ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 1 อุจิวะ คาซึยะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 อุจิวะ คาซึยะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.3k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ค. 2562 10:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 อุจิวะ คาซึยะ
แบบอักษร

ณ หมู่บ้านโคโนฮะงาคุเระ คฤหาสน์เรือนไม้แถวชานเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่กลุ่มตระกูลอุจิวะที่ถูกย้ายมาอยู่แถวนี้จากคำสั่งของโฮคาเงะรุ่นที่2

 

 

 

"ท่านนี่ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ ดูแลลูกยังไงให้เขาพลาดท่าจมน้ำแบบนี้"

 

 

 

หญิงสาวผมยาวสีขาวเข้มวัยประมาณ 25 ปีกำลังนั่งบ่นชายหนุ่มผมสีดำที่มีอายุพอๆกับหญิงสาว ชายหนุ่มได้แต่นั่งก้มหน้าก้มตาสำนึกผิด ขณะที่สายตาจดจ้องไปยังเด็กชายผมดำวัยประมาณสามปีที่แสนน่ารักน่าชังบนตักของหญิงสาวด้วยสีหน้าอ้อนวอน

 

 

 

"ท่านแม่อย่าดุท่านพ่อเลยนะครับ ข้าผิดเองที่แอบไปที่ทะเลสาบ"

 

 

 

เด็กชายเหล่มองบิดาเล็กน้อยก่อนเงยหน้ากล่าวแก้ต่างให้บิดาอย่างช่วยไม่ได้ เพราะจริงๆแล้วมันผิดที่เขาเองที่แอบไปฝึกควบคุมจักระในทะเลสาบ ท่าทางเกินวัยทำให้หญิงสาวผู้เป็นแม่ได้แต่ส่ายหัว

 

 

 

"เข้าใจแล้ว ว่าแต่เจ้าไปทำอะไรที่ทะเลสาบ อย่าบอกนะว่าเจ้าแอบไปฝึ..."

 

 

 

พอเด็กน้อยที่รู้ตัวว่าจะโดนมารดาดุก็รีบลุกขึ้นจากตักของหญิงสาวและวิ่งหนีไปที่ห้องอย่างเร่งรีบ ตั้งแต่จำความได้เขาก็ลองดีแบบนี้มาหลายรอบ แล้วก็โดนมารดาเอ็ดทุกครั้ง

 

 

 

"เจ้าเด็กคนนี้ เขาซนเช่นใครกันนะ"

 

 

 

หญิงสาวกล่าวพร้อมเหล่มองไปทางสามีก่อนจะถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ ยามเธอนึกถึงชายหนุ่มผู้เป็นสามีสมัยเยาว์วัยที่แสนดื้อและซนก็เริ่มเข้าใจ เขาคนนี้ช่างต่างจากอุจิวะคนอื่นๆ แต่นี่ก็ทำให้เธอหลงรักเขาเช่นกัน

 

 

 

"แหะๆ"

 

 

 

ชายหนุ่มได้แต่เกาหัวและหัวเราะแห้งๆ ในขณะที่สายตาที่แสนจริงจังเหล่มองไปยังประตูห้องที่ลูกชายตัวน้อยเขาวิ่งเข้าไป

 

 

 

"มันคงจะถึงเวลาที่จะเริ่มสอนเขาถึงพื้นฐานของนินจา"

 

 

 

"มันไม่เร็วไปรึ คาซุกิ ?"

 

 

 

"ไม่เลย คาซึยะนั้นมีร่างกายที่ดีต่างจากอุจิวะแบบข้า ดูเหมือนเขาจะได้เส้นจักระที่เข้มแข็งอย่างตระกูลเจ้ามานะ ฮิเมโกะ"

 

 

 

ชายหนุ่มกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง ในขณะที่หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจและพยักหน้าตกลงก่อนจะพากันเดินเข้าไปในห้องเพื่อพูดคุยกันอย่างข้าวใหม่ปลามันเสียงไร้ศีลธรรมดังออกมาโดยทั้งคู่ไม่ได้รู้เลยว่าในมุมมืดมีเด็กชายตัวน้อยแอบฟังการพูดคุยอยู่ตลอด

 

 

 

ใบหน้าของเด็กน้อยตอนนี้มีความตื่นเต้นแฝงไว้หลังจากได้ยินบทสนทนาของบิดาและมารดา ในที่สุด!! นี่คือสิ่งที่หวังมาตลอดสามปีตั้งแต่มาเกิดใหม่ในร่างนี้

