Khemmakan

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 ไม่เลือกงานไม่ยากจน

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 ไม่เลือกงานไม่ยากจน

คำค้น : พนักงานดูแลเตียง

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 20k

ความคิดเห็น : 43

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ก.ค. 2562 12:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 ไม่เลือกงานไม่ยากจน
แบบอักษร

 

BED CARE JOB #พนักงานดูแลเตียง 

ตอนที่ 1 ไม่เลือกงานไม่ยากจน 

 

 

คุณสมบัติผู้สมัคร

1. เพศชายเท่านั้น (ไม่จำกัดอายุ) 

2. สถานะโสดเท่านั้น ต้องยังไม่สมรสหรือไม่มีแฟน (ไม่ว่ากับเพศใดก็ตาม) 

3. ปัจจุบันต้องพำนักอยู่ในกรุงเทพฯ เท่านั้น

 

ค่าตอบแทน

1. กรณีหลับ คืนละ5,000 บาท กรณีตื่น คืนละ 10,000 บาท

2. กรณีรายเดือน จะตกลงกันภายหลัง ทั้งนี้เงินเดือนสามารถต่อรองได้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์

 

ส่งอีเมลมาที่ bedcarejob@email.comหัวข้อ ‘สมัครงานดูแลเตียง’ พร้อมแนบรูปถ่ายหน้าตรงและประวัติส่วนตัวโดยสังเขป หากผ่านการพิจารณาแล้วทางเราจะติดต่อกลับไปเองพร้อมกับรายละเอียดการทำงาน

 

หมายเหตุ กรณีที่ไม่มีการติดต่อกลับภายใน1 สัปดาห์ถือว่าคุณไม่ผ่านการพิจารณา

 

ผมอ่านข้อความบนเว็บบอร์ดแห่งหนึ่งแล้วต้องเกาหัวด้วยความฉงน

 

สมัครงานอะไรของมันวะเนี่ย? อะไรคือหลับ แล้วอะไรคือตื่น 

 

ผมคงจะงงหนักกว่านี้ถ้าหากว่ามันจะไม่ใช่เว็บบอร์ดการหาคู่นอน ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่าเป็นเว็บบอร์ดสำหรับแลกเปลี่ยนซื้อขายร่างกายกันต่างหาก

 

ผมเพิ่งเคยเข้าเว็บบอร์ดแห่งนี้เป็นครั้งแรกโดยได้รับการช่วยเหลือมาจากเว็บไซต์google ที่ค้นหาทุกสิ่งทุกอย่างได้ในโลกนี้ แต่ไม่ใช่จู่ ๆ ผมจะอุตริเข้ามาที่นี่เองหรอก หากไม่ใช่ว่าผมกำลังประสบปัญหาด้านการเงิน 

 

เรื่องเงินที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากตัวผม..

 

ผมไล่สายตาอ่านข้อความที่มีคนมาreply ตอบมากมาย ดูเหมือนกระทู้นี้จะเป็นที่นิยมไม่น้อย ไม่รู้ว่ามาจากการที่รับสมัครงานแปลกๆ เมื่อเทียบกับกระทู้อื่นหรือเพราะความลึกลับน่าสนใจ ดูเหมือนหลายๆ คนที่มาตอบนั้นต่างเคยส่งอีเมลไปสมัครแล้วทั้งสิ้นแต่ไม่ผ่านการพิจารณา พวกเขาจึงอยากรู้เหลือเกินว่าคนที่ผ่านการพิจารณาและได้เข้าไปทำงานนั้นเป็นอย่างไรบ้าง

 

ย้อนกลับไปเหตุการณ์เมื่อสองวันก่อนที่ผมได้รับโทรศัพท์จากที่บ้าน ทุกครั้งที่รับโทรศัพท์มือผมจะสั่นขึ้นโดยอัตโนมัติ ร่างกายเครียดเกร็ง รับรู้ได้ว่าจะต้องมีเรื่องไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นแน่นอน

“เปลต้องช่วยแม่นะ พวกมันจะมาจับพ่อแกไปซ้อมถ้าไม่เอาเงินมาให้พวกมัน” 

“พ่อไปทำอะไรเขา” 

“พ่อแก..ก็..เออน่ะ ช่างมันเถอะน่า รู้แค่ว่ามันจะทำร้ายพ่อแกก็พอ” เสียงแม่ตอบตะกุกตะกักแต่ผมก็พอจะเดาได้ว่าเพราะอะไร

 

การพนัน 

 

“เยอะไหม เงินที่ไปทำงานพิเศษรอบนี้ยังไม่ได้เบิกมาเลย” 

“ไม่มากหรอก ยังไงแกอยู่กรุงเทพฯ ก็น่าจะสุขสบายดีไม่ลำบากเท่าทางนี้หรอกมั้ง” 

“เท่าไหร่อะแม่” ผมไม่อยากถามคำถามนี้ออกไปเลย แต่มาถึงขั้นนี้แล้วก็ต้องถามออกไปอยู่ดี

“ห้า..” 

“ห้าพันเหรอ” 

ผมถอนหายใจ คราวก่อน สองพัน สามพัน แล้วก็สี่พัน มันเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่มันยังอยู่ในเกณฑ์ที่ผมยังพอให้ได้

“ห้าหมื่น” 

“ห๊ะ! ห้าหมื่น ผมจะไปหาเงินที่ไหนมาให้เขาล่ะแม่” 

“ไม่รู้ละ ถ้าไม่เอาเงินมาให้พวกมันนะ มันบอกว่าจะให้น้องแกทำงานขัดดอกไปก่อน” 

“ไม่ได้นะแม่ อย่าไปยุ่งกับไอ้ปิง ให้มันเรียนไป” 

“แม่ก็รู้ ถึงได้โทรหาแกนี่ไง” 

“พอจะผ่อนจ่ายได้ไหม” ผมคำนวนเงินในบัญชีในหัวอย่างรวดเร็ว

“ได้สิ ขอแค่มีจ่ายให้พวกมัน แบบไหนมันก็โอเคทั้งนั้น” น้ำเสียงแม่ฟังดูตื่นเต้นดีใจ แม่คงรู้ว่าผมใจอ่อน

