สิริณ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 24

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 240

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ค. 2562 16:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 24
แบบอักษร

“อรุณสวัสดิ์ครับหลิว” ชนวีร์หอบช่อดอกทิวลิปสีชมพูหวานมายืนยิ้มเผล่คอยคนแสนงอนที่หน้าห้อง เขาทักทายเธอด้วยน้ำเสียงร่าเริงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

รินรดาทำราวกับว่าผู้ชายตรงหน้าเป็นเพียงอากาศธาตุ ด้วยการเดินผ่านหน้าเขาเพื่อไปรอลิฟต์โดยไม่ทักทายสักคำ มือแข็งแรงของชายหนุ่มเอื้อมไปดึงแขนเธอไว้ จากนั้นยัดเยียดช่อดอกไม้ใส่อ้อมแขนหญิงสาว ไม่สนใจว่าเธอจะพยายามปัดป้องหลบเลี่ยงเพียงใด เมื่อบังคับให้เธอรับของกำนัลได้แล้ว ชายหนุ่มจึงรีบเอ่ย 

“หลิวฟังผมอธิบายก่อนสิ...”  

แต่รินรดาไม่ฟังอะไรทั้งนั้น เธอโยนช่อดอกไม้ลงในถังขยะข้างลิฟต์แทบจะในวินาทีถัดไป 

“หลิว ! ” นอกจากท่าทางของเขาจะดูตกใจจนเห็นได้ชัด กระแสเสียงที่เปล่งออกมาก็คือความน้อยใจ ! 

ทั้งสองสบตากันนิ่งนาน คนหนึ่งเชิดหน้าไม่ยี่หระสิ่งใด หากอีกคนกลับตัดพ้อด้วยสายตา 

ไม่เคยมีใครกล้าทำแบบนี้กับชนวีร์ ณัฐภัทร ! 

ชายหนุ่มทิ้งมือลงข้างตัว แล้วหมุนกายแยกไปทางบันไดหนีไฟทันที ปล่อยให้รินรดามองตามด้วยความว้าวุ่น  

นี่เธอทำเกินเหตุไปหรือเปล่า ! 

 

หลังอาหารเช้าที่คนสองคนแยกกันนั่งห่างคนละโยชน์ รินรดาก็ออกมาสมทบกับลูกทัวร์คนอื่นถ่ายรูปเมืองเซี่ยงไฮ้อันโพลนขาวไปด้วยหิมะที่ตกหนักตลอดทั้งคืน  

ด้านข้างโรงแรมมีสวนสาธารณะเล็ก ๆ ซึ่งซุ้มประตูทางเข้าเป็นหลังคาโค้งแบบจีนสวยงาม แม้สายลมเย็นเยียบจะพัดหวีดหวิวจนหนาวสั่น แต่ลูกทัวร์ทั้งกลุ่มก็ไม่ระย่อ ยังคงเฮโลกันออกมาถ่ายรูปท้าลมหนาวกันอย่างสนุกสนาน 

สินเดินแกมวิ่งไปกระโดดข้างกลุ่มนักท่องเที่ยวเพื่อให้ความอบอุ่นกับร่างกายพลางสูดปาก  

“มีใครในคณะนี้พกตุ๊กตาเรียกฝนเรียกหิมะมาด้วยหรือเปล่าครับเนี่ย ดูสิ มาเมืองจีนแค่หกวันเอง แต่ทั้งหิมะ ทั้งฝน ตกเอาโครม ๆ ” เขาตะโกนถาม พ่นลมหายใจออกทางปาก เผยให้เห็นควันขาวลอยเป็นทาง  

สินหันไปบอกลูกทัวร์หญิงเดี่ยวที่สวมเพียงเสื้อโค้ตสีครีมทับเสื้อขนสัตว์คอกลมด้านใน 

“วันนี้อากาศติดลบตั้งห้าองศานะครับ คุณจะอุ่นหรือ มีผ้าพันคอหรือเปล่า เอามาพันไว้หน่อยดีกว่า” 

รินรดาจึงควักผ้าขนสัตว์สีน้ำตาลแกมทองขึ้นมาพันคอตามคำแนะนำของเจ้าถิ่น  

พอพจนาเห็นเข้าก็เอ่ยปากทักออกมา “ผ้าพันคอน้องหลิวสีสวยทุกวันเลย เมื่อวานก็สีเขียว วันนี้สีน้ำตาล ขยันไปเสาะหาจริง ๆ ไว้ต้องกระซิบบอกแหล่งซื้อให้พี่รู้จักบ้างนะคะ” 

