จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ประกายตาของฮัล เวสท์ทั้งสิบ

ชื่อตอน : ประกายตาของฮัล เวสท์ทั้งสิบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 37

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ก.ค. 2562 00:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ประกายตาของฮัล เวสท์ทั้งสิบ
แบบอักษร

 

ธวัลอัศวิณีทั้ง4

…………

เกาะฟองสมุทรถูกสร้างให้เป็นแหล่งที่มั่นสำคัญของอาณาจักรเผ่าอุทกมิต

เกาะนี้ขึ้นตรงกับเจ้าเผ่าโดยตรง..ดังนั้น..จึงถือเป็นไม้ตายสำคัญหากเกิดเหตุร้าย..เช่นกบฏ

และเกาะนี้สามารถเคลื่อนที่ได้..และเป็นคล้าย ๆ ป้อมปราการรบที่น่ากลัว..เพียงแต่..มันต้องใช้ควบคู่กับไข่มุกนาคา..ซึ่งเป็นอัญมณีแหล่งพลังงานสำคัญของท้องสมุทร..

ในยุคสมัยหนึ่ง..เกิดความกังวลว่า..หากเกาะฟองสมุทรจะกบฎเสียเอง..จึงถอดพลังงานของเกาะออกคือนำไข่มุกนาคาไปเก็บไว้..

แต่เรื่องนี้กลับกลายเป็นผลเสียในที่สุด..เมื่อกบฏยึดอาณาจักรได้..จับกุมราชินีลาริสซา..เจ้าหญิงอัมพุชาหนีออกมาไปยังเกาะฟองสมุทรตามแผนรับมือที่วางไว้แต่เดิมตั้งแต่บรรพชน..แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าตั้งมั่นเพราะขาดพลังงานที่จะขับเคลื่อนเกาะ

แม่เฒ่าฟองสมุทรจึงต้องหาแหล่งพลังงานทดแทน..แต่ก็มีตำนานของอัศวินแห่งอากาศมนตราแสดงให้เห็น..ทางออกของเรื่องที่เป็นปัญหา..จึงต้องใช้พลังอากาศมนตราขับเคลื่อนเกาะแทน..

อุบายหลอกลวงคร่ากุมอัศวินแห่งอากาศมนตราทั้งสี่จึงถูกวางขึ้น..แต่ในที่สุด..ก็ไม่สำเร็จ..พลังอากาศมนตราของอัศวินทั้งสี่มีมากเกินกว่าที่จะคาดคิด..

ถึงกระนั้น..การดูดพลังออกมาส่วนหนึ่งยังคงมากพอจะขับเคลื่อนเกาะให้เดินทางได้..

เกาะฟองสมุทรใกล้ถึงจุดหมายมากขึ้นทุกที..

....

ในขณะเดียวกัน..

วังอุทกมิต..

ผู้นำกบฎนีริดและพันธมิตรที่เป็นมนุษย์บกฮัล เวสท์มายังที่คุมขังของราชินีลาริสซา..

ราชินีลาริสซายังคงความงามไม่สร่างซา..แม้จะหม่นหมองเพราะถูกคุมขัง..แต่นางก็ยังคงเข้มแข็ง..

ที่คุมขังเป็นห้องที่มีขนาดจำกัด..สามารถเปิดประตูได้สองชั้น..ชั้นแรกเป็นกระจกใส..อีกชั้นเป็นกำแพงหนา..

ประตูชั้นกำแพงหนาถูกเปิดออก..เหลือแต่ชั้นกระจกใส..แต่แม้จะเป็นกระจกใส..ก็ยังคงทนถาวรอยู่ดี..

และแม้เป็นกระจกใสหนา..แต่ก็สามารถคุยผ่านกระจกได้..

ราชินีลาริสซาแค่นเสียงเมื่อเห็นนีริด..

นีริดเป็นชายก็จริง..แต่สำอางค์และใบหน้าคล้ายสตรี..บุรุษที่มีความคล้ายสตรี..หากจะโหดเหี้ยม..อาจจะโหดเหี้ยมกว่าใคร ๆ ..

“..ข้าได้รับรายงานว่า..เกาะฟองสมุทรใกล้จะถึงอาณาจักรแห่งอุทกมิตแล้ว..”นีริดยิ้ม.. “..และนี่คือการมาหาที่ตาย..ลูกสาวท่านร่วมมือกับยัยเฒ่าฟองสมุทร..ต้องการจะรบกับพวกเรา..แต่เกรงว่าจะไม่มีทางจะรบกับเราได้..”

ราชินีลาริสซายังคงแค่นเสียงอีก..แต่ไม่พูดอันใด..

