Avery Pie
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ : ดวงตาใต้ทะเล

ชื่อตอน : ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ : ดวงตาใต้ทะเล

คำค้น : ฉลามคลั่งรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.2k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ค. 2562 12:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ : ดวงตาใต้ทะเล
แบบอักษร

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ : ดวงตาใต้ทะเล 

#ฉลามคลั่งรัก 

 

กระแสน้ำนิ่งทั้งที่ยังเคลื่อนไหว 

 

ครีบยาวลากผ่านพื้นน้ำด่ำดิ่งสู่ทะเลอันกว้างไกล แสดงอำนาจให้รู้ว่าอยู่ส่วนไหนของห่วงโซ่อาหาร มันมาพร้อมกับฟันกรามที่เห็นแล้วอดเสียวท้องไม่ได้ เศษซากวาฬตัวใหญ่ที่ช่วงตรงกลางหายไปเป็นหลักฐานชั้นดีว่าอสูรกายตัวนี้น่ากลัวขนาดไหน

 

ทว่าไม่รู้ทำไม...

 

มันช่างน่าหลงใหลเหลือเกิน 

 

“สวยจัง” ใครบางคนพึมพำยามจับจ้อง ดวงตาทั้งสองสบเข้ากับนัยน์ตาสีดำที่เคลื่อนผ่านเป็นการสำรวจ กลิ่นอายที่ไม่คุ้นบ่งบอกให้รู้ว่า ‘เด็กคนนี้’ เพิ่งมาถึง

 

รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏบนใบหน้า ทาบมือลงกับกระจกกั้นที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันอันตรายจากสิ่งที่เลี้ยงไว้ หัวใจดวงน้อยกำลังเต้นแรงเมื่อเห็นว่าสิ่งตรงหน้าน่าอัศจรรย์ขนาดไหน เขาไล่สายตาดูตั้งแต่ครีบหลัง ยาวไปถึงหางใหญ่

 

ไล่นับฟันคมที่คนอื่นเห็นคงต้องวิ่งหนีอย่างไม่ต้องสงสัย

 

ต่างจากเขาที่อยากรู้ว่ามันจะคมขนาดไหน

 

ถ้ากัดวาฬขาดครึ่งได้ก็คงจะฆ่าคนได้เหมือนกัน

 

ในเวลาเดียวกันเจ้าของดวงตาสีนิลก็พิจารณาผู้มาใหม่ เด็กหนุ่มวัยสิบหก เส้นผมสีน้ำตาลพลิ้วไหวยามขยับตามเขา ท่าทีใสซื่อแสดงถึงความบริสุทธิ์ไร้ความขลาดเขลา หากแต่สามารถสะกดให้ตกอยู่ในห้วงภวังค์ได้ไม่ยาก

 

ราวกับว่าดวงตาคู่นั้นถูกสร้างมาเพื่อสยบเขา

 

ปราบอสูรกายที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ ทุกคนที่อยู่ที่ศูนย์วิจัยไม่เคยมีใครเอ่ยชมเขากับน้องชายเลยสักครั้ง ต่างจากเด็กคนนี้ที่ทำตาแพรวพราวตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน

 

มันทำให้เขาต้องหยุดอยู่ตรงหน้า ขยับเพียงครีบข้างเพื่อคงตัวเองไว้

 

เราสบตากัน มีเพียงแค่กระจกเท่านั้นที่กั้นเราได้ ถึงอย่างนั้นร่างเล็กก็ยังใช้มือทั้งสองข้างทาบเอาไว้ คล้ายกับว่าเราสามารถสัมผัสกันได้เหมือนไม่มีอะไร

 

“ลูกเจอเขาแล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยบอก กอบกุมไหล่เล็กไว้ตอนเดินมาหา ใบหน้าที่มีร่องรอยของอายุบ่งบอกเป็นอย่างดีว่าผ่านโลกนี้มามากแค่ไหน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความหล่อเหลาทอนลงไปเลยสักนิด กลับกันมันทำให้อีกฝ่ายดูภูมิฐานและมีเสน่ห์อย่างไม่น่าเชื่อ

 

ไหนจะความฉลาดที่เกินมนุษย์อีก ทุกสิ่งหลอมรวมให้เขาเป็นเจ้าของศูนย์วิจัยแห่งนี้

 

EDS อิลเดนสัน...อีธาน อิลเดนสัน 

 

“คิดว่าไง กลัวไหม?”