“งั้นแม่เอาเบอร์เจ้าหนี้มาให้ผมด้วย” 

“จะเอาเบอร์มันไปทำไม แกก็โอนเงินมาให้อย่างเคย เดี๋ยวแม่เอาไปจ่ายมันเอง” 

“ไม่ครับ ผมอยากตกลงกับเขานิดหน่อย” 

“อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่ได้ไหม” แม่เริ่มไม่ค่อยพอใจแล้วที่ผมไม่ทำตามใจเธอ

“ถ้าแม่ไม่ให้เบอร์เขา ผมจะไม่จ่ายเงินให้ แล้วจะไปรับไอ้ปิงมาอยู่ด้วยกันที่นี่” 

“ไอ้เปล!” 

“แม่เลือกมา” ผมยื่นคำขาดออกไป ผมไม่ได้อยากทำตัวเป็นลูกไม่รู้บุญคุณแต่บางอย่างผมก็ไม่อยากจะต้องเสียเงินซ้ำซ้อน

“เออ ๆ เดี๋ยวส่งเบอร์ไปให้ อย่าลืมไปจ่ายให้ด้วยล่ะ” 

“ครับ” 

 

ผมรับคำเสร็จ แม่ก็วางสายไปทันทีโดยไม่สนใจจะคุยกับผมอีก ไม่มีถามว่าสบายดีไหม เรียนหนักไหม ทำงานเหนื่อยไหม พักผ่อนบ้างหรือเปล่า ผมเงยหน้ามองท้องฟ้า มันยังสว่างจ้าเหมือนทุกที แต่ตอนนี้ท้องฟ้าดูราง ๆ มองเห็นไม่ชัด ผมรีบหลับตาไม่อยากให้น้ำตาต้องไหลลงมา ผมไม่อยากอ่อนแอ

 

เมื่อตั้งสติได้ผมก็โทรศัพท์กลับไปหาเจ้าหนี้ เขาบอกว่าพ่อผมเสียพนันไปเยอะ ถึงแม้ที่บ่อนจะบอกให้หยุดเล่นแต่พ่อก็ไม่ยอม ผมได้แต่ถอนหายใจพร้อมกับขอผ่อนจ่าย ทางนั้นตอบตกลงแต่เพราะพอรู้จักคุ้นหน้ากันอยู่บ้าง เขาจะไม่คิดดอกเบี้ยมากจนเกินไป ขอเพิ่มอีกห้าพันจากห้าหมื่นก็พอ 

 

ในคราวแรกผมตกใจ ดอกเบี้ยนั้นไม่น้อยเลยแต่เอาเถอะดีกว่าดอกเบี้ยขึ้นไปเรื่อย ๆ ไม่รู้จบ ผมขอเลขที่บัญชีเจ้าหนี้และรับปากว่าจะรีบโอนเงินงวดแรกให้ในวันรุ่งขึ้น นั่นแปลว่าเมื่อวานนี้ผมได้โอนเงินค่าดอกเบี้ยไปให้ทางนั้นแล้วจำนวนห้าพันจากนี้จะเหลือแค่เงินต้นห้าหมื่น ทางนั้นให้เวลาผมสามเดือน ซึ่งก็นับว่ามากพอควรสำหรับคนที่ไม่มีหลักทรัพย์ไปค้ำประกันใด ๆ 

 

วันนี้ระหว่างที่ผมกำลังคิดว่าจะหาเงินเพิ่มจากที่ไหนดี ผมดันได้ยินผู้หญิงที่อยู่ในคลาสเรียนเดียวกันคุยกันอยู่ข้างหน้า พวกเธอคุยกับเพื่อนผู้หญิงที่ใส่กระโปรงสั้นมากและเส้นผมที่ถูกย้อมเป็นสีแดง

 

“เฮ้ย! อย่าบอกนะว่านี่ใบใหม่” คนที่ผมดำยาว ใส่กระโปรงพลีทเสมอเข่า ทักทายเมื่อเห็นสาวผมแดงเดินเข้ามา เธอยิ้มรับพร้อมกับชูกระเป๋าอวดเพื่อน

“ใช่แล้ว” 

“โห อิจฉาอะ ขอจับได้ไหม” คราวนี้เป็นคนที่ผมสีดำตัดสั้นพูดขึ้นบ้าง

“ไม่ได้ย่ะ เดี๋ยวเลอะไปแกรับผิดชอบไหวเหรอ” สาวผมแดงค่อนขอดก่อนจะรีบเอากระเป๋าไปวางให้ห่างจากมือเพื่อน

“หวงนะยะ” 

“ใบตั้งกี่แสน ถ้าเลอะไปขายต่อไม่ได้ราคาพอดี” 

“เออ ๆ ทำไมเสี่ยคนนี้ใจดีจังวะ” 

“กำลังหลงกูก็แบบนี้ น้ำขึ้นให้รีบตัก อยากได้อะไรให้รีบขอ ๆ ไว้ พอมันเบื่อจะได้ไม่เสียดาย” สาวผมแดงพูดต่อไม่ทุกข์ร้อน

“ระวังแฟนมึงรู้” คนผมดำยาวพูดแทรกขึ้น

“นอกจากกูแล้วก็มีมึงและมึงสองคนที่รู้” สาวผมแดงตวัดเสียงไม่พอใจ ทำท่าทางขู่สองคนที่นั่งอยู่

“แล้วเสี่ยคนนี้ไม่มีลูกเมียเหรอ” 

“คิดว่ากูสนหรือไง จะมีหรือไม่มี มันก็ไม่เกี่ยวกับกูปะ” สาวผมแดงไหวไหล่ ไม่ยี่หระกับคำถามเพื่อน

“กูแค่กลัวว่าเมียหลวงเขาจะมาแหกหน้ามึงก่อน” 

