say windy

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บันทึกที่ 10 เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิด เราจึงไม่ทันตั้งตัวยังไงล่ะ

ชื่อตอน : บันทึกที่ 10 เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิด เราจึงไม่ทันตั้งตัวยังไงล่ะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 766

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ต.ค. 2558 12:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บันทึกที่ 10 เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิด เราจึงไม่ทันตั้งตัวยังไงล่ะ
แบบอักษร

 

บันทึกที่ 10

เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิด เราจึงไม่ทันตั้งตัวยังไงล่ะ

 

กริช ฉันว่าแกน่าจะพอใจแล้วนี่ พวกเด็กปลอดภัยแล้ว ชายหนุ่มพูดขึ้นขณะมองเจ้าคนที่ทำท่าจะออกไปข้างนอก หลังจากสวาปามข้าวกลางวันส่วนของเขาจนเกลี้ยงเกลา

 

ฉันแค่อยากไปดูที่เกิดเรื่องเฉยๆ

 

ไปเพื่อ? ป่านนี้คนเขาเก็บกวาดกันหมดแล้ว พวกของมีค่าอะไรในนั้นคงถูกฉกไปแล้ว นายไปตอนนี้จะได้อะไรขึ้นมา” เขาเอื้อมมือไปจับแขนเจ้าคนดื้อ รู้สึกไม่ดีขึ้นมาเพราะแขนของอีกฝ่ายเย็นกว่าปกติ

 

เทลเลอร์นึกเสียใจนิดหน่อยที่โทรตามอีกฝ่ายแต่เช้า แต่ถ้าไม่รีบโทรบอกก่อนคาดว่ากริชอาจจะซิ่งมอเตอร์ไซค์มาบีบคอเขาถึงห้องเลยก็ได้

 

ถ้าไปแล้วฉันจะตรงกลับบ้านเลย มีเรื่องอะไรให้โทรบอกฉันล่ะกัน

 

สบนัยน์ตาสบกัน ก่อนที่ฝ่ายยอมแพ้จะเป็นเทลเลอร์ซะเอง ถ้าเจ้าคิมมันโทรมาบอกว่าแกทรุดฉันจะจับแกมานอนให้น้ำเกลือ ว่าพลางดึงเจ้าน้องชายตัวดีเข้ามากอดแรงๆ กริชส่งเสียงประท้วงเล็กน้อย พยายามดันตัวเองออกมา แต่ไม่ได้ทำรุนแรงใส่แบบงวดก่อนๆ สุดท้ายเมื่อไม่ได้ผลจึงบ่นออกมาว่า ทำตัวเป็นเด็กๆไปได้

ไอ้น้องตัวแสบนี่ชอบทำเขาเป็นห่วงอยู่เรื่อย

 

 

*****

 

กริชมองเศษซากอาคารเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก เสียงพูดคุยจอแจกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เข้าโสตประสาทของเขาเลยแม้แต่น้อย ในเมื่อมีสิ่งที่ดึงความสนใจจากเขาไปหมด

 

ชิบ...” เด็กหนุ่มสบถออกมาเบาๆ

 

อาคารพาณิชย์ทั้งแถบมีทั้งหมดยี่สิบกว่าหลัง ทว่าที่พังครืนลงมากลับมีแค่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเก่าที่เดิมเท่านั้น แถมรูปแบบของมันยังเหมือนถูกอะไรสักอย่างพุ่งชนจนเศษซากกระเด็นไปละทิศละทางราวกับถูกลูกตุ้มยักษ์ทุบตอนจะทำลายตึกไม่มีผิด

 

ตึกถล่มเพราะโครงสร้างไม่ดีบ้าอะไรกัน!?!

 

กริช

 

เสียงไนเจิลดังขึ้น ทำให้เจ้าของชื่อหันขวับ เดินไปกระชากเจ้าของเสื้อด้วยแววตาเกรี้ยวกราดท่ามกลางสายตาของฮันเตอร์คนอื่นๆ บางคนถึงกับชักอาวุธขึ้นมา ทว่าไนเจิลหันไปยกมือห้ามไว้

 

ตึกถล่มบ้านนายสิ คิดว่ามันเป็นเรื่องตลกนักรึไง!!” เสียงตะโกนดังลั่นจนทุกคนสะดุ้ง ดวงตาของไนเจิลเบิกกว้างเมื่อได้ยิน แต่ก็พยายามพูดตอบด้วยเสียงสงบ

 

ก็ไม่ตลกแต่พวกเราไม่อยากให้มันเป็นเรื่องใหญ่

 

เรื่องใหญ่? กริชทวนเสียงสูง ทำให้ไนเจิลตัดสินใจลากให้อีกฝ่ายไปคุยกันที่อื่น เพราะสายตาของทุกคนเริ่มมองมาทางนี้กันแล้ว

 

กริช...ตอนนี้ตึกทั้งหมดถูกสร้างขึ้นมาด้วยภาพลวงตาทำให้เหมือนว่ามันเกิดการถล่มตามปกติจริงๆ คนธรรมดาไม่มีทางเห็น ขนาดคุณเทลเลอร์ยังมองว่ามันเป็นเรื่องปกติ ฮันเตอร์พูดขึ้นเมื่อลากเจ้าคนขี้โวยวายออกมาไกลๆจากสถานที่เกิดเหตุ

 

ว่ายังไงนะ?

