันก็ต้องยอมสายตาออดอ้อนที่ลูกชายตัวแสบก็ถอดแบบมาจากเขา...

‘ว้าาา ชื่นใจจังเลยอีกสองวันเจอกันนะที่รักจุ๊บๆ อีกสองวันป๊ากลับไปหานะครับหลีเหว่ยป๊าคิดถึงนะ’ แล้วเขาก็กดวางสายไปส่วนฉันก็ยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะอุ้มเจ้าตัวเล็กหันหน้าเข้ามาหา

“วันนี้ลูกออกมากับม๊าแบบนี้อาม๊าคงบ่นม๊าหูซาอีกแน่ๆ” คำพูดของฉันทำให้เขายิ้มออกมาเล็กน้อยเจ้าตัวเล็กของฉันติดคุณม๊าพอๆกับฉัน และ ตั้งแต่เกิดเรื่องครั้งนั้นฉันก็พิสูจน์ให้คุณม๊าเห็นว่าฉันสามารถดูแลครอบครัวฉันได้ตั้งแต่หย่งเข้าโรงพยาบาลฉันก็คอยดูแลเขาทุกอย่างนับตั้งแต่เรื่องอาหารไปถึงเสื้อผ้าของเขาฉันเตรียมทุกอย่าง ฉันเริ่มเข้าครัว และ ได้พูดคุยกับคุณม๊ามากขึ้นจนท่านค่อยๆใจอ่อนกับฉัน...จนวันที่ลินเนียสเกิดท่านก็เป็นคนคอยดูแลประคบประหงมฉันดีมากจนหย่งยังอดยิ้มให้ไม่ได้เลยที่ฉันสามารถเอาชนะใจท่านได้...

“ถึงแล้วค่ะคุณผู้หญิง” ไม่นานเจ้าจี้ก็พูดขึ้นทันทีที่เราเข้ามาถึงในบ้าน

“เจ้าจี้ว่าคุณม๊าจะโกรธหรือเปล่าที่ฉันเอาลินเนียสไปไม่บอก” ฉันพูดขึ้นในขณะที่กำลังลงจากรถเตรียมตัวจะเข้าบ้าน..

“โกรธมาก!!! ลื่อทำม๊าโกรธนะอาโซเอาอาเหว่ยไปไม่บอก...” แต่ไม่ทันได้เข้าบ้านเสียงของคุณม๊าก็ดังขึ้นนั้นทำให้ฉันสะดุ้งเล็กน้อยแต่พอท่านเห็นฉันอุ้มลินเนียสอยู่ก็เปลี่ยนท่าทีทันที “อาเหว่ยมาหาอาม๊าหน่อยสิค่ะอาม๊าคิดถึงมากเลยยย”

“อ้าวว อาเหว่ยกลับมาแล้วมาหาอากงหน่อยเร็ววว”

“กลับมาแล้วค่ะ ป๊าม๊า” ฉันยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะอุ้มเจ้าตัวเล็กเดินเข้าไปในบ้านหาพวกท่านทั้งสองที่คงรอทานอาหารเที่ยงด้วยแน่ๆ....บรรยากาศของครอบครัวเราเปลี่ยนไปเยอะนับตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้นตอนนี้ทุกอย่างดีขึ้นแล้ว....

‘ขอให้พวกเรามีความสุขแบบนี้ไปนานๆนะ’

 

 

Yhongseu

 

 

ผมกดวางสายจากภรรยาและลูกของผมก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าในยามค่ำคืนของมหานครนิวยอร์คก่อนจะคิดถึงเหตุการณ์เมื่อหนึ่งปีก่อน

“สบายใช่ไหมว่ะเพื่อน....ฉันอยู่ตรงนี้สบายดีนะ”

 

1 ปีก่อนเหตุการณ์ตอนนั้น

 

“อ๊ากกกกกก!!! ฉันไม่ยอมตายหรอกโว้ยย!!!!!!!”

พรึบ!!!!

ผมวิ่งสุดแรงกระโดดออกจากดาดฟ้าที่กำลังถล่มลงเพราะแรงระเบิดจนสามารถจับบันไดเชือกไว้ได้ผมก้มหน้ามองไปยังข้างล่างด้วยลมหายใจที่หอบถี่ขึ้นด้วยความเหนื่อย...