“ถ้ามาตบกู คิดว่ากูจะยอมให้ตบเฉย ๆ เหรอ จับผัวไม่อยู่เองจะโทษใครได้ ถ้าจะโทษก็ไปโทษคนของตัวเองสิ” 

“เอาเถอะ ๆ กูก็แค่เป็นห่วง ยังไงมึงก็ต้องดูแลตัวเองด้วยล่ะ” 

“รู้แล้วน่า” 

“อาจารย์มาแล้ว ๆ” เป็นหญิงสาวผมดำตัดสั้นที่พูดปิดท้ายก่อนที่ทั้งห้องจะเข้าสู่ความเงียบเมื่ออาจารย์เริ่มการสอน

 

และนั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมผมถึงลองเข้าเว็บไซต์แห่งนี้

 

ระหว่างที่ผมเปิดอีเมลเพื่อจะสมัครงาน ใจผมเต้นตึกตัก รู้ตัวว่ากำลังทำอะไร ผมไม่คาดหวังว่าจะได้งานนี้แต่ลึก ๆ ก็ยังตื่นเต้นอยู่ดี ผมไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน ผมรู้ว่าการหาเงินด้วยวิธีนี้ไม่ใช่สิ่งที่ดี แต่ปฏิเสธได้ไหมละว่าวิธีนี้หาเงินได้เร็วสุด ถ้าไม่นับขายยาหรือส่งยา

 

จริงไหม

 

ผมเริ่มเขียนรายละเอียดไปตามที่อยู่อีเมลและหัวข้อที่บอกไว้ โดยไม่ลืมแนบรูปไปด้วย รูปที่ส่งไปก็ไม่ใช่รูปอะไรนอกจากรูปถ่ายสองนิ้วหน้าตรงที่ไว้ติดบัตรนักศึกษานั่นแหละ ก่อนจะพิมพ์ประวัติส่วนตัวสั้น ๆ ลงไปด้วย

 

สวัสดีครับ 

ผมเห็นประกาศรับสมัครจากเว็บบอร์ด ผมชื่อธาวิน กันตะ อายุ 21 ปี เรียนอยู่ปีสี่  

ปล ผมไม่ได้อยากเร่งรัด แต่ผมมีความจำเป็นต้องใช้เงิน ถ้าผมไม่ผ่านการพิจารณา คุณช่วยรีบบอกได้ไหม ผมจะได้ไปสมัครที่อื่นต่อ 

ขอบคุณครับ 

ธาวิน 

 

ผมกดส่งไปด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย พอส่งไปแล้วก็นึกเสียใจ ไม่ได้เสียใจที่ส่งเมลแต่เป็นเนื้อหาข้างในต่างหาก เพราะมัวแต่ตื่นเต้น ผมควรจะเขียนประวัติส่วนตัวให้ยาวกว่านี้ นี่มันสั้นเกินไป แล้วในเนื้อหานั้นผมไม่ควรปล. ถามกลับไปด้วย 

 

รู้สึกตัวเองเด็กเหลือเกิน

 

คืนนั้นผมหลับไปทั้งที่หัวสมองยังเฝ้าคิดว่าผมจะผ่านการรับสมัครไหม ถ้าไม่ผ่านผมจะไปทำอะไรดี หากระทู้อื่นแล้วติดต่อไปใช่ไหม ยังไงผมก็คงต้องหางานประเภทนี้ถ้าอยากได้เงินเร็ว ๆ ลำพังแค่งานพิเศษคงหาให้เร็วเท่านี้ไม่ได้อีกแล้วอ้อ.. ผมควรไปสมัครงานเด็กเสิร์ฟร้านเหล้าเพิ่มด้วย ทิปหนัก ๆ จากคนเมา อาจจะพอช่วยผมได้อีกทาง ผมคิดวนเวียนอยู่อย่างนั้นกระทั่งหลับไป

 

เช้าวันรุ่งขึ้นผมไปเรียนแล้วรีบไปทำงานพิเศษต่อ ช่วงเย็นเลิกงานผมไปสมัครงานเด็กเสิร์ฟใกล้ ๆ กับมหาวิทยาลัยของผม เจ้าของร้านใจดีรับผมทันทีแล้วให้ทำงานในวันเดียวนั้นเลย กว่าผมจะกลับมาถึงห้องพักก็ตีสามจวนจะสี่อยู่รอมร่อ แต่สติอันน้อยนิดทำให้ผมไม่ลืมจะเข้าไปเช็กเมล ผมลุ้นว่าจะเจอข้อความใหม่หรือเปล่า

 

คุณมี 1 ข้อความใหม่ 

 

ใจผมเต้นรัว ผมกดเข้าไปทั้งลุ้นและกลัวไปในคราวเดียวกัน

 

สวัสดีครับ คุณธาวิน  

ก่อนอื่นผมขอแจ้งให้ทราบว่าคุณผ่านการพิจารณาเบื้องต้นแล้ว แต่เนื่องจากประวัติที่คุณให้มานั้นค่อนข้างสั้น ผมจึงอยากขอสอบถามข้อมูลคุณเพิ่มเติม 

1.ชื่อเล่นและภูมิลำเนาที่เกิด 

2. ขอรูปเพิ่มที่ไม่ใช่รูปติดบัตรนักศึกษา แบบไหนก็ได้ขอแค่เห็นหน้าขัด 

3. น้ำหนักและส่วนสูง 

4. มีโรคประจำตัวหรือไม่ 

5. หลับหรือตื่น 

6. คุณเข้าใจและรับทราบแล้วใช่ไหมว่าการสมัครงานครั้งนี้คืองานอะไร 

Mr K. 

 

ผมอ่านอีเมลนั้นสองรอบอย่างไม่เชื่อตาว่าผมจะผ่านการพิจารณา ผมคิดวนอยู่สิบวินาทีก่อนจะกดปุ่ม reply กลับไป

 

สวัสดีครับ คุณ Mr.K 

รายละเอียดเพิ่มเติมตามด้านล่างครับ 

1. ชื่อเล่นเปล เกิดที่จังหวัดลำปาง 

2. ผมไม่ค่อยมีรูปมากนัก รูปนี้ถ่ายเมื่อหกเดือนก่อน แต่ไม่ต่างจากปัจจุบันเท่าไหร่หวังว่าพอจะใช้ได้นะครับ 

3. สูง 176 ซม. น้ำหนัก 58 กก. 

