หมอนข้างขวา

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะ ><

เล่นรอบที่ 54 ให้ทุกอย่าง

ชื่อตอน : เล่นรอบที่ 54 ให้ทุกอย่าง

คำค้น : ของเล่นฆ่าอารมณ์,ชิน หนึ่ง ,โชติ ก้อง

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.8k

ความคิดเห็น : 166

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ก.ค. 2562 23:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 400
× 0
× 0
แชร์ :
เล่นรอบที่ 54 ให้ทุกอย่าง
แบบอักษร

เล่นรอบที่ 54 ให้ทุกอย่าง

 

“มายุ่งกับเมียกูพวกมึงคงเตรียมตัวตายไว้แล้วใช่ไหม”

 

“คุณโชติครับใจเย็นๆนะครับ” ผมรีบเข้าไปคว้าแขนของคุณโชติและกอดเอาไว้ให้แน่นที่สุดเพราะตอนนี้ดวงตาคมคู่นั้นกำลังจ้องมองไปที่กลุ่มอันธพาลอย่างดุดันราวกับว่าจะแผดเผาอีกฝ่ายให้เป็นจุณ

 

นักเลงพวกนั้นผงะไปทันทีเมื่อได้เห็นใบหน้าของคุณโชติ บางคนก็หน้าซีดขึ้นมาไม่เว้นแม้แต่คนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่มที่ตอนนี้ก็กำลังยืนค้างอยู่กับที่

 

ผมมองไปที่ใบหน้าคุณโชติที่กำลังนิ่งเฉยแต่ดวงตากำลังปะทุความเกี้ยวกราดออกมา ใบหน้าของอีกฝ่ายที่ผมไม่อยากจะเห็นในสภาพนี้อีก ใบหน้าของคุณโชติที่เคยโหดเหี้ยม น่าหวาดหวั่นและฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็น

 

“คุณโชติครับ” ผมส่งเสียงเรียกสติของคุณโชติอีกครั้งแต่ดูเหมือนว่าเสียงของผมจะส่งไปไม่ถึงอีกฝ่าย

 

เท้าของคุณโชติก้าวเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ส่วนอีกฝ่ายก็รีบถอยหลังอย่างอัตโนมัติ จนคนที่เป็นหัวหน้าถอยหลังไปชนลูกน้องของตัวเองและได้สติกลับคืนมา

 

มันหันกลับไปมองลูกน้องของตัวเองที่ยืนกันอยู่เกือบสิบคนก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับคุณโชติแล้วแสยะยิ้มออกมาในจำนวนคนที่มีมากกว่าหลายเท่า

 

“เมื่อกี้มึงพูดว่าอะไรนะไอ้แก่ มึงคิดว่ามึงคนเดียวจะจัดการพวกกูได้เหรอไง อย่าปากดีให้มากไอ้สัสถ้าไม่อยากตายเร็ว” มันพูดจบก็ถลกชายเสื้อของมันขึ้นมาโชว์กระบอกปืนสีดำที่เหน็บไว้ที่ข้างเอว

 

ผมรีบกอดแขนของคุณโชติไว้แน่นกว่าเดิมพร้อมกับความกลัวที่พุ่งเข้ามาในจิตใจเมื่อได้เห็นปืนกระบอกนั้น ผมกลัวมากกลัวจริงๆ กลัวว่าคุณโชติจะเป็นอะไรไป “คุณโชติผมขอร้องนะครับ อย่าไปยุ่งกับพวกเขาเลยนะครับ”

 

แววตาของคุณโชติตอนนี้ไม่แม้แต่จะหันมามองผมเลยสักนิด สายตาคู่นั้นยังคงจับจ้องไปที่ชายกลุ่นนั้นอย่างแน่วแน่ก่อนจะก้าวเท้าเดินออกไปอีกก้าว

 

“ไอ้สัส มึงอย่าเข้ามานะเว้ย” ไอ้หัวหน้ากลุ่มถึงกับสะดุ้งและรีบคว้าปืนออกมากำไว้แน่น

 

ชาวบ้านที่เห็นสถานการณ์แถวนั้นเริ่มวิ่งหนีเมื่อเห็นปืนถูกหยิบขึ้นมาเพราะกลัวจะโดนลูกหลง

 

“ลูกพี่ครับ อย่าครับพ่อลูกพี่กำชับไว้นะครับว่าอย่างมีเรื่อง” ลูกน้องคนหนึ่งของมันรีบเข้ามาเตือนสติลูกพี่ด้วยท่าทีที่ตื่นตกใจ

 

มันจ้องคุณโชติเขม็งก่อนที่จะเก็บปืนไว้ที่เดิมในใจของมันคงจะทั้งแค้นทั้งเจ็บใจและกลัวคุณโชติอยู่ไม่น้อยเพราะขนาดผมที่ใกล้ชิดคุณโชติขนาดนี้ยังอดที่จะกลัวใบหน้าของคุณโชติตอนนี้ไม่ได้

 

“ถือว่าวันนี้มึงโชคดีไอ้สัส” มันพูดพร้อมกับชี้หน้าคุณโชติจากนั้นมันก็หันหลังกลับไปอีกทาง

 

ผมรู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันทีที่พวกมันกำลังเดินไปอีกทางแต่อีกไม่กี่อึดใจไอ้เวรนั้นก็หันหลังกลับมาจ้องหน้าผม

 

