Khemmakan

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 ผมเข้าใจแล้ว

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 ผมเข้าใจแล้ว

คำค้น : พนักงานดูแลเตียง

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.5k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ก.ค. 2562 12:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 ผมเข้าใจแล้ว
แบบอักษร

 

BED CARE JOB 

ตอนที่ 4 ผมเข้าใจแล้ว 

 

 

“เข้าใจหรือเปล่า” 

 

สมองผมยังปรับจูนไม่ได้ มิสเตอร์กำลังถามผมด้วยเรื่องอะไร

 

“คะ..ครับ?” 

 

ผมได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาจะขำผมทำไมหนักหนา ตรงไหนน่าหัวเราะกัน

 

“งั้นจะทำให้ดูอีกรอบ” 

 

มิสเตอร์เคจับคางผม หน้าของผมเชิดขึ้นตามจากการชักนำของเขา ผมกะพริบตาถี่ด้วยความไม่เข้าใจ แต่พอเห็นใบหน้าเขาเข้ามาใกล้หน้าผมอีกครั้ง ถึงรู้ตัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้

 

ผมรีบหลับตาปี๋พร้อมกับละล่ำละลักรีบพูดโดยเร็ว

 

“ผมขะ..เข้าใจแล้ว” 

 

เขาหัวเราะอีกครั้งก่อนจะบอกผมที่ข้างหูว่า “ไม่ทันแล้วเด็กน้อย” 

 

ผมไม่ทันได้ตั้งตัวเมื่อเขาจูบผมอีกครั้ง คราวนี้ไม่เหมือนเดิม มันรุนแรงขึ้น หัวใจผมเต้นรัวเร็วและแรงจนน่ากลัวว่ามันจะหลุดออกมาจากอก

 

ในความตกใจมันมีความอยากรู้อยากลองพ่วงเข้าไปด้วย เกือบจะผลักเขาไปแล้วแต่สุดท้ายผมกลับยึดแขนมิสเตอร์เคไว้แน่นทั้งสองข้าง

 

สุดท้ายกว่าจะรู้ตัวแผ่นหลังก็สัมผัสที่นอนหลังใหญ่

 

ร่างมิสเตอร์เคทาบทับลงมา อย่างที่ผมคิดเอาไว้ เขาตัวใหญ่และหนากว่าผมมากทีเดียว ผมได้แต่นอนแน่นิ่ง มือก็ยังยึดแขนเขาไว้อยู่อย่างนั้น จะหลบเลี่ยงหนีไปทางไหนก็ไม่ได้ แค่ตัวเขาก็ล็อกผมไว้ทุกทางแล้ว

 

เขายังจูบผมต่อไปเรื่อยๆ ความรู้สึกมันแปลกๆ ที่ผมบอกไม่ได้ว่ามันคือความรู้สึกแบบไหน แต่ผมชอบนะ ผมชอบความรู้สึกดี ผมขยับขาด้วยความอึดอัดกับช่วงล่าง ถึงแม้จะไม่ค่อยได้สัมผัสความรู้สึกนี้บ่อยๆ แต่ผมก็รู้ดีว่าผมเป็นอะไร

 

เมื่อร่างกายเริ่มแปรสภาพ จิตใจเริ่มอ่อนไหว ผมพอจะกล้าที่จูบเขากลับไปบ้าง ถึงแม้จะงกๆ เงิ่นๆ ไม่ค่อยได้เรื่องก็ตาม หากความพยายามของผมที่ตั้งใจไว้คงมากเกินไป ผมเพิ่งเคยจูบจริงจังแบบนี้เป็นครั้งแรก มันกำลังทำให้ผมหายใจไม่ทัน

 

มิสเตอร์เคคงสัมผัสได้อาการของผม เขาถอนใบหน้าออกมาแต่ไม่ลืมย้ำจูบผมหนักๆ อีกสองสามทีก่อนที่เขาจะปิดท้ายด้วยการเม้มปากผมแรงๆ 

 

“เจ็บครับ” 

 

“ขอโทษที เห็นแล้วมันเขี้ยว” 

 

“ผมนึกได้แล้ว คราวก่อนคุณก็กัดปากผมจนเป็นแผล” 

 

“งั้นหรือ” เขาพูดเหมือนไม่ทุกข์ร้อน

 

“ครับ” 

 

“ไม่ชอบ?” 