4. ไม่มีโรคประจำตัว 

5. หลับหรือตื่นคืออะไรครับ 

6. ผมทราบดีครับว่าคืองานอะไร 

ขอบคุณครับ 

ธาวิน 

 

ผมกดส่งอีเมลไปแล้วถึงเพิ่งรู้ตัวว่ากลั้นหายใจไปนานพอควร ผมมองนาฬิกาในโทรศัพท์มือถือแล้วต้องดีดตัวลุกขึ้นจากที่นอนนั่นโดยเร็ว รีบอาบน้ำแล้วจะได้กลับมานอน พรุ่งนี้มีเรียนตอนเช้าเสียด้วย

 

วันต่อมาเป็นอีกวันที่ผมต้องยุ่งตลอดทั้งวันและทั้งคืน ผมยังไปเรียนตอนเช้า ส่วนตอนบ่ายไปทำงานพิเศษและกลางคืนไปทำงานที่ผับ กลับมาหอพักเล็ก ๆ ด้วยความเหนื่อยสายตัวแทบขาด ปกติผมทำงานพิเศษตอนกลางวัน ตกกลางคืนยังมีเวลาพักให้อ่านหนังสือหรือทำอะไรอื่น ๆ บ้าง หลังจากนี้ผมคงไม่มีเวลาอีกนานจนกว่าจะจ่ายหนี้หมด

ผมเช็กอีเมลในเวลาเดิมอีกครั้งและตาลุกวาวเมื่อเห็นข้อความจากMr. K คนนั้น

 

สวัสดีครับ คุณเปล  

ผมขออนุญาตเรียกชื่อเล่นคุณนะครับ ผมขอแจ้งให้ทราบว่าคุณผ่านการพิจารณาขั้นที่สองแล้ว เหลือขั้นตอนสุดท้ายคือการตรวจร่างกาย กรุณาไปที่โรงพยาบาลนี้ ในวันจันทร์-ศุกร์ ช่วง 9.00-12.00น. ที่ตึก A ชั้น 10 ครับ แจ้งกับเจ้าหน้าที่หน้าเคาต์เตอร์ว่าตรวจร่างกายจากมิสเตอร์เค 

ไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นการทำเรื่องอันตรายหรือไม่ เป็นการตรวจร่างกายเพื่อหาโรคร้ายเท่านั้นครับ หากคุณปกติไม่มีโรคใด จะถือว่าคุณผ่านการพิจารณาแล้วผมจะแจ้งรายละเอียดอีกที รวมไปถึงคำถามหลับหรือตื่นที่คุณสงสัย 

การตรวจครั้งนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ นอกจากสละเวลาไปตรวจตามวันเวลาที่ผมได้แจ้งไปข้างบน และไม่ต้องนำผลใด ๆ กลับมา ทางโรงพยาบาลจะแจ้งผลนั้นกับผมเอง 

Mr.K 

 

ผมเกาหัวแกรก ๆ การจะนอนกับผู้ชายสักคนทำไมมันต้องวุ่นวายยากเย็นขนาดนี้ด้วย ผมชักอยากจะเห็นหน้าค่าตาของผู้ว่าจ้างคนนี้เสียจริง คิดจะซื้อคนมานอนสักคนแต่ดันกลัวนั่นกลัวนี่ไปหมด เรื่องมากจริง ๆ แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้ ในเมื่ออยากได้เงินจากเขาก็คงต้องทำตามที่เขาบอก

ผมไม่ได้ตอบเมลมิสเตอร์เคกลับไป เพราะในตอนเช้าผมก็ไปโรงพยาบาลตามเนื้อหาในเมลทันที ไม่ใช่ว่าผมรีบทำตามคำสั่งเขา แต่ก็ไม่ถูกนักผมอยากได้งานเร็ว ๆ แล้วตอนเช้าผมไม่มีเรียนจึงรีบทำอะไรให้เสร็จจบไปเสียที ขั้นตอนตรวจร่างกายไม่มีอะไรให้กังวลอย่างที่เขาบอก พอตรวจร่างกายเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่บอกว่าผมไม่ต้องอยู่รอฟังผลให้กลับได้เลย

ออกมาจากโรงพยาบาลผมแวะหาอะไรกินแถวนั้นสำหรับมื้อเที่ยง ตอนนี้ผมไม่ได้กินข้าวเช้ามักจะรวบมื้อเช้าและเที่ยงไว้เป็นมื้อเดียวกัน รู้ว่าไม่ดีต่อสุขภาพแต่มันดีกับเงินในกระเป๋า ประหยัดไปได้ตั้งมื้อหนึ่ง ส่วนมื้อเย็นผมค่อยไปกินในร้านที่ผมทำงานแทน

คืนนั้นผมไม่คาดหวังว่าจะได้รับอีเมลจากมิสเตอร์เคอีกเพราะเพิ่งไปตรวจมาเองแต่ก็ต้องผิดคาดเมื่อเข้าไปเช็กอีเมลแล้วพบว่ามีข้อความจากผู้ว่าจ้างในอนาคต

 

สวัสดีครับคุณเปล 

ผมได้รับผลตรวจร่างกายของคุณมาแล้ว คุณปลอดภัยและไม่มีโรคร้ายใด ๆ ยินดีด้วยนะครับ คุณผ่านการพิจารณาแล้ว ผมแนบสัญญามาในอีเมลนี้ด้วย หวังว่าคุณจะอ่านมันอย่างระวังและทำความเข้าใจไปในทีละข้อนะครับ หากคุณตกลงแล้วตอบตกลงมาในอีเมลฉบับนี้หรือจะเซ็นสัญญากลับมาก็ได้ครับ 