“ถ้ามึงเบื่อผัวแก่ๆเมื่อไรก็มาหาพวกกูได้ คนในจังหวัดนี้รู้จักพ่อกูทั้งนั้น รับรองเลยว่ากระหรี่ร่านๆอย่างมึงพวกกูจะเอาให้ลืมผัวแก่ๆเลย ฮาๆๆ” มันและลูกน้องหัวเราะเสียงดังลั่นอย่างสะใจเมื่อพูดจบ

 

วินาทีนั้นผมรู้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมพุ่งเข้าไปกอดคุณโชติด้านหน้าอย่างสุดแรงก่อนเสี้ยววินาทีที่คุณโชติจะพุ่งตัวออกไปหาพวกมัน ทำให้เราสองคนกอดกันล้มลงบนพื้นดินทั้งคู่จนฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว ไอ้เลวนั้นถุยน้ำลายลงบนพื้นแล้วแสยะยิ้มก่อนที่พวกมันจะเดินไปอีกทางพร้อมกับเสียงหัวเราะด้วยความสะใจ

 

“น้องๆ เป็นอะไรหรือเปล่า” ลุงเจ้าของร้านปาลูกโป่งที่แอบดูสถานการณ์อยู่ไม่ไกลรีบเข้ามาถามและพยุงร่างผมขึ้นมาเมื่อเห็นว่านักเลงพวกนั้นไปกันหมดแล้ว

 

“ขอบคุณครับผมไม่เป็นอะไรครับ” ผมตอบลุงกลับไปหลังจากยืนขึ้นแล้วก่อนจะหันไปมองคุณโชติที่ตอนนี้กำลังใช้มือปัดฝุ่นออกจากศรีษะของผมอย่างแผ่วเบาแต่ดวงตาคู่นั้นยังคงคุกรุ่นไปด้วยไฟแค้นที่ยังไม่มอดดับ

 

“มึงไม่เป็นอะไรใช่ไหม” น้ำเสียงเยือกเย็นดังขึ้น ผมพยักหน้าตอบรับเบาๆ

 

“มึงรอกูอยู่ตรงนี้ กูขอเวลาไม่เกินห้านาที” คุณโชติพูดจบก็ก้าวเท้าเดินไปตามทางที่ไอ้เลวพวกนั้นเดินไปก่อนหน้า

 

ผมรีบเข้าไปกอดด้านหลังของอีกฝ่ายเอาไว้แน่นและออกแรงเท่าที่ตัวเองจะมีต้านไม่ให้อีกฝ่ายเดินต่อไป คนที่อยู่รอบๆหลายคนเริ่มมองมาที่ผมกับคุณโชติที่ยืนกอดกันอยู่ แต่ว่าตอนนี้ผมไม่รู้สึกเขินอายแม้แต่น้อยเพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในวินาทีนี้คือความปลอดภัยของคุณโชติ

 

ผมรู้ดีว่าพวกนักเลงกลุ่มนั้นคุณโชติคนเดียวก็คงจะจัดการได้อย่างสบายๆต่อให้พวกมันมีอาวุธครบมือด้วยซ้ำ แต่ที่ผมกลัวก็คือผมไม่อยากให้คุณโชติกลับไปเป็นแบบเดิม ไม่อยากให้คุณโชติทำร้ายคนเหรอฆ่าคนอีกแล้ว ถ้าก่อนหน้านี้ผมห้ามคุณโชติไว้ไม่ทัน คุณโชติคงจะพุ่งเข้าไปแย่งปืนกระบอกนั้นมาอย่างง่ายดายก่อนที่จะยิงคนกลุ่มนั้นอย่างเลือดเย็นหรืออาจจะฆ่าคนพวกนั้นทั้งหมด ผมไม่อย่างเห็นคุณโชติเป็นฆาตกรอีกแล้ว เพียงแค่คิดน้ำตาของผมก็ไหลออกมา

 

“อย่าไปเลยนะครับ ปล่อยพวกเขาไปเถอะนะครับ ผมขอร้อง” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาและน้ำตาที่ยังคงไหลไม่หยุด

 

ผมหลับตาลงซุกใบหน้าเปื้อนน้ำตาลงบนแผ่นหลังกว้างและกอดอีกฝ่ายไว้แน่นไม่คิดจะปล่อยมือเด็ดขาด ผมไม่รู้ว่าเวลามันผ่านไปนานเท่าไรที่เรากอดกันในท่านั้นจนกระทั้งน้ำเสียงอบอุ่นที่คุ้นเคยดังขึ้น

 

“กูเข้าใจแล้ว”

 

“คุณโชติสัญญานะครับว่าจะไม่ทำอะไรพวกเขา” ผมลืมตาขึ้นมามองแผ่นหลังกว้างของอีกฝ่าย

 

“กูสัญญาว่าจะไม่ฆ่าพวกมัน พอใจหรือยัง”

 

“ขอบคุณนะครับคุณโชติ”

 

“ว่าแต่มึงจะยืนกอดกูอย่างนี้อีกนานไหม ไม่ใช่ว่ากูไม่ชอบหรอกนะแต่กูกลัวว่าเด็กๆจะใจแตกก่อนวัยซะก่อน หึหึ” คุณโชติพูดออกมาพร้อมเสียงหัวเราะทำให้ผมต้องรีบปล่อยมือออกและหันไปดูรอบๆตัว

 

ผมรีบยกมือขึ้นมาปิดหน้าตัวเองที่มันกำลังแดงจัดด้วยความอายเพราะนอกจากชาวบ้านหลายคนที่ยืนมองพวกผมด้วยรอยยิ้มยังมีเด็กผู้ชายตัวน้อยน่ารักสองคนกำลังจ้องมองด้วยดวงตาเป็นประกาย ก่อนที่อยู่ดีๆเด็กผู้ชายที่ตัวเล็กกว่าจะพุ่งเข้าไปกอดเด็กชายที่ตัวโตกว่าเอาไว้แน่นด้วยท่าทางเดียวกับผมเมื่อครู่นี้