“แฮ่กๆ แฮ่กๆ เกือบไม่เห็นหน้าเมียแล้วว่ะเรา”

“นายครับขึ้นมาได้แล้ว” เสียงของอันฉีดังขึ้นทำให้ผมค่อยๆปีนขึ้นไปช้าๆก่อนจะขึ้นมาถึงในเวลาไม่นาน

พรึบ!

“เฮ้ออออ...ไอนึกว่ายูจะตกไปเละข้างล่างละใจหายใจคว่ำหมด” ไอ้คริสพูดขึ้นทันทีที่ผมขึ้นมาถึงข้างบน

“ไม่ยอมตายง่ายๆขนาดนั้นหรอกเว้ยรีบออกไปจากตรงนี้ได้ละรีบไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้วั่งชูเป็นไงบ้าง” ผมรีบหันหาไปเพื่อนรักอีกคนของผมทันที

“ใช่ค่ะ เราไม่มีเวลาแล้วเพราะชีพจรเขาอ่อนมากทั้งสองคนเสียเลือดมากเกินไป” ทริกชี่ที่นั่งนิ่งอยู่นายพูดขึ้นนั้นยิ่งทำให้ผมกังวล

“ชูแกอย่าตายนะโว้ยเราต้องกลับบ้านกันฉันมาพาแกกลับบ้านนะ” ไอ้ชูเหลือบตามองผมด้วยแววตาที่อ่อนแรงมันยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆปิดตาไปช้าๆจนตาทั้งสองข้างปิดสนิท...

“ไอ้ชู!!!!!!! วั่งชู!!!!!”

 

ปัจจุบัน

 

 

“แกสบายดีใช่ไหม...ตอนนี้ฉันทำทุกสิ่งทุกอย่างแทนแกอยู่นะอย่าห่วงเลยนะไอ้เพื่อนรัก” ผมยิ้มออกมาเล็กน้อยแต่ไม่เคยมีสักครั้งที่ผมจะไม่รู้สึกผิดทุกอย่างเป็นเพราะผมคนเดียวเพื่อนของผมถึงเป็นแบบนี้....

หลังจากเหตุการณ์วันนั้นทุกอย่างสำหรับผมมันทรมานมากผมไม่สามารถหยุดโทษตัวเองได้เลยจนผมเห็นโซที่เป็นกังวลกว่าผมนั่นจึงทำให้ผมพยายามไม่แสดงออกอะไรมากแต่กว่าจะกลับมาทำงานทุกอย่างได้ก็ตอนที่ลูกผมเกิดนั่นทำให้ผมยิ่งเห็นความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ของตัวเองผมจึงเริ่มเดินหน้าต่อด้วยความเข็มแข็ง....หลังจากเหตุการณ์นั้นทุกอย่างก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่มีการไล่ล่าค่าหัวอะไรอีกเพราะได้ยินมาว่าแอลฟ่ากับแม็กม่าเป็นคนไปปิดจ๊อบนั้นโดนการยื่นข้อเสนอต่อลองเจรจากับคนบงการจนฝ่ายนั้นยอมจำนนไปเอง...ทุกคนจึงกลับไปใช้ชีวิตตามเดิมไม่มีข่าวหลุดออกมาสักแอ๊ะเกี่ยวกับเหตุการณ์ไล่ล่ากันกลางเมืองทุกอย่างเงียบเป็นปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ...

ส่วนโซภรรยาที่น่ารักของผมตอนแรกที่โกรธผมมากที่ผมตัดสินใจไปที่นั้นด้วยการโกหกเธอแต่เธอก็ต้องใจอ่อนหลังจากที่เห็นอาการของผมเพราะความเสียใจจากการสูญเสียเพื่อนไปเพราะความผิดของตัวเอง และ นั้นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมรักผู้หญิงที่ชื่อโซรามากขึ้นกว่าเดิมเพราะเธอน่ารักสุดๆไงละ...

