ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 105 ผมทำตามที่บอกไว้ได้แล้ว

ชื่อตอน : บทที่ 105 ผมทำตามที่บอกไว้ได้แล้ว

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง,เผิงหลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 239

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ก.ค. 2562 18:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 105 ผมทำตามที่บอกไว้ได้แล้ว
แบบอักษร

   กว่าเผิงกวนอิงแวะไปหาไจ๋เทียนหลินเพื่อคุยกับเขาเรื่องงานที่ไต้หวันได้ เวลาก็ดึกมากแล้ว 

   "นายแน่ใจเหรอว่าจะทำงานทางนี้ต่อ" ไจ๋เทียนหลินถาม 

   "ละครที่จะเริ่มถ่ายเดือนนี้ โปรดักชั่นดีมาก น่าเสียดาย อีกอย่าง งานของพี่ยังไม่เริ่ม นายถ่ายเรื่องนี้ก่อนแล้วค่อยตามไปก็ได้ นายยกเลิกสัญญาหรือยัง" 

   "ยังเลย แค่คุยด้วยวาจา ยังไม่ได้เซ็นเอกสารอะไร เขายังหาคนแทนไม่ได้" เผิวกวนอิงบอก 

   "ก็กระทันหันอย่างนี้ ใครที่ไหนเขาก็ไม่อยากรับหรอก แล้วถึงจะอยากรับ ก็ต้องให้ทางผู้สร้างเขาพอใจด้วย" ไจ๋เทียนหลินเดินมานั่งลงข้างๆ วางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะ 

   "อาหลงหายเงียบไปเลย คงยังโกรธพี่อยู่ล่ะสิ" 

   "จะโกรธเรื่องอะไร อาหลงไม่สนใจเรื่องทางวิชาการอะไรนั่นอยู่แล้ว" 

   "ไม่ใช่เรื่องนั้น" 

   "....?" เผิงกวนอิงไม่เอ่ยปาก แต่ส่งสายตาข้ามขอบแก้วกาแฟมาเป็นเชิงถาม 

   "พี่บังคับให้เขาสารภาพกับนาย" 

   "....?" 

   "อาหลงรู้แล้วว่านายรู้สึกยังไง แต่ยังแกล้งทำโง่ จะไม่ให้พี่ยั๊วะได้ยังไง" ไจ๋เทียนหลินบอก น้ำเสียงเหมือนจะฟ้อง เผิงกวนอิงหัวเราะ 

   "อาหลงก็แค่กลัวจะเสียเพื่อน" 

   "นี่นายไม่โกรธเลยเรอะ" 

   "โกรธ ผมไม่คุยกับเขาอยู่นาน" เขาจิบกาแฟต่อเพื่อหลบสายตาไจ๋เทียนหลิน 

   "อ้อ ถึงกับจะหนีไปไต้หวัน" 

   "ไม่เกี่ยวกัน ผมหายโกรธแล้ว.... แค่ไม่อยากทำให้ใครไม่สบายใจ" ไจ๋เทียนหลินมองหน้าอย่างเข้าใจความรู้สึก 

   "ต้นเดือนก่อนเห็นไม่ค่อยสบายนี่นา" เขาเปลี่ยนเรื่องคุย 

   "ใคร ผมเหรอ" เผิงกวนอิงถามอย่างงงๆ 

   "อาหลง ....เห็นไปงานของสถานีตงฟางเสียดึก ท่าทางเดินไม่ค่อยถนัดด้วย เห็นกุมหลังอยู่" 

   "มีเรื่องนิดหน่อยน่ะ" เผิงกวนอิงงึมงัม ก้มหน้าลงจิบกาแฟอีก 

   "อะไรอีกล่ะ...." ไจ๋เทียนหลินวางถ้วยกาแฟลง ขมวดคิ้ว เผิงกวนอิงอึกอักอยู่ 

   "ไป๋อวี่ทำร้ายเขานิดหน่อย" เผิงกวนอิงวางถ้วยกาแฟลงบ้าง 

   "คนเป็นมวยอยางอาหลงยอมให้ไป๋อวี่ทำร้ายอีกแล้วเหรอ"   เผิงกวนอิงได้แต่ยิ้มฝืดๆตอบคำพูดของไจ๋เทียนหลิน เขาไม่กล้าเล่าเรื่องที่จูอี้หลงกินยานอนหลับเข้าไปจนหมดขวด แล้วยังที่ไป๋อวี่ใช้กำลังบังคับเขา... 

