matchty

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : กับดักที่ 38

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 38k

ความคิดเห็น : 36

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ต.ค. 2558 10:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กับดักที่ 38
แบบอักษร

กับดักรัก...เกมหัวใจ

 

กับดักที่

- 38 -

 

 

"ไอ้ปอเป็นไงบ้างวะ  แล้วทำไมหมอให้มันกลับบ้านเร็วจังวะ  เพื่อนกูรถชนนะไอ้เหี้ยไม่ใช่แค่หัวแตก" กิงละล่ำละลักถามต้าด้วยความตกใจทันทีที่มาถึง พอรู้ข่าวว่าไอ้ปอขับรถชนเมื่อคืนเขาตกใจแทบตาย ตั้งสติได้กะจะไปเยี่ยมที่โรง'บาลเดี๋ยวนั้น แต่ไอ้ต้ามันบอกว่าให้มาเยี่ยมตอนเช้าทีเดียว พอเช้ามันก็บอกให้มาเยี่ยมไอ้ปอที่คอนโดแทน เขานี่โคตรจะงงพอได้ยินแบบนั้น คือหมอแม่งกล้าปล่อยคนเจ็บรถชนออกจากโรง'บาลมาได้ไงวะ

 

"มึงจะโวยวายทำเหี้ยอะไรวะหนวกหู" ปอที่เดินถือแก้วน้ำออกมาจากห้องครัวว่ากิงดุๆ ก่อนที่จะเดินผ่านหน้ากิงกับต้าไปนั่งที่โซฟาด้วยท่าทางปกติสุดๆ ไม่มีอาการของคนที่ผ่านเรื่องเฉียดตายให้เห็นเลยสักนิด

 

กิงถึงกับอ้าปากค้างมองตามปอที่เดินผ่านไปอย่างอึ้งๆ ก่อนจะรีบหันควับมาหาต้าเพื่อขอคำตอบกับสิ่งที่เห็น

 

"ไหนมึงบอกว่ามันขับรถชนไงวะ แล้วทำไมดูแม่งไม่เห็นเป็นอะไร" กิงถามต้าด้วยความงง เท่าที่สังเกตุด้วยตาเมื่อกี้นอกจากแผลที่หัว ไอ้ปอไม่เห็นเป็นอะไรเลย

 

"ก็ขับรถชนไงแต่ได้แค่แผลหัวแตก เย็บสิบกว่าเข็มเลยนะมึง" ต้าตอบกิงด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นแบบแกล้งทำ

 

"แค่นั้นจริงดิ" กิงยังทำใจเชื่อไม่ลง ตอนที่ไอ้ต้าโทรมาบอกเสียงมันโคตรเป็นกังวล ไหงพอเช้ามาดันทำเหมือนไม่มีอะไร มันจะเหลือเชื่อไปไหม

 

กิงเดินสำรวจรอบตัวปอเพื่อมองหาแผล ไม่ใช่ว่าเขาแช่งเพื่อนให้เป็นอะไรหนักๆ แต่ไอ้ปอมันเป็นพวกเป็นห่าอะไรไม่พูด เขาเลยต้องมานั่งหาความผิดปกติเอาเอง 

 

"กูไม่เป็นอะไร" ปอบอกดุๆแล้วกินยาที่หมอให้มา

 

"เหี้ย..นี่มึงเป็นคนเหล็กป่ะ" กิงครางออกมาเบาๆอย่างเหลือเชื่อ ปอเลยได้แต่ส่ายหัวหน่ายๆกับความติ๊งต๊องนั่น

 

"กูก็คิดแบบมึง" ต้าเดินมานั่งลงข้างๆกิง แล้วก็คิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืน วินาทีที่เห็นรถของปออัดเข้ากับที่กั้นด้านข้าง เขากับพี่ป้องวิ่งลงไปในสนามแบบไม่คิดชีวิต สิ่งที่เห็นในตอนนั้นคือรถยนต์ในสภาพทึ่เรียกว่ายับ ด้านข้างฝั่งผู้โดยสารบุบเข้ามาเพราะแรงกระแทกที่รุนแรง และไอ้ปอที่นั่งฟุบหน้าแน่นิ่งอยู่กับพวงมาลัย ใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด ยอมรับว่าตอนนั้นใจเขามันหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม คิดว่ายังไงไอ้ปอต้องอาการสาหัสแน่ๆ 

