khontualeklek

ถ้าชอบก็กด Like ให้กำลังใจ หรือ comment คุยกันได้นะคะ

ตอนที่ 1 ผู้โชคดี

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 ผู้โชคดี

คำค้น : ยูริ yuri เลสเบี้ยน นิยายวาย นิยายยูริ Blackpink Snsd

หมวดหมู่ : นิยาย Yuri

คนเข้าชมทั้งหมด : 157

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ส.ค. 2562 20:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 ผู้โชคดี
แบบอักษร

ตอนที่ 1 ผู้โชคดี 

 

 

 

 

          คุณญาณิน.... 

คุณญาณิน.... 

 

 

เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งร้องเรียกชื่อของฉันซ้ำๆด้วยน้ำเสียงเนิบเย็น ฉันเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างช้าๆก่อนจะกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งด้วยสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่น ภาพตรงหน้าปรากฎให้เห็นหญิงสูงวัยอายุราวๆหกสิบถึงเจ็ดสิบยืนอยู่ที่ปลายเตียง แสงสีขาวเรืองรองส่องประกายอยู่รอบๆตัว รูปร่างท้วมเล็กน้อย สวมชุดกระโปรงยาวสีขาว ผมสีเทายาวจนถึงช่วงเอว  

 

คุณป้าแปลกหน้าคนนี้กำลังจ้องมองฉันด้วยสีหน้าเรียบเฉย 

“ฝันอยู่รึเปล่าเนี่ย” ฉันพึมพำกับตัวเองพลางขยี้ตายิกๆ จากนั้นก็เพ่งสายตามองภาพตรงหน้าอีกครั้ง 

“หนูไม่ได้ฝันหรอกจ้ะ” ผู้หญิงตรงหน้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวล 

‘แล้วแม่ชีคนนี้เป็นใครมาอยู่ในห้องฉันได้ยังไง’ ฉันพูดในใจพลางกระพริบตาปริบๆมองคุณป้าที่นุ่งชุดขาวห่มขาวราวกับแม่ชี ยืนกุมมือตัวเองอยู่ด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม 

 “ฉันไม่ใช่แม่ชี แต่เป็นนางฟ้า” อีกฝ่ายเอ่ย 

 

ฉันเบิกตาโตด้วยความตกใจ แล้วเอ่ยถามอย่างตะกุกตะกัก “ปะ...ป้ารู้ได้ไงคะ ว่าหนู..คะ...คิดอะไรอยู่ในใจ” ฉันเริ่มรู้สึกกลัวป้าคนนี้ขึ้นมาจับใจ หรือว่า...ฉันกำลังเจอผีอยู่เนี่ย 

“อย่าเรียกชั้นว่าป้า ให้เรียกว่านางฟ้า และชั้นไม่ใช่ผีจ้ะ” ผู้หญิงชุดขาวเอ่ยเสียงเข้ม 

ฉันยกมือทั้งสองขึ้นมาตบหน้าตัวเองดังแปะๆ “แตม…แกฝันอยู่ใช่มั้ย ตื่นเดี๋ยวนี้” ฉันตบหน้าตัวเองซ้ายทีขวาทีเพื่อปลุกตัวเองให้ตื่นจากฝัน 

“ให้ชั้นช่วยตบมั้ยจ๊ะ?”  

อยู่ดีๆผู้หญิงที่อ้างตัวเองว่าเป็นนางฟ้าก็ยืดแขนยาวราวแม่นากมาทางฉัน ฝ่ามือนั้นสะบัดตบเข้าที่หน้าฉันเต็มแรง  

 

เพียะ!! 

 

ความแสบชาแผ่ซ่านไปทั่วใบหน้าบ่งบอกให้ฉันรู้ว่าตอนนี้ไม่ได้ฝันไป 

 

 กริ๊ดดดดดด.......!!! 