“ขอบคุณค่ะพี่เจี๊ยบ ผืนนี้หลิวเพิ่งซื้อในโรงแรมเมื่อคืนเองค่ะ” เจ้าของผ้าพันคอน้อมรับคำชมด้วยความภาคภูมิใจ  

“จริงเหรอคะ ตาย ! สีสวยจริง ๆ นะเนี่ย น้ำตาลเข้มเหลือบทอง แปลกตาดี”  

“ใช่ค่ะ ผ้าดี สีสวย ราคาก็ไม่แพงด้วยนะคะ ผืนนี้หลิวต่อจากสองร้อยห้าสิบเหลือแปดสิบหยวนเอง” สาวนักช็อปร่ายยาวด้วยรอยยิ้มกว้างขวาง  

สินซึ่งยืนอยู่ไม่ห่างถึงกับยกนิ้วโป้งให้รินรดา “ผมเพิ่งเคยได้ยินว่าของในโรงแรมต่อราคาได้ก็คราวนี้เอง ขอคารวะเลย” เขาประกบมือกำหลวม ๆ ค้อมศีรษะลงเล็กน้อย “ว่าแต่คุณหลิวลงมาตอนไหนหรือครับ ทำไมผมไม่เห็น” 

“น่าจะสักสี่ทุ่มได้มั้งคะ สินไม่เห็นหลิว แต่หลิวเห็นคุณนั่งดื่มเหล้าอยู่ที่บาร์นะคะ หน้าตาเครียดใหญ่เลยเชียว ทำไมคะ รับมือกับลูกทัวร์อย่างพวกเรานี่มันน่าหนักใจขนาดนั้นเลยเหรอ” ประโยคท้ายนักช็อปสาวกระเซ้าไกด์หนุ่มเล่นอย่างสนิทสนม  

เสียงหยอกเย้าที่ได้ยินนั้นทำให้ชนวีร์เดือดปุด  

ทีกับเขาละทำหน้าเชิดคอแข็ง แต่กับไอ้ไกด์นั่นกลับทำหัวร่อต่อกระซิก ดีนะที่เมื่อคืนไม่ได้เข้าไปทักทายกัน ไม่อย่างนั้น ถ้าใครเห็นเข้าจะคิดยังไง ที่ผู้ชายผู้หญิงโสดนั่งคุยกันดึกดื่นสองต่อสอง ! 

กระนั้นกิริยาที่เธอโยนดอกไม้ของเขาทิ้งโดยไม่ได้หยุดคิดแม้เพียงวินาที ก็ทำให้ชนวีร์รู้สึกแย่หนักขึ้นไปอีก เขาเมินหน้าหนีจากภาพตรงหน้า ก่อนหันไปบอกน้องชายและน้องสะใภ้  

“นายสองคนจะถ่ายรูปไหม เราถ่ายให้” 

รินรดาได้ยินเสียงแว่ว ๆ คุ้นหูของใครบางคนลอยมา เธอยอมรับว่ากำลังรอให้เขาเข้ามาหาเรื่องตอแยอย่างเคย หญิงสาวถึงขนาดเตรียมตัววีนกลับแล้วด้วยซ้ำ แต่ไม่ว่าจะคอยเท่าไรข้างกายเธอก็ยังว่างเปล่า  

ครั้นเหลียวหาเจ้าของเสียง ก็กลับเห็นเพียงแผ่นหลังคุ้นตาเพิ่งก้าวเข้าไปในประตูโรงแรม หญิงสาวถอนใจเบา ๆ ใจหนึ่งรู้ตัวแน่ชัดว่าเธอ ‘ล้ำเส้น’ หากทิฐิบอกให้ทำเป็นไม่สนใจ 

  ช่าง ! อยากโกรธก็โกรธไป ไม่เห็นจะแคร์เลย ! 

   

หิมะที่ปกคลุมอยู่ทั่วเมืองเริ่มละลายเมื่อเจอแสงแดดจัดจ้า พื้นถนนจึงเฉอะแฉะค่อนข้างลื่น สินกับสายพิณต้องเข้าไปช่วยประคองเหล่าผู้อาวุโสให้ค่อย ๆ เดินอย่างระมัดระวังไปตามทางเพื่อเข้าชมอาคารร้านรวงแบบโบราณที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง ในเขตเฉินหวังเมี่ยวซึ่งเป็นเมืองเก่าของเซี่ยงไฮ้ 

ภูมิจะเข้าประคองพี่ชาย แต่ชนวีร์กลับโบกไม้โบกมือให้วุ่น “นายดูแลยายพลอยดี ๆ เถอะ เราไม่เป็นอะไรหรอก” ชนวีร์ยืดตัวตรง เดินช้า ๆ ตามกลุ่มไป  