 

“ครับ ไม่ชอบ” 

 

“ไม่ชอบเจ็บหรือไม่ชอบเป็นแผล” มิสเตอร์เคยังยียวนถามต่อจนผมนึกฉุนแต่ก็ต้องเก็บอารมณ์ไว้ เขาคือผู้ว่าจ้างที่จ่ายเงินให้

 

“ทั้งสองอย่าง คุณมีรสนิยมชอบทำร้ายร่างกายคู่นอนหรือครับ” 

 

“ผม?” เขาทำเสียงแปลกใจ

 

“ใช่ครับ คุณนั่นแหละมิสเตอร์เค” 

 

“ทำไมคุณถึงคิดแบบนั้น ผมไม่ได้มีรสนิยมอย่างที่คุณพูด” 

 

“ก็คุณกัดปากผม” 

 

“ผมไม่ได้ตั้งใจ แต่ผมอดไม่ได้ที่คุณนอนหลับแล้วกรนเบาๆ นั่น” 

 

“ไม่เห็นเกี่ยวกันเลย” ผมมั่นใจว่าไม่ใช่คนนอนกรนนะ แต่การที่มิสเตอร์เคบอกผมว่านอนกรนถึงสองครั้งทำให้ผมเริ่มไม่แน่ใจเสียแล้ว

 

“ผมจะไม่พยายามไม่ทำให้คุณเป็นแผลอีกแล้วกัน” 

 

“ครับ” 

 

“แต่ไม่รับปากนะ ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับคุณ” 

 

“ขึ้นอยู่กับผม? ได้ยังไงละครับ” ผมรีบถามกลับไป เขาเป็นคนกัดผม แล้วมาลงที่ผมได้ยังไง

 

“อีกหน่อยก็รู้เอง” 

 

“ทำไมต้องพูดจากำกวมด้วย ผมงงไปหมดแล้วครับ” ผมบอกเขา ในใจไม่ค่อยพอใจอยู่ลึกๆ แต่ทำอะไรไม่ได้

 

“เงยคอขึ้นหน่อยครับ” เขาไม่สนใจคำพูดผม แต่บอกให้ผมทำตามที่เขาสั่งหรือว่าขอร้องกันแน่นะ

 

“ครับ” ผมทำตามคำพูดมิสเตอร์เค ลืมนึกไปเสียสนิทว่าตอนนี้เราสองคนอยู่ในสถานการณ์แบบไหน

 

ความเปียกชื้นสัมผัสเข้าที่ซอกคอผม มันจักจี้แต่ก็วูบวาบอยู่ครามครัน ความร้อนภายในกายสูงขึ้น หากอากาศในห้องเย็นกลับกว่าเดิม ผมหายสงสัยก็ต่อเมื่อฝ่ามือร้อนของมิสเตอร์กำลังลูบตัวผมอยู่ เสื้อคลุมถูกถอดไปแล้ว ผมหลับตาแน่น เม้มปากสนิท ตัวเริ่มสั่นเป็นเจ้าเข้าหรือลูกนกแล้วแต่จะเรียก 

 

ผมทำตัวไม่ถูกเลยจริงๆ ให้ตายเถอะ

 

“ไม่ต้องกลัว” 

 

“คือ..ผมกลัว” ผมนึกเสียใจ ไม่ควรเห็นแก่ความโลภของเงินแล้วเลือก “ตื่น” เลย 

 

มิสเตอร์เคหยุดมือที่ลูบตัวผม เขายันมือสองข้างไว้กับเตียง ดวงตาของเรามองประสานกันในความมืด ผมไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ หรือทำสีหน้าแบบไหนตอนนี้กันแน่ ผมคงทำให้เขาผิดหวัง