 

แต่อยู่ๆไอ้คนที่เขาคิดว่ามันใกล้ตาย และเตรียมจะไปงัดมันออกจากรถ ดันผงกหัวเงยหน้าขึ้นมาแถมยังเปิดประตูรถลงมาเองอีกต่างหาก เล่นเอาตกใจจนพูดไม่ออก ก่อนจะรีบวิ่งไปประคองแล้วพามันไปส่งโรง'บาล

 

ถึงมือหมอก็ตรวจเช็คแบบละเอียด สแกนสมอง เอ็กซเรย์ร่างกาย ผลออกมาก็แค่หัวแตกกับแผลฟกช้ำตามตัวนิดหน่อย เขากับพี่ป้องนี่ทั้งงงทั้งโล่งอก ไม่รู้จะบอกว่าไอ้ปอมันดวงดีหรือมันถึกกันแน่ แต่ถึงจะไม่เป็นอะไรมากหมอก็ให้มันนอนกินน้ำเกลือคืนนึงอยู่ดี เพราะสภาพร่างกายมันดูอ่อนแรงมาก ตอนแรกมันก็ไม่ยอมบอกว่าจะบอกเรื่องนี้กับพ่อแม่มัน มันก็ไม่สนเพราะเรื่องปกติ จนพี่ป้องเอาไอ้น้องเลิฟมาอ้าง ว่าอยากให้เมียเสียใจที่รู้ว่าตัวเองเป็นสาเหตุให้มันเป็นแบบนี้หรอ เท่านั้นแหละครับแม่งยอมนอนดีๆเลย

 

"แล้วไอ้ฝุ่นมันไม่มาเยี่ยมมึงหรอวะ" กิงถามขึ้นมาเพราะมองไปรอบๆห้องปอ แล้วไม่เห็นเพื่อนอีกคนที่คิดว่าน่าจะมาก่อนตัวเอง

 

"ไปข้างนอกกับพีี่ปิง" ต้าเป็นคนตอบคำถามแทนปอ

 

"พักนี้ไอ้ฝุ่นกับพี่ปิงสนิทกันดีเนาะ กูเห็นไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยฉิบหาย ไปสนิทกันตอนไหนวะ" กิงพูดไปทำหน้างงไป 

 

"มึงเห็นที่ไหนวะ" ต้าถามต่อด้วยความสนใจ

 

"ก็ที่มอบ้าง ห้างบ้าง หลายที่ว่ะทำไมวะ" กิงก็บอกตรงๆเพราะไม่ได้คิดอะไร 

 

"หึ แสดงว่ามันพยายามหลบกูน่าดู" ปอหัวเราะในลำคอนิดๆ ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปาก แต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ

 

"อะไรของมึงวะ แล้วนี่พี่ป้องไปไหนกูยังไม่ได้เจอเลย" กิงสงสัยกับท่าทางประหลาดๆของปอ แต่ก็ไม่ได้ถามต่อเพราะรู้ว่ายังไงปอก็ไม่บอก เลยเปลี่ยนไปถามหาป้องแทน

 

"ไปหาเมียมัน" ปอบอกและเอนตัวไปพิงโซฟาเล็กน้อย

 

"สารวัตรนาวินอ่ะนะ" กิงถามเสียงสูงเพราะคิดว่าป้องไปเรียนเมืองนอก แล้วคงจะเลิกยุ่งกับสารวัตรหน้าสวยคนนั้นซะอีก

 

"พี่ป้องแม่งรักจริงหวังแต่งว่ะ" กิงหัวเราะเบาๆเพราะรู้จักสารวัตรนาวินดี แล้วก็เห็นว่าป้องตามขายขนมจีบมาตั้งแต่ม.ปลายแล้ว

 

อ๊อดดดดดด

 

เสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้น ทำให้ทุกคนหันไปมองด้วยความแปลกใจ เพราะไม่น่าจะมีใครมาหาปอเวลานี้ 

 

ปอลุกขึ้นเดินไปเปิดประตู แล้วก็ต้องแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครมาหา เขากับคนตรงหน้าจ้องกันอยู่สักพัก ก่อนที่อีกฝ่ายจะเป็นคนพูดขึ้นมา

 