 

ฮันเตอร์ส่วนใหญ่เป็นสถานที่รวมมนุษย์ผู้มีพลังพิเศษอันเกิดจากเทคโนโลยีสมัยสงคราม แต่เขาไม่ยักจะรู้เลยว่าจะมีพลังในการสร้างภาพลวงตาได้ระดับนี้มาก่อน เพราะถ้าเทียบกับพวกขายวิญญาณให้ปีศาจเจ้าพวกนี้จะมีพลังทำนองนี้เสียมากกว่า

 

แต่ที่แน่ๆเขาไม่รู้เลยว่าจะทำไปเพื่ออะไร

 

คนที่มองเห็นว่าจริงๆแล้วมันเกิดอะไรขึ้นได้มีแต่พวกพลังพิเศษ...กริช นายไม่คิดจะใช้พลังของตัวเองในการช่วยคนอื่นบ้างเหรอ คำอธิบายที่ทำให้คนฟังส่งเสียงในลำคอ

 

อย่าบอกนะว่านายโกหกฉันเพื่อล่อให้ฉันมาดูที่นี่? ถ้าใช่ไนเจิลคงอยากเจอต่อยจนหัวหมุนรอบทิศได้กระมัง

 

ไม่ มันคือเรื่องบังเอิญ แล้วก็อย่างที่นายคิด เด็กหนุ่มพูดออกมาเสียงเครียดกว่าตอนแรก มีปีศาจสักตัวเข้ามาทำลายที่นี่

 

ดวงตาสีเทาวาวโรจน์ขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินจนไนเจิลแอบขนลุกซู่

 

ไม่ก็มนุษย์ดัดแปลงหรือพวกมีพลังพิเศษ กริชต่อคำเสียงเหี้ยมไม่แพ้แววตา คิดว่าใคร?

 

ฉันคิดว่านายควรจะรู้...ตอนนั้นไม่มีใครอยู่ในที่เกิดเหตุ ทุกคนพูดตรงกันว่าได้ยินเสียงอะไรสักอย่างพังลงมา พอออกมาก็พบว่าตึกมันเป็นแบบนี้ไปแล้ว พวกชั้นก็เลยรีบเข้ามาจัดการก่อนที่เรื่องมันจะไปกันใหญ่ ไนเจิลพูดเสียงเอื่อย พยายามไม่ให้อารมณ์อีกฝ่ายปะทุ เพราะจากที่พบกันเขาคาดเดาไม่ออกเลยว่าอีกฝ่ายจะตอบสนองรุนแรงกว่านี้หรือเปล่า สัมภาระของเด็กพวกนั้นทางเราเก็บเอาไว้ ถ้าพวกเขาฟื้นก็เอาไปได้เลย

 

เสียงถอนหายใจออกมาจากกริชแทนคำตอบ ก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะเดินดุ่มๆกลับไปทางตึกที่ถล่มลงมา

 

 “คิดจะทำอะไร ไนเจิลส่งเสียงเรียกเพื่อนตัวเองด้วยความสงสัย

 

หุบปาก ช่วยเงียบๆที กริชพูดโดยไม่ทันมามองคนถูกสั่ง มือแตะลงบนเศษอิฐชิ้นต่อชิ้น หยิบขึ้นมาพิจารณาเล็กน้อย วางลง แล้วหาก้อนอื่น ทำแบบนี้ไปซ้ำๆราวกับหาอันที่เหมาะมือไว้เขวี้ยงใส่หัวใครสักคน ทว่าสำหรับคนที่มองออกกลับไม่ใช่แบบนั้น

 

จับพลังปีศาจได้อย่างนั้นเหรอ ไนเจิลพูดด้วยความทึ่งเมื่อพอเดาออกว่าอีกฝ่ายต้องการจะทำอะไร ก่อนหันไปส่งสัญญาณกับคนอื่นๆว่าไม่มีอะไรผิดปกติ

 

แค่เบื้องต้น ถ้าจับเคล็ดของปีศาจได้ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร พวกปีศาจมีหลายร้อยสายพันธ์ก็จริง ความเฉพาะตัวของมันคงต้องพึ่งพวกสายพันธ์สุนัขถึงจะแยกแยะพวกนั้นเจอ แต่พวกที่มีพลังทำลายตึกทั้งแถบได้มีแค่ไม่กี่สายพันธ์หรอกที่จะเดินมาที่นี่แบบไม่มีใครรู้สึก กริชพูดหลักการง่ายๆของตัวเองออกมา

 