 

ผมรีบเดินดุ่มๆไปที่กองตุ๊กตากองใหญ่ที่วางอยู่ก่อนจะหยิบตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลตัวแรกที่คุณโชติปาได้และเป็นตัวที่ผมเลือกเองมาถือไว้

 

“ผมจะกลับแล้วครับ” ผมเดินไปบอกคุณโชติก่อนจะรีบหนีไปทันที

 

“พ่อหนุ่มๆแล้วตุ๊กตาที่เหลือพวกนี้ละ” เสียงลุงเจ้าของร้านตะโกนถามมา

 

“ลุงเก็บไว้เถอะครับ” ผมรีบหันไปบอกลุงเพราะถึงยังไงผมก็คงจะขนกลับไปไม่หมดอยู่ดีเอาไปเก็บไว้เป็นที่ระลึกแค่ตัวเดียวก็พอแล้ว

 

“มึงจะรีบไปไหนเนี้ยก้อง” คุณโชติวิ่งตามมาถามข้างๆ

 

“รีบกลับบ้านไงครับ” ผมโกหกออกไปเพราะจริงๆแล้วผมอายจนทนอยู่ต่อไม่ได้ต่างหากแล้วก็กลัวจะเจอไอ้เลวพวกนั้นอีก

 

“แต่รถจอดอยู่อีกทาง”

 

ได้ยินดังนั้นผมก็รีบเดินเลี้ยวกลับไปทางนั้นทันทีด้วยความอายที่คุณสอง

 

“หึหึ เด็กหลงทาง” เสียงหัวเราะเบาๆของคุณโชติดังขึ้นด้านหลังทำให้ความอายกลายเป็นสามเท่าทันที

 

...........................................

 

เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องมาสักพักตั้งแต่ออกมาจากงานวัด จากการที่ก้องคิดจะเดินงานวัดเล่นๆเพราะอยากอยู่กับอีกฝ่ายให้นานขึ้นกลับเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดทำให้ตอนนี้เวลาล่วงเลยไปกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้มากและคงต้องใช้เวลาอีกเกือบชั่วโมงในการเดินทางกว่าจะถึงที่หมาย

 

ก้องโอบกอดอีกฝ่ายไว้แน่นเปิดกระจกหมวกกันน็อคและซบลงบนแผ่นหลังเพื่อสูดดมกลิ่นน้ำหอมที่ผสมกับกลิ่นกายที่เป็นเอกลักษณ์ของอีกฝ่ายที่ให้ความรู้สึกแสนจะเซ็กซี่ ทรงเสน่ห์และเย้ายวนจนลืมไปถึงบางสิ่งบางอย่างที่เขากังวลตั้งแต่วินาทีแรกที่รู้ว่าวันนี้ต้องเดินทางด้วยรถบิ๊กไบค์

 

สำหรับก้องวันนี้คุณโชติดูน่ารักกว่าที่ผ่านมาจนเหมือนว่าตอนนี้ในหัวใจและสมองมีแต่คุณโชติเต็มไปหมด บวกกับความต้องการของร่างกายที่ไม่ได้ปลดปล่อยอารมณ์ในเรื่องอย่างว่ามาเป็นเวลานานพอควรและยังโดนกระตุ้นด้วยกลิ่นและไออุ่นจากร่างแกร่งที่กอดไว้ทำให้แก่นกายของเขาเกิดการเปลี่ยนแปลงโดนไม่อาจจะควบคุมได้

 

เบาะรถที่เทลงไปด้านหน้าทำให้สิ่งนั้นของเขาสัมผัสเขากับร่างกายที่อยู่ด้านหน้าจะถอยหลังก็ไม่กล้าเพราะรถกำลังวิ่งด้วยความเร็ว ก้องได้แต่เอาตุ๊กตาหมีตัวนั้นมากั้นไว้ตรงกลางแม้ว่ามันจะไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลยก็ตาม ก้องได้แต่ภาวนาให้อีกฝ่ายคิดว่าสิ่งที่กำลังสัมผัสอยู่นั้นคือขาของตุ๊กตาหมีก็แล้วกัน

 

ก้องไม่รู้ว่าสิ่งที่ภาวนาเป็นจริงหรือไม่แต่ที่เขารู้สึกได้ตอนนี้คือคุณโชติที่นั่งอยู่ด้านหน้าอยู่ดีๆก็ชะลอความเร็วลงและขยับตัวถอยหลังเข้ามาชิดเขามากขึ้น ทำให้สิ่งที่อยู่ในกางเกงของเขายิ่งแข็งตัวไปมากกว่าเดิมและบดเบียดอยู่กับร่างกายที่นั่งอยู่ด้านหน้าจนต้องกัดฟันไว้แน่นเพื่อไม่ให้หลุดเสียงอะไรออกมาในทุกครั้งที่รถขึ้นสะพานหรือทางขรุขระเพราะมันจะยิ่งเสียดสีมากกว่าเดิม

 

ล้อรถยังคงหมุนวนต่อไปเรื่อยๆตามความเร็วที่คนขับต้องการก่อนที่ล้อรถจะค่อยๆหมุนช้าลงเรื่อยๆและจอดนิ่งในที่สุด

 