“..องค์หญิงงอัมพุชากล้ากระทำการนี้..ก็เพราะนางได้พลีกาย..มอบรักให้แก่อัศวินแห่งอากาศมนตรา..เพื่อจะใช้พลังของมันมาจัดการกับพวกเรา..”

ราชินีลาริสซาชะงัก..ก่อนจะเม้มปาก..

“..ลูกข้าชมชอบแม่นางธวัลอรอยู่แล้ว..ท่านพูดว่าพลีกาย..ก็คงจะมากเกินไป..”

“..แต่..ต่อให้มีอัศวินแห่งอากาศมนตราอยู่ด้วย..ก็ไร้ประโยชน์..เพราะพวกเรายังมีท่าน..”

“..นีริด..เจ้าต่ำช้านัก..”

“..บัลลังค์ควรจะเป็นของข้ามาตั้งแต่ต้น..ท่านพ่อลำเอียง..มอบตำแหน่งเจ้าเผ่าให้ท่าน..ข้าไม่นับว่าต่ำช้า..เพียงแค่ข้าต้องการสิ่งที่ควรจะเป็นของข้ามาตั้งแต่ต้น..”

ฮัล เวสท์พูดขึ้นว่า..

“..ราชินีลาริสซา..พวกมันจะไม่กล้าทำอะไรหากท่านจะเป็นอันตราย..ท่านควรจะทราบแผนการรับมือของเราแล้ว..”เขาหัวเราะ.. “..ดังนั้น..พวกมันจะต้องลอบเข้ามาช่วยเหลือท่านก่อน..”

เขายิ้ม..

“..ธวัลอรมีความสามารถแฝงกายราวกับล่องหนไม่ให้ใครทราบว่านางอยู่ที่ไหน..สมควรจะเป็นนางที่จะลอบเข้ามาช่วยท่าน..แต่เราจะวางแผนตลบหลัง..”

ราชินีลาริสซาหนาวเยือก..

“..ท่านจะทำอะไรข้า..”

นีริดเพียงแต่แสดงของอย่างหนึ่งขึ้น..

ราชินีลาริสซาอุทานออกมา..

“..นีริด..นี่มัน..”

เหรียญรูปเทพที่น่ากลัวและทรงพลัง..

“..ตราแห่งเทพไตรตัน..”นีริดพูด.. “..ด้วยอำนาจของตรานี้..จงทำตามคำสั่งข้า..”

ราชินีลาริสซาร่างสั่นระริก..

ดวงตาของเทพในตรานั้น..ส่องประกายแวววาวคุกคามดวงจิตอันอ่อนด้อยของทุกผู้คน..

นี่คือตราแห่งเทพไตรตัน..

ด้วยอำนาจแห่งตราของเทพไตรตัน..ทำให้ร่างของราชินีลาริสซาทรุดลง..คุกเข่า..

ไม่ต้องการแต่ก็ไม่อาจจะขัดขืน..

กระทั่งราชินีลาริสซาผู้มีอำนาจบารมี..ยังไม่อาจจะต้านทานแม้แต่น้อยนิด..

สิ่งที่น่ากลัวของตราแห่งเทพไตรตัน..คือการควบคุมบงการแม้อีกฝ่ายจะมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน..

บงการอันใด..ย่อมต้องกระทำตาม..ไม่อาจจะขัดขืนแม้แต่น้อย..ทั้งที่ยังคงความเป็นตัวของตัวเองอยู่..

......

ทาลิสสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัย..

ผละลุกออกมา..ในขณะที่เจ้าหญิงไอริสแห่งเผ่าเนแอด..ยังคงนอนกอดอยู่..

เจ้าหญิงไอริสสะดุ้งตื่นเช่นกัน..

ภาพโฮโลแกรมปรากฏเหนือคอมพิวเตอร์รูปเปลือกหอย..

“..พวกกบฏส่งกำลังมาแล้ว..ทุกคนประจำสถานีรบ..”

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการรุก..นี่คือกลยุทธที่ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย..

ดังนั้น..ก่อนที่เกาะฟองสมุทรจะถึงที่หมาย..ต้องชิงตัดกำลังก่อน..

ทาลิสสวมเสื้อผ้า..นางสวมชุดขาวที่เหมือนเป็นชุดนอน..

เมื่อคืน..แม้จะไม่มีอะไรทางเพศสัมพันธ์กับเจ้าหญิงไอริส..แต่ต่างคนต่างก็เปลือยกายนอนกอดกัน..

ไอริสลุกขึ้น..แนบแก้มกับแก้มของทาลิส..

“..ข้ายังไม่สามารถสู้ศึกได้ในเวลานี้..ท่านคงจะพอเข้าใจ..”ไอริสพูด.. “..ต้องรอให้อยู่ในจุดที่คับขันกว่านี้สักหน่อย..เพื่อให้เผ่าเนแอดเราเป็นเหมือนไม้ตายของเกาะฟองสมุทร..”