แม้จะห่วงหญิงสาวร่างผอมบางอีกคนหนึ่งแค่ไหน แต่ชายหนุ่มก็พร่ำบอกตัวเองให้วางท่าไม่สนใจ ใจแข็งเข้าไว้! เขาลอบมองคนดื้อเป็นระยะ เห็นท่าทางเดินก้มหน้างุดของเธอแล้วก็ยิ่งนึกเป็นห่วง แม้ใจหนึ่งยังคงโกรธเกรี้ยว แต่อีกใจก็อยากให้เรื่องราวที่ขุ่นเคืองคลี่คลายเสียที 

ชนวีร์มองน้องอุ้มวิ่งไล่หลังพี่ชายที่ไถลตัวเล่นอยู่เบื้องหน้าอย่างสนุกสนาน ขณะที่กันต์และอารีย์ซึ่งเดินล่วงหน้าไปแล้ว คอยหันมาร้องปรามลูก ๆ เป็นระยะ 

ถนนซึ่งฉาบด้วยฝ้าน้ำแข็งทำให้สองพี่น้องชอบใจยิ่งเมื่อต่างก็ล้มลุกลุกคลานกองบนพื้น ความที่พื้นลื่นปลาบทำให้ยิ่งทรงตัวลุกขึ้นยืนไม่ถนัด เด็กทั้งคู่จึงได้แต่หัวเราะลั่นด้วยความขบขันอีกฝ่าย 

ชนวีร์ส่ายหน้าด้วยความระอาระคนเอ็นดู พลางเข้าไปช่วยดึงแขนเด็กหญิงผู้น้องให้ยืนขึ้นก่อน 

“เล่นอย่างนี้อันตรายนะครับ น้องอุ้มน้องอ้น เพราะตรงนี้มันเป็นถนน”  

อุ้มยิ้มแหย ยกมือขอบคุณเขา แล้วหันไปแลบลิ้นใส่พี่ชายจากนั้นรีบวิ่งรี่ไปหาแม่ทันที ส่วนอ้นก็ส่งแขนให้ชนวีร์ช่วยดึงให้ลุกขึ้นยืนบ้าง  

เสียงแตรรถดังมาแต่ไกลเรียกให้เขาหันกลับไปทางต้นเสียงและรีบฉุดเด็กชายลุกขึ้นยืนเพื่อขยับตัวหลบรถ อ้นที่ทรงตัวได้แล้วรีบสะบัดมือชายหนุ่มออก ก่อนจะยกมือไหว้แล้ววิ่งผละไปทันที 

แรงสลัดนั้นทำให้ข้อไหล่ที่เพิ่งฟื้นจากอาการอักเสบชาร้าวไปทั่วจนกลายเป็นอาการปวดหนึบ ชายหนุ่มรีบยกมือข้างที่ใช้การได้ขึ้นนวดหัวไหล่เพื่อคลายความปวดแปลบทันที  

ไม่ใช่เสียงแตรที่ทำให้รินรดาตกใจ หากเป็นภาพชนวีร์ยืนนิ่งอยู่ตรงกลางถนน โดยมีรถกำลังแล่นตรงไปทางเขาต่างหาก ที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น 

หญิงสาวไม่เคยรู้มาก่อนว่าตัวเองจะวิ่งได้เร็วขนาดนี้ ร่างแบบบางกระโจนพรวดเดียวถึงตัวนักธุรกิจหนุ่ม เธอใช้แรงทั้งหมดที่มีคว้าแขนซ้ายดึงเขาให้หลบขึ้นมาอยู่ตรงทางเท้า พ้นรัศมีรถที่เหยียบเบรคลั่นมาแต่ไกล ทว่ากลับไถลมาจอดนิ่งสนิทอยู่ห่างจากตัวชายหนุ่มไม่ถึงคืบ  

เสียงล้อบดพื้นถนนเอี๊ยด ผสมกับเสียงแตรรถแผดยาวดังเขย่าประสาท ตำหนินักท่องเที่ยวผู้ทะเล่อทะล่าก่อนแล่นจากไป 

รินรดากอดชายหนุ่มแน่น ความหวาดผวาแล่นซ่านทั่วร่าง เพียงแค่คิดว่าเสี้ยววินาทีที่ผ่านมาเธอเกือบสูญเสียเขาไป ! 