 

 

 

ใช่แล้วอุจิวะ คาซึยะในอดีตไม่ใช่คนจากโลกนี้ ในอดีตเขาเป็นเพียงแพทย์ชายโสดวัยกลางคนที่ไร้ญาติมิตร และก็มีอดีตสหายอยู่เพียงคนเดียว เขาเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ต้องดิ้นรนสร้างเนื้อสร้างตัวจนได้ดิบได้ดี แต่สุดท้ายเนื่องจากการทำงานหนักจนหัวใจล้มเหลวฉับพลันทำให้เขาสิ้นใจคาโต๊ะทำงาน

 

 

 

ชีวิตก่อนหน้านี้เขาต้องคอยดิ้นรนอยู่เสมอ ในขณะที่ปัจจุบันเขาต้องพยายามดิ้นรนยิ่งกว่า เพราะนี่คือโลกแห่งความอดทนที่เต็มไปด้วยอันตรายนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะในหมู่บ้านหรือนอกหมู่บ้าน

 

 

 

โลกนี้ความแข็งแกร่งถือเป็นที่สุด ทำให้คาซึยะที่เกิดใหม่มายังโลกใบนี้ตั้งเป้าหมายที่จะแข็งแกร่งขึ้นให้มากที่สุด เขาต้องการปกป้องครอบครัวที่ในอดีตเขาแสวงหามาโดยตลอดให้ได้

 

 

 

"ยังดีที่สมัยก่อนเจ้าซาจิชวนเราดูนารูโตะจนจบหลายสิบรอบ"

 

 

 

เมื่อนึกถึงซาจิชาวโอตาคุเพื่อนสนิดที่คอยดูแลเขาอยู่เสมอก็ได้แต่ถอนหายใจ เพราะเจ้าหมอนั่นจากไปหลังจากพวกเขาเรียนจบด้วยอุบัติเหตุทางอากาศ

 

 

 

แปะๆ 

 

 

 

"เอาละตอนนี้สิ่งที่เราต้องระวังก็คือกลุ่มรากของโคโนฮะ  โอโรจิมารุ และคนอื่นๆ ทั้งในหมู่บ้านและนอกหมู่บ้านต่างก็เป็นศัตรู รวมถึงบรรพบุรุษสายตรงปู่ทวดของเรา อุจิวะ มาดาระ!"

 

 

 

สิ่งที่น่าหวาดกลัวที่สุดในโลกใบนี้สำหรับเขาก็คืออุจิวะ มาดาระ ผีแห่งอุจิวะผู้เป็นปู่ทวดแท้ๆของเขา แม้เขาจะเป็นลูกหลานสายตรงของชายคนนั้น เขาก็ไม่มั่นใจว่าตาแก่งี่เง่าที่ทิ้งตระกูลไปจะยินยอมปล่อยชีวิตน้อยๆของเขาไป

 

 

 

ตอนแรกเขาก็ค่อนข้างตื่นเต้นไม่น้อยยามเข้าไปในห้องเก็บของและพบพัดทรงน้ำเต้า อาวุธประจำตัวของอุจิวะ มาดาระ ซึ่งนั่นทำให้เขาเข้าใจว่าตัวเขานั้นเป็นเหลนสายตรงของเขา แต่ภายหลังก็รู้สึกแย่เพราะตาแก่นั่นคงจะถูกชักใยให้หลงผิดโดยคุโรเซ็ทสึ

 

 

 

น่าเสียดายที่เขาไม่มีความคิดที่จะช่วยตาแก่ในตอนนี้ อ่านจันทรานิรันดร์เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นมาดังนั้นเพื่อตัวเขาเองสิ่งแรกที่เขาต้องทำคือเพิ่มความแข็งแกร่งเพื่อปกป้องครอบครัวและหยุดตาแก่ผู้หลงผิด

 

 

 

"ก่อนอื่นเราต้องไม่ตาย มันไม่ง่ายเลยเพราะในช่วงปีนี้ยังอยู่ในใกล้สงครามโลกนินจาครั้งที่สาม เราต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อเป็นที่หนึ่งของโลกแห่งความอดทน"

 

 

 