“..ฉันเข้าใจ..ไอริส..”นักดนตรีที่เป็นอัศวินแห่งอากาศมนตราพูด..

“..บอกตามตรง..”ไอริสพูด.. “..เมื่อคืน..ข้ามีความสุขมากที่ท่านกอดข้าทั้งคืน..”

ทาลิสยิ้ม..

ตัวเองไม่ใช่คนหื่นแบบริต้า..ดังนั้น..ความรักของทาลิส..จึงเป็นความรักที่ยึดถือจิตใจเป็นสำคัญ..

การแสดงออกและท่าทีของไอริส..พอดีถูกจริตกับตนเอง..เพราะไอริสไม่เหมือนกับอัมพุชา..ที่คอยจะรุกเร้าทางเพศสัมพันธ์ตลอด..

มันน่าจะส่งไปอยู่กับยัยริต้านัก..ฮึ่ม..

หนึ่งคืนที่อยู่ด้วยกัน..ทาลิสกลับรู้สึกปลอดโปร่ง..สบายใจ..ต่างจากอยู่กับอัมพุชามากมายนัก..

ทาลิสหอมแก้มอีกฝ่าย...

“..ไอริส..เมื่อคืนฉันก็มีความสุข..”

“..ท่านเป็นนักดนตรี..เป็นศิลปินที่นิยมความสุขทางใจเป็นสำคัญ..ข้าชอบที่ท่านเป็นเช่นนี้..”

“..อือ..”ทาลิสพยักหน้ายิ้ม ๆ ..รู้สึกว่า..การอยู่กับไอริส..จะอยู่ไปเรื่อย ๆ ก็ได้..ยอมรับว่า..ไอริสมีผลต่อความรู้สึกของตัวเองมากเหลือเกิน.. “..ขอโทษนะ..ฉันต้องไปแล้ว..”

ไอริสพยักหน้า..

ทาลิสออกไปจากห้องนอนด้วยความรู้สึกที่สดชื่นกว่าคืนที่ผ่านมา..

....

กองทัพเรือดำน้ำถูกส่งมาเผชิญหน้ากับเกาะฟองสมุทร..และพวกกบฏอีกจำนวนหนึ่ง..

เกาะฟองสมุทรหยุดเคลื่อนที่แล้ว..

บนเกาะมีทหารของอุทกมิตจำนวนหนึ่ง..แต่ทหารก็ได้รับคำสั่งให้อยู่บนเกาะ..

เพราะมีคนหนึ่งออกมาจากเกาะฟองสมุทร..คน ๆ นั้นสวมชุดขาว..และผ้าแพรสี่ชายก็ยาวสยายเคลื่อนไหวราวกับหนวดปลาหมึกยักษ์..

มีเพียงอัศวินแห่งอากาศมนตราสองคนที่มีแพรสี่ชาย..นั่นคือจินดาพิสุทธิ์หรือธวัลวราง..กับมุกดาราหรือธวัลดรุณ..ตกลงคน ๆ นี้เป็นใครกัน..

นางพุ่งร่างฝ่าน้ำ..เผชิญหน้ากับกองทัพเรือดำน้ำด้วยตัวคนเดียว..

แต่มันไม่มีเพียงกองทัพเรือดำน้ำ..

ยังมีกองทัพของกบฎชาวอุทกมิตด้วย..

ทหารกบฏแม้จะเป็นชาย.แต่หากลงน้ำ.ก็จะกลายเป็นเงือก..เท้าจะกลายเป็นหางปลา..

ทุกคนถือปืนแรงดันสูง..สามารถยิงกระสุนน้ำที่น่ากลัว..

ในที่สุดร่างชุดขาวของอัศวินแห่งอากาศมนตราก็หยุด..เผยให้เห็นว่า..นางคือมุกดารานั่นเอง..

ในบรรดาอัศวินทั้งสี่..มุกดาราห้าวหาญ..ฝึกปรือการรบมาอย่างโชกโชนตั้งแต่เด็ก..เป็นเจ้าหญิงน้อยของแคว้นมิลินทระแห่งภพของเทพอสูรเบญจอังคะ..ดังนั้นหากจะหาใครออกมารับมือด้วยความเต็มใจ..ควรจะคิดถึงมุกดาราก่อนเป็นอันดับแรกอยู่แล้ว..

และเมื่อเห็นนางถนัด..ก็จะเห็นสิ่งหนึ่งที่ไม่น่าเชื่อว่าจะได้พบเจอ..นั่นคือ..ธนู..

นางสะพายธนูพร้อมลูกศร..ให้ตายเถอะ..จะยิงธนูใต้น้ำเนี่ยนะ..

ทหารกบฏอุทกมิตให้สัญญาณ..แปรขบวนรายล้อม..และยิงปืนแรงดันสูง..ใส่มุกดาราเป็นจุดเดียว..

