ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 5 Uchihagaeshi(การสะท้อนของอุจิวะ)

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 Uchihagaeshi(การสะท้อนของอุจิวะ)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 6k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ก.ค. 2562 17:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 Uchihagaeshi(การสะท้อนของอุจิวะ)
แบบอักษร

"ดีเจ้าสามารถปาชูริเคนพื้นฐานแบบตรงและโค้งได้แล้ว มาหลังจากนี้เราจะมาฝึกฝนอาวุธหลักกัน"

 

 

 

คาซุกิผู้เป็นบิดาเดินไปที่ห้องเก็บของและนำกุนไบรูปทรงน้ำเต้าขนาดเยาว์มีขาวกว้างเพียงห้าสิบเซ็นความยาวหนึ่งเมตร มีลวดลายโทโมเอะสีดำสามดวงทั้งซ้ายและขวาคล้ายกับกุนไบของตาแก่มาดานะมาให้เขา คาซึยะมองมันอย่างสนใจเพราะกลิ่นอายของเจ้ากุนไบไซด์เยาว์นี่มีกลิ่นอายเดียวกันกับกุนไบที่แท้จริงของมาดาระ

 

 

 

"ท่านพ่อ นี่คือ ?"

 

 

 

"นี่คือกุนไบขนาดย่อส่วน ข้ากับแม่ของเจ้าสั่งช่างที่ดีที่สุดของหมู่บ้านโคโนฮะสร้างเลียนแบบกุนไบที่แท้จริงที่ใช้สืบทอดผู้นำตระกูลอุจิวะ แม้มันจะขึ้นชื่อว่าของเลียนแบบแต่มันก็ถูกสร้างมาจากกิ่งไม้ใหญ่ของต้นไม้วิญญาณ ในตำนานของเซียนหกวิถี(Rikudou sennin)แบบเดียวกับกุนไบแห่งอุจิวะ"

 

 

 

"แบบนี้นี่เอง"

 

 

 

คาซึยะพยักหน้าอย่างเข้าใจ แต่เขาไม่คิดว่าเจ้านั่นจะถูกเรียกว่าต้นไม้วิญญาณ เพราะมันควรเป็นต้นไม้เทพเจ้าร่างที่แท้จริงของสิบหางเสียมากกว่า พูดง่ายๆเจ้ากุนไบแห่งอุจิวะเป็นอาวุธที่สร้างขึ้นมาจากร่างกายของสิบหางดีๆนี่เอง

 

 

 

'แต่กุนไบมันไม่มีการไหลเวียนของพลังธรรมชาติ เจ้ากุนไบทั้งสองชิ้นควรจะเป็นสิ้นส่วนที่สูญเสียพลังไปแล้ว แต่พลังป้องกันมันก็ยังแข็งแกร่งเช่นเดิม'

 

 

 

พลังป้องกันของสิบหางนั้นน่ากลัวเพราะขนาดโดนบอลสัตว์หาง(Bijūdama)ยักษ์ที่มีพลังทำลายล้างเทียบเท่าการกวาดล้างแคว้นใหญ่ได้อย่างง่ายดายในการโจมตีเพียงครั้งเดียว 

 

 

 

แต่ถึงอย่างนั้นมันกับโดนการโจมตีของตัวเองเข้าไปแบบเต็มเหนี่ยว แต่ก็ยังไม่เกิดแผล ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เจ้ากุนไบจะมีพลังป้องกันที่น่ากลัวอย่างในต้นฉบับ

 

 

 

"อันนี้สำหรับเจ้า มันเป็นของขวัญวันเกิดย้อนหลังของเจ้า"คาซุกิโยนกุนไบไปให้ลูกชาย ซึ่งเจ้าตัวก็รับมันมาด้วยรอยยิ้มก่อนจะเงยหน้ากล่าวด้วยท่าทางตื่นเต้น

 

 

 

"ขอบคุณท่านพ่อ ข้าจะรักษามันอย่างดี"

 

 

 

"ถูกใจเจ้าก็ดีเอาละมาเริ่มฝึกกันเลย"

 

 

 

เห็นท่าทีดีอกดีใจของลูกชายเจ้าตัวก็ช่วยไม่ได้ที่จะยกยิ้มอย่างพึงพอใจ เพราะวันเกิดของคาซึยะเมื่อปีที่แล้วเขาและฮิเมะโกะยังไม่ได้มอบของขวัญ ดังนั้นเขาจึงนำเงินที่เก็บไว้ในอดีตไปขอซื้อไม้วิญญาณจากตระกูลเซ็นจูและจ้างให้ช่างสร้างอาวุธที่ดีที่สุดของหมู่บ้านสร้างมันขึ้นมาเพื่อลูกชายของเขาโดยเฉพาะ