 

 ฉันกรีดร้องเสียงหลงด้วยความกลัว “ผีหลอกก!!! พ่อจ๋าแม่จ๋าช่วยแตมด้วย!” ฉันเด้งตัวลุกจากเตียงแล้ววิ่งไปซ่อนตัวอยู่หลังผ้าม่าน ตัวของฉันสั่นงันงกด้วยความกลัว หัวใจของฉันเต้นแรงระรัวเพราะความตกใจ 

“ฮือ...จะ...จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้...บะ...เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย” ฉันพนมมือท่องบทสวดมนต์แผ่เมตตาอย่างตะกุกตะกัก ฉี่ของฉันรั่วไหลลงมาเป็นทางผ่านน่องจนมาถึงปลายขา 

นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันกลัวจนฉี่ราดรดกางเกงตัวเอง ฉันหายใจหอบถี่หลบอยู่หลังผ้าม่าน ระหว่างนั้นเกิดความเงียบงัน ไร้เสียงใดๆภายในห้อง 

“ไปแล้วมั้ง” ฉันพึมพำกับตัวเองก่อนจะใช้มือที่สั่นหงึกๆแง้มผ้าม่านเพื่อส่องสำรวจดู 

“ยังจ้ะ” ผู้หญิงชุดขาวโผล่มายืนอยู่ตรงหน้าฉัน 

 

กริ๊ดดดด!!! 

 

 ฉันส่งเสียงกริ๊ดอีกรอบแล้ววิ่งหนีไปทางประตู แต่ก้าวเท้าได้เพียงสองสามก้าว อยู่ดีๆร่างของฉันก็ขยับเขยื้อนไม่ได้ ราวกับถูกเสกให้กลายเป็นรูปปั้นแข็งทื่อ 

“หนูเป็นผู้โชคดีที่จะได้พรจากสวรรค์นะจ๊ะ” นางฟ้าเกริ่นนำ 

“อะ…อะไรนะคะ?” ฉันร้องถามอย่างงุนงง 

   

ตอนนี้ปากของฉันเป็นอวัยวะเดียวในร่างกายที่สามารถขยับเขยื้อนได้ 

“ในทุกๆสิบปีทางสวรรค์จะแจกพรพิเศษให้กับมนุษย์บนโลก เพียงแค่หนึ่งคนเท่านั้นที่จะได้พลังวิเศษจากทางเรา แล้วคนนั้นก็คือหนูนะจ๊ะ” นางฟ้าในชุดขาวกล่าว แล้วย่างเท้ามายืนอยู่ตรงหน้าฉัน มีแสงแวววาวสีขาวส่องประกายวิบวับอยู่รอบตัว คุณป้านางฟ้ามองฉันด้วยสายตาอ่อนโยนพลางคลี่ยิ้มเบาบาง เผยให้เห็นริ้วรอยยับย่นบนใบหน้า 

“พลังวิเศษงั้นเหรอ แล้วทำไมสวรรค์ถึงเลือกหนูล่ะคะ?”  

 

ฉันมึนงงไปหมดและคิดว่าตัวเองยังคงอยู่ในฝัน 

“สุ่มตัวเลขบัตรประจำตัวมนุษย์ที่ทำแต่ความดีไม่เคยทำเรื่องชั่วร้ายมาก่อนจ้ะ ก็คล้ายๆกับลอตเตอรี่ แล้วหนูก็ได้รางวัลที่หนึ่งจากสวรรค์ มีพลังวิเศษให้เลือกสามแบบ อ่านใจคนได้ มองเห็นอนาคตได้ หรือ 

ล่องหนได้ หนูจะเลือกอันไหนดีเอ่ย” 

นัยน์ตาของฉันเบิกกว้างยังคงตกตะลึงกับเหตุการณ์ตรงหน้าไม่หาย ก็เลยอ้ำอึ้งพูดอะไรไม่ออก ระหว่างนั้นคุณป้านางฟ้าก็โพล่งขึ้นมา 

“เอ้อ…ลืมไปเลย” นางฟ้าอุทาน “ฉันลืมบอกเงื่อนไขที่เจ้าจะต้องแลกกับพลังพิเศษที่จะได้รับ” 

“เงื่อนไขอะไรคะ?” 

