ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 2 ฝึกฝน(1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 ฝึกฝน(1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.7k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ค. 2562 08:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 ฝึกฝน(1)
แบบอักษร

โลกนินจานั้นบีบบังคับให้ทุกคนแสวงหาความแข็งแกร่ง คาซึยะที่มีวิญญาณเป็นผู้ใหญ่ตระหนักถึงเรื่องนี้ดีกว่าใคร

 

 

 

ตั้งแต่มายังโลกนี้เขาได้พบช่วงเวลาที่น่าเศร้าของใครหลายคนในหมู่บ้าน มีงานศพอยู่หน้าอนุเสาวรีย์และตามตอกซอยมีเด็กชายและหญิงที่เสียพ่อแม่ไปกลายเป็นเด็กกำพร้าเพราะสงคราม

 

 

 

มีหญิงม่ายที่แต่งงานนานแล้วก็ดีพึ่งแต่งก็ดีเพิ่มขึ้นแทบทุกวัน มันเป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างน่าสลดใจไม่น้อย

 

 

 

แต่เขาก็ไม่คิดจะยอมแพ้และยังฝึกต่อไปตามคำแนะนำของผู้เป็นบิดา เขารู้ตัวเองดีว่าตัวเขานั้นไม่ได้เป็นอัจฉริยะทางด้านการต่อสู้ แต่ด้วยเลือดของอุจิวะ เซ็นจูและอุซึมากิที่ไหลเวียนอยู่มันกลบข้อด้อยในด้านนี้

 

 

 

ในสามปีที่ผ่านมา แม้เขาจะแอบไปวิ่งออกกำลังกายอยู่บ่อยครั้งแต่มันก็ไม่ได้หนักหน่วงและจริงจัง เพราะเขากลัวว่ามันจะทำร้ายร่างกายกระดูกจนอาจทำให้เกิดผลเสียในอนาคต

 

 

 

เขาลองพยายามทำความเข้าใจในจักระ แต่ข้อมูลของเขามีน้อยเกินไป ยังดีที่ตอนนี้เขามีบิดาคอยสอนคอยแนะนำ ทำให้เขาเริ่มเข้าใจในองค์ประกอบและการไหลเวียนของจักระมากยิ่งขึ้น

 

 

 

ทั้งนี้ด้วยการที่มีวิสัยทัศน์แปลกๆ ที่สามารถมองสิ่งต่างๆในร่างกายของตนเองได้ก็ยิ่งทำให้เขาก้าวหน้าได้ไวผิดปกติ เขาฝึกจักรกับบิดาได้ถึงสามชั่วโมงก็หยุดฝึก

 

 

 

"หลังจากนี้เจ้าต้องเข้าไปศึกษานินจุสสุในห้องเก็บคำภีร์ในบ้านเรา แม้ว่าเจ้าจะยังไม่สามารถใช้คาถาได้ในตอนนี้ แต่เจ้าสามารถศึกษาอินทั้งสิบสองได้"

 

 

 

"เข้าใจแล้วท่านพ่อ"

 

 

 

คาซึยะวิ่งเข้าไปในห้องเก็บคัมภีร์อย่างกระตือรือร้น ซึ่งเป็นห้องที่เขาแอบเข้าไปบ่อยมาก จริงๆแล้วการประสานอินสำหรับเขาไม่ใช่เรื่องยาก

 

 

 

ก็อย่างที่รู้ว่าเมื่อก่อนเขากับเพื่อนสนิทเคยดูนารูโตะด้วยกัน ตอนนั้นเขาและซาจิเคยเล่นเป็นนินจาจึงต้องฝึกประสานอินไว้บ้างเรื่องนี้จึงไม่ค่อยเป็นปัญหาสำหรับเขา

 

 

 

แถมหลังจากเขาอายุได้สองขวบก็แอบฝึกประสานอินอยู่ตลอด เขาฝึกฝนจนนิ้วบวม ผลสุดท้ายก็เริ่มเชี่ยวชาญในปีถัดมาซึ่งนี่ก็แลกมาด้วยคำบ่นจากมารดา