เด็กชายตัวน้อยกำหมัดแน่ด้วยสีหน้าที่แน่วแน่ ตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกหลายปีก่อนที่จะเริ่มสงครามโลกนินจาครั้งที่สาม และอีกอย่างในอนาคตนั้นไม่แน่นอน เขาไม่คิดจะพึ่งเนื้อหาประวัติศาสตร์ในอนิเมะ เพราะประวัติศาสตร์จะต้องถูกเปลี่ยนเพราะเขา

 

 

 

"โดยเริ่มจากการเป็นอัจฉริยะเกะนินที่อายุน้อยที่สุดแทน ฮาตาเกะ คาคาชิที่แก่กว่าเราหนึ่งปี"

 

 

 

เขาได้แต่คิดและร่างกายที่เยาว์วัยก็เริ่มอ่อนเพลียจากการวิ่งไปมาแถวทะเลสาบ มือเล็กๆขยี้ตาก่อนจะกระโดดขึ้นไปนอนบนเตียงด้วยความหวังในวันพรุ่งนี้

 

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้นเขาถูกปลุกด้วยเสียงเรียกของมารดาผู้สอนอ่อนโยน อาบน้ำล้างหน้าล้างตาและไปกินข้าวกับคาซุกิและฮิเมโกะผู้เป็นบิดาและมารดา ด้วยรอยความรักบนโต๊ะอาหารทำให้เด็กชายยิ้มแย้มอย่างแจ่มใส

 

 

 

นี่คือครอบครัวมันเป็นสิ่งที่เขาโหยหามันมาโดยตลอด จึงไม่แปลกที่เขาจะตั้งมั่นปกป้องสิ่งนี้จากภัยอันตรายรอบด้านในอนาคต

 

 

 

"คาซึยะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปข้าจะสอนวิธีบ่มเพาะจักระให้เจ้า หวังว่าเจ้าจะตั้งใจ"

 

 

 

เด็กชายพยักหน้าอย่างตั้งมั่น เพราะตอนนี้เขาพึ่งใครนอกจากบิดาและมารดาไม่ได้ เพราะครอบครัวเขาก็มีสถานะไม่ค่อยดี เนื่องจากพ่อเขาที่มีปู่เป็นผู้ทรยศแถมยังมีภรรยาที่เป็นคนของตระกูลเซ็นจู

 

 

 

ทำให้บ้านของเขาค่อนข้างถูกกรีดกันจากตระกูลอุจิวะ รวมถึงคนในตระกูลเซ็นจูด้วยดังนั้นเขาจึงเข้าใจในความคิดของบิดาและมารดา

 

 

 

"ข้าจะขยันเพื่อกลายเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดในโลก"

 

 

 

"ฮ่าๆ นั่นคือสิ่งที่ดีเจ้าลูกตัวแสบ หลังจากกินข้าวเสร็จข้าจะนำคัมภีร์มาและเริ่มอธิบายให้เจ้าฟัง"

 

 

 

ชายหนุ่มได้แต่หัวเราะ ในขณะที่มีนำไปขยี้หัวลูกชายตัวน้อยของเขา คาซึยะคือความหวังของเขาและฮิเมโกะ  ที่จะเหนือกว่าลูกชายของซาคุโมะเพื่อนของพวกเขา

 

 

 

หลังจากกินข้าวเสร็จคาซุกิผู้เป็นบิดาก็เดินไปหยิบคัมภีร์ม้วนออกมาจากห้องเก็บของ คัมภีร์ม้วนขนาดเท่าตัวคาซึยะถูกถือออกมา ชายหนุ่มเริ่มประสานอินและคลายผนึกที่ร่างไว้บนคัมภีร์ ก่อนจะส่งให้ลูกชายตัวน้อยที่กำลังนั่งคอยอย่างมีความหวังในโรงฝึกประจำบ้าน

 

 

 

"นี่คือวิถีการบ่มเพราะจักระของท่านปู่มาดาระก่อนที่ท่านจะทรยศทิ้งตระกูลและหมู่บ้านไป ท่านได้บันทึกวิธีฝึกฝนจักระเฉพาะขีดจำกัดทางสายเลือดแห่งอุจิวะไว้"

 

 

 

