ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 4 ฝึกฝน(3)

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 ฝึกฝน(3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.7k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ค. 2562 14:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 ฝึกฝน(3)
แบบอักษร

มะแม!

 

 

 

"Katon : Gōka Mekkyaku(คาถาเพลิง : ลูกไฟยักษ์ผลาญ)"

 

 

 

ฟูมมมม~!!!

 

 

 

เพลิงสีส้มถูกพ่นออกมาจากปากเล็กๆ มันแผ่ขยายออกเป็นคลื่นทะเลเพลิงที่สูงกว่าสามเมตรเผาผลาญทะเลสาบโดยรอบจนเกิดเป็นหมอกควัน แต่เด็กชายยังไม่หยุดแค่นั้นเขาเริ่มประสานอินอีกครั้ง

 

 

 

ขาล!

 

 

 

"Koton : Gōryūka no jutsu (คาถาเพลิง : พญามังกรเพลิง)"

 

 

 

โฮกกก

 

 

 

เสียงมังกรคำรามแห่งการกดขี่ดังออกมาพร้อมกับเปลวเพลิงสีส้มดำที่ก่อนตัวกลายเป็นหัวคล้ายมังกรขนาดไม่ใหญ่นักแผ่พุ่งไปยังต้นไม้ฝั่งตรงข้ามก่อนจะเกิดการระเบิดขนาดใหญ่และเผาป่าในละแวกนั้นจนกลายเป็นเถ้าธุลีในชั่วพริบตา

 

 

 

"ไฟจะไหม้ป่าเอานะเนี่ย"

 

 

 

มะโรง > ขาล > เถาะ !

 

 

 

"Suiton : Mizurappa(คาถาน้ำ : คลื่นน้ำเชี่ยว)"

 

 

 

คลื่นน้ำขนาดใหญ่และรุนแรงพุ่งออกมาจากปากของคาซึยะและเข้าดับไฟภายในป่าเพียงชั่วพริบตาเดียวเพลิงที่ร้อนระอุก็ถูกดับลง ความสงบเข้ามาเยือนแต่เด็กชายที่ทดสอบคาถาเพลิงไปหลายคาถารู้สึกวิงเวียนเล็กน้อย

 

 

 

"จักระเกือบหมดเลย"

 

 

 

คาซึยะส่ายหัวไปมาและนั่งลงที่พื้นเพื่อฟื้นฟูจักระ ในขณะที่ฟื้นจักระในหัวของเขาก็คิดวิเคราะห์การรีดเร้นจักระที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ คาถาที่เขาใช้ออกไปในแต่ละครั้งกินจักระเขาไปไม่น้อย โดยเฉพาะสองคาถาแรกที่เป็นคาถาระดับสูงแปลงคุณสมบัติที่มีพลังทำลายล้างสูงแม้จะย่อขนาดและลดทอนความรุนแรงไปแล้วก็ยังกินจักระมากเกินไปอยู่ดี

 

 

 

"มันค่อนข้างยากเล็กน้อยที่จะควบคุมพลังทำลายล้างให้ลดลง"

 

 

 

"ยะห์หู้วว! ในที่สุดก็ทำสำเร็จจนได้เรานี่มันอัจฉริยะจริงๆ นี่เจ้าบื้อคาซึยะรีบมาสอนคาถาเพลิงให้ฉันเดี๋ยวนี้เลย เอาคาถาแบบเทพๆเลยนะเพราะตำนานจอมเพลิงผลาญของฉันจะเริ่มนับจากนี้เป็นต้นไป"

 

 

 

คาซึยะที่กำลังคิดก็หลุดออกจากภวังค์ความคิด สายตาเหล่มองโอบิโตะที่กำลังเต๊ะท่าทำเท่ห์ก่อนจะพยายามกั้นหัวเราะ ตอนนี้อัจฉริยะที่ว่าเปียกราวกับลูกสุนัขตกน้ำ เสื้อผ้านี่ชุ่มไปด้วยน้ำเลยดูท่าจะผิดพลาดจมน้ำไปหลายรอบ

 

 

 

"เอาสิ ฉันจะสอนคาถาเพลิงให้นายแต่ก่อนอื่นนายต้องลองอัดจักระใส่นี่ก่อน"

 

 

 

คาซึยะส่งกระดาษทดสอบคุณสมบัติของจักระที่บิดาให้มา ส่งต่อให้กับโอบิโตะ ซึ่งเจ้าตัวก็ทำตามอย่างว่าง่ายและแล้วกระดาษก็เริ่มแสดงปฏิกิริยาขึ้นกระดาษในมือของโอบิโตะนั้นถูกตัดออกเป็นสองส่วนก่อนจะถูกเผาเป็นเถ้าถ่าน

 

 

 

"โอ้นายมีคุณสมบัติธาตุคู่ มีธาตุลมและธาตุไฟนะโอบิโตะ"

 

 

 

"โอ้ฟังดูดี ฉันมีสองธาตุสมแล้วฉันนี่แหละอัจฉริยะ! ว่าแต่นายมีกี่คุณสมบัติ ?"

