greenmeat

ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ ขอให้สนุกค่ะ รักทุกคน

บทส่งท้าย (NC 20+)

ชื่อตอน : บทส่งท้าย (NC 20+)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 21k

ความคิดเห็น : 87

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ส.ค. 2562 11:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
บทส่งท้าย (NC 20+)
แบบอักษร

  

บทส่งท้าย 

 

  

“เกาฮะไฉ่หมายถึงให้รักปรองดองกัน ความหมายนี้มาจากเซียนคู่หนึ่งที่รักกันมาก” 

ผัดผักเกาฮะไฉ่ อาหารมงคลในวันส่งตัวเจ้าสาวถูกป้อนให้กับเสี่ยวหลิวที่อยู่ในชุดแต่งงานสีแดง เป็นเสื้อถังจวงหรือจีนคอตั้งทำจากผ้าไหมราคาแพง ปักลายหงส์กลางลำตัวสีทองล้อไปกับกระดุมจีน ดูสวยสง่าหรูหราเหมาะกับฐานะเจ้าสาวในวันนี้ที่สุด 

“ส่วนนี่กระเพาะหมูต้มพะโล้ กระเพาะหมูหมายถึงให้ปรับตัวเข้าหากัน ใครมีนิสัยไม่ดีอะไรก็ปรับเปลี่ยนให้ดี ชีวิตคู่จะได้มีความสุข”  

อ้าปากรับกับข้าวมงคลที่มารดาเป็นคนป้อนให้อีกครั้ง ใบหน้ายิ้มมีความสุขถูกแต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างพอดีขับเน้นให้ดูอ่อนหวานตราตรึง การรับประทานอาหารมื้อสุดท้ายร่วมกับครอบครัวส่งผลให้มีหยาดน้ำใสเอ่อคลออย่างช่วยไม่ได้ 

“ขอบคุณนะครับ ป๊า ม๊า” กล่าวกับบุคคลที่อยู่ล้อมโต๊ะอาหาร ขอบคุณที่ให้ความสำคัญกับเขามากขนาดนี้ เขาเคยผ่านพิธีเตรียมส่งตัวเจ้าสาวมาแล้ว แต่ตอนนั้นจิตใจมันมีแต่ทุกข์จนทุกอย่างช่างดูอึดอัดไปหมด แตกต่างจากครั้งนี้โดยสิ้นเชิง  

นิ้วเรียวของมารดาช่วยเกลี่ยหยดน้ำตาออกให้ เอ็ดเบา ๆ ว่าอีกครู่ใหญ่ขบวนรับเจ้าสาวก็จะมาถึงที่คฤหาสน์แล้วจะอยู่ในสภาพเละเทะไม่ได้หรอกนะ หล่อนยิ้มยินดีให้กับบุตรชายที่ในที่สุดก็สมปรารถนา  

ฟู่จางอินหัวเราะมองภรรยาและลูกที่ผลัดกันเช็ดน้ำตา ดูสิ จากทานข้าวกับอาหารมงคลกลายเป็นทานข้าวกับน้ำตาเสียได้ ลูบใบหน้าของลูกชายคนเล็กที่รักใคร่ อาหลิวของเขาโตพอแล้วที่จะออกจากอ้อมอก เขาหวังเหลือเกินว่าบุตรคนโตตระกูลหวังจะทำให้เสี่ยวหลิวมีความสุขได้อย่างแท้จริง ให้สมกับที่ลูกของเขายอมทุ่มเทในความรัก หากครั้งนี้ฝ่ายนั้นทำให้เสียใจ เขานี่แหละจะเป็นคนแรกที่ไปรับตัวลูกกลับมาดูแลทั้งชีวิตที่เหลือของคนเป็นบิดา 

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ฟู่เสี่ยวหมิงก็ช่วยลูกของเธอขึ้นไปนั่งบนเตียงนอนกว้างปูด้วยผ้าปูสีทอง เสี่ยวหลิวถือพัดในมือรวมถึงปิ่นเงินปิ่นทองและใบทับทิมที่ประดับบนผมไม่ได้อย่างละหนึ่ง ใจตื่นเต้นไปหมดเหมือนกับเพิ่งทำเป็นครั้งแรก ประหม่าเสียจนต้องเม้มริมฝีปากแน่น 

ป๊าเดินเข้ามาจุมพิตที่หน้าผากพร้อมกล่าวให้กำลังใจ จับมือเย็น ๆ ของเขามาให้กุมมือม๊าและตัวเองกุมทับไว้อีกชั้น หลังจากที่กลับมาอยู่ไทยถึงสี่เดือน นี่คงเป็นวันสุดท้ายที่ได้อยู่ใกล้กัน เขาเริ่มที่จะตัวสั่นเพราะความวูบโหวงในอก 

“วันนี้วันดีลื้ออย่าร้องไห้เลย อาหลิว ลื้อเป็นที่รักของป๊ากับม๊ามากนะ ลื้อไปอยู่กับทางนั้นครั้งก่อนอั๊วก็คิดถึงมาก แต่เพราะรู้ว่าลื้อจะมีความสุขกับอาเฮียก็พลอยมีความสุขไปด้วย อย่าเป็นกังวลกับคนแก่เลย ลื้อโตแล้วอายุก็ตั้งยี่สิบ ต้องใช้ชีวิตอย่างผู้ใหญ่เขากันแล้วนะ” 

ความอบอุ่นถูกส่งผ่าน ฟู่เสี่ยวหมิงดวงตาแดงเรื่อ หยาดน้ำใสไหลออกมาไม่ขาดสาย ทั้งสามพ่อแม่ลูกกอดกันเป็นครั้งสุดท้าย เสี่ยวหลิวสูดลมหายใจเข้มแข็ง แต่ก็ยากลำบากจนมีบ้างที่ความตื้นตันร่วงหล่นลงมา  

ขบวนเจ้าบ่าวมาถึงหน้าคฤหาสน์ตระกูลฟู่ในช่วงเวลาแปดโมงยี่สิบสอง หวังหย่งเหวินยิ้มตลอดการก้าวเดินอย่างมั่นคง วันนี้ใบหน้เชื้อสายจีนดูหล่อเหลามากเป็นพิเศษ ร่างสูงสง่าเซ็ทผมสุภาพเรียบร้อย สวมเสื้อถังจวงสีแดงปักลายมังกรทองสัตว์มงคลคู่หงส์โดดเด่นน่าเกรงขาม   

เครื่องขันหมากเตรียมมาอย่างเพรียบพร้อม อาทิ ชุดหมู กล้วย อ้อย ส้มที่ติดตัวหนังสือซังฮี่ อันหมายถึงความสุขทวีคุณ พร้อมสินสอดทองหมั้น (เพ้งกิม) อีกชุดใหญ่ ซึ่งจะเก็บไว้ที่ฝ่ายเจ้าสาวครึ่งหนึ่งและคืนเจ้าบ่าวไปครึ่งหนึ่ง 

ประมุขตระกูลหวังและภรรยา บุตรสาวคนกลางและบุตรชายคนเล็กร่วมอยู่ในขบวนแห่ แน่นอนว่ารวมถึงเพื่อนทั้งห้าอย่างลู่เสียน ซุนไป่หาน เจิ้งตงมู่ เหอซั่วเกอเองก็บินตรงมาจากประเทศจีนเพื่องานสำคัญนี้โดยเฉพาะ แต่งกายด้วยชุทสูทสีดำคอยช่วยเหลือด้วยการถือพานใส่ของตลอด 

เถ้าแก่ฝ่ายเจ้าบ่าวกล่าวขออนุญาตกับเถ้าแก่ฝ่ายเจ้าสาว เมื่อได้รับอนุญาตแล้วก็ยกขบวนเข้ามาด้านในโถงใหญ่ซึ่งมีฟู่จางอินและฟู่เสี่ยวหมิงนั่งอยู่ที่ชุดโซฟาทางซ้าย ผู้อาวุโสที่มาเยือนกล่าวทักทายอย่างสนิทชิดเชื้อแล้วนั่งลงโซฟาด้านขวา หวังหย่งเหวินคุกเข่ากราบพ่อแม่เจ้าสาว ก่อนจะไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ในบ้านตามพิธี 

ครั้งที่สองของชีวิตคู่สร้างความสงสัยให้แก่หลายคนไม่น้อย แต่ก็ยอมรับได้เมื่ออธิบายว่าเป็นการแก้เคล็ดจากหมอดูชาวจีน ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองทำมาค้าขายคล่องก็ด้วยการเริ่มต้นชีวิตคู่ใหม่ครั้งที่สอง วิธีนี้ทำให้ไม่เกิดข่าวเสียหายอะไร 

งานหมั้นและงานแต่งถูกประยุกต์เข้าด้วยกัน ดังนั้นลำดับพิธีจึงมีการปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสม การรับตัวเจ้าสาวจะต้องฝ่าด่านประตูกั้นของเพื่อนและญาติ ๆ ออกมาสวมแหวนแต่งงานที่เตรียมมาด้วย 

บรรยากาศสนุกสนานเริ่มต้นขึ้น เฮยอวิ๋นที่เสี่ยวหลิวเชิญมาร่วมงานด้วยตนเองอยู่ประตูแรก ขอให้เขาและเพื่อน ๆ ร้องท่อนฮุคของเพลงเย่เลี่ยงไต้เปี่ยวแบบกลับหลัง ถัดมาคือการทายปริศนา เกมส่งกระดาษด้วยปาก วิดพื้นยี่สิบทีเท่าอายุเจ้าสาว และอีกมากมายที่ถูกสร้างสรรไม่ให้เจ้าบ่าวผ่านไปได้ง่าย  

ระยะทางยิ่งยาวไกล การมารับตัวเจ้าสาวยิ่งมีคุณค่า เหลือเพียงแค่ประตูกั้นด่านสุดท้าย ด้วยพลังเชียร์จากเพื่อน ๆ  หวังหย่งเหวินถือช่อดอกไม้สีแดงสดซึ่งเป็นสีมงคลคู่กับสีทอง ทุกวินาทีที่ก้าวเดินช่างเป็นการรอคอยที่ยาวนาน หัวใจของเขาเต้นรัวเร็ว คราวก่อนเขาไม่ใคร่จะใส่ใจ แต่ ณ เวลานี้เมื่อได้รับโอกาสจึงตั้งใจเก็บความรู้สึกทุกรายละเอียด 

  

หวังหย่งเหวินอยากเห็นหน้าเจ้าสาวของเขาแล้ว 

  

เสี่ยวหลิวที่นั่งอยู่ในห้องได้ยินเสียงแห่งความสนุกสนานตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อน ยิ่งเสียงทุ้มแสนคุ้นเคยดังขออนุญาตเข้ามารับตัว เสี่ยวหลิวก็ยิ่งรู้ว่าเขาคิดถึงเฮียเหวินมากแค่ไหน ทั้งคู่ไม่ได้เจอกันถึงสี่เดือนเนื่องด้วยทั้งการงานที่ปักกิ่งของชายหนุ่มเองและการจัดงานแต่งที่เสี่ยวหลิวต้องเป็นคนดูแล  