มุกดาราเพียงแต่ใช้ชายแพรทั้งสี่สยายป้องกันไว้..กระสุนน้ำแรงดันสูง..ถูกปัดออกไปทั้งหมด..

มุกดาราร้องว่า..

“..พวกท่านไม่อาจจะต่อสู้..โปรดถอยออกไป..ไม่เช่นนั้นก็วางอาวุธยอมแพ้..”

แค่คำขู่ไหนเลยจะใช้กับทหารกบฏได้..

ดังนั้น..มุกดาราจึงดึงลูกศร..เหนี่ยวสายธนู..และยิง..

ลูกศรที่ปล่อยออก..กลับมีความรุนแรงอย่างไม่น่าเชื่อ..

ทุกคนเห็นลูกศรของมุกดาราพุ่งวาบเร็วราวกับสายฟ้าฟาดใต้สมุทร..คล้ายกระสุนที่มองแทบไม่ทัน..แทนที่จะเป็นธนูที่ยิงในน้ำที่มีแต่แรงต้าน..

แต่มันคล้ายไม่มีแรงต้านของน้ำแม้แต่นัอย…..

เหมือนมันพุ่งไปบนความว่างเปล่า..

ข้อสำคัญ..มันไม่ตั้งใจจะยิงโดนทหารกบฎอุทกมิตเลย..

ขณะที่ทหารกบฏประหลาดใจ..ไม่เข้าใจว่าอัศวินแห่งอากาศมนตราคนนี้ทำอะไร..ก็มีแรงสะเทือนเลื่อนลั่น..

เรือดำน้ำลำหนึ่งเหมือนระเบิดอับปางลง...

ทุกคนหันไปมองตามแรงระเบิด..พบว่า..ธนูของมุกดาราลูกนั้น..พุ่งไปหาเรือดำน้ำอีกลำ..และเจาะผ่านผนังเรือเข้าไป..และมีเสียงระเบิด..

ลูกธนูทะลุออกมา..พุ่งเข้าเจาะเรือดำน้ำลำต่อไป..

ทหารกบฏอ้าปากค้าง...

เรือดำน้ำสิบสองลำอับปางลงทั้งหมด..ด้วยธนูดอกเดียว..

แถมธนูยังพุ่งกลับ..สวมที่ซองใส่อย่างแม่นยำ..

มุกดาราดึงธนูดอกใหม่..เหนี่ยวสาย..

ทหารกบฏอุทานออกมา..ในขณะที่มุกดารายิ้มเยาะ…

“..แค่ดอกเดียวก็หลบให้ได้ก่อนนะ..”

ทหารกบฏไหนเลยจะกล้าเผชิญหน้าด้วย..รีบชูมือยอมแพ้..

มุกดาราลดธนูลง..พูดขึ้นว่า..

“..สหายชาวมนุษย์บกที่เรือดำน้ำ..ต้องการให้พวกท่านช่วย..รีบไปช่วยเพื่อนเสียก่อนเถิด..แล้วกลับไปเสีย..”

ได้โอกาสแบบนี้ใครจะไม่คว้าไว้..ทหารกบฏรีบว่ายน้ำหนีหายไป..และส่วนหนึ่งไปช่วยเหลือสหายมนุษย์บกในเรือดำน้ำด้วย..

มุกดาราหัวเราะอย่างสะใจ..

แต่แล้วก็ชะงัก..

เพราะรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่น่ากลัว..

“..ใคร..”

นางพบเห็นดวงตาหลายดวงส่งประกายรายล้อมเข้ามา..

มุกดาราดึงดาบออกมาจากฝัก..

นอกจากธนู..นางยังมีดาบ..

ดวงตาที่นับได้ยี่สิบดวงนั่นรายล้อมนางไว้..

มุกดาราถึงกับขมวดคิ้ว..พวกมันมีสิบคน..

ทุกคนคือใบหน้าของคน ๆ หนึ่งที่นางฆ่าไปแล้ว..นั่นคือ..ปราชญ์ม่วงคราม..

ปราชญ์ม่วงครามก็คือหนึ่งในร่างโคลนนิ่งของฮัล เวสท์…

แต่การที่ทุกคนมีแสงจากดวงตา..ช่างดูประหลาดนัก..

ในหูของมุกดารามีหูฟังอันเล็ก..สามารถติดต่อกับฐานบัญชาการได้..

เสียงจินดาพิสุทธิ์พูดว่า..

“.มุกน้อย..ถอยออกมาก่อน..”

“..ท่านพี่..”มุกดาราร้อง.. “..พวกมันรายล้อม..ถอยไม่ได้..แต่ไฉนต้องถอย..”

เสียงอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงของอจินไตย..