 

 

 

"ของฉันมี 5"คาซึยะได้ทีข่มก็ทำท่าทางเย้ยหยันโอบิโตะในทันที นี่มันสุขใจชะมัด แต่เจ้าโอบิโตะนี่มันพิเศษจริงๆเพราะคุณสมบัติไฟและลมนั้นหายากมากในหมู่อุจิวะที่จะมีคุณสมบัติจักระธาตุคู่ที่ลงตัวแบบนี้

 

 

 

"นะ นายมันมันไม่ใช่อัจฉริยะแล้ว นายมันเป็นสัตว์ประหลาด! ว่าแต่คุณสมบัติธาตุจักระนี่คืออะไร"

 

 

 

ท่าทีงงงวยของโอบิโตะทำให้คาซึยะเกือบล้มหน้าคะมำ โถ่เอ้ยไอเราก็นึกว่าเจ้าหมอนี่มันรู้อยู่แล้ว ที่ไหนได้ยังงี่เง่าอยู่เหมือนเดิม นี่เราเผลอหลงผิดกับคนงี่เง่าไปซะแล้วสิจะติดเชื้อไหมละเนี่ย

 

 

 

"เอาละฉันจะแสดงให้นายดูถึงการแปลงคุณสมบัติธาตุ ก่อนอื่นนายต้องปล่อยจักรออกมาแบบนี้"

 

 

 

แสงจักระขนาดเล็กสีฟ้าผุดออกมาราวดอกเห็ดที่ฝ่ามือ ด้วยการควบคุมจักระในระดับสูงและความรู้ที่บังเอิญได้มาหลังจากเรียนคาถาไม้และคาถาเพลิงสองรูปแบบทำให้เขาเข้าใจการแปลงคุณสมบัติอยู่ในระดับหนึ่ง จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะแปลงคุณสมบัติในตอนนี้

 

 

 

"นี่คือการควบคุมจักระระดับสูงและแปลงจักระ จากนั้นก็ปล่อยจักระสายฟ้าเข้าสู่ก้อนจักระแบบนี้...และนี่คือคาถาสายฟ้า Chidori (พันปักษา)"

 

 

 

กรี๊ดดดดดด~!!!

 

 

 

เสียงหวีดร้องของนกกานับพันดังออกมาจนโอบิโตะตกใจ  แต่คาซึยะไม่ได้ใส่ใจเขาวิ่งลากสายฟ้าไปที่ต้นไม้ก่อนจะส่งมือขวาที่เต็มไปด้วยสายฟ้าแทงทะลุทะลวงต้นไม้จนเกิดรูโหว่ขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือของเขา

 

 

 

"นี่คือการแปลงคุณสมบัติธาตุซึ่งเป็นเทคนิคขั้นสูง ถ้านายสามารถทำได้นายสามารถเข้าสู่ระดับจูนินไม่ก็โจนินได้เลย แถมในอนาคตนายอาจจะสร้างคาถานินจาเฉพาะของนายเพื่อสร้างชื่อเสียงของนายขึ้นมาด้วย"

 

 

 

"สะ สุดยอด!! แต่ฉันไม่เข้าใจเลยอะ"

 

 

 

แป๋วววว~

 

 

 

คาซึยะแทบล้มทั้งยืนอีกรอบก่อนจะส่ายหัว ผลสุดท้ายเขาก็ต้องมานั่งสอนคาถาเพลิงแบบง่ายๆและใช้จักระไม่เยอะให้กับโอบิโตะ พอเจ้าตัวลองครั้งแรกก็ผิดพลาดในทันที เนื่องจากประสานอินบิดๆเบึ้ยว เขาจึงแนะนำให้เจ้าตัวทำแบบช้าๆ

 

 

 

ขาล > มะแม > วอก > กุน > มะเมีย > ขาล

 

 

 

"Katon : Gōkakyū no jutsu(คาถาเพลิง : ลูกบอลไฟยักษ์)"

 

 

 

ฟู!!