“เจ้าบ่าวมารับตัวเจ้าสาวแล้วครับ ! ” ลู่เสียนกล่าวกับพี่ชายคนโตตระกูลฟู่ ฟู่ไท่เหอ ที่ยืนคุมอยู่ด้านหน้า ตอนนี้จะมีอะไรให้พวกเขาทั้งสี่ช่วยหวังหย่งเหวินก็บอกมาได้เลย เพื่อนของเขาน่ะรอแต่งงานกับหลิวหลิวแทบจะไม่ไหวแล้ว 

ฟู่ไท่เหอหันหน้าไปทางหน้าต่างชั้นสอง ตรงนั้นมีประทัดสสายยาวเกือบห้าเมตรผูกไว้กับต้นไม้ “จะผ่านประตูนี้ไปได้ต้องทดสอบความรักที่เจ้าบ่าวมีให้กับเจ้าสาว พวกเราอยากให้หวังหย่งเหวินตะโกนบอกรักเสี่ยวหลิวให้ดังกว่าประทัดที่ถูกจุด และให้นานจนกว่าเสียงประทัดจะหยุดลง” 

เหล่าญาติผู้หญิงทั้งหลายที่เฝ้าดูเหตุการณ์ต่างเขินอายไปล่วงหน้า ตอนนั้นเองที่ประทัดถูกจุดขึ้นแล้ว การปะทุเล็ก ๆ ดังสนั่นไปทั่วทุกบริเวณพื้นที่คฤหาสน์ ไม่มีเวลาให้เตรียมตัวใด ๆ  

หวังหย่งเหวินถือช่อดอกไม้ไว้ สูดลมหายใจลึก อีกมือป้องปากตะโกนดังลั่น 

“เสี่ยวหลิว !  เฮียรักเรานะ !  รักมาก ๆ !  หวังหย่งเหวินรักเสี่ยวหลิว ! เฮียเหวินรักอาหลิว ! รักนะครับ ! ” 

เสียงตะโกนบอกรักที่ดังสนั่นจนคนทั่วทั้งบ้านได้ยินกลบเสียงของประทัดอย่างน่าเหลือเชื่อ ทั้งชัดเจนทั้งยาวนานอย่างไม่รู้เหนื่อย เสี่ยวหลิวที่อยู่หลังบานประตูยกพัดขึ้นบิดหน้าแดงก่ำ จนเมื่อผ่านไปหลายนาทีภารกิจสุดท้ายก็จบลง ความประทับใจปรากฏบนใบหน้าแขกที่ชมเหตุการณ์  

แม้จะใช้พลังงานไปมากแต่เขาก็ไม่ต้องการเวลาพักสักนิด เมื่อได้รับอนุญาตและมอบซองอั่งเปาซองใหญ่สุดก็เคาะประตูเปิดเข้าไปช้า ๆ  โดยมิต้องกวาดตา ในทิศที่แสงพระทิตย์อ่อนยามเช้าส่องกระทบกับใบหน้านวล ชายหนุ่มได้พบกับร่างของคนรักที่นั่งอยู่บนเตียงกว้าง 

“เสี่ยวหลิว”  

เอ่ยเรียกตามเสียงของหัวใจ เมื่อได้ยลเจ้าของชื่ออย่างเต็มตาคำแรกที่ผุดขึ้นมาคือสวยงาม... เสี่ยวหลิวสวยมากจริง ๆ ทั้งยังดูดีและอ่อนหวานในชุดแต่งงานสีแดงสด 

‘จนกว่าจะถึงวันแต่ง สี่เดือนนี้ห้ามเจอกันเด็ดขาดนะครับ’  

เป็นข้อตกลงที่เจ้าของดวงตาเรียวสวยขอไว้ตอนดูฤกษ์ จนกว่าจะถึงวันรับตัวเจ้าสาว เสี่ยวหลิวจะไม่ให้หวังหย่งเหวินเห็นหน้าเด็ดขาด ไม่มีการคุยผ่านวิดีโอคอลด้วย แน่นอนว่ามันสร้างความทรมานให้แก่เด็กหนุ่มไม่ต่างกัน แต่เขาก็รู้แล้วว่าการรอคอยนั้นมันคุ้มค่าแค่ไหน  

เวลานี้แค่สบตากันกายพลันสั่นสะท้าน รับรู้ถึงพลังความรักที่ท่วมท้น 

เสี่ยวหลิวยิ้มทักทาย ใบหน้าขึ้นสีเรื่อเล็กน้อยเมื่อเฮียเหวินมองมาไม่วางตา วันนี้เป็นวันที่เขาถูกจับแต่งหน้าแต่งกายดูดีที่สุด สง่างามสูงส่งสมกับฐานะ หวังว่าจะสร้างความประทับใจในคราแรก 

หวังหย่งเหวินทอดมองเด็กหนุ่มที่กำลังจะมาเป็นคู่ชีวิต เดินเข้าไปคุกเข่ามอบช่อดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมจับใจเช่นเดียวกับกลิ่นกายละมุนของเสี่ยวหลิว แก๊งเสืออันตรายแห่งซานหลี่ถุนต่างมองภาพนั้นอย่างยินดี เพื่อนของเขาและเสี่ยวหลิวเหมาะกันมากจริง ๆ 

“ขอบคุณครับ” ช้อนสายตามองคนที่นำมือไปกอบกุม ไล่ตามข้อนิ้วเบา ๆ สายตาหวานเชื่อมของเฮียส่งมอบมาให้จนเสี่ยวหลิววางตัวไม่ถูก  

“ในที่สุดก็ได้เจอกันแล้วนะ” สี่เดือนนี้มันสาหัสมากจริง ๆ “เฮียคิดถึงเรามากเลย” 

“หลิวก็คิดถึงเฮีย” คิดถึงไม่ต่างกัน 

ปล่อยให้บ่าวสาวจ้องตากันกว่านาที ญาติที่อยู่ในห้องนำรองเท้าเจ้าสาวแบบจีนมาให้ หวังหย่งเหวินรับมาจากนั้นค่อย ๆ ประคองสวมใส่เท้านุ่มของว่าที่ภรรยา เป็นความทะนุถนอมตั้งแต่ยังมิได้สวมแหวน หากได้ครองคู่กันแล้วเขาก็สาบานว่าจะตั้งใจดูแลภรรยาคนนี้ไปตลอดชั่วชีวิต 

“ผู้ใหญ่รออยู่ข้างล่างแล้ว ลงไปกับเฮียนะครับ” 

เสียงโห่ร้องแซวดังอื้ออึง เสี่ยวหลิวยิ่งเขินอายเข้าไปใหญ่ ก้มหน้ากล่าวตกลงแล้วลุกขึ้นให้ชายหนุ่มกุมมือพาไปเข้าพิธีแต่งงานที่มีคนมากมายรออยู่ 

“เสี่ยวหลิว ลื้อสวยมากเลยนะวันนี้” หวังไป่ลี่ยิ้มภูมิใจ ไม่ผิดที่สนับสนุนส่งเสริมเด็กคนนี้ แล้วดูวันนี้สิ คนที่ภูมิใจนอกจากหล่อนยังมีหวังหย่งเหวินอีกคน แทบจะอุ้มแห่เจ้าสาวลงมาอวดชาวบ้านแล้ว 

หลังเปิดสินสอดคือช่วงเวลาที่น่าจดจำมากที่สุด หวังหย่งเหวินมองกล่องกำมะหยี่สีแดงที่บรรจุแหวนเพชรประจำตระกูลหวังไว้ เขาเคยซ้อมมาแล้วสองครั้งและครั้งนี้ก็ไม่ได้ช่วยลดความตื่นเต้นเลย สักขีพยานมองภาพของเจ้าบ่าวที่ค่อย ๆ สวมแหวนให้เจ้าสาวอย่างประณีต 

หวังหย่งเหวินยิ้มเมื่อทราบว่าตนได้เป็นเจ้าของฟู่เสี่ยวหลิวโดยสมบูรณ์ ตอนนี้เสี่ยวหลิวเป็นของเขาอย่างถูกต้องตามพิธีแล้ว และจะไม่มีใครมายุ่งกับความสัมพันธ์ของพวกเขาได้อีก ชายหนุ่มคิดในใจ 

หลิวไม่มีโอกาสเจอคนที่ดีกว่าเฮียแล้วนะ เข้าใจไหม 

และถึงเจอ เฮียก็ไม่มีวันปล่อยหลิวไปอีกแล้ว 

ถึงคราวเจ้าสาวสวมแหวนให้เจ้าบ่าวบ้าง เสี่ยวหลิวกระพริบตาไล่หยาดน้ำบนแพขนงตา จมูกแดงอย่างน่าเอ็นดู หยิบแหวนทองคำขาวเกลี้ยงเกลาออกมาจากกล่องกำมะหยี่ ริมฝีปากโค้งสวยยามสบกับดวงตาคม สื่อประกายว่าตนพร้อมจะฝากชีวิตที่เหลือต่อจากนี้กับหวังหย่งเหวิน 

พ่อแม่เจ้าสาวเจ้าบ่าวยิ้มแก้มแทบปริน้ำตาคลอไม่ต่างกัน สิบกว่าปีที่รอคอยในที่สุดทั้งสองตระกูลก็ได้เชื่อมสัมพันธ์โดยไร้อุปสรรค เช่นเดียวกับที่เสียงร้องแสดงความดีใจและเสียงปรบมือดังขึ้นรอบทิศ แสงแฟลชของกล้องที่สาดใส่บันทึกภาพสำคัญทุกช่วงวินาที ลู่เสียนที่เห็นน้องชายสุดที่รักสมหวังปรารถนาร้องไห้ออกมา หลิวหลิวของเขารอช่วงเวลานี้มานานมากจริง ๆ และเจ้าตัวก็สมควรจะได้รับมัน 

ใจสื่อถึงใจ ต่างจรดปลายปากกาลงบนกระดาษทะเบียนสมรส หยดน้ำหมึกซึมลึกฝังผิววัตถุแน่นเช่นเดียวกับความรู้สึกที่จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง กลิ่นของดอกไม้และกลิ่นของขนมอี๊ที่เตรียมไว้หอมคลอไปกับบรรยากาศ ร่างสูงดึงคนที่อยู่ในชุดสีมงคลมากอดแน่น ก้มจุมพิตหน้ามน 

“เราเป็นสามีภรรยากันแล้วนะ” หวังหย่งเหวินพูดแล้วประคองแก้มของภรรยาไว้ สัมผัสได้ถึงวงแขนคนตัวเล็กที่รัดแน่นไม่ต่างกัน 

เสี่ยวหลิวกล่าวด้วยรอยยิ้มที่เหมือนกับในความฝันของหวังหย่งเหวิน 

“ครับ เราเป็นสามีภรรยากันแล้ว” 

  

  

ทานขนมอี้และออกจากบ้านเจ้าสาว หลังจากนั้นช่วงเย็นคือช่วงที่ปริมาณแขกจะมากขึ้นเป็นเท่าตัว ทั้งญาติ เพื่อน และลูกค้าของทั้งสองฝั่งนั่งรับประทานโต๊ะจีนในโรงแรมต้าจี๋ฉายสาขาประเทศไทย แน่นอนว่าโรงแรมระดับท็อปของตระกูลหวังต้องจัดการดูแลที่ดีไม่ให้ขายหน้า  