จริงๆเขาจะเค้นคอให้ไนเจิลไปตรวจสอบให้ก็ได้ ฮันเตอร์มีหน้าที่แบบนี้อยู่แล้ว แต่ลึกๆในใจเขาแอบคิดว่าน่าจะเป็นคนรู้จัก อาจจะเป็นอริเก่า หรือพวกที่อยู่ในเมืองแล้วได้ยินกิตติศัพท์ของเขาเลยอยากลองของ เพราะเขาก็ไม่ใช่เด็กดีสักเท่าไหร่สำหรับที่นี่ ประกอบกับฮันเตอร์ได้ใช่ว่าจะสัมผัสพลังปีศาจได้ทุกคน ดีไม่ดีอาจจะรู้จักกับคนทำอีกต่างหาก ดังนั้นที่ต้องทำตอนนี้คือการพึ่งตัวเองมากกว่า

 

ไม่ว่าคนทำจะเป็นใคร เขาจะไม่ปล่อยมันให้ลอยหน้าลอยตาต่อไปแน่

 

 

*****

 

            สุดท้ายพลังอันน้อยนิดของเขาก็จับได้แค่ว่า นอกจากจะไม่ใช่พวกในเมืองแล้ว อาจจะเป็นพวกจากโลกมืดด้วย เพราะไอปีศาจจะต่างกับปีศาจที่อาศัยอยู่ในโลกมนุษย์

 

เขาเคยเจอคนจากโลกมืดแค่ครั้งเดียว คิดว่าระบบประสาทตัวเองไม่น่าจะฝ่อจนจำผิด

 

ก็เคยมีความหลังไม่ค่อยจะดีนี่นะ...

 

หลังจากบอกไปแล้วพวกไนเจิลต่างก็พากันทำหน้าตกอกตกใจแล้วไปสุมหัวกันร่วมชั่วโมง เขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไหร่ แต่คงไม่พ้นเรื่องอาจจะปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไป

ใครอยากจะมีปัญหากับโลกมืดกันล่ะ

 

ไม่ใช่ครั้งแรกที่ปีศาจทำตามอำเภอใจแบบนี้ บางทีหากพวกมันจะลากคนไปกินหรือถล่มตึกสักแห่งสองแห่ง สิ่งที่ได้รับกลับมาก็คงไม่พ้นเสียงชื่นชมของพวกรักความรุนแรง

 

แล้วถ้าสาเหตุในการกระทำครั้งนี้คือความสนุกด้วยเหมือนกัน บางทีเขาคงได้สร้างผลงานในการฆ่าพวกปีศาจด้วยมือเปล่าสักตัว เพิ่มค่าหัวให้ตัวเองและเพิ่มความปวดตับให้ฮันเตอร์และตำรวจ

 

แล้วนายตามชั้นมาทำไมเนี่ย เขาโพล่งออกมาเสียงหงุดหงิด หันขวับไปยังอดีตเพื่อนเก่าที่ยังตามมาไม่เลิก แม้ว่าเขาจะขึ้นคร่อมบิ๊กไบค์ลูกรักที่ไม่ได้ขับซะนานเรียบร้อยแล้ว

 

ถ้านายคิดจะให้ข้ารับใช้ช่วยตามหา ฉันก็อยากจะขอความร่วมมือ

 

นี่ คิดว่าฉันจะให้...

 

ฉันช่วยนายไว้เมื่อกลางวันนะ

 

กริชชะงักไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าจะเจอมุกนี้เข้าแล้ว ห๊ะ นี่คิดทวงบุญคุณแล้วเหรอ เท่าไหร่บอกมา? กะอีแค่เบอเกอร์กับน้ำขวดเดียวมันคงไม่กี่ตังค์หรอก แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยอมรับข้อเสนอของเขา

 

หรือว่านายจะเป็นพวกไม่สำนึกบุญคุณ

 

กริชอ้าปากจะด่า แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเงียบเมื่อคิดถึงใบหน้าใจดีของพ่อแม่ไอ้คนทวงบุญคุณตรงหน้า ทำเอาเขาไม่กล้าขุดรากเหง้าขึ้นมาด่าแบบคนก่อนๆ สุดท้ายจึงได้แต่ตบตรงเบาะรถด้านหลังตัวเอง โพล่งออกมาเสียงหงุดหงิด ถ้าไม่กลัวพวกนั้นงับหัวนายก็ขึ้นมา

 

เพราะมัวแต่วุ่นวายกับหลายๆอย่าง (ส่วนใหญ่คือการทะเลาะกับฮันเตอร์คนอื่น) รู้ตัวอีกทีดวงตะวันก็จะตกดินอยู่รอมร่อจนคิดว่าควรรีบกลับบ้าน ก่อนที่แวมไพร์ประจำบ้านจะพาตัวเองออกมาบ่นกรอกหูใส่

 