 

“ไม่ครับ” ร่างเล็กส่ายหน้า “ผมว่าเขางดงามมาก”

 

“…”

 

“เขาตัวใหญ่ แล้วก็ดูเท่สุดๆ เลย” คำพูดมาพร้อมกับเสียงหัวเราะ กระจกเลยโดนกระแทกนิดหน่อยเป็นการตอบรับ อีธานยิ้มขำให้กับการกระทำนั้น ไม่บ่อยเลยที่เจ้าสัตว์ดุร้ายตรงหน้าจะตอบโต้ ขนาดเขาคุยด้วย บางทีอีกฝ่ายก็ยังไม่ตอบ เผลอๆ ทำเป็นเมินเฉยเหมือนไม่ได้คุยกันอีก

 

การที่เจ้าตัวตอบรับคำพูด ‘ลูกชาย’ เขาแบบนี้ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี

 

“เขาเป็นของลูก ลูกรู้ไหม พวกเขาทั้งสองคน”

 

“ผมเป็นเจ้าของพวกเขาเหรอ?” เด็กหนุ่มถาม เอียงคอมองหน้าพ่อตัวเองด้วยความสงสัย “หมายถึงผมเล่นกับเขาได้ใช่ไหม?”

 

“ลูกทำอะไรกับเขาก็ได้ยกเว้นทำร้าย”

 

“หืม?”

 

“การเป็นเจ้าชีวิตไม่ได้แปลว่ามีสิทธิ์ทำร้ายหัวใจนะลูกรัก” ย่อตัวลงเพื่อคุยกับคนตัวเล็กกว่าได้ถนัด สลับกับมองดูการเคลื่อนไหวของสัตว์อันตรายตรงหน้าที่วนเวียนอยู่ไม่ไกลนัก เดาว่าเจ้าฉลามล้านปีที่โตกว่าดูจะถูกใจลูกชายของเขา “เราดูแลเขา รับฝากชีวิตและความเชื่อใจที่เขามอบให้ เราต้องรักษามันไว้ไม่ว่าจะเหนื่อยหรือเจ็บปวดแค่ไหน”

 

“ผมต้องรับมันทั้งหมดใช่ไหม?”

 

“ใช่ลูกรัก ลูกต้องดูแลพวกเขาจนกว่า...”

 

“จนกว่าอะไรครับ?”

 

“จะตาย” ถ้อยคำนั้นพาใจกระตุก รั้งให้เด็กน้อยหันมากะพริบตาใส่ “อาจจะฟังดูเป็นระยะเวลาที่นาน แต่เชื่อเถอะเมื่อลูกโตขึ้น ลูกจะเข้าใจ”

 

“แล้วพวกเขาจะทำร้ายผมไหม?”

 

ปึง !

 

“พวกเขาจะไม่วันทำอะไร พวกเขาจะดูแลลูกชั่วนิรันดร์” แรงกระแทกที่กระจกเป็นการเสริมทัพคำพูดนั้น อีธานหอมหัวลูกด้วยความรัก ก่อนจะปล่อยให้เด็กน้อยอยู่กับสัตว์อันตรายอีกครั้งเพื่อให้คุ้นชิน โซลกวาดตามองพลันก็สบเข้ากับนัยน์สีดำคมกริบที่เลื่อนผ่าน จับจ้องเด็กที่เอาแต่ยิ้มให้ไม่ปรากฏความหวาดกลัวอะไรทั้งนั้น

 

กลับกันเขากำลังตกหลุมรักความน่าเกรงขามนั่นซ้ำๆ หลงใหลไปกับขากรรไกรยื่นยาวชวนใจสั่น