พอจัดการตัวเองได้ผมก็กลับไปช่วยงานของวั่งชูในส่วนที่เหลือหลังจากที่ไอ้หมออันรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิดก็ร้องขอให้ผมไปช่วยผมจึงจัดการบริหารทุกอย่างให้ใหม่สอนงานเวเนสน้องชายของหมอนั่นทุกอย่างจนตอนนี้สามารถบริหารงานเองได้แต่บ้างครั้งที่มีอะไรไม่เข้าใจก็จะมาหาผมตลอดนั่นจึงทำให้ผมกับเวเนสสนิทกับไปอีก...

 

วูบบบบบ

 

แต่ในขณะที่ที่กำลังคิดอยู่นั้นจู่ๆก็ทีลมพัดผ่านผมไปวูบหนึ่ง และ เหมือนกับว่าผมได้ยินเสียงกระซิบที่ดังขึ้นข้างๆหู

‘พอได้แล้ว....ขอบใจนะเพื่อนรัก...ลาก่อนหย่งสือ’

“เอ๊ะ...!!”

ก๊อกๆ แอ๊ดดดด

“นายครับคุณเอเลน่ามาแล้วครับเธอรอที่ห้องอาหาร” แต่ในขณะที่ผมกำลังสับสนอยู่นั้นอันฉีก็เข้ามาบอกถึงการมาของคู่ค้าคนใหม่ของผม

“งั้นเหรอ...เคๆงั้นลงไปกันเถอะ” ถึงแม้ผมจะประชุมเสร็จแล้วแต่ผมไม่สามารถกลับได้ทันทีที่อยากจะกลับเพราะผมมีนัดเจรจาธุรกิจกับ เอเลน่า คิม เธอเป็นคู่ค้าคนใหม่ของผมไม่ใช่ว่าผมไม่รู้นะว่าเธอไม่ได้ต้องการแค่คุยงานเธอพยายามยื้อผมไว้ที่นี่แต่ผมจะรีบจบมันแล้วกลับไปหาเมียที่บ้าน!!!!

“มาแล้วเหรอค่ะ คุณหย่งสือ” ทันทีที่ผมลงไปถึงห้องอาหารที่เป็นแบบส่วนตัวเธอก็ลุกขึ้นเดินมาหาผมทันทีพร้อมเอื้อมแขนมาคล้องแขนผมนั้นทำให้ผมรีบดึงแขนเธอออกจากตัว

“คุณไปนั่งเถอะครับผมว่าเรารีบบคุยกันเถอะเพราะผมจะต้องรีกลับ” พอได้ยินผมพูดแบบนั้นเธอก็ชะงักเล็กน้อยแต่ก็ยังมองหน้าผมยิ้มๆแล้วเดินไปนั่งที่ของตัวเอง

“ได้ค่ะ...อ่าที่ฉันเรียกคุณมาคุยเพราะฉันได้คิดไตร่ตรองถึงสัญญาของคุณแล้วก็รู้สึกว่ามันไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่จะไม่ว่าอะไรใช่ไหมคะ ถ้าเกิดว่าทางฉันไม่สามารถร่วมเป็นคู่ค้าของคุณได้” ผมเงยหน้ามองเธออย่างเรียบๆด้วยสีหน้านิ่งๆ

“ไม่เป็นไรครับ ถ้าเกิดคุณรับข้อเสนอของทางเราไม่ได้ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร” แต่เธอกลับยิ้ม และ มองหน้าผมแล้วก็ทำท่าอ่อยผมเล็กน้อยนั้นทำให้ผมเบือนหน้าหนีทันทีเพราะเราโน้มตัวลงเล็กน้อยทำให้เห็นล่องอกของเธอ

“ก็ไม่ใช่ว่าจะร่วมงานกับไม่ได้ทั้งหมดนะคะเว้นแต่ว่า...” คำพูดของเธอทำให้ผมรู้ทันทีว่าเธอจะพูดอะไรผมจึงรีบตัดบทขึ้น

“ขอโทษนะครับ...ผมว่าธุระที่เราคุยกันคงจบแล้วผมไม่รับข้อเสนออะไรอีกการที่คุณปฏิเสธการร่วมงานของผมนั้นเท่ากับบทสนทนาของเรามันจบลงเท่านั้น ไม่ต้องคิดจะเสนอตัวมาให้ผมหรอกครับเพราะผมมีเมียแล้ว และ ผมก็ไม่รับเมียเพิ่มอีกเข้าใจนะครับผมไปก่อนนะ” พอผมพูดจบเธอก็ลุกขึ้นชี้หน้าผมด้วยแววตาแข็งกร้าวก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าแก้วน้ำมาสาดใส่หน้าผม

ซ่า!!!