"สภาพดูแย่นะคะ" นาวมองสำรวจปอด้วยความแปลกใจ ไม่เจอกันแค่เกือบเดือนพี่ปอดูโทรมลงไปเยอะ แต่ความน่าหมั่นไส้ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

 

"ใครมาวะ" กิงตะโกนถามปอเพราะเห็นว่ามาเปิดประตูนานแล้ว

 

"น้องนาว" ปอตะโกนตอบกิงก่อนจะหันกลับมาถามนาว

 

"เข้าข้างในก่อนไหม"

 

"ไม่เป็นไรค่ะนาวแค่จะมาคุยกับพี่ปอแป๊บเดียว เดี๋ยวนาวก็กลับแล้ว"

 

"คุยอะไร?" ปอถามด้วยความสงสัย เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะมีเรื่องอะไรให้คุยกับนาว

 

"พี่ปอเจอเลิฟรึยังคะ" นาวลองถามปอดู แต่ก็ได้ความเงียบเป็นคำตอบ เป็นอันรู้ว่าปอยังหาเลิฟไม่เจอ

 

"นาวขอถามพี่ได้ไหมคะว่าพี่ตามหาเลิฟมันทำไม พี่รู้สึกยังไงกับเพื่อนนาว" นาวถามปอด้วยน้ำเสียงจริงจัง เพราะคำตอบของปอมันจะช่วยยืนยัน ว่าการตัดสินของเธอครั้งนี้มันถูกหรือผิด

 

"ถ้าพี่จะพูดอะไรออกไป คนที่ควรได้ยินคนแรกต้องเป็นมัน ไม่ใช่คนอื่น" ปอตอบนาวด้วยน้ำเสียงจริงจังไม่แพ้กัน

 

"แล้วถ้านาวบอกว่านาวรู้แล้วว่าเลิฟอยู่ที่ไหน แต่นาวจะไม่ยอมบอกพี่จนกว่าพี่จะตอบคำถามนาว พี่จะว่ายังไงคะ" นาวลองหยั่งเชิงปอดู เพราะว่าอยากเห็นใบหน้าตกใจของปอ แต่ปอก็ยังหน้าตายเหมือนเดิม

 

"ถ้าไม่มีอะไรแล้วพี่ขอตัว" ปอบอกอย่างไม่ใส่ใจ และเตรียมตัวจะกลับเข้าห้อง กลายเป็นนาวเองที่ต้องทำหน้าตกใจ

 

"พี่เป็นคนที่น่าหมั่นไส้ที่สุดเลยรู้ตัวไหม ถ้าไม่เป็นเพราะสงสารเพื่อนนะ นาวจะไม่มาเหยียบที่นี้ แล้วปล่อยให้ผู้ชายโง่ๆแบบพี่ควานหาตัวเลิฟมันไปเรื่อยๆ ทำไมไอ้เลิฟมันต้องมารักคนแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้ บ้าบอที่สุด" นาวบ่นออกมายาวเหยียดด้วยความหงุดหงิด ยิ่งเห็นไอ้หน้านิ่งๆเหมือนโดนโบกปูนยิ่งหงุดหงิด 

 

"นี่ค่ะ" นาวยัดกระดาษแผ่นหนึ่งใส่มือปอแรงๆ ปอขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วคลี่กระดาษออกดู

 

"ที่อยู่ของเลิฟค่ะ พี่ควรจะขอบคุณนาวนะคะเพราะถ้านาวไม่นึกสงสาร พี่ก็หามันไม่เจอหรอก" นาวจิกกัดปอเบาๆอย่างคิดว่าตัวเองเหนือกว่า จนปอนึกขำเพราะไม่คิดว่านาวที่ดูโตเป็นผู้ใหญ่ จะมีมุมเด็กๆเหมือนกัน ปอยิ้มมุมปากนิดๆแล้วล้วงเอาโทรศัพท์มากดโทรออก 

 

"ลุงชาญครับบอกลูกน้องลุงว่าไม่ต้องตามเฝ้าเพื่อนๆแฟนผมแล้วนะครับ ผมเจอตัวมันแล้ว" ปอกดตัดสายทิ้งหลังจากพูดธุระเสร็จ ส่วนนาวได้แต่ช็อคกับสิ่งที่ได้ยิน นี่หมายความว่าต่อให้เธอไม่บอก พี่ปอก็รู้อยู่ดีว่าเลิฟอยู่ไหน เพราะปอส่งคนมาตามเฝ้าเธอกับเพื่อนทุกคน