คาซึยะที่ได้ยินบิดากล่าวก็รู้สึกแปลกใจ เขาไม่คิดเลยว่าตาแก่นั่นจะทิ้งหลายสิ่งหลายอย่างไว้ และจากที่พ่อของเขาอธิบายดูเหมือนว่าตาแก่มาดาระจะมอบสิ่งต่างๆไว้ให้สายหลักแบบพวกเขาโดยเฉพาะ

 

 

 

เด็กชายเริ่มสยายคำภีร์ออกและจ้องมองรูปวาดและลายมือที่เขียนคำอธิบายไว้ทั้งหมดทั้งจุดจักระและเส้นจักระเฉพาะ ที่เป็นต้นกำเนิดพลังของตระกูลอุจิวะ ทั้งนี้ในม้วนคัมภีร์ยังมีการอธิบายถึงวีธีเบิกเนตรวงแหวนตั้งแต่หนึ่งถึงสามลูกน้ำ(โทโมเอะ) และความสามารถของมัน โดยสร้างแรงกดดันและความรู้สึกให้แก่ตนเอง

 

 

 

และยังมิวิธีเบิกเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา(Mangakyou Sharingan) แบบดั้งเดิมที่ต้องเห็นคนที่เรารักเสียชีวิตและแบบใหม่ที่ตาแก่นั่นคิดค้นขึ้นมา นั่นคือการกระตุ้นด้วยภาพลวงตาจริงซึ่งผู้เบิกเนตรต้องมีพลังในการสะกดจิตตัวเองได้อย่างสมบูรณ์เป็นอย่างน้อย

 

 

 

สุดท้ายสิ่งที่ไม่น่ามากที่สุดสำหรับแต่แก่นั่น เขาไม่คิดจริงๆว่าตาแก่จะเขียนวิธีการเบิกเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์ไว้ด้วย ซึ่งวิธีการเบิกเนตรนี้สุดท้ายก็ยังต้องใช้แก้วตาในการปลูกถ่ายทับซ้อนกับผู้ต้องการเบิกเนตรอยู่ดี

 

 

 

อ่านถึงส่วนเนตรนิรันดร์คาซุกิผู้เป็นพ่อยังคอยมองการกระทำของลูกชายอยู่เสมอ เขายังแอบคาดหวังบางสิ่งจากเด็กชายคนนี้ 

 

 

 

"ช่างเป็นพลังที่น่ารังเกียจสิ้นดี"

 

 

 

ท่าทีขยักแขยงที่เด็กชายแสดงออกมาทำให้คาซุกิแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก เขามองลูกชายตัวน้อยของเขาด้วยรอยยิ้มก่อนจะเริ่มอธิบายตามคำภีร์ที่เขียนไว้และเพิ่มประสบการณ์ตลอดชีวิตของเขาลงไปด้วย

 

 

 

คำอธิบายทั้งหมดนี้ยังมีคำแนะนำทั้งข้อดีและข้อเสียอยู่ด้วย มันช่างน่าแปลกใจที่ชายแก่แสนเห็นแก่ตัวอย่างอุจิวะ มาดาระยังคงมอบสิ่งต่างๆให้แก่ครอบครัวสายตรงของเขา และที่มันไม่ปรากฏขึ้นมา เหตุผลก็คงเป็นเพราะเลือดสายตรงของมาดาระนั้นได้ตายไปหมดแล้ว

 

 

 

"แล้วเจ้านี่คือสิ่งใดท่านพ่อ ?"พอคาซึยะอ่านบทเกี่ยวกับเนตรเสร็จ เจ้าตัวก็เริ่มสนใจบางสิ่งที่มีอักษรรูปร่างแปลกๆ เขียนไว้

 

 

 

"มันยังไม่ถึงเวลา ตอนนี้สิ่งที่เจ้าต้องทำก็คือฝึกจักระ ควบคุมจักระ และเพิ่มจักระ ฝึกการประสานอิน อาวุธลับและอาวุธหลัก"

 

 

 

"แล้วรีดเร้นจักระเพื่อใช้นินจุสสึ และเกนจุสสึละท่านพ่อ ?"

 

 

 

"ยังไม่ถึงเวลา แม้ร่างกายของเจ้าจะดีเกินวัย แต่การสร้างรากฐานต้องทำไปอย่างช้าๆ เจ้าไม่จำเป็นต้องรีบร้อนนี่ยังเหลือเวลาอีกสองปีที่เจ้าจะเข้าโรงเรียนนินจา"

 

 

 

เด็กชายพยักหน้าอย่างเข้าใจ แม้เขาจะสนใจวิชานินจาอยู่บ้างแต่เขาเชื่อฟังคำพูดของบิดามากกว่า แถมในอดีตเขาก็มีประสบการณ์ของตัวเองแล้วทำให้เขาเข้าใจว่าการสร้างรากฐานนั้นดีที่สุดไม่ว่าจะเป็นสิ่งไหนบนโลกก็ตามแต่

 

 

 

เช่นการเรียนรู้ถ้าไม่อ่านหนังสือเราจะอ่านออกหรือไม่ ถ้าเราวางรากฐานในการอ่านหนังสือเพื่อเพิ่มความรู้อยู่เสมอ เชื่อได้เลยว่าการเรียนจะกลายเป็นเรื่องที่ง่ายดายในอนาคต

 

 

 

"เอาละมาฝึกกันเลย ก่อนอื่นก็นี่ เอาใบไม้ไปแตะที่หน้าผากของเจ้าและควบคุมไม่ให้มันตก ถ้าเจ้าลองควบคุมจักระตามคำอธิบายในม้วนคัมภีร์เชื่อได้เลยว่าใบไม้จะไม่ตกหล่น"

 

 

 

คาซุกิอธิบายพร้อมแสดงวิธีการให้ดูแม้วิธีการนี้จะเป็นสิ่งที่ตระกูลอุจิวะรังเกียจ แต่นี่ไม่ใช่กับพ่อของเขาที่มีภรรยาเป็นคนของเซ็นจูดังนั้นเขาจึงนำวิชาพื้นฐานของหมู่บ้านโคโนฮะงาคุเระมาใช้อย่างไม่รังเกียจ

 

 

 

"เป็นยังไงทำได้...นะ นี่!!"

 

 

 

คาซุกิได้แต่เบิกตากว้างโต เพราะตอนนี้เจ้าลูกชายตัวแสบของเขากำลังเดินต่ายกำแพงโรงฝึกแถมบนหน้าผากยังมีใบไม้ติดอยู่ถึงสามสี่ใบ เร็วมากความเข้าใจในการเรียนรู้ของเขานั้นดีเกินไปจนเขาเริ่มอิจฉา นี่มันเกินเด็กสามขวบไปแล้ว!!

 

 

 

ถ้าคาซึยะรู้ความคิดของบิดาคงรู้สึกดีอย่างแน่นอน ในปัจจุบันแม้เขาจะสามารถควบคุมจักระได้อย่างสมบูรณ์แบบแต่นี่เป็นเพราะในอดีตเขาแอบไปฝึกมาแล้วจึงรู้หลักการควบคุมจักระพอสมควรหลังจากลองผิดลองถูกมาหลายเดือน

 

 

 

แต่การฝึกคราวเขารู้สึกผิดปกติเพราะตอนนี้เขาสามารถเห็นสิ่งต่างๆ ภายในร่างกายจนกระทั่งเซลล์เล็กๆราวกับกล้องจุลทัศน์ พอลองควบคุมจักระให้สมดุลวิสัยทัศน์ก็เปลี่ยนไปแบบซูมเข้าและซูมออก

 

 

 

'นะ นี่คืออะไร ?'

 

 

 

ตอนนี้เขาสามารถเห็นเส้นและจุดจักระทั้งหมดภาพในร่างกาย น่าตกใจที่เขาพบว่ายังมีเส้นจักระอีกหลายสิบเส้นที่ยังไม่ถูกเปิด และที่เขาจำได้เส้นจักระเหล่านี้มีเขียนไว้ในม้วนคำภีร์ของอุจิวะ มาดาระ

 

 

 

แต่สิ่งที่เขาตกใจมากที่สุดก็คือเขาเห็นละอองแสงสีฟ้าที่กำลังถูกซึมซับและเข้ามาสู่ร่างกายของเขาและเปลี่ยนเป็นจักระเพิ่มเข้ามา แม้มันจะบางเบาแต่เขาก็สามารถสัมผัสได้ว่าจักระภายในร่างกำลังเติบโตขึ้น แต่สิ่งที่เขาสนใจไม่ใช่สิ่งนี้ แต่เป็นดวงตาแปลกๆของเขาต่างหาก

 

 

 

'หรือว่านี่คือความสามารถหลังจากการเกิดใหม่ ?'

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น