“ผมจะถือว่าการที่คุณทำแบบนี้นั้นหักล้างกับคำพูดผมเมื่อกี้นี้นะ” ผมลุกขึ้นเช็ดน้ำออกจากหน้าก่อนจะมองหน้าเธอด้วยแววตาเยือกเย็นแล้วเดินหันหลังออกไปปล่อยเจ้าตัวกรีดร้องอย่างหัวเสียอยู่คนเดียว

“อีกแล้วเหรอครับนายนี่มันครั้งที่ห้าแล้วนะครับ” พอผมเดินออกมาจากห้องอาหารอันฉีก็พูดขึ้นนั่นทำให้ผมยิ้มออกมาเล็กน้อย

“ก็นะเฮ้อออ....กลับบ้านเรากับเถอะอันฉีอยู่ที่นี่นานอึดอัดคิดถึงเมียกับลูก”

“ฮ่าๆ ครับเดี๋ยวผมสั่งคนของเราเตรียมเครื่องให้” ผมพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะเดินลงไปชั้นล่างเตรียมตัวกลับทันที

 

ประเทศจีน, เซี่ยงไฮ้

บ้านตระกูลอี๋

 

 

“โซราาาาาา ที่รักผมกลับมาแล้วววววววว” ผมตะโกนขึ้นทันทีที่เข้ามาถึงบ้านนั้นทำให้เมียผมที่กำลังจะวางลูกนอนลงเป็นอันตกใจไป และ เสียงร้องของผมก็ทำให้ลูกชายผมตกใจจนร้องไห้ออกมา

 

อุแว้ อุแว้~~~~

 

เสียงร้องไห้ของหลีเหว่ยทำให้ป๊าม๊าผมรีบเดินเข้ามาในห้องของลูกน้องสุดรัก

“อะไรอาเห่วยเป็นอะไรร้องไห้ทำไม” ม๊าทำหน้าตกใจมากที่หลานร้องไห้แต่เมียผมกลับมอฃขหน้าผมอย่างเอาเรื่อง!!!!

“ก็อาหย่งนะสิม๊าตะโกนจนลูกตกใจร้องไห้แบบนี้เลย” คำพูดของเธอทำให้ม๊าหันมามองหน้าผมตาเขียวปัด

“อาหย่ง!! ลื่อจะตระโกนทำไมให้หลานอั้วะตื่นเนี่ยเห็นมั้ยว่าอาเหว่ยร้องไห้ไม่หยุด”

“โธ่ม๊าาา....ผมกลับมาทั้งคนไม่มีคนสนใจเลยหรือไงเนี่ยยยยย” คำพูดของผมทำให้ป๊ายิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมกับเป็นเชิงบอกผมว่า ทำใจเถอะ

“โอ๊ะโอ๋...ไหนดูหน่อยสิใครร้องไห้ไม่หยุดแบบนี้” พอป๊าพูดแบบนั้นผมก็ถอนหายใจเล็กน้อยเดินไปหาโซที่กำลังอุ้มลูกโอ๋อยู่ พอผมพูดแบบนั้นเธอก็ส่งลูกมาให้ผมอุ้มแต่พอเจ้าแสบเห็นหน้าผมก็หยุดร้องไห้แล้วหัวเราะออกมาแทน...

“แอ๊ะๆ...”

“เอ๋...เจ้าแสบของป๊าหัวเราะออกมาแล้วเหรอกเนี่ย” ผมจับเจ้าแสบของผมยกตัวขึ้นก่อนจะทำท่ามุดหัวใส่ท้องเล็กๆของลูกชายอย่างเอ็นดู

“แม๋!!! พอเห็นป๊าละหัวเราะใหญ่เลยนะม๊างอนนะ”

“ใช่ อาม๊าก็งอนอาเหว่ยแล้ว” ทั้งสองคนทำหน้างอนพร้อมกันแต่เจ้าแสบยังคงหัวเราะเล่นกับผมอย่างสนุกสนานจนทำให้ทั้งคู่อดหมั่นไส้ไม่ได้ และ สุดท้ายพอหัวเราะเหนื่อยอาเหว่ยก็หลับไปในอ้อมกอดผม ผมจึงเป็นคนเอาเขาไปนอนแทนโซที่จะทำเมื่อกี้...