 

 

 

"ประสานอินทั้งสิบสองใน 0.9 วินาที นี่คือความเร็วสูงสุดที่เราทำได้ในตอนนี้"

 

 

 

แม้เขาจะอยากเพิ่มความเร็วในกานประสานอินให้มากกว่านี้ แต่น่าเสียดายที่ร่างกายของเขาไม่เอื้ออำนวย เขากลัวว่าการฝึกหนักจนเกินไปจะทำให้นิ้วของเขาเสียรูปทรงและส่งผลร้ายในอนาคต

 

 

 

สิ่งที่เขาต้องทำในตอนนี้คือการเชี่ยวชาญทฤษฎีในนินจุสสุต่างๆ ภายในห้องนี้ส่วนใหญ่มีแต่คัมภีร์คาถาไฟ แม้จะมีคาถาอื่นเหลือทิ้งไว้แต่ก็เป็นเพียงส่วนน้อย

 

 

 

เขาเริ่มนำคำภีร์ต่างๆ มาศึกษาไว้แต่เนิ่นๆ แม้เขาจะยังไม่รู้คุณสมบัติธาตุของจักระของตัวเองว่ามีอะไรบ้าง แน่อย่างน้อยเขาก็เชื่อว่าตัวเขาต้องมีจักระธาตุไฟ ที่เป็นธาตุประจำตัวของตระกูลอุจิวะ ดังนั้นหลักการศึกษาเริ่มแรกคือคาถาไฟ จนเวลาผ่านไป

 

 

 

นับตั้งแต่วันนีัคาซึยะได้เริ่มเรียนรู้การฝึกจักระเป็นเวลาหนึ่งเดือนทำให้ภายในร่างกายของเขามีจักระสะสมอยู่เป็นจำนวนหนึ่ง แม้ว่าจักระในระดับนี้จะยังไม่ถึงระดับเกะนิน แต่มันก็ใกล้เคียง

 

 

 

เขาฝึกควบคุมจักระทุกวัน จนกระปัจจุบันเขาสามารถวิ่งบนน้ำที่เกิดระลอกคลื่นได้อย่างง่ายดาย แถมในขณะที่ยืนอยู่บนน้ำว่ายังสามารถประสานอิน รวมถึงแยกประสาทส่วนต่างๆได้อีกด้วย

 

 

 

นอกการึกควบคุมจักระแล้วเขายังฝึกฝนบ่มเพาะจักระเพื่อเพิ่มพูนมัน แต่เหตุผลที่เขาพัฒนาได้อย่างรวดเร็วก็คงเป็นเพราะวิสัยทัศน์ที่แปลกประหลาดของดวงตายามควบคุมจักระ

 

 

 

ในปัจจุบันเส้นชีพจรจักระหลายสิบเส้นได้ถูกเขาเปิดใช้แม้จะมีบางส่วนที่ยังไม่ถูกเปิดแต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะเส้นชีพจรจักระที่เหลือส่วนใหญ่คือเส้นชีพจรจักระร่างกาย

 

 

 

จากการศึกษาโครงสร้างร่างกายของเขาด้วยสายตาผิดแปลก ทำให้เขาเข้าใจร่างกายของนินจามากยิ่งขึ้นทำให้เขาสามารถเข้าใจว่าเส้นชีพจรจักระที่ยังไม่ได้ถูกเขาเปิดนั้นคือเส้นชีพจรจักระร่างกายต้องห้ามสำหรับการเปิดประตูด่าน

 

 

 

ดังนั้นเขาจึงไม่คิดที่จะเปิดมัน แม้เขาจะตั้งใจฝึกฝนเทคนิคร่างกาย แต่เขาไม่คิดจะใช้เปิดประตูด่านที่ต้องเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตในปัจจุบัน

 

 

 