   "ผมถึงอยากจะไปไต้หวันกับพี่ .... เหล่าไป๋จะได้หายระแวง" 

   "วันนั้น ที่เข้างานช้าเพราะโดนเหล่าไป๋ทำร้ายเรอะ"  

   "ไม่ใช่หรอกครับ เรื่องนั้นมันเกิดก่อนหน้านั้นสองสามวันแล้ว" 

   "เลยปวดหลัง เดินไม่ค่อยถนัดสินะ" เผิงกวนอิงได้แต่พยักหน้ารับ 

   "ส่วนที่เข้างานสายนั่น จางฟงบอกว่า เหล่าไป๋พยายามดักรออยู่ที่สนามบิน คงอยากจะขอโทษ... ประจวบกับฝนตก รถคงติดด้วย เลยไปไม่ทันเดินเข้างาน" เขาอธิบาย 

   "นายก็ยังห่วงอาหลงอยู่ ถึงกับรู้ความเคลื่อนไหวเขาอย่างนี้ นายจะไปอยู่ไต้หวันได้เหรอ อย่ามาทำงานพี่เสียล่ะ" 

   "ปีนี้ผมไม่ได้ฉลองวันเกิดให้เขา เขาก็ไม่ได้ฉลองให้ผม... มันคงเป็นสัญญาณบอกว่า งานเลี้ยงต้องเลิกลาแล้ว..." 

   "จะเอางั้นเหรอ?" ไจ๋เทียนหลินถามย้ำก่อนจะบุ้ยปากไปที่อกเสื้อของเผิงกวนอิง โทรศัพท์เขารองครางอือๆเบาๆอยู่ 

 

   เผิงกวนอิงดึงโทรศัพท์ออกมาดู เขาขมวดคิ้ว ไป๋อวี่โทรมา เผิงกวนอิงเอ่ยขอโทษไจ๋เทียนหลินก่อนจะลุกเดินไปที่ระเบียงแล้วรับโทรศัพท์ 

   "ผมทำตามที่บอกไว้ได้แล้ว... " ไป๋อวี่กระซิบ เสียงสาบสะอื้นจนเผิงกวนอิงประหลาดใจ 

   "ฟังนี่..." ไป๋อวี่ว่า แล้วเงียบไป เผิงกวนอิงฟังแต่ไม่ได้ยินใครพูดอะไร กำลังจะถามว่าไป๋อวี่เล่นตลกอะไร ....แล้วเขาก็ได้ยินเสียง เบามาก แต่คุ้นหู.... เสียงหายใจ เบาแต่สม่ำเสมอ จังหวะและเสียงของลมหายใจที่เคยคุ้น ที่เขาจะไม่มีวันลืม.... เสียงหายใจของจูอี้หลงยามเขานอนหลับสนิท..... 

... 

... 

 

   ช่วงนี้งานของไป๋อวี่มีแทบทุกวันจนเขาปลีกตัวไปหาจูอี้หลงไม่ได้ ทำได้ก็แค่ติดต่อทางโทรศัพท์ ซึ่งกว่าจะได้คุยกันก็มักจะหลังเที่ยงคืนไปแล้ว ส่วนใหญ่จะได้คุยแค่สั้นๆ เพราะจูอี้หลงมีงานติดๆกันจนแทบไม่ได้พัก ทั้งงานภายในประเทศและต่างประเทศ 

   "คิดถึงเกอจัง" 

   "อืมมม" 

   "แค่อืมเหรอ" 

   "คิดถึง" 

   "ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ ต้องให้ทวง" 

   "......" 

   "ไม่ต้องห่วงเรื่องไจ๋เกอนะ ที่ผ่านมาผมขอพ่อช่วยดูให้อีกแรง เห็นไหมว่าไม่มีใครตีข่าวมากไป"  

   "ขอบใจนะ" 

   "ผมจะเอารางวัล" 

   "..... จะเอาอะไร..." 

   "ไว้เจอแล้วจะบอก..... เกอพักเถอะ... ผมไม่กวนแล้ว" 

   "เดี๋ยว จะวางสายแล้วเหรอ.." 

   "กลัวเกอเหนื่อย นอนพักเถอะ" 

   "ไม่ง่วง..." 

   "ไหน เมื่อกี้นี้คุณจูบอกว่าเกอถ่ายโฆษณามาทั้งวัน ... เพิ่งได้พัก" 

   "นอนไม่หลับ" 

   "ผมร้องเพลงให้ฟังดีไหม" 

   "ดีสิ" จูอีหลงตอบรับ ยิ้มกว้างให้โทรศัพท์ ไป๋อวี่กระแอม ก่อนร้องเพลง I Still Love You - Yi Ran Ai Ni ของหวังลี่หงเบาๆ  ... 