“วันนี้นอนยาวๆหน่อยนะคนดีของป๊าเดี๋ยวป๊าจะง้อม๊าให้” ผมวางลูบไว้ที่นอนก่อนจะก้มลงไปหอมเบาๆพอทุกคนเห็นว่าเจ้าแสบหลับแล้วก็ค่อยๆเดินออกไปจากห้องทีละคนจนผมเป็นคนสุดท้าย...

“เป็นไงบ้างค่ะไปประชุมไหนว่าจะกลับอีกสองวัน” พอออกมาจากห้องลูกชายผมก็เดินตามหลังเมียมาที่ห้องพอเธอปิดประตูห้องนอนปุ๊บผมก็โผล่เช้ากอดจากด้านหลังทันที

“ก็คิดถึงมากเลยรีบมาหาแถมลูกเรายังบ่นว่าอยากได้น้อง” ผมพูดพร้อมกับลูบไล้ไปทั่วร่างของเธออย่างอ่อนโยน

“ตาบ้า!! ลินเนียวพึ่งจะหกเดือนจะพูดได้ไง” แม้เธอจะพูดแบบนั้นแต่เธอก็หันหน้ามาหาพร้อมกับยิ้มน้อยๆ

“ผมสัมผัสได้” พูดจบผมก็โน้มตัวลงไปบดจูบปิดริมฝีปากของเธอพร้อมกับตักตวงเอาความหอมหวานของเธออย่างไม่หยุดหย่อน สองแขนเธอเอื้อมาคล้องคอผมก่อนจะผละตัวออกอย่างอ้อยอิ่ง

“วันนี้ดูคึกจังคงไม่ได้ไปนัดเจอสาวที่ไหนมานะ” คำพูดของเธอทำให้ผมส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว

“จะไปสนใจคนอื่นทำไมในเมื่อเมียผมก็มี แถมเด็ดขนาดนี้ผมคงไม่สนใจคนอื่นหรอก” ผมโน้มตัวลงไปคลอเคลียที่ลำคอของเธอก่อนจะใช้สองแขนยกขาทั้งสองข้างของเธอขึ้นมากอดลำตัวผมไว้แล้วผมก็อุ้มเธอเดินเข้าไปห้องน้ำแทน...

“วันนี้อาบน้ำด้วยกันนะตั้งแต่มีคลอดลูกมาผมไม่ได้อาบน้ำกับที่รักเลย” แม้ปากจะเอ่ยขอแต่สองมือผมก็ถอดเสื้อผ้าของเธอออกหมดแล้วสายตาของผมสำรวจเรือนร่างของเธออย่างอ้อยอิ่งจนเจ้าตัวรีบดึงตัวผมเข้าไปบดจูบอย่างร้อนแรง สองมือเธอค่อยๆแกะกระดุมเสื้อผมออกช้าๆพอแกะจนถึงเม็ดสุดท้ายเธอก็เอื้อมมือมาลูบไล้ที่อกผมนั้นยิ่งปลุกอารมณ์ผมขึ้นมากกว่าเดิม...

“วันนี้ขอให้ม๊าดูแลหลีเหว่ยแทนเถอะนะที่รักผมคิดว่ามันคงไม่จบที่ยกเดียวแน่นอน”

“ได้ค่ะ แต่ต้องอาบน้ำเสร็จก่อนนะ” พอได้ยินเธอพูดแบบนั้นผมก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจ

“ได้เลยครับเดี๋ยวจัดให้” ผมรีบปลดกางเกงออกด้วยความเร็วเดินตามเธอไปที่อ่าง ร่างบางเดินลงน้ำไปอย่างเย้ายวนก่อนจะค่อยๆนั่งลงแล้วทำท่าเชิญชวนผมนั้นทำให้ผมเดินตามไปอย่างว่าง่ายแล้วรีบเคลื่อนตัวเข้าไปประชิดเธอทันที

“ยิ่งคิดถึงยิ่งร้อนแรงจริงๆนะเมียผม”