“หลิว ผมไม่เป็นอะไรแล้ว” ชนวีร์ลูบหลังปลอบประโลมหญิงสาว รู้สึกได้ถึงร่างอันสั่นสะท้านและเสียงหอบสะอื้นของคนที่กอดเขาอยู่ 

ความตกใจจากเหตุการณ์เมื่อครู่จางไปแล้ว สิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่ในใจชนวีร์ จึงมีเพียงความปลาบปลื้มชื่นใจยามได้รู้ว่าตัวเองเป็นคนมีค่า มีคนคอยเป็นห่วงเป็นใยเขาถึงเพียงนี้ เพลย์บอยหนุ่มอมยิ้ม แตะบ่าหญิงสาว และประคองเธอออกห่างเล็กน้อย ก่อนใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเช็ดน้ำตาเธอแผ่วเบา 

“อย่าร้องไห้หลิว ผมไม่เป็นอะไรแล้ว” 

ทว่าหญิงสาวยังไม่คลายสะอื้น น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาจึงขาดห้วง “โชคดีที่คุณไม่เป็นอะไร ไม่อย่างนั้น ฉัน... ฉันคง...” รินรดากัดริมฝีปากยั้งคำพูดตัวเองไว้ได้ทัน 

เธอเกือบเผลอหลุดความในใจไปแล้ว !  

ชนวีร์ก้มลงมาถามสตรีข้างกาย “ทีนี้หลิวจะฟังคำอธิบายของผมได้หรือยัง”  

“คุณจะคุยกับแฟนก็เรื่องของคุณ ไม่จำเป็นต้องมาอธิบายเลยนี่” เธอเสเมินไปทางอื่น หากเห็นได้ชัดว่าสีหน้ากะบึงกะบอน 

ชนวีร์โคลงศีรษะ จะว่าระอาก็ไม่ใช่ คล้าย ๆ ว่าน่าจะเอ็นดูมากกว่า ! 

“แต่มีล่าไม่ใช่แฟนผม ผมอุตส่าห์เปิดสปีกเกอร์ให้คุณฟังแล้วแท้ ๆ คุณยังไม่เชื่อความบริสุทธิ์ใจของผมอีกเหรอ” 

“คุณไม่จำเป็นต้องแสดงความบริสุทธิ์ใจให้เพื่อนเห็นหรอกค่ะ” เธอสวนทันควัน 

“ฟังดูเหมือนหลิวน้อยใจเลยนะ ที่ผมบอกว่าหลิวเป็นเพื่อนสนิท” นักธุรกิจหนุ่มยั่วเย้า และยิ้มกว้างด้วยความยินดี 

“ฉันไม่ได้น้อยใจ” แต่กิริยาและน้ำเสียงของเธอกลับบ่งไปคนละอย่าง 

“ครับ หลิวไม่น้อยใจก็ได้ ผมเชื่อ เอาเป็นว่าผมผิดเอง แต่หลิวจะยอมฟังไหม ว่าทำไมผมถึงบอกมีล่าว่าหลิวเป็นเพื่อนสนิท” ชายหนุ่มจับมือเธอไว้ สบตารินรดานิ่ง 

“ผมยอมรับว่าผมหาคำจำกัดความให้ความสัมพันธ์ของเราไม่ถูก แน่นอนว่าผมชอบหลิว ชอบมาก ๆ แต่มันคงเร็วไปถ้าจะบอกว่าความรู้สึกของผมคือความรัก ผมไม่เคยรักใคร ไม่เคยรู้ว่าแบบไหนถึงจะเรียกว่ารัก ผมรู้แค่ว่าผมอยากอยู่ใกล้หลิว อยากเห็นคุณยิ้ม หัวเราะ อยากทำอะไรให้คุณมากมายอย่างที่ผมไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน ไม่ว่าความรู้สึกพวกนี้จะเรียกว่าอะไร สำหรับผมแล้ว ผมมั่นใจอย่างหนึ่งว่า หลิวเป็นคนพิเศษของผม”  

แม้ว่าหลายครั้งเขามักพูดเพื่อให้คนฟังรู้สึกดี ทว่าครั้งนี้ คำพูดของชนวีร์กลับส่งตรงมาจากหัวใจ !  

ชายหนุ่มบีบมือเธอเบา ๆ “ถ้าหลิวไม่อยากเป็นเพื่อนสนิท งั้นหลิวจะอนุญาตไหม ถ้าผมบอกใครต่อใคร ว่าหลิวเป็นคนพิเศษของผม” 

หญิงสาวนิ่งงัน ความคับข้องใจมลายสิ้นราวกับเศษผงที่โดนสายลมพัดพาให้หอบหาย หากคำขอของเขานี่สิ เธอควรตอบอย่างไรดี 

เธอไม่รู้...คำว่าคนพิเศษของชายหนุ่มนั้นใช่ความหมายแทนคำว่าคนรักเหมือนที่คนทั่วไปเขาใช้กันหรือเปล่า แต่สำหรับตัวเธอเองนั้น หญิงสาวรู้อยู่แก่ใจว่าเขาคือคนพิเศษของเธอตั้งแต่เมื่อแรกฝันถึงแล้ว  

ดวงหน้าเรียวเสลาพยักเยื้อน แล้วแย้มยิ้มน้อย ๆ แทนคำตอบ  

ชนวีร์บีบมือหญิงสาว ไม่สนใจแล้วว่าสัมผัสของเธอจะเหมือนในความฝันหรือไม่! 