 

 

 

ลูกบอลเพลิงถูกปล่อยออกมาจากปากของโอบิโตะแม้ลูกบอลจะมีขนาดไม่ใหญ่เท่าตัวเขา แต่ก็มีพลังทำลายล้างสูง ขอเพียงเจ้าตัวมีจักระเพิ่มมากขึ้นพลังทำลายล้างคงจะสูงมากกว่านี้

 

 

 

"เข้าใจหลักการแล้วสินะ ดีพรุ่งนี้ก่อนนายจะไปโรงเรียนให้มาหาฉันที่บ้านเดี๋ยวฉันจะเตรียมคัมภีร์คาถาเพลิงและวิธีสะสมจักระไว้ให้"

 

 

 

คาซึยะคิดสักพักก่อนจะตัดสินใจช่วยฝึกเจ้างี่เง่าโอบิโตะ ยังไงเขาก็ยังขาดคู่ซ้อมถ้ามีเจ้าหมอนี่มาช่วยการฝึกไทจุสสุคงก้าวหน้าขึ้นมาบ้าง แถมนี่ยังสามารถทำให้เข้าโอบิโตะกลายเป็นสัตว์ประหลาดของอุจิวะต่อจากเขาอีกด้วย

 

 

 

'แค่คิดก็สนุกแล้ว'

 

 

 

"จริงนะ ? ขอบใจมากนายนี่เป็นเพื่อนที่ดีสุดของฉันจริงๆเจ้าบื้อคาซึยะ จากนี้รินจะได้เห็นด้านเท่ห์ๆของฉันเสียที จอมเพลิงเผาผลาญเนตรวงแหวนถือกำเนิดแล้ว ยะห์หู้ววววว!"

 

 

 

จากนั้นเจ้าโอบิโตะก็จากไป เห็นเจ้าตัวบอกว่าจะไปช่วยคุณยายในหมู่บ้านและก็จะไปโรงเรียนต่อซึ่งคาซึยะก็ไม่ได้คัดค้านอะไร เขาหันมาสนใจนินจุสสุอีกเล็กน้อยก่อนจะกลับบ้านเพื่อไปฝึกซ้อมปาคุไน ชูริเคนและฝึกอาวุธหลักนั่นก็คือการใช้กุนไบหรือพัดสงครามกับบิดาตามตารางที่วางไว้

 

 

 

"คิดยังไงเจ้าถึงได้เลือกที่จะใช้กุนไบเป็นอาวุธหลัก คาซึยะ"

 

 

 

"เพื่อตอกย้ำความน่าเกรงขามของอุจิวะให้นินจาแคว้นอื่นได้รู้ว่าผีแห่งอุจิวะ สุดแกร่งรุ่นที่สองได้ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว"

 

 

 

ใช่นี่คือเป้าหมายที่แท้จริง แม้ว่ากุนไบในปัจจุบันจะขาดเคียวไปแต่เขาก็ไม่คิดจะใช้มันอยู่แล้วดังนั้นจึงไม่ได้ใส่ใจ อีกอย่างเขาอยากฝึกกุนไบที่ติดโซ่เสียมากกว่า แต่ยังไงกุนไบแห่งอุจิวะก็ยังเป็นอาวุธที่น่าเกรงขามสำหรับแคว้นอื่นๆ

 

 

 

โดยเฉพาะอิวะงาคุเระ ที่มีซึจิคาเงะ รุ่นที่สาม โอโนกิ ชายผู้กลัวมารดาจนขี้หดตดหาย ถ้าสงครามโลกนินจาครั้งที่สามเกิดขึ้นเขาจะใช้พัดสงครามนี่ตอกย้ำตาแก่โอโนกิให้หวาดกลัวหมู่บ้านโคโนฮะและตระกูลอุจิวะและไม่กล้าเข้าร่วมสงครามไปเลย

 

 

 

"นั่นเป็นความคิดที่ดี แต่พ่อขอเหตุผลของเจ้าหน่อยได้หรือเปล่า ?"

 

 

 

"เพื่อปกป้องท่านพ่อและท่านแม่และหมู่บ้าน รูปแบบของกุนไบคือการปกป้องข้าเลือกมันเพราะการนี้"

 

 

 

คาซุยะเลือกตอบแบบไม่ต้องคิดเลย เพราะนี่คือความหวังของเขา เขาอยากให้หมู่บ้านยอมรับตัวเขาที่มีสายเลือดสามตระกูลไหลเวียนภายในร่างกาย แม้ตระกูลเซ็นจูและอุจิวะบางคนจะยอมรับในตัวตนครอบครัวของเขา แต่นั่นก็เป็นเพียงส่วนน้อย

 

 

 

"ฮึ เรื่องปกป้องข้าและแม่ของเจ้าในตอนนี้มันเป็นเพียงเรื่องเพ้อฝัน ถ้าอยากแข็งแกร่งเจ้าต้องเบิกเนตรของตระกูลเราแม้เนตรวงแหวนในช่วงแรกจะกินจักระมาก แต่ด้วยรากฐานที่เจ้าวางไว้นั้นเนตรวงแหวนจะไม่ถ่วงการเติบโตของเจ้าอย่างแน่นอน"

 

 

 

แม้ปากจะพูดล้อเลียนแต่ใบหน้าของคาซุกิผู้เป็นบิดากับยิ้มแย้มอย่างอ่อนโยน ดูเหมือนว่าเขาจะได้ครอบครัวที่ดีจริงๆ เพื่อให้ครอบครัวแบบนี้เขาต้องแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุด!!