ก้องที่ซบอยู่กับแผ่นหลังของโชติได้แต่ลอบถอนหายใจออกมาเบาๆเพราะเวลาที่แสนจะน่าอายแต่ก็แสนจะมีความสุขมันผ่านไปเร็วเหลือเกิน เร็วจนไม่คิดว่าหนึ่งชั่วโมงจะผ่านไปได้ไวขนาดนี้

 

ก้องเงยหน้าขึ้นจากแผ่นหลังขึ้นมามองสำรวจไปรอบๆเพราะนึกว่าถึงบ้านแล้วแต่สิ่งที่เห็นกลับไม่ใช่สิ่งที่คิดเพราะสิ่งแรกที่เห็นคือน้ำพุที่กำลังเคลื่อนไหวไปมาตามจังหวะของแสงไฟที่ประดับประดาอย่างสวยงามและด้านข้างเป็นป้ายชื่อของโรงแรมหรูระดับห้าดาว ก่อนที่เขาจะหันไปเจอพนังงานรับรถของโรงแรมในชุดสูทเรียบหรูที่รีบเดินเขามายืนด้านข้างในทันทีอย่างรู้หน้าที่

 

คุณโชติค่อยๆถอดหมวกกันน็อคของตัวเองออกและหันมามองผมที่ตอนนี้ก็ถอดหมวกกันน็อคออกแล้วเช่นกัน

 

“รถเสีย สงสัยคืนนี้คงต้องนอนที่นี้” คุณโชติพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังซึ่งแน่นอนว่ามันไม่น่าเชื่อถือเลยสักนิด รถราคาหลายล้านสภาพใหม่เอี่ยมและคงได้รับการดูแลเป็นอย่างดีไม่น่าจะมาเสียเพราะการเดินทางแค่นี้แล้วที่ไม่น่าเชื่อถือเข้าไปใหญ่ก็เพราะมันคงมีโอกาสน้อยมากที่อยู่ดีๆรถจะมาเสียที่โรงแรมห้าดาว แถมยังมาเสียที่หน้าทางเข้าพอดิบพอดี

 

“ไปจำมุกนี้มาจากละครเรื่องไหนเหรอครับ”

 

“รถเสียจริงๆ” คุณโชติยื่นยันคำเดิม

 

ผมนั่งคิดอยู่สักครู่ก่อนจะก้มลงไปมองตุ๊กตาหมีในมือตัวเองและเงยหน้าขึ้นมาเมื่อคิดบางอย่างได้

 

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีทางเลือก คืนนี้ก็นอนที่นี้แล้วกันครับ”

 

“เยส” คุณโชติอุทานออกมาเบาๆ

 

“เมื่อกี้นี้คุณโชติว่าอะไรนะครับ” ผมถามกลับเพราะเมื่อครู่ได้ยินไม่ชัด

 

“เปล่าๆ ไม่ได้พูดอะไร ปะ รีบไปนอนกันเถอะ” คุณโชติรีบวางหมวกกันน็อคของตัวเองและดึงหมวกในมือของผมไปก่อนที่จะจับมือผมเดินเข้าไปด้านในตัวอาคาร

 

เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มเมื่อผมเดินมาได้ไม่กี่ก้าวจนต้องหันหลังกลับไปมองก็พบกับพนักงานรับรถที่กำลังขับรถของคุณโชติออกไป

 

“รถเสีย??” ผมหันไปถามเจ้าของรถที่พึ่งจะขับผ่านไปเมื่อครู่

 

“สงสัยจะติดๆดับๆละมั้ง มึงไม่ต้องไปคิดให้เครียดเหรอ ไหนๆมาถึงแล้วก็นอนสักคืนแล้วกัน” คุณโชติหันมายิ้มกว้างให้ผมก่อนจะจูงมือผมเดินต่อ

 

“คีย์การ์ดค่ะ เดี๋ยวจะให้พนักงานพาไปที่ห้องพักนะคะ ขอบพระคุณที่ใช้บริการค่ะ” ทันทีที่คุณโชติกับผมเดินมาถึงเคาน์เตอร์โรงแรมพนักงานงานสาวก็ยื่นคีย์การ์ดให้คุณโชติทันทีจากนั้นผมก็ถูกคุณโชติเดินจูงเข้าไปในลิฟต์อย่างงงๆ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากรู้ตัวอีกทีก็เข้ามายืนอยู่ในห้องพักหรูหราเรียบร้อยแล้ว

 

“ไปอาบน้ำไปจะได้มานอน” คุณโชติเข้ามาประชิดตัวผมก่อนจะดึงตุ๊กตาหมีในมือผมออกและโยนไปบนโซฟาก่อนจะจูงมือผมเข้าไปในห้องน้ำทันทีซึ่งผมเองก็ทำตามอย่างว่าง่าย

 

“คุณโชติจะจ้องผมอีกนานไหมครับ ผมจะอาบน้ำแล้ว” ผมหันไปดุอีกฝ่ายเพราะตอนนี้เขากำลังยืนพิงกรอบประตูและจ้องมองมาที่ผมจนผมไม่กล้าถอดเสื้อผ้า

 

“ขออาบด้วย” อยู่ดีๆคุณโชติก็พูดขึ้นมาและถอดเสื้อของตัวเองออกโชว์มัดกล้ามแข็งแกร่งที่เรียงตัวอย่างสวยงามจนไอ้ที่อยู่ในกางกางของผมที่พึ่งจะสงบไปได้ไม่นานเริ่มมีอาการขึ้นมาอีกครั้ง

 