นอกจากเขา ‘ต้องได้’ ทุกสิ่งที่ต้องการแล้ว 

จากนี้ไปรินรดา ‘ต้องเป็น สตรีในความฝันผู้นั้น ตามที่เขาต้องการเช่นกัน ! 

 

สินพานักท่องเที่ยวเข้าสู่บริเวณตลาดร้อยปีหรือเฉินหวังเมี่ยว อันประกอบไปด้วยเก๋งจีนหลายหลังที่ปลูกสร้างอยู่เหนือสระบัว โดยเก๋งจีนแต่ละหลังล้วนเชื่อมต่อกันด้วยทางเดินเล็ก ๆ กั้นราวระเบียงที่คดเคี้ยวไปมาเหมือนในหนังจีนสมัยโบราณไม่มีผิด 

ขณะที่คณะทัวร์เข้าชมสวนอวี้หยวนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเขตเฉินหวังเมี่ยว รินรดาก็ชวนชนวีร์ไปหาสินเพื่อขอแยกตัวออกไปช็อปปิ้งที่ตลาดด้านนอกก่อน ปล่อยให้ชาวคณะที่เหลือชมสวนกันตามโปรแกรม 

รินรดายึดแขนชายหนุ่มไว้แน่น ไม่ปฏิเสธความจริงในหัวใจที่ว่าเธอห่วงผู้ชายคนนี้อีกต่อไป  

เฉินหวังเมี่ยวมีสินค้าหลากหลายให้เลือกซื้อ รินรดาจึงได้ทั้งเสื้อยืด ผ้าพันคอ หมวก รวมไปถึงพวงกุญแจของที่ระลึกมากมาย  

และเพียงเห็นร้านขายของเล่น หญิงสาวก็เลี้ยวเข้าไปโดยไม่ลังเล เธอก้มหน้าก้มตาเลือกซื้อตุ๊กตุ่นติดกระจกตัวเล็กจำนวนมากจนคนที่มาด้วยกันอดถามด้วยความสงสัยไม่ได้ 

“ของเล่นทั้งนั้นเลย คุณซื้อไปทำอะไรเยอะแยะ” 

“ก็เอาไปติดรถน่ะสิ น่ารักดี ฉันชอบ” 

คำตอบของหญิงสาว ทำให้ชนวีร์นึกได้ว่ามีเรื่องหนึ่งที่เขายังไม่ได้คำมั่นจากเธอ 

“พูดถึงรถ ผมนึกได้แล้ว คุณยังไม่ได้รับปากเลยว่ากลับถึงกรุงเทพฯ แล้วจะคอยขับรถรับส่งผมน่ะ” 

รินรดาเหลือบตาดูขายาว ๆ ของชายหนุ่ม “คุณนั่งรถฉันไม่ได้หรอก รถฉันมันรถกระป๋องคันกะเปี๊ยกเดียวเอง” 

“ให้ผมเดานะ ไอ้รถกระป๋องของคุณน่ะ เป็นมินิคูเปอร์ใช่ไหม” ความหวังของชายหนุ่มเริ่มเรืองรองขึ้นมา ทำไมเขาถึงลืมคิดไปว่ารินรดาอาจมีรถเหมือนมินตราก็ได้ ! 

รินรดาเลิกคิ้ว “คุณเดาเก่งเหมือนกันนี่”  

“แน่นอน” จอมโววางท่าคุยฟุ้ง ใจชื้นมาอีกเป็นกอง นอกจากสัมผัสของเธอแล้ว ส่วนประกอบอื่น ล้วนแต่บ่งบอกว่าเธอคือผู้หญิงในฝันคนนั้นทั้งสิ้น ขนาดนี้แล้วเขายังต้องกลัวอะไรอีก !  