นอกจากนี้เมื่อเขาเริ่มฝึกควบคุมจักระ เขาก็พบสิ่งวิเศษที่หลายคนต้องอิจฉานั่นก็คือพลังชีวิตและพลังวิญญาณของเขานั้นมีมากกว่าคนทั่วไปหลายสิบเท่า นี่อาจจะเป็นผลมาจากสายเลือดทางมารดามีนั่นคือขีดจำกัดทางสายเลือดของอุซึมากิและการข้ามโลกของเขา

 

 

 

คนธรรมดาไม่สามารถฝึกฝนพลังชีวิตและพลังวิญญาณในร่างกายได้ พลังงานทั้งสองจะเพิ่มขึ้นก็ต่อเมื่อมนุษย์เติบโตขึ้นตามอายุของแต่ละคน อย่างไรก็ตามคาซึยะนั้นแตกต่าง

 

 

 

เขาสามารถฝึกฝนพลังชีวิตและพลังวิญญาณได้ นี่เป็นจุดที่ตัวเขาคาดไม่ถึง โดยเฉพาะพลังวิญญาณที่สำคัญต่อเขามากเพราะมันสามารถช่วยให้เขาเบิกเนตรวงแหวนได้โดยการกระตุ้นด้วยวิญญาณ

 

 

 

ขอเพียงเขาถ่ายเทจักระและพลังวิญญาณเข้าสู่ดวงตา การที่เขาจะเบิกเนตรวงแหวนให้ตื่นขึ้นมาก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แต่นี่มันไม่ได้อยู่ในแผนเนื่องจากจักระของเขายังมีน้อยเกินไป

 

 

 

แถมสายเลือดของอุซึมากิและสายเลือดเซ็นจูภายในร่างกายของเขาก็จะยังไม่ตื่นขึ้น ถ้าตามที่เขาคาดการณ์ไว้ ขอเพียงเขาได้ฝึกฝนศาสตร์นินจาแพทย์ เขาสามารถกระตุ้นสายเลือดทั้งสองให้ตื่นขึ้นมาได้อย่างแน่นอน

 

 

 

แต่ตอนนี้ด้วยพลังชีวิตและพลังวิญญาณที่มากล้นทำให้เขาสามารถควบคุมและฝึกฝนร่างกายได้ดีกว่าคนทั่วไปขอแค่เขาขยันหมั่นฝึกซ้อม

 

 

 

"ตอนนี้เรายังไม่เข้าใจหลักในการสะสมจักระ"

 

 

 

แม้จะมีสายตาที่เยี่ยมยอดสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆภายในร่างกายได้แต่เขาไม่รู้วิธีการดึงจักระในอากาศภายนอก จนกระทั่งเขาลองใช้พลังวิญญาณเขาจึงได้วิธีฝึกฝนใหม่

 

 

 

ในขั้นต้นคาซึยะได้รับการปลูกฝังจักระตามวิธีพื้นฐานของบิดาและปู่ทวดตาแก่มาดาระเพื่อจะใช้เพิ่มพูนและสะสมจักระ แต่ในปัจจุบันเขาใช้พลังวิญญาณที่มากล้นของตนเองได้เป็นอย่างดี

 

 

 

ร่างกายที่ประกอบด้วยพลังงานของร่างกายในแต่ละเซลล์ทั้ง130ล้านเซลล์กลั่นกองพลังงานและแปรเปลี่ยนเป็นจักระ จากนั้นรวบรวมจักระที่มีเข้าไปเก็บไว้ในเส้นชีพจรและจุดศูนย์รวมจักระ

 

 

 

ซึ่งมันประสบความสำเร็จอย่างคาดไม่ถึง เขาสามารถดึงพลังงานจากเซลล์ในร่างกายได้ถึงสองในสามทำให้จักระของเขาเพิ่มพูนขึ้นมามากมายอย่างคาดไม่ถึง

 

 

 

และเพื่อให้ร่างกายและเส้นชีพจรเหมาะสมกับจักระ เขาจึงได้นำเอาแนวคิดเสริมสร้างด้วยเซลล์โดยนำพลังงานและพลังชีวิตในร่างกายมาเสริมสร้างเส้นชีพจรให้หนาแน่นและขยายตัวใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับจักระได้ในอนาคต