สุดท้ายผมรบกวนขอเบอร์โทรศัพท์ของคุณด้วย ขอเป็นเบอร์ที่ติดต่อคุณได้ 

Mr.K 

 

ผมเปิดไฟล์ที่แนบมาในอีเมลขึ้นมาอ่าน แต่พยายามอ่านไปแล้วก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ผมง่วงเกินไปที่จะมาตั้งใจอ่านเรื่องเข้าใจยากในเวลานี้ ผมถอดใจปิดมันก่อนจะลุกไปอาบน้ำแล้วเข้านอน พรุ่งนี้ผมคงจะมีสติมากกว่าเดิม

 

ช่วงสาย ๆ จวนเที่ยงระหว่างที่ผมกำลังเคี้ยวข้าวเต็มปากอยู่ ผมนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้อ่านสัญญาบ้าบอนั้นเลย ผมเปิดมันอ่านอีกครั้ง จนกินข้าวหมดจานแล้วผมก็ยังอ่านไม่จบ 

 

แต่ผมพอจะสรุปสั้น ๆ จากข้อความยาวเหยียดนั้นมาได้ดังนี้

 

ข้อหนึ่งหลับคืนละห้าพันบาทที่ผมสงสัยนั้นคือการนอนหลับจริง ๆ ผมจะไม่รู้สึกตัวเลยว่าผมกำลังนอนกับผู้ว่าจ้างหรือมิสเตอร์เคคนนั้นอยู่ เขาใช้คำว่าคืนละแปลว่าจะกี่ครั้งก็ได้ในคืนนั้น โดยที่ผมหลับ ส่วนตื่นก็แปลว่าตื่นจริง ๆ นั่นแหละ ผมมีสติรับรู้ว่ากำลังนอนอยู่กับใคร ได้ค่าจ้างคืนละหนึ่งหมื่นบาท โดยมีข้อแม้ว่าผมจะต้องถูกปิดตาตลอดเวลาไม่รู้ว่าคนที่กำลังนอนด้วยอยู่นั้นเป็นใคร

 

ข้อสองทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์กันจะมีการป้องกันด้วยถุงยางอนามัยทุกครั้ง ทั้งผมและเขาจะต้องสวมใส่มันทุกครั้งไม่มีข้อยกเว้น 

 

ข้อสามระหว่างที่ผมเป็นพนักงานของเขา ผมไม่มีสิทธิ์ไปทำงานที่อื่นได้ งานทุกงานห้ามทำหมด

 

ข้อสี่ห้ามผมใช้สารเสพติดทุกชนิด แม้กระทั่งบุหรี่รวมถึงแอลกอฮอลต่าง ๆ ด้วย

 

ข้อห้าผู้ว่าจ้างและผู้ถูกว่าจ้างคือผมมีสิทธิ์ยกเลิกสัญญาได้ทุกเมื่อ

 

ข้อหกทุกอย่างที่ตกลงกันคือความลับของเขาและผม อันที่จริงข้อนี้เหมือนเป็นข้อกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ให้กับผมมากกว่าเพราะผมไม่รู้อะไรสักอย่างในตัวเขาเลย แต่เขากลับรู้จักผมและเห็นหน้าของผมแต่ฝ่ายเดียว คนที่ต้องรักษาความลับคงมีเขาคนเดียว

 

และรายละเอียดปลีกย่อยอีก เยอะมากเช่นการเตรียมตัว การนัดหมาย ผมคิดว่าผมรับได้ แต่จะมีข้อเดียวที่รับไม่ได้ก็คือผมต้องทำงานและหาเงินไปใช้หนี้ ลำพังแค่การนอนกับเขาครั้งละห้าพันหรือหมื่นหนึ่งมันช้าเกินไป เพราะผมคงไม่มีสิทธิ์ไปบอกผู้ว่าจ้างว่าคุณช่วยนอนกับผมติดต่อกันห้าคืนเลยได้ไหม แบบนี้หรอก

 

ผมเปิดอีเมลแล้วกดปุ่มreply ไป คำถามเดิมวนเวียนในหัวจะนอนกับใครสักคนทำไมมันยุ่งยากแบบนี้ด้วยวะ

 

สวัสดีครับ Mr.K 

ผมได้อ่านสัญญาของคุณแล้วแต่ผมติดปัญหาอยู่ข้อเดียวครับ ตามที่ผมเคยแจ้งคุณไปก่อนหน้านี้ว่าผมมีความจำเป็นต้องใช้เงิน ผมมีงานพิเศษ ไม่สามารถทำตามในสัญญาได้ ส่วนข้ออื่น ๆ ผมตกลงไม่มีปัญหาครับ และนี่เป็นเบอร์โทรศัพท์ของผม089-xxx-xxxx 

ขอบคุณครับ 

ธาวิน 

 

ผมกดส่งอีเมลไปแล้ว ยอมรับกับตัวเองว่าคงต้องชวดงานนี้แน่นอน ในเมื่อคนสองคนตกลงกันไม่ได้คงร่วมงาน อันที่จริงเรียกว่าร่วมเตียงกันไม่ได้มากกว่า

 

ผมไม่ค่อยเข้าใจนักว่าทำไมมิสเตอร์เคคนนี้ต้องทำตัวลึกลับอะไรขนาดนั้น กับการจะหาเด็กมานอนด้วยสักคนหนึ่ง ต้องมีกระบวนการมากมายขนาดนี้ เรื่องตรวจร่างกายก็พอเข้าใจล่ะนะว่าถ้าได้ความสุขพ่วงโรคร้ายไปด้วยก็คงจะไม่มีสุขอีกต่อไป

 

ผมเปิดเว็บบอร์ดเดิมก่อนจะไล่กระทู้เข้าไปหางานในนั้นอีกครั้ง เลือกกระทู้ใหม่ไปพลางทึ้งหัวตัวเองไปพลาง ไม่อยากจะโทษโชคชะตาหรือความโชคร้ายของตัวเอง ขายให้คนนี้ไม่ได้ ก็ต้องหาคนซื้อใหม่ไปเรื่อย ๆ จนกว่าหนี้จะหมดใช่ไหม