“มะ...มะ..ไม่ได้ครับ” เสียงของผมสั่นอย่างควบคุมไม่ได้เมื่ออีกฝ่ายถอดกางเกงขายาวของตัวเองออกเหลือเพียงกางเกงชั้นในที่กำลังปกปิดบางสิ่งที่กำลังนูนเด่นออกมามากขึ้นเรื่อยๆ

 

“ขี้งกจัง ไม่อาบด้วยก็ได้ แต่ขอดูเฉยๆได้ไหม” คุณโชติขยับมือไปจับที่ขอบกางเกงชั้นในและกำลังจะถอดมันออก

 

“ออกไปเลยครับ” ผมรีบเดินเข้าไปผลักร่างหนาออกไปจากกรอบประตูและปิดอย่างรวดเร็ว

 

“ก๊อกๆๆ ก้องเปิดประตูให้หน่อย....” เสียงคุณโชติดังมาจากอีกฝั่ง

 

“ก๊อกๆๆ เมียจ๋า เปิดประตูให้ผัวหน่อยนะ” เสียงคุณโชติดังมาอีกครั้ง

 

“เลิกเคาะประตูได้แล้วครับ ผมจะอาบน้ำ”

 

“ถ้าเมียไม่เปิดผัวจะ......”

 

“แล้วก็ไม่ต้องมาขู่ว่าจะพังประตูด้วยนะครับ ถ้าพังประตูเข้ามาผมจะโกรธคุณโชติจริงๆด้วย” ผมรีบพูดแทรกออกไปกับมุกเดิมๆที่คุณโชติเคยใช้

 

“ใจร้าย” เสียงบ่นเบาๆของคุณโชติดังขึ้น

 

ผมได้แต่ยืนพิงประตูและมองไปยังกระจกเบื้องหน้าพร้อมกับรอยยิ้มและใบหน้าที่แดงเหมือนมันจะระเบิดออกมาก่อนจะยกมือขึ้นมากุมหัวใจที่ตอนนี้เต้นระรั่วเพราะความน่ารักของอีกฝ่าย

 

“สงสัยคงจะถึงเวลานั้นแล้วสินะ เวลาที่สิงโตจะได้รู้ว่าไม่ได้มีแค่ตัวเองเท่านั้นที่อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซอาหาร ได้เวลาที่สิงโตต้องโดนขย้ำบางแล้ว”

 

.................................................

 

ไม่นานก้องที่อาบน้ำเสร็จก็ออกมาจากห้องน้ำโดยมีชุดคลุมอาบน้ำสีขาวสะอาดปกปิดร่างกายไว้

 

โชติที่ตอนนี้กำลังนั่งจิบไวน์รสเลิศอยู่บนเตียงจ้องมองภาพเบื้องหน้าไม่กระพริบตาถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงจะพุ่งเข้าไปขย้ำอีกฝ่ายให้จมเตียงจนถึงเช้าแต่ตอนนี้เขาได้แต่ต้องรอการอนุญาตซึ่งกว่าจะได้สักครั้งก็ทรมานอยู่ไม่น้อย

 

“คุณโชติไปอาบน้ำได้แล้วครับจะได้รีบนอน พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าผมจะได้กลับไปทันเจรจาธุรกิจกับลูกค้า”

 

“อืมๆ” โชติตอบก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหาก้องเพื่อขโมยหอมแก้มแต่อีกฝ่ายรู้ตัวจึงหลบได้ โชติถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ

 

ก้องยิ้มมุมปากออกมานิดๆหลังจากที่อีกฝ่ายหายเข้าไปด้านใน เขาหยิบมือถือขึ้นมาก่อนจะกดโทรไปหาชิน

 

หลังจากรอสายอยู่สักพักเสียงจากปลายสายก็ดังขึ้น (ว่าไงครับพี่ก้อง อะ..ซี้ดดด..)

 

ก้องชะงักไปชั่วขณะกับเสียงที่ดังช่วงท้ายประโยค (คือ...พรุ่งนี้ช่วงบ่ายชินว่างไหม)

 

(ตอนบ่ายเหรอพี่....อะ...ว่างพี่ พี่ก้องมีอะไรหรือเปล่า)

 

(ชินเป็นตัวแทนบริษัทเข้าไปคุยกับคุณสมพงศ์แทนพี่หน่อยได้ไหม พอดีว่าพี่ยังอยู่ต่างจังหวัดนะ)

 

(ได้พี่ เดี๋ยวผมจัดการให้....ซี้ดดดดด....ตอดเบาๆหน่อยหนึ่งกูจะไม่ไหวแล้ว....อ่าาาา)

 

(ตอนบ่ายนะชิน ส่วนรายละเอียดเดี๋ยวพี่ให้คนติดต่อกลับไปนะ)

 

(ครับพี่ ...อืมมม...)