“ถ้าไม่เป็นแบนี้คงเอาคุณไม่อยู่หรอกนะ” พอเธอพูดจบเธอก็เอื้อมแขนมาคล้องคอผมแล้วดึงตัวผมเข้าไปหา อารมณ์ของผมตอนนี้พุ่งแบบสุดๆมือเล็กของเธอค่อยๆลูบไล้ร่างกายของผมก่อนจะไปถึงเจ้าอาวุธร้ายเธอจับตรงนั้นอย่างเบามือก่อนจะเริ่มเคลื่อนไหวจากช้าๆแล้วค่อยๆเร็วขึ้น..เร็วขึ้นเรื่อยๆจนผมรู้สึกถึงปลายสวรรค์ที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมแต่เธอก็หยุดทันทีจนทำให้ผมขมวดคิ้วมองเจ้าตัวยิ้มออกมาอย่างพอใจ

“ลุกขึ้นนั่งข้างบนสิค่ะ” คำพูดของเธอทำให้ผมเข้าใจสิ่งที่เธอจะทำต่อไปทันทีผมจึงทำตามเธอที่บอกแล้วเจ้าตัวก่อนจับอาวุธร้ายของผมอีกครั้งสายตาเธอมองผมตอนนี้มันช่างร้ายกาจราวกับนางแมวยั่วสวาทจริงๆเธอค่อยๆดันเจ้าอาวุธร้ายของผมเข้าปากตัวเองอย่างอ้อยอิ่งแต่ไม่ใช่กับผมสัมผัสอุ่นๆข้างในปากของเธอมันยิ่งกระตุ้นอารมณ์แถมลิ้นของเธอยังคงคลอเคลียอยู่ส่วนปลายนั้นทำให้ผมแทบครั่งเสียงครางของผมดังลั่นไปทั่วห้องน้ำจนผมต้องจับหัวของเธอดันเข้าออกแล้วยกสะโพกสวนอย่างพอใจจนผมทนไม่ไหวปลดปล่อยน้ำรักของตัวเองคาปากเธอทันทีแต่เจ้าตัวก็ไม่ยอมเอาปากออกจนน้ำหยดสุดท้ายของผมออกมาจนหมดเธอจึงค่อยๆคลายออกมา...

“อ๊าาา...ทีรักทำไมคุณถึงยั่วผมแบบนี้ผมจะบ้าตายอีกแล้ว” ยิ่งเห็นหน้าเธอยิ่งเร้าอารมณ์เธอยิ้มให้ผมอย่างพอใจก่อนจะลุกขึ้นมาคาบตัวผมแล้วจับอาวุธร้ายของผมจ่อเข้าที่ปาดถ้ำสวาทของเธอแล้วดันตัวลงอีกครั้งสองมือเธอกอดคอผมแน่น สองมือผมก็จับเข้าที่สะโพกของเธออย่างอดไม่ได้เช่นกัน..

“อื้อออ...อ๊าาา..ขยับสิค่ะหย่ง” คำขอจากคนรักทำให้ผมเริ่มขยับสะโพกขึ้นสวนจังหวะที่เธอกดตัวลงมานั้นยิ่งทำให้ความเสียวซ่านมันมากขึ้นข้างในตัวเธอตอดปลายอาวุธร้ายของผมอย่างไม่หยุดหย่อน เสียงครวญครางของเราประสานกันดังระงมไปทั่วห้องน้ำ เสียงของเนื้อกระทบกันดัวประสานไปกับเสียงครางจนผมแทบทนไม่ไหว

“อ๊าาา...อ๊าาา..ซีสสสส”

“อื้ออออ..หย่งง...เร็วกว่านั้น..อ๊าาา” เสียงเร่งเร้าจากปากอวบอิ่มทำให้ผมจับตัวเธอพลิกด้านหลังมาก่อนเจ้าตัวจะใช้สองแขนสองขาตั้งสากกับพื้นผมรีบดันอาวุธร้ายของผมเข้าไปข้างในร่างกายของเธอทันทีก่อนจะเริ่มขยับสะโพกแรงขึ้นเรื่อยๆๆ และ เจ้าตัวก็ดันร่างกายมารับแรงกระแทกจากผมสองมือจับจับเข้าที่เอวของเธอยิ่งเธอตอบรับสัมผัสผมมากแค่ไหนผมยิ่งจะถึงจุดสุดยอดเร็วขึ้นเท่านั้น