“ยินดีด้วยนะหย่งเหวิน เสี่ยวหลิว” น้ำฝนที่กำลังตั้งครรภ์อ่อนเดินเข้ามาถ่ายรูปพร้อมกับสามี เธอดีใจกับทั้งคู่จริง ๆ หลังจากผ่านเรื่องราวมากมาย ทั้งสองก็ได้เริ่มต้นความสุขครั้งใหม่ 

“ขอบคุณนะน้ำฝน” หวังหย่งเหวินกุมมือเสี่ยวหลิว ดวงตาที่ทอดมองภรรยาตนนั้นซื่อสัตย์หนักแน่น เสี่ยวหลิวกล่าวเช่นเดียวกันด้วยใจที่เป็นสุข ไม่มีความหึงหวงใด ๆ อีกต่อไป ดวงตาเรียวหวานมองน้ำฝนอย่างเป็นมิตร  

รุ่ยจินเว่ยเป็นคนอีกคนที่ได้รับเชิญ ชายหนุ่มเดินเข้างานมากับซุนไป่หาน รีบร้อนอยากพบแมวน้อยที่อยู่ในชุดสูทสีขาวตรงข้ามกับเจ้าบ่าวที่อยู่ในชุดสูทสีดำ เพียงปรากฏตัวร่างสูงดูดีทั้งสองก็เรียกสายตาจากแขกมากมาย 

คนหนึ่งดูสุขุมอ่อนโยน อีกคนดูมั่นใจเถรตรง พออยู่คู่กันแล้วแตกต่างอย่างลงตัว 

“คุณ ลิปสติกเลอะแหนะ เช็ดหน่อยไหม” ลุ่ยจินเว่ยหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากอกเสื้อ กำลังจะยื่นให้แต่ซุนไป่หานรีบปฏิเสธ คิดจะทำอะไรแบบนี้ในที่สาธารณะเหรอ 

ท่านประธานบริษัทโคลงศีรษะ กล่าวยิ้ม ๆ  

“ให้ยืมผ้าเช็ดหน้าเป็นเรื่องปกติ ไม่มีใครรู้หรอกว่าเรากำลังคบกัน” 

“นาย ! ” ก็ไม่มีใครรู้หรอกถ้านายไม่พูดมันออกมา คำพูดประโยคนี้จุกอยู่ในอก ซุนไป่หานรีบสะบัดหน้าไปทางอื่น ริ้วแดงจาง ๆ ขึ้นที่แก้ม เลือกที่จะใช้ผ้าเช็ดหน้าจากอกเสื้อตัวเองแทน 

รุ่ยจินเว่ยเห็นแบบนั้นก็อยากแกล้งขึ้นไปอีก โอบเอวซุนไป่หานเข้ามาแนบชิดข้างลำตัว 

เสี่ยวหลิวมองเห็นทั้งคู่จากที่ไกล ๆ จากตรงนี้ยังรับรู้ถึงบรรยากาศแปลก ๆ ที่รายล้อมนั่นได้ 

“มองอะไร หึ ? ” หวังหย่งเหวินใช้ปลายนิ้วเชยคางภรรยาให้หันกลับมา แต่ดวงตาสวยยังมองไปทิศเดิม เมื่อมองตามก็พบกับเพื่อนรักตัวเองเคียงข้างอดีตศัตรู เขาหัวเราะน้อย ๆ ดูเหมือนเสี่ยวหลิวจะสงสัยในสิ่งที่คนอื่นเขารู้กันหมดแล้ว 

รุ่ยจินเว่ยคบหากับซุนไป่หาน เรื่องนี้ในแก๊งเสือทราบกันเมื่อสองเดือนก่อน ลู่เสียนตกใจอย่างหนักต่างกับเขาที่รู้เรื่องอยู่กลาย ๆ   

“คุณรุ่ยกับเฮียหาน…” 

“สนใจเรื่องของคนอื่นทำไม วันนี้วันสำคัญของเรานะ” ยิ้มดุเด็กที่เพิ่งจะหันขวับกลับมา โอบเอวในชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ที่เหมาะกับผู้เป็นภรรยาอย่างมาก ดวงตาคมมองอย่างชื่นชม 

“คนอื่นที่ไหนครับ” 

“ถ้าไม่ใช่เฮียก็ถือเป็นคนอื่นทั้งนั้น” เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ในมุมที่มีเพียงเสี่ยวหลิวที่มองเห็นประกายหึงหวง “หยุดมองได้แล้ว ไม่งั้นคืนนี้เราจะโดนลงโทษหนักนะ” 

“เฮียเหวิน” คิ้วเรียวลู่ลง เขายังไม่ทันทำอะไรผิดเลย แล้วลงโทษที่ว่าคืออะไร ใช่แบบที่เฮียชอบทำตอนที่เขาเป็นเด็กไม่ดีหรือเปล่า เพียงแค่คิดถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ไม่อาจมองหน้าสามีตรง ๆ ได้อีกต่อไป 

เสร็จสิ้นจากงานเลี้ยงกลางคืน เสี่ยวหลิวก็ลืมสิ่งที่หวังหย่งเหวินกล่าวไปเสียแล้ว โดยไม่รู้ว่าทุกวินาทีที่รถยนต์เคลื่อนเข้าใกล้คฤหาสน์ตระกูลหวัง ความปรารถนาอันแรงกล้าในดวงตาคมก็ยิ่งชัดเจนขึ้น 

หวังหย่งเหวินเหลือบมองเจ้าของกลุ่มผมสีอ่อน พวกเขาอยู่ห่างไกลกันหลายเดือน สิ่งที่ทำเป็นประจำก็ต้องหยุดชะงักลง หวังหย่งเหวินไม่ได้ระบายความต้องการกับใคร นอกจากใช้รูปภรรยาแทนความคิดถึง ภาพของเสี่ยวหลิวเขามีเกือบร้อย กระนั้นก็ไม่อาจทดแทนตัวจริงที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ ชายหนุ่มอัดอั้นอยากระบายเต็มแก่ ใจภาวนาให้รถเคลื่อนตัวเร็วกว่านี้จะได้หรือไม่ 

ซิ่นเฉิงและเทียนฉีนั่งอยู่อีกฟากหนึ่งของผนังกั้น ทั้งสองได้รับเชิญให้เข้าร่วมเป็นสักขีพยานพิธีแต่งงานด้วยเช่นกัน เทียนฉีที่นาน ๆ ทีจะมาประเทศไทยตื่นตากับบรรยากาศของตัวเมือง นั่งชมวิวไปข้าง ๆ ก็เป็นซิ่นเฉิงที่เอ่ยชมความสำเร็จของบอสหวังยกใหญ่ นี่แหนะ สุดท้ายบอสของเขาก็สมหวังในรักแล้ว ถ้าไม่ได้พวกเขาป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างไม่รู้ เทียนฉีพยักหน้าเห็นด้วย แม้จะยังหมั่นไส้บุตรชายคนโตผู้นี้ไม่หาย กระนั้นก็ยินดีหากเจ้าตัวจะทำให้คุณหลิวมีความสุขได้อย่างแท้จริง 

“เหนื่อยไหมวันนี้” หสังหย่งเหวินเอ่ยถามและเกลี่ยผมที่ปรกหน้าผากเสี่ยวหลิวให้ เสี่ยวหลิวส่ายหน้าน้อย ๆ ยังเหลือพิธียกน้ำชาและปูเตียงอีก แม้ประเพณีจีนจะมาก แต่ทุกช่วงล้วนมีความหมาย 

“ไม่เลยครับ วันนี้หลิวมีความสุขมากจนลืมเหนื่อยเลยล่ะ” หลับตาเอนศีรษะพิงกับไหล่กว้าง สัมผัสมือของเฮียที่ลูบผมเขาเบา ๆ สร้างความรู้สึกดียิ่ง ในงานเลี้ยงอลังการ ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีตามที่วางไว้ พวกเขาเดินจูงมือกันที่พรมแดง ขึ้นไปบนเวทีและทุกคนก็เชียร์ให้จูบกัน เสี่ยวหลิวเขินอายแต่ก็หลับตาให้เฮียประทับริมฝีปากลงมา จูบแนบแน่นอ่อนหวานจนใจเกือบรับไม่ไหว กว่าจะได้สติก็ตอนที่ผ่านไปหลายนาทีแล้ว 

“เฮียก็เหมือนกัน” 

เมื่อถึงคฤหาสน์ตระกูลหวัง หวังหย่งเหวินก็ประคองภรรยาให้ลงจากรถ ทั้งคู่เดินเคียงข้างเข้าไปในห้องนอนกว้างที่มีระเบียงยื่นไปทางสวนสวย เตียงที่ตั้งอยู่เป็นเตียงใหม่ กระดาษสีแดงติดกระจกทุกบานตามความเชื่อที่ว่าให้มีเจ้าสาวเพียงคนเดียวในค่ำคืนนี้  

ญาติผู้ใหญ่ที่มีครอบครัวรักกันยืนยาวพร้อมลูกหลานมากมายเมตตาปูเตียงให้ ตามด้วยการวางเครื่องมงคลเก้าอย่าง หวังหย่งจิ้นและหวังไป๋ลี่ตามเข้ามากล่าวอวยพรให้บ่าวสาวที่นั่งคุกเข่า 

“ขอให้พวกลื้อรักกันนาน ๆ ครองคู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันไปจนแก่เฒ่า ชีวิตคู่จะมีความสุขได้ก็ด้วยความเข้าใจ หลังจากนี้มีอะไรก็ค่อย ๆ พูดจากันดี ๆ อย่าเอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง อาเหวิน ลื้อก็ต้องปรับปรุงตัว มีบทเรียนแล้วก็อย่าทำในสิ่งที่จะทำให้ภรรยาเสียใจ ดูแลรักเขาให้มาก ๆ ให้สมกับความรักที่เขามีให้” ผู้เป็นบิดาลูบหัวลูกชายและลูกสะใภ้ 

“อาหลิว ลื้อก็ต้องเป็นภรรยาที่ดีที่อดทน เคารพและดูแลสามี งานบ้านงานเรือนอย่าให้บกพร่อง สิ่งที่เฮียเขาทำเขาได้บทเรียนแล้วก็อย่าผูกใจเจ็บ ขอให้อภัยเฮียเขานะ ต่อจากนี้จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกันเสียที” 

สิ่งที่จะพูดก็ได้พูดแล้ว หวังว่าทั้งสองจะจดจำและนำไปใช้ให้เกิดสุข 

หวังหย่งเหวินซาบซึ้งใจสวมกอดบิดามารดา เสี่ยวหลิวก้มหน้าเช็ดน้ำตาน้อย ๆ หวังไป๋ลี่มองอย่างเอ็นดู เฮ้อ หลังจากเรื่องราวทั้งหมดก็จบลงอย่างสวยงามตามที่เธอหวังไว้ 