 

(งะ...งั้นแค่นี้นะ พี่ไม่กวนแล้ว) พูดจบก้องก็รีบตัดสายทันทีพร้อมกับใบหน้าที่ขึ้นสีจากเสียงครางที่ได้ยินผ่านสาย

 

หลังจากนั้นก้องก็โทรไปประสานงานกับลูกน้องก่อนที่จะเดินสำรวจไปทั่วๆห้องและเขาก็ต้องแปลกใจครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะไวท์ที่คุณโชติจิบอยู่เมื่อครู่นั้นเป็นไวท์แบบเดียวกับที่เขาดื่มแล้วเมาจนทำเรื่องหน้าอับอายลงไป ในตู้เสื้อผ้าก็มีชุดสูทสองชุดซึ่งน่าจะมีขนาดพอดีกับร่างกายของเขาและคุณโชติ นอกจากนี้ก้องยังเคยได้ยินว่าโรงแรมแห่งนี้มีลูกค้าเดินทางมาใช้บริการเยอะมากถ้าไม่จองห้องไว้ล่วงหน้าคงไม่มีโอกาสได้พักแถมห้องนี้ยังเป็นห้องสวีทมีสระว่ายน้ำส่วนตัวอีกคืนหนึ่งน่าจะไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนถ้าไม่จองล่วงหน้าคุณโชติจะเอาเงินจากไหนมาจ่ายเพราะคุณโชติไม่ได้หยิบกระเป๋าสตางค์มา และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นสิ่งที่แอบซ่อนอยู่ด้านในสุดของลิ้นชักมันเป็นตัวบ่งบอกได้ดีว่าการได้เข้ามาพักในโรงแรมนี้มันอยู่ในแผนการของคุณโชติทั้งหมด แต่ก็ถือว่าเป็นโชคดีของก้องที่เขาจะได้ทำบางสิ่งบางอย่างที่ตั้งใจไว้นานแต่ยังไม่มีโอกาสได้ลงมือจริงๆสักที

 

“ก้อง ก้อง” โชติหลังจากอาบน้ำเสร็จก็ส่งเสียงเรียกหาอีกฝ่ายเพราะไม่เห็นก้องอยู่ในห้องจนกระทั้งสายตาของเขามองผ่านผ้าม่านที่เปิดอยู่ไปยังประตูกระจกที่เชื่อมต่อไปยังสระว่ายน้ำส่วนตัวที่อยู่นอกห้อง

 

“มานั่งทำอะไรตรงนี้ฮะ ไม่นอนหรอ พรุ่งนี้ต้องไปทำงานไม่ใช่หรือไง” โชติทิ้งตัวนั่งลงที่ขอบสระข้างๆกับก้องและจุ่มเท้าลงไปในน้ำ

 

“ผมให้ชินไปคุยงานแทนแล้วครับ”

 

“ถ้าอย่างนั้นคืนนี้จะนอนดึกเท่าไรก็ได้สิ” โชติขยับเข้าไปใกล้และโอบเอวอีกฝ่ายเอาไว้ก่อนจะกระซิบเบาๆที่ข้างหูของก้อง “เรามาหาอะไรทำกันดีไหม”

 

ก้องหันมาสบตากับโชติก่อนจะยิ้มออกมา “ก็ดีเหมือนกันครับ”

 

ดวงตาของโชติวาวโรจน์ขึ้นมาทันทีที่ได้ยินคำตอบคิดไม่ผิดจริงๆที่เขาอุตส่าห์หาโรงแรมที่บรรยากาศดีขนาดนี้

 

“แต่ว่าก่อนจะหาอะไรทำกัน คุณโชติช่วยตอบคำถามผมก่อนได้ไหมครับ”

 

“ว่ามาเลย”

 

“รถไม่ได้เสียจริงๆใช่ไหมครับ” ก้องเริ่มเปิดประเด็น

 

“อืม” โชติตอบเบาๆพร้อมกับก้มลงไปหอมแก้มก้องหนึ่งทีซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่มีท่าทีจะขัดขื่น

 

“คุณโชติจองห้องนี้ไว้ใช่ไหมครับ”

 

“อืม” โชติก้มลงไปหอมแก้มก้องอีกหนึ่งครั้ง

 

“เสื้อผ้าในตู้ก็เตรียมไว้??”

 

“อืม....จุ๊บ”

 

“เจลหล่อลื่นที่อยู่ในลิ้นชักด้วยใช่ไหมครับ”

 

“อืม....จุ๊บ....จุ๊บ”

 

“ผมหมดคำถามแล้วครับ”

 

“ถ้าอย่างนั้นเราไปหาอะไรทำกัน”

 

“ไม่ครับ”

 

รอยยิ้มของโชติหายไปในทันทีที่ได้ยินคำปฏิเสธ “ทำไม”

 

“คุณโชติก็รู้ว่าผมไม่ชอบคนโกหก”

 

“กูขอโทษ กูแค่อยากอยู่กับมึงเองก้องอย่าโกรธกูนะ”

 

ก้องนั่งคิดอยู่สักพักก่อนจะหันไปหาคนที่อยู่ข้างๆและพูดด้วยใบหน้าจริงจัง “ครั้งนี้ผมจะยกโทษให้เห็นแก่ที่วันนี้คุณโชติทำตัวดี แต่ถ้ามีครั้งหน้าผมไม่ยกโทษให้แล้วนะครับ”

 

โชติพยักหน้ารับก่อนจะยืนขึ้นและอุ้มอีกฝ่ายมาวางบนเตียงและคร่อมร่างอีกฝ่ายเอาไว้

 

“จริงๆคุณโชติไม่ต้องโกหกผมก็ได้นะครับ เพราะว่าจริงๆแล้วผมก็อย่างทำอย่างว่ากับคุณโชติเหมือนกัน” ก้องพูดขึ้นพร้อมใบหน้าที่เริ่มแดงส่วนโชติเองก็ได้แต่อึ้งกับสิ่งที่ได้ยินก่อนที่จะรีบดึงเชือกที่ผูกชุดคลุมอาบน้ำของตัวเองออกและโยนมันลงไปที่พื้น

 

“คุณโชติครับ....ถอดให้ผมบ้างสิครับ” ก้องพูดออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือ ส่วนโชติเองก็มือสั่นไม่แพ้กันเพราะก้องในโหมดขี้อ้อนแบบนี้ชนะทางเขาเต็มๆ