 

เขาร้องไปเรื่อยๆจนจบเพลง ก็หยุดรอคำชมจากจูอี้หลงแต่กลับได้ความเงียบตอบมา ... หลงเกอ..? ... ไป๋อวี่กระซิบเรียก เขาเปิดสปิ้กเก้อร์โทรศัพท์ เร่งเสียงแล้วเงี่ยหูฟัง เสียงหายใจเบาๆที่แว่วมาในโทรศัพท์ทำให้ไป๋อวี่ยิ้มน้อยๆ ... คืนนี้เกอนอนหลับได้โดยไม่ต้องพึ่งยานอนหลับแล้ว.... 

   ไป๋อวี่เอนตัวลงนอน วางโทรศัพท์ไว้บนหมอน เขานอนฟังเสียงหายใจเบาๆของจูอี้หลง.... น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้สึกตัว รู้สึกตื้นตันใจจนอธิบายไม่ถูก เขากดอัดเสียงหายใจนั้นไว้ นัยน์ตาจ้องมองโทรศัพท์ แล้วก็กดโทรออกหาคนสุดท้ายในโลกที่เขาคิดจะโทรหา  ...เผิงกวนอิง 

... 

... 

   เผิงกวนอิงเดินกลับเข้ามาในห้อง ไจ๋เทียนหลินอ่านสีหน้าเขาไม่ออก 

   "มีอะไร? ใครโทรมาเหรอ" เผิงกวนอิงส่ายหัวเป็นคำตอบ แล้วจู่ๆเขาก็ทรุดลงนั่งคุกเข่ากับพื้น ไจ๋เทียนหลินลุกพรวดขึ้นยืน 

   "อาหลงหลับได้แล้ว... ไม่ต้องกินยานอนหลับ" เขาเงยหน้าขึ้นมองไจ๋เทียนหลิน ริมฝีปากคลี่ยิ้มที่ดูบิดเบี้ยวสิ้นดี 

   "ผมใช้เวลาหลายปี กว่าจะหาวิธีทำให้เขาหลับสนิทได้ ผมต้องทรมานอยู่ทั้งคืนเพื่อให้เขาหลับสบาย..." ไม่รู้ว่าเขากำลังเล่าเรื่องหรือกำลังจะต่อว่าใคร ไจ๋เทียนหลินส่ายหน้า ...น้ำเสียงนายประหลาดไปแล้ว... 

   "เหล่าไป๋ใช้เวลาแค่ไม่กี่วัน... ก็หาวิธีทำให้เขาหลับสนิทได้..." เผิงกวนอิงกุมอก.... ลึกๆ เขายังมีความหวัง... ไม่มีใครทำให้อาหลงหลับสนิทได้... มีแต่นายนะ เผิงกวนอิง... แต่ตอนนี้ ดูเหมือนความหวังนั้นจะระเหิดหายกลายเป็นไอลอยขึ้นฟ้ามืดของกรุงปักกิ่งไปแล้ว... 

   เผิงกวนอิงยิ้มแหยเก ยันกายขึ้นยืน เขาเซเล็กๆเหมือนคนยังไม่ตื่นเต็มตา  

   "ผมจะจัดการเรื่องละครนี่ให้เรียบร้อย แล้วจะบินตามพี่ไป..." เขาบอกโดยไม่มองหน้าไจ๋เทียนหลิน แล้วก็หันไปดึงกระเป๋าลงมาจากเค้าเตอร์ ยกขึ้นสะพายเฉียงเหมือนคนจิตหลุดก่อนจะเดินเซไปเปิดประตูเดินออกจากห้องพักของไจ๋เทียนหลินไป 

   ที่ด้านล่าง เผิงกวนอิงยืนแหงนหน้ามองหาดาวบนท้องฟ้า แสงของกรุงปักกิ่งยังสว่างไสวแม้ในยามดึก มันกลบแสงดาวบนท้องฟ้า... ไม่เห็น ...เขางึมงัม ... 

   "ฉันคงต้องปล่อยมือจากนายจริงๆแล้ว อาหลง" เผิงกวนอิงพูดกับตัวเอง ส่งยิ้มให้ท้องฟ้าสีหมึก 

   เหล่ยลี่ขับรถออกมาจากลานจอดรถด้านหน้าทันทีที่เห็นเผิงกวนอิงเดินออกมาจากตึก เขาเอารถเข้าเทียบแล้วลงมาเปิดประตูประคองนักแสดงร่างสูงที่ยืนเซไปมาขึ้นรถ .... ไม่เห็นได้กลิ่นเหล้า.... เหล่ยลี่ขมวดคิ้ว.. 