บ่าวสาวทานขนมอี้ที่มีรสชาติต่างจากคราแรกก็ถือเป็นอันเสร็จพิธีแต่งงาน ผู้ใหญ่นำเครื่องมงคลออกไปเหลือเพียงหวังหย่งเหวินและเสี่ยวหลิวที่นั่งอยู่บนเตียง 

“ยิ้มอะไรของคุณน่ะ” หวังหย่งจิ้นเอ่ยถามภรรยาที่เดินกระหยิ่มยิ้มย่อง ยามมองลูกชายและลูกสะใภ้ทานขนมอี้ที่ทำกับมือ หล่อนมีสายตาดูคาดหวัง ไม่รู้เป็นอะไรของเขา 

“หึ ความลับ” ลำคอหงส์เชิดอย่างมั่นอกมั่นใจ คิดว่าจะรีบเข้านอนแต่หัววัน ไม่เช่นนั้นคงได้นอนหน้าแดงเพราะเสียงบันเทิงเริงใจบางอย่างแน่ 

  

  

ทันทีที่ประตูปิดลงทั้งห้องพลันตกอยู่ในความเงียบ เสี่ยวหลิวนั่งที่ปลายเตียงเคียงข้างหวังหย่งเหวินไม่รู้จะเริ่มบทสนทนาอย่างไร ในเมื่อตอนนี้พวกเขากำลังอยู่ในห้องหอ และพอจินตนาการถึงเหตุการณ์ที่ต้องทำหลังจากนี้ก็รู้สึกเขินอายไม่น้อย 

ใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นส่ำราวกับเป็นครั้งแรก ไม่ได้เจอกันตั้งนาน พวกเขาควรจะเริ่มจากตรงไหน ควรพูดคุยกันก่อนไหมหรือถอดเสื้อผ้าเลยดี ในตอนที่กำลังชั่งใจอยู่นั้น เสี่ยวหลิวก็ถูกหวังหย่งเหวินดึงเข้ามากอดแน่น 

“เฮียครับ” จู่ ๆ ก็ทำแบบนี้ตกใจหมด ใบหูแนบกับแผ่นอกได้ยินเสียงหัวใจดังสะท้อนก้องชัดเจน 

“คิดถึง คิดถึงมากเลยนะรู้ไหม” หวังหย่งเหวินกล่าวพร้อมกับสบตา เชยคางเล็กขึ้นมาประทับริมฝีปาก 

เสี่ยวหลิวค่อย ๆ หลับตาลงรับสัมผัสที่บดเบียดลงมาอย่างแสนคำนึง เผยอกลีบปากให้เรียวลิ้นร้อนแทรกเข้ามา ความอุ่นชื้นกระวัดรัดรึงหวิวไปทั้งช่วงท้อง ดื่มด่ำความหวานซึ้งที่สามีมอบให้ 

“อืม” 

ตลอดพิธีวันนี้หวังหย่งเหวินเก็บงำความรู้สึกได้ดี ทั้งที่เขาอยากสัมผัสเสี่ยวหลิวตั้งแต่เห็นอีกฝ่ายอยู่ในชุดแต่งงานสีแดงแล้ว จนเมื่อเหลือเพียงกันสองคนก็เท่ากับเปิดโอกาส ชายหนุ่มจูบเจ้าสาวตนพร้อมกับดึงชายเสื้อที่รัดรอบเอวเล็กขึ้นอย่างอดรนทนไม่ไหว 

ร่างที่อ่อนระทวยขืนกายออก ใบหน้าแดงเรื่อ กายเริ่มร้อนผ่าวราวราวกับฟืนเนื้อดีที่เมื่อเพียงมีประกายไฟปลิวตกลงมาก็พร้อมลุกโชน เฮียใจร้อนจนเขาตั้งตัวไม่ทัน 

“อาบน้ำกันก่อนนะครับ” สะใภ้ตระกูลหวังกระซิบกล่าวอย่างใจเย็น จะว่าเขินอายก็คงใช่ แม้จะเคยผ่านการหลับนอนกับเฮียมาตั้งไม่รู้เท่าไหร่ แต่พอห่างหายไปสี่เดือนก็ดูจะคิด ๆ ขัด ๆ เขินอายราวกับเด็กวัยแรกรุ่น    

หวังหย่งเวินทิ้งจูบอ้อยอิ่งไว้ที่แก้มนิ่มเป็นครั้งสุดท้าย พยักหน้าอย่างจำยอม ดีเหมือนกัน ชำระร่างกายให้สบายตัวก่อน ...เพราะค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล 

เสี่ยวหลิวเป็นคนเข้าไปในห้องน้ำคนแรก ล้างเครื่องสำอางทำความสะอาดร่างกายหมดจด ระหว่างที่ลูบไล้สบู่ก็หวนคิดถึงสายตาที่เฮียเหวินมองก่อนหน้านี้ ร่างกายพลันร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกอ่อนไหวไปทั้งช่วงล่าง ต้นขาขยับเบียดเสียดเข้าหากัน 

มีบางอย่างในร่างกายที่แปลกไป ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นเพียงเพราะจูบเดียวเท่านั้น ความกระสันจากส่วนลึกพุ่งพล่านด้วยฤทธิ์ยาที่ผสมไว้ในบางอย่างซึ่งรับประทานก่อนหน้า 

“หอม” ยามออกมาก็พบร่างสูงเปลือยท่อนบนมีเพียงผ้าขนหนูพันเอวสอบแข็งแรงไว้ เสี่ยวหลิวเอียงลำคอหนีเฮียที่ก้มลงมาสูดดมตรงลำคอ 

“ถึงคิวเฮียอาบแล้วครับ”  

ชายหนุ่มชะงักใบหน้าแล้วกระตุกยิ้มที่ดูหล่อเหลามากกว่าเดิม ส่งสายตาซึ่งทำให้เสี่ยวหลิวต้องเสหน้าหลบ ร่างกายพลันร้อนเร่าขึ้นไปอีก 

“อย่าเพิ่งหลับก่อนล่ะ” 

หวังหย่งเหวินกระซิบแล้วเดินผ่านเขาไป 

บุตรชายคนโตตระกูลหวังอาบน้ำอย่างรีบร้อน เขาแทบไม่สนว่าจะล้างตัวสะอาดหรือไม่ ในเมื่อตอนนี้กลางกายเขามันกำลังเริ่มแข็งขืนจนปวดร้าว ใบหน้าแดงเล็กน้อยเพราะเลือดลมที่สูบฉีดอย่างบ้าคลั่งในกาย แทบจะปลดปล่อยออกมายามได้ยินเสียงเปิดตู้เสื้อผ้าด้านนอก สมองจินตนาการภาพเรือนร่างเปลือยเปล่าของภรรยาที่ปรากฏชัดในความทรงจำ ลำคอสวยต่ำลงมาคือลาดไหล่เนียน เอวพอดีมือและบั้นท้ายที่มีเนื้อหนั่นแน่น ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังเป็นเช่นนั้นอยู่หรือไม่ 

กายใหญ่ร้อนผ่าวไม่ต่างจากเสี่ยวหลิว อุณภูมิสูงขี้นเรื่อย ๆ และลมหายใจก็กระชั้นถี่เต็มไปด้วยความต้องการ 

ความเย็นจากสายน้ำไม่ได้ช่วยอะไร เขาเช็ดตัวอย่างลวก ๆ และนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว ทว่าเมื่อตอนที่เปิดประตูออกมาสู่ห้องที่มีเพียงไฟสลัว หวังหย่งเหวินก็โดนคนซึ่งรออยู่ก่อนแล้วโถมกายเข้ามา 

เรียวแขนสวยโอบรอบลำคอเขาแล้วดึงเข้ามาจูบอย่างอ่อนหวาน หวังหย่งเหวินหลับตาลงปล่อยให้ลิ้นเล็กละเลียดชิมที่กลีบปาก เขาพอใจที่ภรรยาเป็นฝ่ายเข้าหา สองมือประคองเอวพอดีมือ กระชับดึงให้เขามาใกล้จนไร้ช่องว่าง  

“เฮียเหวิน” เสี่ยวหลิวครางชื่อสามีแผ่วเบา ก่อนที่จะไปไกลมากกว่านี้ก็ดันกายออกไปยืนอยู่ใต้แสงไฟที่ส่องลงมาอาบไล้เรือนร่าง 

เปิดเผยสิ่งที่แอบเตรียมไว้ให้เห็นเต็มตา 

ร่างของผู้เป็นภรรยาสวมชุดกี่เพ้าสีขาวบริสุทธิ์ หากแต่มิใช่กี่เพ้าธรรมดา ด้วยความยาวสั้นเหนือเข่าไปมากซ้ำเนื้อผ้ายังเป็นลายลูกไม้แสนเบาบาง แทบปกปิดผิวเนื้อขาวเนียนของเจ้าตัวไม่ได้ เมื่อพิจมองแล้วช่างล่อลวงให้ค้นหาความลับผ่านชุดแสนเซ็กซี่นั่นเหลือเกิน 

หวังหย่งเหวินมองตะลึง ดวงตาเบิกกว้าง กว่าจะหาเสียงของตัวเองเจอได้ก็หลายนาทีด้วยกัน 

“หลิวเตรียมชุดนี้ไว้ใส่เพื่อคืนนี้โดยเฉพาะเลยนะ” กล่าวอย่างเอียงอาย “เฮียเหวินชอบไหมครับ” หันข้างน้อย ๆ ให้เห็นส่วนแนวผ้าที่แนบไปกับบั้นท้ายงามตา 

เจ้าของผ้าขนหนูผืนเดียวใจเต้นตึกตักมองภรรยาในชุดยั่วสวาท เกร็งมือที่กำลังจะยกขึ้นมาตบหน้าตัวเองไว้ กล่าวราวละเมอเพ้อพก “ชอบสิ ชอบมาก... ไปเอาชุดนี้มาจากไหน” 

“ม๊าเฮียแนะนำร้านให้ครับ” 

เสี่ยวหลิวเอี้ยวตัวหลบวงแขนที่จะเข้ามารัดร่าง พวกเขาทำตัวราวกับพระเอกนางเอกหนังภารตะ หนึ่งคนไล่ตามหนึ่งคนหนี ร่างเล็กนึกสนุกพาตัวเองขึ้นไปบนเตียง กึ่งนั่งกึ่งนอนด้วยท่าทางคล้ายกับดาราสาวบนโปสเตอร์ผู้ใหญ่ แผ่นอกแบนราบแอ่นขึ้นนิด ๆ อวดโฉมช่วงเนินที่เปิดเผยวับแวมให้ใจสั่น 

ขาที่ทอดยาวพาชายกระโปรงแหวกข้างร่นขึ้นมามากกว่าเดิม หากเพ่งตามองเข้าไปลึกพอก็จะเห็นบางอย่างที่หลบซ่อนอยู่ตรงซอกขาเนียน หวังหย่งเหวินหายใจแรง กลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ 

  

“เฮียอย่าเอาแต่ยืนมองสิ” 

 

สายตายั่วยวนราวกับนิ้วชี้ที่กระดิกเรียกให้เข้าไปหา หวังหย่งเหวินถูกเสน่ห์ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนนำพาร่างลอยไปใกล้ช้า ๆ 