“คุณอยากให้ผมทายสีด้วยไหมล่ะ”  

“เอาสิ ถ้าคุณทายถูก ฉันจะซื้อเซียงจาเลี้ยงคุณสองถุง แต่ถ้าทายผิดคุณต้องเลี้ยงถังหูลู่ฉันสองไม้นะ กล้าไหมล่ะ” หญิงสาวท้าทาย 

 “สีเหลือง ! ” ชนวีร์ตอบด้วยท่าทีมั่นใจ 

 “ผิดย่ะ สีแดงต่างหาก” เธอยิ้มอย่างมีชัย “อย่าลืมถังหูลู่ของฉันนะ”  

“ไม่เลี้ยงหรอก” ชนวีร์แกล้งกวนเธอ 

“คิดจะเบี้ยวฉันเหรอ” 

“สักวันคุณต้องมีมินีสีเหลืองแน่นอน ผมมั่นใจ” จอมเฉโกยิ้มมีเลศนัย 

“อ๋อ...เดี๋ยวนี้ริจะเป็นหมอดูด้วยเหรอ”  

“พนันกันไหมล่ะ” นายธนาคารเริ่มชวนทำผิดกฎหมาย 

หญิงสาวย่นจมูกใส่อีกฝ่าย “เรื่องอะไร เห็นกันอยู่ว่าคุณขี้โกง แค่ถังหูลู่ยังเบี้ยวฉันเลย” 

“ผมโกงที่ไหน เดี๋ยวกลับถึงกรุงเทพฯ ปุ๊บ ผมจะสั่งมินิสีเหลืองให้คุณทันทีเลย เห็นไหมแค่นี้ผมก็ชนะพนันเห็น ๆ ได้กินเซียงจาฟรีสองถุงแล้ว” 

รินรดายื่นมะเหงกให้คนกวนประสาท “คุณนี่ท่าจะเพี้ยน เคยไปเช็กสมองบ้างหรือเปล่าเนี่ย มีอย่างที่ไหน อยากกินเซียงจาฟรีถึงขนาดจะยอมซื้อรถมาเอาชนะเนี่ยนะ คนอาไร้...แพ้แล้วไม่ยอมรับความจริง แย่ชะมัด ! ” 

“คุณหลิว ! ” ชนวีร์ขึ้นเสียง ทั้งฉิวทั้งขันคนเจ้าสำบัดสำนวน 

เจ้าของชื่อหัวเราะคิก แล้วรีบเดินหนีไปทางอื่นโดยเร็ว แม้จะสะดุดใจนิด ๆ ว่าชนวีร์ดูจะหมกมุ่นกับรถสีเหลืองเหลือเกิน ! 

 

รินรดามาหยุดยืนที่หน้าเก๋งจีนใหญ่หลังหนึ่ง ภายในแสดงสินค้าสำหรับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เธอหันมาหาคนข้าง ๆ แล้วเอ่ยชวน 

“ร้านนี้ของเยอะดี แยกกันดูก็แล้วกัน คุณจะได้ไม่เบื่อ” พูดจบสาวนักช็อปก็พุ่งเข้ายังส่วนในของร้านที่มีตู้โชว์เครื่องประดับแฟชั่นละลานตา  

ชนวีร์โคลงศีรษะ ทั้งขันทั้งระอา แล้วเดินไปยังอีกฟากหนึ่งของร้านซึ่งเป็นส่วนเสื้อผ้าผู้ชาย โดยเหลียวไปทางรินรดาเป็นระยะ เผื่อเธอต้องการความช่วยเหลือ  

ชายหนุ่มมายืนอยู่หน้าราวแขวนเน็คไท มองลวดลายประหลาด และวิวัฒนาการของแฟชั่นที่เห็นอยู่ตรงหน้าด้วยความตื่นตา มือก็หยิบเน็คไทโบราณที่กว้างราวกับใบพายลวดลายออกไปทางเชย ๆ อันหนึ่งขึ้นมาทาบแล้วหันไปทางรินรดา หมายจะชวนเธอมาช่วยกันขำเงาสะท้อนสุดเฉิ่มของตัวเองที่เห็นอยู่ในกระจก 

ครั้นเห็นเธอกำลังวางกำไลข้อมือลง และหยิบแหวนวงหนึ่งขึ้นมาลองสวมด้วยความเพลิดเพลิน ชนวีร์ก็ชะงัก 

แหวน ! เมื่อคืนเขาฝันอะไรสักอย่างที่เกี่ยวกับแหวน 

ชายหนุ่มกดนิ้วลงบนหัวตา นานแค่ไหนก็สุดรู้ เมื่อลืมตาอีกครั้ง รินรดาก็มายืนยิ้มเผล่อยู่ตรงหน้าแล้ว 

“จะซื้อเน็คไทเหรอ ให้ฉันช่วยเลือกไหม” ครีเอทีฟสาวรีบเสนอตัว พลางดึงเส้นเก่าในมือเขาไปเก็บ แล้วหยิบเน็คไทลายกราฟฟิคสีฉูดฉาดอีกเส้นมาทาบตัวนายแบบแทน พร้อมกับหัวเราะคิกคักถูกใจ 