ตั้งแต่ปิดเทอมเขารู้สึกว่าตัวเองจะใช้เวลาเกินออกมาจากตารางที่กำหนดไว้บ่อยเกินไปแล้ว ต่อไปคิดว่าคงต้องให้คิมเลื่อนเวลาจัดอาหารเย็นออกไปอีก

 

คิมคงไม่กัดหรอกมั้งนะ

 

เฮ้ย จับอะไรน่ะ!? คิดเพลินไปหน่อย รู้ตัวอีกทีไนเจิลก็ขึ้นมานั่งด้านหลังเรียบร้อยพร้อมใช้มือกอดเอวเขาไว้แน่น คางอีกฝ่ายก็แทบจะเกยไหล่เต็มที่จนรู้สึกถึงลมหายใจเป่ารดข้างหูชวนสยองพิลึก คงออกมาเป็นภาพชวนจั๊กจี้แปลกๆ

 

จะให้ฉันร่วงลงไปรึไง แล้วนายเล่นปรับเบาะให้ซ้อนได้แค่สองคนอีกต่างหาก ทนๆหน่อยล่ะกัน เสียงกระซิบดังข้างหูเกินความจำเป็น

 

เออ แต่ผู้ชายด้วยกันมันควรกอดเอวกันแบบนี้รึเปล่าวะ แวมไพร์ประจำบ้านยังไม่เยอะขนาดนี้เลยนะ

 

ฮึ่ยอยากกอดก็กอดไป ถ้าร่วงก็อย่าลากชั้นลงไปด้วยก็พอ!”

 

 

*****

เฮ้ย!” เสียงอุทานโหวกเหวกทำให้คิมชะงัก หันไปยังเด็กหนุ่มผมสีขาวกำลังกระโดดออกมาจากกะทะที่กำลังปะทุด้วยน้ำมันร้อนๆ

 

ระวังหน่อย เขาเอ่ยเตือน มองคนสู้รบกับปลาในกระทะด้วยแววตาขบขันเล็กน้อย

 

ปกติกริชไม่คิดจะเข้ามาในห้องครัวเลยสักครั้ง ถ้าไม่ใช่ว่าเจ้าตัวกำลังหิวจนต้องแอบดอดเข้ามาคุ้ยของกินในตู้กลางดึก ดังนั้นนี่จึงเป็นครั้งแรกที่ให้คนอื่นเข้ามายุ่งตอนกำลังทำอาหาร

 

ให้ตาย ปีศาจนี่ไม่ควรจะทำอาหารจริงๆด้วยเมโลบ่นออกมา แอบชะงักไปนิดเมื่อเพิ่งคิดได้ว่ายังมีปีศาจทำอาหารอยู่อีกตัวในห้อง คิม นายกินอาหารมนุษย์ได้เหรอ?

 

กินแค่รับรู้ก็พอแล้ว คิมตอบง่ายๆ

 

ไม่ว่ายุคสมัยใด กระเพาะของแวมไพร์ก็ไม่รับสารอาหารของสิ่งมีชีวิตทั่วไปอยู่ดี ส่วนใหญ่จึงกินเพื่อลิ้มรสชาตินิดหน่อยก่อนคายทิ้ง แน่นอนว่าเขากำลังอยู่ในช่วงปรับตัว กินเพื่ออยู่เท่านั้น ส่วนปีศาจตนอื่นๆต่างก็ปรับตัวให้เข้ากับที่นี่โดยการกินอาหารของมนุษย์มากกว่าจะกินของสดๆดิบๆแบบแต่ก่อน เขาเห็นปีศาจตัวอื่นๆเข้าไปกินเนื้อย่างออกจะบ่อย

 

เพียงแต่พอกริชไปที่ไหน เจ้าพวกนี้ก็จะพากันเผ่นแน่บเหมือนเห็นผีตลอด ครั้นพอเขาจะเข้าไปเค้นถามก็ไม่ใช่เรื่อง

 

ว่าแต่ที่นี่กว้างจริงๆเลยแฮะ อยู่คนเดียวจริงๆเหรอเนี่ย

 

เคยมีคนอยู่ แต่คิดว่าคงไม่กลับมาที่นี่แล้ว

 

บางทีเขาก็แปลกใจว่าทำไมพ่อแม่ของกริชถึงได้ตั้งระบบรักษาความปลอดภัยเกินกว่าเหตุ หรือเพราะความหวงลูกชายคนเดียวในบ้านแค่นั้นจริงๆ?

 

สามปีที่ผ่านมาเขาเห็นพ่อแม่ของอีกฝ่ายติดต่อมาแค่ครั้งสองครั้งเท่านั้นเอง และทุกครั้งก็เป็นแค่ประโยคสั้นๆ กริชบอกแค่ว่าพวกเขาอยู่ที่ๆไกลมากๆจนไม่สะดวกที่จะมาหา แล้วก็เฉไฉเปลี่ยนเรื่องจนถอนใจไม่ถามอีก

 

ถ้าเอาความจริง...เขาแทบไม่รู้จักอีกฝ่ายเลยด้วยซ้ำ

 

ทั้งที่วางระบบป้องกันดีขนาดนี้น่ะนะ ชั้นว่าบ้านนี้โครตปลอดภัยที่สุด ยิ่งกว่าเมืองหลวงอีก” เมโลพูด ขณะพยายามใช้ตะหลิวพลิกปลาในกะทะ ซึ่งเขาฟันธงเลยว่ายากยิ่งกว่าการปะทะกับพวกฮันเตอร์เสียอีก

 

 “อืม แต่เจ้าของบ้านชอบหาเรื่องใส่ตัว...