“..มุกน้อย..พวกเราจับความผิดปรกติได้..พวกมันเหมือนมีพลังที่เราไม่รู้จัก..”

“..นี่เป็นร่างโคลนนิ่งของฮัล..เวสต์..แต่ทำไมถึงรวบรวมได้ขนาดนี้..”เสียงจินดาพิสุทธิ์พูด.. “..มุกน้อย..รอก่อน..ฉันกับอจินไตยจะไปช่วยเธอ..”

มุกดารารับคำ..แต่ในขณะนั้น..ร่างของฮัล เวสต์หรือปราชญ์ม่วงครามในภพของเทพอสูรสองคน..ก็จู่โจมใส่..

ในมือของแต่ละคนมีอาวุธเป็นสามง่ามยาว..

มุกดาราใช้ดาบปัด..ดาบปะทะกับสามง่ามเล่มหนึ่ง..มือของนางถึงกับสะท้าน..

มุกดาราอุทานเบา ๆ ..สยายแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกทั้งสี่ชายเข้าช่วยรับมือ..

แต่ฮัล เวสท์อีกสี่ร่าง..กลับจับชายแพรไว้คนละชาย..

ในแง่ของพลัง..มุกดารามีพลังเป็นอันดับสาม..แต่ฝีมือเป็นอันดับหนึ่ง..เพราะฝึกวิชาการต่อสู้มามากกว่าทุกคน..

แต่ต่อให้พลังเป็นอันดับสาม..แต่มันก็เป็นพลังแห่งอากาศมนตรา..

ชายแพรทั้งสี่ชายที่ถูกจับไว้..เหมือนถูกสยบอย่างง่ายดาย..

มุกดาราเม้มปาก..ไม่เคยมีใครสยบแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกได้..เร่งเร้าพลังบังคับแพรพรรณจนหน้าแดงจัด…

แพรพรรณทั้งสี่ชายเหวี่ยงสะบัดจนได้..ทำให้ฮัล เวสท์ทั้งสี่คนที่ยึดจับชายแพร..ถูกเหวี่ยงสะบัดไปด้วย..

แต่สามง่ามสองอันก็จู่โจมเข้ามา..ทำให้มุกดาราต้องใช้ดาบปะทะ..

แต่ยังเหลือฮัล เวสท์อีกสี่คน..

และพวกมันทั้งสี่ยกปืนขึ้น..

ก่อนจะยิงใส่..

ปืนเป็นปืนกระสุนน้ำที่น่ากลัว..มุกดาราปัดกระสุนน้ำทุกอันกระดอนไปด้วยดาบ..ขว้างดาบนั้นใส่สองสามง่ามที่แทงรุกไล่..

ดาบถูกปัดออก...

มุกดาราปลดคันธนู..เหนี่ยวยิงลูกศรออกไปสามลูก..

สามลูกศรล้วนแต่แก้ไขสถานการณ์ให้นางได้ทั้งสามลูก..

ลูกหนึ่งพุ่งเข้าหาฮัล เวสท์ที่ยึดแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกทั้งสี่คน..ดังนั้น..พวกมันต้องปล่อยมือจากการยึดแพรพรรณไว้ทั้งหมด..

อีกลูกพุ่งเข้าหาฮัล เวสท์ที่ลอบยิงกระสุนน้ำใส่ทั้งสี่คน..ทำให้ต่างต้องหลบธนูไม่มีเวลาจะมาลอบทำร้าย..

อีกลูกพุ่งเข้าหาสามง่ามที่ฮัล เวสท์สองคนกำลังรุมทำร้ายมุกดาราอยู่..ทำให้ต้องปัดป้องไม่มีเวลารุกไล่จัดการนาง..

มุกดาราครั้นแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกเป็นอิสระ..ก็ใช้ชายหนึ่งพุ่งไปม้วนพันดาบที่ขว้างออกไปแต่แรก..ดึงกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง..

ชายหนึ่งของแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกรัดดาบ..ตั้งรับเป็นเพลงดาบของแคว้นมิลินทระ..สองมือของมุกดาราเหนี่ยวธนูเตรียมยิงลูกศรลูกที่สี่..แต่ร่างของนางกลับเคลื่อนหนีไปทางเกาะฟองสมุทร..

ฮัล เวสท์ทั้งสิบร่างนี้..มีพลังที่น่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก..กระทั่งมีพลังอากาศมนตรา..ยังรู้สึกตึงมือ..

ทำไมถึงเป็นแบบนี้..

สองร่างชุดขาวเข้ามาเคียง..นี่คือธวัลนรีและธวัลวราง..สองอัศวินแห่งอากาศมนตรา..หรืออจินไตยกับจินดาพิสุทธิ์นั่นเอง..