   "คุณเหล่ย?" เผิงกวนอิงรั้งแขนเขาไว้ ก่อนที่เขาจะถอยออกมา 

   "แน่ใจนะว่าจะไปไต้หวันกับผม"  

   "คุณไปไหน ผมไปด้วย" เหล่ยลี่ตอบเรียบๆดึงแขนออกเอื้อมไปลากประตูปิด ... ขืนปล่อยคุณไปคนเดียว คุณคงเอาแต่ดื่ม จะมีใครที่ไหนกล้าห้ามคุณเล่า... เหล่ยลี่บ่นอุบอิบ... 

... 

 

คุณนายไป๋งัวเงียลืมตาขึ้นมา เห็นเงาดำนั่งอยู่บนเตียง เธอสะดุ้งสุดตัว ไป๋เทียนจ้าวรีบหันมาขอโทษ 

   "ผมเอง ขอโทษที ทำคุณตกใจแล้ว" 

   "มีอะไร มานั่งอยู่มืดๆ" คุณนายไป๋ถาม พยายามจะลุกขึ้นนั่ง ไป๋เทียนจ้าวรีบขยับตัวขึ้นมาเอนนอนข้างๆเธอ 

   "อาอวี่โทรมา ไม่มีอะไรมาก คุณไม่ต้องห่วง" เขาบอก 

   "ตายจริง นี่มันกี่โมงกัน โทรมาตอนนี้อีกแล้ว นี่เขาโทรมาสองคืนติดๆกันแล้วนะ จะไม่ให้ห่วงได้ยังไง" 

   "ก็เรื่องเดิมๆ"  

   "จูอี้หลง?"  

   "อืมมม  เห็นพล่ามว่ามันร้องเพลงกล่อมหลงเกอจนหลับ เรื่องแค่นี้ยังทำมันสติแตกได้" ไป๋เทียนจ้าวส่ายหัว 

   "วันก่อน ฉันจะโทรหาลูก คุณก็ห้ามไว้นี่นา" 

   "อาอวี่โตแล้ว คุณอย่าอุ้มเขาให้มากเลย" 

   "คนที่เขารัก พยายามฆ่าตัวตายนะ" 

   "อยากให้ลูกมันรู้ว่าเราคอยสอดแนมอยู่หรือยังไง" 

   "....." มันรู้อยู่แล้วแหละ คุณนายไป๋เถียงในใจ แต่ไม่พูดออกมา 

 

   "เรื่องของเผิงกวนอิง ไม่ใช่เรื่องที่คุณบอกว่าอย่าแตะอย่าแตะ แล้วจะโอเค" ไป๋เทียนจ้าวขยับหมอนขึ้นสูงแล้วขยับตัวกึ่งนั่งกึ่งนอนหงายพิงหมอน 

   "เพราะว่าอาวี่ไม่แตะนี่แหละ เขาถึงเอาจูเหล่าซือไว้ได้" คุณนายไป๋เถียง ตะแคงชันตัวบนท่อนแขนที่พับข้อศอกวางยันที่นอนอยู่ 

   "คุณบอกแต่อย่าแตะ แต่คุณไม่ได้อธิบายให้ลูกมันเข้าใจเลย" ไป๋เทียนจ้าวตัดพ้อ 

   "พ่อลูก ก็พอๆกัน อธิบายไปก็ไม่เข้าใจ" คุณนายไป๋ขว้างค้อนขวับ 

   "ผมอธิบายกับอาอวี่แล้ว" คุณนายไป๋หันมามองหน้า เห็นแต่ประกายตาของสามีในความมืด เธอหันไปกดสวิทช์เปิดไฟหัวเตียง 

   "อธิบายอะไร อย่างคุณจะเข้าใจอะไร" 

   ไป๋เทียนจ้าวถอนหายใจ  

"ผมรู้ว่าผมทำให้คุณลำบากมาตลอด ตอนแต่งงานกันใหม่ๆ ผมก็ทำให้คุณทุกข์ใจ คุณคิดว่าคุณตัดสินใจเลือกคนผิด.... ทำไมผมจะไม่รู้..." 