 

เสื้อคลุมอาบน้ำของก้องค่อยๆถูกปลดออกอย่างนุ่มนวล โชติก้มลงไปสูดดมกลิ่นกายจากร่างขาวเนียนและได้กลิ่นไวน์จางๆทำให้เขาพอจะรู้แล้วว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้คนขี้อายกลายเป็นเด็กขี้อ้อนแบบนี้

 

“แอบกินไวน์ของคนอื่นเนี้ย ขออนุญาตหรือยัง” โชติถามพร้อมกับพรมจูบไปทั้งร่างหอมๆที่แสนหลงใหล

 

“ยังครับ แต่ผมอนุญาตให้คุณโชติกินผมได้ทั้งตัวเลยนะครับ” ก้องพูดจบก็ใช้ริมฝีปากบางขบกัดไปที่กล้ามแขนแกร่งของโชติเบาๆทำเอาโชติถึงกับขนลุกและซี้ดปากอย่างมีอารมณ์

 

“แอบกินไปกี่แก้ว หืม” โชติเริ่มใช้ลิ้นร้อนเลียไล้ไปตามร่างกายหอมหวานอย่างช้าๆ

 

“แค่อึกเดียวครับ แค่ให้กล้าทำอะไรบางอย่าง” ก้องตอบก่อนที่จะออกแรงพลิกร่างตัวเองขึ้นไปคร่อมคุณโชติไว้แทนโดยที่ร่างหนาก็ยอมทำตามแต่โดยดี

 

“กล้าทำอะไร หืม” โชติค่อยๆไล่นิ้วไปตามโครงหน้าที่ทำให้เขาแทบจะคลั่งตายอยู่แล้ว

 

ก้องฉีกยิ้มหวานก่อนที่จะเอื้อมมือไปหยิบหมอนที่อยู่ข้างๆและดึงปลอกหมอนออกมา

 

เขาค่อยๆจับแขนทั้งสองข้างของคุณโชติชิดติดกันก่อนที่จะใช้ปลอกหมอนมัดข้อมือทั้งสองข้างไว้แน่นโดยที่โชติไม่คิดจะขัดขื่นเพราะเขาก็ตื่นเต้นอยู่ไม่น้อยและอยากรู้เหมือนกันว่าคนที่เขารักกำลังจะทำอะไร

 

ก้องจูบหน้าผากของโชติเบาๆก่อนที่จะลุกเดินร่างกายเปลือยเปล่าไปเปิดลิ้นชักและหยิบเจลหล่อลื่นกลับมาที่เตียง

 

โชติจ้องมองก้องทุกๆอิริยาบถที่ขยับร่างกาย และได้แต่ถามตัวเองในใจว่าทำไมเขาถึงได้รักและหลงใหลคนตรงหน้าได้มากมายขนาดนี้

 

ก้องค่อยๆคร่อมคงบนร่างกายของโชติอีกครั้งก่อนที่จะโน้มใบหน้าลงไปที่อกและใช้ปลายลิ้นสัมผัสกับยอดอกของโชติเบาๆซึ่งเรียกเสียงครางจากอีกฝ่ายได้ทันที

 

“คุณโชติรักผมไหมครับ” ก้องเงยหน้าจากอกแกร่งไปสบตากับโชติ

 

“กูรักมึงจนกูจะเป็นบ้าแล้วก้อง” โชติตอบเสียงสั่นด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นจนเหมือนแก่นกายกำลังจะระเบิดออกมา

 

“ถ้าอย่างนั้นผมขออะไรคุณโชติสักอย่างได้ไหมครับ” ก้องถามพร้อมกับมือซุกซนที่เริ่มลูบไล้ลงด้านล่างของอีกฝ่ายไปเรื่อยๆก่อนที่ปลายนิ้วจะหยุดอยู่ที่ยอดของแก่นกายและขยับถูไถไปมาอย่างช้าๆจนมีน้ำซึมออกมา

 

โชติหลับตาพริ้มไปชั่วขณะเพื่อรับสัมผัสให้เติมที่ก่อนจะลืมตาขึ้นมามองดวงตาที่งดงามที่สุด

 

“ทุกอย่างก้อง กูให้มึงได้ทุกอย่างที่มึงต้องการ ซี้ดดด......อืมมม”

 

“ผมขอเป็นฝ่ายรุกคุณโชติบ้างนะครับ”

 

“ได้เลยก้อง กูยอมมึงทุกอย่าง” โชติรู้สึกดีไม่น้อยที่ก้องจะเป็นฝ่ายรุกเขาบ้างเพราะเขาเองก็ต้องยอมรับว่าก็ในโหมดขี้อายก็น่าหลงใหล ส่วนก้องในโหมดขี้อ่อยก็ทำให้เขาตื่นเต้นอย่างที่สุด แล้วเขาก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องปฏิเสธเพราะโอกาสที่ก้องจะเป็นฝ่ายรุกจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่ออีกฝ่ายเมาเท่านั้นซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ

 

“คุณโชติน่ารักแล้วก็ใจดีที่สุดเลยครับ” ก้องขยับตัวขึ้นพูดก่อนจะก้มลงไปจูบปากของโชติอย่างดูดดื่มจนพอใจ

 

ก้องเอื้อมไปหยิบหมอนอีกใบมาถอดปลอกหมอนออกแล้วเอาไปผูกตาของโชติเอาไว้

 

“ไม่ปิดตาได้ไหมก้อง กูอย่างเห็นหน้ามึงชัดๆ” โชติร้องประท้วง

 