 

 

 

"ท่านพ่อรีบสอนข้าปาคุไนและชูริเคน"

 

 

 

"อาเข้าใจแล้ว ดูและจำให้ดีข้าจะแสดงให้เจ้าดูเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ไป!!"

 

 

 

ฟึบ ๆ!

 

 

 

คุไนทั้งหกในซอกนิ้วจากมือทั้งสองข้างถูกขว้างปาออกไปด้วยความเร็วปานสายฟ้า ด้านแหลมคมของคุไนทั้งหกพุ่งไปยังทิศทางเดียวกันนั่นก็คือเป้าไม้ที่ทาสีจุดแดงเอา

 

 

 

ปัก ๆ ๆ ๆ ๆ!!

 

 

 

ปลายแหลมของคุไนทั้งหกปักไปที่เป้าไม้อย่างแม่นยำ คาซึยะเหล่มองเล็กน้อยและก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าบิดาของเขาวปาคุไนโดยไม่ใช้เนตรวงแหวนแต่คุไนทั้งหกกลับปักอยู่ในจุดเดียวกันทั้งหมด

 

 

 

"คราวนี้เราจะปาชูริเคนแบบโค้ง"

 

 

 

ฟึบ วุบๆๆๆๆ เคร้งง ปัก!!

 

 

 

เขามองการเคลื่อนไหวรวมถึงวิถีการปาชูริเคนของบิดาอย่างสนใจ ด้วยสายตาที่ดีผิดปกติทำให้เขาสามารถเห็นการเคลื่อนไหวจังหวะรวมถึงการควบคุมแรงในชูริเคนที่ปาออกไปพร้อมกัน

 

 

 

"นี่เป็นเพียงพื้นฐานถ้าเจ้าเชียวชาญ การปาแบบโค้งไม่จำเป็นต้องใช้สองจังหวะแบบนี้"

 

 

 

ฟุบ ปัก ๆๆ!!

 

 

 

"นะ นี่ มันทำแบบนี้ได้จริงๆหรอ"

 

 

 

คาซุยะที่เห็นกับตาว่าชูริเคนทั้งสามอันที่ถูกบิดาของเขาขว้างปาออกไปนั้นเลี้ยวโค้งและหักมุมได้เองอย่างไม่น่าเชื่อ มุมโค้งนั่นต่ำกว่า 45 องศาเลยนะนั่น ปีศาจ ปีศาจชัดๆเลยตาแก่นี่

 

 

 

"เป็นยังไงทำได้หรือเปล่า ?"

 

 

 

'ทำได้ก็บ้าแล้วตาแก่!'

 

 

 

"ตอนนี้อาจยังทำได้แต่ในอนาคต ลูกจะทำได้อย่างแน่นอน"

 

 

 

ใครจะกล้าพูดว่าทำได้ สุดท้ายเขาก็มาฝึกข้างปาแบบพื้นฐานเริมจากการปาคุไน การปาคุไนนั้นง่ายสำหรับสายเลือดอุจิวะ โดยเฉพาะคาซึยะที่เห็นการเคลื่อนไหวของบิดาทั้งหมดทำให้เขาสามารถร่างทฤษฎีการขว้างปาการควบคุมแรงและกล้ามเนื้อทุกส่วนของแขน

 

 

 

ด้วยทฤษฎีที่ดี ทำให้เขาปาเพียงสองครั้งเท่านั้น ครั้งแรกนั้นพลาดไปบ้างแต่เขาก็เริ่มจำความรู้สึกนั้นได้การปาครั้งที่สองจึงไร้ข้อผิดพลาด เขาเริ่มฝึกจากคุไนหนึ่งเล่มก่อนจะค่อยๆเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จนถึงข้างละสามเล่ม

 

 

 

"ไป!!"

 

 

 

ฟึบ

 

 

 

ปัก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!!

 

 

 

"ฮึ~แม่นยำราวจับวาง!"

 

 

 

"ฮ่าๆ เจ้านี่ขี้อวดเกินไปแล้วเจ้าปีศาจตัวน้อย"

 

 

 

คาซุกิที่เห็นท่าทางอวดดีก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะพร้อมนำมือไปขยี้ผมของคาซึยะ เจ้าตัวที่ถูกขยี้หัวจนผมเสียทรงก็พองแก้มอย่างแง่งอน แต่คำพูดคำจาก็ยังอวดภูมิไม่เลิกลา

 

 

 

"แน่นอนเพราะลูกคือว่าที่ผีรุ่นสองแห่งอุจิวะและผู้สืบทอดชื่อเทพเจ้านินจาแห่งเซ็นจูเชียวนะ!"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น