โดยไม่อาจละสายตา ความเย้ายวนและกลิ่นหอมของเรือนกายตรงหน้าพาความเป็นชายใต้ผ้าขนหนูขยายใหญ่ขึ้นทุกวินาที 

“เร็วสิครับเฮีย” เสียงแหบพร่าเร่งเร้าคนที่ยังอืดอาดยืดยาด หวังหย่งเหวินแทบบ้ากับท่าทางแก่นกล้านั้น เขาหยุดยืนที่ปลายเตียง 

ชายหนุ่มมองใบหน้าหวานตราตรึง “วันนี้เราสวยมากเลยรู้ไหม” กระซิบข้างใบหูแล้วค่อย ๆ ย่อตัวลงคุกเข่ากับพื้น หวังหย่งเหวินใช้มือลูบตั้งแต่ข้อเท้าสวยขึ้นมา แค่เห็นปลายเท้าของเสี่ยวหลิวก็เครียดเกร็งไปหมด 

มานอนอยู่ตรงหน้าพร้อมชุดแสนบางเบา แล้วคิดว่าคนที่อดอยากมาสี่เดือนจะทนไหวเหรอ 

 

อยากจะกินให้หมดทั้งตัว 

 

ไวเท่าความคิด มือใหญ่คว้าประคองเท้านุ่มไว้ ก้มหน้าเริ่มจุมพิตสูดดมหลังเนื้อเนียน กลิ่นของเสี่ยวหลิวกระตุ้นให้ปลดปล่อยราคะออกมาเรื่อย ๆ คิ้วหนาขมวดมุ่นด้วยแรงอารมณ์ 

“อื้อ ! ” ฤทธิ์ยาจากขนมอี้กำลังเล่นงานทั้งสอง เสี่ยวหลิวนอนราบบิดกายทรมาน ลิ้นร้อนเริ่มตวัดไปตามข้อนิ้วเท้าอย่างไม่คิดรังเกียจ ลากความชื้นแฉะขึ้นมาถึงปลีน่อง ขบกัดสร้างความเสียวซ่านจนแผ่นหลังแอ่นไม่ติดเตียง 

ละเลียดชิมเนื้อหวานขึ้นมาจนถึงต้นขาที่ถูกปกปิดด้วยชายผ้า หวังหย่งเหวินสอดมือเข้าไปด้านใต้ แล้วก็สัมผัสเข้ากับส่วนที่เปียกแฉะทันที 

“จับตรงไหนน่ะครับ” เสี่ยวหลิวกล่าวเช่นนั้นแต่ก็เบียดต้นขาหนีบมือเฮียเอาไว้ อุ้งมือใหญ่แนบไปกับแก่นกายที่ปลดปล่อยน้ำหวานออกมาไม่หยุด หวังหย่งเหวินมองท่าทางยั่วยวนนั้นแล้วกระตุกยิ้มร้าย 

“เยิ้มไปหมดแล้วสิ...ขอเฮียดูชัด ๆ หน่อยนะ” 

และแล้วก็ถึงเวลาเปิดดูความลับใต้กี่เพ้าตัวงาม 

ยามเลิกผ้าลูกไม้ขึ้นหัวใจพลันเต้นระรัว ส่วนต้นขาที่เปียกชื้นถูกเห็นเป็นอันดับแรก ตามด้วยแก่นกายสีชมพูที่แข็งชูชันไม่ต่างจากเขา 

เสี่ยวหลิวหอบหายใจหน้าแดง ถูกเฮียเห็นเข้าเสียแล้ว 

“สวย” 

หวังหย่งเหวินพึมพำแล้วลูบตามซอกขาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำ พอดึงนิ้วออกก็ยืดติดเป็นสาย เขาได้กลิ่นความปรารถนาที่ลอยอบอวลชวนให้ลงไปลิ้มลอง เสี่ยวหลิวกายสะท้านเมื่อเฮียตวัดลิ้นเข้าที่ขาหนีบ ปาดเลียขึ้นลงจนเนื้ออ่อนร้อนไปหมด 

กระแสซ่านแล่นขึ้นมาจนถึงลำคอ เสียงครางกระเส่าเร้าให้คนอายุมากกว่าได้ใจ เห็นภรรยาชอบจึงสนองให้ ชายหนุ่มกระชากสะโพกมาริมเตียง อ้าปากครอบครองส่วนปริ่มน้ำแสนน่ารัก ผงกศีรษะโยกขึ้นลงไปมา 

“อะ อื้อ ! ” ไม่คิดเลยว่าเฮียจะใช้ปากกับส่วนนั้นให้ โพรงปากร้อนทั้งอมทั้งบีบรัดไม่หยุด เสี่ยวหลิวสั่นสะท้าน ทั้งที่ยังไม่ได้สอดใส่ก็จะถึงปลายทางอยู่ร่อมร่อ 

"หวานมาก" มือของชายหนุ่มคลึงพวงแฝดเล็กไปมา ก่อนจะจับเรียวขาให้ชันขึ้นแยกออกกว้าง เปิดเผยช่องทางสีหวานที่เวลานี้ขมิบถี่ด้วยความต้องการ พร้อมโดนสอดใส่เต็มที่ 

“เฮียเหวิน หลิวไม่ไหวแล้ว” เสี่ยวหลิวเรียกเสียงอ่อนร้องน้ำตาคลอ ใบหน้าแดงระเรื่อ ทั้งที่ตอนแรกเป็นฝ่ายล่อลวง ตอนนี้กลับนอนระทวยจมไปกับเตียง  

หวังหย่งเหวินชอบไล่ต้อนภรรยาให้จนมุม อยากเห็นคนทรมานต้องการเขามากกว่านี้ เขาปฏิเสธด้วยการซุกไซ้ใบหน้าเข้ากับบั้นท้ายเสี่ยวหลิว บีบขย้ำจนมันขึ้นรอยแดง ส่วนปากก็จุมพิตบนขอบทางสีกุหลาบ เลียวนรอบทั้งทวนเข็มตามเข็มนาฬิกา 

“อะ อ๊า ไม่เอา ใส่เข้ามาได้แล้วครับ หลิวพร้อมแล้ว” อ้อนวอนเช่นนั้นแต่สิ่งที่ได้คือลิ้นที่เกร็งแทงเข้ามาแทน เสี่ยวหลิวเบิกตากว้างศีรษะตกไปข้างหลัง กายบิดเร้า ๆ เหมือนจะตายเสียให้ได้ 

ได้ยินเสียงหวานเปล่งออกมาตามจังหวะที่ไสลิ้นเข้าออก ช่องทางร้อนรัดอวัยวะชื้นแน่น ขมิบดูดเข้าไปจนผิวปากแนบชิดกับก้นขาว หวังหย่งเหวินคำรามต่ำเพราะความร้อนแรงของเสี่ยวหลิว  

กามสูตรตระกูลหวังให้ทั้งคุณและโทษ การฝึกอดทนไม่ให้หลั่งเร็วมาพร้อมกับการทรมานเมื่ออยากปลดปล่อยเต็มแก่ เสี่ยวหลิวโดนเล่นงานจนตัวอ่อน หอบหายใจฮัก นึกหมั่นไส้คนที่ยิ้มอยู่  

เขาดึงสามีขึ้นมานอนบนเตียงด้วยกัน จากนั้นเป็นฝ่ายคุกเข่าคร่อมส่วนล่างกับใบหน้าร้ายกาจ มือแบะเนื้อกลมสองข้าง ขยับถูไถร่องกับจมูกโด่งที่แหงนรับ เพียงไม่นานหวังหย่งเหวินก็จ้วงลิ้นขึ้นมาอย่างแรง 

“อ๊า ลิ้นเฮียสุดยอดไปเลย เลียหลิวอีกสิครับ อืมม” 

ตบะที่มีแตกไปนานแล้ว มือใหญ่ประคองบั้นท้ายที่ขย่มอยู่กลางหน้าไปมา กระดกลิ้นขึ้นลงแหย่เข้าแหย่ออก ตรงนี้ของเมียเขาหวานมาก ทั้งร้อนทั้งรัดแน่น จินตนาการยามมันตอดรัดท่อนเนื้อตัวเองก็แทบทนไม่ไหว  

ต่างคนต่างทรมานกายทั้งยังโดนไฟปรารถนาครอบงำ ลุ่มหลงมัวเมาจากฤทธิ์ยาในขนมวันแต่งงาน ถึงเวลานี้หวังหย่งเหวินรู้ถึงความผิดปกติ เขาตระหนักได้ว่าร่างกายมันเครียดเกร็งไปหมด ลมหายใจก็กระชั้นแรงจนได้ยินเสียงฟืดฟาด ราวกับกลายร่างเป็นกระทิงป่าตกมัน 

เสี่ยวหลิวผู้น่าสงสารเองก็เช่นกัน ผิวกายเป็นสีชมพูระเรื่อ เหงื่อไหลซึมตรงหน้าผาก เลือดลมสูบฉีดดียิ่ง ซ้ำจมูกยังได้กลิ่นกำหนัดจากกายใหญ่ชัดเจน  

ในที่สุดก็ทนความเสียวจากลิ้นเฮียไม่ไหว เสี่ยวหลิวย้ายกายออกหันหลังคุกเข่าสี่ขาให้ ถกกระโปรงกี่เพาโกยชายผ้าไปไว้เหนือบั้นท้าย สอดส่ายยั่วยวนด้วยเสียงเครือ 

 

“หลิวทนไม่ไหวแล้วเฮีย เอาหลิวสักทีเถอะ อยากเสียวจากแท่งเฮียจะแย่แล้ว” 

 

ใบหน้าที่หันมานั้นยั่วยวนแถมดวงตายังฉ่ำเยิ้ม ปรารถนาจะโดนของใหญ่เอาให้สาแก่ใจ 

เสี่ยวหลิวเวอร์ชั่นยั่วสวาทเหมือนกับตอนเมาพาสติให้ขาดผึง เหลือไว้แค่ตัณหาที่ทะลักทลาย หวังหย่งเหวินกระโจนตะปบมือเข้ากับเอวได้รูป อีกข้างกระตุกปมผ้าเช็ดตัวออกรวดเร็ว สิ่งที่แข็งตั้งนานแล้วอวดโฉมตระง่านพร้อมออกศึก 

"ไม่ต้องแล้ว ใส่เข้ามาเลย เร็ว ๆ " ผู้เป็นภรรยาปฏิเสธการเบิกทาง อยากได้จัดจนไม่สนว่าอาวุธของสามีจะทำให้เจ็บไหม 

คนที่ทนความยั่วไม่เคยได้รีบจับปลายมันเลื่อมชำแรกเข้าไปในรูแสนคับแคบ ผนังนุ่มถ่างตึงโอบรัดเขาไว้ เสี่ยวหลิวกรีดร้องกัดผ้าปูที่นอน 

“ขอโทษครับ อดทนหน่อยนะ” เขากล่าวแล้วโน้มตัวจูบที่หลังใบหูเล็ก  

"ทำไม อา ทำไมมันถึงใหญ่ขึ้นกว่าครั้งก่อนล่ะครับ" กล่าวอู้อี้ ครั้งล่าสุดที่โดนเสี่ยวหลิวยังจำได้ มันไม่ได้เล็กกว่านี้มากนัก เพียงแต่ตอนนี้มันใหญ่เกินไป ทำส่วนนั้นของเขาขยายจนคับตึงไปหมด จุกจนต้องแช่ค้างไว้ 