 

“อยากหยุดไหม ผมจะไม่บังคับคุณ ไม่เป็นไรนะครับ” เสียงทุ้มของเขาเหมือนชโลมจิตใจผมให้สงบ

 

นอกเหนือจากที่มิสเตอร์เคจะได้ความสุขจากตัวผม ที่เหลือเขามีแต่ต้องเสียกับเสียเท่านั้น เขาต้องเสียเงิน เสียเวลา คอยใจเย็นกับคนขี้กลัว สุดท้ายยังต้องมาปลอบใจผมอีก

เขาเป็นนายจ้างที่ดีเกินไปสำหรับการเลือกซื้อใครสักคนมานอนด้วยจริงๆ 

 

“ผมขอโทษ..” 

 

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัวนะ ผมไม่ได้ว่าอะไรคุณเสียหน่อย” เขายังปลอบใจผมต่อ มือข้างหนึ่งปัดปอยผมบนใบหน้าของผมออกให้ ก่อนที่เขาจะผละออกจากตัวผมไป ผมรีบคว้าแขนเขาไว้แล้วรีบพูดอย่างรวดเร็ว

 

“คุณรีบทำขั้นตอนสุดท้ายเลยได้ไหมครับ” 

 

 

 

 

ผมตื่นขึ้นมาในเช้าอีกวัน ผมกวาดสายตาไปรอบๆ ไม่มีมิสเตอร์เคในห้อง หากไม่น่าแปลกใจ ถ้าเห็นเขายังนอนอยู่ในห้องสิ ผมว่าต้องเกิดอาเพศใหญ่แน่

 

ผมลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำเหมือนทุกที ใบหน้าผมที่กำลังจ้องมองกระจก คนในกระจกมองผมกลับมาเหมือนทุกครั้งที่ผมตื่นขึ้นมาหลังจากทำงานเป็นพนักงานดูแลเตียงให้มิสเตอร์เค ผมเม้มปาก มันเจ่ออีกแล้ว แต่คราวนี้ผมไม่ถูกกัดปากและมิสเตอร์เคยังคงรักษามาตรฐานได้ดีไม่ทิ้งรอยบนตัวผมเช่นเคย

 

หลังจากที่ผมบอกมิสเตอร์เคไปเมื่อคืนนี้ เขากลับหัวเราะ ทีแรกผมเกือบจะถามเขากลับไปแล้วว่ามีอะไรให้หัวเราะนักหนา แต่เขากลับพูดด้วยคำพูดที่ทำให้ผมต้องสงบปากไว้

 

“ขอบคุณครับ” 

 

ถ้าผมปฏิเสธเขา มันคงเป็นตราบาปในจิตใจผมไปตลอดกาลแน่นอน คนอะไรพูดเป็น เขาร้ายกาจกว่าที่ผมคิดไว้มากนัก 

 

ผมไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ที่ผมเลือก“หลับ” แล้วมิสเตอร์มาทำอะไรกับตัวผมนั้น เขาเริ่มต้นแบบไหนยังไง เพราะผมไม่เจ็บเลยตอนที่ผมตื่นขึ้นมาในเช้าของอีกวัน และในเช้านี้หลังจากที่ผมมีสติอยู่กับเขาครึ่งค่อนคืนผมก็ไม่เจ็บอยู่ดี นอกจากการเดินที่แตกต่างออกไป

 

มิสเตอร์เคทำตามอย่างที่ผมโดยไม่อิดออด เขาบอกว่าอันที่จริงมันไม่ใช่วิธีในแบบของเขา แต่ไม่เป็นไร ครั้งนี้จะลัดขั้นตอนเพื่อให้ผมลดความกลัวเหล่านี้ออกไป ถึงจะเรียกว่าลัดขั้นตอน แต่มันก็ยาวนานในความรู้สึกผมอยู่ดีกว่าเขาจะเข้ามาในตัวผม

 