 

ว่าแต่กริชออกไปข้างนอกนานเกินไปแล้ว เขาควรจะออกไปตามดีไหม...

 

*****

 

 

เด็กหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อย เผลอเหลียวมองรอบๆโดยไม่ได้ตั้งใจ จนคนด้านหลังเอ่ยทัก

 

มีอะไรรึเปล่า สีหน้านายไม่ดีเลย

 

รู้สึกขนลุกนิดหน่อย แต่ช่างเถอะ” เขาตอบปัด แม้จะอดไม่ได้ที่จะมองไปรอบๆด้วยความระแวง

 

ไม่มั้ง...นี่เพิ่งห้าโมงกว่าเอง พระอาทิตย์ยังไม่ตกเต็มดวงสักหน่อย

 

อีกไกลไหม ไนเจิลถามขึ้น

 

ไม่เท่าไหร่

 

จริงๆคือเขาใช้ทางอ้อม ปกติเขาจะลัดเลาะไปตามซอกซอยแคบๆเพื่อความสะดวกรวดเร็ว แน่นอนว่ามันผิดกฏจราจรนิดหน่อย แต่งานนี้มีฮันเตอร์ติดรถมาด้วยจึงต้องทำตัวป็นพลเมืองดีโดยการแล่นรถไปตามถนนที่ตอนนี้ติดยาวเป็นแพจนน่าหงุดหงิด เรียกได้ว่าสิบนาทีถึงจะขยับรถทีนึง

 

ที่นี่ไม่ใช่เมืองหลวง ทำไมถึงติดได้ขนาดนี้นะ

 

ไปวันอื่นดีไหม วันนี้รถติด นายจะรอนานเอานะ? กริชโพล่งออกมา

 

อย่ามาเปลี่ยนใจฉันไปหน่อยเลย

 

ชิ รู้ทันอีก

 

ว่าแต่ไหงนายเคยบอกว่าไม่ชอบขับมอเตอร์ไซค์ยังไงล่ะ

 

โฮ่ จำเรื่องนี้ได้ด้วยแฮะ

 

จริงๆไม่ใช่ไม่ชอบ แต่ตอนนั้นเขาขาไม่ถึงพื้นต่างหาก

 

ก็มันสะดวกกว่า แล้วนี่ยังจำได้อีกเหรอ ทำตัวเหมือนคนแก่ไปได้นะนาย” เขาเหล่ตามองอีกฝ่ายที่ยิ้มรับ

 

ฉันจำเรื่องทั้งหมดได้ตลอด ถ้าเป็นเรื่องของนาย

 

กริชเขยิบตัวเองออกมาอีกนิดเมื่อมือของอีกฝ่ายยังคงกอดเขาไม่เลิก แถมรัดแน่นจนตัวแทบจะติดกัน จนชวนให้สงสัยนักว่าเบาะรถของเขามันสั้นไป รึก้นของคนนั่งมันใหญ่ไปจนกินพื้นที่กันแน่

 

ให้ตายถ้าเขาเป็นผู้หญิง คงคิดว่ากำลังถูกจีบ...สยองชะมัด

 

แต่มุกแม่งจะเชยไปไหน ไม่น่าจะใช่...

 

 

ตูม!

 

จู่เสียงระเบิดก็ดังขึ้นเรียกให้ทั้งคู่หันไปมองตามเสียง ควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากถนนด้านหน้าพวกเขา แต่ด้วยปริมาณรถมหาศาลทำให้ไม่อาจรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น หลายคนเริ่มเปิดกระจกรถแล้วชะเง้อคอมองด้วยความสงสัย

 

เกิดอะไรขึ้นน่ะ..” กริชหันไปมองไนเจิลที่กดรับโทรศัพท์ทั้งที่ไม่มีเสียงเรียกเข้า

 

ทันทีที่ปลายสายตอบกลับ สีหน้าของไนเจิลดูเครียดขึ้นมาถนัดตา ว่าไงนะ...

 

มีอะไร กริชเอ่ยถามขึ้น

 

มีปีศาจอาละวาดกำลังมาทางนี้

 

เห?