 

 

 

แม้การกระำเช่นนี้จะทำให้เขาสูญเสียจักระแปดในสิทุกวัน แต่นี่ไม่ใช่ปัญหาด้วยการเสริมสร้างทำให้เส้นชีพจรของเขาแข็งแกร่งคงทนและยืดหยุ่นผิดมนุษย์

 

 

 

และเขาก็ยังเสริมสร้างเส้นชีพจรต่อไปในช่วงค่ำคืน เขาเริ่มแบ่งตารางฝึกฝนให้เป็นระเบียบโดยช่วงเช้าฝึกควบคุมจักระกับบิดา ส่วนช่วงบ่ายศึกษานินจุสสุและการประสานอิน ช่วงเย็นและช่วงค่ำเขาจะมาเพิ่มพูนจักระและเสริมสร้างเส้นชีพจรต่อไป 

 

 

 

ถ้ายังเป็นแบบนี้ในอนาคตเขาสามารถเปิดจุดชีพจรของร่างกายเพื่อเปิดประตูด่านได้อย่างถาวรโดยไม่เกิดผลเสียจนกระทั่งหลายเดือนผ่านไปผลลัพท์จากการฝึกฝนตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาอุจิวะ คาซึยะในวัยสี่บวบปี มีพลังจักระในระดับสุดยอดเกะนิน!!

 

 

 

ปัจจุบันแม้แต่บิดาและมารดายังตกใจกับพลังของอุจิวะ คาซึยะ เพราะตัวเขาในวัยสี่ขวบปีในปัจจุบันมีรากฐานที่มั่นคงเกินวัย ตัวเขามีเส้นชีพจรรากฐานที่สามารถลองรับจักระได้ถึงระดับคาเงะ! ขอเวลาเพียงห้าถึงเจ็ดปีคาซึยะสามารถเข้าสู่ระดับสุดยอดคาเงะไม่ก็ระดับเทพนินจาได้อย่างแน่นอน!

 

 

 

"จากนี้ข้าสามารถฝึกนินจุสสุได้แล้วใช่หรือไม่ท่านพ่อ ?"

 

 

 

รอยยิ้มแสนทะเล้นเผยออกมาจากเด็กชายตัวเล็กๆ ทั้งคาซุกิและฮิเมโกะต่างก็จ้องมองเด็กชายที่ไม่ต่างจากจิ้งจอกตัวน้อยแสนเจ้าเล่ห์ด้วยท่าทีหน่ายใจ

 

 

 

"เอาเถอะจากนี้ข้าอนุญาติให้เจ้าก่อนอื่น เอานี่ไป"

 

 

 

คาซุกิส่งกระดาษสีขาวแผ่นเล็กๆสามแผ่ไปให้เด็กชายด้วยรอยยิ้ม ในขณะที่คาซึยะจ้องมองกระดาษในมือด้วยความตื่นเต้นเพราะถ้าเขาจำไม่ผิดเจ้านี่กระดาษทดสอบคุณสมบัติธาตุของจักระ

 

 

 

"ลองอัดจักระเข้าไปในกระดาษ"

 

 

 

"เข้าใจแล้วท่านพ่อ"

 

 

 

เด็กชายเริ่มส่งจักระลงไปในกระดาษเพียงครู่เดียวกระดาษในมือก็ส่งปฏิกิริยาแปลกๆออกมา มันเริ่มย่นจากนั้นก็ขาดเป็นสองท่อนก่อนจะเริ่มเปียกในฝั่งซ้าย ส่วนกระดาษฝั่งขวากลายเป็นสีตาลแข็งตัวและสลาย และสุดท้ายกระดาษทั้งสองฝั่งก็ลุกไหม้เป็นเปลวเพลิงเป็นเถ้าถ่าน

 

 

 

"นะ นี่ คาซุยะมีจักระห้าธาตุแถม... ยังมีธาตุน้ำและธาตุดิน"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น