ผมหายใจเข้าปอดระหว่างที่คิดถึงเหตุการณ์ดังกล่าว มิสเตอร์เคใช้เวลาเตรียมตัวให้ผมค่อนข้างนาน เขาบอกว่าขั้นตอนนี้มันลัดไม่ได้ ไม่งั้นผมจะเจ็บและแย่ที่สุดอาจจะถึงกับเลือดตกยางออก ซึ่งมิสเตอร์เคไม่ประสงค์จะให้มันเกิดขึ้นกับตัวผม

 

ถึงอย่างนั้นผมก็รู้สึกเจ็บ แม้ว่ามันจะน้อยกว่าที่ผมคาดคิดเอาไว้ก็ บอกไว้ก่อนเลย ถึงผมจะไม่เคย (ไม่นับตอนหลับนะ) แต่ใช่ว่าผมจะไม่รู้เรื่องอะไรเลย ผมเลือกที่จะตื่นเมื่ออยู่กับเขา แปลว่าผมแอบไปศึกษาเรื่องราวพวกนี้มาไว้บ้างแล้ว แค่ไม่ได้บอกให้ใครรู้เท่านั้นเอง

 

มิสเตอร์เคให้ผมนอนคว่ำ ผมอยากขอบคุณเขาที่เรายังไม่ต้องเผชิญหน้ากันถึงแม้จะมองกันไม่เห็นก็ตาม ผมแสดงสีหน้าแบบไหน หรือเขามีสีหน้ายังไง ผมไม่อยากรับรู้และไม่อยากเห็นสายตาคู่นั้นมองมาที่ผมไม่ว่าจะด้วยความรู้สึกใดทั้งนั้น

 

ผมไม่คิดว่าเมื่อมีครั้งที่หนึ่งแล้วจะไม่มีครั้งที่สอง หากมิสเตอร์เคปล่อยผมให้นอนหลับแต่โดยดี เขาคงจะขาดทุนพอสมควร หากเขาจะทำแค่ครั้งเดียวคงไม่ระบุในการว่าจ้างเป็นรายคืนหรอก และครั้งที่สองก็ตามมาในคืนเดียวกัน ผมแทบหมดแรง ดังนั้นในตอนท้ายของครั้งที่สอง ผมจึงเลือกนอนนิ่งเหมือนปลาใกล้ตาย ถนอมแรงไว้ให้มากที่สุด ถ้าหลับไประหว่างที่เขายังไม่เสร็จ ผมอาจจะถูกลดเงินเดือน และไม่ผ่านการทดลองงานก็เป็นได้

 

เหตุการณ์เมื่อคืนทำให้ผมรู้นิสัยมิสเตอร์เคเพิ่มอีกอย่าง เขาไม่ใช่คนไม่ใส่ใจคู่นอน ถึงผมจะเป็นคนที่ถูกจ้างมาแต่เขาก็นึกถึง หลังจากที่เขาผ่านพ้นช่วงเวลาหฤหรรษ์ร่วมกันแล้ว เขากอดผมไว้นิ่งๆ ลูบแขนผมเบาๆ 

 

ผมไม่เคยรู้เลยว่าการถูกกอดมันทำให้เราสบายใจขึ้น

 

“เจ็บหรือเปล่า” เขาถามผมขึ้นท่ามกลางความเงียบ

 

“ไม่รู้ครับ แต่คิดว่าไม่นะครับ” 

 

“ไม่รู้?” 