 

"พี่นี่นอกจากจะน่าหมั่นไส่ ยังนิสัยแย่อีก" นาวหันหลังกลับทันทีเพราะเซ็งที่ตัวเองเสียรู้ให้ปอ 

 

"ขอบใจ" เสียงทุ้มที่ดังมาตามหลัง ทำให้นาวต้องหันกลับไปมองตาโตอย่างเหลือเชื่อ เพราะไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้จากปากปอ

 

"ไม่เป็นไรค่ะ พาเพื่อนนาวกลับมาให้ทันเปิดเทอมนะคะ" นาวส่งยิ้มให้ปอบางๆก่อนจะหันหลังเดินกลับ ความจริงเลิฟโทรมาหาเธอและขอร้องไม่ให้เธอบอกใครว่าตัวเองอยู่ไหน แต่เธอเลือกที่จะบอกพี่ปอ ยิ่งเห็นท่าทางพี่ปอวันนี้เธอยิ่งคิดว่าตัวเองตัดสินใจถูก ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับพี่ปอกับเลิฟแล้วล่ะ

 

...

...

 

กริ๊ง กริ๊ง

 

เสียงประดิ่งที่ห้อยอยู่หน้าร้านดังขึ้นเบาๆ เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่ากำลังมีลูกค้าเข้าร้าน พายละมือจากการเรียงขนมเข้าตู้โชว์ เพื่อมาต้อนรับลูกค้าที่เข้ามาใหม่ 

 

"ยินดีต้อนรับครับ" พายส่งยิ้มให้ตามปกติ ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นคนที่เข้ามา

 

"รับอะไรดีครับ" พายส่งยิ้มหวานที่คิดว่าหวานที่สุด ให้ลูกค้าหน้าหล่อที่ดูแล้วคงไม่ใช่คนท้องถิ่น น่าจะเป็นนักท่องเที่ยวมากกว่า เพราะงั้นหว่านเสน่ห์หน่อยละกัน

 

"เอสเพรซโซ่" ปอสั่งเครื่องดื่มกับผู้ชายตัวเล็กตรงหน้า แล้วเดินเลี่ยงไปนั่งลงที่โต๊ะว่างในร้าน เขาขึ้นเครื่องมาถึงน่านได้สักพัก แวะเอากระเป๋าไปเก็บที่โรงแรม ก่อนจะรีบมาร้านนี้ตามที่นาวบอก ยืนมองอยู่นานก็ไม่ยังไม่เห็นเลิฟ จนมีคนมาทักเขาเลยสั่งกาแฟเพื่อนั่งรอ

 

"รับอะไรเพิ่มอีกไหมครับ ขนมที่นี่อร่อยนะ" พายพยายามชวนคุยเต็มที่ แต่ปอก็ไม่ได้สนใจแถมยังเมินด้วยซ้ำ จนพายเสียความมั่นใจไปเล็กน้อย

 

"แรดมึงมากวนอะไรลูกค้าห๊ะ" ธันที่เดินออกมาหน้าร้านค้อมหัวขอโทษปอเล็กน้อย ก่อนจะลากพายเข้าไปหลังร้าน

 

"เลิฟ เดี๋ยวออกไปชงกาแฟให้ลูกค้าโต๊ะติดสวนหน่อยนะ พี่จัดการไอ้แรดแป๊บ" 

 

"ครับ" เลิฟรับคำแล้วมองธันกับพายแบบขำๆ สงสัยลูกค้าโต๊ะติดสวนขนาดเล็กของร้านต้องหล่อแน่ๆ ไม่งั้นพี่ธันคงไม่ลากพี่พายเข้ามาแบบนี้ ก็พี่พายน่ะเห็นลูกค้าหล่อๆไม่ได้ชอบไปหว่านเสน่ห์ทุกที 

 

เขาจัดการชงกาแฟแล้วรีบเอาไปเสิร์ฟ  เพราะกลัวว่าลูกค้าจะรอนาน ตาก็มองที่ด้านหลังของลูกค้าที่นั่งอยู่ด้วยความรู้สึกแปลกๆ อยู่ๆหัวใจมันก็เต้นถี่รัวขึ้นมาเฉยๆ แผ่นหลังกว้างที่เขาเห็นมันดูคุันตายังไงก็ไม่รู้