 

ดีหน่อยว่ายังไงผมก็เป็นผู้ชาย

 

ระหว่างกดเข้าไปอ่านกระทู้ทีละอันนั้นผมก็ต้องสะดุ้งเมื่อโทรศัพท์ในมือดังขึ้น เกือบจะคิดว่าเป็นแม่ผมที่โทรมาแล้วถ้าไม่เห็นว่ามันเป็นเบอร์แปลก ไม่สิมันไม่ใช่เบอร์มันขึ้นว่าเป็น unknown number ไม่โชว์แม้กระทั่งเบอร์โทรศัพท์ ผมลังเลว่าจะกดรับดีหรือไม่ แต่มือไวกว่าความคิดมันกดรับไปเสียแล้ว

“ฮะ..ฮัลโหล” ผมกรอกเสียงลงไปด้วยความตกใจที่ดันเผลอกดรับ

“เปล..ใช่หรือเปล่า” น้ำเสียงปลายทางเป็นเสียงทุ้มนุ่มชวนให้ฝันเรียกชื่อผมก่อนจะนิ่งแล้วถามต่อ

“ครับ” 

“เปล..ธาวิน” 

“ใช่ครับ” ผมรับคำ

“เคครับ” 

“ครับ? คุณคือ?” 

“มิสเตอร์เค” เสียงปลายสายเจือความไม่พอใจเอาไว้เล็กน้อย บ่งบอกว่าเจ้าตัวคงไม่ชอบพูดอะไรซ้ำ ๆ ผมจะไปรู้ได้ไงว่าใครโทรมา นึกว่าย่อคำว่าโอเคเหลือคำว่าเคคำเดียวสั้นๆ สมัยนี้ใคร ๆ ก็พูดแค่คำนี้กันนี่

เดี๋ยวนะ เขาบอกว่าชื่ออะไร มิสเตอร์เคใช่ไหม ฉิบหายแล้ว

“เปล..ยังอยู่ไหม” 

“คะ..ครับ” ผมรีบตอบลงไปอย่างตะกุกตะกัก

“เป็นอะไร ตกใจหรือ” ทางนั้นดูเหมือนจะอารมณ์ดีขึ้นมาแล้วมั้ง เพราะผมได้ยินเสียงหัวเราะแผ่ว ๆ 

“ครับ ไม่คิดว่าคุณจะโทรมา” 

“มัวแต่รอส่งอีเมลไปมา เห็นทีเดือนหน้าก็อาจจะยังคุยไม่รู้เรื่อง เลยโทรมาให้จบไป” 

“ครับ” 

“เรื่องงานนั้น จำเป็นสำหรับคุณมากไหม” มิสเตอร์เคยิงคำถามเข้าประเด็นทันที

“มากครับ” 

“ถ้าอย่างนั้นคุณว่างวันไหนบ้าง” 

“ผมได้หยุดวันนี้ครับ” 

“งั้นเหรอ..ถือสายรอผมสักครู่” มิสเตอร์เคบอกแล้วหายไปครู่หนึ่งก่อนจะกลับมาพูดต่อ “วันนี้ผมเลิกงานค่อนข้างดึกหน่อย คุณสะดวกไหม” 

“คะ..ครับ” ผมกลืนน้ำลายเหมือนกำลังเจอภัยร้ายลูกใหญ่ “พรุ่งนี้ตอนเช้าผมไม่มีเรียน” 

“อืม ดี วันนี้ก็ถือว่ามาทำงานกับผมแล้วกัน” 

“ครับ” ผมบอกอีกฝ่ายเสียงแผ่ว เริ่มลังเลว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่กันแน่

“เคยมีแฟนมาก่อนหรือเปล่า” 

“ไม่เคยครับ” ผมไม่มีเวลาหาแฟนหรือไปมีแฟนเพราะต้องทำงานอยู่ตลอดเวลา

“ขอโทษที่ต้องเสียมารยาทถาม แล้วเคยนอนกับใครหรือยัง” 

“ไม่เคยครับ กับใครก็ไม่เคย” ผมไม่อยากระบุเพศ เลยเหมารวมไป หวังว่าเขาจะเข้าใจ

“วันนี้ตอนสามทุ่มคุณไปตามที่อยู่ในเมล รายละเอียดต่าง ๆ อยู่ในนั้นคุณอ่านแล้วใช่ไหม” 

“ครับ อ่านแล้ว” 

“อ้อ..เกือบลืม คุณเลือกอะไรล่ะ” 

“ครับ?” 

“อยากจะหลับหรือตื่น” 

“ผม..ขอหลับได้ไหม” ผมได้ยินเสียงหัวเราะจากปลายสาย

“ได้สิ ไม่ต้องกลัวหรอก” 

“ครับ” 

“แล้วเจอกันที่นั่น ทำตามรายละเอียดก่อนที่ผมจะไปถึง เข้าใจไหม” 

“ครับ” 

 

มิสเตอร์เควางสายไปแล้ว แต่หัวใจผมยังเต้นรัวไม่หยุดหย่อน ผมกำลังทำอะไร คิดดีแล้วใช่ไหม เงินห้าพันกับการนอนกับใครไม่รู้และไม่มีโอกาสได้รู้ด้วย แบบนี้มันคุ้มแล้วหรือ

 

ผมถามเองแล้วก็ตอบตัวเอง คุ้มสิ ห้าพันแลกกับคืนเดียวทำไมจะไม่คุ้มกับคนที่หาเงินได้ยากแบบผม

 