 

“ครับ ต้องลองเดินดู แต่ถ้าคุณทำกับผมเหมือนตอนที่ผมหลับ ก็ไม่เจ็บหรอกครับ” ตอนนี้ผมนอนเฉยๆ จึงไม่รู้สึกอะไร จนกว่าจะต้องลุกขึ้นนั่นแหละคงจะให้คำตอบเขาได้ชัดเจน

 

“อืม ถ้างั้นคงไม่เจ็บ อยากอาบน้ำไหม” 

 

“คราวก่อนคุณทำยังไงครับ” 

 

“ผมเช็ดตัวให้คุณ” 

 

“ขอบคุณนะครับแล้วขอโทษด้วยที่ทำให้คุณต้องลำบาก” เสียเงินจ้างผมมาแล้วยังต้องมาทำความสะอาดให้อีก 

 

“ไม่เป็นไร มันไม่ได้ลำบากขนาดนั้น เพราะใส่ถุงยางเลยไม่ได้มีคราบเลอะเทอะมากมาย อีกอย่างคุณหลับอยู่ ถ้าปล่อยทิ้งไว้ถึงเช้า คราบที่เหลือมันคงแห้งสนิทแล้วจะทำความสะอาดยาก คงไม่ค่อยดีนัก” เขาตอบสบายๆ บอกตามตรงถ้าเป็นผมเอง ผมคงไม่คิดถึงผลล่วงหน้าตามที่มิสเตอร์เคพูด และถ้าผมจะทำความสะอาดให้อีกฝ่ายก็เพราะมันเลอะเท่านั้น

 

“หลังจากนั้นคุณทำอะไรครับ” 

 

“ผมจะไปอาบน้ำอีกห้องแล้วกลับ” 

 

“เหรอครับ แล้วคุณจะไปอาบน้ำเลยไหม” 

 

“ไล่ผมเหรอ” เขาถามกลับแต่ไม่ได้เป็นน้ำเสียงที่แสดงถึงความไม่พอใจ เหมือนแซวเล่น

 

“เปล่าครับ ผมแค่ถามดูเฉยๆ” 

 

“แต่เดี๋ยวผมต้องออกไปแล้วล่ะ พรุ่งนี้ผมมีงานตอนสายๆ ” 

 

“พรุ่งนี้วันเสาร์ วันหยุดไม่ใช่เหรอครับ” 

 

“ใช่ วันเสาร์ แต่โชคร้ายที่ผมต้องทำงานทุกวัน” 

 

“เอางี้ไหมครับ ให้ผมกลับออกไปดีกว่า คุณจะได้นอนพักที่นี่” 

 

มิสเตอร์เคไม่ได้ตอบทันที ตอนแรกผมคิดว่าเขาหลับไปแล้ว แต่แรงกระชับจากแขนของเขาที่แน่นขึ้นทำให้ผมรู้ว่าเขาน่าจะใช้ความคิด

 

“ขอบคุณครับ แต่ไม่เป็นไร ยังไงผมต้องกลับไปอยู่ดี ที่นี่ไม่มีเสื้อผ้าสำหรับงานวันพรุ่งนี้” ในที่สุดเขาก็ตอบผมกลับมาแบบนั้น แปลสั้นๆ ว่า ปฏิเสธ

 

“คุณคงจะเหนื่อยน่าดู ถ้าผมเรียนจบแล้วมีงานทำดีๆ เมื่อไหร่ ผมจะไม่ยอมหางานทำที่ไม่มีวันหยุดแน่นอน” ผมประกาศออกไป ขนาดในตอนนี้ผมเรียนอยู่ยังต้องไปทำงานทุกวัน ไม่มีวันหยุดเช่นกัน ผมยังเหนื่อยเลย แล้วเขาล่ะ ทำมานานเท่าไหร่แล้ว

 

“ยังไม่ได้ทำงานก็เลือกงานแล้วเหรอ” หลังจากที่เขาพูดจบผมรู้สึกเจ็บที่หน้าผากทันที 

 

เขาดีดหน้าผากผม! 