มุกดาราอยู่กลาง..พูดกับท่านพี่ทั้งสองว่า..

“..พวกมันมีพลังที่น่ากลัวจริง..”

“..มุกดารา..ท่านยังนับว่ารอดพ้นจากการรุมโจมตีได้..”อจินไตยพูด..

จินดาพิสุทธิ์สีหน้าเคร่งขรึม..นี่เป็นเพราะมุกดาราเชี่ยวชาญเชิงยุทธ..มีวิธีต่อสู้ที่ไม่ว่าใครก็ยากจะเอาชนะ..นางจึงรอดพ้นจากการถูกรุมทำร้าย..

หากเป็นนางหรืออจินไตย..จะรับมือคนพวกนี้ไหวหรือไม่นะ..

จินดาพิสุทธิ์ร้องว่า..

“..ลองให้มันสู้กับธาตุลมดู..”

พลางวาดสองมือ..เดินพลังแห่งวาโยธาตุ..

อจินไตยเองที่สวมสายรัดเอวแห่งวาโยอยู่..ก็เร่งเร้าพลังแห่งวาโยเช่นกัน..

ทั้งสองมีทั้งพลังแห่งอากาศมนตราและพลังแห่งธาตุลม..จึงนับว่ามีพลังสูงกว่าทุกคน..

ฮัล เวสท์ที่ตามีประกายแสงทั้งสิบคน..ต่างประสานมือเชื่อมต่อกัน..

กระแสลมเกิดขึ้นใต้น้ำ..

กลายเป็นลมหมุนใต้น้ำ..พัดน้ำวนเป็นวง..พุ่งเข้าหาฮัล เวสท์ทั้งสิบคน..

ฮัล เวสท์ทั้งสิบคนนั้นประสานมือเชื่อมกันเป็นวง..

และร่างของทั้งสิบ..ก็หมุนคล้ายเกลียวสว่าน..

เพียงเพื่อที่จะฝ่าลมใต้น้ำของอจินไตยและจินดาพิสุทธิ์..

มุกดาราเม้มปาก..พวกมันยังไม่เกรงกลัวพลังของวาโยธาตุอีกหรือนี่..

พลันปล่อยสายธนูออกไปแล้ว..

ลูกศรพุ่งวาบและเลือนหาย..

นี่คือการยิงธนูข้ามมิติ..ไม้ตายของมุกดารา..

น้ำสีแดงสาดกระจาย..

ธนูของมุกดาราปรากฏขึ้นอีกครั้งคือใจกลางของวงของร่างทั้งสิบของฮัล เวสท์..และมันแทงใส่ร่างของฮัล เวสท์คนหนึ่งจนได้รับบาดเจ็บ..

วงของร่างทั้งสิบคลายออก..แล้วก็ถูกลมใต้น้ำของอจินไตยและจินดาพิสุทธิ์พัดกระจายไป..

มุกดาราดึงลูกศร..เหนี่ยวสายยิงไม่หยุดยั้ง..พริบตาเดียวยิงไปหกดอก..

ธนูข้ามมิติปรากฏในมุมที่นึกไม่ถึง..ปักใส่ร่างทั้งหกร่าง..

เวลานี้..เจ็ดในสิบของร่างฮัล เวสท์ได้รับบาดเจ็บ..

ฮัล เวสท์คนหนึ่งแค่นเสียง..

“..แล้วพบกันใหม่..ธวัลอัศวิณี..”

พลางส่งสัญญาณให้ทุกคนล่าถอย..แม้จะบาดเจ็บเลือดทะลักแดงฉาน..แต่ก็ยังไม่ตาย..

ศึกใต้น้ำของมนุษย์ที่มีพลังพิเศษยกแรกจบสิ้น..ธวัลอัศวิณีทั้งสามชนะ..

ทั้งสามเจ้าหญิงมองหน้ากัน..ต่างคนต่างรู้สึกว่า..นี่เป็นการต่อสู้ที่น่ากลัว..ตั้งแต่เป็นอัศวินแห่งอากาศมนตรา..ศึกครั้งนี้แม้จะชนะ..แต่ก็รู้สึกหวาดเสียวยิ่งนัก..

“..ท่านพี่..”มุกดาราพูด.. “..ข้าไม่เคยทราบว่าพวกมันจะร้ายกาจปานนี้..”

“..หวังว่า..ทาลิสคงไม่ถึงกับโชคร้ายนะ..”

การวางกลศึกนั้นมีความสำคัญ..และข้อสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง..นั่นคือ..ทางฝ่ายเกาะฟองสมุทรต่างรู้ข้อจำกัดและสิ่งที่เหมือนจะเป็นจุดอ่อนได้ดี..เพราะอีกฝ่ายมีราชินีลาริสซาที่ถูกคุมขังเป็นเครื่องต่อรอง..