“ปิดไว้นะครับ จะได้ตื่นเต้น” ก้องตอบกลับและหยิบเจลหล่อลื่นมาชโลมที่นิ้วชี้ของตัวเองจนชุ่มก่อนที่จะค่อยๆลูบไล้นิ้วที่เปื้อนเจลไปยังช่องทางด้านหลังของโชติ

 

ทันทีที่ช่องทางนั้นสัมผัสได้ถึงความเย็นจากเจลร่างแกร่งก็สะดุ้งทันที

 

“ก้อง...จะทำอะไร” โชติเริ่มถามด้วยความคิดที่แอบหวั่นวิตก

 

“ผมก็จะเป็นฝ่ายรุกคุณโชติไงครับ คุณโชติไม่ต้องกลัวนะครับ ผมสัญญาว่าจะทำให้นุ่มนวลที่สุด” เสียงที่มีความสุขของก้องดังขึ้นแต่สำหรับโชติที่ตอนนี้กำลังถูกปิดตาอยู่ทำให้เขายิ่งหวั่นใจมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว และพึ่งจะรู้ตัวว่าคำว่า (ฝ่ายรุก) ของเขาและของก้องเป็นคนละความหมายกัน

 

“ก้องๆ หยุดก่อน” โชติรีบส่งเสียงห้ามเพราะแม้ว่าเขาจะมองไม่เห็นแต่ว่าก็รู้สึกได้ชัดเจนถึงเจลเย็นๆที่ถูกเทลงบนช่องทางด้านหลังแต่ดูเหมือนว่าคำห้ามจะไม่เป็นผลเมื่อเขารู้สึกได้ถึงของแข็งๆบางอย่างที่ถูไถอยู่ตรงบริเวณนั้น

 

“ไอ้ก้อง” เสียงตวาดดังลั่นห้องพร้อมกับโชติที่เด้งตัวขึ้นนั่ง ผ้าผูกข้อมือถูกกระชากจนหลุดในทีเดียว มือหนึ่งดึงผ้าปิดตาออกส่วนอีกมือหนึ่งจับข้อมือของก้องเอาไว้ได้ทันก่อนที่นิ้วชี้นั้นจะถูกสอดใส่เข้าไปด้านใน

 

“เรื่องที่โกหก กูขอโทษ มึงอย่างแกล้งกูแบบนี้เลยนะก้อง มันไม่น่ารักเลย” โชติสบตาของอีกฝ่ายที่ตอนนี้ก็จ้องมองกลับมาเช่นกัน

 

“ผมไม่ได้แกล้งนะครับ จริงๆผมหวังอย่างจะเป็นคนรุกคุณโชติมานานแล้วแต่ผมไม่กล้า ผมอยากเป็นคนมอบความสุขให้คุณโชติบ้าง นะครับคุณโชติ แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวก็ได้ครับ”

 

“ก้อง แค่กูได้มีอะไรกับมึงกูก็....”

 

“หรือว่าคุณโชติไม่ได้รักผมแล้วครับ เมื่อกี้คุณโชติยังพูดอยู่เลยว่าให้ผมได้ทุกอย่างแล้วทำไมแค่ครั้งเดียวก็ให้ผมไม่ได้ละครับ” ก้องพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและเริ่มใส่อารมณ์

 

“ก้อง กูขอถามคำถามเดียวเลย มึงต้องการทำแบบนี้จริงๆใช่ไหม” โชติจ้องมองไปในดวงตาคู่นั้นที่แอบไหววูบอยู่ชั่วเสียววินาที

 

“ครับ ผมต้องการแบบนี้” ชายหนุ่มตอบกลับมาด้วยสีหน้าจริงจัง

 

“ก็ได้ มึงอยากทำอะไรก็ทำ กูให้มึงได้ทุกอย่างอยู่แล้ว” โชติพูดพร้อมกับทิ้งตัวลงนอนในท่าเดิมอีกครั้ง เพราะเขาก็อยากจะวัดใจอีกฝ่ายเหมือนกันว่าจะกล้าทำจริงๆไหม ถ้าก้องแค่อยากแกล้งก็คงจะหยุดแกล้งแค่นี้แต่ถ้าอีกฝ่ายต้องการจริงๆเขาก็พร้อมที่จะให้ทำ

 

เจลเย็นๆถูกป้ายมากขึ้นก่อนที่นิ้วชี้ของก้องจะจ่อลงที่ช่องทางคับแคบและเริ่มออกแรงกดลงไป โชติค่อยๆหลับตาลงช้าๆ ความรู้สึกเจ็บแปร๊บๆแล่นเข้าสู่ร่างกายพร้อมกับฝ่ามือทั้งสองข้างที่กำไว้แน่นจนเล็บจิกเข้าไปในผิวหนังและมีเลือดซึมออกมา

 

*****โปรดติดตามตอนต่อไป*****

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน ขอบคุณที่ติดตามนะครับ

 

ขอบคุณทุกๆความคิดเห็นและดาวที่ให้มานะครับ

 

มาตามสัญญาแล้วครับ

 

ตอนต้นมาอย่างใสๆ ตอนท้ายหน่วงๆซะงั้น

 

หลายคนบ่นอยากได้ NC จัด NC ให้แล้วนะครับ

 

เอาน่า บางอย่างอาจจะไม่เป็นอย่างที่คิด หรือมันอาจจะเป็นอย่างที่คิดก็ได้นะ หึหึ

 

เจอกันใหม่ตอนหน้านะ ><

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น