“หนูเคยได้ยินประโยคที่ว่า ‘ได้อย่าง ก็ต้องเสียอย่าง’ มั้ยจ๊ะ” 

ฉันพยักหน้า “เคยค่ะ แล้วหนูจะต้องเสียอะไรบางอย่างใช่มั้ยคะ” 

“ใช่จ้ะ หนูกำลังจะมีพลังวิเศษนั่นก็คือความโชคดี แต่ในความโชคดีมักจะมีความโชคร้าย ซึ่งหนูจะต้องแลกกับความรู้สึกเจ็บปวดที่จะต้องสูญเสียบางอย่างไปจ้ะ” 

“เจ็บปวดเพราะต้องสูญเสียบางอย่างงั้นเหรอ แล้วหนูจะต้องสูญเสียอะไรไปเหรอคะ” 

นางฟ้ายิ้มละมุนก่อนตอบ “ข้าจะบอกเงื่อนไขนั้น ก็ต่อเมื่อเจ้าตกปากรับพรจากสวรรค์แล้วอ่ะจ้ะ แต่ถ้าเจ้ากลัว ก็สามารถปฏิเสธไม่รับพรจากสวรรค์ได้นะจ๊ะ” 

“ทำไมถึงต้องบอกทีหลังล่ะคะ บอกเลยไม่ได้เหรอ สูญเสียที่ว่าแขนขาหนูจะด้วนหรือมองอะไรไม่เห็นรึเปล่าคะ หนูกลัวนะถ้าเป็นแบบนั้น” 

“ไม่ใช่หรอกจ้ะ หนูจะต้องเจอเรื่องที่ทำให้เจ็บปวดหัวใจต่างหาก นางฟ้าบอกได้แค่นี้” 

 

ฉันนิ่งคิดและชั่งใจ ถ้าตอนนี้ไม่ได้ฝันไปจริงๆ ฉันจะมีพลังวิเศษเชียวนะ ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะได้รับโอกาสดีๆแบบนี้ แล้วพลังที่ว่ามันอาจจะมีประโยชน์กับงานนักสืบที่ฉันทำอยู่ก็ได้ โดยเฉพาะ การล่องหน แต่เรื่องที่ทำให้เจ็บปวดหัวใจนี่สิ มันคืออะไรนะ ฉันจะอดกินชานมไข่มุกตลอดชีวิตงั้นเหรอ ไม่เอาสิ ฉันจะถูกพรากจากชานมไข่มุก ของโปรดที่สุดของฉันไม่ได้นะ 

 

“จะคิดอีกนานมั้ยหนู ถ้าไม่ตอบซะที นางฟ้าจะไปหาตัวสำรองแล้วนะ” 

“นางฟ้าจะพรากชานมไข่มุกไปจากหนูรึเปล่าคะ” ฉันถามอย่างกังวลใจ 

“เฮ้ออ...” คนชุดขาวถอนหายใจยาวพลางทำหน้าตาละเหี่ยใจ “ข้าไปหาตัวสำรองก่อนนะจ๊ะ” 

“เดี๋ยวค่ะ!” ฉันรีบโพล่งเสียงดัง “หนูรับพรค่ะ!” 

“แล้วเจ้าจะเลือกพลังวิเศษอันไหน” 

“หนูเลือกล่องหนได้ค่ะ” 

นางฟ้าพยักหน้าอยู่สองที จากนั้นก็มีหมวกแก๊ปสามใบ สีขาว สีชมพู และสีฟ้า ปรากฏวางอยู่บนปลายเตียง 

“เจ้าจะล่องหนได้ด้วยการสวมหมวกแก๊ปนี้ เลือกสีไหนดีเอ่ย นางฟ้าบอกก่อนนะว่าแต่ละสีจะมีเรื่องที่ทำให้เจ็บปวดต่างกันไป” 

‘ทำไมถึงต้องทำให้ยุ่งยากขนาดนี้ด้วยนะ บอกเลยก็ไม่ได้เหรอไง ต้องมานั่งเสี่ยงดวงอีก’ ฉันนึก 

“นางฟ้าได้ยินนะจ๊ะ ว่าหนูนึกอะไรอยู่” คนชุดขาวเอ่ยเสียงดุเล็กน้อย 

ฉันกวาดสายตามองหมวกแก๊ปสามใบที่วางเรียงแถวอยู่บนเตียงไปมาอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง 

“สีขาวแล้วกันค่ะ” ฉันเลือกเพราะตัวเองชอบสีนี้ เหตุผลแค่นั้นเลย 

พอฉันเลือกหมวกสีขาว หมวกอีกสองใบก็หายวับไปกับตา 

“เจ้าเลือกหมวกสีขาว ความเจ็บปวดที่เจ้าจะได้รับคือ ความรักที่ไม่สมหวัง ไม่ว่าจะรักใครก็จะเจอแต่อุปสรรคขวางกั้นจนต้องเลิกรา เจ้าจะต้องกลายเป็นคนโสดไปตลอดชีวิต” 

“อะ…อะไรนะคะ คนโสดตลอดชีวิต! อย่างงี้หนูก็รักใครไม่ได้เลยเหรอ” 

“รักได้ แต่ท้ายสุดแล้ว เจ้าจะต้องผิดหวังน่ะ” 

 

ฉันตกใจเล็กน้อยเมื่อรับรู้ถึงเงื่อนไข แม้ตอนนี้ตัวเองจะยังโสดและไม่ได้รักหรือชอบใครอยู่ก็ตาม แล้วถ้าวันหนึ่งฉันเกิดมีความรักขึ้นมา แต่ดันต้องกินแห้วไปซะทุกครั้ง แค่คิดใจของฉันก็แห้งฝ่อ ห่อเหี่ยวราวกับใบไม้แห้งกรอบเพราะขาดน้ำมาหล่อเลี้ยง อยู่ดีๆภาพตัวเองปีนป่ายตะกายขึ้นไปอยู่บนคานทอง นั่งดูดชานมไข่มุกอย่างเดียวดายก็ผุดขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ 

 

“แล้วหมวกอีกสองใบ จะได้รับความเจ็บปวดแบบไหนเหรอคะ” ฉันเอ่ยถามเสียงอ่อยเพราะความผิดหวัง 

“บอกไม่ได้จ้ะ” 

“ลึกลับ ซับซ้อนเหลือนเกิน” ฉันบ่นพึมพำกับตัวเอง 

 “เจ้าจะยอมรับเงื่อนไขข้อนี้เพื่อแลกกับพลังวิเศษใช่หรือไม่” 

“แล้วถ้าหนูไม่ยอมรับล่ะคะ” 

“ไม่ได้หรอกจ้ะ หนูรับพรจากสวรรค์ไปแล้ว ที่ชั้นถามเพื่อให้หนูตอบยืนยันอีกครั้ง บอกให้เบื้องบนได้รับรู้น่ะ” 

มาถึงขั้นนี้แล้ว ก็คงต้องตอบตกลงสินะ  

“ค่ะ หนูยอมรับเงื่อนไขเพื่อแลกกับการล่องหนได้ค่ะ” 

 

เปรี้ยง! 

 

สิ้นเสียงคำพูดของฉัน เสียงฟ้าผ่าก็ร้องดังลั่น จากนั้นฝนก็เทกระหน่ำลงมาจากฟากฟ้า 

“นางฟ้าขอดูบัตรประจำตัวเพื่อยืนยันหมายเลขด้วยจ้ะ” 

“อยู่ในกระเป๋าตังค์ค่ะ กระเป๋าอยู่บน...” ฉันยังพูดไม่ทันจบ กระเป๋าสตางค์ที่วางอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือก็ลอยล่องขึ้นมากลางอากาศก่อนจะเปิดอ้าออกมาเอง บัตรประชาชนของฉันเด้งออกมาจากกระเป๋าแล้วลอยลิ่วไปทางนางฟ้า 

เจ้าตัวคว้าบัตรเอาไว้แล้วหันมาจ้องหน้าฉันก่อนจะเคลื่อนสายตาไปจ้องที่บัตรประจำตัวของฉันอยู่ครู่หนึ่ง 

“โอเค หมายเลขถูกต้อง หน้าตาถูกต้อง...ตัวจริงดูสวยกว่าในบัตรนะจ๊ะ” คุณป้าส่งยิ้มละมุนให้ฉัน 

“เวลาหนูอยากล่องหนก็แค่สวมหมวกใบนี้ใช่มั้ยคะ แล้วถ้าอยากกลับมาปรากฏตัวก็แค่ถอดหมวกออกรึเปล่า” ฉันเอ่ยถามพลางชี้นิ้วไปที่หมวกแก๊ปสีขาว 

“เดี๋ยวนางฟ้าจะให้คู่มือการใช้งานหนูอีกทีนะ ไม่อยากพูดเยอะ เจ็บคอ” ผู้หญิงชุดขาวกระแอมไอเบาๆ “เอาล่ะ นางฟ้าจะส่งมอบพลังวิเศษให้เจ้าล่ะนะ”   

“โอม พลังจงมา โอม พลังจงมา” คุณป้านางฟ้าท่องคาถาเรียกพลัง มีแสงสีขาวสว่างเจิดจ้าปรากฏขึ้นมาบนนิ้วชี้ของคนตรงหน้า จากนั้นคุณป้าก็ชี้นิ้วมาที่ฉัน  

 “ให้ตายเหอะ นี่ฉันฝันบ้าบออะไรอยู่เนี่ย ตื่นสักทีเหอะแตม” ระหว่างที่บ่นพึมพำกับตัวเองอยู่ แสงสีขาวระยิบระยับนั้นก็พุ่งตรงมาที่หน้าอก ฉันรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว ราวกับพลังที่นางฟ้าถ่ายทอดให้นั้นกำลังแล่นซึมไปทั่วร่างกายของฉัน 

 “คุณญาณินจงได้พลังวิเศษบัดเดี๋ยวนี้ เพี้ยง!!!”  

 

 

อยู่ดีๆภาพตรงหน้าก็กลายเป็นสีขาวสว่างจ้าจนฉันมองไม่เห็นอะไร 

 

เฮือกก!!! 

 

ฉันสะดุ้งลืมตาตื่นขึ้นมา กรอกตาไปทางซ้ายที ขวาที   

 

“สรุปว่าฝันไปใช่มั้ยเนี่ย” 

 

ฉันงัวเงียลุกขึ้นนั่ง แสงสว่างส่องลอดเข้ามาทางหน้าต่างซึมผ่านผ้าม่านเข้ามา ทำให้รู้ว่าเวลานี้สายมากแล้ว ฉันบิดตัวไปมาแล้ววาดขาลงจากเตียง ก่อนที่เท้าของฉันจะสัมผัสกับพื้น ก็ไปเหยียบเข้ากับอะไรบางอย่าง ฉันก้มลงมองก่อนจะโน้มตัวลงไปหยิบหนังสือปกแข็งเล่มเล็กที่วางอยู่บนพื้นขึ้นมา 

“คู่มือการใช้งานพลังวิเศษ” ฉันอ่านคำที่เขียนไว้หน้าปกจบก็ต้องอ้าปากเหวอด้วยความตกใจ  

หนังสือหลุดล่วงจากมือหล่นลงไปกองอยู่กับพื้นเหมือนเดิม ฉันหันไปมองที่ปลายเตียง หมวกแก๊ปสีขาววางอยู่ตรงนั้น 

“นี่ฉันได้พลังวิเศษจริงๆเหรอเนี่ย!” 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น