ดังนั้นจึงมีแผนการบางอย่างถูกกำหนดขึ้น..

พวกกบฏต้องส่งกำลังออกมารับมือ..และมันก็ทำตามนั้นจริง ๆ ..

ดังนั้น..การรับมือในยกแรกจึงต้องให้อัศวินแห่งอากาศมนตราออกไปต่อสู้เพื่อถนอมไพร่พล..

มุกดาราและริต้ากับอจินไตยจะเป็นกำลังหลัก..

ในส่วนของทาลิส..จะแฝงกายติดตามทหารกบฎด้วยความสามารถที่ทำให้ร่ายกายกลืนไปกับอากาศเหมือนกับการหายตัว..ลอบเข้ามาในอาณาจักรอุทกมิต..เพื่อช่วยเหลือราชินีลาริสซา..ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ..

การลอบเข้ามาไม่ใช่เรื่องง่าย..ดีที่สุดคือการโอกาสตอนถอยกำลังพลนี่แหละ..

หากกบฏคร่ากุมราชินีลาริสซาไว้..การจะสู้กับกบฏจะทำได้ยากเย็นยิ่งนัก..

การแฝงกายของทาลิสต่างกับการแทรกมิติไปอยู่ในมิติซ่อนเร้นของธวัลอัศวินีทั้งสาม..แม้จะประสิทธิภาพไม่เทียบเท่า..แต่มันก็เหมาะที่สุดเพราะสามารถใช้ในน้ำได้..แตกต่างจากของสามเจ้าหญิง..

และมันสมควรจะเพียงพอต่อการใช้งาน...

เพียงแต่..คงไม่มีใครทราบว่า..บางครั้งการคาดการณ์อาจจะไม่ถูกต้องเสมอไป...

เพราะคู่ต่อสู้ของพวกนาง..จะมากจะน้อยยังมีฮัล เวสท์..ซึ่งมีทั้งความฉลาด..กับประสบการณ์ข้อมูลจากหลายชีวิตที่เขาได้เชื่อมโยงถึงร่างต่าง ๆ ได้...

.........

อาณาจักรแห่งเผ่าอุทกมิต...

ร่างของทาลิสปรากฏขึ้นภายในวังอุทกมิตแล้ว…

ปัญหาคือวังอันกว้างใหญ่…จะหาที่คุมขังราชินีลาริสซาพบได้อย่างไร

ทาลิสแตะที่ขอบแว่นตากรอบดำ…

“…โหลดผังของวังอุทกมิต…หาความน่าจะเป็นของที่คุมขังราชินีลาริสซา…”

การฝังไมโครชิพในแว่นให้เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดจิ๋ว…สร้างความสะดวกสบายให้ทาลิสมากมายนัก…แม้จะไม่ได้ใช้ระบบออนไลน์เพราะเกรงการดักคลื่นของฝ่ายกบฏ…แต่การโหลดข้อมูลที่จำเป็นเพื่อนำมาใช้ได้ทุกเมื่อ…ย่อมดีกว่าจะบุกเข้ามาแบบมือเปล่า

ทาลิสเห็นเส้นทางในวัง…ก่อนจะสร้างสภาวะให้ร่างกายกลืนหายไปกับอากาศหรือล่องหนอีกครั้ง…

ราชินีลาริสซาไม่ควรอยู่ในห้องขังทั่วไป…

อาศัยความน่าจะเป็นจากการคำนวณ…และลอบฟังการสนทนาของทหารในวัง…ทำให้ทาลิสมาถึงห้องขังอย่างง่ายดาย

แต่ทาลิสก็ยังไม่ประมาท…ห้องโลหะแก้ว…ชื่อนี้ดูประหลาดนัก…

ทาลิสหาทางเปิดห้องขังที่เหมือนมีผนังโลหะขวางอยู่

หากจะเปิดให้ได้ด้วยกำลัง…คงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธอ…แต่ก็ไม่ต้องการให้แตกตื่นวุ่นวายโดยใช่เหตุ…

ขณะกำลังจะหาทางเปิด…ก็มีคนมาทางนี้…

นี่คือคนส่งอาหาร…

ทาลสยิ้มแย้มอย่างยินดี…

แถบหนึ่งของผนังเปิดออกเป็นช่อง…คนส่งอาหารวางภาชนะ…ก่อนจะพูดว่า…

“…องค์ราชินี…โปรดรับประทานอาหารด้วย…ท่านไม่รับประทานมาสามวัน…เกรงร่างกายจะทานทนไม่ไหว…”