 

“เจ็บนะครับ” ผมลูบหน้าผากป้อยๆ ไม่เบามือเลย “ผมเรียนและทำงานทุกวัน ถ้าไม่ได้มาทำงานกับคุณ พรุ่งนี้ผมก็ต้องไปทำงานเหมือนกัน ถ้าเลือกได้ผมก็ไม่อยากทำงานหนักๆ อีกแล้วครับ” 

 

“เหรอ” คำตอบรับสั้นๆ ทำให้ผมนึกกลัวว่าเขาจะเข้าใจผิดจึงรีบพูดต่อ

 

“ผมหมายความว่าจะทำงานที่เหมือนกับที่ทำกับคุณนะครับ ไม่ใช่งานสบายๆ นอนบนเตียงแล้วได้เงิน ผมหมายถึงงานบริษัททั่วไป ที่เขามีเงินเดือนให้ มีสวัสดิการ มีโอทีบ้างและมีวันหยุดตามราชการน่ะครับ” 

 

“ผมเข้าใจ ผมไม่คิดว่าเปลจะชอบอาชีพที่ทำอยู่ตอนนี้หรอก” 

 

“ครับ ถ้าผมใช้หนี้ให้ที่บ้านหมดเมื่อไหร่ ผมก็จะเลิกทำ” 

 

“หนี้? ที่เคยบอกว่าจำเป็นต้องใช้เงินใช่ไหม” 

 

“ใช่ครับ” 

 

“เยอะไหม” 

 

“อาจจะไม่เยอะสำหรับคนอื่น แต่ก็เยอะสำหรับผมครับ ผมหวังว่าคุณจะไม่ยกเลิกสัญญากับผมก่อนที่ผมจะจ่ายหนี้หมด ซึ่งอีกแค่สามถึงสี่ครั้งก็จะหมด” 

 

“ตรงประเด็น ไม่อ้อมค้อมเลย” 

 

“ผมไม่อยากโกหกคุณครับ ผมต้องยอมรับความเป็นจริง” ผมหาวหวอดก่อนจะบอกเขา

 

“เป็นผู้ใหญ่เกินตัวไปแล้วนะเรา” 

 

“ผมอายุยี่สิบเอ็ดแล้วครับ” ผมคิดว่าผมโตพอในระดับหนึ่ง ผมกำลังจะเรียนจบและเข้าสู่การทำงาน

 

“ถ้าเทียบกับผม คุณยังเด็กมาก” 

 

“คงไม่กี่ปีหรอกมั้งครับ” ผมเดาสุ่ม

 

“มีคุณสองคนรวมกันอายุยังไม่เท่าผมคนเดียวเลย” 

 

ผมไม่ได้คุยกับเขาเพราะง่วงนอนเต็มที ได้ยินเสียงมิสเตอร์เคหัวเราะเบาๆ พร้อมกับความอบอุ่นที่หายไป

 

 

 

 

นึกถึงประโยคสุดท้ายของมิสเตอร์เคเมื่อคืน มีผมสองคนยังอายุไม่เท่าเขา ผมตาแทบทะลักออกมาจากเบ้า เขาอายุไม่น้อยจริงๆ ด้วย 

 

ผมอาบน้ำและล้างหน้าแปรงฟัน แต่งตัวเสร็จเรียบร้อย แต่ยังไม่หายจากอาการตกใจในอายุอีกฝ่ายอยู่ดี มันเหลือเชื่อมากๆ เงามิสเตอร์เคในความมืดดูไม่เหมือนคนอายุมากเลย 

 

 

อ้อ... ผมพอจะเข้าใจแล้วที่เขาต้องปิดไฟ ประกาศหาคนมานอนด้วยแบบแปลกๆ ที่แท้เพราะเขาแก่นี่เอง เลยไม่อยากให้เด็กๆ ที่อายุน้อยกว่าดูถูกเขา ที่ต้องมารู้ว่าผู้ว่าจ้างคือคนแก่คนหนึ่ง

 

 

 

ไม่เป็นไรนะมิสเตอร์เค คุณไม่ต้องอายผมหรอก เรื่องอายุเราหลีกเลี่ยงกันได้ซะที่ไหน

 

 

===================== 

ใครเล่นทวิตไปทวง บ่น หรือชมก็ได้น้า ที่แทกนี้เลย #พนักงานดูแลเตียง

ติดตามพูดคุยกันได้ที่นี่ค่ะ

 

Facebook และ Twitter 

ความคิดเห็น