 

 

 

"เดี๋ยวก่อนท่านพ่อ ข้าอยากรู้ว่าท่านมีเทคนิคดูดซับจักระหรือไม่ ?"ยังไม่ทันได้เริ่มฝึกเจ้านัวก็ถูกลูกชายตัวน้อยขัดเสียก่อน

 

 

 

"ดูดซับจักระ ?เทคนิคพรรค์นั้นข้าไม่มีหรอก แต่อืมถ้าจำไม่ผิดวิชาไม้ของตาทวดของเจ้าก็ดูดซับจักระได้ไม่ใช่หรอ ? ทำไมเจ้าไม่ลองใช้หลักการนั้นดูอาจจะพบวิธี"

 

 

 

จริงๆแล้วคาซุกินั้นมีเทคนิคดูดซับจักระเพราะวิชานี้ปู่หรือมาดาระนั้นเชี่ยวชาญมันเป็นพิเศษจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะมีเทคนิคนี้ แต่ที่เขาไม่บอกแก่ลูกชายนั่นก็เพราะเขาอยากให้ลูกชายพึ่งตัวเองให้มากที่สุด การเติบโตด้วยตัวเองนั้นเป็นคำสอนของตระกูลอุจิวะเสมอดังนั้นเขาจึงไม่ได้บอกลูกชาย

 

 

 

"เข้าใจแล้วข้าจะลองดู Mokuton : Moku no jutsu(คาถาไม้ : วิชาไม้)"

 

 

 

กึกๆ

 

 

 

รากไม้สีเขียวเข้มเส้นหนึ่งขนาดเท่าแขนของชายวัยรุ่นพุ่งเข้าหาบิดาและพันรอบแขนของบิดาไว้พลังจากนั้นคาซึยะก็ลองควบคุมจักระเพื่อใช้ความสามารถซูมเข้าออกของดวงตา สิ่งที่เขาเห็นคือเส้นจักระสีฟ้าที่กำลังวิ่งผ่านเข้ามาสู่ร่างกายของเขา ซึ่งจักระเหล่านี้ล้วนมาจากการดูดซับจักระของบิดาของเขาทั้งสิ้น

 

 

 

"แบบนี้นี่เอง คลาย"

 

 

 

เด็กชายพยักหน้าอย่างพึงพอใจเพราะตอนนี้เขาเข้าใจหลักการในการดูดซับจักระแล้ว เจ้าสิ่งนี้ค่อนข้างน่ากลัวถ้าใช้มันกับนินจาธรรมดา เพราะมันสามารถดึงจักระของผู้อื่นมาปรับปรุงและเพิ่มจักระให้กับร่างกายของผู้ใช้เทคนิคได้

 

 

 

แต่ข้อเสียมันไม่สามารถดูดซับพลังเซียนหรือพลังธรรมชาติได้ถ้าผู้ที่ใช้เทคนิคไม่เคยเรียนรู้ศิลปะเซียนผู้ใช้เทคนิคอาจกลายเป็นหินได้ถ้าเขาเผลอไปดูดซับพลังธรรมชาติแบบสุ่มสี่สุ่มห้ามีหวังอายเด็กตายแน่

 

 

 

"เจ้าอยากได้เทคนิคการดูดซับจักระไปเพื่ออะไร ?"

 

 

 

"ข้าอยากเรียน อุจิวะกาเอชิ"

 

 

 

บิดาของเขาทำหน้าสับสนเล็กน้อย ดูท่าเขาจะไม่เคยได้ยินท่าไม้ตายป้องกันสุดยอดของตาแก่มาดาระ ก็ไม่แปลกเพราะข้อมูลส่วนใหญ่นั้นหายไปเสียหมดแถมผู้ที่มีคุณสมบัติจักระธาตุลมก็มีน้อยมากจึงไม่รูัจักมันคงไม่แปลก

 

 

 

อย่างที่บอกไปมันหายากมากในหมู่สายเลือดอุจิวะที่จะมีคุณสมบัติธาตุลมและไฟ ร้อยปีสักครั้งจะมีคนที่มีคุณสมบัติธาตุที่ส่งเสริมกันและกันโดยไม่นับคาซึยะที่เป็นสัตว์ประหลาดก็มีโอบิโตะที่มีคุณสมบัติธาตุส่งเสริมกันและกัน

 

 

 

"อุจิวะกาเอชิคือสิ่งใด ?"