ตอนเย็นผมรีบอาบน้ำแล้วนั่งรถเมล์ไปตามที่อยู่ที่แจ้งไว้ มันเป็นหมู่บ้านที่เป็นบ้านเดี่ยวใหญ่โตระดับหนึ่งเลย พอถึงหน้าทางเข้าหมู่บ้านก็มีลุงยามตรงป้อมเรียกผมไว้ ผมบอกว่าจะไปบ้านเลขที่นี้ บ้านมิสเตอร์เค ลุงยามก็ดูจะเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว แต่ระยะทางจากป้อมหน้าหมู่บ้านไปถึงบ้านเลขที่นั้นค่อนข้างไกล ลุงยามจึงอาสาขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่ง แกบอกว่าคราวหน้าถ้ามาอีกให้นั่งแท็กซี่เข้ามา ผมพยักหนักรับคำแต่ไม่ได้อธิบายเพิ่มว่าจะมีครั้งหน้าหรือเปล่าก็ไม่รู้

 

เกือบสองทุ่มผมมายืนหน้าบ้านหลังดังกล่าว ผมกดออด ยืนรอไม่นานก็มีแม่บ้านคนหนึ่งอายุราวห้าสิบปี เดินออกมาจากในตัวบ้านพร้อมกับถามชื่อผม เมื่อผมตอบกลับไป เธอจึงเปิดประตูให้ผมเข้าไปสัมผัสความสวยงามด้านใน เธอถามว่าผมอยากกินอะไรรองท้องก่อนไหม ผมปฏิเสธเพราะตอนนี้ผมกินอะไรไม่ลงจริงๆ ใจมันเริ่มสั่น ขาก็ดูหนักๆ ก้าวไม่ค่อยออก ผมอยากจะถอยแล้วออกจากบ้านหลังนี้ไป แต่ก็ถูกมือของป้าจับไว้อย่างนุ่มนวล เธอบอกว่าเจ้านายเธอใจดี อย่าได้กลัว

 

ผมเข้ามาในห้องแล้ว ห้องนี้ใหญ่กว่าห้องผมสักสามหรือสี่เท่าได้มั้ง เตียงหลังใหญ่ ผมเดินเข้าไปใกล้เตียงที่ตั้งอยู่นั้นเลยเห็นกระดาษเอสี่วางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ เตียง ผมจึงหยิบขึ้นมาอ่านดู

 

ในนั้นเป็นรายละเอียดการเตรียมตัวสำหรับคืนนี้ของผม มันเหมือนกับในเมลนั่นแหละ แต่คงเป็นการย้ำเตือนไม่ให้ผมลืม ผมต้องเข้าไปอาบน้ำอีกครั้งและทำความสะอาดร่างกาย ข้อความในกระดาษมีรายละเอียดของการเตรียมตัวด้วย ผมไม่เคยทำมันมาก่อนแต่ก็ต้องทำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

 

ผมหายเข้าไปในห้องน้ำพักใหญ่ก่อนจะออกมาด้วยความเหนื่อยหอบ มันยากลำบากแต่ผมก็ผ่านมันมาได้ ข้อความในกระดาษแผ่นนั้นบอกว่าให้ผมเปิดลิ้นชักตรงหน้ากระจก ผมเห็นเช็คใบหนึ่งระบุจำนวนเงินห้าพันบาทไว้ นี่สินะค่าตัวผมในคืนนี้ บนโต๊ะกระจกยังมียานอนหลับและยาอะไรอีกไม่รู้ซึ่งผมจำไม่ได้ ผมหยิบยาพวกนั้นใส่ปากตามด้วยน้ำจนหมดแก้วก่อนจะเอนตัวลงนอนบนที่นอนแสนนุ่มนั้น

 

ผมง่วงงุนจากความเหนื่อยล้าและการนอนน้อย ยิ่งได้กินยาไปอีกยิ่งกระตุ้นให้หนังตาหนัก พรุ่งนี้เช้าผมจะตื่นขึ้นมาและกลับออกไปพร้อมกับเช็คใบนั้น

 

ผมจะไม่เป็นไรใช่ไหม

 

 

 

 

 

ผมกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะมองเห็นผนังห้อง มีโทรทัศน์ขนาดใหญ่อยู่ปลายเตียง เหตุการณ์เมื่อคืนนี้มันเกิดขึ้นแล้วใช่ไหม มันผ่านพ้นไปแล้วใช่ไหม ผมก้มดูตัวเองผมใส่ผ้าคลุมอาบน้ำเหมือนเมื่อวานในสภาพเดิม หรือว่าเหตุการณ์ที่ผมกังวลจะยังไม่เกิด

 

ผมลุกขึ้นนั่ง หัวยังมึนๆ อยู่เล็กน้อย เดี๋ยวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วผมจะกลับออกไป ผมเดินทุลักทุเลเข้าห้องน้ำไป ไม่อยากจะคิดในแง่อื่นได้ว่าอาการที่เดินเหินไม่ปกตินั้นแปลว่าเกิดอะไรขึ้น มันไม่ถึงกับเจ็บอย่างที่นึกกลัว แค่รู้สึกแปลกๆ เท่านั้น

 

ผู้ชายในกระจกกำลังมองกลับมา ผู้ชายคนนั้นคือตัวผมเอง บนตัวผมไม่มีร่องรอยอะไร นอกจากปากที่ค่อนข้างเจ่อ ผมเม้มปากแน่น ผมทำในสิ่งที่น่าละอายลงไปเพื่อแลกกับเงินไปใช้หนี้ ผมสลัดความคิดนั้นให้หลุดพ้นไป ไม่อยากคิดอีก ผ่านไปแล้วก็ผ่านไป ช่างมัน ผมรีบอาบน้ำแต่งตัว

 

ผมกลับไปที่เตียงตรวจดูว่าลืมอะไรหรือเปล่า โทรศัพท์ กระเป๋าเงินหรืออื่นๆ พลันนึกถึงเช็คใบนั้นได้ ผมรีบเปิดลิ้นชักแล้วหยิบมันมาใส่กระเป๋า เดี๋ยวจะไปขึ้นเงินเลยพอเงินเข้าบัญชีแล้วจะได้โอนไปให้เจ้าหนี้ทันที ก่อนจะปิดลิ้นชักหางตาเห็นกระดาษโน้ตใบหนึ่งวางอยู่ ผมหยิบมันมาอ่านดู มันมีแค่ข้อความสั้นๆ 