“อ๊าาาาา...ซืสสส...หย่งงง...เร็วค่ะ...เร็วอีกฉันจะเสร็จแล้ว...ซืสสส...อ๊าาา” เสียงครางบวกกับคำพูดของเธอยิ่งทำให้ผมฮึกเหิมขึ้นกว่าเดิมผมสวนสะโพกดันเข้าแรงกว่าเดิมจนเจ้าตัวร้องออกมาไม่เป็นภาษาจนจังหวะสุดท้ายผมดันเข้าสุดแรง และ ผมไม่สามารถอดกลั้นได้อีกก่อนน้ำสีขาวขุ่นของผมจะทะยานเข้าไปในร่องรักของเธอจนหมดทุกหยดพอแน่ใจว่าออกหมดแล้วผมจึงดึงอาวุธร้ายของผมออกมาผมยืนมองเธอที่ยงคงอยู่ท่าเดิมพร้อมกับความหอบเหนื่อย...น้ำสีขาวขุ่นขอผมไหลย้อนออกมา...ไม่แน่ใจว่าผมของผมเดียวหรือของเธอด้วยกันแน่นะ...

“เดี๋ยวผมทำความสะอาดให้นะที่รัก...เรารีบอาบน้ำกันเถอะแล้วไปโทรบอกม๊ากัน...ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล” พูดจบผมก็ดึงตัวเธอมานั่งลงก่อนผมจะนั่งลงข้างล่างแล้วจัดการทำความสะอาดให้เธอที่มีความเสียวซ่านตอบแทนด้วย...บทรักของเราดำเนินไปเรื่อยๆด้วยความอ้อยอิ่งพอเสร็จจากห้องน้ำเราก็มาต่อที่ห้องนอนแม้แต่ตอนที่ผมโทรไปหาม๊าผมก็ยังไม่หยุดกระแทกเธอด้วยช้ำและนั้นก็ทำให้เรามอบความสุขให้แก่กันช้ำแล้วช้ำเล่าจนเกือบถึงเช้าวันต่อมาบทรักที่ร้อนแรงของเราจึงหยุดลง...

 

Rrrrrr Rrrrrrr

 

เสียงโทรศัพท์ผมดังขึ้นปลุกผมตื่นขึ้นมาจากความเหนื่อยล้าที่เมื่อคืนเล่นกับเมียแทบไม่ได้นอน...

“ฮัล...โหล...” เสียงเหนื่อยๆของผมกลอกลงโทรศัพท์ทำให้ปลายสายขำอออกมา

‘ฮ่าๆ...นี่เฮีย!!! กลับมาไม่ถึงวันเล่นไม่พักผ่อนกันหรือไงเสียงดูเหนื่อยมากนะเนี่ย’

“มีอะไรรีบพูดมาไอ้หมอฉันยิ่งง่วงนอน” ผมพูดขึ้นด้วยความขุ่นเคืองเล็กน้อยแต่ไม่อยากโวยวายเพราะเมียรักยังอยู่ในอ้อมกอดของผม

‘เปล่าไม่มีไรวันนี้ผมกับเจ้าเวเนสจะไปทานข้าวที่บ้านเฮียนะสิเห็นว่าญาติซ้อก็จะมาวันนี้ด้วยนะ’ คำพูดของไอ้หมอทำให้ผมขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

“หมายความว่าไง”

‘เอ๊ะ!! นี่เฮียไม่รู้เหรอว่าวันนี้ญาติๆซ้อจะไปหาผมกับเจ้าเวเนสเลยจะไปหาเฮียด้วยเห็นซ้อบอกว่าจะมีเซอร์ไพรส์อะไรสักอย่างนี่แหละ’ และ ตอนนั้นเองคนตัวเล็กในอ้อมกอดผมก็เงยหน้าขึ้นมามองผมเธอเอื้อมมือมาดึงโทรศัพท์ในมือผมไปพูด

“หมออันวันนี้มาไว้ๆด้วยนะอย่าช้าละแค่นี้นะ” แล้วเธอก็กดวางสายไปผมยังคงมองหน้าเธออย่างสงสัยกับสิ่งที่ไอ้หมอพูด...เซอร์ไพรส์อะไรกัน