หวังหย่งเหวินไม่รู้เช่นกัน ข่มอารมณ์ลูบแผ่นหลังบางอย่างปลอบโยน มันอาจจะเป็นเพราะตัวเขาคิดถึงของเสี่ยวหลิวมากไงล่ะ ชายหนุ่มตอบกลับไปแบบนั้นแล้วเริ่มขยับตัว 

ทั้งที่เป็นบทรักบทแรกของค่ำคืน แต่หวังหย่งเหวินที่โดนคลื่นปรารถนาซาดซัดไม่คิดออมแรง หมายมาดสั่งสอนเด็กที่กล้าใส่ชุดมายั่วคนหื่น ชายหนุ่มกัดฟันบังคับแก่นกายสีเข้มเคลื่อนออกเกือบหลุดและกระแทกเข้าจนสุดอีกครั้ง จ้องมองมันเสือกไสเข้าไปในก้นแน่นครั้งแล้วครั้งเล่า ยิ่งกระตุ้นอารมณ์สัญชาตญาณดิบให้ออกมา 

"อยากให้เฮียเอาเรานักใช่ไหม !  นี่ไง เฮียกำลังเอาเราอยู่ เสียวไหมล่ะทีนี้" 

ส่งแรงเน้นเสี่ยวหลิวให้เข่าลอยหน้าไถไปกับผ้าปูที่นอน หัวหยักตอกลึกถึงจุดกระสัน บดขยี้กระทุ้งถี่ ๆ จนเด็กหนุ่มเข่าอ่อนร้องครางไม่เป็นภาษา 

"ม-ไม่เสียวเลย" ท้าทายแล้วรวบรวมแรงกระดกสะโพกโต้ตอบ กระแทกกับหน้าขาที่สวนมาจากข้างหลังจนขึ้นรอยแดง 

หวังหย่งเหวินกระตุกยิ้ม "เดี๋ยวจัดให้” ตั้งใจเปลี่ยนท่าทันที จับแขนเรียวสองข้างมาด้านหลัง ดึงยึดไว้ให้ลำตัวบนเสี่ยวหลิวแอ่นโค้งขึ้น เหมือนกับว่ากำลังบังคับบังเหียนม้า 

"อะ อ๊า !" 

ลึกมากแถมยังแรงกว่าเดิม เสี่ยวหลิวน้ำตาคลอเพราะโดนคนด้านหลังเสยติดกันเป็นชุด เสียงหยาบโลนของเนื้อกระแทกเนื้อดังก้องจนกลัวว่าจะหลุดลอดออกไปข้างนอกให้อับอาย  

เพราะท่านี้ทำให้ชายกระโปรงร่นลงมาปิดความอวบขาวไว้ หวังหย่งเหวินหงุดหงิดใจคิดหาวิธีถอด แต่เวลานี้เขาใจร้อนนัก อย่าว่าแต่จะปลดประดุมให้เลย เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันอยู่ตรงไหน 

แรงอารมณ์ทำให้กระทิงหื่นลองกำผ้าลูกไม้ถกขึ้น จะถอนทางศีรษะให้แต่ก็ติดกับแผ่นหลังบางที่แนบแน่น หวังหย่งเหวินเปลี่ยนใจกระชาดชุดกี่เพ้าราคาแพงอย่างแรง 

เสียงแควกของผ้าที่ฉีกขาดทำเสี่ยวหลิวเบิกตากว้าง ชุดกี่เพ้าที่ไปซื้อกับม๊าเหลือเพียงครึ่งลำตัวบน กำลังจะทักท้วงก็เป็นจังหวะเดียวกับทีเฮียเอาเศษผ้ามาผูกข้อมือเขาไว้ด้วยกัน 

"ทำอะไรน่ะ" พยายามเอี้ยวตัวไปมอง 

"เล่นเสียวแบบสุด ๆ ไง ที่รัก" อีกฝ่ายตอบกลับแล้วตีก้นเขาดังเพียะ สถานการณ์เช่นนี้ยิ่งทำให้เหมือนกำลังควบขี้ม้าทำศึก  

ส่วนล่างขยับช้าลงจับเสี่ยวหลิวผลิกหงาย จากนั้นก็เอื้อมมือมากระชากชุดที่เหลือออกด้านข้าง ความคมของด้ายบาดผิวขึ้นเป็นรอยแดง หน้าอกขาวปรากฎสู่สายตาทันที หวังหย่งเหวินถึงกับลำคอแห้งผาก โดนยอดอกสีหวานล่อลวง เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้อย่างหื่นกระหาย 

 

"คืนนี้ยังไม่ได้ดูดนมเลย ขอผัวดูดนมเมียหน่อยนะ" 

 

คำพูดคำจาหยาบคายจนเสี่ยวหลิวหน้าแดงก่ำ กระนั้นพอจะเอ็ดให้ก็ต้องอ้าปากค้าง หวังหย่งเหวินครอบครองยอดอกเขาอย่างรวดเร็ว ดูดดังจ๊วบจ๊าบราวกับเด็กแรกเกิด  

"หยุด ไม่เอา"  

ปากร้องห้ามแต่แผ่นอกกลับแอ่นขึ้นตามแรงดูด ยิ่งดูดแรงแผ่นหลังก็ยิ่งแอ่นโค้งไม่ติดเตียง เรียวขาถูกจับพาดกับไหล่หนา คราวนี้โดนทั้งบนทั้งล่างมีหรือจะโกหกได้อีก 

"เสียว !  เฮียเหวิน พอแล้ว หลิวเสียว !  อ๊า !" 

คนที่กำลังดูดนมอย่างเมามันส์แสยะยิ้ม เขารู้จุดอ่อนของเสี่ยวหลิวอย่างดี ซุกไซ้ใช้ลิ้นสะกิดกับยอดอกที่แข็งคัดชูชัน กัดดึงติดปากแล้วปล่อย เกิดเป็นความเจ็บจี๊ดที่รู้สึกดี 

"เฮียก็เสียว อา หลิวตอดเฮียจนใกล้จะแตกแล้วเนี่ย" หวังหย่งเหวินตอบแล้วส่งสะโพกไม่ยั้งแรง 

เสี่ยวหลิวดิ้นทุรนทุราย จะจิกจะข่วนแผ่นหลังกว้างก็ไม่ได้เพราะแขนถูกมัดไขว้หลัง ทางเดียวที่จะทำให้ทุเลาลงคือส่ายหน้าร้องครางดังลั่น ในหัวเด็กหนุ่มรู้สึกดีจนแทบบ้า เซ็กส์ครั้งนี้แค่รอบเดียวก็ทั้งยาวนานทั้งรุนแรงกว่าครั้งไหน ๆ   ยอมรับว่าเขาชอบมาก เหมือนกับเปิดเผยด้านมืดในจิตใจตน  

ใกล้จะปลดปล่อยจนตอดรัดแก่นกายสามีไม่หยุด หวังหย่งเหวินโดนรัดแน่นจนกายกระตุก สุดท้ายถึงสวรรค์ปลดปล่อยออกมาพร้อมกับภรรยา  

"โดนดูดนมที ถึงกับเสียวจนแตกเลยเหรอ" หวังหย่งเหวินหอบหายใจถาม ไม่คิดจะเอาแก่นกายที่อ่อนตัวลงออก ปล่อยมันแช่ไว้ในนั้นพร้อมกับน้ำเชื้อขุ่นข้น 

เสียวหลิวนอนอ้าขาหายใจจนอกกระเพื่อม หัวนมแดงก่ำมันวาวไปด้วยน้ำลาย ด้วยฤทธิ์ยาจีนที่หวังไป๋ลี่เฟ้นหามา หวังหย่งเหวินมองภาพนั้นแล้วก็แข็งขึงขึ้นมาอีกทันที ร่างกายกลับมาร้อนเร่าเหมือนดั่งเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน  

คราวนี้ชายหนุ่มฉลาดพอที่จะตระหนักได้แล้วว่าคงเป็นฝีมือใครบางคน และคงไม่พ้นมารดาที่ยกขนมอี้มาด้วยตนเอง เขาหัวเราะน้อย ๆ แต่ก็ไม่คิดบอกคนอยู่ใต้เรือนร่าง จัดการปลดพันธนาการที่รัดเสี่ยวหลิวไว้ให้  

เสี่ยวหลิวขยับตัวคลายเมื่อย เพิ่งจะเสร็จสมทว่าไม่กี่วิถัดมากลับมีแรงเหมือนไม่เคยออกศึก ยามสบกับดวงตาคมยิ่งรู้สึกหวามไหวไปทั้งช่วงท้อง ความรักใคร่และความร้อนเร่าที่ปรากฏทำให้เขาอยากตอบแทนอีกฝ่ายบ้าง  

เสี่ยวหลิวยันตัวขึ้นเป็นฝ่ายจูบก่อน ขบเม้มริมฝีปากหยักที่เผยอรับอย่างเต็มใจ ต่างก็ผลัดกันกระหวัดรัดแลกลิ้นจนน้ำลายไหลซึมที่มุมปาก เชื่อมติดกันเป็นสาย 

ลากไล้กลีบปากร้อนไปตามแก้มสากและสันกราม กัดเบา ๆ แล้วเม้มที่ต้นคอ สร้างรอยรักตีตราจองว่าหวังหย่งเหวินคือผู้ชายของตน 

ร้อนแรง เซ็กซี่ น่ารัก หวังหย่งเหวินไม่รู้จะนิยามคำไหน ไม่ได้เจอกันตั้งนานเสี่ยวหลิวดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น เรื่องบนเตียงเชี่ยวชาญแตกฉาน แล้วอีกหน่อยเขาจะไม่หัวใจวายตายคาอกเมียหรือ 

เสี่ยวหลิวอ้าปากครอบครองยอดอกสีน้ำตาล ดูดเลียจนได้ยินเสียงซูดปากจากเฮียชัดเจน มือที่ว่างก็ทั้งบีบทั้งสะกิดเขี่ยสลับซ้ายขวาไปมา หวังหย่งเหวินแขม่วเกร็งไปทั้งท้องน้อย อยากจับแมวยั่วสวาทกระแทกอีกรอบเสียเดี๋ยวนี้ 

โดนปากเล็กหยอกล้อจนเส้นเลือดขึ้นข้างขมับ หวังหย่งเหวินดึงเสี่ยวหลิวให้เอาขาเกี่ยวเอวไว้ พาลุกขึ้นจากเตียงเดินไปยังประตูกระจกบานใหญ่ที่เชื่อมกับระเบียงกว้าง  

แกล้งกระแทกกระทุ้งสวนขึ้นยามก้าวเดิน จนเมื่อถึงบานกระจกเสี่ยวหลิวคิดว่าเฮียจะปล่อยลง แต่เปล่าเลย หวังหย่งเหวินทำสิ่งที่ตื่นเต้นกว่านั้น ชายหนุ่มเปิดประตูออกแล้วเดินออกไปข้างนอกระเบียงโล่งแจ้ง 