 

วินาทีต่อมา เสียงโครมครามก็ดังมาจากด้านหน้าอีกครั้ง และเมื่อพวกเขามองไปก็พบกับภาพอันน่าเหลือเชื่อ เพราะรถยนต์ขนาดใหญ่หลายสิบคันกำลังลอยขึ้นฟ้าก่อนร่วงลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลก เสียงหวีดร้องสนั่นหวั่นไหว

 

และท่ามกลางภาพชวนตื่นตะลึงนั้น นัยน์ตาของกริชเหลือบไปเห็นร่างของใครบางคนกำลังทะยานตัวโดยใช้เท้าแตะรถพวกนั้นทีละคันสองคัน สุดท้ายจึงพาตัวเองขึ้นไปบนดาดฟ้าของตึกแห่งหนึ่ง ก่อนหายเข้าไปในนั้น

 

ภาพที่ทำให้กริชใจกระตุกวูบ

 

สิ่งแรกที่เขาสัมผัสได้ คือกลิ่นเดียวกับที่อยู่ตอนตึกถล่ม มันทำให้เขาตัดสินใจได้ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง

 

คนในชุดเครื่องแบบเดียวกับไนเจิลกำลังวิ่งผ่านตัวพวกเขาไปด้วยความรวดเร็ว ด้วยร่างกายที่แข็งแรงเกินคนปกติทำให้ไม่ต่างกับสายลมที่พาดผ่านตัว เสียงความวุ่นวายของเบื้องหน้าดูน่าสนใจยามปกติแต่มันไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเวลานี้

 

เร็วชะมัด...งั้นจับแน่นๆล่ะกัน

 

 “เหวอ!?

 

บิ๊กไบค์คันโตถูกเร่งจนเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม พร้อมเลี้ยวแบบหักข้อศอก พุ่งทะยานเข้าซอยที่อยู่ใกล้ที่สุดจนคนนั่งซ้อนท้ายแทบหงายท้องด้วยกำลังจะลงจากรถพอดี

 

สองข้างทางมีทั้งสิ่งกีดขวางทั้งคนและสิ่งของ ทว่าเขาเลือกที่จะเมิน เจอกล่องไม้ก็พุ่งชนเต็มแรง บางทีก็เลี้ยวแบบไม่ทันตั้งตัวเหมือนกำลังแข่งมอเตอร์ไซค์วิบาก เรียกเสียงอุทานดังมาจากฮันเตอร์เป็นระยะแต่มาดังมากสุดตอนพบว่าทางเบื้องหน้าเป็นกำแพงสูง

 

แน่นอนว่าเขายังไม่อยากโชว์สกิลพุ่งชนกำแพงแบบในหนังแอคชั่นเลยตัดสินใจเบรกกลางอากาศจนคนซ้อนแทบหน้าทิ่ม เป็นอันปิดฉากการซิ่งทะลุนรกแต่เพียงเท่านี้

 

เขาเร่งเครื่องห่างออกมาจากที่เกิดเรื่องตอนแรกเล็กน้อย แต่ไม่คิดว่าทางจะมาตันเอาตรงนี้พอดี

 

 ชิบ อยู่ใกล้แค่นี้เอง เขาสบถออกมา หันขวับไปมองไนเจิลที่ตอนนี้เหมือนสติสตังจะหลุดลอยไปไกลแล้ว

 

...เพราะแบบนี้เขาถึงเกลียดพวกหน้าใหม่

 

จะไปไหน!”

 

เสียงแว่วมาให้ได้ยิน คงไม่ไกลจากตรงนี้มานัก แถมโชคดีเพราะมันกำลังดังมาจากทางนี้เสียด้วย

 

อ้ากก” คงมีคนโดนเล่นงานเข้าให้แล้ว

 

ระวังตัวไว้ มันเป็นพวกระดับสูง

 

เสียงไม่คุ้นหูดังเป็นระยะๆกับการชะงักตรงแค่จุดนั้น คงเกิดการต่อสู้ขึ้น แล้วท่าทางจะผ่านมาพักหนึ่งแล้ว เพราะเขาจำได้ว่าพวกฮันเตอร์น่าจะทุ่มกำลังแล้วโชว์พาวมากกว่ายิงปืนปกติ

 

พวกฮันเตอร์บางทีเขาก็คิดว่าอ่อนแอไปไหน

 

เสียงหัวเราะราวกับสะใจดังแว่วมาทำให้รู้สึกฉุนกึก

 

ต่อให้มันไม่ใช่ตัวต้นเหตุ แต่คงต้องเลาะฟันออกมาสักซี่แล้วมั้ง?

 

ทำเขากลับบ้านช้า ถ้าแวมไพร์ประจำบ้านมาลากคอเขาถึงนี่ เขาจะเล่นงานให้หนัก

 

ไนเจิล นายลงไปก่อน กริชหันไปสั่งคนด้านหลังที่ทำหน้าเหรอหราใส่

 

ห๊ะ...จะไปไหนน่ะ

 

ถามมาก บ้านชั้นไม่วิ่งหนีไปไหนหรอก รถชั้นไม่ได้ลดขนาดได้ตามเส้นทางนะ

 

ไนเจิลยอมทำตามแต่โดยดี สงสัยเล็กน้อยแต่ข้อสันนิฐานบางอย่างก็พรั่งพรูออกมาแทบจะทันที

 

            อย่าบอกนะว่านายจะเอารถไต่กำแพง?

