หลินหลิน / ศศิภา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 3 ป้ อ น ย า (2)

ชื่อตอน : บทที่ 3 ป้ อ น ย า (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 339

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ค. 2562 13:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 ป้ อ น ย า (2)
แบบอักษร

หลังจากท้องอิ่ม หลี่จิวฮวาจึงมีสติเพิ่มขึ้นมาสองส่วน นางก้มมองตัวเอง เสื้อผ้าที่สวมยังเป็นเสื้อผ้าชุดเดิมและอยู่เรียบร้อยดี ลองใช้มือตบๆ หน้าอก ‘ของ’ ที่อาจารย์ปู่ให้มายังอยู่ดี ผ้าพันหน้าอกไม่หลุดลุ่ย เขาไม่ได้แตะต้องนาง ทั้งยังไม่ถอดชุดของนางออก หลี่จิวฮวาค่อยผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก

นางลองยกแขนขึ้น เสียงอุทานแหบแห้งจึงเล็ดลอดออกจากริมฝีปาก เมื่อหันไปมองก็พบว่าบาดแผลที่ต้นแขนมีสมุนไพรโปะอยู่และมีผ้าสีขาวพันทับไว้

หลี่จิวฮวาขยับตัวหันไปมองคนช่วยชีวิต เขาเดินไปที่หน้าต่าง เท้าแขนกับกรอบด้านล่าง แล้วเหม่อมองออกไปเบื้องนอก นางมองเขา แววตาครุ่นคิด

“เมื่อคืน สิ่งที่ข้าเห็นมันคืออะไร เจ้าพอบอกได้หรือไม่”

คำถามนี้ยากจะตอบ หากตอบไปตามตรงว่าสตรีนางนั้นเป็นปีศาจ เขาจะว่าอย่างไร สุดท้ายหลี่จิวฮวาเลือกที่จะไม่ตอบ กลับย้อนถาม

“ท่านมาจากที่ใด คิดอยู่ซื่อเฟินนานเท่าใด”

เขาหันกลับมา “เจ้าถามทำไม”

“ข้าไม่เป็นอะไรมาก สองขาสองมือของข้ายังใช้การได้ ปากยังพูดได้ ยังกินอาหารได้ สมองไม่กระทบกระเทือนยังคงสติดีอยู่ หากท่านมีธุระสำคัญก็ออกเดินทางเถิด”

คนผู้นั้นเคาะปลายนิ้วกับกรอบหน้าต่าง หันกลับไปมองต้นไห่ถังที่กำลังออกดอก ลมพัดมาวูบหนึ่ง ดอกไห่ถังดอกหนึ่งปลิดจากขั้ว ลอยมาตามลม เขายื่นมือออกไป รับดอกดอกนั้นไว้ในอุ้งมือ

“แล้วเจ้าเล่า จะไปที่ใด”

“หากเสร็จธุระแล้ว ข้าจะกลับเขาหลิงซาน”

“ธุระ?” เขาหันกลับมา มือถือดอกไห่ถัง ใบหน้าก้มดอมดมกลิ่นหอม “มีธุระอันใด กับผู้ใด”

ซักถามราวกับเป็นบิดา หลี่จิวฮวาพ่นลมหายใจแรง ไม่ตอบคำ นางก้าวลงจากเตียง เดินไปที่โต๊ะน้ำชา เปิดดูสิ่งของในย่าม ทุกอย่างยังอยู่ครบ มือหนึ่งเอื้อมไปจับกระบี่ พลันชะงักเมื่อนึกขึ้นมาได้

“ค่ายาเท่าใด ข้าจะจ่ายให้” นางหยุดคิดครู่หนึ่ง ล้วงเข้าไปในสาบเสื้อ หยิบถุงเงินออกมา “ค่าเสียเวลาของท่าน ท่านจะคิดเท่าใด”

“ค่าเสียเวลา?” เขายกมือลูบปลายคาง ส่ายหน้า “ข้าไม่ต้องการ” เท้าข้างหนึ่งก้าวนำ เพียงพริบตาเขาก็มาหยุดยืนตรงหน้านางแล้ว “ยังไม่หายดี คิดไปที่ใด”

“ย้ายห้อง”

“ย้ายห้อง?” เขาทำสีหน้าราวกับไม่พอใจ “ด้วยเหตุใด?”

ยังกล้าถามว่าด้วยเหตุใด...หลี่จิวฮวาจ้องเขาตาแทบถลน เขาไม่รู้เหตุผลจริงๆ หรืออย่างไร นางเป็นสตรี เขาเป็นบุรุษ ทั้งยังเป็นคนแปลกหน้า มิใช่ญาติสนิท อยู่ร่วมห้องกันเช่นนี้...ได้หรือ?!

“ข้า...” มองสีหน้าสงสัยจริงจังของเขาแล้วก็โพล่งออกไป “ไม่รู้จักท่าน”

“หลิวอิง” เขาสวนขึ้นมาโดยที่นางยังพูดไม่จบประโยคด้วยซ้ำ “เจ้าเล่า?”