"เฮีย ! " เสี่ยวหลิวขืนตัวจะเอาขาลงแล้ววิ่งกลับเข้าห้อง แต่อีกฝ่ายขย้ำบั้นท้ายเขาไว้ จูบที่ปากเขาหนัก ๆ แล้ววางตัวเขาลงกับราวระเบียงหินอ่อน 

ความเย็นของวัสดุธรรมชาติพาให้กายสั่นไม่เท่ากับความกลัวว่าจะมีใครมาเห็นพวกเขาในสภาพนี้ 

"เฮียเห็นหลิวชอบอะไรตื่นเต้น ตอนนั้นในรถแล้วยังในลิฟต์ คราวนี้ลองระเบียงบ้านดีไหม วิวสวยนะคืนนี้" แหงนใบหน้ามองดูพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว หมู่ดาวมากมายเป็นสักขีพยาน  

"ไม่เอา ! เฮียจะบ้าเหรอ ถ้าใครมาเห็นจะทำยังไง" พูดไปก็หน้าแดงก่ำ ใจอยากกลับไปแต่ร่างกายกลับเขยื้อนรับเอวที่ส่งมา เขากลัวป๊ากับม๊าจะตื่นมาเพราะเสียงครางของพวกเขา ไหนจะคนงานและกล้องวงจรปิดอีกเล่า 

ท่ามกลางบรรยากาศของระเบียงที่ยื่นเข้าไปในสวน เวลานี้ปลอดคนให้สะดวกใจ หวังหย่งเหวินจับเสี่ยวหลิวเอนไปยังพื้นอากาศที่ไม่มีอะไรลองรับ "จะกลัวอะไร หืม คืนนี้มีแค่เราเท่านั้น มาสนุกกันดีกว่า" 

พูดจบก็กระแทกแก่นกายจนสุดโคน เสี่ยวหลิวแหงนใบหน้าเผลอร้องออกมาดังลั่น พอได้สติก็กัดริมฝีปากไว้ ตอนนี้เพวกเขาตัวติดกันเป็นหนึ่ง ในเมื่อเฮียไม่พากลับเขาก็ทำอะไรไม่ได้  

บทรักรอบที่สองเริ่มขึ้นแบบเอาท์ดอร์ ลมเย็นตวัดพาดผ่านแผ่นหลังทั้งสอง ทั้งตื่นเต้นทั้งกลัวแต่ก็ยอมรับว่าท้าทายไม่น้อย เสี่ยวหลิวโดนอารมณ์ปรารถนามอมเมาให้ผ่อนคลาย จากลูกคุณหนูขี้อายเปลี่ยนไปให้ความร่วมมืออย่างดี 

ผนังอ่อนถูกครูดไถจนบวมแดง แต่เหมือนว่าจะไม่พอสำหรับคนตัวเล็ก 

"แรงอีก แทงหลิวแรง ๆ สิ !  อ๊า ! " 

เสี่ยวหลิวยกเท้าสองข้างขึ้นมาไว้บนราวจับ ขย่มเอวดูดกลืนท่อนเนื้อยักษ์เร็วรี่ ราวระเบียงไม่ได้มีพื้นที่มากพอน่าหวาดเสียวจะหงายล่วงตกไป  

ท่าร่วมรักปราศจากอัตตา มีเพียงราคะและตัณหาที่ยึดกายทั้งสองไว้ด้วยกัน เรียวแขนคล้องกับลำคอหนาแน่น ขยับก้นร่อนรับท่อนเนื้อสีเข้มที่เสยใส่ขึ้นไม่ยั้ง ขย่มสู้ความเป็นชายที่กระแทกจนน้ำรักกระฉอกออกมา  

"เสียวไหมครับเมีย เสียวก็ตอดผัวถี่ ๆ เลยนะครับ" ชายหนุ่มกระซิบแล้วแหย่ลิ้นเข้าไปในหูเล็ก รับรู้ได้ว่ารูรักของเด็กหนุ่มกำลังตอดรัดเขาเร็วขึ้นเรื่อย ๆ  

เส้นเลือดที่ขดบนอวัยวะเพศขนาดใหญ่เคลื่อนครูดไปกับผนังนุ่มที่เต้นตุบ สัมผัสหยาบโลนและร้อนแรงผลักดันให้ทั้งสองครางประสานกัน 

หวังหย่งเหวินจดจ้องดวงตาที่ปรือด้วยแรงอารมณ์ ชอบที่เสี่ยวหลิวทิ้งความอายไว้เบื้องหลัง แบบนี้เท่ากับว่าเจ้าตัวได้สำเร็จวิชาในตำราขั้นสูง เขาจุมพิตริมฝีปากคนตรงหน้า ถ่ายทอดความรักที่อัดแน่นอยู่ภายใน สารภาพสิ่งที่คิดผ่านภาษากาย 

ลีลารักของภรรยาร้อนแรงถึงใจนำพาหวังหย่งเหวินให้ถึงฝั่งฝันก่อน ชายหนุ่มรีบดึงตัวตนออกมา กระตุกติด ๆ กันแล้วปลดปล่อยเต็มหน้าท้องเสี่ยวหลิว เกิดเป็นภาพลามกอีกหนึ่งภาพที่เขาจะไม่มีวันลืม 

เมื่อภายในปราศจากความใหญ่โต เสี่ยวหลิวพลันรู้สึกเคว้งคว้าง หยาดอุ่นที่เฮียปล่อยไว้ก่อนหน้าทะลักทลายออกมาอาบแก้มก้น หยดไหลลงสู่พื้นระเบียงดังแหมะ ๆ  

หวังหย่งเหวินอุ้มภรรยาที่ตัวสั่นระริกลงมายืนบนพื้น ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่อง ดวงตาคมเห็นช่องทางที่ถูกแหวกออกอย่างชัดเจน มันขยายใหญ่อ้าไม่หุบเพราะโดนเขาเอาจนยับก่อนหน้า  

ไม่ได้เจอกันตั้งสี่เดือน หวังจะจัดหนักจัดเต็มให้หายอยาก คนหิวโหยเลียปากจับความเป็นชายที่แข็งเป็นรอบที่สาม นึกขอบคุณม๊าที่ใส่ยาดีลงในขนมอี้ 

แผ่นหลังเล็กเอนพิงไปกับอกกว้าง หันหน้าเข้าหาแลกลิ้นอย่างไม่รู้จักเหนื่อย หวังหย่งเหวินหายใจแรงจับท่อนเนื้อสีเข้มยัดใส่รูสีแดงแจ๋ จากนั้นสอดแขนเข้าใต้ข้อพับขาเสี่ยวหลิว จับยกขึ้นจนอีกฝ่ายตัวลอย  

ตอนนี้มีเพียงช่วงล่างที่เชื่อมติด เสียวหลิวใช้แขนข้างหนึ่งจับต้นแขนสามีไว้ กายเปลือยขาวนวลเนียนโดนเอวสอบกระเด้งพาขึ้นท้าแสงจันทร์ ตัวโยกตัวโยนอล่างฉ่างจนคำว่าน่าอายก็คงไม่พอ  

"ไม่ไหวแล้วเฮีย เสียว หลิวเสียวจะตายอยู่แล้ว ! " 

ครางจนเสียงแหบเสียงแห้ง โดนแขนแกร่งรั้งแยกเรียวขาออกกว้างขึ้นเรื่อย ๆ  เห็นแก่นกายตัวเองตั้งตรงโยกไหวไปมา เสี่ยวหลิวนึกสงสัยว่าเฮียไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนเยอะแยะ ทำไมถึงได้ทั้งแรงเยอะและอึดถึกขนาดนี้  

พวงแฝดเครียดเกร็งไหวตีใส่บั้นท้ายชื้นแฉะ ส่วนกลางกายของสามีก็อัดกระแทกใส่ไม่ยั้ง 

“เฮียรักเสี่ยวหลิวนะ” หวังหย่งเหวินกล่าวจุมพิตที่หลังลำคอสวย “รักหลิวมาก ๆ เลยรู้ไหม” 

“อื๊ออ ! ” 

น้ำสีใสไหลซึมที่มุมปากคนตัวเล็ก ปลายเท้าจิกเกร็งเสียวสะท้าน เสียงกรีดร้องอย่างสุขสมปะปนกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสะท้อนเข้าไปในสวนหลังคฤหาสน์ สองร่างเปลือยเปล่าโรมรันไม่ยอมแพ้ หวังหย่งเหวินส่งแรงทั้งหมดกระแทกกระทั้นในโค้งสุดท้าย สร้างความสุขสมจนผู้เป็นภรรยาปลดปล่อยออกมา 

เสี่ยวหลิวหมดแรงอ่อนระทวยในอ้อมกอดแกร่ง หายใจติดขัดมองเห็นแต่ภาพขาวโพลน สมองเต็มไปด้วยความซาบซ่าน 

"คืนนี้เฮียทำให้เรามีความสุขไหม" หวังหย่งเหวินกล่าวด้วยเสียงอ่อนโยนผิดกับการกระทำก่อนหน้าโอบอุ้มภรรยาไว้แน่น เขาจูบหน้าผากชื้นเหงื่อเบา ๆ  

ร่างเล็กพยักหน้าน้อย ๆ เหงื่อไหลหยดลงมาที่ลำคอ "มีครับ หลิวมีความสุขมาก" กล่าวยิ้มหนื่อยอ่อน เสี่ยวหลิวมีความสุขมาก ทั้งกายและใจถูกเติมเต็มจนอิ่มหนำ 

ฤทธิ์ยาในขนมอี้ค่อย ๆ ถอนจากกายเสี่ยวหลิว กระนั้นในส่วนของหวังหย่งเหวินยังทำงานได้ดี โดยไม่ปล่อยให้พัก ชายหนุ่มอุ้มเจ้าสาวที่เดินไม่ไหวเข้าไปในห้องอีกครั้ง ก้าวผ่านเตียงนอนแล้วไปหยุดที่อ่างอาบน้ำใหญ่ที่เปิดน้ำรอไว้ตั้งแต่ก่อนออกมาแล้ว  

“เฮียเหวิน” เสี่ยวหลิวถูกปล่อยลงอ่างที่บรรจุน้ำสีใสจนเต็ม ยามสบเข้ากับดวงตาร้อนแรงที่เหมือนจะไม่มีวันมอดไหม้ พลันลมหายใจขาดห้วง 

หวังหย่งเหวินยิ้มให้คนที่เริ่มดูลนลาน เสี่ยวหลิวคิดว่าเขาจะปล่อยให้พักสักนิดงั้นเหรอ 

 

"ขออีกรอบนะ ยังไม่หายอยากเลย" 

 

จากที่ตั้งใจแต่แรกว่าจะทำให้เป็นค่ำคืนที่แสนหวาน กระนั้นกลับเปลี่ยนเป็นค่ำคืนอันแสนร้อนแรงอย่างช่วยไม่ได้ ท่ามกลางไฟปรารถนาที่ยากจะดับลง บทรักเริ่มต้นและจบครบวนเวียนไปรอบแล้วรอบเล่า หวังหย่งเหวินขับเคลื่อนกายบนตัวภรรยาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แม้จะได้ยินเสียงอ้อนวอนอันสั่นเครือก็ตาม 