“เส้นนี้สวยกว่าที่คุณเลือกเมื่อกี้อีก”  

ชนวีร์ดูเงาสะท้อนจากกระจก มองหญิงสาวถือเน็คไททาบอยู่บนตัวเขา มือขาวผ่องนั้นสวมแหวนแฟชั่นวงโตเด่นสะดุดตาที่เพิ่งซื้อมาหมาด ๆ คริสตัลบนหัวแหวนเล่นล้อแสงไฟวิบวับเป็นประกายทำให้เขาตาพร่าไปชั่วขณะ 

แสงแฟลชวูบวาบไม่ขาดสาย จนชนวีร์ต้องหยีตา เมื่อสงครามสาดแสงไฟสงบลง เขากะพริบตาปรับโฟกัสชั่วครู่ เพื่อจะพบว่าตัวเองอยู่ในอีกสถานที่อีกแห่งหนึ่ง และนิ้วนางข้างซ้ายของเขาเพิ่งถูกสวมแหวนเพชร ! 

ชายหนุ่มส่งยิ้มให้สตรีตรงหน้าซึ่งปล่อยมือเขาด้วยอาการเอียงอาย ดวงตากลมโตที่แหงนเงยสบตาเขานั้นเปล่งประกายสดใส พวงแก้มปลั่งแย้มกว้างอย่างมีความสุข  

หญิงสาวไหว้เขาตามประเพณี ซึ่งชนวีร์ก็รีบเอื้อมไปคว้ามือคู่นั้นมาเกาะกุมไว้ 

แล้วประกายแสงแฟลชก็วูบวาบขึ้นมาอีกครา 

ชนวีร์สะบัดศีรษะเบา ๆ ไล่ภาพความฝันนั้นให้จางหาย เขามองรินรดาที่ยิ้มร่า โชว์เน็คไทสีน้ำตาลเข้มพิมพ์ลายมาริลีน มอนโร ก้มปิดกระโปรงที่โดนลมเป่า 

“ฉันว่าลายนี้เหมาะกับคุณที่สุดเลย ฉันซื้อให้นะ” หญิงสาวทำหน้าทะเล้น นำของไปส่งให้พนักงานขายและชำระเงินทันทีโดยไม่รอคำตอบ 

เพลย์บอยหนุ่มมองตามร่างโปร่งบางไปด้วยอาการที่ยังไม่หายตกตะลึง เพิ่งนึกออกว่าเมื่อคืนนี้เขาฝันถึงพิธีหมั้น งานหมั้นของเขา... 

ไม่ใช่กับรินรดา แต่เป็นมินตรา ! 

ต่อให้ดิ้นรนแก้ไขอย่างไร แต่คู่หมั้นในความฝันก็เป็นบุตรีของอาชาอยู่ดี ! 

รินรดาคือผู้หญิงในฝันคนนั้นไม่ใช่หรือ แต่ทำไมคนที่เขาหมั้นด้วยถึงกลายเป็นมินตราไปได้ ! ชายหนุ่มนึกย้อนถึงเหตุผลทั้งหมดที่ทำให้เขามั่นใจว่ารินรดาคือสตรีผู้นั้น 

ที่ทะเลสาบซีหู...เธออยู่ตรงนั้นเหมือนภาพฝันของเขาทุกประการ ! 

ทว่าหลังจากนั้นเล่า ถ้อยคำ น้ำเสียง และสัมผัสของเธอ เพียงแค่ ‘ละม้าย’ กับสิ่งที่เขาจำได้เท่านั้น เป็นเขาที่สรุปไปเอง ว่านั่นคือรินรดา ! 

มิน่า...สัมผัสของเธอจึงไม่เหมือนในฝัน ในครั้งแรกนั้นเขาคงคิดเข้าข้างตัวเอง ว่าเกิดรู้สึกรู้สากับสัมผัสของเธอ ที่แท้แล้วมันก็แค่ไฟฟ้าสถิตย์เท่านั้น 

มินตราต่างหากที่เป็นผู้หญิงในฝันของเขาตัวจริง เพราะเธอขับรถสีเหลือง และ...เขาเห็นตัวเองสวมแหวนหมั้นให้เธอได้ชัดตา ! 

ชายหนุ่มรู้สึกถึงความหม่นเศร้าที่ค่อย ๆ ไหลรินเข้าสู่หัวใจ 

ทำไมผู้หญิงในฝันของเขาถึงไม่ใช่รินรดา ! 