 

 

 

"ข้าก็ไม่รู้จะบอกท่านเช่นไรดี เอาเป็นว่าเดี๋ยวให้ข้าแสดงให้ท่านเห็นเองน่าจะดีกว่า ที่แห่งนี้ไม่ค่อยเหมาะ ท่านพ่อรู้สถานที่ที่เงียบๆบ้างไหม"

 

 

 

"ไม่มีปัญหาเอาละไปกันเถอะ คามุย"

 

 

 

ไม่รอให้คาซึยะพูดอะไร นัยตาสีดำของคาซุกิผู้เป็นบิดาก็กลายเป็นสีแดงฉานดุจโลหิต โทโมเอะสามดวงทั้งตาซ้ายและขวาเริ่มหมุนวนไปมาก่อนจะกลายเป็นรูปลักษณ์คล้ายดอกซากุระ ก่อนที่ร่างของเขาและบิดาก็ถูกดูดเข้าไปในมิติผิดแปลกที่เต็มไปด้วยทะเลทรายอันร้อนระอุ

 

 

 

"นะ นี่คือเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผา ?"

 

 

 

"ถูกต้องข้าเบิกมันได้ตอนสงครามโลกนินจาครั้งที่สอง ส่วนเทพของพ่อคือคามุยและเซ็นเง็น คามุยคือพลังบิดเบือนมิติเฉพาะที่ผิดแปลกส่วนเซ็นเง็นนั้นคือภาพมายาจริง ที่สามารถควบคุมประสาทสัมผัสทั้งห้าของศัตรูได้อย่างสมบูรณ์"

 

 

 

คาซึยะได้แต่สายหัวไปมานี่บิดาเขาถึงกับเสี่ยงใช้พลังของเนตรโดยไม่กลัวผลข้างเคียงเลย ช่างเป็นบิดาที่ยอดเยี่ยมเสียจริงๆ เพราะเขารู้ถ้าเขาใช้อุจิวะกาเอชิแถวหมู่บ้านมีหวังกลายเป็นผู้ต้องสงสัยและถูกตัดสินว่าเป็นตัวตนที่อันตรายของหมู่บ้าน

 

 

 

อีกอย่างอุจิวะกาเอชินั้นสมควรเป็นเทคนิคลับที่ต้องใช้ให้น้อยที่สุดเพราะใช้ครั้งหนึ่งแล้วศัตรูจะจับทางได้ทันทีดังนั้นการเก็บเจ้านี้ไว้ใช้ยามศัตรูเผลอคงเป็นผลลัพท์ที่ดีที่สุด

 

 

 

"ให้เวลาข้าสักครู่ท่านพ่อ ข้าขอผสานจักระเข้ากับกุนไบเพื่อเชื่อมต่อกับมันเสียก่อน"

 

 

 

คาซึยะหลับตาทำสามาธิและเริ่มปล่อยจักระสู่กุนไบในมือ แม้เจ้ากุนใบในมือของเขาจะมีขนาดเล็กกว่าของแท้ แต่มันก็ยังมีขนาดใหญ่กว่าตัวเขาอยู่ดีดังนั้นเพื่อให้คุ้นชินเขาจึงส่งจักระเข้าสู่กุนไบพร้อมโบกมันไปมาเพื่อทดสอบน้ำหนัก สมดุลของมัน

 

 

 

"โอเคโจมตีเข้ามาได้เลยท่านพ่อ"

 

 

 

คาซึยะเริ่มอัดจักระและแปลงใส่คุณสมบัติธาตุลมที่มีฐานในการหมุนวนและคมขึ้นพร้อมกับเทคนิคการดูดซับที่เขาพึ่งได้มาลงสู่กุนไบเพื่อให้เทคนิคการดูดซับเชื่อมต่อกับร่างกายของเขาได้อย่างสมบูรณ์

 

 

 

"โจมตี ?เข้าใจแล้วระวังตัวให้ดี Katon : Karyū Endan(คาถาเพลิง : ระเบิดมังกรเพลิง)"

 

 

 

ฟูมมมมม!