 

เช่นเดียวกับอสูรกายตรงหน้านั่น

 

เขาก็กำลัง...ทลายกำแพง 

 

“สวัสดี ฉันโซล โซล อิลเดนสัน” แนะนำตัวอย่างน่ารัก รอยยิ้มประดับด้วยความตื่นเต้น “ฉันจะมาอยู่เป็นเพื่อนนายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”

 

“กึด”

 

“เราจะตื่นพร้อมกันในตอนเช้า แล้วก็หลับพร้อมกันตลอดไป”

 

“…”

 

“นายอยากอยู่กับฉันไหม?”

 

“…”

 

“มาอยู่ด้วยกันนะดาย” หัวใจเต้นกระหน่ำแม้ว่าในน้ำเสียงจะไม่ได้ยินเท่าไหร่นัก แต่ ‘ดาย’ ก็สัมผัสถึงสิ่งที่อยู่ในอกด้านซ้ายได้ มันถูกปิดตายมานาน ลงกลอนสลักลึกเอาไว้นับแต่วันที่เสียพ่อแม่ไป ทว่าตอนนี้มันกลับถูกปลุกขึ้น กำแพงที่สร้างไว้พังทลายลงต่อหน้า

 

เพียงแค่สบตาก็อยากจะฝากฝังชีวิตตลอดไป

 

เพียงแค่ได้ยินชื่อตัวเองหลุดออกจากปากก็มั่นใจ... 

 

ว่าเผลอตกหลุมรักไปเต็มๆ  

 

เป็นความรู้สึกที่อธิบายยาก ไม่รู้ว่าจะหาคำไหนมาเปรียบเทียบได้ รู้แค่ว่ากำลังเอาจมูกไปชนกับกระจก แนบสนิทพร้อมกับที่อีกคนทาบทับหน้าผากลงมาเป็นการสื่อใจกัน นาทีนั้นเขาได้แต่บอกตัวเองว่านี่คือสิ่งที่เขาตามหา

 

เหตุผลของการใช้ชีวิตอาจจะมาจากการสบตากับใครสักคนที่ไม่เคยเห็นหน้า

 

แต่ให้ความรู้สึกปลอดภัยแบบอธิบายไม่ถูก 

 

“ฝันร้ายเหรอ...ดาย?”

 

กึก !

 

“หืม...” เสียงถอนหายใจมาพร้อมกับร่างกายที่หยุดชะงักบนเตียงหนา ภาพในวันวานเปลี่ยนเป็นปัจจุบันที่ซ้อนทับมา เจ้าของใบหน้าที่เคยสดใสในวันนั้นกลายเป็นแกร่งกล้า หากแต่แฝงความอ่อนโยนเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน ดายหยุดความคิด กะพริบตาปริบๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปเกลี่ยแก้มคนที่นั่งอยู่บนตัวเขา เนื้อตัวเปลือยเปล่าแต่งแต้มไปด้วยรอยจูบและรอยกัดจากการร่วมรักของเรา

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันช่างดูยั่วยวนชวนขย้ำเหลือเกิน

 

“เป็นไรไหม?”

 

“ไม่...” พูดเสียงแผ่วคล้ายกับเพิ่งหาคีย์เสียงตัวเองเจอยังไงยังงั้น “ก็แค่ฝันทั่วไป”

 

“แล้วทำไมถึงทำหน้าเหมือนกังวลใจ”

 

“…”

 

“คิดอะไรอยู่เหรอทูนหัว?” ระบายยิ้มบางเมื่อถูกถาม คนตัวเล็กกว่ายื่นหน้าเข้ามาใกล้ โถมตัวไปหา จูบปลายคางพร้อมกับลูบแก้มคนรักเป็นการปลอบประโลมจิตใจ เวลานี้ดีแลนนอนอยู่ด้านข้าง หลับใหลไม่รู้เรื่องอะไร หนำซ้ำยังกอดเอวเขาไว้ พาดผ่านตัวพี่ชายโดยไม่ติดขัด

 

คนน้องเขาชอบการแตะตัวยิ่งกว่าอะไรนัก แม้เพียงเล็กน้อยก็ชอบที่จะจับ มันทำให้เขารู้สึกปลอดภัยต่อให้จะหลับอยู่ก็ตาม

 

ส่วนดายเขาชอบทุกอย่าง

 

ชอบมากสุดคือการตื่นมาเห็นคนรักอยู่บนตัวเขาแบบนี้

 

“บอกผมได้ไหม?”