“สุขสันต์วันเกิดนะคะที่รัก” คำพูดของเธอทำให้ผมเบิกตากว้างด้วยความเข้าใจทันที และ นั้นก็ทำให้ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมเมื่อคืนเมียผมถึงร้อนแรงอะไรปานนั้น...ผมกอดเธอแน่นกว่าเดิมด้วยความรักใคร่

“ของขวัญวันเกิดปีนี้ขอเป็นเจ้าตัวเล็กอีกคนในท้องของคุณนะ” คำขอของผมทำให้เธอยิ้มออกมาเล็กน้อย

“นั้นคือสิ่งที่ฉันตั้งใจจะทำให้คุณค่ะ” และคำตอบที่ไม่คาดคิดยิ่งทำให้ผมยิ้มออกมาไม่หยุด

“ขอบคุณนะครับ...ขอบคุณที่มีคุณในชีวิตของผมขอบคุณจริงๆ”

“ฉันรักคุณนะ...หย่งสือ”

“ผมก็รักคุณ...โซรา...ผมรักคุณมากกว่าชีวิตของผมด้วยช้ำ” ผมบดจูบลงริมฝีปากของเธออย่างหวงแหน...จากนี้จนลมหายใจสุดท้ายผมมีไว้เพื่อเธอคนเดียวภรรยาสุดที่รักของผม..

“งั้นเรามาทำลูกกันอีกม่ะก่อนทุกคนจะมา....”

“คงไม่ทันแล้วค่ะ” ผมมองหน้าเธออย่างไม่เข้าใจที่ได้ยินแบบนั้น “รีบใส่เสื้อผ้าเถอะ”

“ที่รักหมายความว่าไงอ่ะ...” ผมยังคงถามอย่างไม่เข้าใจแต่เธอก็ไม่ยอมตอบแถมยังดึงผมพาไปอาบน้ำแต่งตัวทุกอย่างจนเสร็จในเวลาไม่นานแล้วเธอจึงไปจัดการตัวเองผมยังคงถามตลอดแต่เธอไม่ยอมบอกจนผมหยุดถามแล้วนั่งรอเธอแต่งหน้าแต่งตัวจนเสร็จ เป็นชั่วโมงกว่าจะเสร็จ

“ลงไปข้างล่างกันเถอะ” ผมยอมเดินตามเธอไปอย่างไม่ถามอะไรเพราะรู้ว่าถามไปเธอก็ไม่บอกเธอเดินนำผมไปที่สวนหย่อมข้างบ้านและสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าก็คือทุกคนกำลังจัดปาร์ตี้เล็กๆที่มีแค่ครอบครัว และ คนสนิทของเรามาร่วมงานแผ่นป้ายขนาดใหญ่เขียนข้อความว่า

‘Happy birthday Yhongseu’

ผมมองภาพตรงหน้าอย่างหยุดยิ้มไม่ได้แม้แต่ไอ้หมออันที่โทรมาปลุกผมเมื่อกี้มันก็อยู่ที่นี่แล้วแต่มันแค่แกล้งโทรหาผม...ให้ตายเถอะวันเกิดปีนี้มีครอบครัวที่ดีชะมัด

“เจ้าของวันเกิดลงมาแล้วพวกเราาาาา” เสียงตะโกนของไอ้หมออันทำให้ทุกคนวางจากสิ่งที่ทำอยู่หันมาทางผมก่อนจะตะโกนพร้อมกับออกมา...

“สุขสันต์วันเกิดน๊าาาาา”

 

 

จบ

 

สุดท้ายเราก็เดินทางมาถึงตอนจบของเรื่องนี้แล้วบอกเลยไรท์พยายามอธิบายทุกส่วนที่ทุกคนอาจคาใจอยู่ให้ละเอียดแล้วนะมีตรงไหนที่ผิดพลาดไรท์ก็ขอโทษจริงๆนะคะเวลาเขียนคือกระซับมากแต่สุดท้ายไรท์ก็หวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ..

ส่วนในเรื่องต่อไปจะเป็นอีกอย่างที่ท้าทายตัวไรท์เองมากเพราะไรท์จะเขียนแนวแฟนตาซีคอมเมดี้รอติดตามกันได้เลยจ้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น