 

 

 

เพลิงขนาดใหญ่รูปร่างคล้ายมังกรพ่นออกมาจากปากของคาซุกิ ลำแสงเปลงเพลิงพุ่งเข้าหาคาซุยะแบบไม่เกรงใจซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ได้ร้อนรนเขารู้ดีว่าบิดาของเขาใช้พลังออกมาแค่เพียงน้อยนิดเท่านั้น ทำให้เขาในปัจจุบันยังคงต้านทานมันได้

 

 

 

ปั้งงงง!! วิ้งงงงงง

 

 

 

กุนไบขนาดเยาว์ในมือของคาซึยะถูกเหวี่ยงออกมาในรูปแบบแนวนอน ใบพัดสีขาวเข้าปะทะลำแสงเปลวเพลิงสีส้มที่รุนแรง แต่แทนที่มันจะเกิดการระเบิดเพลิงและแผดเผาบริเวณโดยรอบ

 

 

 

สิ่งที่คาซุกิผู้เป็นบิดาเห็นนั่นก็คือเปลวเพลิงเขาปล่อยออกไปนั้นถูกดูดซับเข้าไปในกุนไบใบพัดกุนไบสีขาวเริ่มเรืองแสงสีขาวออกมาก่อนจะเกิดคลื่นลมขนาดใหญ่พัดเป่าทรายในบริเวณโดยรอบขึ้นสู่ท้องฟ้าท้าทายแรงโน้มถ่วง

 

 

 

ผลสุดท้ายเพลิงทั้งหมดก็ถูกดูดซับเข้าไปใบกุนไบ และกุนไบที่เคยเรืองแสงสีขาวก็ค่อยกลับมาสู่สภาพเดิม แต่แทนที่คาซุกิผู้เป็นบิดาจะผ่อนคลาย แต่ตอนนี้เจ้าตัวกลับรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี เขารู้สึกว่ามันผิดแปลกจนกระทั่งเสียงลูกชายตัวแสบที่เงียบไปนานดังขึ้นมา

 

 

 

วิช วิ้งงงงง!!

 

 

 

"Uchihagaeshi(การสะท้อนของอุจิวะ)"

 

 

 

พลังเพลิงที่ถูกเก็บไว้ในกุนไบแผ่พุ่งออกมาจากไปพัดกุนไบ แรงระเบิดที่แสนรุนแรงนั้นมีพลังไม่ต่างจากคาถาเพลิง ระเบิดมังกรเพลิงที่บิดาของเขาปล่อยออกมาแผ่พุ่งและแผดเผาทะเลทรายอย่างน่ากลัว

 

 

 

ฟูมมมมมมมม!!!

 

 

 

"นี่คือวิธีใช้กุนไบและการสะท้อนของอุจิวะ ?บัดซบเจ้าปีศาจน้อยตัวแสบนี่รู้หลักการใช้มันได้อย่างไร"

 

 

 

คาซุกิมองไปที่ลูกชายอย่างไม่อยากเชื่อสายตา แต่ก็แปลกใจเมื่อพบว่าลูกชายของเขากำลังล้มลงหมดสติ เขารีบวิ่งไปตรวจสอบและก็พบว่าเจ้าตัวแสบแค่เผลอใช้พลังจักระออกไปแทบหมดจึงไม่แปลกที่จะหมดสติ

 

 

 

"มันเป็นวิชาที่ซับซ้อนและก็ต้องใช้พลังมาก คงต้องรอให้เจ้าปีศาจน้อยสะสมจักระในร่างกายให้มากกว่านี้"

 

 

 

หลังจากทดสอบการสะท้อนแห่งอุจิวะเสร็จคาซุกิก็พาลูกชายตัวน้อยกลับไปยังบ้านด้วยคามุย แต่ทันทีที่กลับมาเขาก็ต้องแปลกใจเล็กน้อยเมื่อพบว่าภรรยาของเขาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับผูัหญิงอีกคนซึ่งกำลังจ้องมองเขาอย่างจึกกัดดูไม่พอใจ

 

 

 

 

"คาซุกิเจ้าคนโสมมเจ้าไปไหนมา!!"หญิงสาวผมบรอนทองหน้าอกทรงโตที่เดินมาพร้อมภรรยากรีดร้องพร้อมชี้นิ้วข่มชายหนุ่มด้วยสีหน้าไม่พอใจ แต่คาซุกิกลับไม่สนและยกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะกล่าวทักทายด้วยท่าทีเป็นกันเอง

 

 

 

"โอ้ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะซึนาเดะจัง"

 

ขอคอมเม้นต์หน่อยเร็ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น