 

            กริชหันขวับ สีหน้าเหมือนโดนดูถูกอย่างร้ายกาจ บ้าน่า ใครเขาจะทำเรื่องแบบนั้นกัน” ว่าแล้วเจ้าตัวก็ไปค้นอะไรใต้เบาะรถ ไม่ต้องอธิบายให้มากความเมื่อเจ้าตัวหยิบของบางอย่างขึ้นมาแทนคำตอบ

 

ล็อครถก่อน นี่สั่งทำมาแพง ถ้าเกิดมันมีริ้วรอยนี่ชั้นแย่แน่” โซ่เส้นหนากับแม่กุญแจใต้เบาะรถทำเอาไนเจิลยิ้มค้าง ในหัวนึกไปถึงการขับรถท้าทายยมบาลเมื่อครู่ของอีกฝ่าย

 

นี่ยังจะห่วงเรื่องนั้นอีกเหรอ?

 

เอาล่ะ...” เมื่อเอาผ้าคลุมรถจนมั่นใจว่าไม่มีส่วนไหนโผล่ออกมาแล้วเขาจึงเงยหน้าขึ้นมองกำแพงเจ้าปัญหา สลับกับทางหนีไฟที่ช่างบังเอิญอยู่ไม่ห่างกันพอดี

 

จะจับตัวน่ะไม่ยาก ขอแค่เดาเส้นทางของมันได้ก็พอ

 

 

******

 

เสียงกระสุนปืนดังขึ้นหลายนัด แต่แทบจะไม่ระแคะระคายผิวของปีศาจระดับสูงตนนี้ได้เลย

 

ฮ่าๆๆ พอได้แล้วมั้งเจ้าพวกสวะ มันพูดขึ้นอย่างย่ามใจ แค่ทำลายตึกนิดนึงเอง ทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้

 

กระสุนนัดหนึ่งดังขึ้นอีกครั้ง ทว่าแทนที่จะถูกตัวเจ้าปีศาจตรงหน้า มันกลับทะลุผ่านร่างนั้นไปราวกับภาพลวงตา ทั้งที่ร่างมนุษย์ของมันใหญ่โตจนไม่น่าจะพลาดได้กับระยะแค่นี้

 

หน๊อย...” ฮันเตอร์หลายคนกัดฟันกรอด ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่ใช้วิธีอื่น แต่เพราะเข้าไปในระยะประชิดก็ถูกอัดซะน่วมอยู่นี่ไง

 

ฮ่าๆๆ ทีนี้พวกแกน่ะ...” พูดไม่ทันจบ ร่างของปีศาจตรงหน้าก็ล้มตึง ไม่ต้องมองตัวต้นเหตุเพราะฝ่าเท้าของผู้กระทำยังคาอยู่กลางหลังท่ามกลางสายตาอึ้งปนตกตะลึงของคนอื่น เมื่อจู่ๆก็มีคนกระโดดถีบปีศาจที่มีฝีมือร้ายกาจเสียจนพวกเขาเอาไม่อยู่ด้วยฝ่าเท้าเดียว

 

เด็กหนุ่มผมดำมองปีศาจที่กำลังฝืนลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล ก่อนออกแรงเหยียบให้ร่างนั้นลงไปนอนตามเดิม ความเจ็บปวดนั้นมากพอที่จะทำให้เผยร่างจริงออกมาเล็กน้อย

 

เขาขนาดใหญ่บนศีรษะกับหางที่โผล่ออกมาทำเอากริชยิ้มเหี้ยม

 

ตึกมันไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียวนะเว้ย ไอ้ตัวมีเขา

 

ว่าแล้วเขาก็กระทืบลงไปเต็มแรงจนร่างนั้นร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดผิดกับท่าทีอวดเบ่งเมื่อครู่ จนฮันเตอร์ทุกคนในที่นั้นได้แต่ยืนเหงื่อตก ไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามเด็กหนุ่มรูปงามที่ตอนนี้เลือดขึ้นหน้าจนแทบเหมือนว่าจะแปลงร่างได้

 

น...น่ากลัวชะมัด

 

 

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป

ขอบคุณที่ตามอ่านค่ะ

ถึงเหมือนว่าวิลจะเงียบกับคนอ่าน จริงๆอ่านทุกคอมเม้นต์นะคะ ขอบคุณมากเลยค่ะ ;w;













+++++++++++++++++++++++++++++++++++


 

ตอนแถม

กริชมองแวมไพร์ที่ตอนนี้ฟุบหลับไปเรียบร้อยแล้ว มันจะไม่น่าถีบอะไรหากเจ้านี่ดันหลับอยู่บนตัวเขาเหมือนว่าเขาคือเตียงนอน โซฟานี้ใช่ว่าจะกว้างขนาดนั้น

นี่วันนี้เขาต้องมานอนบนโซฟาแคบๆอึดอัดกับผู้ชายที่ตัวก็โตยังกะควายน่ะเหรอ?