   "คุณคอยโทรหาอาหนานอยู่เรื่อย ผมก็รู้...." ไป๋เทียนจ้าวเอื้อมมือมาลูบใบหน้าภรรยาอย่าแผ่วเบา อาหนานเป็นคนบ้านเดียวกันที่เติบโตมาพร้อมกับคุณนายไป๋ 

   "พี่หนานมีแต่ให้กำลังใจ เขาไม่เคยเอ่ยแม้แต่ครึ่งคำที่จะให้ฉันเลิกกับคุณแล้วกลับมาหาเขา" คุณนายไป๋อธิบาย ไม่นึกติดใจที่ไป๋เทียนจ้าวปิดบังเรื่องนี้กับเธอ.... เรื่องมันผ่านมาเนิ่นนานแล้ว.... จะติดใจไปทำไม 

   "นั่นผมก็รู้...." 

   "แล้วทำไมคุณไม่บอกฉัน..." 

   "ผมเองก็ไม่กล้าแตะชูชีพของคุณเหมือนกัน ...." น้ำเสียงไป๋เทียนจ้าวฟังดูล้อเลียน 

   "ผมเลยพยายามทำทุกอย่างที่จะให้คุณมั่นใจในตัวผม .... แล้วยอมทิ้งเจ้าชูชีพนั่นไปซะ" 

   "ไป๋เทียนจ้าว..." คุณนายไป๋ขยับตัวมาเอียงหัวซบลงบนไหล่ของสามี น้ำตาซึม 

   "คนงี่เง่า ...มาบอกอะไรเอาป่านนี้" เธอต่อว่า เสียงอ่อน 

   "คิดว่าอาอวี่กับเผิงกวนอิงควรจะได้เปิดอกคุยกันดีๆไหม" จู่ๆไป๋เทียนจ้าวก็เปลี่ยนเรื่อง คุณนายไป๋พยักหน้าติดๆกันทั้งๆที่หัวยังเอียงซบอยู่บนไหล่สามี 

   "เผิงกวนอิงรักจูอี้หลงมากขนาดนั้น เขาไม่มีวันทำร้ายอาอวี่แน่ อาอวี่จะได้มีเพื่อน มีพี่ชายที่เขาพูดคุยปรึกษาได้ทุกเรื่อง ขอแค่อาอวี่ยอมเปิดใจ...." ไป๋เทียนจ้าวเอ่ยความในใจ... ทำให้คุณนายไป๋สำเนียกในเรื่องของวันวาน 

   "คุณก็คุยกับพี่หนานเหรอ?" เธอเอียงห้วออกจากบ่าสามี แล้วถาม 

   "อืม" 

   "ทำไมไม่บอกฉัน..." 

   "ผมจะบอกคุณได้ไง ว่าที่ผมรู้ใจคุณ เอาใจคุณเป็น เพราะอาหนาน สอนผมน่ะ.... เขาต้องรู้ดีกว่าผมอยู่แล้ว ก็เขารู้จักคุณมาตั้งแต่คุณยังแก้ผ้าเล่นน้ำ..." 

   "ไป๋เทียนจ้าว!" คุณนายไป๋ผละออก ทุบสามีรัวๆ หน้าตาแดงก่ำไปด้วยความอับอาย ...ไป๋เทียนจ้าวหัวเราะ ยึดมือคุณนายไป๋ไว้ 

   "ตอนแรกๆ ผมก็ไม่ชอบใจนายเผิงอะไรนี่นักหรอก ..." เขาสารภาพ 

   "แต่ดูๆไปแล้ว จูเหล่าซือไม่ได้รักเขามากเท่าที่รักอาอวี่ เขาเองก็คงไม่ได้เกลียดอะไรอาอวี่... เขามันประเภทเห็นความสุขของคนรักเป็นสำคัญ คนแบบนี้ อาอวี่ควรจะคบหาไว้ไม่ใช่หรือไง" 

   "อ้อ คุณจะให้เขาผันตัวมาเป็นชูชีพให้อาอวี่... เจ้าเล่ห์นักนะ" 

   "ไม่ใช่อย่างนั้น .... สองหัวดีกว่าหัวเดียว สามหัวมันก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่" 

... 

... 

... 

*คนแต่งพยายามจะแนบคลิปจากยูทูป แต่ทำไม่ได้ ไม่แน่ใจว่า เป็นเพราะว่าไม่ใช่นักเขียนสนับสนุนหรือเปล่านะคะ คือแถบเครื่องมือมันไม่โผล่ขึ้นมาเลยค่ะ เลยใช้วิธีเอาลิ้งค?ใส่ไว้ในคอมเม้นต์นะคะ เป็นคลิปที่ทำเองเพื่อประกอบนิยายตอนนี้ค่ะ 

  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว