ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 3 ฝึกฝน(2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 ฝึกฝน(2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.7k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ก.ค. 2562 19:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 ฝึกฝน(2)
แบบอักษร

"คาซึยะ ฟังแม่แล้วเจ้าลองประสานอินตามแม่ดู"

 

 

 

ดูท่าทีที่ตื่นเต้นของฮิเมโกะผู้เป็นแม่ เด็กชายก็ได้แต่สับสน เขาไม่เข้าใจว่าทำไมทั้งพ่อและแม่ของเขาถึงดูตื่นเต้นขนาดนี้ แต่ผลสุดท้ายเขาก็พยักหน้าอยากเข้าใจและฟังคำอธิบายของมารดาอย่างตั้งใจ

 

 

 

"เข้าใจองประกอบและการรวมคุณสมบัติที่แม่บอกใช่ไหม ถ้าเข้าใจลองทำตามที่แม่บอกเจ้าดู"

 

 

 

"เข้าใจแล้ว Mokuton : Moku no jutsu(คาถาไม้ : วิชาไม้)"

 

 

 

กึกๆ

 

 

 

พริบตาเดียวพื้นไม้ในโรงฝึกก็มีรากไม้ขนาดเท่าแขนสีเขียวโผล่ออกมาอย่างรวดเร็ว แต่มันก็แลกมาด้วยจักระที่ถูกดูดออกไปเกือบครึ่ง เด็กชายยืนสับสนไปสักพักก่อนจะพยักหน้าอย่างพึงพอใจที่เขาใช้แนวคิดฟิสิกส์จากโลกเก่าและคำอธิบายจากแม่มาผสมผสานจนเกิดเป็นวิชานินจาไม้

 

 

 

"การรีดเร้นจักระครั้งแรกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่การแปลงและผสานคุณสมบัติธาตุนี่ค่อนข้างซับซ้อนแต่ก็ไม่ยากจนเกินไป"

 

 

 

เด็กชายบ่นเล็กน้อยเนื่องจากเสียจักระไปถึงครึ่งเหตุเพราะเขาพึ่งใช้คาถานินจาครั้งแรกจึงเสียการควบคุมและปล่อยให้การใช้คาถาดูดจักระมากเกินเหตุเขาเหล่มองบิดาและมารดาและก็แปลกใจที่พบว่าสีหน้าของทั้งคู่นั้นตกตะลึงและตื่นตะหนก มันทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจใช้นิ้วถูจมูกอย่างช่วยไม่ได้

 

 

 

'ไม่สิ เมื่อกี้เราใช้คาถาอะไรไปนะ ?'

 

 

 

เด็กชายเริ่มสับสนและเหล่มองที่พื้นและพบว่าที่พื้นกลายเป็นลานพฤกษาไปเสียแล้ว แต่ว่านี่เขาใช้คาถาไม้ เขาใช้คาถาไม้ในตำนานของปู่ทวดเซ็นจู ฮาชิรามะได้!!

 

 

 

บ้าไปแล้วเขามีสายเลือดพลังเนตรที่ทรงพลังของอุจิวะ มีวิชาไม้ของเซ็นจู มีพลังชีวิตที่ยิ่งใหญ่ของอุซึมากิ มีพลังวิญญาณมากกว่าปกติถึงสิบเท่าจากการข้ามโลก !

 

 

 

'โลกนี้ลิขิตบังคับเราให้กลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง สวรรค์เจ้าบีบบังคับข้าให้กลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่เองนะ!!'

 

 

 

เด็กชายถึงกับหลงตัวเองและเหลิงในพลังของตนเองไปชั่วครู่ก่อนจะรีบกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว แม้วิชาไม้จะดูเทพแต่เขาในตอนนี้ยังอ่อนแอมากเกินไป  คาถาไม้ของเขาจึงอ่อนแอลงไปด้วย ไหนจะข้อเสียที่กินจักระมาเป็นพิเศษ อย่างมากเขาก็ใช้มันได้เพียงสองถึงสามคาถาต่อวันเท่านั้น

 

 

 

"ดี ดี เจ้าเป็นเด็กที่ได้รับพรจากท่านตาและท่านยายคาซึยะหลังจากที่ญาติของแม่กลับมาแม่จะพาเจ้าไปหาน้องสาวของแม่"

 

 

 

"เข้าใจแล้ว"

 

 

 

"เอาละดี จากนี้ข้าอนุญาติให้เจ้าฝึกรีดเร้นจักระและใช้นินจุสสุได้"

 

 

 

คาซุกิผู้เป็นบิดากล่าวด้วยยิ้ม ผิดกับเด็กชายที่กำลังชูไม้ชูมืออย่างตื่นเต้น เขารีบวิ่งออกไปนอกบ้านและมุ่งตรงไปยังทะเลสาบท้ายหมู่บ้านอุจิวะอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้ดูทางจนเผลอไปชนเด็กชายคนหนึ่งเข้า

 

 

 

ตุบ

 

 

 

"อูยยย เจ็บเจ้าบ้านายจะรีบไปไหนของนายกัน"

 

 

 

เสียงบ่นของเด็กชายที่ถูกชนจนปลิวไปเกือบสองเมตรบ่นออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ในขณะที่คาซึยะเริ่มหน้าเสียเล็กน้อยเนื่องจากความประมาทของตนเอง

 

 

 

"ขะ ขอโทษเป็นอะไรหรือเปล่า เอ๊ะนาย"

 

 

 

สายตาของคาซึยะมองไปยังเด็กชายอีกคนที่สวมเสื้อสีกรมมีตราประทับตระกูลอุจิวะอยู่ที่แผ่นหลัง สิ่งที่ระบุตัวตนของเด็กชายคนนี้ก็คือแว่นครอบหัวเลนส์สีส้มอ่อน

 

 

 

"อูย คาซึยะเองหรอกหรอนายจะรีบไปไหนกันเจ้าบื้อเอ้ย"

 

 

 

"จิ้ ฉันจะไปฝึกคาถานินจาที่ทะเลสาบ"

 

 

 

คาซึยะไม่คิดว่าจะมาเจอเพื่อนข้างบ้านแสนงี่เง่าแบบอุจิวะ โอบิโตะเลยจริงๆ โอบิโตะในปัจจุบันนั้นงี่เง่าและอวดเก่งทั้งยังที่อ่อนแอจนถูกเด็กคนอื่นๆในตระกูลกลั่นแกล้ง แน่นอนว่าตัวเขาไม่ได้รวมอยู่ในกลุ่มคนพวกนั้นเพราะตัวเขาเองก็ถูกแกล้งด้วยเหมือนกันแต่ไม่ได้ใส่ใจอะไร

 

 

 

"เด็กแบบนายเนี่ยนะจะฝึกนิจุสสุ นายมีจักระพอแล้วหรือไงเจ้าบื้อเอ้ย"

 

 

 

"ฉันใช้นินจุสสุได้แล้ว ฉันไม่ได้โง่เหมือนนาย"

 

 

 

กล่าวจบคาซึยะก็วิ่งไปที่ทะเลสาบต่อทันที ซึ่งโอบิโตะที่หัวร้อนก็รีบวิ่งตามไปทันทีและเจ้าตัวก็พบว่าเด็กชายที่อายุน้อยกว่าตัวเองหนึ่งปีกำลังกระโดดไปมาบนหลังคาตามบ้านอย่างรวดเร็ว

 

 

 

'เจ้าหมอนี่ เก่งขนาดนี้เลยหรอ ?'แม้จะตกตะลึงโอบิโตะก็ยังวิ่งตามคาซึยะไปอย่างไม่ห่าง เพราะเจ้าตัวกลัวว่าเจ้าบื้อจะจมน้ำอีก

 

 

 

"แฮกๆ ในที่สุดก็ตามทัน ไวอย่างกับลิงเลยนะเจ้าบื้อคาซึยะ"

 

 

 

"เฮ้อแล้วจะตามมาทำไมละเจ้าโง่ เอาละอยากดูก็ดูไปแต่อย่ามากวนก็แล้วกันละเอาละ!"กล่าวจบคาซุยะก็เริ่มประสานอินตามความทรงจำที่เขาศึกษามาโดยตลอด

 

 

 

ขาล > มะแม > วอก > กุน > มะเมีย > ขาล

 

 

 

"Katon : Gōkakyū no jutsu(คาถาเพลิง : ลูกบอลไฟยักษ์)"

 

 

 

สูดดดด

 

 

 

เด็กชายสูดลมหายใจก่อนจะพ่นไฟออกมาจากปาก เขาใช้จักระที่ถูกรีดเค้นออกมาก่อไฟเป็นบอลเพลิงจุดศูนย์กลางขนาดสองเมตรพุ่งตรงไปยังกลางทะเลสาบ ก่อนจะเกิดการระเบิดขึ้น ซุ่มมมม!

 

 

 

"แค่กๆ แสบคอจัง"คาซึยะหน้าเสียเล็กน้อยเขารู้สึกร้อนไปทั้งปากและคอ แม้ในปากจะไม่มีบาดแผลหรือพลุพองเลยก็เถอะ มันเป็นประสบการณ์ครั้งแรกเขาจึงไม่ค่อยชินกับความร้อนนี้

 

 

 

แต่นี่ก็เป็นการรีดเร้นจักระครั้งที่สอง รอบนี้เขาสามารถควบคุมจักระได้เป็นอย่างดีทำให้เสียจักระไปเพียงแค่หนึ่งในสิบเท่านั้น ถ้าเขาเพิ่มจักระเข้าไปอีกจุดศูนย์กลางของบอลเพลิงยักษ์คงใหญ่มากกว่าสิบเมตร และนี่คือการคาดเดาของเขา

 

 

 

"สะ สะสุดยอด นายทำได้ยังไง!"

 

 

 

เสียงกรีดร้องที่ตื่นตะหนกของโอบิโตะทำให้คาซึยะรู้สึกภูมิใจอย่างช่วยไม่ได้ เขายืดอกเท้าเอวอย่างสมภาคภูมิ ฉันนี่แหละสุดยอดอัจฉริยะและยังเป็นเหลนของตาแก่มาดาระและตาแก่ฮาชิรามะเชียวนะ

 

 

 

"ก็เพราะว่าฉันเป็นสุดยอดอัจฉริยะแห่งอุจิวะ ไงฮี่ๆ"

 

 

 

"หนอย~เจ้าบื้อคาซึยะนายโกงนี่ สอนฉันบ้าง ฉันอยากเป็นจอมเพลิงเผาผลาญ ฉันอยากเป็นโอคาเงะเนตรวงแหวน!!"

 

 

 

โดนโอบิโตะเขย่าตัวคาซึยะรู้สึกคลื่นไส้เล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจและบอกวิธีพื้นฐานให้เจ้าหมอนี่ก่อน ในเนื้อเรื่องต้นฉบับเนื่องจากโอบิโตะเสียพ่อและแม่ไปจึงไม่มีใครสอนพื้นฐานให้เจ้างี่เง่านี่เลย จึงไม่แปลกที่จะโดนหินที่ตาแก่มาดาระวางแผนไว้ทับจนเกือบตาย

 

 

 

"เฮ้อก็ได้ แต่ก่อนอื่นนายต้องควบคุมจักระให้ได้เสียก่อน"

 

 

 

"ควบคุมจักระ มันคืออะไร ?"

 

 

 

"ให้ตายสิเรื่องแบบนี้ก็ยังไม่รู้ นี่นายเป็นนักเรียนนินจานะ เฮ้อการควบคุมจักระคือการ..."

 

 

 

คาซึยะเริ่มอธิบายวิธีควบคุมจักระแบบเนื้อๆ อย่างช้าๆเพื่อให้คนที่หัวช้าแบบโอบิโตะนั้นเข้าใจ ซึ่งเขาที่มีประสบการณ์ในการสรุปสาระย่อความสั้นๆ เพียงไม่กี่สิบนาทีโอบิโตะก็เข้าใจ ดูๆแล้วเขาก็มีพรสวรรค์ในการเป็นครูนะเนี่ย

 

 

 

"แล้วทำไมต้องฝึกควบคุมจักระก่อน ?"โอบิโตะถามอย่างสงสัยตามประสาคนงี่เง่า

 

 

 

"มันจะทำให้นายทำแบบนี้ได้ยังไงละเจ้าโง่"

 

 

 

ฟึบ!

 

 

 

ร่างเล็กๆของคาซึยะกระโดดดีดตัวลงไปในทะเลสาบและยืนสงบนิ่งบนผิวน้ำอย่างสบายอารมณ์ก่อนจะเริ่มวิ่งวนไปมาบนน้ำเพื่อแสดงผลของการควบคุมให้โอบิโตะได้ดู

 

 

 

"โอ้ แท้จริงมันเป็นแบบนี้นี่เอง"

 

 

 

ฟึบ

 

 

 

"ใช่ก่อนอื่นเริ่มจากนำใบไม้มาแปะไว้ที่หน้าผากพร้อมควบคุมจักระให้ไหลเวียนไปที่หน้าผาก ถ้าการควบคุมของนายดีใบไม้บนผากจะไม่มีวันหล่น ถึงแม้นายจะวิ่งก็ตาม"

 

 

 

หลังจากกระโด้นมาบนฝั่งคาซุยะก็เริ่มอธิบายถึงวิธีฝึกควบคุมพื้นฐาน แต่เขาก็ไม่ได้แนะนำอะไรมากมาย เขาคิดว่าการแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองส่วนหนึ่งนั้นเป็นการฝึกขั้นเริ่มต้นที่ดี

 

 

 

ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าโอบิโตะจะทำได้ แม้จะดูนานแต่แท้จริงแล้วมันเพียงไม่นาน คาซุยะค่อนข้างตกใจที่เจ้าหมอนี่มีสัญชาติญาณที่เยี่ยมยอดแบบนี้

 

 

 

หรือว่าคนงี่เง่าส่วนใหญ่นั้นเป็นแบบนี้ ? เพราะไม่ว่าจะปู่ทวดฮาชิรามะ หรืออุซึมากินารูโตะต่างก็มีนิสัยงี่เง่าบ้าๆบอๆ แต่ก็อ่อนโยนอย่างน่าตกใจ ? แสดงว่าในโลกนี้คนงี่เง่าส่วนใหญ่มีศักยภาพและสัญชาติญาณที่ดีกว่าคนทั่วไปใช่ไหม ?

 

 

 

"เอาละมาขั้นต่อไป ขั้นต่อไปคือเดินขึ้นไปบนต้นไม้ แบบนี้"

 

 

 

คาซึยะเดินไปที่ต้นไม้ใหญ่ก่อนจะเหยียบฝ่าเท้าลงบนลำต้นและเดินขึ้นไปท้าทายแรงโน้มถ่วง ก่อนจะกระโดดลงมาและบอกวิธีนิดๆหน่อยพร้อมหลีกทางเพื่อให้โอบิโตะทำความเข้าใจ

 

 

 

"โอ้ นี่ฉันเป็นอัจฉริยะใช่ไหม !!"ดูท่าคนบ้าจะมีพรสวรรค์จริงๆ

 

 

 

"ต่อไปเดินบนน้ำถ้านายทำได้ภายในยี่สิบนาทีฉันจะสอนวิธีการใช้คาถาเพลิงให้"

 

 

 

"เรื่องกล้วยๆ คอยจับตาดูสุดยอดอัจฉริยะว่าที่สุดยอดโฮคาเงะรุ่นที่ 4 ผู้นี้ให้ดีเจ้าบื้อคาซึยะ"

 

 

 

เพื่อโชว์เทพอีกครั้งโอบิโตะกระโดดลงไปในทะเลสาบอย่างมั่นใจ ตามที่เขาคาดการณ์ไว้ครั้งนี้เขาก็สามารถทำได้อย่างแน่นอน ทว่าความเป็นจริงนั้นช่างโหดร้าย

 

 

 

ตู้มมม!!!

 

 

 

"ว่าแล้วว่าต้องเปียก อัจฉริยะขี้โม้ขี้เหม็นละสิไม่ว่า"

 

 

 

คาซึยะที่ฟื้นจักระเสร็จสิ้นได้เลิกสนใจโอบิโตะและกลับมาฝึกนินจุสสุต่อ ครั้งนี้เขาคิดจะฝึกเพิ่มความเชี่ยวชาญและความเคยชินกับคาถาไฟบางหมวด

 

 

 

"จากนี้แหละของจริง!"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น