งี่เง่า...

หลังจากด่ายาวๆไปแล้วสองนาที เจ้าตัวดูท่าจะไม่ตื่นแล้วยังกอดเขาหนึบ

สุดท้ายจึงได้แต่ยันตัวเองขึ้น แล้วใช้แรงทั้งหมดแบกแวมไพร์ตระกละนี่ไปนอนบนเตียงดีๆ ซึ่งเป็นเรื่องหนักหนาพอดู

เมื่อขึ้นมาถึงแล้วเขาจึงจัดการโยนร่างบนหลังลงเตียง(เบาๆ) รู้สึกทั้งเหนื่อยทั้งเหนียวจากเหงื่อตัวเองจนต้องอาบน้ำอีกรอบ โชคดีที่น้ำลายของแวมไพร์มีฤทธิ์ในการรักษา ทำให้ไม่เกิดเป็นแผลให้ต้องรักษา

สุดท้ายเขาก็นอนไม่หลับ ต้องเปิดวิทยุฟังข่าวตอนเช้าไปพลางๆ

จำไว้เลย” กริชใช้มือทุบหลังเจ้าคนบนเตียงที่ตอนนี้เขาลงมานอนข้างๆด้วยความหมั่นไส้ ยิ่งเมื่อร่างนั้นหันกลับมากอดเอวเขาหมับเสมือนเจอหมอนข้าง ทำให้นึกคาดโทษเจ้าคนขี้เซาอีกรอบ แต่พอเห็นหน้าอีกฝ่ายกำลังหลับสบายก็พาลไม่กล้าเตะอีกฝ่ายร่วงเตียงตามที่คิดไว้ตอนแรก สุดท้ายเลยต้องปล่อยเลยตามเลย

ทำชาวบ้านอารมณ์ค้างอีก แย่...นอนก็นอนไม่หลับ....

ห้านาทีต่อมา

Zzzz….

 

 

 

อีกด้าน

ผ้าม่านในห้องนอนถูกเปิดกว้างด้วยฝีมือของแวมไพร์ทำให้แสงแดดอ่อนๆเล็ดลอดเข้ามา ตอนนี้เป็นเวลา6โมงเช้า อากาศถือว่าเย็นสบายดี เหมาะแก่การไปเดินเล่น แต่ดูเหมือนวันนี้เจ้าของบ้านจะไม่คิดแบบนั้น

คุณกริชๆ ตื่นเถอะครับ อาหารเสร็จแล้ว” คิมเดินไปปลุกคนบนเตียงให้ลุกขึ้น เป็นกิจวัตรประจำวันที่ทำทุกวัน

                จริงๆนี่ถือว่าเลยเวลามามากจนเขาต้องขึ้นมาเพื่อดูความเรียบร้อยและความปลอดภัย ปกติกริชจะตื่นขึ้นมาออกกำลังกายตอนตีสี่ครึ่งแล้วกินเช้าตอน6โมง แล้วใช้เวลาที่เหลือไปกับการอ่านหนังสือกับฟังข่าวทางวิทยุไม่ก็ทีวีจนกว่าจะถึงเวลาเรียนหรือถ้าเบื่อก็ค่อยลุกออกไปข้างนอก กลับอีกทีตอนสี่โมงเย็นทุกวัน

                แต่เพราะช่วงนี้เป็นช่วงปิดเรียน การกระทำทุกวันอาจจะคลาดเคลื่อนไปบ้าง

ถามว่าเป็นเรื่องดีไหม...ดีมากๆ เมื่อคิดว่าอีกฝ่ายหลับได้โดยไม่ต้องพึ่งยา

ลมหายใจสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังหลับลึก ทว่าเมื่อเขาเอื้อมมือเข้าไปใกล้ มือนั้นกลับถูกคว้าหมับ ตามด้วยเจ้าของบ้านที่ลืมตาขึ้นมามอง เผยให้เห็นดวงตาสีเทาคู่งาม ที่ตอนนี้ดูไม่ออกว่าตื่นเต็มที่หรือกำลังละเมออยู่กันแน่

อืม...นายเองเหรอ... มือที่จับอยู่คลายออก ร่างสูงโปร่งหันหลังให้พร้อมคว้าผ้าห่มมาคลุมโปงเพื่อตัดการเซ้าซี้ขอสักสิบนาที...

คิมมองคนบนเตียงสลับกับมือที่ถูกจับเมื่อครู่

...ถ้าเป็นคนปกติอาจจะกระดูกหักไปแล้ว...

ระวังตัวตลอดเวลา...สินะครับ

ห้วงคิดที่ทำให้แวมไพร์หนุ่มขยับยิ้ม พูดขึ้นมาง่ายๆว่า

 

เอาเถอะครับ...ผมจะปล่อยคุณไปก่อน

 

 

 

ความคิดเห็น