หลี่จิวฮวาเลียริมฝีปาก ครู่หนึ่งจึงส่ายหน้าปฏิเสธ...วันนี้รู้จัก วันหน้ายังคงเป็นคนแปลกหน้า จะรู้ชื่อเสียงเรียงนามไปไย ที่สำคัญยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด คือนางจะให้เขารู้ไม่ได้ว่านางคือแมวสีเทาที่เขาตามหา

ย้อนไปเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว ในต้าเฉิงมีข่าวลือเรื่องแมวปีศาจ ผู้คนต่างหวาดกลัว ยามนั้นถึงกับมีคนฆ่าแมวที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่

วันที่นางเกิดคือปีที่สิบสองหลังจากฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ ลืมตาดูโลกได้เพียงหนึ่งปี ร่างกายของนางก็เกิดการเปลี่ยนแปลง ในเช้าวันหนึ่งตัวนางกลายเป็นแมวสีเทาตัวอวบอ้วนนอนหลับอย่างสบายอยู่บนเตียง สาวใช้ที่เพิ่งมาทำงานที่จวนได้ไม่ถึงเดือนเข้ามาเห็นการกลายร่างของนางถึงกับตกใจจนสิ้นสติ ว่ากันว่าพอนางฟื้น นางถึงกับเสียสติ เที่ยวป่าวประกาศเรื่องแมวปีศาจไปทั่วเมือง

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ไขได้ง่ายๆ เพราะเป็นคำสาปที่ถ่ายทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ

มารดาของนางมาจากตระกูลต้องคำสาปจากแมวปีศาจ ว่ากันว่าลูกหลานตระกูลโจวต้องกลายเป็นครึ่งคนครึ่งปีศาจแมว และนางก็โชคร้ายเกิดมาพร้อมคำสาปติดตัว แถมยังเป็นคำสาปที่รุนแรงทำให้นางกลายร่างตั้งแต่อายุเพียงสองขวบปี

ใช่เพียงนาง...ยังมีพี่ชายใหญ่กับน้องห้าที่มีคำสาปติดตัวเช่นเดียวกัน ทว่าพวกเขากลายร่างเมื่ออายุหกขวบ โตพอที่จะควบคุมตนเองไม่ให้กลายร่างเป็นแมวได้ ผิดกับนางที่ยังเล็ก และลมปราณปีศาจก็ทรงพลังจนมีอำนาจเหนือลมปราณของมนุษย์ นางไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ทั้งยังกลายร่างอย่างพร่ำเพรื่อจนผู้เป็นมารดาต้องกุมขมับ

วันที่เกิดเรื่อง ภายในจวนเกิดความโกลาหล บิดามารดาพยายามอย่างมากในการกลบข่าวลือ และปิดปากผู้คนเรื่องที่นางกลายร่างเป็นแมว สองปีหลังจากนั้น นางถูกส่งไปไกลถึงเขาหลิงซาน หนึ่งเพื่อเก็บตัวนางไว้ไม่ให้ผู้อื่นพบเห็น สองเพื่อให้ศึกษาเล่าเรียนให้สามารถควบคุมลมปราณของตนเองได้ บัดนี้ผู้คนลืมเรื่องแมวปีศาจไปแล้ว หากยังไม่อาจวางใจได้ วันหนึ่งถ้ามีคนรู้ว่านางครึ่งหนึ่งเป็นปีศาจแมว นอกจากนางจะไม่ปลอดภัยแล้ว ยังไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องโกลาหลใดขึ้นมาอีก

               นางไม่ควรวางใจผู้ใด ยิ่งคนที่กำลังตามหาแมว ยิ่งไม่ควรอยู่ใกล้

หลี่จิวฮวาถอยหลังหนึ่งก้าว กัดฟันยกมือคารวะ

“วันนี้คงต้องลาแล้ว วันหน้าหากมีวาสนาย่อมได้พบ ไว้ข้าจะตอบแทนท่านเมื่อถึงตอนนั้น”

นางเดินลิ่วจากมา ประตูเปิดและปิดลงอย่างแผ่วเบา

บันไดอยู่ข้างหน้า นางเร่งฝีเท้า

ก้าวที่หนึ่ง

ก้าวที่สอง

ก้าวที่สาม

นางเดินลงมาได้ครึ่งทางแล้ว เสียงคุ้นหูค่อยลอยตามหลังมา

“ข้ามีเรื่องคิดไม่ตกอยู่เรื่องหนึ่ง”

นางยังคงเดินต่อไป เขายังคงพูดต่อไป

“กลิ่นของเจ้ากับกลิ่นของแมวตัวนั้น...”

ถึงบันไดสองขั้นสุดท้ายแล้ว หลี่จิวฮวาทำเป็นไม่ได้ยินเสียงของชายผู้นั้น

“เหมือนกันเสียจน...หากเจ้าบอกว่าเจ้าคือแมวตัวนั้น ข้าคงเชื่อ...”

ตึง! โครม!

หลี่จิวฮวาก้าวพลาด หน้าคะมำนอนคว่ำพังพาบอยู่กับพื้น

ไม่มีเสียงร้องใดๆ มีเพียงเสียงครางสะอื้นในอก

สวรรค์โหดร้ายกับนางยิ่งนัก เกิดมามีคำสาปติดตัวก็แย่พอแล้ว ยังส่งบุรุษผู้นี้มาวุ่นวายกับนางอีก

ซวย! ซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆ ให้ตายเถอะ!

 

ความคิดเห็น