“…ถ้าเป็นเจ้า…จะรับประทานอันใดลงได้หรือ…”เสียงตอบจากภายใน…

ช่องผนังจะเลื่อนปิด…แต่มีแถบชายแพรสองชาย…พุ่งเข้าไปในช่องผนัง…

ทาลิสจำเป็นต้องคลายการกำบังกายเพื่อให้ราชินีลาริสซาได้ล่วงรู้…

คนส่งอาหารตกใจ…แต่แล้ว…เขาก็ถูกเหวี่ยงไปอีกทาง…สิ้นสติไป…

ราชินีลาริสซาถามขึ้นอย่างตระหนก…

“…ผู้ใด…”

แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกเหมือนเป็นมือที่ทรงพลังดันช่องวางอาหารไม่ให้ปิด…และยังดันมันแยกออกมา…เสียงเปรี้ยะ…ถึงกับฉีกผนังโลหะและผลึกแก้วใสออกมาเป็นรูโหว่…

ทาลิสก้าวเข้ามา…ตรงหน้าคือหญิงกลางคนในชุดเลื่อมสีฟ้าอ่อน…ผมขาวเกล้ามวยอย่างสวยสง่า…มีมงกุฎมุกสวมอยู่…

คอมพิวเตอร์ในแว่นจับภาพตรงหน้า…และมีการประมวลผลชั่วขณะ…ก่อนจะรายงานว่า…

“…นี่คือองค์ราชินีลาริสซาแห่งเผ่าอุทกมิตตัวจริง…”

ทาลิสยิ้มอย่างยินดีคุกเข่าลง…

“…ราชินีลาริสซา…ฉันคือธวัลอร…หนึ่งในอัศวินแห่งอากาศมนตรา…บุตรีท่านเจ้าหญิงอัมพุชา…ส่งฉันมาช่วยท่านให้หนีจากที่คุมขัง…ไปที่เกาะฟองสมุทร…เพราะเราจะทำศึกแย่งชิงอาณาจักรคืนในอีกไม่นาน…”

ราชินีลาริสซานิ่งสงบ…ก่อนจะพยักหน้า…

“…แม่นางธวัลอร…ลำบากท่านแล้ว…”

ทาลิสลุกขึ้น…แต่แล้วก็รู้สึกผิดปรกติ…

“…ท่าน…”

ราชินีลาริสซาพูดอย่างเศร้าสร้อย…

“…ข้าไม่อาจต้านทานตราแห่งเทพไตรตันได้…แม่นางธวัลอร…ขออภัยท่านด้วย…”

ทาลิสงุนงง…แต่แล้ว…มีบางอย่างพุ่งจากผนัง…เป็นปลอกรัดมือเท้าทั้งสี่ข้าง…

ทาลิสขยับดิ้นรน…ก่อนจะบังคับแพรพรรณแห่งทางช้างเผือก…แต่แล้วมีบางอย่างพุ่งไปรัดแพรพรรณทั้งสองชาย…เป็นเชือกร้อยลูกตุ้ม…

ทาลิสเม้มปาก…เชื่อว่าเพียงใช้เวลาสักเล็กน้อย…ก็หลุดจากพันธนาการไม่ยาก…

เพียงแต่นี่เป็นเพียงการถ่วงเวลา…

เพราะราชินีลาริสซา…เดินเข้าใกล้…และจรดเข็มเล่มหนึ่งกับร่างทาลิส…

เหมือนจะทราบว่า…หากแทงใส่เสื้อผ้า…อาจจะไม่เข้า…เพราะเครื่องแบบของอัศวินแห่งอากาศมนตรา…น่าจะสร้างมาจากสิ่งพิเศษจนควรจะทนทานกว่าเสื้อผ้าธรรมดา…

ดังนั้นเป้าหมายของเข็มคือ…ต้นคอ…

ทาลิสเจ็บแปลบที่ถูกแทง…แต่เหนืออื่นใด…นี่เป็นครั้งที่สามที่หลงกล…

สิ่งเหล่านี้ชวนให้เจ็บมากกว่าอื่นใด…

ทาลิสล้มลง…ชาไปทั้งตัว…

แต่สิ่งหนึ่งไม่ทำให้ทาลิสเจ็บจนเกินไปนัก…

คอมพิวเตอร์ที่แว่นตารายงานผล…

“…ตราแห่งเทพไตรตัน…สามารถบังคับบัญชา…สั่งการ…บงการทุกผู้คน…ให้ทำตามคำสั่งทั้งที่ยังมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน…องค์ราชินีลาริสซาอาจถูกอำนาจของตรานี้…”

คอมพิวเตอร์รายงานอีก…

“…ธวัลอร…เธอถูกพิษปลามังกรเก้าหาง…พิษนี้จะทำให้เธอชา…เป็นพิษต่อร่างกายอย่างร้ายแรงและ…”

ทาลิสบิดกระตุก…ตาค้าง…

“…สยบผู้มีพลังพิเศษของมนุษย์ทุกเผ่าพันธุ์ได้…”

………

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น