 

“ผมฝันถึงวันแรกที่เราเจอกัน”

 

“หืม?”

 

“ตอนนั้นคุณยังเป็นเด็กน่ารักอยู่เลย” คำพูดนั้นทำอีกคนย่นคิ้วใส่ ที่บอกว่ายังเป็นเด็กน่ารักนั้นหมายความว่าไงกัน

 

“แล้วตอนนี้ผมไม่น่ารักหรือไง? "

 

“เท่าที่คุณจะน่ารักได้”

 

“เฮ้”

 

“แต่ไม่ว่ายังไง ผมก็รักคุณอยู่ดี” คิ้วที่ขมวดมุ่นถูกคลายออก ก่อนจะหัวเราะให้กับถ้อยคำหวานที่ต้อนรับเช้าวันใหม่ แสงแดดน้อยๆ กำลังอาบไล้ร่างกาย หากแต่ไม่อุ่นร้อนเท่าริมฝีปากที่บดเคล้าเข้าหากัน ร่างบางมอบสัมผัสแห่งรัก สอดลิ้นเข้าไปเชิญชวนให้อีกฝ่ายเก็บเกี่ยวความหวาน บดขยี้เรียวปากเพื่อเพิ่มความสนุกสนานให้กับรสรักที่มอบให้

 

อีกส่วนคือพยายามกำจัดความรู้สึกที่ติดอยู่ในใจดายให้เลือนหายไป

 

“ไม่ต้องมองย้อนกลับไปแล้วทูนหัว ผมอยู่ตรงนี้ จุดที่คุณกอดผมได้”

 

“โซล”

 

“ถึงเวลาที่เราต้องทิ้งอดีตไป”

 

“…”

 

“ตอนนี้ไม่มีอะไรขวางพวกเราสามคนได้แล้ว”  

 

LOADING 100 PER 

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ หวนคืนสู่ท้องทะเลอีกครั้ง 

ยกยิ้มหวานพาฉลามกลับบ้าน เปลี่ยนทะเลครามให้กลายเป็นแดงฉานกับความหฤหรรษ์ 

หนึ่งหัวใจมีให้สองความรัก ผสมผสานเป็นครอบครัวเดียวกันให้สุขี 

ทว่าในภาคนี้มีเกมมาให้ อะไรที่คิดว่าถูกจะพลิกกลับไป 

อะไรที่เป็นไปไม่ได้จะถูกคลื่นซัดกลับมา สิ่งที่ถูกทิ้งท้ายจะถูกตอบรับ ถึงเวลาเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ 

เตรียมพร้อมที่จะถูกกินไหม เพราะในเกมที่ใกล้จะเริ่มขึ้นมา... 

ฉลามจะไม่ได้มีแค่สองตัว :)  

สกรีมลงแท็กหวีดความรุนแรงของเรื่องนี้ 

#ฉลามคลั่งรัก 

 

*ภาคต่อเรื่องยาวสำหรับคนที่ไม่ได้ตามตอนพิเศษในเล่มหลัก 

เรื่องนี้จะเขียนขยายความจากในนั้นนะคะ ภาคหลักหาซื้อได้ที่ร้านนายอินทร์ 

ส่วนภาคพิเศษปิดพรีวันนี้ ถ้าอยากได้เดี๋ยวจะมาแจ้งรอบสต็อกทีหลังนะคะ* 

 

ขอฝากติดตามเหนืออัลฟ่าด้วยน้า กำลังอัพเลยค่า 

ความคิดเห็น