 

"กาแฟได้แล้วครับ" เลิฟส่งเสียงเรียกเบาๆก่อนจะส่งยิ้มให้

 

เสียงหวานคุ้นหูที่ดังขึ้น ทำให้ปอรีบหันกลับไปมองอย่างรวดเร็ว ทันทีที่เห็นหน้าเจ้าเสียง หัวใจของปอมันเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก จ้องมองไปที่หน้าเลิฟเขม็งไม่วางตา

 

เพล้ง!!!

 

เลิฟถึงกับมือไม้อ่อนเผลอทำแก้วกาแฟหลุดมือด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าจะได้เจอคนที่เขาหลบหน้ามาตลอดเวลาหนึ่งเดือนที่นี่ ตอนนี้เลิฟรู้สึกสับสนไปหมด อะไรข้างในใจมันตีกันจนวุ่นวายไปหมด ทั้งดีใจ เสียใจ โกรธ ไม่เข้าใจว่าทำไมปอถึงมาที่นี่

 

"มีอะไรกันรึเปล่า" พายเดินตามออกมาเพราะได้ยินเสียงแก้วแตก ก่อนจะต้องแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นความผิดปกติบางอย่าง ระหว่างลูกค้าหน้าหล่อกับเลิฟ

 

"ออกไปคุยกัน" ปอว่าแค่นั้นแล้วลากเลิฟออกไปคุยที่สวนข้างร้าน โดยมีพายมองตามอย่างงงๆและทำท่าจะเดินตาม แต่ว่าธันห้ามไว้เพราะเดาออกว่าเลิฟกับผู้ชายคนนั้นคงเกี่ยวข้องกัน

 

"มึงหนีมาทำไม" ปอเปิดฉากถามเลิฟทันทีที่อยู่กันสองคน 

 

"ตามมาทำไม" เลิฟถามกลับด้วยความสังสัยและไม่เข้าใจ  

 

"มารับมึงกลับ" ปอเดินตรงเข้ามาหาเลิฟ แต่เลิฟถอยหลังหนีไม่ยอมเข้าใกล้ จนปอต้องถอนหายใจและหยุดยืนนิ่งอยู่กับที่แทน

 

"ไม่เห็นต้องตามเดี๋ยวก็กลับเองแหละ" เลิฟบอกเสียงแผ่วและก้มหน้าไม่ยอมสบตาปอ

 

"แล้วเมื่อไหร่มึงจะกลับ มึงคิดว่าตัวเองหายมากี่วันแล้ว ชอบทำให้คนเป็นห่วงรึไงวะ แล้วก็เงยหน้ามองกูเดี๋ยวนี้" ปอบอกดุเพราะเริ่มรู้สึกหงุดหงิดที่เลิฟเอาแต่ถอยหลังหนี แถมไม่ยอมแม้กระทั่งจะมองหน้าเขา

 

"แล้วจะให้กลับไปในฐานะอะไรล่ะ เรื่องพนันมันจบแล้วไม่ใช่รึไง" เลิฟตวาดปอเสียงสั่นก่อนจะกัดปากตัวเองแน่น พยายามบังคับน้ำตาไม่ให้ไหล

 

"แล้วมึงไม่คิดจะถามกูเลยรึไง" ปอถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง

 

"ปอก็อย่างนี้ทุกทีว่ะ จะพูดอะไรก็ไม่ยอมพูด ให้กลับไปอยู่กับความไม่ชัดเจนเหมือนเดิมไม่เอาแล้ว รู้บ้างไหมว่าคนรอมันทรมาน ถ้าไม่ได้คิดเหมือนกันก็ปล่อยเลิฟไป" เลิฟบอกปอเสียงดังด้วยความอึดอัด เขาไม่ได้ตั้งใจจะสติแตกใส่ปอ แต่พอเห็นท่าทางนิ่งเฉยเป็นปกติของปอ มันทำให้เขาหงุดหงิดจนคุมตัวเองไม่อยู่

 