หญิงสาวหายไปชั่วครู่ ก่อนถือกล่องเน็คไทกลับมาสอดใส่มือเขา  

“อ่ะ ! ฉันให้คุณ” คนพูดร่าเริง แต่เมื่อเห็นเขายังยืนนิ่งอยู่ก็แปลกใจ จึงถามขึ้น “ทำไมทำท่าคิดหนักอย่างนั้นล่ะ ไม่ชอบเหรอ งั้นเปลี่ยนเป็นลายอื่นแทนก็ได้นะ” เธอเอียงคอยืนคอยคำตอบ 

ชนวีร์ส่ายหน้าปฏิเสธ ไม่เคยรู้เลยว่าการยิ้มจะเป็นเรื่องยากลำบากขนาดนี้ เพราะไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน...เขากลับไม่อาจยกริมฝีปากขึ้นได้เลยแม้สักเสี้ยวธุลี ! 

“ลายนี้ก็ดีแล้ว ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มตอบด้วยความโศกศัลย์ลึกซึ้ง ปากคอขมร้าวสิ้นดี 

นับตั้งแต่ได้พบผู้หญิงคนนี้ เขาพยายามทำทุกวิถีทาง ทั้งกวนประสาท ยั่วแหย่ เพื่อจะได้เห็นเธอมีปฏิกิริยาตอบโต้ เขาเพิ่งมารู้ทีหลังว่าท่าทางเมินเฉยเย็นชาของเธอนั้น เป็นผลจากการที่เธอเคยพบกับความผิดหวังมาแล้วอย่างหนัก แผลที่กานนก่อไว้ทำให้เธอหวาดกลัวจนต้องสร้างกำแพงขึ้นมาปิดกั้นความอ่อนแอเอาไว้ภายใน และไม่กล้าเชื่อใจใครอีก  

แต่วันนี้ ตอนนี้ ผู้หญิงคนเดียวกันนั้นกลับกำลังหัวเราะร่วน ยิ้มร่า และกล้าหยอกเย้าเขาด้วยท่าทีเป็นธรรมชาติ  

ภารกิจของเขาสำเร็จแล้ว เขาทลายกำแพงใสที่ล้อมรอบตัวรินรดาลงสำเร็จ เธอกล้าเปิดใจ และพร้อมให้โอกาสเขาแล้ว  

แต่เขาต่างหาก...เขากำลังจะทำร้ายเธอแบบเดียวกับที่กานนเคยทำ ! 

ชนวีร์เหลือบดูหญิงสาวที่หันกลับไปยังราวเน็คไทเพื่อเลือกหาลวดลายเก๋ ๆ อย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นปลาบขึ้นมาคล้ายมีใครจรดมีดกรีดลงที่หัวใจช้า ๆ ราวกับจะยืดยื้อช่วงเวลาของความทรมานให้เนิ่นนานยิ่งขึ้น 

“หลิว” เขาเรียกเธอแผ่วเบา 

“คะ?” ไม่ใช่แค่น้ำเสียงอ่อนหวานเท่านั้น ดวงหน้าที่หันกลับมายังมีรอยประหลาดใจนิด ๆ ริมฝีปากบางแย้มกว้างออก และดวงตาเรียวก็เต็มไปด้วยประกายความสุขอย่างเห็นได้ชัด 

เขาก้มลงมองกล่องเน็คไทในมือ พึมพำแค่ “ขอบคุณนะ” 

“ด้วยความยินดีคร้าบ...” หญิงสาวทำท่าตะเบ๊ะล้อเลียน ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใสรื่นรมย์ 

ชนวีร์ประทับภาพตรงหน้าเอาไว้ในความทรงจำเป็นครั้งสุดท้าย! รู้ดีว่าต่อให้เอ่ยคำขอโทษไปจนตาย ก็ยังไม่อาจชดใช้สิ่งที่เขาทำลงไปได้แม้เพียงเสี้ยวธุลี ! 

 

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

 

เตรียมดราม่ากันค่ะ 1 2 3 ไป!

ใครสนใจอยากอ่านรวดเดียว

กดโหลดอีบุ๊กกันโลดเลยค่า

 

ใครซื้ออีบุ๊กแล้ว

ส่งหลักฐานมาให้สิริณด้วยนะคะ

จะส่งของที่ระลึกไปให้ ^^

 

 

 

ภาพรักในฝัน เคยตีพิมพ์สองครั้งกับ สำนักพิมพ์อรุณ

 

อีบุ๊กภาพรักในฝัน ราคา 219 บาท

mebmarket >>>http://bit.ly/2U5XWXu 

ookbee >>>http://bit.ly/2YTz2Oh 

Hytexts >>>http://bit.ly/2I59t7z 

 

นักอ่านท่านใดสนใจฉบับหนังสือ

สิริณยังพอมีเหลือเล่มอยู่ไม่ถึงสิบเล่ม

สามารถสอบถามได้ที่ m.me/SirinFC 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น