‘พอแล้ว' 

‘ขออีกหน่อยนะ’ 

 

‘พ-พอเถอะ หลิวช้ำไปหมดแล้วนะครับ’ 

‘น่า อีกนิดนึง’ 

 

'เฮียเหวิน ! ’ 

‘รอบสุดท้ายแล้ว’ 

 

‘ฮือ ไม่เอาแล้ว เฮียพอเถอะ อื้ออ ! ’ 

‘อันนี้สุดท้ายแล้วจริง ๆ ’ 

 

ไหนบอกว่าสุดท้ายแล้วยังไงล่ะ คนโกหก เสี่ยวหลิวเพิ่งจะรู้ตัวว่าเฮียเป็นคนแบบนั้นก็ตอนที่ถูกจับคว่ำรอบแล้วรอบเล่า 

 

 

รุ่งเช้ามาถึงพร้อมกับกลิ่นยาจีนที่ลอยฟุ้งในอากาศ หวังไป๋ลี่ยืนอยู่ในห้องครัวร้องเพลงพลางคนของเหลวในหม้อต้ม  

อา กลิ่นยาบำรุงนี่มันหอมดีจริง ๆ  หญิงวัยกลางคนต้มยาฟื้นพลังรอสองสามีภรรยา กระนั้นเที่ยงแล้วก็ไม่เห็นใครลงมาเสียที จวบจนบ่ายคล้อยถึงเห็นลูกชายลงมาพร้อมกับใบหน้าที่มีรอยนิ้วมือแดงห้านิ้วพาดทับอยู่บนแก้มขวา 

“ต๊าย ลื้อไปโดนอะไรมาอาเหวิน ! ” หวังไป๋ลี่ร้อนลน รีบเข้าไปประคองหน้าลูกชาย จับพลิกหันซ้ายหันขวายกใหญ่ 

“ผมไม่เป็นไรครับม๊า แล้วนี่ม๊าต้มอะไร” หวังหย่งเหวินขยับตัวออก ไม่กล้าบอกว่านั่นคือรอยมือของเสี่ยวหลิว ด้วยเมื่อคืนเขาโดนฤทธิ์ยาครอบงำจนอีกฝ่ายที่บอบช้ำหนักต้องตบหน้าเรียกสติ น่าแปลกใจที่ถึงจะโดนฟาดแก้มก็หยุดยั้งอารมณ์กำหนัดไม่ได้ กลับทวียิ่งความรุนแรงของการกระแทกมากกว่าเดิม ผลเสียเลยตกอยู่ที่เสี่ยวหลิวเต็ม ๆ 

หวังไป๋ลี่เห็นลูกชายบ่ายเบี่ยงก็พอรู้ ในเมื่อมีแค่คนสองคนที่อยู่ในห้องเมื่อคืน หล่อนเปลี่ยนความเป็นห่วงให้กลายเป็นรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม แหม ยาจีนที่แอบใส่ในขนมอี้คงแรงมาก ลูกสะใภ้ถึงกับต้องลงไม้ลงมือให้พอ 

“ม๊าต้มยาบำรุงไว้ สำหรับลื้อกับเสี่ยวหลิว” หล่อนเห็นลูกชายเหนื่อย ๆ เลยรีบเรียกเด็กรับใช้ให้เข้ามาตักอาหารใส่จานให้ “แล้วอาหลิวล่ะ” 

หวังหย่งเหวินกล่าวอ้อมแอ้ม กลัวโดนม๊าบิดหูให้อับอาย “เสี่ยวหลิวไข้ขึ้นครับ” กว่าจะเสร็จกิจก็ลวงเลยมาถึงตอนเช้าเสียแล้ว เขาที่นอนกอดคนตัวเล็กไว้สัมผัสได้ว่าร่างกายของอีกฝ่ายร้อนผ่าว มีเหงื่อออกมากกว่าปกติ ทำความสะอาดเช็ดตัวให้เรียบร้อยจึงลงมาหาอะไรขึ้นไปให้ 

หวังไป๋ลี่ตาโต เอ็ดเสียงดัง “ลื้อนี่มันจริง ๆ เลยนะ !  พาเมียเข้าบ้านอั๊วคืนแรกก็ทำเมียเป็นไข้ ไป ๆ ขึ้นไปดูอาหลิวของอั๊ว เดี๋ยวจะให้เด็กมันยกข้าวกับยาขึ้นไปให้เอง” ดันหลังลูกชายให้เดินกลับขึ้นบันไดไป 

หวังหย่งเหวินขืนตัว สีหน้าย่ำแย่ หวังไป๋ลี่เห็นแบบนั้นก็รำคาญตา “อะไรของลื้ออีกหา ! ขึ้นไปดูเมียเร็ว ๆ  ปล่อยให้เขานอนเป็นไข้คนเดียวได้ยังไง” 

“ผมขึ้นไปไม่ได้หรอกครับ”  

“ทำไม” 

หวังหย่งเหวินยังจำคำสั่งที่เสี่ยวหลิวบอกกับเขาได้ก่อนลงมา ชายหนุ่มถอนหายใจ 

“เมียผมสั่งไว้ จนกว่าเขาจะหายไข้ ห้ามเข้าใกล้เขาเกินสามเมตร” 

หวังไป๋ลี่ตะลึงตาค้าง เสี่ยวหลิวของเธอกล้าหาญขนาดนี้แล้วเหรอ 

“ม๊าช่วยพูดกับเขาหน่อยสิครับ” คนทำผิดเมื่อคืนจนโดนโกรธอ้อนมารดา หวังไป๋ลี่แทบหัวเราะหงายหลัง หล่อนเปลี่ยนท่าทีทันที ยักไหล่ไม่สนไม่แคร์ 

“เรื่องผัวเมียอั๊วไม่ยุ่ง” 

“โธ่ ม๊า ! ” หวังหย่งเหวินโอดครวญ “แล้วยาในขนมอี้นี่ม๊าไม่ยุ่งเลยนะครับ” 

“นี่ลื้อกล้าย้อนอั๊วเหรอ” เอาพัดชี้หน้า 

“ผมเปล่า ก็เพราะยาม๊านั่นแหละทำผม-”  

“เงียบไปเลยนะ ! ดี ! สมแล้วละที่จะโดนเมียโกรธ ยาอั๊วมีฤทธิ์แค่ชั่วโมงเดียวจะมาทำอาหลิวไข้ขึ้นได้ไง ลื้อน่ะอย่ามาโยนความผิดให้คนแก่ ตัวเองหื่นเองล้วน ๆ ”   หวังไป๋ลี่กระแทกคำว่าหื่นเต็มหน้าลูกชายแรง ๆ หนึ่งที เธอสะบัดหน้าแล้วโบกพัดเดินจากไป  

“ม๊า เดี๋ยวก่อนสิ ! ” หวังหย่งเหวินเรียกไว้แต่ผู้เป็นมารดาก็ไม่คิดหันกลับมา 

“คุณชายจะยกขึ้นไปเองหรือให้หนูยกขึ้นไปคะ” สาวใช้ที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่เอ่ยถามกล้า ๆ กลัว ๆ สถานการณ์เมื่อกี้เหมือนจะน่าขบขัน แต่เธอรู้ว่าหากหัวเราะออกไปคงโดนอีกฝ่ายโมโหเข้าให้ 

“เธอยกขึ้นไปเถอะ” 

“ค่ะ” 

“เดี๋ยว” 

หวังหย่งเหวินรีบเรียกเอาไว้ก่อน สาวใช้สะดุ้งนึกว่าคุณชายจะเห็นรอยยิ้มขบขันของเธอ 

“บอกเขาด้วยว่ารีบหายเร็ว ๆ ...บอกเขาว่าฉันเป็นห่วงมาก” หวังหย่งเหวินกล่าว  

สาวใช้โค้งตัวรับคำ เขินอายแทนคนที่จะได้ยิน รีบนำความไปบอกสะใภ้ตระกูลหวังให้ได้รับทราบ 

หวังหย่งเหวินได้แต่ชะเง้อคอมองจากข้างล่าง ทั้งที่ใจอยากจะขึ้นไปเฝ้าไข้ใจจะขาด แต่เขารู้ว่าหากตัดสินใจเช่นนั้นก็คงโดนไล่ลงมาอยู่ดี เขาส่ายหน้ากับตัวเองน้อย ๆ  เมื่อคิดถึงใบหน้าเสี่ยวหลิว ภรรยาของเขาที่มองมาด้วยความโกรธเคือง ใจร่างสูงยิ่งหล่นหายไปในความหวั่นเกรง 

ดูสิ ขนาดเพิ่งแต่งงานกัน  หวังหย่งเหวินก็ใกล้จะเป็นคนกลัวเมียโดยสมบูรณ์แล้ว  

 

 

 

 

 

จบบริบูรณ์ 

 

 

 

 

------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 

           จบแล้วค่า/จุดพลุ ก่อนอื่นขอบคุณนักอ่านทุกท่านทั้งเก่าและใหม่ที่ติดตามมาจนถึงบทส่งท้ายนะคะ ในที่สุดภรรยาที่ดีไม่ได้มีแค่คุณธรรม เฮียเหวินน้องหลิวของเราก็จบบริบรูณ์อย่างสวยงาม หวังว่าบทส่งท้ายนี้นะช่วยเติมเต็มเนื้อเรื่องได้สมบูรณ์ เราตั้งใจเขียนมากจริง ๆ ค่ะ 

           ระยะเวลาเรื่องนี้คือหนึ่งปีกว่า จากตอนแรกที่ไม่คิดว่าจะมีคนเข้ามาอ่าน แต่งเล่น ๆ ไม่มีพล็อตอะไรจริงจัง พอมีนักอ่านมากขึ้นยอมรับว่ากดดันมาก มีช่วงเครียดท้อ และหายไปหลายเดือนแต่ก็ได้กำลังใจจากคนที่ยังอยู่คอย เราซึ้งใจและขอบคุณพวกคุณมากนะคะ ขอโทษที่อัพช้าและหมดไฟไปหลายรอบค่ะ อย่างที่บอกว่าเราเหลือกันแค่นี้จริง ๆ ถ้าไม่มีพวกคุณเราคงเขียนเรื่องนี้มาจนถึงตอนจบไม่ได้ เราหวังว่านิยายเรื่องนี้จะสนุกและดีสมกับที่ทุกคนค่อยเชียร์คอยลุ้นกัน เราหวังว่าทุกคนจะประทับใจในเรื่องราวของหวังหย่งเหวินและฟู่เสี่ยวหลิวเหมือนอย่างที่เราตั้งใจร้อยเรียงออกมา 

           และสิ่งสุดท้ายที่เราหวังก็คือ การได้มีนักอ่านที่น่ารักอย่างพวกคุณอยู่กับเราไปนานๆ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ แล้วเจอกันในผลงานเรื่องต่อไปค่ะ ^^ 

 

ติดตามข่าวสารจากนักเขียนเพิ่มเติมได้ที่ twitter : @greenmeat_novel 

ความคิดเห็น