"กูบอกรึไงว่าจะปล่อยมึงไป กูเคยให้มึงเลือกแล้วว่าให้ไปตั้งแต่ตอนที่มึงไปได้ แต่มึงเองที่เลือกจะไม่ไปแล้วคิดว่าตอนนี้มึงจะไปจากกูได้รึไง" ปอพูดเสียงเข้มจ้องเลิฟด้วยความดุดัน มือหนาบีบคางเลิฟเต็มแรง 

 

เลิฟนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ และมองท่าทีโมโหของปอด้วยความไม่เข้าใจ เขารู้สึกสับสนไปหมดกับท่าทางของปอ ไม่เข้าใจว่าตกลงปอจะเอายังไงกับเขากันแน่ บอกให้ปล่อยเขาไปก็ไม่ยอม จะให้กลับไปในฐานะอะไรก็ไม่พูด

 

"เจ็บ" เลิฟบอกปอเสียงแผ่วให้รู้ว่าตัวเองกำลังเจ็บ ปอเองเลยผ่อนแรงออกเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อย

 

"กูไม่ได้จะมาทะเลาะกับมึง" ปอพยายามบังคับอารมณ์ตัวเองให้สงบ เพราะเมื่อกี้เขาเผลอหลุดไปแว่บนึง

 

"ที่ตามมานี่ผลพนันแพ้หรือชนะล่ะ" เลิฟเลิกสนใจท่าทางของปอ และตัดสินใจถามในสิ่งที่คาใจออกไปตรงๆ วันนั้นเขาได้ยินเกือบทุกอย่างยกเว้นผลการพนัน ถึงแม้มันจะพอเดาได้ว่าใครชนะ แต่เขาไม่อยากคิดไปเองอีกแล้ว พร้อมกับภาวนาในใจให้คำตอบของปอเป็นอย่างที่ตัวเองต้องการ

 

"กูชนะ" ปอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เหมือนคมมีดที่กรีดลงหัวใจเลิฟไม่มีผิด น้ำตาที่พยายามบังคับไม่ให้ไหลมาตลอด กำลังไหลลงมาช้าๆแบบไม่คิดจะอาย สุดท้ายคำภาวนาของเขาก็ไม่เป็นจริง 

 

2 Be Con...

 

++++++++++

คุยกันซักนิดนะยูว์~~

ขอบคุณทุกกำลังใจที่ให้มานะคับ

คนเขียนกราบบบบบบ ตอนนี้โอเคแล้วคับ

ส่วนเรื่องนิยายที่ช้าต้องขออภัย

การเขียนนิยายคืองานศิลปะอย่างนึงคับ

อารมณ์ไม่มามันก็ไม่อิน

โปรดเข้าใจความติสท์ของคนเขียนด้วย

ว่ากันเรื่องนิยาย...ขอโทษที่ทำให้กังวลเรื่องไอ้ปอ

คนเขียนตั้งใจให้เป็นแบบนี้แต่แรกแล้วคับ

แบบว่าหมั่นไส้อยากให้มันได้แผลกับเขาบ้าง

แต่จะให้ไปเล่นมุกความจำเสื่อมก็คงจะไม่

มันจะกลายเป็นซีรี่ย์เกาหลีไป "หนุ่มหน้าใสลุ้นหัวใจนายซาตาน" อะไรแบบนี้

ตอนนี้ให้ไอ้ปอตามเมียเจอแล้ว ให้เจอกันเหอะเนาะนานแล้ว เสียเวลาซั่ม

แต่เจอแล้วมันก็ยังคงกวนส้นตีน แถมซึนเหมือนเดิมอีก

เอาเถอะเดี๋ยวอยากได้ยินอะไรก็ได้ยินเองแหละ

(เป็นพระเอกที่ไม่เคยบอกรักเมียจน 38 ตอน จดบันทึกไว้เลยทีเดียว)

รักคนอ่านคับ ^^

ปล.น่านมีสนามบินขนาดเล็กนะครับ

แบบเลิฟมันจนนัางรถทัวร์ ส่วนปอมันรวยเลยขึ้นเครื่อง

ปลล.ปอเลิฟเปิดพรีออเดอร์ละนะ 

(จะขายจนกว่าจะเขียนจบ)

//เอารูปปรู๊พเล่มมาให้ดูคร่าวๆ แคปจากจอมือถือ เด๋วว่างๆจะแคปจากคอมมาให้ดูดีๆนะคับ

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/99461/1540120909-member.jpg

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}