 

‘แล้วจะโทรหา’  

 

ลายมือหวัดๆ แต่เส้นหนักชัดเจนทุกตัวอักษร บ่งบอกว่าคงเป็นคนที่ค่อนข้างเข้มงวดและตั้งใจมากคนหนึ่ง ผมขยำมันก่อนจะยัดมันลงในกระเป๋ากางเกง

 

ผมเจอคุณป้าแม่บ้าน เธอชวนให้ผมกินข้าวเหมือนเมื่อคืนแต่ผมเลือกปฏิเสธเช่นเดิม ผมไม่กล้าสู้หน้าเธอ ยังไงเธอก็ต้องรู้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นระหว่างผมกับเจ้านายเธอ 

 

ระหว่างที่รอพนักงานธนาคารเรียกเอาเช็คเข้าบัญชี ผมก็คิดว่ามิสเตอร์เคจะมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร ทำไมต้องปกปิดตัวเองมากขนาดนั้นหรือแท้จริงแล้วเขาคือตาแก่หัวล้านพุงพลุ้ย อาจจะหื่นกามและกักขฬะด้วย อายุอาจจะปาไปห้าหกสิบแต่ยังไม่ละในเรื่องเพศ หรืออาจจะตาเหล่ ไม่สมประกอบ หรืออันที่จริงเหมาทั้งคืนเพราะอาจจะแค่สามนาทีก็เสร็จ

 

ผมขนลุกเล็กน้อย ไม่รู้จะเรียกว่าโชคดีโชคร้ายที่ไม่ต้องรู้ว่าคนที่นอนด้วยเป็นใคร ก่อนจะหลุดจากภวังค์ตัวเองเมื่อกระเป๋ากางเกงสั่น ผมหยิบโทรศัพท์มารับ ไม่มีเบอร์อีกแล้วคงเป็นมิสเตอร์เค รู้สึกผิดนิดหน่อยที่พูดถึงรูปร่างหน้าตาอีกฝ่ายไปตั้งเยอะทั้งที่จริงแล้วผมไม่รู้อะไรเลย

“คะ..ครับ” 

“ป้าบอกว่าคุณออกมาแล้ว” 

“ครับ” 

“ไม่นอนพักต่ออีกหน่อย” 

“ไม่เป็นไรครับ” 

“อืม” 

“เอ่อ..” 

“หืม?” 

“คุณมีอะไรหรือเปล่าครับ” ผมถามเขากลับไป

“หลังจากเรื่องเมื่อคืน ผมตัดสินใจเรื่องคุณได้แล้ว” 

“ครับ?” ผมแปลกใจเขาตัดสินใจอะไร

“งานพิเศษของคุณ ไปลาออกให้หมดซะ” 

“ไม่ได้หรอกครับ” 

“คิดค่าตอบแทนที่คุณได้รับจากงานพิเศษนั้นมาให้ผม แล้วผมจะจ่ายส่วนนี้ให้คุณเอง” 

“คุณว่ายังไงนะครับ” ผมถามเขากลับอย่างไม่เชื่อหู

“คุณได้ยินแล้วเปล คุณได้รายได้จากงานพวกนั้นเท่าไหร่ก็แจ้งผมมาในเมลก็แล้วกัน” 

“แปลว่า?” 

“ผมจ้างคุณทำงาน และหลังจากนี้ผมจะแจ้งคุณล่วงหน้าหนึ่งวันก่อนที่เราจะเจอกัน บอกผมได้หรือเปล่าว่าคุณเรียนมหาลัยไหน” 

“เอ่อ..” 

“ผมไม่ได้เอาไปทำอะไรหรอก บอกมาเถอะ” 

“ผมเรียนที่..” ผมตัดสินใจบอกชื่อมหาวิทยาลัยตัวเองกับอีกฝ่ายไป

“ผมจะส่งที่อยู่ใหม่ไปให้ หลังจากนี้เราจะไปเจอกันที่นั่น” 

“ครับ” 

“เดี๋ยวก่อนครับ” 

“หืม?” 

“ถ้าอย่างนั้นคราวหน้า คุณโอนเงินเข้าบัญชีผมโดยตรงเลยได้ไหม ผมขี้เกียจเอาเช็คมาขึ้นที่ธนาคาร” ผมได้ยินเสียงเขาหัวเราะอีกแล้ว นี่มันไม่ใช่เรื่องตลกเลยนะ มันเสียเวลา

“เอางั้นเหรอ..ตกลง ส่งเลขที่บัญชีมาให้ผมด้วย” 

“ครับ” 

“แล้วก็..” มิสเตอร์เคเว้นระยะเอาไว้ ผมอดไม่ได้จึงถามกลับไป

“ครับ?” 

“ถ้าเปลี่ยนใจมาเป็นตื่นเมื่อไหร่ให้บอก” 

“ทำไมครับ” 

“ผมอยากได้ยินเสียงคุณมากกว่าเสียงกรนเบาๆ” คราวนี้ผมได้ยินเสียงมิสเตอร์เคหัวเราะดังชัดกว่าทุกที

“คุณ!” 

“แล้วเจอกัน..วันเสาร์” 

“เอ้อ..ครับ” 

“หวังว่าคุณจะยอมตื่นนะ” 

“...” 

“เชื่อผมนะเด็กดี มันไม่น่ากลัวหรอก” 

 

เด็กดี? เด็กดีอะไร ผมโตแล้วเหอะ 

 

            

=================================== 

 

เขมเอ๊งงงง เรื่องนี้ เป็นเรื่องสั้นไร้พล็อต ไร้แพลน ไร้ทุกสิ่งอย่างค่ะ หากมีอะไรไม่สมจริงบ้าง ขออภัยนะคะ เรียกว่าอ่านเพลินๆ

ชอบไม่ชอบบอกกันได้นะคะ

ขอบคุณค่ะ

ติดตามพูดคุยกันได้ที่นี่ค่ะ

Facebook และ Twitter 

ความคิดเห็น